LOGIN“คำสั่งของท่านประมุขเหรอ? หรือว่าตอนที่ศิษย์ปลายแถวพวกนั้นลงมือ มีเรื่องที่นอกเหนือจากที่ท่านสั่งการลงไป” เฟยลู่หยางรู้นิสัยของผู้อาวุโสเจ็ดดี แม้เจ้าตัวนั้นจะไม่ได้มือสะอาดมากนัก แต่ก็เป็นคนที่จริงจังกับทุกเรื่องรวมถึงภารกิจที่ได้รับมอบหมาย แต่การที่ทำให้ท่านประมุขถึงออกปากมาให้เจ้าตัวปิดปากเงียบ น
เสียงพูดคุยของกลุ่มคนด้านหลังนั้น ตัวนางเองก็พอจะได้ยิน แต่นางเองก็ไม่ได้ให้ความสนใจ เพราะหากมารอสูรตรงหน้ายังคงมีชีวิตอยู่ต่อไปก็จะส่งผลเสียมากกว่าผลดี แน่นอนว่านางหมายถึงส่วนรวมใบหน้าซีดขาวของหญิงสาวผู้เป็นประมุขพรรคเริ่มฟื้นคืนกลับมาแดงระเรื่อขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังเผยกลิ่นอายของพลังชีวิตในต
อิงหลิวมองดูใบหน้าของหญิงสาวที่ถูกพลังของนางโอบล้อมร่างอยู่ กลิ่นอายของพลังชีวิตที่ควรจะเผยออกมาอย่างชัดเจนเริ่มดูเลืองรางจนแทบจะสัมผัสไม่ได้ ซ้ำยังดูเหมือนกลิ่นอายเหล่านั้นจะเริ่มสลายหายไปเร็วขี้น...“มารอสูรตรงหน้าใช้พลังชีวิตของนางเป็นแหล่งพลังในการปรากฏตัวที่นี่!”อิงหลิวพูดขึ้นมาด้วยความคาดไม่ถึ
“รากวิญญาณของคนผู้นั้น!”“พวกเราต้องรีบเดินทางแล้วล่ะ คนผู้นั้นเริ่มไม่ไหวแล้ว!” สิ้นเสียงของผู้เป็นนาย พลังของสัตว์อสูรทั้งสามและภูตทั้งสามก็ระเบิดออกจากร่างทันที พร้อมทั้งปรากฏแสงรอบตัวก่อนที่ร่างของพวกนางทั้งหมดจะจางหายไปจากบริเวณนั้น...ฟางหรูหลับตาลงพยายามควบคุมลมหายใจของตนที่เริ่มจะแย่ลงในท
ช่องทางเข้าไปในสิ่งปลูกสร้างนั้นมีขนาดใหญ่มากพอที่เจ็ดชีวิตจะเดินเข้าไปพร้อมกันได้โดยไม่เบียดเสียด อิงหลิวและสัตว์อสูรทั้งสามรวมถึงภูตทั้งสามนั้นต่างก็รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย หากแต่ภาพแรกที่พวกนางพบเจอเมื่อก้าวเข้าไปแล้ว คือเปลวเพลิงที่ลุกไหม้ปิดทางเข้าไป!มันเกิดอะไรขึ้นที่นี่!เปลวไฟสีดำมืดลุกโชนเป
“เฟิ่งลู่เยี่ยน! เจ้า!” เฟยซูเจินหลับตาลงพร้อมวางแผนบางอย่าง ในเมื่อเจ้าไม่ไว้หน้าข้า ก็อย่าหาข้าไร้เมตตา“ทำไมหรือ! เฟยซูเจิน ที่นี่ไม่ใครยกเว้นเจ้ากับข้า อย่าได้เสแสร้งไปหน่อยเลย พูดออกมาสิ สิ่งที่เจ้าคิดในใจ”“...” ทำไมเฟิ่งลู่เยี่ยนตอนนี้ถึงได้เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม! ถ้าหากเฟิ่งลู่เยี่ยนได้ยินสิ







