Home / รักโบราณ / ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ / บทที่ 12 ทว่าข้ากลับชอบไม่น้อย

Share

บทที่ 12 ทว่าข้ากลับชอบไม่น้อย

last update Last Updated: 2026-01-15 21:33:54

บทที่ 12

ทว่าข้ากลับชอบไม่น้อย

แสงอาทิตย์ยามบ่ายคล้อยสาดผ่านเข้ามา ลู่ชิงหรูก้มหน้าก้มตาพลิกหน้าหนังสือสำหรับฝึกหัดเขียนอักษรเริ่มต้น ขณะนั่งอยู่กับลู่เทียนหรงที่มุมหนึ่งของห้องอ่านหนังสือนอกหอสมุดเมืองเฟิ่งเซียง

กระดาษหยาบ ๆ ที่เต็มไปด้วยเส้นกำกับและตัวอักษรต้นแบบพู่กันนั้นทำให้นางนิ่วหน้าคราแล้วคราเล่า

“เส้นนี้ให้เขียนตาม แต่เส้นข้าง ๆ...ลากจากไหนไปก่อน?”

นางพึมพำเบา ๆ สายตาจับจ้องแต่ไร้ความเข้าใจอย่างแท้จริง

‘ดูเหมือนความรู้พื้นฐานของร่างนี้ที่ทำให้เจ้าอ่านออกเขียนได้จะไม่ลึกพอให้เจ้าสอนคนอื่นได้นะ’

เสียงหยางอิ๋นดังขึ้นในหัว น้ำเสียงกึ่งขำกึ่งเห็นใจ แต่นางว่าคงเป็นอย่างแรกมากกว่า

‘ข้ารู้ตัวเองหน่า เฮ้อ’

ลู่ชิงหรูตอบกลับระบบอย่างไม่สบอารมณ์ คิ้วขมวดน้อย ๆ มือจับพู่กันในมือแน่นสุดท้ายก็คลายออกอย่างปลงและยอมแพ้เสียแล้ว

เทียนหรงน้อยนั่งอยู่ข้าง ๆ มาตลอด ใบหน้าขาวสะอาดจ้องภาพวาดแผนผังเมืองบนหน้ากระดาษอย่างจดจ่อตั้งแต่ที่ชิงหรูบอกให้เขาดูภาพในหนังสือเล่มหนึ่งเพราะนางงง ๆ นั่นแหละ

หนังสือเล่มใหญ่ที่นางหยิบมาให้นั้นเต็มไปด้วยภาพสีจาง ๆ แสดงถึงสะพาน ตลาด และเรือสำเภาเทียบท่าของเมืองเฟิ่งเซียน

“อาหรง เจ้าดูรู้เรื่องหรือ?”

เด็กชายพยักหน้าเบา ๆ แล้วชี้นิ้วเล็ก ๆ ไปยังภาพวาดเรือลำหนึ่ง เสียงอู้อี้ดังขึ้นอย่างตื่นตาไม่ใช่ง่วงหงามหาวนอนอย่างที่ควรจะเป็น

“เรือ...มีเสา...สูง ที่เพิ่ง เห็น”

ลู่ชิงหรูหัวเราะเบา ๆ พลางลูบผมน้องชายอย่างอ่อนโยน

“อืม ใช่แล้ว เรือขนสินค้าจากเมืองมาแลกเปลี่ยน”

ลู่ชิงหรูปิดหนังสือตรงหน้าในที่สุด นางถอนใจพลางหลุบตามองหนังสือสอนเขียนตรงหน้าอีกครั้ง ความรู้สึกขุ่นมัวแล่นขึ้นมาในใจ ไม่ใช่เพราะน้องชายไม่ตั้งใจ แต่เพราะตนไม่อาจถ่ายทอดให้เข้าใจได้ อาจต้องหาใครสักคนที่ชำนาญมาสอนเสียแล้ว

“อาหรง ถึงเวลากลับบ้านแล้วไปกัน”

เด็กชายพยักหน้าตกลงแม้จะเสียดายก็ตาม วางหนังสือภาพลงแล้วมองตามอย่างอาลัย ลู่ชิงหรูจัดเก็บของใส่ห่อผ้าอย่างเรียบร้อยก่อนลุกขึ้นยืนจูงมือน้อยๆให้เดินตามมาในที่สุด

พวกนางมาถึงท่าเรือสัญจรข้ามฟากที่ฝั่งวัดเยวี่ยอวิ๋น คนรอเรือกลับเมืองมีอยู่ไม่มากนัก เพียงสามสี่กลุ่มกระจายกันนั่งเงียบ ๆ บนเก้าอี้ไม้เรียงริมฝั่ง หนึ่งในนั้นคือบุรุษหนุ่มผู้ใจดีที่ช่วยชี้ทางให้นางในหอสมุดเมื่อครู่

เมื่อเขาเห็นลู่ชิงหรูกับลู่เทียนหรงก็ยิ้มพลางก้าวเข้ามาใกล้ทันที

“แม่นางได้อ่านหนังสือที่ต้องการหรือไม่?” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพแฝงความเป็นมิตร

ลู่ชิงหรูพยักหน้าพลางตอบเรียบ “ได้อยู่ แต่ก็ติดปัญหาอยู่บ้าง...”

“เช่นนั้นหรือ เอ่อ..” เขาหันไปมองเด็กชายตัวเล็กที่ยืนเงียบอยู่ข้างพี่สาว “เด็กน้อยผู้นี้ดูน่าเอ็นดูนัก อายุเท่าไรแล้วหรือ?”

“เจ็ดขวบเจ้าค่ะ”

ลู่ชิงหรูเอื้อมมือลูบศีรษะน้องเบา ๆ ลู่เทียนหรงขยับยิ้มให้เขาอย่างไม่คุ้นชินแต่ก็ไม่ออกห่างเพราะรู้สึกถูกชะตากับเขาเช่นกัน

ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเมื่อเห็นท่าทีห่างเหินนั่น ก่อนจะถามอย่างสุภาพอย่างใจกล้าในที่สุด

“ข้าขอทราบนามของแม่นางได้หรือไม่?”

ลู่ชิงหรูนิ่งคิดเล็กน้อย “ชิงหรู ส่วนนี่คือเทียนหรง สกุลลู่...เอ่อ แล้วท่านเล่า?”

“เซียวหลิงชวน” เขาตอบพร้อมยิ้ม

แน่นอนว่าสกุลเซียวนี้ นางเองมีหรือจะไม่รู้ว่าในเมืองเฟิ่งเซียนนี้มีอยู่สกุลเดียว นั่นคือสกุลของท่านเจ้าเมืองนั่นเอง

“ใช่อย่างที่แม่นางลู่คิด ข้าเป็นบุตรชายของท่านเจ้าเมืองเฟิ่งเซียง”

ลู่ชิงหรูกะพริบตาน้อย ๆ มองเขาใหม่อย่างครุ่นคิด ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยความสัตย์ตรงตามนิสัยของนาง

“อา ช่างน่าประหลาดนัก ข้านึกว่าบุตรชายของเจ้าเมืองน่าจะ...ถือตัวมากกว่านี้เสียอีก”

เซียวหลิงชวนเลิกคิ้วเล็กน้อยกับคำพูดซื่อตรงนั่นเล็กน้อย แล้วก็หลุดหัวเราะออกมา

“ช่างเป็นคนเถรตรงเสียจริง ทว่าข้ากลับชอบไม่น้อย คนที่กล้าเอ่ยความในใจโดยไม่เสแสร้ง ย่อมหาได้ไม่ง่ายนัก...ยินดียิ่งที่ได้รู้จักแม่นางลู่”

ลู่ชิงหรูไม่ได้ตอบกลับ เพียงแต่หลบสายตาเขาเล็กน้อย พลางก้มลงจัดชายเสื้อของน้องชายอย่างรับคำชมไม่ถูก

และแล้วเรือข้ามฟากก็มาถึง คนพายตะโกนเรียกให้ผู้โดยสารขึ้นเรือ ลู่ชิงหรูกับน้องชายเดินขึ้นไปก่อน นางจูงมือน้องอย่างมั่นคง เล็งหาที่นั่งบริเวณท้ายเรือที่มองเห็นทัศนียภาพโดยรอบได้ชัดเจน

แต่สิ่งที่เตะตานางคือกลุ่มบุรุษสามสี่คนรูปร่างกำยำที่นั่งอยู่กระจัดกระจายอยู่ทั่วเรือ คนกลุ่มนี้นางสังเกตเห็นตั้งแต่ก่อนขึ้นเรือแล้ว พวกเขาน่าจะโดยสารมาจากฝั่งเมืองแต่กลับไม่ลงเมื่อถึงฝั่งวัด ทั้งยังไม่มีท่าทีจะไปไหว้พระหรือเข้าเมือง นางขมวดคิ้วบาง ๆ อย่างไม่วางใจ

เหตุใดถึงอีกฝั่งแล้วไม่ลงเล่า ?

นางคิดพลางเหลือบมองเซียวหลิงชวนที่ขึ้นแล้วไปนั่งด้านหน้าเรือ กำลังคุยกับคนพายเรืออย่างคนอัธยาศัยดี

พวกกลุ่มบุรุษร่างกำลังเริ่มขยับตัว คล้ายกำลังหาตำแหน่ง ยืนหันหลังให้กราบเรือบ้าง แสร้งมองน้ำบ้าง แต่เมื่อเผลอ มุมหางตาก็พุ่งตรงไปยัง...เซียวหลิงชวนบ้าง

‘กลิ่นไม่ดีแน่... เจ้าคิดแบบข้าใช่ไหม’

หยางอิ๋นถามในหัว น้ำเสียงเริ่มจริงจังขึ้นอย่างที่ชิงหรูนั้นก็เข้าใจเรื่องเดียวกัน

‘น่าจะรอให้เรือแล่นไปกลางทะเลแล้วค่อยลงมือกระมัง หากพวกเขาลงมือก็ยากจะมีใครช่วยได้ไม่ว่าจะคนจากชายฝั่งไหน’

‘ข้าไม่อยากเห็นเลือดนะ เหตุใดต้องมีเรื่องเข้าหาด้วย’

‘เจ้าก็หุบปากไว้ก่อนเถิด ข้าจะไม่ใช้มีดหั่นอาหารเช่นเจ้า หากไม่จำเป็นจริง ๆ’

นางจับมือน้องชายแน่นขึ้น ลมหายใจนิ่งสงบ ใจคำนวณทุกความเป็นไปได้ หากเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริงดังคาด นางต้องพาน้องชายหนีอย่างไรให้ปลอดภัย

นางโน้มตัวลงกระซิบข้างหูลู่เทียนหรงเสียงเบา

“หรงเอ๋อร์ หากพี่บอกให้เจ้าทำอันใดต้องทำตามอย่างไม่มีข้อแม้ เข้าใจไหม?”

“อ้อ...เข้าใจ”

เด็กชายพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย แม้จะไม่เข้าใจเหตุผล แต่เขาก็เชื่อฟังพี่สาวที่สุด

...และเมื่อเรือแล่นถึงช่วงกลางทะเลตามคาด เสียงตะโกนห้าวหาญก็ดังขึ้น

“หยุดอยู่กับที่! ใครขยับ ข้าจะปาดคอให้หมดทุกคน!”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 18 ผู้ดีเก่าเมียขุนนาง หรือ เมียโจร

    บทที่ 18ผู้ดีเก่าเมียขุนนาง หรือ เมียโจรกลางลานมุงแน่นไปด้วยผู้คน ไป๋อี้เหยา มารดาของชิงหรูนั่งหน้าซีดอยู่บนเก้าอี้เก่าตัวหนิ่งมีป้าเจาคอยประคองไม่ห่าง ส่วนลู่เทียนหรงยืนนิ่งอยู่ข้าง ๆ เบื้องหน้านั้นมี เถียนเหล่ย สามีของนางหู ผู้เคยเป็นทหารเก่า เขายืนเด่นอยู่กลางฝูงชน สีหน้าท่าทางดูไม่ใช่แค่โมโหแต่เต็มไปด้วยเจตนาข่มขู่ เขายังพาเพื่อนล่าสัตว์อีกสามคนมาด้วย“ไม่ต้องพูดมากแล้ว!” นางหูเท้าสะเอวตะโกนลั่น “เนื้อกวางตัวนั้นสามีของข้าล่ามาเองกับมือ เช้านี้ยังห้อยไว้ที่เรือน พอหายก็ไปเจอที่บ้านเจ้าพอดี! ไม่ใช่พวกเจ้าขโมยแล้วจะเป็นใคร?!”เสียงซุบซิบของชาวบ้านลอยแว่วมาพร้อมสายลม ผู้ใหญ่บ้านสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ด้านข้าง พยายามพูดด้วยน้ำเสียงไกล่เกลี่ยตลอดทว่าก็ไม่สามารถสู้สองสามีภรรยาที่มีพรรคพวกน่าหวั่นเกรงได้“อย่างน้อยข้าก็ต้องเอาเนื้อกวางคืนมาให้ได้! ข้าถึงจะยุติ”เถียนเหล่ยตวาดลั่นต่อมาทันที “ข้ากับพวกเหนื่อยแทบตายกว่าจะล่าได้! พวกเจ้ามาขโมยไปใช้ได้ที่ไหน!”“ไม่รู้พวกเจ้าทำเนียนขโมยไปได้อย่างไร บอกผู้อื่นว่าเป็นผู้ดีเก่าเมียขุนนางในเมืองหลวงแต่ที่แท้ก็สันดานโจรเท่านั้นเอง!” นางหูเสริมเสียง

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 17 ทุกคนหายไปไหนหมด?

    บทที่ 17ทุกคนหายไปไหนหมด?‘แค่ก้าวแรกก็ถูกไล่เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว ให้ข้าเดาไหมล่ะว่าเขาเรื่องมากระดับไหน’ เสียงเจ้าอิ๋นอิ๋นดังแว่วขึ้นในหัวด้วยน้ำเสียงติดขำเชิงหยอกเย้าเจ้านาย‘อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ไล่ข้ากลับตั้งแต่แรก ถือว่ายังพอมีโอกาสอยู่บ้าง’ ลู่ชิงหรูตอบในใจนางได้รับชุดบ่าวของสตรีมา เมื่อเปลี่ยนเป็นชุดผ้าฝ้ายสะอาดของคฤหาสน์ นางก็อดไม่ได้ที่จะลูบแขนเสื้อเบา ๆ“แม้แต่ชุดบ่าวก็ยังดูดีกว่าที่บ้านข้าเสียอีก…”นางพึมพำขณะจัดชายเสื้อให้เรียบร้อยเดี๋ยวจะถูกไล่ออกมาอีกทีได้ จากนั้นจึงรีบกลับไปยังห้องรับรองเดิมที่เจ้าบุรุษจอมเย็นชารออยู่เมื่อก้าวเข้าไปในห้อง หยวนเหวินซีกำลังนั่งหลังตรงอยู่ที่โต๊ะ ชายหนุ่มเพียงปรายตามองนางทีหนึ่ง ก่อนจะหันสายตากลับไปยังอาหารที่จัดวางเรียงตรงหน้าที่เพิ่งเอาออกจากกล่องไม้ แววตาเขายังนิ่ง แต่คล้ายแฝงความแปลกใจเมื่อเห็นรูปลักษณ์อาหารที่ไม่คุ้นตาบ่าวส่วนตัวที่ยืนข้างนายรีบเอ่ยเตือนเสียงเข้มเมื่อเห็นว่าชิงหรูกำลังเข้ามาใกล้เกินว่าควรแล้ว“แม่นางไม่ต้องเข้าใกล้ เพียงวางไว้แล้วออกมายืนนิ่ง ๆก็พอ คุณชายไม่ชอบให้ใครจุกจิกกับมื้ออาหารขอรับ”ยังไม่ทันที่ลู่ชิงหรูจะก

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 16 คฤหาสน์ข้าไม่ต้อนรับคนสกปรก

    บทที่ 16คฤหาสน์ข้าไม่ต้อนรับคนสกปรกรถม้าคันหรูหนึ่งจอดหน้าภัตตาคารจินฮวา ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่สัญจรไปมา ชายหนุ่มผู้หนึ่งก้าวลงมาจากรถด้วยท่วงท่าทรงสง่า ผ้าแพรคลุมไหล่เนื้อดีพลิ้วตามแรงลม บ่งบอกถึงฐานะสูงศักดิ์ที่ไม่ต้องอาศัยคำอธิบายเพิ่มเติมใดเขาคือ เซียวหลิงชวน บุตรชายคนเดียวของท่านเจ้าเมืองเฟิ่งเซียง ผู้มีใบหน้าคมสันดวงตาสว่างกระจ่างดังทะเลสาบยามต้องแสง เมื่อเขาเดินเข้ามาภายในร้าน เสี่ยวเอ้อคนหนึ่งก็รีบตรงเข้าไปต้อนรับ“คุณชายเซียว เชิญท่านนั่งด้านในขอรับ ห้องชั้นบนยังว่างอยู่”“ไม่เป็นไร ข้าแค่อยากกินมื้อกลางวันธรรมดา”เซียวหลิงชวนยิ้มบางแล้วเลือกนั่งโต๊ะริมหน้าต่าง ทอดสายตามองออกไปยังถนนเบื้องนอก ก่อนเอ่ยขึ้น “ว่าแต่...วันนี้พ่อครัวหรูอยู่หรือไม่?”เสี่ยวเอ้อชะงักเล็กน้อยอย่างฉงนก่อนจะตอบเสียงสุภาพ“น่าเสียดาย พ่อครัวหรูเพิ่งออกไปได้ครู่เดียวเองขอรับ ไปส่งอาหารที่คฤหาสน์ตระกูลหยวน ด้วยเพราะเป็นงานใหญ่ เถ้าแก่เลยให้ไปดูแลด้วยตนเอง...”เซียวหลิงชวนนิ่งไปครู่หนึ่ง นิ้วมือเรียวเคาะเบา ๆ บนโต๊ะไม้ รอยยิ้มบาง ๆ บนริมฝีปากจางลง“คลาดกันเสียได้...”เขาพึมพำเสียงเบา ไม่แน่ใจว่าเป็นกา

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 15 นางมาเยือนที่คฤหาสน์ตระกูลหยวนครั้งที่สอง

    บทที่ 15นางมาเยือนที่คฤหาสน์ตระกูลหยวนครั้งที่สองกลิ่นหอมของงาคั่วลอยอบอวลทั่วห้อง ลู่ชิงหรูกำลังจัดวัตถุดิบลงบนโต๊ะเรียงเป็นหมวดหมู่ น้ำมันงาอย่างดี ข้าวสวยหุงใหม่ ปลาตากแห้งย่างเตรียมคลุกเครื่องเทศ เห็ดหอมแห้ง และผักกาดดอง ทั้งหมดเป็นของที่หาได้ในตลาดเมืองเฟิ่งเซียงนี้ทั้งสิ้น‘ซูชิ…?’นางเอ่ยพึมพำกับตนเอง ขณะนั่งพิจารณารูปในจอโฮโลแกรมที่โผล่ขึ้นมาตรงหน้า เป็นภาพจำลองเมนูจากระบบที่นางเคยลิ้มลองในอดีตชาติ เมนูนี้เหมาะสมที่สุดแล้วกับวัตถุดิบที่มีนี้‘หากจะดัดแปลงให้อยู่ในรูปแบบที่ยุคนี้ยอมรับได้ แนะนำให้ใช้ปลาตากแห้งย่างคลุกเครื่องเทศ แทนปลาดิบที่ไม่มีในที่นี้ และใช้น้ำราดจากซีอิ๊วเห็ดหอมผสมเหล้าจีนแทนน้ำราดแบบญี่ปุ่น จะได้ทั้งกลิ่นและรสที่ดี...’เสียงของหยางอิ๋นลอยเข้าโสตประสาท เป็นโทนเรียบจริงจังอย่างที่ยามทั่วไปไม่เจอแน่นอน“เริ่มจากทำน้ำราดรอก่อนแล้วกัน...”ลู่ชิงหรูหันไปหยิบซีอิ๊วไปหมักกับเห็ดหอมจากชามที่เคี่ยวไว้ก่อนหน้านี้ หยดผสมกับเหล้าจีนเล็กน้อย คนให้เข้ากันจนได้กลิ่นหอมฉุนแต่นุ่มลึก ชิมรสชาติแล้วก็ปรุงรสเพิ่มอีกเล็กน้อยจนกลมกล่อมดี นางค่อยเริ่มปั้นข้าวคำเล็ก ๆ ด้วยมือเปล่

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 14 คำสั่งด่วนจากตระกูลหยวน

    บทที่ 14คำสั่งด่วนจากตระกูลหยวนทันทีที่เท้าแตะพื้นท่าเรือ เซียวหลิงชวนก็รีบจัดการติดต่อทางการอย่างรวดเร็ว ขุนนางผู้รับหน้าที่ตรวจตราบริเวณท่าเรือเดินทางมาถึงภายในเวลาไม่นานก่อนหน้านั้นเขาก็เอ่ยปลอบใจชาวบ้านที่ยังตกใจกับเหตุการณ์บนเรือด้วยสีหน้าอ่อนโยน ท่าทีไม่ถือดีแม้จะเป็นถึงบุตรชายของเจ้าเมืองก็ตาม จากนั้นจึงเดินมายังลู่ชิงหรูและลู่เทียนหรงที่ยืนเงียบนิ่งอยู่ตรงมุมหนึ่ง“ข้าต้องขอบคุณแม่นางเป็นอย่างยิ่งอีกครั้ง ชาวบ้านบนเรือเมื่อครู่ฝากมาเช่นกัน”เซียวหลิงชวนประสานมือคำนับเล็กน้อย น้ำเสียงจริงใจทำให้ชิงหรูรู้สึกทำอันใดไม่ถูกโดยพลัน โดยปกติแล้วนางมักทำตามหน้าที่ตามภารกิจที่องค์กรสายลับมอบหมาย พอได้ช่วยคนโดยไม่หวังผลอันใดจึงรู้สึกว่าไม่รู้จะทำอย่างไรไปบ้าง หากนางอยู่ตรงนี้คงต้องรับคำขอบคุณอีกหลายรอบแน่ ทางที่ดีควรรีบพาอาหรงที่เกาะขานางอยู่ด้วยใบหน้าง่วงงุนมาสักพักกลับบ้านเสียที“ข้ารับคำขอบคุณไว้ แล้วฝากไปบอกพวกเขาว่าข้าเพียงช่วยตนเองเท่านั้นไม่ได้ตั้งใจช่วยใครไม่ต้องมาขอบคุณข้าอีก”หลิงชวนยิ้มมุมปากอย่างเข้าใจ เขามองท้องฟ้าที่เริ่มมืดแล้วสุดท้ายก็มองมาทางนางที่กำลังอุ้มน้องชายที่ห

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 13 เมื่อครู่มันมุกจีบสาว

    บทที่ 13เมื่อครู่มันมุกจีบสาวชายหนึ่งในกลุ่มนั้นชักมีดออกมาจากอกเสื้อ เงาวับสะท้อนแสงแดดพร้อมกระโดดขึ้นยืนโดดเด่นบนที่นั่งด้านหน้าสุด ก่อนชายอีกสองคนจะชักอาวุธตามออกมา กระตุ้นให้เสียงหวีดร้องดังระงมทันทีหญิงสาวคนหนึ่งกรีดร้องไม่หยุดก็ถูกฟาดด้วยสันมีดที่ไหล่ ล้มลงกุมแขนสะอื้นแทน นางรู้ว่าพวกเขาทำพอเป็นตัวอย่างเซียวหลิงชวนก้าวออกมาขวางไว้อย่างใจกล้า “อย่าทำร้ายใครอีก ข้ามีเงินเยอะ นี่เอาไปเถอะ!”เขาดึงถุงเงินออกมาแล้วโยนลงบนพื้นเรือทันทีชายคนหนึ่งเก็บขึ้นมา พลิกดูภายในสีหน้าฉายความพอใจเล็กน้อย แต่คนที่ดูเหมือนเป็นหัวหน้ากลับต่างออกไป“เงินแค่นี้ไม่พอ! ทรัพย์สินทั้งหมด เอาออกมาวางตรงนี้!”สายตามันไล่ไปทั่วเรือก่อนหยุดที่เด็กน้อยลู่เทียนหรง เด็กชายตัวเล็กที่หลบอยู่ข้างหลังพี่สาว แววตาสว่างวาบอย่างมีความคิดร้ายใหม่ทันใด“เด็กคนนั้นก็ใช้ได้ เอามา!”“อย่าแตะต้องเขา!”ลู่ชิงหรูที่มองนิ่งอยู่นานแทรกตัวขึ้นขวางอย่างอดไม่ไหวอีกต่อไป ใบหน้าสงบนิ่งแต่ดวงตาเย็นเฉียบไร้ความหวั่นเกรงเหมือนสตรีอื่น นางไม่ได้กลัวเพียงบุรุษร่างโตแต่เหมือนเพียงทรงตัวบนเรือยังทำได้ยากพวกนี้หรอก เพียงแต่นางไม่อยากทำร้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status