LOGINชายหนึ่งในกลุ่มนั้นชักมีดออกมาจากอกเสื้อ เงาวับสะท้อนแสงแดดพร้อมกระโดดขึ้นยืนโดดเด่นบนที่นั่งด้านหน้าสุด ก่อนชายอีกสองคนจะชักอาวุธตามออกมา กระตุ้นให้เสียงหวีดร้องดังระงมทันที
หญิงสาวคนหนึ่งกรีดร้องไม่หยุดก็ถูกฟาดด้วยสันมีดที่ไหล่ ล้มลงกุมแขนสะอื้นแทน นางรู้ว่าพวกเขาทำพอเป็นตัวอย่าง
เซียวหลิงชวนก้าวออกมาขวางไว้อย่างใจกล้า “อย่าทำร้ายใครอีก ข้ามีเงินเยอะ นี่เอาไปเถอะ!”
เขาดึงถุงเงินออกมาแล้วโยนลงบนพื้นเรือทันที
ชายคนหนึ่งเก็บขึ้นมา พลิกดูภายในสีหน้าฉายความพอใจเล็กน้อย แต่คนที่ดูเหมือนเป็นหัวหน้ากลับต่างออกไป
“เงินแค่นี้ไม่พอ! ทรัพย์สินทั้งหมด เอาออกมาวางตรงนี้!”
สายตามันไล่ไปทั่วเรือก่อนหยุดที่เด็กน้อยลู่เทียนหรง เด็กชายตัวเล็กที่หลบอยู่ข้างหลังพี่สาว แววตาสว่างวาบอย่างมีความคิดร้ายใหม่ทันใด
“เด็กคนนั้นก็ใช้ได้ เอามา!”
“อย่าแตะต้องเขา!”
ลู่ชิงหรูที่มองนิ่งอยู่นานแทรกตัวขึ้นขวางอย่างอดไม่ไหวอีกต่อไป ใบหน้าสงบนิ่งแต่ดวงตาเย็นเฉียบไร้ความหวั่นเกรงเหมือนสตรีอื่น นางไม่ได้กลัวเพียงบุรุษร่างโตแต่เหมือนเพียงทรงตัวบนเรือยังทำได้ยากพวกนี้หรอก เพียงแต่นางไม่อยากทำร้ายใครอย่างที่เจ้ามีดระบบขอไว้ต่างหาก
“เหอะ เอาเขามาอย่าอิดออด มิเช่นนั้นก็เป็นเจ้าก็ได้!”
เขามีจุดประสงค์อยากจะได้ตัวประกันสักหนึ่งคนมาต่อรองให้ทุกคนอยู่ในความสงบเท่านั้นไม่ได้ต้องการให้เกิดเรื่องใหญ่ จะใครก็ได้ที่ดูควบคุมง่าย
“ข้าจะไปแทนเอง”
หัวหน้าโจรมองนางนานครู่อย่างไม่คาดคิดว่าจะไม่รักชีวิตตนเอง เขานั้นมองสบตานิ่งราบเรียบก่อนจะผินมองทั้งใบหน้าและรูปร่างล้วนงดงามน่านำกลับไปเชยชมนอกจากได้ทรัพย์สินยิ่งนัก
รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมกับสายตาหยาบโลนทำให้หลายคนที่มองเห็นแทบไม่อยากจะให้ชิงหรูไปแทนเสียเลย ทว่าใครจะยอมสละตนเองแทนเล่า!
“อย่าชักช้า มานี่!”
มีดในมือคนร้ายถูกจ่อเข้าที่ลำคอเรียวระหงทันที ลู่ชิงหรูที่ถูกจับไว้เป็นตัวประกันไม่แม้แต่แสดงถึงความเกรงกลัว นางยืนนิ่งให้เขาใช้ตนเป็นตัวประกันสายตาห้ามปรามให้อาหรงอยู่นิ่ง ๆ ตามที่นางกำชับไว้ก่อนหน้า แล้วก็ปรายดวงตาเหลือบมองทางเซียวหลิงชวนซึ่งกำลังถูกจับแยกไว้ห่างออกไปจากผู้คน
โจรอีกคนที่อยู่หัวเรือเริ่มออกคำสั่งให้คนพายเรือดำเนินการต่อให้ถึงฝั่งแต่เป็นฝั่งที่ติดกับป่าแทนที่จะเป็นตรงท่าเรือที่คนชุดชุม ทุกคนบนเรือต่างถูกต้อนให้มากองรวมกันหลังจากให้ส่งของมีค่าออกมาหมดแล้ว
เมื่อทุกอย่างเริ่มนิ่งและเป็นไปตามแผนของพวกเขา กลุ่มโจรก็เริ่มคลายความระแวดระวังลง ซึ่งนี่คือจังหวะที่ชิงหรูรอคอย...
ในจังหวะที่หัวหน้าโจรที่คุมตัวนางอยู่นั้นหันไปสั่งลูกน้องคนอื่น ลู่ชิงหรูสะบัดแขนเร็ว บิดข้อมือที่จับมีดจ่อคอนางให้หมุนบิดสร้างความเจ็บปวดจนมีดหล่นลงพื้น นางผละกายออกมาแล้วถีบเท้าลงตำแหน่งกลางอกในจุดศูนย์ถ่วงของร่างกายอย่างแม่นยำ การเลือกตำแหน่งนี้ทำให้แม้นางแรงไม่มากแต่ก็สามารถเอาชนะชายร่างใหญ่ให้เซถลาแล้วเอียงตกทะเลไปได้!
ตู้ม!
ชิงหรูโน้มตัวลงคว้ามีดจากพื้นเรือแล้วหมุนตัวตั้งรับชายอีกสองคนที่ถลันเข้ามาทันใด
ด้านเซียวหลิงชวนแม้ไม่ถนัดการต่อสู้นัก แต่เขาเห็นจังหวะที่ตนได้เปรียบก็รีบพุ่งเข้าช่วยจัดการอีกคนที่คุมอยู่ที่หัวเรือ อาจด้วยเพราะโจรพวกนี้เป็นโจรสมัครเล่นฝีมือไม่ต้องเก่งมากก็สามารถจัดการพวกมันให้หล่นลงน้ำไปได้ไม่ยากนัก
ลู่ชิงหรูเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว จัดการโจรที่เหลือบนเรือให้ตกน้ำและสั่งให้คนพายเรือพายหนีกลับเข้าฝั่งท่าเรือปกติทำให้สถานการณ์กลับมาดังเดิมได้ภายในเวลาไม่เกินสองเค่อ
ทุกคนในเรือถึงได้หายใจออกอย่างโล่งใจทั่ว ๆ กัน
“ขอบคุณ...แม่นาง ขอบคุณจริง ๆ”
หญิงชราผู้หนึ่งเอ่ยพลางยกมือไหว้ น้ำตาไหลพรากอย่างหวาดกลัวไม่หาย ตบท้ายด้วยเซียวหลิงชวนเดินเข้ามา นางมองเขาที่ดูเหมือนจะบาดเจ็บจากรอยมีดที่ต้นแขนเล็กน้อยด้วยสายตาไร้อารมณ์ตามเคย
เท่าที่ดูจากรอยขาดของเสื้อและตรงบริเวณนั้นไม่มีเลือดซึมให้เห็นชัดเจน แผลน่าจะไม่อันตรายเท่าไรนัก
“คุณชายเซียวรีบจัดการล้างแผลเล่า มีดของโจรพวกนั้นเก่าน่าดูเดี๋ยวจะเน่าเอาได้”
สำหรับชิงหรูสิ่งที่น่ากลัวกว่าการเป็นแผลเป็นคือมีดไม่สะอาดหรือขึ้นสนิมทำให้เกิดบาดทะยักเอาได้
เขายกมือกุมที่แขนก่อนจะพูดอย่างอ่อนใจเชิงติดตลกสายตาก้มองยังมือของนางที่จูงน้องชายไม่ห่าง
“หน้าขายหน้าแล้ว ข้าจัดการเพียงโจรคนเดียวกลับบาดเจ็บเสียได้ แต่แม่นางลู่นั้นจัดการถึงสามคนกลับไร้บาดแผลไม่พอยังไม่มีท่าทีเหน็ดเหนื่อยอีกด้วย เจ้าคงต้องสอนวรยุทธ์ให้ข้าบ้างแล้ว...”
ลู่ชิงหรูเงยหน้าจากสอบถามอาการอาหรงมองไปที่คนพูดด้วยสายตาฉงน
“ที่วัดเยวี่ยอวิ๋นก็มีสำนักสอนวรยุทธิ์ คุณชายตระกูลใหญ่เช่นท่านไม่มีเงินเรียกหรือ เหตุใดต้องให้ข้าเสียเวลาทำมาหากินไปช่วยสอนท่านด้วย”
คำตอบของชิงหรูทำให้คุณชายเซียวตะลึงไม่พอเจ้าระบบก็ส่งเสียงหัวเราะในหัวให้นางได้ยินชัดเจนอีก
‘เจ้านี่ช่างโง่เง่าเสียจริง เมื่อครู่มันมุกจีบสาว เขาไม่ได้อยากให้เจ้าสอนวรยุทธ์จริงเสียหน่อย เขาแค่ต้องการอยู่ใกล้เจ้า ชื่นชมเจ้าต่างหาก’
ชิงหรูฟังแล้วก็ยิ่งไม่เข้าใจเข้าไปอีก เหตุใดคำพูดเมื่อครู่ถึงแปลเป็นความหมายเช่นหยางอิ๋นพูดได้เล่า นางว่ามันไม่สมเหตุสมผลเลยด้วยซ้ำ
‘อิ๋นอิ๋น เจ้าเองจะรู้มากกว่าข้าได้อย่างไรกัน เจ้าตีความมั่วเช่นนี้จะทำให้ผู้อื่นเสียหายเอาได้นะ หุบปากเสีย!’
เซียวหลิงชวนยิ้มหน้าตึงค้างไปแล้วมองสีหน้างุนงงของนางก็รู้สึกขบขันขึ้นมา เขาเองนั่นล่ะที่พูดเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้
“ต้องขอรับคำแนะนำของแม่นางลู่ไว้ ข้าจะไปสมัครเรียนที่วัดเหยี่ยอวิ๋นเอง”
เมื่อชิงหรูได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะเยาะเย้ยเจ้าระบบที่เดามั่วจริงอย่างที่นางคิดไว้
‘เห็นไหม เขาไม่ได้มีความนัยอันใดเลย เจ้าไปมัวสนใจทำอาหารน่ะดีแล้ว อย่ามายุ่งกับชีวิตข้านักเลย’
ระบบนั้นก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกับความซื่อบื้อในเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ของผู้เป็นเจ้านายได้แต่หายเงียบไปทั้งอย่างนั้นเลย
บทที่ 18ผู้ดีเก่าเมียขุนนาง หรือ เมียโจรกลางลานมุงแน่นไปด้วยผู้คน ไป๋อี้เหยา มารดาของชิงหรูนั่งหน้าซีดอยู่บนเก้าอี้เก่าตัวหนิ่งมีป้าเจาคอยประคองไม่ห่าง ส่วนลู่เทียนหรงยืนนิ่งอยู่ข้าง ๆ เบื้องหน้านั้นมี เถียนเหล่ย สามีของนางหู ผู้เคยเป็นทหารเก่า เขายืนเด่นอยู่กลางฝูงชน สีหน้าท่าทางดูไม่ใช่แค่โมโหแต่เต็มไปด้วยเจตนาข่มขู่ เขายังพาเพื่อนล่าสัตว์อีกสามคนมาด้วย“ไม่ต้องพูดมากแล้ว!” นางหูเท้าสะเอวตะโกนลั่น “เนื้อกวางตัวนั้นสามีของข้าล่ามาเองกับมือ เช้านี้ยังห้อยไว้ที่เรือน พอหายก็ไปเจอที่บ้านเจ้าพอดี! ไม่ใช่พวกเจ้าขโมยแล้วจะเป็นใคร?!”เสียงซุบซิบของชาวบ้านลอยแว่วมาพร้อมสายลม ผู้ใหญ่บ้านสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ด้านข้าง พยายามพูดด้วยน้ำเสียงไกล่เกลี่ยตลอดทว่าก็ไม่สามารถสู้สองสามีภรรยาที่มีพรรคพวกน่าหวั่นเกรงได้“อย่างน้อยข้าก็ต้องเอาเนื้อกวางคืนมาให้ได้! ข้าถึงจะยุติ”เถียนเหล่ยตวาดลั่นต่อมาทันที “ข้ากับพวกเหนื่อยแทบตายกว่าจะล่าได้! พวกเจ้ามาขโมยไปใช้ได้ที่ไหน!”“ไม่รู้พวกเจ้าทำเนียนขโมยไปได้อย่างไร บอกผู้อื่นว่าเป็นผู้ดีเก่าเมียขุนนางในเมืองหลวงแต่ที่แท้ก็สันดานโจรเท่านั้นเอง!” นางหูเสริมเสียง
บทที่ 17ทุกคนหายไปไหนหมด?‘แค่ก้าวแรกก็ถูกไล่เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว ให้ข้าเดาไหมล่ะว่าเขาเรื่องมากระดับไหน’ เสียงเจ้าอิ๋นอิ๋นดังแว่วขึ้นในหัวด้วยน้ำเสียงติดขำเชิงหยอกเย้าเจ้านาย‘อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ไล่ข้ากลับตั้งแต่แรก ถือว่ายังพอมีโอกาสอยู่บ้าง’ ลู่ชิงหรูตอบในใจนางได้รับชุดบ่าวของสตรีมา เมื่อเปลี่ยนเป็นชุดผ้าฝ้ายสะอาดของคฤหาสน์ นางก็อดไม่ได้ที่จะลูบแขนเสื้อเบา ๆ“แม้แต่ชุดบ่าวก็ยังดูดีกว่าที่บ้านข้าเสียอีก…”นางพึมพำขณะจัดชายเสื้อให้เรียบร้อยเดี๋ยวจะถูกไล่ออกมาอีกทีได้ จากนั้นจึงรีบกลับไปยังห้องรับรองเดิมที่เจ้าบุรุษจอมเย็นชารออยู่เมื่อก้าวเข้าไปในห้อง หยวนเหวินซีกำลังนั่งหลังตรงอยู่ที่โต๊ะ ชายหนุ่มเพียงปรายตามองนางทีหนึ่ง ก่อนจะหันสายตากลับไปยังอาหารที่จัดวางเรียงตรงหน้าที่เพิ่งเอาออกจากกล่องไม้ แววตาเขายังนิ่ง แต่คล้ายแฝงความแปลกใจเมื่อเห็นรูปลักษณ์อาหารที่ไม่คุ้นตาบ่าวส่วนตัวที่ยืนข้างนายรีบเอ่ยเตือนเสียงเข้มเมื่อเห็นว่าชิงหรูกำลังเข้ามาใกล้เกินว่าควรแล้ว“แม่นางไม่ต้องเข้าใกล้ เพียงวางไว้แล้วออกมายืนนิ่ง ๆก็พอ คุณชายไม่ชอบให้ใครจุกจิกกับมื้ออาหารขอรับ”ยังไม่ทันที่ลู่ชิงหรูจะก
บทที่ 16คฤหาสน์ข้าไม่ต้อนรับคนสกปรกรถม้าคันหรูหนึ่งจอดหน้าภัตตาคารจินฮวา ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่สัญจรไปมา ชายหนุ่มผู้หนึ่งก้าวลงมาจากรถด้วยท่วงท่าทรงสง่า ผ้าแพรคลุมไหล่เนื้อดีพลิ้วตามแรงลม บ่งบอกถึงฐานะสูงศักดิ์ที่ไม่ต้องอาศัยคำอธิบายเพิ่มเติมใดเขาคือ เซียวหลิงชวน บุตรชายคนเดียวของท่านเจ้าเมืองเฟิ่งเซียง ผู้มีใบหน้าคมสันดวงตาสว่างกระจ่างดังทะเลสาบยามต้องแสง เมื่อเขาเดินเข้ามาภายในร้าน เสี่ยวเอ้อคนหนึ่งก็รีบตรงเข้าไปต้อนรับ“คุณชายเซียว เชิญท่านนั่งด้านในขอรับ ห้องชั้นบนยังว่างอยู่”“ไม่เป็นไร ข้าแค่อยากกินมื้อกลางวันธรรมดา”เซียวหลิงชวนยิ้มบางแล้วเลือกนั่งโต๊ะริมหน้าต่าง ทอดสายตามองออกไปยังถนนเบื้องนอก ก่อนเอ่ยขึ้น “ว่าแต่...วันนี้พ่อครัวหรูอยู่หรือไม่?”เสี่ยวเอ้อชะงักเล็กน้อยอย่างฉงนก่อนจะตอบเสียงสุภาพ“น่าเสียดาย พ่อครัวหรูเพิ่งออกไปได้ครู่เดียวเองขอรับ ไปส่งอาหารที่คฤหาสน์ตระกูลหยวน ด้วยเพราะเป็นงานใหญ่ เถ้าแก่เลยให้ไปดูแลด้วยตนเอง...”เซียวหลิงชวนนิ่งไปครู่หนึ่ง นิ้วมือเรียวเคาะเบา ๆ บนโต๊ะไม้ รอยยิ้มบาง ๆ บนริมฝีปากจางลง“คลาดกันเสียได้...”เขาพึมพำเสียงเบา ไม่แน่ใจว่าเป็นกา
บทที่ 15นางมาเยือนที่คฤหาสน์ตระกูลหยวนครั้งที่สองกลิ่นหอมของงาคั่วลอยอบอวลทั่วห้อง ลู่ชิงหรูกำลังจัดวัตถุดิบลงบนโต๊ะเรียงเป็นหมวดหมู่ น้ำมันงาอย่างดี ข้าวสวยหุงใหม่ ปลาตากแห้งย่างเตรียมคลุกเครื่องเทศ เห็ดหอมแห้ง และผักกาดดอง ทั้งหมดเป็นของที่หาได้ในตลาดเมืองเฟิ่งเซียงนี้ทั้งสิ้น‘ซูชิ…?’นางเอ่ยพึมพำกับตนเอง ขณะนั่งพิจารณารูปในจอโฮโลแกรมที่โผล่ขึ้นมาตรงหน้า เป็นภาพจำลองเมนูจากระบบที่นางเคยลิ้มลองในอดีตชาติ เมนูนี้เหมาะสมที่สุดแล้วกับวัตถุดิบที่มีนี้‘หากจะดัดแปลงให้อยู่ในรูปแบบที่ยุคนี้ยอมรับได้ แนะนำให้ใช้ปลาตากแห้งย่างคลุกเครื่องเทศ แทนปลาดิบที่ไม่มีในที่นี้ และใช้น้ำราดจากซีอิ๊วเห็ดหอมผสมเหล้าจีนแทนน้ำราดแบบญี่ปุ่น จะได้ทั้งกลิ่นและรสที่ดี...’เสียงของหยางอิ๋นลอยเข้าโสตประสาท เป็นโทนเรียบจริงจังอย่างที่ยามทั่วไปไม่เจอแน่นอน“เริ่มจากทำน้ำราดรอก่อนแล้วกัน...”ลู่ชิงหรูหันไปหยิบซีอิ๊วไปหมักกับเห็ดหอมจากชามที่เคี่ยวไว้ก่อนหน้านี้ หยดผสมกับเหล้าจีนเล็กน้อย คนให้เข้ากันจนได้กลิ่นหอมฉุนแต่นุ่มลึก ชิมรสชาติแล้วก็ปรุงรสเพิ่มอีกเล็กน้อยจนกลมกล่อมดี นางค่อยเริ่มปั้นข้าวคำเล็ก ๆ ด้วยมือเปล่
บทที่ 14คำสั่งด่วนจากตระกูลหยวนทันทีที่เท้าแตะพื้นท่าเรือ เซียวหลิงชวนก็รีบจัดการติดต่อทางการอย่างรวดเร็ว ขุนนางผู้รับหน้าที่ตรวจตราบริเวณท่าเรือเดินทางมาถึงภายในเวลาไม่นานก่อนหน้านั้นเขาก็เอ่ยปลอบใจชาวบ้านที่ยังตกใจกับเหตุการณ์บนเรือด้วยสีหน้าอ่อนโยน ท่าทีไม่ถือดีแม้จะเป็นถึงบุตรชายของเจ้าเมืองก็ตาม จากนั้นจึงเดินมายังลู่ชิงหรูและลู่เทียนหรงที่ยืนเงียบนิ่งอยู่ตรงมุมหนึ่ง“ข้าต้องขอบคุณแม่นางเป็นอย่างยิ่งอีกครั้ง ชาวบ้านบนเรือเมื่อครู่ฝากมาเช่นกัน”เซียวหลิงชวนประสานมือคำนับเล็กน้อย น้ำเสียงจริงใจทำให้ชิงหรูรู้สึกทำอันใดไม่ถูกโดยพลัน โดยปกติแล้วนางมักทำตามหน้าที่ตามภารกิจที่องค์กรสายลับมอบหมาย พอได้ช่วยคนโดยไม่หวังผลอันใดจึงรู้สึกว่าไม่รู้จะทำอย่างไรไปบ้าง หากนางอยู่ตรงนี้คงต้องรับคำขอบคุณอีกหลายรอบแน่ ทางที่ดีควรรีบพาอาหรงที่เกาะขานางอยู่ด้วยใบหน้าง่วงงุนมาสักพักกลับบ้านเสียที“ข้ารับคำขอบคุณไว้ แล้วฝากไปบอกพวกเขาว่าข้าเพียงช่วยตนเองเท่านั้นไม่ได้ตั้งใจช่วยใครไม่ต้องมาขอบคุณข้าอีก”หลิงชวนยิ้มมุมปากอย่างเข้าใจ เขามองท้องฟ้าที่เริ่มมืดแล้วสุดท้ายก็มองมาทางนางที่กำลังอุ้มน้องชายที่ห
บทที่ 13เมื่อครู่มันมุกจีบสาวชายหนึ่งในกลุ่มนั้นชักมีดออกมาจากอกเสื้อ เงาวับสะท้อนแสงแดดพร้อมกระโดดขึ้นยืนโดดเด่นบนที่นั่งด้านหน้าสุด ก่อนชายอีกสองคนจะชักอาวุธตามออกมา กระตุ้นให้เสียงหวีดร้องดังระงมทันทีหญิงสาวคนหนึ่งกรีดร้องไม่หยุดก็ถูกฟาดด้วยสันมีดที่ไหล่ ล้มลงกุมแขนสะอื้นแทน นางรู้ว่าพวกเขาทำพอเป็นตัวอย่างเซียวหลิงชวนก้าวออกมาขวางไว้อย่างใจกล้า “อย่าทำร้ายใครอีก ข้ามีเงินเยอะ นี่เอาไปเถอะ!”เขาดึงถุงเงินออกมาแล้วโยนลงบนพื้นเรือทันทีชายคนหนึ่งเก็บขึ้นมา พลิกดูภายในสีหน้าฉายความพอใจเล็กน้อย แต่คนที่ดูเหมือนเป็นหัวหน้ากลับต่างออกไป“เงินแค่นี้ไม่พอ! ทรัพย์สินทั้งหมด เอาออกมาวางตรงนี้!”สายตามันไล่ไปทั่วเรือก่อนหยุดที่เด็กน้อยลู่เทียนหรง เด็กชายตัวเล็กที่หลบอยู่ข้างหลังพี่สาว แววตาสว่างวาบอย่างมีความคิดร้ายใหม่ทันใด“เด็กคนนั้นก็ใช้ได้ เอามา!”“อย่าแตะต้องเขา!”ลู่ชิงหรูที่มองนิ่งอยู่นานแทรกตัวขึ้นขวางอย่างอดไม่ไหวอีกต่อไป ใบหน้าสงบนิ่งแต่ดวงตาเย็นเฉียบไร้ความหวั่นเกรงเหมือนสตรีอื่น นางไม่ได้กลัวเพียงบุรุษร่างโตแต่เหมือนเพียงทรงตัวบนเรือยังทำได้ยากพวกนี้หรอก เพียงแต่นางไม่อยากทำร้







