เข้าสู่ระบบชายหนึ่งในกลุ่มนั้นชักมีดออกมาจากอกเสื้อ เงาวับสะท้อนแสงแดดพร้อมกระโดดขึ้นยืนโดดเด่นบนที่นั่งด้านหน้าสุด ก่อนชายอีกสองคนจะชักอาวุธตามออกมา กระตุ้นให้เสียงหวีดร้องดังระงมทันที
หญิงสาวคนหนึ่งกรีดร้องไม่หยุดก็ถูกฟาดด้วยสันมีดที่ไหล่ ล้มลงกุมแขนสะอื้นแทน นางรู้ว่าพวกเขาทำพอเป็นตัวอย่าง
เซียวหลิงชวนก้าวออกมาขวางไว้อย่างใจกล้า “อย่าทำร้ายใครอีก ข้ามีเงินเยอะ นี่เอาไปเถอะ!”
เขาดึงถุงเงินออกมาแล้วโยนลงบนพื้นเรือทันที
ชายคนหนึ่งเก็บขึ้นมา พลิกดูภายในสีหน้าฉายความพอใจเล็กน้อย แต่คนที่ดูเหมือนเป็นหัวหน้ากลับต่างออกไป
“เงินแค่นี้ไม่พอ! ทรัพย์สินทั้งหมด เอาออกมาวางตรงนี้!”
สายตามันไล่ไปทั่วเรือก่อนหยุดที่เด็กน้อยลู่เทียนหรง เด็กชายตัวเล็กที่หลบอยู่ข้างหลังพี่สาว แววตาสว่างวาบอย่างมีความคิดร้ายใหม่ทันใด
“เด็กคนนั้นก็ใช้ได้ เอามา!”
“อย่าแตะต้องเขา!”
ลู่ชิงหรูที่มองนิ่งอยู่นานแทรกตัวขึ้นขวางอย่างอดไม่ไหวอีกต่อไป ใบหน้าสงบนิ่งแต่ดวงตาเย็นเฉียบไร้ความหวั่นเกรงเหมือนสตรีอื่น นางไม่ได้กลัวเพียงบุรุษร่างโตแต่เหมือนเพียงทรงตัวบนเรือยังทำได้ยากพวกนี้หรอก เพียงแต่นางไม่อยากทำร้ายใครอย่างที่เจ้ามีดระบบขอไว้ต่างหาก
“เหอะ เอาเขามาอย่าอิดออด มิเช่นนั้นก็เป็นเจ้าก็ได้!”
เขามีจุดประสงค์อยากจะได้ตัวประกันสักหนึ่งคนมาต่อรองให้ทุกคนอยู่ในความสงบเท่านั้นไม่ได้ต้องการให้เกิดเรื่องใหญ่ จะใครก็ได้ที่ดูควบคุมง่าย
“ข้าจะไปแทนเอง”
หัวหน้าโจรมองนางนานครู่อย่างไม่คาดคิดว่าจะไม่รักชีวิตตนเอง เขานั้นมองสบตานิ่งราบเรียบก่อนจะผินมองทั้งใบหน้าและรูปร่างล้วนงดงามน่านำกลับไปเชยชมนอกจากได้ทรัพย์สินยิ่งนัก
รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมกับสายตาหยาบโลนทำให้หลายคนที่มองเห็นแทบไม่อยากจะให้ชิงหรูไปแทนเสียเลย ทว่าใครจะยอมสละตนเองแทนเล่า!
“อย่าชักช้า มานี่!”
มีดในมือคนร้ายถูกจ่อเข้าที่ลำคอเรียวระหงทันที ลู่ชิงหรูที่ถูกจับไว้เป็นตัวประกันไม่แม้แต่แสดงถึงความเกรงกลัว นางยืนนิ่งให้เขาใช้ตนเป็นตัวประกันสายตาห้ามปรามให้อาหรงอยู่นิ่ง ๆ ตามที่นางกำชับไว้ก่อนหน้า แล้วก็ปรายดวงตาเหลือบมองทางเซียวหลิงชวนซึ่งกำลังถูกจับแยกไว้ห่างออกไปจากผู้คน
โจรอีกคนที่อยู่หัวเรือเริ่มออกคำสั่งให้คนพายเรือดำเนินการต่อให้ถึงฝั่งแต่เป็นฝั่งที่ติดกับป่าแทนที่จะเป็นตรงท่าเรือที่คนชุดชุม ทุกคนบนเรือต่างถูกต้อนให้มากองรวมกันหลังจากให้ส่งของมีค่าออกมาหมดแล้ว
เมื่อทุกอย่างเริ่มนิ่งและเป็นไปตามแผนของพวกเขา กลุ่มโจรก็เริ่มคลายความระแวดระวังลง ซึ่งนี่คือจังหวะที่ชิงหรูรอคอย...
ในจังหวะที่หัวหน้าโจรที่คุมตัวนางอยู่นั้นหันไปสั่งลูกน้องคนอื่น ลู่ชิงหรูสะบัดแขนเร็ว บิดข้อมือที่จับมีดจ่อคอนางให้หมุนบิดสร้างความเจ็บปวดจนมีดหล่นลงพื้น นางผละกายออกมาแล้วถีบเท้าลงตำแหน่งกลางอกในจุดศูนย์ถ่วงของร่างกายอย่างแม่นยำ การเลือกตำแหน่งนี้ทำให้แม้นางแรงไม่มากแต่ก็สามารถเอาชนะชายร่างใหญ่ให้เซถลาแล้วเอียงตกทะเลไปได้!
ตู้ม!
ชิงหรูโน้มตัวลงคว้ามีดจากพื้นเรือแล้วหมุนตัวตั้งรับชายอีกสองคนที่ถลันเข้ามาทันใด
ด้านเซียวหลิงชวนแม้ไม่ถนัดการต่อสู้นัก แต่เขาเห็นจังหวะที่ตนได้เปรียบก็รีบพุ่งเข้าช่วยจัดการอีกคนที่คุมอยู่ที่หัวเรือ อาจด้วยเพราะโจรพวกนี้เป็นโจรสมัครเล่นฝีมือไม่ต้องเก่งมากก็สามารถจัดการพวกมันให้หล่นลงน้ำไปได้ไม่ยากนัก
ลู่ชิงหรูเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว จัดการโจรที่เหลือบนเรือให้ตกน้ำและสั่งให้คนพายเรือพายหนีกลับเข้าฝั่งท่าเรือปกติทำให้สถานการณ์กลับมาดังเดิมได้ภายในเวลาไม่เกินสองเค่อ
ทุกคนในเรือถึงได้หายใจออกอย่างโล่งใจทั่ว ๆ กัน
“ขอบคุณ...แม่นาง ขอบคุณจริง ๆ”
หญิงชราผู้หนึ่งเอ่ยพลางยกมือไหว้ น้ำตาไหลพรากอย่างหวาดกลัวไม่หาย ตบท้ายด้วยเซียวหลิงชวนเดินเข้ามา นางมองเขาที่ดูเหมือนจะบาดเจ็บจากรอยมีดที่ต้นแขนเล็กน้อยด้วยสายตาไร้อารมณ์ตามเคย
เท่าที่ดูจากรอยขาดของเสื้อและตรงบริเวณนั้นไม่มีเลือดซึมให้เห็นชัดเจน แผลน่าจะไม่อันตรายเท่าไรนัก
“คุณชายเซียวรีบจัดการล้างแผลเล่า มีดของโจรพวกนั้นเก่าน่าดูเดี๋ยวจะเน่าเอาได้”
สำหรับชิงหรูสิ่งที่น่ากลัวกว่าการเป็นแผลเป็นคือมีดไม่สะอาดหรือขึ้นสนิมทำให้เกิดบาดทะยักเอาได้
เขายกมือกุมที่แขนก่อนจะพูดอย่างอ่อนใจเชิงติดตลกสายตาก้มองยังมือของนางที่จูงน้องชายไม่ห่าง
“หน้าขายหน้าแล้ว ข้าจัดการเพียงโจรคนเดียวกลับบาดเจ็บเสียได้ แต่แม่นางลู่นั้นจัดการถึงสามคนกลับไร้บาดแผลไม่พอยังไม่มีท่าทีเหน็ดเหนื่อยอีกด้วย เจ้าคงต้องสอนวรยุทธ์ให้ข้าบ้างแล้ว...”
ลู่ชิงหรูเงยหน้าจากสอบถามอาการอาหรงมองไปที่คนพูดด้วยสายตาฉงน
“ที่วัดเยวี่ยอวิ๋นก็มีสำนักสอนวรยุทธิ์ คุณชายตระกูลใหญ่เช่นท่านไม่มีเงินเรียกหรือ เหตุใดต้องให้ข้าเสียเวลาทำมาหากินไปช่วยสอนท่านด้วย”
คำตอบของชิงหรูทำให้คุณชายเซียวตะลึงไม่พอเจ้าระบบก็ส่งเสียงหัวเราะในหัวให้นางได้ยินชัดเจนอีก
‘เจ้านี่ช่างโง่เง่าเสียจริง เมื่อครู่มันมุกจีบสาว เขาไม่ได้อยากให้เจ้าสอนวรยุทธ์จริงเสียหน่อย เขาแค่ต้องการอยู่ใกล้เจ้า ชื่นชมเจ้าต่างหาก’
ชิงหรูฟังแล้วก็ยิ่งไม่เข้าใจเข้าไปอีก เหตุใดคำพูดเมื่อครู่ถึงแปลเป็นความหมายเช่นหยางอิ๋นพูดได้เล่า นางว่ามันไม่สมเหตุสมผลเลยด้วยซ้ำ
‘อิ๋นอิ๋น เจ้าเองจะรู้มากกว่าข้าได้อย่างไรกัน เจ้าตีความมั่วเช่นนี้จะทำให้ผู้อื่นเสียหายเอาได้นะ หุบปากเสีย!’
เซียวหลิงชวนยิ้มหน้าตึงค้างไปแล้วมองสีหน้างุนงงของนางก็รู้สึกขบขันขึ้นมา เขาเองนั่นล่ะที่พูดเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้
“ต้องขอรับคำแนะนำของแม่นางลู่ไว้ ข้าจะไปสมัครเรียนที่วัดเหยี่ยอวิ๋นเอง”
เมื่อชิงหรูได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะเยาะเย้ยเจ้าระบบที่เดามั่วจริงอย่างที่นางคิดไว้
‘เห็นไหม เขาไม่ได้มีความนัยอันใดเลย เจ้าไปมัวสนใจทำอาหารน่ะดีแล้ว อย่ามายุ่งกับชีวิตข้านักเลย’
ระบบนั้นก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกับความซื่อบื้อในเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ของผู้เป็นเจ้านายได้แต่หายเงียบไปทั้งอย่างนั้นเลย
บทที่ 64ขนมเป็นเหตุตำหนักชิงหลงเงียบงันเช่นทุกคราแต่ที่ต่างออกไปคงกลิ่นหอมของผลไม้จาง ๆ ที่ลอยโชยเข้ามาพร้อมเสียงฝีเท้าขันทีที่ก้าวเข้ามาอย่างระมัดระวังกล่องไม้เนื้อดีผูกเชือกอย่างดีถูกวางลงบนโต๊ะไม้จันทน์ เฉินกงกงขยับเข้าใกล้ เอ่ยรายงานเสียงเบา“เป็นขนมมาจากตำหนักเฉินหลงพ่ะย่ะค่ะ องค์ชายรองทรงรับสั่งให้ส่งมาถวายพระองค์… พร้อมอีกส่วนหนึ่งส่งไปตำหนักของฮองเฮา”ฉู่เหวินซีไม่เอ่ยถามใด ดวงตาสีนิลจับอยู่ที่กล่องนั้นนิ่ง ๆ ไม่ใช่เพราะสนใจขนมที่ใครส่งมาแต่เป็นเพราะกลิ่นที่ลอยโชยออกมามันคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดต่างหาก เขายื่นมือไปคลายเชือกไหมช้า ๆ ฝาเปิดออก กลิ่นหอมละมุนของผลไม้สุกก็ลอยแตะปลายจมูกทันทีปลายนิ้วของเขาชะงักทันใด ขนมหน้าตาเช่นนี้ ประหลาดแต่เขาเคยเห็นมาก่อน เพียงแต่ต่างออกไปแค่น้ำราดข้างบนเท่านั้น แต่แก่นแท้ดูแล้วไม่ต่างออกไปจากสิ่งที่เขาคิดแน่นอนว่าขนมตรงหน้าไม่ใช่ใครที่ไหนจะทำได้!“เตรียมเสื้อคลุม”เฉินกงกงสะดุ้งเงยหน้าขึ้นมองเจ้านายทันใด “พระองค์จะเสด็จออกไปยามนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ?”คำถามไม่ได้รับคำตอบ ฉู่เหวินซีเพียงก้าวออกจากตำหนักชิงหลงด้วยจังหวะการเดินไม่ช้าแต่ก็ไม่เร็วให้ใค
บทที่ 63ให้ส่งไปของตำหนักของพี่ใหญ่ด้วยลู่ชิงหรูก้าวเข้าสู่ครัวของตำหนักองค์ชายรอง สถานที่ซึ่งแม้เรียกว่าครัว แต่กลับกว้างขวางสะอาดสะอ้านจนนึกว่าเป็นห้องรับรองชั้นดีอีกห้องหนึ่ง เครื่องครัวเรียงรายครบถ้วนจนน่าอิจฉา กระเบื้องเคลือบพื้นหินเย็นจับฝ่าเท้าอาฮวาเดินตามหลังมาอย่างเงียบเชียบ เมื่อครู่ก็เพียงช่วยจัดเตรียมผ้ากันเปื้อนให้นางพ่อครัวหลวงสามคนที่ประจำครัวต่างจ้องนางด้วยสีหน้าสงบแต่มีคำถามในแววตา พวกเขาอาจไม่กล้าแสดงออกชัดเจน แต่ดูจากกิริยาก็รู้ว่ารู้สึกเหมือนโดนล้ำเขตอาชีพชิงหรูมองไปรอบห้อง ก่อนจะแสร้งยิ้มอย่างครุ่นคิด“ข้าจะทำขนมโดยใช้ลูกพลับสุกที่ต้องคัดเฉพาะจากต้นลูกโตเปลือกบาง สีแดงเข้ม มีไหมเจ้าคะ? และสาลี่น้ำผึ้งรสหวาน แต่ขอที่ผิวนุ่มเล็กน้อยนะเจ้าคะ...อ้อ ถ้ามีผลไม้เปรี้ยวหวานอย่างอื่นด้วยก็จะดีมาก”พ่อครัวใหญ่ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ของพวกนี้มิได้เตรียมไว้ครบขอรับ ต้องไปเลือกที่คลัง”“เช่นนั้นก็ขอรบกวนท่านช่วยดูให้หน่อยเถิดเจ้าค่ะ” ลู่ชิงหรูกล่าวพร้อมรอยยิ้มจริงใจและท่าทีนอบน้อมพ่อครัวหลวงทั้งสามสบตากันก่อนจะพยักหน้าอย่างมิอาจปฏิเสธ แล้วรีบออกไปทันทีเมื่อประตูครัวปิดลง ควา
บทที่ 62สะพานเชื่อมไปยังอำนาจหลายวันก่อน มีนางกำนัลของตำหนักเฉินหลงมามอบจดหมายถึงมือของบ่าวชิงหรู บอกว่าองค์ชายรองมีความประสงค์ให้นางไปพบที่พระตำหนัก มิได้ระบุเหตุผลชัดเจนอาฮวาเองก็อดถามขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูใหญ่เจ้าคะ…วันนี้ท่านจะไปวังจริงหรือเจ้าคะ? หากฮูหยินรองไม่ยินดี…”“ฮวา” ลู่ชิงหรูเอ่ยเรียบ ๆ ดวงตาฉายแววเยียบเย็น “ข้าก็ไม่อาจขัดพระประสงค์ขององค์ชายรองได้เช่นกัน เจ้าคิดว่าระหว่างคำสั่งเวินซื่อกับองค์ชายในวัง…ข้าควรเลือกฟังผู้ใด?”อาฮวาก้มหน้า “บ่าวไม่กล้าคิดเพคะ”“เพียงแต่…” ลู่ชิงหรูวางเสียงราบเรียบ “ข้าคิดว่าวันนี้นางคงไม่ปล่อยให้ข้าไปเพียงลำพัง เสวี่ยเอ๋อร์…คงจะตามไปด้วยแน่นอน”คำคาดการณ์นั้นแม่นยิ่งกว่าคำทำนายใดเมื่อแต่งตัวเสร็จแล้ว ชิงหรูออกมายืนรอหน้าจวนเพียงครู่ รถม้าประดับตราเฉินหลงขององค์ชายรองก็มาหยุดอยู่หน้าประตูอย่างเด่นตระหง่าน บ่าวข้างจวนและชาวบ้านละแวกนั้นต่างแอบมามุงดูเหตุการณ์อยู่ไม่ไกลนัก บ้างก็ซุบซิบ บ้างก็แย้มยิ้มแต่เงี่ยหูรอคอยและไม่นานนัก เวินซื่อก็ค่อย ๆ พยุงเสวี่ยเอ๋อร์ในชุดผ้าไหมสีชมพูอ่อนปักลายกวางชมดอกเหมย ออกมาหน้าจวนอย่างถนุถนอม ราวกับกลัวบุตรสาว
บทที่ 61นางมีนัดกับองค์ชายรองยามค่ำคืนในตำหนักชิงหลงสงบเงียบจนได้ยินแม้แต่เสียงสายลมพัดกิ่งไผ่กระทบกันเบา ๆ เงาไฟจากตะเกียงน้ำมันสะท้อนเคลื่อนไหวอยู่บนผนังหินสีดำ พระพักตร์ขององค์ชายใหญ่แลดูไร้อารมณ์ ขณะถอดเสื้อนอกออกอย่างเชื่องช้า ดวงตาสีนิลของเขากลับไม่อยู่กับเนื้อกับตัวคุณหนูจากสกุลลู่…หญิงสาวที่ปรากฏตัวแทนยังสถานที่นัดในวันนี้...ไม่ใช่นางคนนั้นภาพของหญิงสาวในชุดเรียบง่ายที่เคยก้มหน้าก้มตารอเขากินอาหารตอนเขาพักอยู่ที่เมืองเฟิ่งเซียนยังแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำ สีหน้าระรื่นหยาดเยิ้มของคุณหนูจากสกุลลู่ในวันนี้ขัดแย้งกับความสุขุมลึกของแววตาของนางยังแจ่มชัดในสายตาเขาเขาเอื้อมมือหยิบกล่องขนมที่ถูกส่งมาจากจวนลู่ซึ่งยังวางอยู่บนโต๊ะ เปิดฝาแล้วจ้องมองขนมถั่วสลักรูปเหยี่ยวบน รูปร่างและลายเส้น...เหมือนป้ายหยกของเขาไม่มีผิดเพี้ยน“แล้วนางรู้ได้อย่างไร...” เสียงต่ำของเขาดังขึ้นแผ่วเบาในห้องเงียบงันไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะรู้ตราประจำตัวของเขาในฐานะผู้นำองค์กรเงาในเมืองเฟิ่งเซียน นอกจากผู้เคยอยู่ใกล้ชิดเขาตอนอยู่เมืองเฟิ่งเซียนแล้วจะมีใครไหนรู้อีกเล่าเขาหรี่ตา แววตาเย็นเยียบ“เฉินอัน” เขาเอ่ยเร
บทที่ 60เจ้าติดหนี้ข้าหนึ่งครั้งเมื่อบทสนทนาในห้องทำงานจบลง ลู่ชิงหรูก็ค้อมกายขอตัวออกมาอย่างนอบน้อม นางเดินออกจากห้องไปโดยมีอาฮวาเดินตามเงียบ ๆฝีเท้าของนางช้ากว่าปกติเพราะรออะไรบางอย่างอยู่‘เจ้าวางเหยื่อล่อ กระตุกความรู้สึกคนได้ชำนาญนัก’ดวงตานิ่งราบของลู่ชิงหรูกะพริบช้ายิ้มรับคำชมของหยางอิ๋นแล้วแล้วในจังหวะที่กำลังจะเลี้ยงออกจากเขตของเรือนหลักแล้วนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหลัง“คุณหนูลู่”ลู่ชิงหรูหยุดฝีเท้าก่อนหันกลับมาอย่างเชื่องช้าฉู่เหวินซานยืนอยู่ไม่ไกล ใบหน้าสงบ สายตาทอดมองมาอย่างเรียบเรื่อย แต่ในแววตากลับเหมือนมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่“องค์ชายรองมีเรื่องอันใดให้หม่อมฉันรับใช้หรือเพคะ?”“ข้ามาเยี่ยมจวนคราวนี้ยังไม่ได้ชมเหล่าดอกท้อที่กำลังบานเลย พาข้าเดินชมสวนหน่อยสิ”เขาเอ่ยเหมือนพูดเรื่องธรรมดาทั้งที่ในยุคนี้พบปะของบุรุษสตรีพบไม่บ่อยนักลู่ชิงหรูยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยก่อนจะย่อคำนับ “หม่อมฉันยินดีเพคะ”เมื่อหันไปส่งสัญญาณให้อาฮวา อาฮวาก็เข้าใจถอยห่างไปพร้อมบ่าวคนอื่น ทิ้งให้ทั้งสองเดินเคียงกันในสวนที่ยังไม่เห็นดอกไม้บานสะพรั่งอย่างที่อีกคนเอ่ยอ้างก่อนหน้าสักนิดเดินเงียบมาพ
บทที่ 59คะแนนความพอใจหลักร้อยมาอีกแล้วสายตาของฉู่เหวินซานจับจ้องอยู่ที่ชิงหรูอย่างไม่ปิดบัง...ไม่ใช่เพราะเครื่องแต่งกาย ไม่ใช่เพราะความงามเหนือกว่าสตรีใดที่เขาเคยเจอ แต่เพราะบางอย่างในดวงตานิ่งลึกคู่นั้นที่ดูคล้าย...ไม่ยินดียินร้ายต่อการมีอยู่ของเขาเท่าที่ควรต่างหากใต้เท้าลู่กระแอมเบา ๆ ขัดบุตรสาวที่เขาเองก็เพิ่งใกล้ชิดคราแรกอย่างพยายามแสดงออกว่าไม่ได้ห่างเหินกันต่อหน้าคนนอก แม้จะประหลาดใจว่าเหตุใดบุตรสาวคนโตถึงมาหาเขาในวันที่มีแขกพอดีแต่ก็ต้องรับสถานการณ์ตรงหน้าก่อนจึงปัดความสงสัยทิ้งไปชั่วคราวก่อน“ไหน ๆ ก็มาถึงแล้ว นั่งลงก่อน เจ้านำขนมอะไรมาด้วยหรือ?”ลู่ชิงหรูยิ้มรับอย่างยินดีก่อนพยักหน้าเบา ๆ ให้ฮวาวางขนมในถาดลงบนโต๊ะที่คั่นระหว่างบุรุษในห้องทั้งสองก่อนสีไข่น่าจะนุ่มส่งกลิ่นหอมชวนให้น้ำลายสอทันใด“ข้าเพิ่งลองทำขนมสูตรใหม่เจ้าค่ะ ...คิดว่าอยากให้ท่านพ่อได้ลองชิม...”“ไม่รู้ว่าเจ้าก็ทำขนมเป็นด้วย มันคือขนมอันใดเหตุข้าไม่เคยเห็นมาก่อน...”ลู่ไห่เทียนเลื่อนขนมจานหนึ่งให้ไปอยู่ตรงหน้าของผู้มีศักดิ์สูงกว่า ก่อนจะเงยหน้าถามบุตรสาวของตน“เป็นขนมเนื้อนุ่มรสเกาลัดเจ้าค่ะ”“กลิ่นหอมอีกท
บทที่ 19เจ้าปามีดใส่ทุกคนที่เดินผ่านเช่นนี้หรือ?ภายในบ้านเงียบสงบมีเพียงเสียงลมหวิวจากนอกหน้าต่าง ม่านสีซีดไหวกระทบกับขอบไม้ดังเบา ๆ ไป๋อี้เหยานั่งอยู่ริมตั่งแววตาเหม่อลอยทอดมองไปยังทางประตูหน้าบ้านที่ลู่ชิงหรูกับลู่เทียนหรงเพิ่งก้าวจากไปเมื่อไม่กี่เค่อก่อนนานเนิ่นกว่าที่หญิงวัยกลางคนจะเอ่ยคำใดอ
บทที่ 18ผู้ดีเก่าเมียขุนนาง หรือ เมียโจรกลางลานมุงแน่นไปด้วยผู้คน ไป๋อี้เหยา มารดาของชิงหรูนั่งหน้าซีดอยู่บนเก้าอี้เก่าตัวหนิ่งมีป้าเจาคอยประคองไม่ห่าง ส่วนลู่เทียนหรงยืนนิ่งอยู่ข้าง ๆ เบื้องหน้านั้นมี เถียนเหล่ย สามีของนางหู ผู้เคยเป็นทหารเก่า เขายืนเด่นอยู่กลางฝูงชน สีหน้าท่าทางดูไม่ใช่แค่โมโหแ
บทที่ 17ทุกคนหายไปไหนหมด?‘แค่ก้าวแรกก็ถูกไล่เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว ให้ข้าเดาไหมล่ะว่าเขาเรื่องมากระดับไหน’ เสียงเจ้าอิ๋นอิ๋นดังแว่วขึ้นในหัวด้วยน้ำเสียงติดขำเชิงหยอกเย้าเจ้านาย‘อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ไล่ข้ากลับตั้งแต่แรก ถือว่ายังพอมีโอกาสอยู่บ้าง’ ลู่ชิงหรูตอบในใจนางได้รับชุดบ่าวของสตรีมา เมื่อเปลี
บทที่ 16คฤหาสน์ข้าไม่ต้อนรับคนสกปรกรถม้าคันหรูหนึ่งจอดหน้าภัตตาคารจินฮวา ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่สัญจรไปมา ชายหนุ่มผู้หนึ่งก้าวลงมาจากรถด้วยท่วงท่าทรงสง่า ผ้าแพรคลุมไหล่เนื้อดีพลิ้วตามแรงลม บ่งบอกถึงฐานะสูงศักดิ์ที่ไม่ต้องอาศัยคำอธิบายเพิ่มเติมใดเขาคือ เซียวหลิงชวน บุตรชายคนเดียวของท่านเจ้าเมือง







