Masukรถม้าคันหรูหนึ่งจอดหน้าภัตตาคารจินฮวา ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่สัญจรไปมา ชายหนุ่มผู้หนึ่งก้าวลงมาจากรถด้วยท่วงท่าทรงสง่า ผ้าแพรคลุมไหล่เนื้อดีพลิ้วตามแรงลม บ่งบอกถึงฐานะสูงศักดิ์ที่ไม่ต้องอาศัยคำอธิบายเพิ่มเติมใด
เขาคือ เซียวหลิงชวน บุตรชายคนเดียวของท่านเจ้าเมืองเฟิ่งเซียง ผู้มีใบหน้าคมสันดวงตาสว่างกระจ่างดังทะเลสาบยามต้องแสง เมื่อเขาเดินเข้ามาภายในร้าน เสี่ยวเอ้อคนหนึ่งก็รีบตรงเข้าไปต้อนรับ
“คุณชายเซียว เชิญท่านนั่งด้านในขอรับ ห้องชั้นบนยังว่างอยู่”
“ไม่เป็นไร ข้าแค่อยากกินมื้อกลางวันธรรมดา”
เซียวหลิงชวนยิ้มบางแล้วเลือกนั่งโต๊ะริมหน้าต่าง ทอดสายตามองออกไปยังถนนเบื้องนอก ก่อนเอ่ยขึ้น “ว่าแต่...วันนี้พ่อครัวหรูอยู่หรือไม่?”
เสี่ยวเอ้อชะงักเล็กน้อยอย่างฉงนก่อนจะตอบเสียงสุภาพ
“น่าเสียดาย พ่อครัวหรูเพิ่งออกไปได้ครู่เดียวเองขอรับ ไปส่งอาหารที่คฤหาสน์ตระกูลหยวน ด้วยเพราะเป็นงานใหญ่ เถ้าแก่เลยให้ไปดูแลด้วยตนเอง...”
เซียวหลิงชวนนิ่งไปครู่หนึ่ง นิ้วมือเรียวเคาะเบา ๆ บนโต๊ะไม้ รอยยิ้มบาง ๆ บนริมฝีปากจางลง
“คลาดกันเสียได้...”
เขาพึมพำเสียงเบา ไม่แน่ใจว่าเป็นการบ่นหรือเพียงเอ่ยกับตนเอง แต่สีหน้าเหม่อลอยนั้นทำให้เสี่ยเอ้อผู้รู้งานไม่กล้าเอ่ยต่อ
หลิงชวนเหลือบมองถุงผ้าเล็กข้างกายที่เขาถือมาด้วย เป็นถุงผ้าปักลายคลื่นม้วนสีเงินด้านในบรรจุสมุดฝึกเขียนอักษรสำหรับเด็กเล่มบาง เขาตั้งใจจะมอบให้นางนำไปให้น้องชายของนางเมื่อได้เจอกัน...
น่าเสียดาย...วันนี้ไม่ได้เห็นใบหน้าเรียบเฉยแต่น่ามองเสียแล้ว
แต่กระนั้น...ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องผิดหวังเกินไปนัก เพราะวันนี้ไม่เจอก็ใช่ว่าจะไม่ได้เจอตลอดไป อย่างไรนางก็ทำงานที่ภัตตาคารแห่งนี้อยู่แล้ว
“เช่นนั้น...” เขาหันไปบอกเสี่ยวเอ้อเสียงสุภาพ “ข้าฝากถุงนี้ไว้ให้พ่อครัวหรูที บอกว่าสำหรับน้องชายของเขา หากมีอะไรสงสัยก็ให้ติดต่อข้าที่จวนเจ้าเมืองได้เสมอ”
“ขอรับ! จะจัดการให้อย่างดี”
เสี่ยวเอ้อรับถุงผ้าด้วยความระวัดระวัง
เซียวหลิงชวนคลี่ยิ้มบาง แล้วสั่งอาหารขึ้นชื่อของร้านอย่างไม่เสียเที่ยว ก่อนจะหยิบตำราเล่มหนึ่งออกจากอกเสื้อ เปิดอ่านอย่างเงียบงันขณะรออาหาร ช่วงนี้เหล่าบัณฑิตในเมืองที่มีความฝันอยากเป็นขุนนางในอนาคตต่างก็ง่วนอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสำหรับการสอบจอหงวนระดับภาคที่จะถึงนี้ เขาเองก็เช่นกัน...
หนึ่งในบ่าวบุรุษภายในห้องก้าวออกมารับกล่องอาหารไปจากมือของชิงหรูทว่านางก็รีบหยุดเขาไว้ แล้วเอ่ยเสียงสุภาพ
“อาหารชุดนี้มีบางรายการที่มีวิธีลิ้มรสที่เฉพาะเจาะจง เพื่อรสชาติที่สมบูรณ์ ข้าจำเป็นต้องส่งถึงคุณชายด้วยตัวเองได้”
บุรุษผู้นั้นมองนางนิ่งไปครู่หนึ่งอย่างคิดหนักก่อนพยักหน้า แล้วผายมือให้เดินตามเข้าไป
ประตูไม้บานใหญ่ถูกเลื่อนเปิดออก ลู่ชิงหรูเงยหน้าขึ้น และได้พบกับดวงตาคมกริบใต้ขนตายาวของชายผู้หนึ่งที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะตัวใหญ่
หยวนเหวินซีคุณชายแห่งตระกูลหยวน พ่อค้าผู้มั่งคั่งและทรงอำนาจที่สุดในเมืองเฟิ่งเซียงขณะนี้
ขณะที่ลู่ชิงหรูก้าวเข้าไปในห้องรับรอง กลิ่นหอมของเครื่องหอมอ่อน ๆ คล้ายกำยานผสมกลิ่นใบชาจางลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ผ้าม่านสีครามอ่อนสะบัดไหวเบา ๆ จากแรงลมที่ลอดเข้ามาทางหน้าต่าง ร่มเงาของไม้ประดับปลูกกระถางใหญ่ทอดเงาบนพื้นหินขาวสะอาด
หยวนเหวินซีนั่งอยู่ตรงนั้นหลังตรงไม่ไหวเอน เส้นผมยาวดำขลับถูกรวบไว้ด้วยสายรัดไหมทองอย่างเรียบง่าย ทว่าเรียบร้อยไร้ที่ติ ทุกเส้นผมไม่กระเซิงแม้แต่น้อย ใบหน้าเขาราวภาพวาดอันพิถีพิถัน ดวงตาคู่นั้นเย็นเฉียบ ราบเรียบไม่สะท้อนอารมณ์ใด แววตานั้นคล้ายจะมองผ่านผู้คนได้ทุกผู้หากเขาต้องการ
นางเคยเห็นบุรุษหล่อเหลาไม่น้อยในชีวิตก่อน แต่หยวนเหวินซีนั้นต่างออกไป
เขาไม่ได้มีความงามแบบอ่อนละมุน หากแต่เปี่ยมด้วยอำนาจในทุกองศาของร่างกาย มุมกรามคมคาย เส้นคิ้วเรียวยาวลงรับกับสันจมูกตรงคมกระบี่ ริมฝีปากบางที่แม้จะปิดเงียบแต่กลับมีแรงกดดันอยู่ในที และที่มากกว่านั้น...คือรังสีที่เพียงแค่เขาปรายตามองก็รู้สึกว่าตนต่ำต้อยขึ้นมาแล้ว
ลู่ชิงหรูยืนนิ่ง รู้สึกได้ถึงแรงกดดันบางเบาที่ซ่อนอยู่ภายใต้รูปลักษณ์สงบเย็นของชายผู้นั้น นางไม่ได้หวั่นไหวเพราะความหล่อเหลา ทว่าเพราะแววตาของเขานั้น...จับจ้องดั่งอ่านใจนางอยู่
‘สายตาแบบนี้... ระบบเช่นข้าไม่ขอสู้รบ เพียงเขามองข้าก็แทบรันข้อมูลอันใดไม่ถูกแล้ว’
แล้วยิ่งยามเข้าปรายตามองพร้อมทำจมูกฟุดฟิดเล็กน้อย คิ้วหนาขมวดมุ่นอย่างไม่ค่อยชอบใจบางอย่าง เพราะกลิ่นน้ำมัน สมุนไพรกับควันไฟอ่อน ๆ ยังติดตามเสื้อของชิงหรูอยู่นั่นเอง
ชิงหรูก้าวพ้นเขตประตูเพียงไม่กี่ก้าว ก็ต้องชะงัก เมื่อเสียงเย็นชาลึกแต่ทรงอำนาจดังขึ้นจากด้านใน
“หยุดก่อน พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องเข้ามา”
เสียงนั้นไม่ได้ดังนัก หากแต่เปี่ยมด้วยอำนาจมากพอจะทำให้ผู้ฟังหยุดได้ในทันที ลู่ชิงหรูเงยหน้าขึ้นนางแม้ไม่รู้เหตุผลแต่ก็ไม่อาจยอมแพ้ได้ง่าย ๆ
หากนางไม่เข้าไปแล้วจะได้รับคะแนนความพอใจจากเขาได้อย่างไรเล่า!
ลู่ชิงหรูสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ ก่อนจะโน้มกายคารวะอย่างสงบที่หน้าประตูนั่น เสียงของนางเรียบนิ่ง แม้หัวใจจะเต้นแรงด้วยความกังวลก็ตาม
“ข้าน้อยขอชี้แจงขอรับ อาหารบางรายการ...จำเป็นต้องมีพ่อครัวคอยแนะนำวิธีกิน ไม่เช่นนั้นรสชาติจะผิดเพี้ยนไปจากที่ควรขอรับ...”
หยวนเหวินซีเลิกคิ้วน้อย ๆ แววตาที่เคยคมกริบเปลี่ยนเป็นประหลาดใจบางเบา เขาจดจำเสียงนุ่มนั้นได้ทันทีเสียงของสตรีที่เคยมารับน้องชายของตนกลับไปเมื่อหลายวันก่อนไม่ผิดแน่
แต่สิ่งที่เขาเห็นตรงหน้า กลับเป็นพ่อครัวตัวผอมในชุดเปรอะควัน เส้นผมรวบสูงเรียบง่าย ผิวขาวอมชมพูซึ่งถูกไอร้อนแตะต้องจนขึ้นสีแดงอ่อน ๆ ที่แก้ม ความสับสนปะปนกับความสนใจบางอย่างฉายวูบในแววตาของเขาทันใด
“เช่นนั้น...ให้คนของเจ้ากลับไป เหลือเจ้าไว้คนเดียวพอ”
เสี่ยวเอ้อหญิงที่ยืนข้างนางเบิกตากว้าง ก่อนจะหันมามองลู่ชิงหรูอย่างไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร แต่นางนั้นมีหรือจะปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป นางพยักหน้าลงทำให้อีกฝ่ายยอมถอยกลับไปอย่างเงียบ ๆ
หยวนเหวินซียังคงจับจ้องนางตั้งแต่หัวจรดเท้า สีหน้าไร้อารมณ์แต่นัยน์ตาเรียบนิ่งนั้นกลับคล้ายกำลังประเมินสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่ค่อยพอใจนัก
“ไปเปลี่ยนชุดเสีย คฤหาสน์ข้าไม่ต้อนรับคนสกปรก”
เสียงของเขานั้นเย็นเฉียบ ไร้ความอ่อนโยนโดยสิ้นเชิง แต่นางก็ไม่ได้โต้เถียงใด ๆ เพียงพยักหน้ารับอย่างเงียบงันก่อนจะเดินตามบ่าวของจวนที่เข้ามานำทางไป
บทที่ 33คะแนนความพอใจหมดแล้วสำหรับเรื่องให้คนติดตามชิงหรูพอเข้าใจว่าเขาอาจจะห่วงชีวิตของตน ทว่าเรื่องโยงไปมั่วซั่วนี้ชิงหรูยอมไม่ได้“ข้าได้พบกับใครนั้นไม่รบกวนให้คุณชายหยวนใส่ใจหรอก...”คำตอบสั้นตรงและไร้ความเกรงใจ ทำให้เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะวางตะเกียบลงในที่สุด“ต่อไป... ห้ามลาพักยาวแบบนี้อีกโดยไม่ได้ขออนุญาตจากข้า” เสียงของเขาเย็นเฉียบ “ช่วงที่เจ้าไม่อยู่ พ่อบ้านเฉินก็ไม่อยู่ แล้วข้าจะจ้างเจ้ามาเพิ่มทำไมในเมื่อไม่สามารถช่วยงานเฉินปิ่งได้”ลู่ชิงหรูพึมพำ “ข้าแจ้งกับพ่อข้านเฉินแล้ว เขาบอกว่าช่วงนั้นเขาจะดูแลท่านเอง...” แล้วเหตุใดเจ้านายจอมเรื่องมากถึงบ่นว่าพ่อบ้านเฉินไม่อยู่ให้ใช้งานได้เล่า“แล้วอย่างไร เจ้ารับเงินจากเฉินปิ่งหรือ?”น้ำเสียงเขาเย็นชาและเป็นคำพูดที่ทำให้ลูกจ้างเช่นนางหาทางโต้กลับไม่ได้ หากนางอยากจะได้รับเงินจากเขาอยู่นางมองเขานิ่ง ๆ หากไม่เพราะมีหยางอิ๋นคอยปลอบประโลมให้นางใจเย็นก็คงได้ลาออกกันไปแล้ว ชิงหรูเอ่ยขึ้นตรงไปตรงมาคิดจะคุยกับเขาด้วยเหตุและผล“ข้ายังจำเป็นต้องพาอาหรงไปเรียนเขียนอักษรกับคุณชายเซียว จะไม่ได้ก็คงไม่ได้...”เหตุผลของนางสะกิดบางอย่างในใจเขาทำ
บทที่ 32อย่าเข้ามาใกล้พี่สาวข้า“อาหรงน้อย แม่นางลู่มาแล้วหรือ ข้าชงชาเสร็จพอดี”“รบกวนคุณชายเซียวแล้ว”ชิงหรูเอ่ยเรียบ ๆ แล้วปล่อยมือจากน้องชาย พลางก้าวเข้าไปนั่งอย่างไม่รีบร้อน“แต่ข้าตั้งใจจะชงชาให้เจ้าดื่มก่อนเริ่มสอนเด็กน้อยนี่น่ะ”เขายิ้มบาง ๆ มือยังคงเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วก่อนจะเลื่อนถ้วยชามาให้ชิงหรู สิ่งที่เซียวหลิงชวนทำนั้นอยู่ในสายตาของอาหรงทั้งหมด เขาขมวดคิ้วมองถ้วยชาอย่างไม่ค่อยชอบใจ สองแขนเล็กขยับเข้ามาเกาะแขนและนั่งข้างพี่สาวใกล้กว่าเดิมเด็กชายขยับตัวเบา ๆ ยกมือวางไว้บนขาพี่สาว แววตาเงียบงันคู่นั้นกลับสะท้อนความรู้สึกได้ชัดเจนกว่าคำพูดใด ๆเซียวหลิงชวนกลั้นยิ้ม ก้มหน้าลงเล็กน้อยมองอาการหวงพี่สาวของเด็กน้อยอย่างนึกเอ็นดู ขนาดเด็กน้อยยังมองออกว่าเขาปฏิบัติกับนางพิเศษ เหตุใดรู้สึกเหมือนเจ้าตัวจะไม่รู้เลยเล่าขณะนั้นเองเสียงแว่วในหัวชิงหรูก็ดังขึ้น‘ข้าให้คะแนนความไวของเด็กนี่เต็มสิบ! ขนาดเด็กยังดูรู้ว่าคุณชายกำลังเกี้ยวเจ้าเลย... เจ้าใจอ่อนให้เขาหน่อยก็ไม่เสียหายนะ!’‘หือ...’ ชิงหรูเริ่มเอะใจแต่ก็ยังไม่ฟันธงอย่างที่ระบบเอ่ยหรอก นางทำเพียงยกถ้วยชาขึ้นจิบแล้วพยักหน้าให้
บทที่ 31ตั่งนั่นเจ้านอนได้เสียงเคาะประตูเบา ๆ ในยามดึกทำให้ลู่ชิงหรูที่เพิ่งหลับตาไปได้ไม่นานต้องลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้ง แสงจันทร์ลอดผ่านช่องหน้าต่างทำให้มองเห็นโดยรอบชัดเจน ครั้นนางเปิดประตูออกมาก็พบว่าเป็นชายหนุ่มในชุดองครักษ์คุ้นหน้ายืนอยู่ในเงามืดหน้าห้องของนางในคฤหาสน์สกุลหยวน“คุณชายให้มาตามแม่นางไปที่ห้อง...”ชิงหรูขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างไม่พอใจทว่าค่าจ้างหนึ่งตำลึงเงินต่อวันที่ค้ำคอทำให้นางตัดสินใจตามไปอย่างไม่ได้เอ่ยถามแม้คำเดียว เพียงพยักหน้าแล้วตามเขาไป...ระหว่างทาง นางสังเกตได้ว่าพ่อบ้านเฉินไม่ปรากฏตัวเช่นเคย ความเงียบของค่ำคืนนี้กลับแฝงไว้ด้วยบางอย่างที่ผิดแปลกไป เมื่อมาถึงหน้าห้องพักผ่อนของหยวนเหวินซี องครักษ์ก็เปิดประตูให้นางเข้าไปแล้วเขาก็หลบออกไปทันที ปล่อยให้นางเดินเข้าไปเพียงลำพังชิงหรูก้าวเข้าไปในห้องอย่างระมัดระวัง กลิ่นยาสมุนไพรจาง ๆ ยังคลุ้งอยู่ทั่วห้อง และเจ้าของเรือนก็กำลังนอนเอนพิงหมอน หน้าผากเปียกชื้นด้วยเหงื่อมากมาย แต่ข้างกายไร้คนรับใช้อย่างที่ควรจะเป็น...ไม่มีแม้กระทั่งพ่อบ้านเฉิน แสดงว่าคืนนี้เขาออกไปทำธุระข้างนอกอีกแล้วสินะ“คุณชายเรียกข้ามีอันใดให้รับ
บทที่ 30พวกเขาทั้งสองต่างไม่มีทางถอยทั้งคู่เช่นนั้น ชิงหรูก็ตัดสินใจได้แล้ว! นางถอนหายใจยาวเหยียดในใจ ‘หากเขาหลับเจ้าว่า ข้าจะแอบถีบเขาให้ตกเตียงสักหน่อยดีไหม’หยางอิ๋นรีบเอ่ยเสียงรีบร้อนห้ามทันใด “นายท่านโปรดคิดถึงฟังก์ชันครัวยุโรป วัตถุดิบจากทั่วหล้า... โอ้... เบคอน...ชีส...เจ้าไม่มีหนทางอื่นที่จะได้สิ่งเหล่านั้นมาเร็วเท่าหนทางนี้แล้วนะ!”ลู่ชิงหรูจึงเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ใบหน้าราบเรียบไร้รอยค้านแล้วบัดนี้“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ข้าจะรับหน้าที่นี้เพิ่มอีกหนึ่งอย่าง รบกวนคุณชายหยวนเขียนสัญญามาด้วย”นางยังไม่ทันได้ถอนหายใจให้เต็มอึด เฉินปิงที่ยืนอยู่เงียบ ๆ ก็ได้รับคำสั่งทันที เขาเขียนสัญญาตามที่คุยกันและให้นางและหยวนเหวินซีลงนามเรียบร้อยแล้วและทันใดนั้นเสียงราบเรียบของชายป่วยก็ดังขึ้นแทบจะทันที“เฉินปิง เจ้าออกไปตรวจบัญชีที่คั่งค้างเสีย... เรื่องรับใช้ข้าในตอนนี้ปล่อยให้เป็นของบ่าวรับใช้คนใหม่เถอะ”“ขอรับคุณชาย”พ่อบ้านชราแม้จะนิ่ง แต่แววตาเหมือนจะสะท้อนความลังเลบางอย่างอยู่ลึก ๆ กระนั้นก็ยังโค้งคำนับและก้าวออกไปจากห้องไปอย่างไม่อาจสอบถามหรือคัดค้านได้เหลือเพียงเขาและนาง ที่แม้ต่อหน้าล
บทที่ 29คะแนนน้อยที่สุดเท่าที่นางเคยได้มาเมื่อนางเดินพ้นห้องนอนของเจ้าของคฤหาสน์มามุ่งตรงหยิบของและเร่งฝีเท้ากลับเขาจะป่วยกันสักเท่าไหร่กัน ข้อเรียกร้องให้ทำอาหารสามมื้อนี้ย่อมต้องทำให้นางออกจากภัตตาคารแน่ ระหว่างนี้ชิงหรูคิดว่านางจะต้องรีบทำคะแนนแล้วก็เรียกเงินค่าตอบแทนเข้าเยอะ ๆ‘เรื่องออกจากภัตตาคาร นั่นไม่ใช่เป้าหมายของเจ้าอยู่แล้วนี่ เจ้าอยากเปิดฟังก์ชันห้องครัวยุโรปไม่ใช่หรือ? ครัวในภัตตาคารนั่นแค่ครัวไม้ ควันโขมง มีดก็บิ่น วัตถุดิบก็ธรรมดา! อย่านำมาเปรียบเลย’เจ้าระบบตอนนี้เหมือนถูกคะแนนความพอใจที่มาทีละมาก ๆ จากคุณชายหยวนจอมเรื่องมากบดบังสายตาเสียแล้ว เอะอะอะไรก็ส่งเสริมให้นางเลือกฝั่งนี้เสมอชิงหรูถอนหายใจยาว แต่นางก็ต้องยอมรับว่าอีกฝ่ายพูดมีเหตุผล การแลกนี้ย่อมคุ้มกับสิ่งที่เสียไป...ชิงหรูเดินกลับมาถึงบ้านแล้ว เสียงประตูไม้ถูกผลักเปิดออกเบา ๆ ในยามบ่ายที่เงียบสงัด เงาของนางทอดยาวบนพื้นดินข้างเรือน บ้านเปิดอยู่แสดงว่าทุกคนอยู่ในบ้านไม่ได้ออกไปตามหานาง ซึ่งก็ดีแล้วทันทีที่นางก้าวเข้ามาในลานบ้าน เงาร่างเล็ก ๆ ก็วิ่งพรวดออกมาจากบ้านก่อนจะกระโจนเข้าสู่อ้อมกอดของนางอย่างแน่นห
บทที่ 28ใช้เล่ห์มาก็ใช้กลับลู่ชิงหรูกอดเข่าบนกองฟางอันเย็นชื้นหลังพิงกำแพงหินเย็นเฉียบ แสงตะเกียงด้านนอกส่องผ่านซี่ลูกกรงเป็นเงาทอดยาวบนพื้น นางไม่ได้หลับตลอดคืน ไม่ได้ใช่เพราะหวาดหวั่นใดใดนางนอนไม่หลับเพราะเป็นห่วงคนที่บ้านว่าจะเป็นห่วงนางแค่ไหนต่างหาก ตอนนี้น่าจะขึ้นเช้าวันใหม่แล้วหากพวกเขาพบว่านางยังไม่กลับบ้าน คงร้อนใจจนไม่เป็นอันกินอันนอนนางถอนหายใจเงียบ ๆ พับแขนแนบอกแล้วเอนหัวกับผนังเย็นเฉียบ แม้ในใจจะกังวลถึงครอบครัว แต่สีหน้ากลับนิ่งสนิทไม่แสดงความอ่อนแอใด นางมีนิสัยเก็บอารมณ์เก่งนี้ติดตัวมานานแล้ว...และเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นในความเงียบของคุกใต้ดินบานประตูเหล็กเปิดออก เผยให้เห็นเงาร่างขององครักษ์ชุดดำผู้หนึ่งที่นางจำได้ดี เขาไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงเอ่ยเสียงราบเรียบ“พ่อบ้านเฉินให้มาปล่อยตัวแม่นาง...”ลู่ชิงหรูลุกขึ้น สบตากับชายผู้นั้นครู่หนึ่งก่อนจะเดินตามออกไปโดยไม่เอ่ยถามใด ไม่แสดงความประหลาดใจหรือดีใจเลยแม้แต่น้อย เป็นเขาเองที่มีสีหน้าประหลาดใจกับสภาพของนางเหตุใดสตรีอายุน้อยนางหนึ่งถึงไร้ท่าทีหรือสีหน้าอย่างคนที่ถูกขังในคุกมืดไม่เห็นเดือนเห็นตะวันเช่นนี้...เมื่อพ้นจากค







