FAZER LOGIN‘แค่ก้าวแรกก็ถูกไล่เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว ให้ข้าเดาไหมล่ะว่าเขาเรื่องมากระดับไหน’
เสียงเจ้าอิ๋นอิ๋นดังแว่วขึ้นในหัวด้วยน้ำเสียงติดขำเชิงหยอกเย้าเจ้านาย
‘อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ไล่ข้ากลับตั้งแต่แรก ถือว่ายังพอมีโอกาสอยู่บ้าง’ ลู่ชิงหรูตอบในใจ
นางได้รับชุดบ่าวของสตรีมา เมื่อเปลี่ยนเป็นชุดผ้าฝ้ายสะอาดของคฤหาสน์ นางก็อดไม่ได้ที่จะลูบแขนเสื้อเบา ๆ
“แม้แต่ชุดบ่าวก็ยังดูดีกว่าที่บ้านข้าเสียอีก…”
นางพึมพำขณะจัดชายเสื้อให้เรียบร้อยเดี๋ยวจะถูกไล่ออกมาอีกทีได้ จากนั้นจึงรีบกลับไปยังห้องรับรองเดิมที่เจ้าบุรุษจอมเย็นชารออยู่
เมื่อก้าวเข้าไปในห้อง หยวนเหวินซีกำลังนั่งหลังตรงอยู่ที่โต๊ะ ชายหนุ่มเพียงปรายตามองนางทีหนึ่ง ก่อนจะหันสายตากลับไปยังอาหารที่จัดวางเรียงตรงหน้าที่เพิ่งเอาออกจากกล่องไม้ แววตาเขายังนิ่ง แต่คล้ายแฝงความแปลกใจเมื่อเห็นรูปลักษณ์อาหารที่ไม่คุ้นตา
บ่าวส่วนตัวที่ยืนข้างนายรีบเอ่ยเตือนเสียงเข้มเมื่อเห็นว่าชิงหรูกำลังเข้ามาใกล้เกินว่าควรแล้ว
“แม่นางไม่ต้องเข้าใกล้ เพียงวางไว้แล้วออกมายืนนิ่ง ๆก็พอ คุณชายไม่ชอบให้ใครจุกจิกกับมื้ออาหารขอรับ”
ยังไม่ทันที่ลู่ชิงหรูจะก้าวถอย เสียงของหยวนเหวินซีก็ดังแทรกขึ้น เรียบเฉียบจนบ่าวคนสนิทต้องชะงักไปทันใด
“ปล่อยให้เขาทำสิ่งที่ควรเถอะ”
เป็นคำพูดง่าย ๆ แต่กลับแฝงอำนาจมากพอให้ทุกคนในห้องเงียบลง ลู่ชิงหรูสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะก้าวเข้าไปช้า ๆ แล้วเริ่มแนะนำอาหารแต่ละจานด้วยน้ำเสียงสงบมั่นคง
“ข้าวปั้นปลาย่างสมุนไพร ปั้นด้วยข้าวร้อน ๆ คลุกงาคั่วและน้ำมันงา ด้านบนคือปลาย่างลมควันแบบแห้งหั่นบาง คลุกเครื่องเทศกลิ่นหอมอ่อน ๆ ผสมซีอิ๊ว เห็ดหอมและเหล้าจีน... หากท่านจะเริ่มจากจานนี้ จะได้กลิ่นรมควันค่อย ๆ แทรกขึ้นในลำคอจะช่วยให้อยากอาหารมากขึ้น...”
หยวนเหวินซีไม่พูดอะไรเพียงฟังนิ่ง ๆ แต่หยิบข้าวปั้นขึ้นมาอย่างสงบนิ่ง กัดและเคี้ยวคำแรก สีหน้าไม่เปลี่ยนแต่อย่างใด
ติ๊ง! ได้รับคะแนนความพอใจ: +200
อิ๋นอิ๋นแทบจะระเบิดเสียงร้องยินดีในหัวจนชิงหรูเกือบเก็บอาการไม่ไหว
‘สองร้อย! พระเจ้า เพียงซูชิหน้าปลาย่างเขาก็พอใจถึงเพียงนั้นแล้ว!?’
ลู่ชิงหรูกลั้นยิ้ม ในใจตะโกนดีใจกับความฝันที่นางจะได้ใช้ครัวยุโรปภายในระบบเสียที
หยวนเหวินซียังคงกินอาหารอย่างเงียบงันแต่ต่อเนื่อง ทุกคำของเขาส่งผลต่อคะแนนในระบบ บ้างเพิ่มหลักสิบ บ้างร้อยต้น ๆ แต่นางก็จดจำได้หมดว่าเขาชอบรสใดเป็นพิเศษ
จนกระทั่ง...เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตากับนางอย่างจัง ลู่ชิงหรูก็เพิ่งรู้ตัวว่าเผลอมองเขาไม่ละสายตาไปพักใหญ่แล้ว
นางรีบเบนหน้าไปอีกทางทันที แต่ก็นั่นแหละไม่ทันเสียแล้ว...
“เจ้ามีอะไรจะพูดหรือ?”
น้ำเสียงของเขาทำให้นางสะดุ้งเล็กน้อยอย่างคนร้อนตัว พอคิดไม่ทันสิ่งที่พูดออกไปจึงเป็นความคิดที่นางวนคิดไปคิดมาเฝ้าฝันโดยไม่รู้ตัว
“ท่านต้องการพ่อครัวเพิ่มบ้างหรืไม่? อุ๊บ..”
คำพูดหลุดออกจากปากก่อนที่นางจะทันกลั่นกรองปิดปากไปก็ไม่ทันเสียแล้ว ลู่ชิงหรูแทบอยากเอากระบวยเคาะปากตัวเองให้ได้สติขึ้นมา
จากคำพูดหลุดปากของนางทำให้หยวนเหวินซีเงียบไปครู่หนึ่ง
“กลับไปได้แล้ว”
เขาเอ่ยเรียบ ๆ โดยไม่แสดงสีหน้าใด ๆนอกจากเดิมอีก อย่างน้อยก็ดีที่เขาไม่เอ่ยดูถูกหรือสมน้ำหน้านาง แม้ไม่ได้เอ่ยปฏิเสธตึความเงียบนี้ก็เป็นตัวเทนคำตอบแล้วนั่นล่ะ
ลู่ชิงหรูรีบโค้งตัวก่อนจะหมุนกายออกไปตามพวกบ่าวที่ถือถาดที่มีจานชามว่างเปล่าออกไป
ทว่านางยังเดินไม่ทันพ้นประตู เสียงของเขาก็ดังตามมาอย่างไม่คาดคิด
“ข้ามีพ่อครัวแล้ว... แต่ยังไม่มีแม่ครัว...”
ชิงหรูชะงักไปหันมองเขาเพียงวูบเดียวก่อนจะเดินต่อ ใจเต้นโครมครามเสียจนระบบต้องแซวไม่ขาดปาก
เมื่อเดินมาถึงหน้าคฤหาสน์ นางก็เอ่ยถามบ่าวคนสนิทของหยวนเหวินซีเดินตามมาส่ง
“เช่นนั้นข้า… ได้รับการว่าจ้างแล้วหรือไม่?”
บ่าวคนนั้นนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงประหลาดใจและสงสัยไม่ต่างกัน
“เรื่องนั้น...ข้าก็ไม่อาจตอบแทนคุณชายได้ คงต้องรอรับคำสั่งอีกครั้ง แล้วจะรีบไปแจ้งแม่นางที่ภัตตาคาร”
แม้จะยังไม่แน่ชัด แต่แววตาของลู่ชิงหรูกลับมีประกายขึ้นมาแล้ว ในหัวของนางขณะนี้มีเพียงคำว่าครัวยุโรป ๆ
หากได้ทำอาหารให้เขากินบ่อย ๆ เช่นนี้ อาจได้คะแนนพอเปิดห้องครัวยุโรปในระบบก่อนฤดูหนาวมาถึงเสียแล้ว
นางจะไม่ยอมปล่อยโอกาสเกาะขาทองคำนี้ให้หลุดมือเป็นอันขาด!
นางกลับไปทำงานต่อตกเย็นก็จัดการงานที่ภัตตาคารจนเสร็จเรียบร้อย ลู่ชิงหรูก็ล้างมือ ก่อนจะถอดผ้ากันเปื้อนแล้วออกจากโรงครัวทางข้างหลังร้าน เสี่ยวเอ้อที่รู้จักกันดีต่างโบกมือส่งนางด้วยใบหน้าเป็นมิตร ชิงหรูก็พยักหน้ารับเบา ๆ ให้อย่างเช่นทุกวัน
ยามเย็นในเมืองเฟิ่งเซียงยังคงคึกคัก ผู้คนทยอยกลับบ้านหลังจากทำมาหากินกันทั้งวัน แสงอาทิตย์คล้อยต่ำจนเฉดทองเรื่อกลายเป็นแดงอมส้ม แสงตะวันสาดกระทบผิวน้ำในลำคลองแวววาว สะท้อนแผ่นไม้ของสะพานที่นางเดินผ่านเป็นเงาทอดยาว
การเดินทางกลับหมู่บ้านย่อมเงียบกว่าในเมือง ถนนแคบคดเคี้ยวค่อย ๆ ลัดเข้าสู่แนวไร่นา มีกลิ่นดิน กลิ่นฟางแห้ง และเสียงแมลงยามเย็นดังคลอเคลียไปกับเสียงฝีเท้าของนาง กลิ่นควันจากเตาฟืนของบ้านเรือนประปรายยิ่งทำให้หัวใจรู้สึกวาบวาบ เหมือนถูกดึงเข้าสู่อ้อมอกของความคุ้นเคยที่เจือด้วยความเหนื่อยล้าของวัน
แต่เมื่อเท้าก้าวพ้นแนวไม้หน้าบ้านของตน...ความเงียบงันก็จู่โจมเข้ามา
แปลก...
หน้าบ้านว่างเปล่า ไม่มีเสียงเจื้อยแจ้วของลู่เทียนหรง ไม่มีแม้กระทั่งเงาของป้าเจาที่มักจะออกมารดน้ำผักที่ข้างบ้าน ยิ่งก้าวเข้าไปก็ยิ่งรู้สึกว่าบ้านเย็นชืดเงียบงันผิดปกติ
ชิงหรูวางห่อผ้ากับของใช้ที่เพิ่งซื้อมาไว้บนโต๊ะอย่างลวก ๆ แล้วรีบเดินไล่หาทุกห้อง เริ่มจากห้องของตน ต่อด้วยห้องนอนมารดา...ว่างเปล่าเช่นกัน
“ท่านแม่...?” นางเรียกเบา ๆ แล้วเสียงก็สะท้อนกลับมาแต่ไร้การตอบรับใดใด
หัวใจของชิงหรูเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ
มารดาของร่างเดิม ไม่ใช่คนแข็งแรง ไม่เคยออกไปไหนหากไม่จำเป็น แล้วยังเทียนหรงกับป้าเจาล่ะ?
...ทุกคนหายไปไหนหมด?
ในจังหวะที่นางกำลังจะวิ่งออกจากบ้าน เสียงของหญิงชราข้างบ้านก็ดังขึ้น
“แม่นางลู่ เจ้าเพิ่งกลับมาใช่ไหม?”
หญิงชราเดินหลังงุ้มมาจากบ้านฝั่งตรงข้าม ใบหน้าเปื้อนเหงื่อเต็มไปด้วยความห่วงใย
“ใช่แล้ว พวกเขาไม่อยู่บ้าน ท่านป้าทราบหรือไม่ว่าพวกเขาไปที่ใด?”
ชิงหรูรีบถาม สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดอย่างห้ามไม่อยู่ มาชาตินี้นางถือว่าพวกเขาคือคนในครอบคัวของนาง
หญิงชราผ่อนหายใจยาวทันใด
“สามีนางหูน่ะสิ...เขากลับมาจากล่าสัตว์เมื่อวานกลางคืน เพิ่งรู้เรื่องที่ลูกเมียตัวเองโดนรังแก เห็นทีจะโกรธจัด เมื่อครู่ข้าเห็นเขาลากพวกเจ้าไปทางบ้านผู้ใหญ่บ้านน่ะ ดูน่าจะเอาเรื่องไม่น้อย...”
ยังไม่ทันจบคำ ชิงหรูก็รีบหันหลังกลับ หัวใจของนางบีบแน่นทันควัน
เสียงฝีเท้าของนางดังสะท้อนในหัวใจ คล้ายกลองเตือนภัยที่ตีดังไม่หยุด ความมืดของค่ำคืนค่อย ๆ คลี่ตัวลงจากฟากฟ้า แต่ลู่ชิงหรูไม่สน ไม่แม้แต่จะเหลือบตามองทิวทัศน์ยามเย็นที่เคยน่ารื่นรมย์สำหรับใครหลายคน
นางต้องไปให้ถึงบ้านผู้ใหญ่บ้านก่อนที่จะสายเกินไป...
บทที่ 64ขนมเป็นเหตุตำหนักชิงหลงเงียบงันเช่นทุกคราแต่ที่ต่างออกไปคงกลิ่นหอมของผลไม้จาง ๆ ที่ลอยโชยเข้ามาพร้อมเสียงฝีเท้าขันทีที่ก้าวเข้ามาอย่างระมัดระวังกล่องไม้เนื้อดีผูกเชือกอย่างดีถูกวางลงบนโต๊ะไม้จันทน์ เฉินกงกงขยับเข้าใกล้ เอ่ยรายงานเสียงเบา“เป็นขนมมาจากตำหนักเฉินหลงพ่ะย่ะค่ะ องค์ชายรองทรงรับสั่งให้ส่งมาถวายพระองค์… พร้อมอีกส่วนหนึ่งส่งไปตำหนักของฮองเฮา”ฉู่เหวินซีไม่เอ่ยถามใด ดวงตาสีนิลจับอยู่ที่กล่องนั้นนิ่ง ๆ ไม่ใช่เพราะสนใจขนมที่ใครส่งมาแต่เป็นเพราะกลิ่นที่ลอยโชยออกมามันคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดต่างหาก เขายื่นมือไปคลายเชือกไหมช้า ๆ ฝาเปิดออก กลิ่นหอมละมุนของผลไม้สุกก็ลอยแตะปลายจมูกทันทีปลายนิ้วของเขาชะงักทันใด ขนมหน้าตาเช่นนี้ ประหลาดแต่เขาเคยเห็นมาก่อน เพียงแต่ต่างออกไปแค่น้ำราดข้างบนเท่านั้น แต่แก่นแท้ดูแล้วไม่ต่างออกไปจากสิ่งที่เขาคิดแน่นอนว่าขนมตรงหน้าไม่ใช่ใครที่ไหนจะทำได้!“เตรียมเสื้อคลุม”เฉินกงกงสะดุ้งเงยหน้าขึ้นมองเจ้านายทันใด “พระองค์จะเสด็จออกไปยามนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ?”คำถามไม่ได้รับคำตอบ ฉู่เหวินซีเพียงก้าวออกจากตำหนักชิงหลงด้วยจังหวะการเดินไม่ช้าแต่ก็ไม่เร็วให้ใค
บทที่ 63ให้ส่งไปของตำหนักของพี่ใหญ่ด้วยลู่ชิงหรูก้าวเข้าสู่ครัวของตำหนักองค์ชายรอง สถานที่ซึ่งแม้เรียกว่าครัว แต่กลับกว้างขวางสะอาดสะอ้านจนนึกว่าเป็นห้องรับรองชั้นดีอีกห้องหนึ่ง เครื่องครัวเรียงรายครบถ้วนจนน่าอิจฉา กระเบื้องเคลือบพื้นหินเย็นจับฝ่าเท้าอาฮวาเดินตามหลังมาอย่างเงียบเชียบ เมื่อครู่ก็เพียงช่วยจัดเตรียมผ้ากันเปื้อนให้นางพ่อครัวหลวงสามคนที่ประจำครัวต่างจ้องนางด้วยสีหน้าสงบแต่มีคำถามในแววตา พวกเขาอาจไม่กล้าแสดงออกชัดเจน แต่ดูจากกิริยาก็รู้ว่ารู้สึกเหมือนโดนล้ำเขตอาชีพชิงหรูมองไปรอบห้อง ก่อนจะแสร้งยิ้มอย่างครุ่นคิด“ข้าจะทำขนมโดยใช้ลูกพลับสุกที่ต้องคัดเฉพาะจากต้นลูกโตเปลือกบาง สีแดงเข้ม มีไหมเจ้าคะ? และสาลี่น้ำผึ้งรสหวาน แต่ขอที่ผิวนุ่มเล็กน้อยนะเจ้าคะ...อ้อ ถ้ามีผลไม้เปรี้ยวหวานอย่างอื่นด้วยก็จะดีมาก”พ่อครัวใหญ่ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ของพวกนี้มิได้เตรียมไว้ครบขอรับ ต้องไปเลือกที่คลัง”“เช่นนั้นก็ขอรบกวนท่านช่วยดูให้หน่อยเถิดเจ้าค่ะ” ลู่ชิงหรูกล่าวพร้อมรอยยิ้มจริงใจและท่าทีนอบน้อมพ่อครัวหลวงทั้งสามสบตากันก่อนจะพยักหน้าอย่างมิอาจปฏิเสธ แล้วรีบออกไปทันทีเมื่อประตูครัวปิดลง ควา
บทที่ 62สะพานเชื่อมไปยังอำนาจหลายวันก่อน มีนางกำนัลของตำหนักเฉินหลงมามอบจดหมายถึงมือของบ่าวชิงหรู บอกว่าองค์ชายรองมีความประสงค์ให้นางไปพบที่พระตำหนัก มิได้ระบุเหตุผลชัดเจนอาฮวาเองก็อดถามขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูใหญ่เจ้าคะ…วันนี้ท่านจะไปวังจริงหรือเจ้าคะ? หากฮูหยินรองไม่ยินดี…”“ฮวา” ลู่ชิงหรูเอ่ยเรียบ ๆ ดวงตาฉายแววเยียบเย็น “ข้าก็ไม่อาจขัดพระประสงค์ขององค์ชายรองได้เช่นกัน เจ้าคิดว่าระหว่างคำสั่งเวินซื่อกับองค์ชายในวัง…ข้าควรเลือกฟังผู้ใด?”อาฮวาก้มหน้า “บ่าวไม่กล้าคิดเพคะ”“เพียงแต่…” ลู่ชิงหรูวางเสียงราบเรียบ “ข้าคิดว่าวันนี้นางคงไม่ปล่อยให้ข้าไปเพียงลำพัง เสวี่ยเอ๋อร์…คงจะตามไปด้วยแน่นอน”คำคาดการณ์นั้นแม่นยิ่งกว่าคำทำนายใดเมื่อแต่งตัวเสร็จแล้ว ชิงหรูออกมายืนรอหน้าจวนเพียงครู่ รถม้าประดับตราเฉินหลงขององค์ชายรองก็มาหยุดอยู่หน้าประตูอย่างเด่นตระหง่าน บ่าวข้างจวนและชาวบ้านละแวกนั้นต่างแอบมามุงดูเหตุการณ์อยู่ไม่ไกลนัก บ้างก็ซุบซิบ บ้างก็แย้มยิ้มแต่เงี่ยหูรอคอยและไม่นานนัก เวินซื่อก็ค่อย ๆ พยุงเสวี่ยเอ๋อร์ในชุดผ้าไหมสีชมพูอ่อนปักลายกวางชมดอกเหมย ออกมาหน้าจวนอย่างถนุถนอม ราวกับกลัวบุตรสาว
บทที่ 61นางมีนัดกับองค์ชายรองยามค่ำคืนในตำหนักชิงหลงสงบเงียบจนได้ยินแม้แต่เสียงสายลมพัดกิ่งไผ่กระทบกันเบา ๆ เงาไฟจากตะเกียงน้ำมันสะท้อนเคลื่อนไหวอยู่บนผนังหินสีดำ พระพักตร์ขององค์ชายใหญ่แลดูไร้อารมณ์ ขณะถอดเสื้อนอกออกอย่างเชื่องช้า ดวงตาสีนิลของเขากลับไม่อยู่กับเนื้อกับตัวคุณหนูจากสกุลลู่…หญิงสาวที่ปรากฏตัวแทนยังสถานที่นัดในวันนี้...ไม่ใช่นางคนนั้นภาพของหญิงสาวในชุดเรียบง่ายที่เคยก้มหน้าก้มตารอเขากินอาหารตอนเขาพักอยู่ที่เมืองเฟิ่งเซียนยังแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำ สีหน้าระรื่นหยาดเยิ้มของคุณหนูจากสกุลลู่ในวันนี้ขัดแย้งกับความสุขุมลึกของแววตาของนางยังแจ่มชัดในสายตาเขาเขาเอื้อมมือหยิบกล่องขนมที่ถูกส่งมาจากจวนลู่ซึ่งยังวางอยู่บนโต๊ะ เปิดฝาแล้วจ้องมองขนมถั่วสลักรูปเหยี่ยวบน รูปร่างและลายเส้น...เหมือนป้ายหยกของเขาไม่มีผิดเพี้ยน“แล้วนางรู้ได้อย่างไร...” เสียงต่ำของเขาดังขึ้นแผ่วเบาในห้องเงียบงันไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะรู้ตราประจำตัวของเขาในฐานะผู้นำองค์กรเงาในเมืองเฟิ่งเซียน นอกจากผู้เคยอยู่ใกล้ชิดเขาตอนอยู่เมืองเฟิ่งเซียนแล้วจะมีใครไหนรู้อีกเล่าเขาหรี่ตา แววตาเย็นเยียบ“เฉินอัน” เขาเอ่ยเร
บทที่ 60เจ้าติดหนี้ข้าหนึ่งครั้งเมื่อบทสนทนาในห้องทำงานจบลง ลู่ชิงหรูก็ค้อมกายขอตัวออกมาอย่างนอบน้อม นางเดินออกจากห้องไปโดยมีอาฮวาเดินตามเงียบ ๆฝีเท้าของนางช้ากว่าปกติเพราะรออะไรบางอย่างอยู่‘เจ้าวางเหยื่อล่อ กระตุกความรู้สึกคนได้ชำนาญนัก’ดวงตานิ่งราบของลู่ชิงหรูกะพริบช้ายิ้มรับคำชมของหยางอิ๋นแล้วแล้วในจังหวะที่กำลังจะเลี้ยงออกจากเขตของเรือนหลักแล้วนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหลัง“คุณหนูลู่”ลู่ชิงหรูหยุดฝีเท้าก่อนหันกลับมาอย่างเชื่องช้าฉู่เหวินซานยืนอยู่ไม่ไกล ใบหน้าสงบ สายตาทอดมองมาอย่างเรียบเรื่อย แต่ในแววตากลับเหมือนมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่“องค์ชายรองมีเรื่องอันใดให้หม่อมฉันรับใช้หรือเพคะ?”“ข้ามาเยี่ยมจวนคราวนี้ยังไม่ได้ชมเหล่าดอกท้อที่กำลังบานเลย พาข้าเดินชมสวนหน่อยสิ”เขาเอ่ยเหมือนพูดเรื่องธรรมดาทั้งที่ในยุคนี้พบปะของบุรุษสตรีพบไม่บ่อยนักลู่ชิงหรูยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยก่อนจะย่อคำนับ “หม่อมฉันยินดีเพคะ”เมื่อหันไปส่งสัญญาณให้อาฮวา อาฮวาก็เข้าใจถอยห่างไปพร้อมบ่าวคนอื่น ทิ้งให้ทั้งสองเดินเคียงกันในสวนที่ยังไม่เห็นดอกไม้บานสะพรั่งอย่างที่อีกคนเอ่ยอ้างก่อนหน้าสักนิดเดินเงียบมาพ
บทที่ 59คะแนนความพอใจหลักร้อยมาอีกแล้วสายตาของฉู่เหวินซานจับจ้องอยู่ที่ชิงหรูอย่างไม่ปิดบัง...ไม่ใช่เพราะเครื่องแต่งกาย ไม่ใช่เพราะความงามเหนือกว่าสตรีใดที่เขาเคยเจอ แต่เพราะบางอย่างในดวงตานิ่งลึกคู่นั้นที่ดูคล้าย...ไม่ยินดียินร้ายต่อการมีอยู่ของเขาเท่าที่ควรต่างหากใต้เท้าลู่กระแอมเบา ๆ ขัดบุตรสาวที่เขาเองก็เพิ่งใกล้ชิดคราแรกอย่างพยายามแสดงออกว่าไม่ได้ห่างเหินกันต่อหน้าคนนอก แม้จะประหลาดใจว่าเหตุใดบุตรสาวคนโตถึงมาหาเขาในวันที่มีแขกพอดีแต่ก็ต้องรับสถานการณ์ตรงหน้าก่อนจึงปัดความสงสัยทิ้งไปชั่วคราวก่อน“ไหน ๆ ก็มาถึงแล้ว นั่งลงก่อน เจ้านำขนมอะไรมาด้วยหรือ?”ลู่ชิงหรูยิ้มรับอย่างยินดีก่อนพยักหน้าเบา ๆ ให้ฮวาวางขนมในถาดลงบนโต๊ะที่คั่นระหว่างบุรุษในห้องทั้งสองก่อนสีไข่น่าจะนุ่มส่งกลิ่นหอมชวนให้น้ำลายสอทันใด“ข้าเพิ่งลองทำขนมสูตรใหม่เจ้าค่ะ ...คิดว่าอยากให้ท่านพ่อได้ลองชิม...”“ไม่รู้ว่าเจ้าก็ทำขนมเป็นด้วย มันคือขนมอันใดเหตุข้าไม่เคยเห็นมาก่อน...”ลู่ไห่เทียนเลื่อนขนมจานหนึ่งให้ไปอยู่ตรงหน้าของผู้มีศักดิ์สูงกว่า ก่อนจะเงยหน้าถามบุตรสาวของตน“เป็นขนมเนื้อนุ่มรสเกาลัดเจ้าค่ะ”“กลิ่นหอมอีกท
บทที่ 30พวกเขาทั้งสองต่างไม่มีทางถอยทั้งคู่เช่นนั้น ชิงหรูก็ตัดสินใจได้แล้ว! นางถอนหายใจยาวเหยียดในใจ ‘หากเขาหลับเจ้าว่า ข้าจะแอบถีบเขาให้ตกเตียงสักหน่อยดีไหม’หยางอิ๋นรีบเอ่ยเสียงรีบร้อนห้ามทันใด “นายท่านโปรดคิดถึงฟังก์ชันครัวยุโรป วัตถุดิบจากทั่วหล้า... โอ้... เบคอน...ชีส...เจ้าไม่มีหนทางอื่นที
บทที่ 28ใช้เล่ห์มาก็ใช้กลับลู่ชิงหรูกอดเข่าบนกองฟางอันเย็นชื้นหลังพิงกำแพงหินเย็นเฉียบ แสงตะเกียงด้านนอกส่องผ่านซี่ลูกกรงเป็นเงาทอดยาวบนพื้น นางไม่ได้หลับตลอดคืน ไม่ได้ใช่เพราะหวาดหวั่นใดใดนางนอนไม่หลับเพราะเป็นห่วงคนที่บ้านว่าจะเป็นห่วงนางแค่ไหนต่างหาก ตอนนี้น่าจะขึ้นเช้าวันใหม่แล้วหากพวกเขาพบว
บทที่ 27นักฆ่าเดนตายเสียงฝีเท้าหนักแน่นสะท้อนผ่านความเงียบสงัดของคุกใต้ดินในยามค่ำคืน ลู่ชิงหรูที่นั่งสงบนิ่งอยู่ภายในห้องขังลืมตาขึ้นช้า ๆ แววตาคมดั่งมีดปลายแหลมเหลือบไปยังประตูเหล็กที่เปิดออกพร้อมร่างสูงของพ่อบ้านเฉินปิ่งย่างกรายเข้ามาแสงตะเกียงในมือเขาสาดผ่านบานเหล็กเผยให้เห็นแววตาที่เคยมั่นค
บทที่ 26นางถูกจับไปขังในคุกใต้ดิน“แม่นางลู่ ขออภัยที่ต้องรบกวนยามวิกาลเช่นนี้ ข้าจำต้องให้คนไปเชิญเจ้า เพราะข้าอยากรบกวนให้เจ้าช่วยทำอาหาร...สำหรับผู้ป่วยหน่อย”ลู่ชิงหรูได้ฟังคำขอ พอจะเดาได้ทันที...คุณชายหยวนป่วยอย่างนั้นหรือ? เมื่อบ่ายจึงไม่ได้ให้นางมาทำงานนางเพียงคิดเงียบ ๆ แต่ไม่ได้เอ่ยถามอ







