Share

ฟื้นคืน

last update Tanggal publikasi: 2025-04-19 13:41:54

สายลมเหน็บหนาวพาพัดคืนค่ำพรำลมฝน ความมืดยามวิกาลคืบคลานบดบังผืนฟ้าจวบจนจันทรามิอาจยลเห็น สายฝนฉ่ำเย็นรัตติกาลพาลพาผู้คนรู้สึกถึงลางร้ายดุจภูตพรายแห่งความตายวนเวียน

ใต้เฉลียงโคมส่องแสงกระทบเงาเท้าผู้คนเดินเข้าออกกระสับกระส่าย เสียงระงมวุ่นวาย

“เป็นอย่างไร” ชายชราถามเสียงเหี้ยม ทำทีว่าหากคำตอบมิได้ดั่งใจก็จะฆ่าฟัน ทำให้เหล่าแพทย์นักปรุงโอสถทั้งหลายหลบตากันจ้าละหวั่น เสียงหัวเข่ากระแทกพื้นไม้ดังขึ้น

“ท่านผู้เฒ่าเซียว นะ นี่.. . คุณหนูใหญ่ยังเล็กนัก เดิมที่ร่างกายก็อ่อนแออยู่แล้ว ครานี้ตกน้ำไปแม้จะยื้อลมหายใจคืนมาได้ แต่ชีพจรกลับแผ่วนัก หากใช้ยาแรงเกินไปก็เกรงว่าจะกระทบรากพรสวรรค์ ทว่าผ่านมากหลายชั่วยามคุณหนูใหญ่กลับไม่ฟื้นขึ้นมา หากไม่ใช้ยาแรงกว่านี้ผู้น้อยเกรงว่า.. .”

คำพูดต่อไปไม่ต้องให้พวกเขาพูดต่ออตีดผู้นำตระกูลเซียวก็เดาได้

นายท่านผู้เฒ่าได้แต่ถอนใจด้วยความกลัดกลุ่มกังวล รากพรสวรรค์ในการฝึกตนของผู้คนมักแบ่งบานในช่วงวัยเจ็ดขวบ ร่างกายของหลานสาวตนเดิมที่ก็ไม่สู้ดีมาโดยตลอด สำหรับโลกแห่งการกระทบรากพรสวรรค์หมายถึงสิ่งใด ในฐานะผู้อาวุโสตระกูลใหญ่ในโลกแห่งการบำเพ็ญ เซียวอี้จงย่อมรู้ดีกว่าใคร

อย่างไรนี่ก็เป็นหลานสาวเพียงคนเดียวที่นางทิ้งไว้ให้ ท่านผู้เฒ่าเซียวไม่อาจทนเห็นเซียวลี่อิงเป็นอะไรไปได้จริงๆ เปลือกตาเหี่ยวย่นดุจเปลือกไม้เก่าแก่ที่ข้ามผ่านการเวลาหลับตาลึก ก่อนตัดสินใจครั้งสุดท้าย “เช่นนั้นก็ใช้ยานั่น.. ..”

“ฟื้นแล้วเจ้าค่ะ ! ฟื้นแล้วเจ้าค่ะ นายท่าน ! ท่านหมอ คุณหนูฟื้นแล้วเจ้าค่ะ !” เสียงชาวใช้ดังขัดจังหวะ บรรดาหมอโอสถต่างอึ้งงัน

ผู้เฒ่าเซียวคล้ายรอนแรมทะเลทรายแล้วพบแหล่งน้ำอย่างกะทันหันพลันไม่รู้สึกว่าเป็นความจริงหรือไม่อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหัวเราะลั่นจากนั้นพลันตวาด “ฟื้นแล้วหรือ!? ฟื้นแล้วก็ดี! ฟื้นแล้วก็ดี! หลานตา หมอโอสถปากอีกาพวกเจ้ายังนิ่งอยู่ทำอะไร! ไฉนไม่รีบไปดูหลานข้าอีก!”

หน้าผากชื้นเหงื่อไข้ถูกมือเล็กๆ ของเด็กน้อยจับกุมความเวียนพร่า ศีรษะอึ่งอล แล่นปรี่ไปตามโสตประสาท นางสดับฟังเสียงผู้คนโกลาหลไม่รู้ความอย่างมึนงง

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร นับตั้งแต่ ‘นาง’ ตกลงตอบรับคำขอของระบบ ทำให้ ‘นาง’ ต้องไปฝึกฝนตนเองอยู่ในโลกเสมือนจริงที่ถูกสร้างขึ้นโดยระบบ

ในโลกเหล่านั้นนางต้องสวมบทบาทต่างๆ และเอาชีวิตรอดตลอดจนจำลองการช่วงชิงวาสนากับเหล่าตัวเอกตัวร้ายพร้อมทั้งตัวละครสมทบในโลกสารพัดรูปแบบ

การฝึกฝน ประสบการณ์ ความรู้สึกที่ ‘นาง’ ได้สัมผัสในสถานที่เหล่านั้นมันทั้งเจ็บปวดเหน็ดเหนื่อยและสมจริงเสียจนนางท้อใจ หลังผ่านไปหลายต่อหลายโลกจน ‘นาง’ แทบลืมว่าตนเองเป็นใคร

นางต้องคอยย้ำเตือนตนเองว่า ‘นาง’ คือเหมยลี่อิง ผู้ซึ่งวันหนึ่งจะต้องกลับมายังโลกของนางเผื่อกัดฟันทนจนผ่านพ้นมันมาให้ได้ จวบจนตอนนี้ ‘นาง’ ยังไม่อยากเชื่อว่านางได้กลับมายังโลกของ ‘นาง’ แล้ว ไม่ใช่เพียงโลกเสมือนที่หลังเสร็จสิ้นภารกิจก็จะสลายสูญหายเป็นฝุ่นขาวทุกคราวไป

“อิงเอ๋อ” ครู่หนึ่งนางก็ได้ยินเสียงใครบางคนที่อยู่ในความทรงจำอันห่างไกล

“ทะ..ท่านตา” เสียงอันเยาว์วัยแหบพร่า สำลักตอบกลับมากระท่อนกระแท่น

ร่างเล็กของเด็กหญิงไม่สนใจเสียงห้ามปรามของสาวใช้ พุ่งตัวเร็วจี๋ยิ่งกว่าลูกวิหคถลาลงจากเตียง เป็นภาพติดตาดุจลมหอบหนึ่ง

ผู้ชรารู้สึกเพียงหยดน้ำไหลย้อมสาบเสื้อของเขา ความอบอุ่นของร่างเล็กๆ นุ่มนิ่มในอกที่โถมเข้าสู่อ้อมกอดตนในชั่วอึดใจ

ดวงตาดอกท้อไร้เดียงสาราวลูกกวางเงยมองหน้า พร่ำเรียกร้องผู้อาวุโสกว่าจนใจอ่อนยวบ “ท่านตา ...ท่านตา ท่านตาเจ้าขา”

เสียงใสๆ อันอ่อนเยาว์พาให้ถูกสายตาถูกดึงดูดไปยังร่างของนาง

ยามคนยลใบหน้าหวานบริสุทธิ์ดุจจะหยดหยาดออกมาเป็นมธุรส ผิวพรรณผุดผาดสีระเรื่อคล้ายอิงเถาต้องแสงแดดวสันต์ฤดูมิแตกต่างจากสุคนธกำจาย กลิ่นอายอันใสสะอาดหมดจดทำให้ผู้ยลหลงใหลมิอาจละสายตา

บรรยากาศน่าอันหลงใหลแทบมอมเมาทำให้ผู้คนเมามายเคลิ้ม ไม่ว่าจะให้รับใช้หรือเหล่านักโอสถที่ติดตามมา ล้วนมิอาจทานทนอดเผลอไผลไ บางคนตั้งสติได้แทบมิอาจปักใจเชื่อว่ากลิ่นอายเกินบรรยายเช่นนี้จะออกมาจากเด็กหญิงวัยห้าขวบ

ประกอบกับเครื่องหน้าเล็กๆ งดงามจิ้มลิ้มดุจดอกตูมแย้มพรายยังมิเบ่งบานเต็มที่ของอีกฝ่าย มิแปลกใจที่ชายชราตระกูลเซียวจะประคบประงมหลานสาวคนนี้เสมือนแก้วตาดวงใจ หากพวกเขามีหลานสาวเช่นนี้ก็ล้วนประคองไว้ดุจมุขกลางฝ่ามือเช่นเดียวกัน

ความงามของแม่นางน้อยนี้ช่างอยู่เหนือผู้คน คล้ายเพื่อยลยามใบหน้าดวงน้อยพรายยิ้มหวานก็พาลอยากคว้าตะวันมาหยอกเย้านาง คราคราวดวงหน้าเล็กพรั่งพรูน้ำตาหยาดใสโศกเศร้าก็อยากคว้าเดือนคว้าดาวมาอุ่นโอ๋ปลุกปลอบให้นางเบิกบานใจ

เหล่านักปรุงโอสถชราที่มีประสบการณ์มากมายล้วนอดไม่ได้ที่จะถอดถอนใจ คนงามแต่เยาว์วัยเช่นนี้ มิรู้ว่ายามนางเติบใหญ่ขึ้นมาจะล่มบ้านล่มเมืองเองเพียงไหน หากคนงามเช่นนี้รอดชีวิตจนเติบใหญ่ได้ ไม่รู้จะก่อคลื่นลมอันใดบ้าง ไม่แคล้วเหล่าวีรบุรุษในภายภาคหน้าต้องพากันหลั่งโลหิตเพื่อพิชิตใจนาง

ชายชราเช่นพวกเขามีอายุอานามหลายร้อยปีมีคนงามแบบใดบ้างมิเคยพบเห็น มิว่าคนจะงามเพียงใดสุดท้ายหลงเหลือเพียงธุลีขาวในโกศ ยามฟังกลอนกวีพิพาทถึงสาวงามว่า จฉาจมวารี ปักษีตกนภา พวกตนยังเย้ยหยันว่าบทกลอนเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งลวงตาของคนหนุ่มมิอาจตระหนักสัจธรรม

มิคาดยามนี้กลับต้องสำลักน้ำลายตนเพราะมีแววว่าจะได้ยลเห็นสิ่งนี้จากเด็กหญิงที่กระทั่งยังไม่เติบใหญ่เป็นสาวผู้หนึ่งด้วยซ้ำ

“ฮึ่ม!” ตาแก่หลงหลานสาวคนที่ว่าแค่นเสียงเย็นเยียบ จนคนหนุ่มสาวที่หลงอยู่ในภวังค์พาหลบตากันพลันวัน ก่อนเอ่ยปลอบหลานสาวเสียงอ่อน

“อิงเอ๋อร์ อิงเอ๋อร์ ตาอยู่นี่แล้วไม่เป็นไรแล้วนะ อิงเอ๋อร์เจ็บตรงไหน ปวดที่ใด บอกตาดีหรือไม่ ตาจะได้ให้พวกเขารักษาให้เจ้า”

ก้อนแป้งผู้งดงามส่ายหน้าซบอกผู้เป็นตา ตอบเสียงสะอื้น “หลานไม่เจ็บปวดแล้วเจ้าค่ะ หลานเพียงฝันร้ายก็เท่านั้น”

เซียวข่ายจงปลอบหลานสาวระคนเวทนาเวทนา “ไม่เป็นไรแล้วๆ เด็กดี ฝันร้ายก็เป็นเพียงแค่ฝันร้ายเท่านั้นเอง”

เด็กหญิงเลิกสะอื้นไห้ ดวงตาแดงน่าสงสารแอบซ่อนนัยต์ตาลึกล้ำยิ่งกว่าห้วงสมุทร มืออวบป้อมจิกแขนเสื้อผุ้อาวุโสกว่าจนยับย่นกล่าวเสียงแผ่วเบาราวกระซิบ “เจ้าค่ะ ท่านตากล่าวได้ถูกต้อง ฝันร้ายก็เป็นเพียงฝันร้ายเท่านั้น”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ระบบเพิ่มพูนวาสนา บพิธมิสิ้นไร้วาสนาบุปผาตระการ   เรือนเหมยจรุง

    เหมยลี่อิงตื่นขึ้นมาอีกคราก็มองเห็นแต่เพดานไม้ รอบๆ กาย กลิ่นสมุนไพรฉุนกึกพวยพุ่งเข้าสู่โสตประสาทจนสมองนางแทบจะมึนเบลอ- “เจ้าฟื้นแล้วเหรอ” เป็นเสียงแหบห้าวของเด็กสาวนามว่าจินเกอ เหมยลี่อิงหันหน้าไปมองพบว่านางนอนอยู่เตียงข้างๆ กันนี่เอง เหมยลี่อิงค่อยยันตัวขึ้นกล้ามเนื้อทั่วร่างนางเหมือนถูกป่นจนแหลกแหละ แขนที่ค้ำยันกับเตียงเจ็บร้าวจนต้องสูดลมหายใจลึก ใช้เวลาปรับร่างกายสักพักนางจึงค่อยตั้งสติมองไปรอบๆ ได้ ในเรือนขนาดใหญ่เต็มไปด้วยเตียงมากมายวางเรียงราย บางมีสหายร่วมสอบที่คุ้นหน้าคุ้นตาอยู่บ้าง “ที่นี่คือ ?” “เรือนเหมยจรุง เป็นเรือนพยาบาลผู้ป่วย เจ้าถึงกับสลบไปสามวันเลยนะ นับว่าสุดยอดยิ่งนัก ” เหมยลี่อิงได้ยินดังนั้นก็ทำตัวไม่ถูกหมดสติไปนานขนาดนี้นับว่าดีอย่างไร จินเกอเห็นนางทำสีหน้างงงวยก็อธิบายให้อย่างมีน้ำใจ สุ้มเสียงของนางเต็มไปด้วยความยอมรับนับถือ “เจ้าฝืนขึ้นไปยังขั้นสูงสุดที่ไม่มีผู้ใดเคยไปถึงมาก่อนตั้งแต่สำนักก่อตั้ง แม้แต่ศิษย์พี่หญิงผู้คุ้มสอบยังถูกลงโทษเพื่อเจ้า เจ้าไม่เรียกว่าสุดยอดได้อย่างไร เจ้าไม่ลองดูว่าเจ้าได้ผลประโยชน์

  • ระบบเพิ่มพูนวาสนา บพิธมิสิ้นไร้วาสนาบุปผาตระการ   บันไดหินทดสอบจิตสำนึก

    บันไดศิลาดำทอดยาวเป็นวงเวียนจรดฟ้า กลางนภาสีครามสว่างเจิดจ้า ฟ้าเหนือศีรษะเป็นหมู่เมฆและดวงตะวัน หันหน้าลงมาเพียงเงาลานหินสีดำและผู้คุ้มสอบที่สีหน้าเย็นชา“ผู้เข้าสอบซ่งหลิงหลิงตกรอบ” ฟ่งปิงเยว่ประกาศ ศิษย์สายนอกสวมเครื่องแบบสีเขียวมรกตดิ้นเงินขึ้นไปรับตัวเด็กหญิงที่ไร้เรี่ยวแรงลงมาด้วยความเร็วแทบเป็นภาพติดตานี่สามารถพิสูจน์ได้ว่าแม้แต่ศิษย์สายนอกของสำนักแพทย์เขาปุบผาก็ยังมีพลังจิตสำนึกในระดับน่าตระหนกผู้รอบการทดสอบเห็นดังนั้นก็พยายามรุดหน้าต่อไป เพราะขอเพียงพวกหยุดช้าเพียงยี่สิบลมหายใจ สายตาอันแหลมคมของผู้คุมสอบก็จะจับจ้องไปยังพวกเขาในทันใด หากมีวี่แววว่าเจ้าจะไปต่อไม่ไหว สุ้มเสียงไร้น้ำใจไมตรีก็ประกาศว่าเจ้าตกรอบทันทีเด็กชายที่อยู่ข้างคนที่เพิ่งประกาศตกรอบไปถึงกับเสียวสันหลังวาบ ขนหัวลุกชี้ชัน กัดฟันเดินต่อแทบไม่คิดชีวิตเสียงสายลมกระพือพัดชายผ้าดุจท้องฟ้าคำรามหวีดวิวอยู่ข้างหู เหมยลี่อิงยังคงก้าวขึ้นบันไดดำอย่างใจเย็น สีดำทะมึนใต้ฟ้าเท้าราวกับมีชีวิตชีวายื่นมือออกมาดึงรั้งขายิ่งกว่าตะกั่วหนัก ช่างเป็นจิตสำนึกนึกอันทรงพลังอะไรเช่นนี้ขั้นที่ห้าสิบ เด็กหญิงยังเดินรุดหน้าด้วยท่าทาง

  • ระบบเพิ่มพูนวาสนา บพิธมิสิ้นไร้วาสนาบุปผาตระการ   การทดสอบเข้าสำนักด่านแรก

    “เหอะ หากข้าไม่ขอโทษแล้วอย่างไร พวกเจ้าจะทำอะไรข้าได้” สวี่อวี้หลันยังคงเย่อหยิ่ง เรื่องอันใดต้องให้นางไปขอโทษคนไม่หัวนอนปลายเท้าจินเกอพ่นลมหายใจคราหนึ่ง เดินผ่านนางเข้าห้องไปเลือกเตียงที่อยู่หัวมุม“พวกเราก็จะได้รู้เช่นเห็นชาติสันดานเจ้ากระมัง”“เจ้า !!”“อวี้หลัน!! เจ้าพอได้แล้ว ที่นี่ไม่ใช่ที่บ้าน”สุดท้ายแล้วกลับเป็นสวี่ฟางเฟยที่เกลี้ยกล่อมน้องสาวอย่างอดทนพลางขอโทษสหายร่วมห้องแทน คนอื่นๆ ไม่พูดอะไร แม้แต่หลินรั่วอีก็ไม่รับคำขอโทษนั้น มีเพียงเหมยลี่อิงที่มองพวกนางสองพี่น้องอย่างมีความหมายสวี่ฟางเฟยได้แต่ยิ้มเจื่อน นางเองก็อับจนปัญญากระทั่งเพื่อนร่วมห้องอีกสองคนมาถึงบรรยากาศที่อึดอัดระหว่างพวกเขาถึงได้ผ่อนคลายลงรุ่งสางอาทิตยายังไม่โผล่พ้นขอบฟ้า รัตติกาลกำลังจะจางหาย แสงรำไรเพียงมองเห็นปลายฝ่ามือได้รางๆ ปรางแก้มสีชมพูอิ่มนิ่มนวลคลอเคลียเกศางาม อารามสาวน้อยกอดจิ้งจอกสีขาวขนฟูหลับสนิทด้วยความเหนื่อยล้าเมื่อคืนนางวางค่ายกลป้องกันไว้รอบเตียง จึงสามารถนอนหลับได้อย่างสบายใจจินเกอที่นอนอยู่เตียงข้างกันพลันลืมตาโผล่ เอื้อมมือคว้ามีดพกในอกเสื้อทันใด ประตูไม้ในเรือนนอนพวกนางเปิดออกโดยไร้ผ

  • ระบบเพิ่มพูนวาสนา บพิธมิสิ้นไร้วาสนาบุปผาตระการ   สหายร่วมห้องสอบ

    แสงตะวันพลบค่ำอัสดงสีส้มนวลสว่างฉาบย้อมท้องฟ้าจนกลายเป็นผ้าไหมทองเข้มผืนหนึ่ง เหมยลี่อิงไม่ได้มีเวลาในรำพึงในใจนานนัก รองเท้าปักเดินก้าวตามขบวนคุ้มกันเข้าสู้สำนักในที่สุดพวกนางเดินตามสันเขาชมเมฆา ม่านหมอกเมฆหนาทึบลอยเอื่อยอ้อยอิ่ง กิ่งพัดใบไม่ไหวตามสายลมดังเคล้า เหล่าภมรปราณเริงร่าชมแนวผกาทอดทิวเขา ราวเหล่าภูติกระซิบสำเนียงแห่งพงไพร หัวใจที่เต้นกระหน่ำของเด็กหญิงก็ค่อยๆ เบาลง “เจ้าเป็นอะไรไป” จิงซิงเฉินถามเมื่อเห็นนางเหม่อลอย เหมยลี่อิงส่ายหน้าหยิบองหญิงจิ้งจอกหน่อยสีขาวฟูออกมาจากถุงเลี้ยงสัตว์ โม่เสวี่ยงัวเงียอยู่ในอ้อมแขนนางพลางหาวหวาดแม้แต่ตายังไม่ลืม “นั่นสัตว์สัญญาของเจ้าหรือ สายเลือดไม่เลวเลย แต่เจ้าต้องระวังการทดสอบไม่อนุญาติให้ใช้สัตว์ปราณช่วยเหลือเจ้าสามารฝากไว้ที่โถงสำนักระหว่างการสอบได้” ศิษย์หญิงที่เป็นผู้นำขบวนมากล่าวกับนางเล็กน้อยด้วยใบหน้าเรียบเฉยผู้ไม่สนิทย่อมฟังไม่ออกถึงความอบอุ่นที่ซ่อนอยู่ภายใน แต่ชาติที่แล้วนางคบหากับศิษย์พี่หญิงจางผิงจูมาหลายปีไหนเลยจะไม่ออก เหมยลี่อิงคลี่ยิ้มจนตาปิด เด็กหญิงนัยน์ตาดอกท้อใสกระจ่าง เรื่องหน้าจิ้มลิ้มม

  • ระบบเพิ่มพูนวาสนา บพิธมิสิ้นไร้วาสนาบุปผาตระการ   นางมาถึงแล้ว

    เสียงกระบี่ฟาดฟันไล่ล่า คลื่นพลังปราณประทุเดือดพล่านทำลายป่าไม้ล้มระเนระนาด เหมยลี่อิงกับจิงซิงเฉินเห็นผู้ถูกไล่ล่าก็ม่านตาหดแคบ เป็นหลงเทียนสือผู้นั้นที่เคยมีปากเสียงกันที่โรงเตี๊ยมตงฟู ยามนี้ที่เด็กชายที่จมูกชี้ฟ้าสง่างามยิ่งผยองกลับไม่หลงเหลือความหยิ่งยโสเลยแม้แต่น้อย เสื้อผ้าอาภรณ์ชั้นดีของเขาในยามนี้ล้วนขาดวิ่นเนื้อตัวเต็มไปตัวบาดแผลฉกรร บางตำแหน่งลึกแทบเห็นกระดูก หากไม่ได้ผู้คุ้มกันทั้งสองสละชีวิตรั้งศัตรูไว้ตัวเขาก็แทบเอาชีวิตไม่รอด เด็กผู้นั้นเห็นได้ชัดว่าหนีการไล่ล่ามา เมื่อพวกจิงซิงเฉินในแววตาก็ปรากฎแววโล่งใจ แคว้นหลงกับแคว้นจินอยู่ข้างเคียงกัน ราชวงศ์ของพวกเขาล้วนมีความสัมพันธ์อันดี ถึงขึ้นมีการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กันมาหลายรุ่น ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด จิงซิงเฉินไม่อาจปล่อยให้เขาตายโดยไม่ช่วยเหลือ หลงเทียนสือแม้หยิ่งผยองแต่ไม่ใช่ตัวโง่งม เพียงประสานมือคาราวะพวกเขานัยต์ทอแววอับอายอยู่บ้าง “บุญคุณครั้งนี้ข้าจะทดแทนภายหลังอย่างแน่นอน” จิงซิงเฉินลังเลเล็กน้อยหากมีเพียงเขาคนเดียวย่อมลงมือช่วยเหลืออีกฝ่ายโดยไม่คิดอะไร แต่ยามนี้เพื่อนร่วม

  • ระบบเพิ่มพูนวาสนา บพิธมิสิ้นไร้วาสนาบุปผาตระการ   อ้ายฉินฮวา

    ปัง ! กระแทกผนังจนแตกกระจาย ผนังไม่กลับเป็นเพียงรอยขีดข่วน ผู้คุ้มกันทั้งลายออกมาคุ้มกันคุณหนูคุณชายของพวกเขาไว้ตรงกลางป้องกันการโดนลูกหลง เหมยลี่อิงอดพำพึมไม่ได้ “ช่างเป็นพนังไม้ที่แข็งแกร่งสมคำโอ่จริงๆ” “อาศัยสวะเช่นเจ้ากล้าเหิมเกริมกับข้า ช่างไม่รู้จักคำว่า ‘ตาย’สะกดอย่างไร” ดรุณีนางหนึ่งหน้าตาสระสวยสะพายกระบี่เล่มใหญ่ ระเบิดพลังสวะของหนิงม่ายออกมาเต็มที่ พวกเหมยลี่อิงมีผู้คุ้มกัยปิดป้องย่อมไม่เป็นไร เหล่าเสี่ยวเอ้อร์ล้วนหลับไปยังค่ายกลหลังร้านอย่างรู้หน้าที่ มีเพียงรู้ค้าบ้างคนพลังฝีมือต่ำอยู่บ้างทุกลูกหลงกันไปหอมปากหอมคอ ไม่มีใครเข้าไปห้าม ประการแรกเพราะยอกข้าวของในร้านแล้วไม่มีผู้ใดได้รับความเสียหาย นับว่าหญิงสาวนางนั้นควบคุมตนเองได้ดีอยู่บ้าง ประการที่สองผู้ใดจะอยากหาเรื่องใส่ตัวด้วยการแส่เรื่องของผู้อื่น หญิงสาวนางนั้นร่างกายไม่กำยำแต่สังขารแข็งแกร่งยิ่ง ปราบอันธพาลรานถิ่นที่กล่าววาจาแทะโลมนางด้วยหมัดหลุนๆ อีกหมัดตามด้วยอีกหมัด เสียงถูกชกอย่างรุนแรงปานนี้ อันธพาลผู้นั้นโดนอัดไม่กี่ทีก็หลงเหลือเพียงลมหายใจรวยริน ถู

  • ระบบเพิ่มพูนวาสนา บพิธมิสิ้นไร้วาสนาบุปผาตระการ   ค้นหาแดนลัพธ์บรรพบุรุษ

    เด็กหญิงยิ้มหวานอย่างไม่คิดอะไรให้พี่รองและเซียวอวิ๋นหังที่ห่วงกังวล แล้วพาพวกเขาออกไปจากตรงนั้น“แล้วเราจะไปที่ใด” เซียวสือรุ่นไพล่ตามเปี่ยนบรรยากาศ“ท่านเคยสำรวจที่ใดมาแล้วบ้าง”เซียวสือรุ่ยพออกทำท่าทางภาคภูมิใจ “ใคร่ควรถามว่าที่ใดที่พวกข้ายังไม่ได้ไปบ้างจะดีกว่า”“แต่ท่านก็ไม่เจอสิ่งใดไม่ใช่หรือ

  • ระบบเพิ่มพูนวาสนา บพิธมิสิ้นไร้วาสนาบุปผาตระการ   เซียวฟางฟรู เซียวฟาวหรง

    “เขาที่ว่านั่นคือผู้ใดกันเจ้าคะ การเลือกทำกับผู้อื่นเช่นนั้นเพราะความเชื่อที่ไร้ที่มาที่ไปนั่นนั่นคร่ำครึยิ่ง”เหมยลี่อิงยิ่งคิดยิ่งไม่พอใจ นางอยู่ในโลกจำลองมานานรับเอาค่านิยมเรื่องความเท่าเทียมและความขัดแย้งทางเผ่าพันธุ์มามาก ทั้งยังมองว่าอคติของพี่รองของนางนั้นไม่ดีต่อตัวเขาเท่าไรไม่ว่าในอตีดชาติ

  • ระบบเพิ่มพูนวาสนา บพิธมิสิ้นไร้วาสนาบุปผาตระการ   ระดับวาสนา

    เนื่องจากเรือนศึกษาประกอบด้วยเด็กเล็กจำนวนมากจึงมีเพียงชั้นเรียนในช่วงเช้า หลังจากเที่ยงเหล่าคุณหนูนายน้อยล้วนสามารถกลับบ้านหรือเลือกพักผ่อนในห้องพักศิษย์ได้ตามอัธยาสัย เด็กส่วนใหญ่จะใช้เวลาเล่นกับสหายหรือทำความรู้จักกันในโถงกลาง มีบ้างที่กลับบ้านไปพักผ่อนหรือเรียนต่อกับครูที่ทางบ้านหามาเป็นการส่ว

  • ระบบเพิ่มพูนวาสนา บพิธมิสิ้นไร้วาสนาบุปผาตระการ   อัจฉริยะน้อย

    ในความเห็นของนางสถานศึกษามักพร่ำบอกถึงความเที่ยงธรรมแม้จะเพียงฉากหน้าอย่างน้อยเรื่องนี้ก็ไม่ควรถูกผ่อนปรนง่ายๆ เพื่อทำลายภาพลักษณ์ที่ตระกูลเซียวสายหลักเป็นผู้สร้าง คำถามนี้เป็นกับดักที่บิดานางกำชับไว้อย่างแยบคาย นางไหนเลยจะปล่อยผ่านไปอย่างง่ายดายเช่นนี้ ในความเห็นของนาง เด็กหญิงคนหนึ่งย่อมสะท้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status