ระบบเพิ่มพูนวาสนา บพิธมิสิ้นไร้วาสนาบุปผาตระการ

ระบบเพิ่มพูนวาสนา บพิธมิสิ้นไร้วาสนาบุปผาตระการ

last updateHuling Na-update : 2025-07-24
Language: Thai
goodnovel12goodnovel
6
1 Rating. 1 Rebyu
34Mga Kabanata
2.5Kviews
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

นางเคยตายอย่างไร้ค่า กระทั่งได้ตระหนักความจริงจากระบบได้รู้ว่าตนที่แท้ถูกแย่งชิงวาสนาให้กลับกลายตัวประกอบที่ใช้แล้วทิ้ง! ครานี้นางจะไม่ยอมจำนนอีกต่อไป นางได้โอกาสใหม่ที่ชื่อว่า “ระบบเพิ่มพูนวาสนา”

view more

Kabanata 1

ระบบเพิ่มพูนวาสนา

Samyra era la esposa perfecta de Omar Al-Sabah, lo esperaba como cada noche desde hace un año que se casaron, sentada sobre la cama, esperando que algún día, aceptara venir a dormir en su lecho.

Afuera, todos decían que su esposo la adoraba, la familia solía decir que eran una pareja nacida en el cielo, almas gemelas, pero la realidad, cuando la luz del sol daba paso a la Luna, era que, Omar nunca la tocaría.

Samyra intentó todo, pero nunca consiguió nada.

Nunca la tocaba. Nunca se quedaba en su lecho.

Y con el tiempo, ese detalle empezó a romper algo dentro de Samyra.

Al principio intentó entenderlo. Pensó que era trabajo, estrés, costumbres, cualquier cosa que tuviera sentido. Pero con los días, las excusas dejaron de servir. Ella empezó a sentirse invisible dentro de su propio matrimonio.

Antes de todo eso, Samyra no era así.

Había sido Samyra Hassan, hija del doctor milagroso Adil Hassan, un hombre respetado y brillante.

Creció con la idea de que sería como él, una médica importante, alguien que salvaría vidas lejos de todo lo que la había limitado en su país. De joven le prometió a su padre que se iría a Estados Unidos, que estudiaría medicina y que no volvería a depender de nadie.

Pero la vida no siguió ese plan.

Cuando su padre murió de forma repentina en un accidente de auto, Samyra regresó a Dubái sin pensarlo demasiado. Solo iba a quedarse un tiempo, solo para cerrar ese capítulo. Pero el destino tenía otros planes para ella.

Todo cambió el día del incendio.

Un coche estaba en llamas, la gente gritaba, nadie se acercaba. Había alguien atrapado dentro.

Sin pensarlo, Samyra corrió hacia el fuego.

No pensó en el peligro, solo en salvarlo. Logró sacarlo, pero el fuego también la alcanzó. Su brazo izquierdo quedó marcado por las quemaduras, y su pierna sufrió un daño que la dejó cojeando para siempre.

Cuando despertó en el hospital, lo vio a él.

Omar Al-Sabah.

Un hombre poderoso, frío en apariencia, pero que la miraba de una forma intensa, como si ella hubiera cambiado algo en su vida. Le dijo sin rodeos que se casaría con ella, que la cuidaría, que no la dejaría sola nunca.

Samyra se negó.

Quería volver a Estados Unidos. Quería su vida de antes. Pero Omar no la dejó ir.

No la obligó con violencia, sino con presencia. Siempre estaba ahí. Siempre aparecía. Siempre encontraba la manera de acercarse, de ayudarla, de cuidarla. Poco a poco, sin que ella lo notara del todo, fue rompiendo su resistencia.

Hasta que ella aceptó.

Pero antes de casarse, Samyra puso una condición.

—Si me caso contigo, tengo condiciones —le dijo.

Omar la miró sin dudar.

—Eres mi salvadora, Samyra. Lo que quieras.

Ella respiró hondo.

—No puedes casarte con otra. No quiero otras esposas. No quiero concubinas. Si me quieres a mí, solo me tendrás a mí. Y si algún día me traicionas… me iré y no me encontrarás nunca.

Él no dudó.

—Yo, Omar, solo amaré a Samyra. Serás mi única esposa.

Ella quiso creerle.

Y al principio, lo hizo.

Pero ahora, un año después, todo era distinto.

Esa noche, Samyra estaba sentada como siempre cuando escuchó un ruido raro afuera. No era el sonido habitual de la casa. Era más pesado, como pasos inestables.

Se levantó despacio y se acercó a la puerta.

Cuando la abrió, lo vio.

Omar estaba ahí. Borracho. Nunca lo había visto así.

Sus ojos estaban distintos, perdidos, como si no estuviera completamente consciente de lo que hacía. Antes de que ella pudiera reaccionar, él la tomó de la cintura y la empujó suavemente hacia la cama.

Cayeron juntos. Y la besó.

Fue un beso fuerte, inesperado, lleno de una emoción que ella no había visto en él antes.

Por un momento, Samyra sintió su corazón acelerarse, confundida, porque era la primera vez que él se acercaba así.

Sus labios bajaron lentamente hacia su cuello, y ella sintió un calor extraño recorrerle la piel, algo que la hizo cerrar los ojos sin querer. Por primera vez, él parecía… diferente.

Pero entonces ocurrió.

Cuando sus dedos rozaron su piel marcada por el fuego, Omar se detuvo de golpe.

Se quedó inmóvil.

Como si hubiera visto algo que lo sacó de ese momento.

Sus ojos cambiaron. Se volvieron más oscuros, más fríos.

Y en ese instante, Samyra sintió un vacío extraño.

No entendía qué pasaba, pero algo se había roto.

Ella lo miró, confundida, y en lugar de apartarlo, lo volvió a besar.

No quería perder ese momento. No quería volver a la distancia de siempre. Por primera vez en mucho tiempo, sentía que él estaba ahí, realmente ahí con ella.

Necesitaba que eso fuera real. Necesitaba creerlo.

Pero entonces él susurró algo. Un nombre.

—Nayla… mi amor…

Samyra se quedó completamente quieta.

El mundo dejó de moverse. El aire se sintió pesado.

Y por primera vez en todo su matrimonio, entendió algo que no quería aceptar.

Ese hombre… no estaba pensando en ella.

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata

Rebyu

Nattery
Nattery
อัพเดทถึง34ตอน ยังไม่จบ บรรยายมาก มีคำผิด
2026-04-12 03:30:55
0
0
34 Kabanata
ระบบเพิ่มพูนวาสนา
ห้วงเวิ้งแห่งว่างเปล่าไร้อาทิตย์ ดวงดาว และจันทร์สกาวส่องฉาย อนันตาไร้สิ้นสุดในกาลยาวนานเกินจะนับได้หรืออาจเป็นเพียงเสียวเวลาสั้นแห่งการถอนใจไม่กี่คราแล้วก็มลายไป สิ้นแล้วซึ่งความหวัง ความอบอุ่นเย็นชาทั้งหลายในโลกีย์วิสัยสถานที่อันว่างเปล่าและขาวโพลน ที่ซึ่งแยกไม่ออกว่าเป็นทั้งฟ้าหรือผืนดิน หากแต่จะเรียกสิ่งนี้ว่าท้องฟ้า มันก็เป็นท้องฟ้าที่ไม่อาจจะรู้ได้ว่าเป็นกลางวันหรือกลางคืน ปกคลุมไปด้วยเงาสลัวรางอันมืดมิดและแสงจาดจ้าอันขาวโพลนสลับกันไปมากลายเป็นผืนนภาอันสุดทนดูที่กระด่างกระดำ ทั้งจะดำก็ไม่ดำจะขาวก็ไม่ขาว เป็นจุดแสงจุดมืดระยิบระยับสลับกัน ยังมีเสียงสาดซ่าบาดแก้วหูเดี๋ยวแว่วเดี๋ยวดับ จนหากคนเป็นได้ยลเห็นคงมิแคล้ววิงเวียนจนต้องอาเจียนออกมาเป็นแน่แท้โชคดีนะที่นางตายแล้วปรภพช่างอุจาดตาเสียจริงอมนุษย์ที่ล่องลอยอย่างไร้จุดหมายคิด พลันฉุกสติตัวขึ้นมาได้ว่าตนนั้นคล้ายว่าจะตายเสียแล้ว จบสิ้นชีวิตอเนจอนาถสุดแสนจะน่าเวทนานี้เสียทีปรภพแห่งนี้เป็นสถานที่พิอันกลนัก ไร้แม่น้ำวั่งชวนเหม็นคาวคละคลุ้งทอดยาว ไม่มีสะพานไน่เหอหรือดอกปี่อั้นสองแดงฉานสองข้างทาง กระทั่งไม่มียายเมิ่งผู้ถือน้ำแกงลื
Magbasa pa
ฟื้นคืน
สายลมเหน็บหนาวพาพัดคืนค่ำพรำลมฝน ความมืดยามวิกาลคืบคลานบดบังผืนฟ้าจวบจนจันทรามิอาจยลเห็น สายฝนฉ่ำเย็นรัตติกาลพาลพาผู้คนรู้สึกถึงลางร้ายดุจภูตพรายแห่งความตายวนเวียน ใต้เฉลียงโคมส่องแสงกระทบเงาเท้าผู้คนเดินเข้าออกกระสับกระส่าย เสียงระงมวุ่นวาย “เป็นอย่างไร” ชายชราถามเสียงเหี้ยม ทำทีว่าหากคำตอบมิได้ดั่งใจก็จะฆ่าฟัน ทำให้เหล่าแพทย์นักปรุงโอสถทั้งหลายหลบตากันจ้าละหวั่น เสียงหัวเข่ากระแทกพื้นไม้ดังขึ้น “ท่านผู้เฒ่าเซียว นะ นี่.. . คุณหนูใหญ่ยังเล็กนัก เดิมที่ร่างกายก็อ่อนแออยู่แล้ว ครานี้ตกน้ำไปแม้จะยื้อลมหายใจคืนมาได้ แต่ชีพจรกลับแผ่วนัก หากใช้ยาแรงเกินไปก็เกรงว่าจะกระทบรากพรสวรรค์ ทว่าผ่านมากหลายชั่วยามคุณหนูใหญ่กลับไม่ฟื้นขึ้นมา หากไม่ใช้ยาแรงกว่านี้ผู้น้อยเกรงว่า.. .” คำพูดต่อไปไม่ต้องให้พวกเขาพูดต่ออตีดผู้นำตระกูลเซียวก็เดาได้ นายท่านผู้เฒ่าได้แต่ถอนใจด้วยความกลัดกลุ่มกังวล รากพรสวรรค์ในการฝึกตนของผู้คนมักแบ่งบานในช่วงวัยเจ็ดขวบ ร่างกายของหลานสาวตนเดิมที่ก็ไม่สู้ดีมาโดยตลอด สำหรับโลกแห่งการกระทบรากพรสวรรค์หมายถึงสิ่งใด ในฐานะผู้อาวุโสตระกูลใหญ่ในโลกแห่งการบำเพ็ญ เซียวอี้จงย่อมรู้ด
Magbasa pa
เซียวอวิ๋นหัง
เงาน้ำทอดอ่างทองแดงสั่นสะท้อน ผ้าฝ้ายผิวนุ่มถูกจุ่มชุบน้ำอุ่นก่อนบรรจงเช็ดลงบนดวงหน้าเล็กๆ ของเหมยลี่อิงที่กำลังงัวเงีย นางส่งเสียงงึมงำเล็กน้อยขณะสาวใช้กำลังล้างหน้าตนเอง ส่วนแม่นมเดิมที่คอยรับใช้นางนั้นถูกไล่ออกไปแล้วหลังประมาทจนนางตกน้ำ นางครุ่นคิดในใจว่าดีนักที่ตนย้อนมาช่วงนี้พอดี ในชีวิตก่อนของนางเพราะอุบัติเหตุอันเป็นฝีมือของมารดาปลอมๆ อันเป็นที่รักนี่เอง ที่ให้รากพรสวรรค์ของนางถูกกระทบ ไม่ว่าจะบำเพ็ญเพียรอย่างไร พยายามเท่าไร ผลของมันก็เพียงดีกว่าผู้บำเพ็ญเพียรทั่วไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หากนางเป็นคนธรรมดาระดับการบำเพ็ญเล็กน้อยนั้นไม่นับเป็นอันใด ปัญหาคือหลังจากพลิกผันมากมาย สถานะของนางยังสูงส่งขัดกับพรสวรรค์ที่ควรมีกระทั่งถูกวิจารณ์อยู่บ่อยครั้ง จนถึงปัจจุบันนางยังขบคิดไม่เข้าใจ ว่ามารดาใดในโลกจะโหดร้ายกับลูกของตนเองได้ถึงเพียงนั้น แน่นอนว่ามีอีกหนึ่งความเป็นไปได้คือตนไม่ใช่บุตรสาวของนางจริงๆ เพล้ง !ซ่า! เสียงอ่างน้ำตกพื้น หยาดน้ำใสหยดกระจายจนเลอะพื้นห้อง กระเด็นโดนชายชุดนอนเด็หกหญิงจนเปียกชุม “ทำอะไรของเจ้า!!” สาวใช้ตวาดบ่าวเด็กผู้นั้นก่อนกดหัวเขาให้คุกเข่า
Magbasa pa
สหายร่วมเรียน
“หุบปากเสีย” นิ้วเล็กชี้ไปยังสาวใช้ที่คร่ำครวญไม่เลิกผู้นั้น เด็กน้อยวัยห้าขวบตัวกลมป้อม แก้มระเรื่อแดงก่ำจากการเพิ่งตื่นนอน ผมเผ้ารุงรังชี้นิ้วถลึงตา ไม่ว่าดูอย่างไรก็น่ารักน่าเอ็นดู ทว่าเพราะสถานะนางทำให้ผู้คนไม่กล้าเพิกเฉย รวมกับกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ทำให้นางดูไม่สามัญธรรมดา เหมยลี่อิงชี้ไปที่บ่าวรับใช้ระดับสองให้ลากนางออกไป ด้วยฐานะหลานสาวสายตรงของนาง ปกติจะมีแม่นมหนึ่งคน สาวใช้ระดับหนึ่งรับใช้ข้างกายสองคน สาวใช้ระดับสองทำงานหยาบสี่คน บ่าวไพร่ทำงานหยาบในเรือนอีกไม่เกินห้าคน ยามนี้นางขาดแม่นมไปแล้วหนึ่งคน สาวใช้ข้างกายก็ใช้การไม่ได้อีกหนึ่งคน รวมเซียวอวิ๋นหังเจ้าปัญหาที่ไม่รู้ว่ารับเข้าเรือนมาตั้งแต่เมื่อไรผู้นี้อีก ยังไม่รู้เลยว่าบ่าวเหล่านี้ภักดีต่อใคร เป็นสายของเรือนไหนแฝงเข้ามาบ้าง ครู่หนึ่งเหมยลี่อิงพลันรู้สึกสมองพองโตขึ้นมา นางสั่งบ่าวระดับสองคนหนึ่งที่เหลือในห้องพลางมองไปที่เด็กชาย “เจ้าพาเขาไปอาบน้ำ เช็ดเนื้อตัวเสีย อย่าได้คิดกลั่นแกล้งรังแกคนให้คุณหนูเช่นข้าเห็นอีกเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่ สาวใช้ตัวน้อยรู้สึกว่าคุณหนูของนางยามนี้หน้าเกรงขามอย่างยิ่ง พลันพยักห
Magbasa pa
สีสัน
โลกที่เขารู้จักไม่เคยมีความงดงาม อวิ๋นหังเกิดในจวนตระกูลใหญ่ แต่สถานะของเขากลับต่ำยิ่งกว่าบ่าวไพร่ เนื่องเพราะมารดาของเขาเป็นเผ่ามาร เขาเกิดมาก็ไม่รู้อะไรมากนัก รู้เพียงแต่ฮูหยินใหญ่จวนสี่มักไม่ยินดีในการมีอยู่ของเขา ส่วนผู้ได้ชื่อว่าเป็นบิดาเองก็ไม่เคยใส่ใจ ต่างจากความเป็นอยู่ของทายาทตระกูลใหญ่ เขาอาศัยอยู่ในห้องเก็บฟืนเล็กที่เต็มไปด้วยฟางแห้ง บ้าวครั้งก็มีหนู มีงู มีตะขาบเป็นเพื่อน พวกมันบ้างคราก็มานอนกับเขา บ้าวคราก็กัดเขา ฝังพิษบ้าง เขาไม่ได้ใส่ใจเพราะอย่างไรเขาก็ไม่ตาย อีกทั้ง อย่างไรก็ดีกว่าอยู่ตัวคนเดียว ตอนเช้าเขาต้องหาบน้ำ ตอนสายต้องเป็นลูกมือทำอาหาร ต้องเที่ยงต้องล้างจาน ตอนเย็นยังต้องซักผ้า ท้องฟ้าที่เขาเห็นไม่เคยเป็นสีฟ้าใส บางครั้งมันก็เปล่งประกายแดงๆ ในอากาศสีขาวดำ ความอาฆาตพยาบาทที่ลอยมาจากผู้คนมักเข้าเติมเต็มท้องของเขาประทังหิว มันมาพร้อมกับความขุ่นแค้น ริษยา อารมณ์อันแสนเหม็นเน่าที่เขาเพียงมองว่าเป็นอาหารเพราะว่าไม่อาจกินข้าวขาวได้อิ่มเหมือนคนอื่นๆ แม่นมจั่วข้างกายฮูหยินใหญ่มักเอามือนางจิกกระชากเส้นผมเขาแล้วกล่าว หากเจ้าไม่ทำงานก็จะไม่มีข้าวกิน แ
Magbasa pa
สำนักศึกษา
ฝ่ายคุณหนูใหญ่ผู้เปี่ยมไปด้วยความลึกลับอันหญิงใหญ่กลับถอนหายใจอยู่ในรถม้ามองท่านตาที่ทำตาอาลัยอาวรอย่างเสียไม่ได้ แบบนี้นางได้มีหวังไปเข้าเรียนสายตั้งแต่วันแรกเป็นแน่แท้ เด็กน้อยฉีกรอยหวานประจบเอาใจผู้เป็นตา พลางเอ่ยปลอยว่า “ท่านตาเจ้าขา เดี๋ยวตอนเย็นพวกเราก็ได้เจอกันแล้วเจ้าคะ” เซียวจงสิงยังรำลาหลานพร้อมเช็ดน้ำตาในใจ ลูกนกที่เขาเริ่มฟูมฟักย่อมต้องเติบใหญ่ วันนี้บินไปเรียนที่สำหน้าศึกษา ไม่รู้ว่าวันหน้าจะโบยบินไปถึงที่ใด ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจอยู่ใต้ปีกของตนได้ตลอดไป “อิงเอ๋อร์จำที่ตาบอกได้หรือไม่” เหมยลี่อิงพนักหน้าหงึกงัก พรางกระชับป้ายไม้อาคมให้มิดชิด ป้ายไม้อันนี้ท่านตาเชิญสหายนักพรตมาทำให้ตั้งแต่ยังเล็กเพื่อปกปิดพลังของนาง เหมยลี่อิงค่อนข้างพิเศษนางเกิดมาพร้อมกับพลังปราณอันบริสุทธิ์ดุจของขวัญอันล้ำค่าจากสวรรค์ แต่น้ำหนักของของขวัญนี้ยิ่งใหญ่เกินไป เหมยลี่อิงยังเล็กเกินกว่าจะแบกรับมันไว้ได้ ขอเพียงมีข่าวลือสักเล็กน้อยว่าทารกอายุไม่กี่เดือนกลับเดินลมปราณด้วยตนเอง พลังปราณที่ได้จากกลั่นลมกายใจเจื่อความบริสุทธิ์ผ่องใส ทำให้ทุกผู้คนอยากเข้าใกล้ สรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนชิดเ
Magbasa pa
อัจฉริยะน้อย
ในความเห็นของนางสถานศึกษามักพร่ำบอกถึงความเที่ยงธรรมแม้จะเพียงฉากหน้าอย่างน้อยเรื่องนี้ก็ไม่ควรถูกผ่อนปรนง่ายๆ เพื่อทำลายภาพลักษณ์ที่ตระกูลเซียวสายหลักเป็นผู้สร้าง คำถามนี้เป็นกับดักที่บิดานางกำชับไว้อย่างแยบคาย นางไหนเลยจะปล่อยผ่านไปอย่างง่ายดายเช่นนี้ ในความเห็นของนาง เด็กหญิงคนหนึ่งย่อมสะท้อนทัศนคติที่ถูกปลูกฝังออกมา จากนั้นนางจะทิ้งเมล็ดพันธุ์แห่งความบาดหมางเอาไว้กับสายตระกูลอื่นที่จึงจะเป็นผลลัพธ์ที่นางอยากได้ นางกลับไม่คาดคิดว่าเหมยลี่อิงจะไม่เดินตามสามัญสำนึกถึงกับยกพระพุทธรูปองค์ใหญ่๑ออกมา “เจ้ากำลังเอาท่านผู้อาวุโสมากล่าวอ้าง!” เหล่าอาจารย์ที่ฟังบทสนทนาสีหน้าขุ่นมัวพลัน คุณหนูใหญ่สายรองแม้มีแผนการแต่ก็เป็นการบงการของผู้ใหญ่ ตัวนางเล็กนักด้วยอายุเพียงเจ็ดขวบปีย่อมไม่เข้าใจความลึกล้ำของปลักน้ำ ความเที่ยงธรรมอาจนำกะเกณฑ์กับผู้อื่นได้ แต่เมื่อใช้กับผู้เฒ่าเซียวที่ถือเป็นว่าเป็นกำลังหลักของตระกูล ผู้ทุ่มเทเสียสละเพื่อตระกูลเซียวไปมากมายจนชีวิตครอบครัวแทบพังทลายภรรยาเอกตาย บุตรสาวอีกคนหายสาบสูญเป็นสิ่งสมควรงั้นหรือ ตัวนางไม่รู้จักพอ ยังสาวความต่อการกระทำเหล่านี้ย
Magbasa pa
ระดับวาสนา
เนื่องจากเรือนศึกษาประกอบด้วยเด็กเล็กจำนวนมากจึงมีเพียงชั้นเรียนในช่วงเช้า หลังจากเที่ยงเหล่าคุณหนูนายน้อยล้วนสามารถกลับบ้านหรือเลือกพักผ่อนในห้องพักศิษย์ได้ตามอัธยาสัย เด็กส่วนใหญ่จะใช้เวลาเล่นกับสหายหรือทำความรู้จักกันในโถงกลาง มีบ้างที่กลับบ้านไปพักผ่อนหรือเรียนต่อกับครูที่ทางบ้านหามาเป็นการส่วนตัว เหมยลี่อิงเพิ่มมาใหม่นางไม่ได้สนิทสนมกับใครและไม่ใส่ใจจะสนิทสนม รวมถึงไม่มีภาระหน้าที่หรือแรงกกดดันใดๆ คุณหนูใหญ่เซียวพรูลมหายใจ ทรุดตัวลงบนตั่งด้วยอากาศเวียนศีรษะจากเสียงการแจ้งเตือนของระบบในหัวที่ดังระงมมาตั้งแต่เช้า ในหมู่เด็กๆ มีบ้างที่จะพบพานวาสนา ทว่าอย่างมากก็เป็นวาสนาระดับดินและระดับมนุษย์เท่านั้น ใช่แล้ว โชควาสนาเองก็มีระดับของมัน ตัวอย่างเช่นวาสนาของเซียวอวิ๋นหังที่สามารถพลิกฟ้าเปลี่ยนชะตาถือว่าเป็นวาสนาระดับสวรรค์ วาสนาที่สามารถส่งเสริมเกื้อหนุนแก่ผู้คนได้เรียกว่าวาสนาระดับฟ้า ส่วนโชคลางหรือมงคลที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวเรียกว่าวาสนาระดับดิน สำหรับโชคลาภเล็กๆ น้อย ประเภทประเภทของหายได้คืน พ้นจากอากาศป่วยไข้จัดเป็นวาสนาระดับต่ำสุดคือวาสนาระดับมนุษย์ ส่วนวาสนาระดับที่สูงกว่
Magbasa pa
เซียวฟางฟรู เซียวฟาวหรง
“เขาที่ว่านั่นคือผู้ใดกันเจ้าคะ การเลือกทำกับผู้อื่นเช่นนั้นเพราะความเชื่อที่ไร้ที่มาที่ไปนั่นนั่นคร่ำครึยิ่ง”เหมยลี่อิงยิ่งคิดยิ่งไม่พอใจ นางอยู่ในโลกจำลองมานานรับเอาค่านิยมเรื่องความเท่าเทียมและความขัดแย้งทางเผ่าพันธุ์มามาก ทั้งยังมองว่าอคติของพี่รองของนางนั้นไม่ดีต่อตัวเขาเท่าไรไม่ว่าในอตีดชาติหรือปัจจุบันก็ดีเซียวสือรุ่ยแม้จะซุกซนแขวกขนบ แต่ทระนงถือดียิ่ง แม้เขาจะฉลาดเฉลียวเพียงใดโลกทัศน์ก็ยังแคบนัก สายตาไม่กว่างไกล ผนวกกับความภาคภูมิใจและความเย่อยิ่งแบบเด็กๆ ที่ถูกปลูกฝังมาของชนชั้นสูงทำให้รับสิ่งที่นางพูดไม่ได้เขาได้แต่คิดว่าน้องหญิงถูกขังอยู่ในเรือนมานานเกินไป ไม่มีใครสอนสิ่งเหล่านี้ให้นางจึงถูกพวกมารหลอกลวงเอาได้ ส่วนท่านปู่ตามตามใจน้องยิ่งมากเกินไปเช่นนี้ใช้การไม่ได้ในฐานะพี่ชายที่ดีเขาต้องนำทางมาสู่เส้นทางที่ถูกต้องทั้งสองถกเถียงกันไปไม่มีใครมองสีหน้า ‘มาร’ ที่อยู่ในบทสนทนาเซียวอวิ๋นหังยามนี้สับสนในใจ ใช่ เขาเองก็เคยได้ยินว่าใครที่อยู่ใกล้เผ่ามารจะโชคร้าย นี่เป็นเหตุผลที่แม้แต่บ่าวไพร่ในตระกูลเซียวก็ไม่กล้าเข้าใกล้เขาด้วยสถานะของนางที่เป็นคุณหนูใหญ่ มีเหตุผลใดไฉนต้อง
Magbasa pa
ค้นหาแดนลัพธ์บรรพบุรุษ
เด็กหญิงยิ้มหวานอย่างไม่คิดอะไรให้พี่รองและเซียวอวิ๋นหังที่ห่วงกังวล แล้วพาพวกเขาออกไปจากตรงนั้น“แล้วเราจะไปที่ใด” เซียวสือรุ่นไพล่ตามเปี่ยนบรรยากาศ“ท่านเคยสำรวจที่ใดมาแล้วบ้าง”เซียวสือรุ่ยพออกทำท่าทางภาคภูมิใจ “ใคร่ควรถามว่าที่ใดที่พวกข้ายังไม่ได้ไปบ้างจะดีกว่า”“แต่ท่านก็ไม่เจอสิ่งใดไม่ใช่หรือ” เหมยลี่อิงกล่าวไม่เกรงใจ ทำเอาไหล่ที่ยกสูงของคุณชายน้อยชุดเขียวห่อเหี่ยวลงศาลบรรพชนแห่งนี้กล่าวได้ว่าเป็นสิ่งที่สร้างขึ้นมาอย่างประณีตอย่างแท้จริง พื้นที่กว้างขวางโอ่โถงปลอดโปล่ง แต่คงไว้ซึ่งความสง่างามเคร่งขรึม เคยมีคนกล่าวว่าหากอยากรู้ว่าตระกูลนั้นมีประวัติศาสตร์ยาวนานเพียงใด ให้ดูที่ศาลบรรพชนของตระกูลนั้นคำกล่าวนี้เป็นคำกล่าวที่ถูกต้องเพราะยิ่งตระกูลมีประวัติยาวนานและมีความมั่งคั่งมากเท่าใด ยิ่งให้ความสำคัญกับสถานที่หลังความตายของตนมากเท่านั้น ทั้งคนรุ่นหลังยังต้องขอบคุณบรรพบุรุษที่มอบรากฐานอันยาวนานเหล่านี้ให้สถานที่ตั้งศาลบรรพชนที่ดีต้องมีกี่อย่าง หนึ่งคือต้องมีที่ให้ลมผ่าน สองคือมีที่ให้ธารน้ำไหล ตามนิมิตของพี่รองที่นางเห็นคืออีกฝ่ายไปตามหาเพื่อนที่ขี้ขลาดและหายไปจนพบสะหายอยู่ใต้
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status