ระบบเพิ่มพูนวาสนา บพิธมิสิ้นไร้วาสนาบุปผาตระการ

ระบบเพิ่มพูนวาสนา บพิธมิสิ้นไร้วาสนาบุปผาตระการ

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-07-24
Bahasa: Thai
goodnovel12goodnovel
6
1 Peringkat. 1 Ulasan
34Bab
2.6KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

นางเคยตายอย่างไร้ค่า กระทั่งได้ตระหนักความจริงจากระบบได้รู้ว่าตนที่แท้ถูกแย่งชิงวาสนาให้กลับกลายตัวประกอบที่ใช้แล้วทิ้ง! ครานี้นางจะไม่ยอมจำนนอีกต่อไป นางได้โอกาสใหม่ที่ชื่อว่า “ระบบเพิ่มพูนวาสนา”

Lihat lebih banyak

Bab 1

ระบบเพิ่มพูนวาสนา

Chapter 1 – Ravina's POV

Help From The Neigboring Pack

The cold wind tousled my fur as I padded between the trees. The border was quiet, but I knew I wasn't supposed to take a chance. The packs didn't get along. There was no food around, and everyone was nervous.

I was the only female warrior in my pack. My wolf came late to me, but she was a fierce one. Our bond would be weak at times, but I had worked harder than all the rest to claim my place.

I walked on, reaching out through the mind-link. Damon? My mate. Our pack's future Alpha.

Suddenly, a searing pain through my head. I gasped, my sight blurring to black. My legs buckled beneath me. The world spun, then went dark.

I came awake on the ground. My head pounded. My body was lax. I tried to sit, gasping.

What had happened?

I tried the mind-link again. Damon, I need help. Nothing. Blank silence.

Panic stormed through me. I called for my wolf. Sierra? Still nothing.

Panic. I tried the mind-link again. This time, I hit a brick wall. Then one message broke through.

"Your sister needs me."

I stared at the words, my heart pounding. What?

Shaking, I tried to stand. My legs were jelly, but I pushed myself forward. Step by step, I made it home.

I came to the packhouse and there were lights on. My parents, my sister, and Damon were sitting in the living room. But my breath was caught when I saw them—Damon was standing with my sister's hand.

I was stunned. My chest tightened.

"What is going on?" I asked sharply.

Damon stood before me, his face serene. "Ravina, I was going to tell you."

"Tell you what?" I asked, my voice sharp.

He tightened his hold on my sister's hand. "Amira's condition is not good. The healer tells me she won't last much longer."

I stared at my sister. She was thin, white. But there was something else in her eyes.

"She has one last wish," Damon continued. "She wishes to be my mate. My Luna."

The words hit me like a punch.

"She grew up with us, Ravina. She loves me too. And she's going to die. I want to grant her wish. Just until she..." He sighed, his head shaking. "And then, when she's dead, you and I can be together again."

I was sick.

I had struggled for this pack. Trained harder than anyone. Stood by Damon's side through it all. And now, just like that, he was tossing me aside?

You want me to be fine with this?"

I asked, trying to keep my voice steady.

Damon smiled softly. "Ravina, we are living in a time of peace. As the next Luna, you have to have a good heart. Be kind. She's your sister. You have to understand. Once she's dead, I'll make you my Luna. Just give her this."

Amira coughed softly. "I love him, Ravina," she whispered. "I always have. Please... let me have this."

I clenched my fists.

My parents stepped in. "Ravina, there is a good doctor in another nearby pack. Maybe he can do something for Amira. There are still three months until the mating ceremony. You can go search for him."

I made a bitter laugh.

So I would go and find this doctor and rescue her, but never see Damon again. And even if I succeeded in rescuing her, I'd still be waiting for her to die and hoping he returns to me?

I looked at Damon, my sister, and my parents.

"You know what?" I bit out, my tone cold. "Congratulations."

They were looking at me in dismay. They were expecting me to get this. To be nice. To be thoughtful.

Not today.

Just as I was sitting there, a familiar voice hit my mind. Ravina? Where are you? I've been trying to reach you.

Anna. My best friend. Our pack's healer.

I need you to take me for a ride, I told her.

I got into Anna's car within minutes. My hands were shaking.

"What happened to you?" she asked.

I swallowed hard. "Damon... my sister..." I couldn't even say the words. Anna's face turned somber. "That son of a gun."

I pushed a hand against my chest. "I just wish someone—anyone—could help me."

Anna went quiet for an instant. Then she spoke, "There's a doctor in the pack that lives near us. They're strict, but they're good people. If we leave now, we might get help."

I looked at her.

A chance. A way out. "Let's go," I said.

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

Nattery
Nattery
อัพเดทถึง34ตอน ยังไม่จบ บรรยายมาก มีคำผิด
2026-04-12 03:30:55
0
0
34 Bab
ระบบเพิ่มพูนวาสนา
ห้วงเวิ้งแห่งว่างเปล่าไร้อาทิตย์ ดวงดาว และจันทร์สกาวส่องฉาย อนันตาไร้สิ้นสุดในกาลยาวนานเกินจะนับได้หรืออาจเป็นเพียงเสียวเวลาสั้นแห่งการถอนใจไม่กี่คราแล้วก็มลายไป สิ้นแล้วซึ่งความหวัง ความอบอุ่นเย็นชาทั้งหลายในโลกีย์วิสัยสถานที่อันว่างเปล่าและขาวโพลน ที่ซึ่งแยกไม่ออกว่าเป็นทั้งฟ้าหรือผืนดิน หากแต่จะเรียกสิ่งนี้ว่าท้องฟ้า มันก็เป็นท้องฟ้าที่ไม่อาจจะรู้ได้ว่าเป็นกลางวันหรือกลางคืน ปกคลุมไปด้วยเงาสลัวรางอันมืดมิดและแสงจาดจ้าอันขาวโพลนสลับกันไปมากลายเป็นผืนนภาอันสุดทนดูที่กระด่างกระดำ ทั้งจะดำก็ไม่ดำจะขาวก็ไม่ขาว เป็นจุดแสงจุดมืดระยิบระยับสลับกัน ยังมีเสียงสาดซ่าบาดแก้วหูเดี๋ยวแว่วเดี๋ยวดับ จนหากคนเป็นได้ยลเห็นคงมิแคล้ววิงเวียนจนต้องอาเจียนออกมาเป็นแน่แท้โชคดีนะที่นางตายแล้วปรภพช่างอุจาดตาเสียจริงอมนุษย์ที่ล่องลอยอย่างไร้จุดหมายคิด พลันฉุกสติตัวขึ้นมาได้ว่าตนนั้นคล้ายว่าจะตายเสียแล้ว จบสิ้นชีวิตอเนจอนาถสุดแสนจะน่าเวทนานี้เสียทีปรภพแห่งนี้เป็นสถานที่พิอันกลนัก ไร้แม่น้ำวั่งชวนเหม็นคาวคละคลุ้งทอดยาว ไม่มีสะพานไน่เหอหรือดอกปี่อั้นสองแดงฉานสองข้างทาง กระทั่งไม่มียายเมิ่งผู้ถือน้ำแกงลื
Baca selengkapnya
ฟื้นคืน
สายลมเหน็บหนาวพาพัดคืนค่ำพรำลมฝน ความมืดยามวิกาลคืบคลานบดบังผืนฟ้าจวบจนจันทรามิอาจยลเห็น สายฝนฉ่ำเย็นรัตติกาลพาลพาผู้คนรู้สึกถึงลางร้ายดุจภูตพรายแห่งความตายวนเวียน ใต้เฉลียงโคมส่องแสงกระทบเงาเท้าผู้คนเดินเข้าออกกระสับกระส่าย เสียงระงมวุ่นวาย “เป็นอย่างไร” ชายชราถามเสียงเหี้ยม ทำทีว่าหากคำตอบมิได้ดั่งใจก็จะฆ่าฟัน ทำให้เหล่าแพทย์นักปรุงโอสถทั้งหลายหลบตากันจ้าละหวั่น เสียงหัวเข่ากระแทกพื้นไม้ดังขึ้น “ท่านผู้เฒ่าเซียว นะ นี่.. . คุณหนูใหญ่ยังเล็กนัก เดิมที่ร่างกายก็อ่อนแออยู่แล้ว ครานี้ตกน้ำไปแม้จะยื้อลมหายใจคืนมาได้ แต่ชีพจรกลับแผ่วนัก หากใช้ยาแรงเกินไปก็เกรงว่าจะกระทบรากพรสวรรค์ ทว่าผ่านมากหลายชั่วยามคุณหนูใหญ่กลับไม่ฟื้นขึ้นมา หากไม่ใช้ยาแรงกว่านี้ผู้น้อยเกรงว่า.. .” คำพูดต่อไปไม่ต้องให้พวกเขาพูดต่ออตีดผู้นำตระกูลเซียวก็เดาได้ นายท่านผู้เฒ่าได้แต่ถอนใจด้วยความกลัดกลุ่มกังวล รากพรสวรรค์ในการฝึกตนของผู้คนมักแบ่งบานในช่วงวัยเจ็ดขวบ ร่างกายของหลานสาวตนเดิมที่ก็ไม่สู้ดีมาโดยตลอด สำหรับโลกแห่งการกระทบรากพรสวรรค์หมายถึงสิ่งใด ในฐานะผู้อาวุโสตระกูลใหญ่ในโลกแห่งการบำเพ็ญ เซียวอี้จงย่อมรู้ด
Baca selengkapnya
เซียวอวิ๋นหัง
เงาน้ำทอดอ่างทองแดงสั่นสะท้อน ผ้าฝ้ายผิวนุ่มถูกจุ่มชุบน้ำอุ่นก่อนบรรจงเช็ดลงบนดวงหน้าเล็กๆ ของเหมยลี่อิงที่กำลังงัวเงีย นางส่งเสียงงึมงำเล็กน้อยขณะสาวใช้กำลังล้างหน้าตนเอง ส่วนแม่นมเดิมที่คอยรับใช้นางนั้นถูกไล่ออกไปแล้วหลังประมาทจนนางตกน้ำ นางครุ่นคิดในใจว่าดีนักที่ตนย้อนมาช่วงนี้พอดี ในชีวิตก่อนของนางเพราะอุบัติเหตุอันเป็นฝีมือของมารดาปลอมๆ อันเป็นที่รักนี่เอง ที่ให้รากพรสวรรค์ของนางถูกกระทบ ไม่ว่าจะบำเพ็ญเพียรอย่างไร พยายามเท่าไร ผลของมันก็เพียงดีกว่าผู้บำเพ็ญเพียรทั่วไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หากนางเป็นคนธรรมดาระดับการบำเพ็ญเล็กน้อยนั้นไม่นับเป็นอันใด ปัญหาคือหลังจากพลิกผันมากมาย สถานะของนางยังสูงส่งขัดกับพรสวรรค์ที่ควรมีกระทั่งถูกวิจารณ์อยู่บ่อยครั้ง จนถึงปัจจุบันนางยังขบคิดไม่เข้าใจ ว่ามารดาใดในโลกจะโหดร้ายกับลูกของตนเองได้ถึงเพียงนั้น แน่นอนว่ามีอีกหนึ่งความเป็นไปได้คือตนไม่ใช่บุตรสาวของนางจริงๆ เพล้ง !ซ่า! เสียงอ่างน้ำตกพื้น หยาดน้ำใสหยดกระจายจนเลอะพื้นห้อง กระเด็นโดนชายชุดนอนเด็หกหญิงจนเปียกชุม “ทำอะไรของเจ้า!!” สาวใช้ตวาดบ่าวเด็กผู้นั้นก่อนกดหัวเขาให้คุกเข่า
Baca selengkapnya
สหายร่วมเรียน
“หุบปากเสีย” นิ้วเล็กชี้ไปยังสาวใช้ที่คร่ำครวญไม่เลิกผู้นั้น เด็กน้อยวัยห้าขวบตัวกลมป้อม แก้มระเรื่อแดงก่ำจากการเพิ่งตื่นนอน ผมเผ้ารุงรังชี้นิ้วถลึงตา ไม่ว่าดูอย่างไรก็น่ารักน่าเอ็นดู ทว่าเพราะสถานะนางทำให้ผู้คนไม่กล้าเพิกเฉย รวมกับกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ทำให้นางดูไม่สามัญธรรมดา เหมยลี่อิงชี้ไปที่บ่าวรับใช้ระดับสองให้ลากนางออกไป ด้วยฐานะหลานสาวสายตรงของนาง ปกติจะมีแม่นมหนึ่งคน สาวใช้ระดับหนึ่งรับใช้ข้างกายสองคน สาวใช้ระดับสองทำงานหยาบสี่คน บ่าวไพร่ทำงานหยาบในเรือนอีกไม่เกินห้าคน ยามนี้นางขาดแม่นมไปแล้วหนึ่งคน สาวใช้ข้างกายก็ใช้การไม่ได้อีกหนึ่งคน รวมเซียวอวิ๋นหังเจ้าปัญหาที่ไม่รู้ว่ารับเข้าเรือนมาตั้งแต่เมื่อไรผู้นี้อีก ยังไม่รู้เลยว่าบ่าวเหล่านี้ภักดีต่อใคร เป็นสายของเรือนไหนแฝงเข้ามาบ้าง ครู่หนึ่งเหมยลี่อิงพลันรู้สึกสมองพองโตขึ้นมา นางสั่งบ่าวระดับสองคนหนึ่งที่เหลือในห้องพลางมองไปที่เด็กชาย “เจ้าพาเขาไปอาบน้ำ เช็ดเนื้อตัวเสีย อย่าได้คิดกลั่นแกล้งรังแกคนให้คุณหนูเช่นข้าเห็นอีกเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่ สาวใช้ตัวน้อยรู้สึกว่าคุณหนูของนางยามนี้หน้าเกรงขามอย่างยิ่ง พลันพยักห
Baca selengkapnya
สีสัน
โลกที่เขารู้จักไม่เคยมีความงดงาม อวิ๋นหังเกิดในจวนตระกูลใหญ่ แต่สถานะของเขากลับต่ำยิ่งกว่าบ่าวไพร่ เนื่องเพราะมารดาของเขาเป็นเผ่ามาร เขาเกิดมาก็ไม่รู้อะไรมากนัก รู้เพียงแต่ฮูหยินใหญ่จวนสี่มักไม่ยินดีในการมีอยู่ของเขา ส่วนผู้ได้ชื่อว่าเป็นบิดาเองก็ไม่เคยใส่ใจ ต่างจากความเป็นอยู่ของทายาทตระกูลใหญ่ เขาอาศัยอยู่ในห้องเก็บฟืนเล็กที่เต็มไปด้วยฟางแห้ง บ้าวครั้งก็มีหนู มีงู มีตะขาบเป็นเพื่อน พวกมันบ้างคราก็มานอนกับเขา บ้าวคราก็กัดเขา ฝังพิษบ้าง เขาไม่ได้ใส่ใจเพราะอย่างไรเขาก็ไม่ตาย อีกทั้ง อย่างไรก็ดีกว่าอยู่ตัวคนเดียว ตอนเช้าเขาต้องหาบน้ำ ตอนสายต้องเป็นลูกมือทำอาหาร ต้องเที่ยงต้องล้างจาน ตอนเย็นยังต้องซักผ้า ท้องฟ้าที่เขาเห็นไม่เคยเป็นสีฟ้าใส บางครั้งมันก็เปล่งประกายแดงๆ ในอากาศสีขาวดำ ความอาฆาตพยาบาทที่ลอยมาจากผู้คนมักเข้าเติมเต็มท้องของเขาประทังหิว มันมาพร้อมกับความขุ่นแค้น ริษยา อารมณ์อันแสนเหม็นเน่าที่เขาเพียงมองว่าเป็นอาหารเพราะว่าไม่อาจกินข้าวขาวได้อิ่มเหมือนคนอื่นๆ แม่นมจั่วข้างกายฮูหยินใหญ่มักเอามือนางจิกกระชากเส้นผมเขาแล้วกล่าว หากเจ้าไม่ทำงานก็จะไม่มีข้าวกิน แ
Baca selengkapnya
สำนักศึกษา
ฝ่ายคุณหนูใหญ่ผู้เปี่ยมไปด้วยความลึกลับอันหญิงใหญ่กลับถอนหายใจอยู่ในรถม้ามองท่านตาที่ทำตาอาลัยอาวรอย่างเสียไม่ได้ แบบนี้นางได้มีหวังไปเข้าเรียนสายตั้งแต่วันแรกเป็นแน่แท้ เด็กน้อยฉีกรอยหวานประจบเอาใจผู้เป็นตา พลางเอ่ยปลอยว่า “ท่านตาเจ้าขา เดี๋ยวตอนเย็นพวกเราก็ได้เจอกันแล้วเจ้าคะ” เซียวจงสิงยังรำลาหลานพร้อมเช็ดน้ำตาในใจ ลูกนกที่เขาเริ่มฟูมฟักย่อมต้องเติบใหญ่ วันนี้บินไปเรียนที่สำหน้าศึกษา ไม่รู้ว่าวันหน้าจะโบยบินไปถึงที่ใด ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจอยู่ใต้ปีกของตนได้ตลอดไป “อิงเอ๋อร์จำที่ตาบอกได้หรือไม่” เหมยลี่อิงพนักหน้าหงึกงัก พรางกระชับป้ายไม้อาคมให้มิดชิด ป้ายไม้อันนี้ท่านตาเชิญสหายนักพรตมาทำให้ตั้งแต่ยังเล็กเพื่อปกปิดพลังของนาง เหมยลี่อิงค่อนข้างพิเศษนางเกิดมาพร้อมกับพลังปราณอันบริสุทธิ์ดุจของขวัญอันล้ำค่าจากสวรรค์ แต่น้ำหนักของของขวัญนี้ยิ่งใหญ่เกินไป เหมยลี่อิงยังเล็กเกินกว่าจะแบกรับมันไว้ได้ ขอเพียงมีข่าวลือสักเล็กน้อยว่าทารกอายุไม่กี่เดือนกลับเดินลมปราณด้วยตนเอง พลังปราณที่ได้จากกลั่นลมกายใจเจื่อความบริสุทธิ์ผ่องใส ทำให้ทุกผู้คนอยากเข้าใกล้ สรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนชิดเ
Baca selengkapnya
อัจฉริยะน้อย
ในความเห็นของนางสถานศึกษามักพร่ำบอกถึงความเที่ยงธรรมแม้จะเพียงฉากหน้าอย่างน้อยเรื่องนี้ก็ไม่ควรถูกผ่อนปรนง่ายๆ เพื่อทำลายภาพลักษณ์ที่ตระกูลเซียวสายหลักเป็นผู้สร้าง คำถามนี้เป็นกับดักที่บิดานางกำชับไว้อย่างแยบคาย นางไหนเลยจะปล่อยผ่านไปอย่างง่ายดายเช่นนี้ ในความเห็นของนาง เด็กหญิงคนหนึ่งย่อมสะท้อนทัศนคติที่ถูกปลูกฝังออกมา จากนั้นนางจะทิ้งเมล็ดพันธุ์แห่งความบาดหมางเอาไว้กับสายตระกูลอื่นที่จึงจะเป็นผลลัพธ์ที่นางอยากได้ นางกลับไม่คาดคิดว่าเหมยลี่อิงจะไม่เดินตามสามัญสำนึกถึงกับยกพระพุทธรูปองค์ใหญ่๑ออกมา “เจ้ากำลังเอาท่านผู้อาวุโสมากล่าวอ้าง!” เหล่าอาจารย์ที่ฟังบทสนทนาสีหน้าขุ่นมัวพลัน คุณหนูใหญ่สายรองแม้มีแผนการแต่ก็เป็นการบงการของผู้ใหญ่ ตัวนางเล็กนักด้วยอายุเพียงเจ็ดขวบปีย่อมไม่เข้าใจความลึกล้ำของปลักน้ำ ความเที่ยงธรรมอาจนำกะเกณฑ์กับผู้อื่นได้ แต่เมื่อใช้กับผู้เฒ่าเซียวที่ถือเป็นว่าเป็นกำลังหลักของตระกูล ผู้ทุ่มเทเสียสละเพื่อตระกูลเซียวไปมากมายจนชีวิตครอบครัวแทบพังทลายภรรยาเอกตาย บุตรสาวอีกคนหายสาบสูญเป็นสิ่งสมควรงั้นหรือ ตัวนางไม่รู้จักพอ ยังสาวความต่อการกระทำเหล่านี้ย
Baca selengkapnya
ระดับวาสนา
เนื่องจากเรือนศึกษาประกอบด้วยเด็กเล็กจำนวนมากจึงมีเพียงชั้นเรียนในช่วงเช้า หลังจากเที่ยงเหล่าคุณหนูนายน้อยล้วนสามารถกลับบ้านหรือเลือกพักผ่อนในห้องพักศิษย์ได้ตามอัธยาสัย เด็กส่วนใหญ่จะใช้เวลาเล่นกับสหายหรือทำความรู้จักกันในโถงกลาง มีบ้างที่กลับบ้านไปพักผ่อนหรือเรียนต่อกับครูที่ทางบ้านหามาเป็นการส่วนตัว เหมยลี่อิงเพิ่มมาใหม่นางไม่ได้สนิทสนมกับใครและไม่ใส่ใจจะสนิทสนม รวมถึงไม่มีภาระหน้าที่หรือแรงกกดดันใดๆ คุณหนูใหญ่เซียวพรูลมหายใจ ทรุดตัวลงบนตั่งด้วยอากาศเวียนศีรษะจากเสียงการแจ้งเตือนของระบบในหัวที่ดังระงมมาตั้งแต่เช้า ในหมู่เด็กๆ มีบ้างที่จะพบพานวาสนา ทว่าอย่างมากก็เป็นวาสนาระดับดินและระดับมนุษย์เท่านั้น ใช่แล้ว โชควาสนาเองก็มีระดับของมัน ตัวอย่างเช่นวาสนาของเซียวอวิ๋นหังที่สามารถพลิกฟ้าเปลี่ยนชะตาถือว่าเป็นวาสนาระดับสวรรค์ วาสนาที่สามารถส่งเสริมเกื้อหนุนแก่ผู้คนได้เรียกว่าวาสนาระดับฟ้า ส่วนโชคลางหรือมงคลที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวเรียกว่าวาสนาระดับดิน สำหรับโชคลาภเล็กๆ น้อย ประเภทประเภทของหายได้คืน พ้นจากอากาศป่วยไข้จัดเป็นวาสนาระดับต่ำสุดคือวาสนาระดับมนุษย์ ส่วนวาสนาระดับที่สูงกว่
Baca selengkapnya
เซียวฟางฟรู เซียวฟาวหรง
“เขาที่ว่านั่นคือผู้ใดกันเจ้าคะ การเลือกทำกับผู้อื่นเช่นนั้นเพราะความเชื่อที่ไร้ที่มาที่ไปนั่นนั่นคร่ำครึยิ่ง”เหมยลี่อิงยิ่งคิดยิ่งไม่พอใจ นางอยู่ในโลกจำลองมานานรับเอาค่านิยมเรื่องความเท่าเทียมและความขัดแย้งทางเผ่าพันธุ์มามาก ทั้งยังมองว่าอคติของพี่รองของนางนั้นไม่ดีต่อตัวเขาเท่าไรไม่ว่าในอตีดชาติหรือปัจจุบันก็ดีเซียวสือรุ่ยแม้จะซุกซนแขวกขนบ แต่ทระนงถือดียิ่ง แม้เขาจะฉลาดเฉลียวเพียงใดโลกทัศน์ก็ยังแคบนัก สายตาไม่กว่างไกล ผนวกกับความภาคภูมิใจและความเย่อยิ่งแบบเด็กๆ ที่ถูกปลูกฝังมาของชนชั้นสูงทำให้รับสิ่งที่นางพูดไม่ได้เขาได้แต่คิดว่าน้องหญิงถูกขังอยู่ในเรือนมานานเกินไป ไม่มีใครสอนสิ่งเหล่านี้ให้นางจึงถูกพวกมารหลอกลวงเอาได้ ส่วนท่านปู่ตามตามใจน้องยิ่งมากเกินไปเช่นนี้ใช้การไม่ได้ในฐานะพี่ชายที่ดีเขาต้องนำทางมาสู่เส้นทางที่ถูกต้องทั้งสองถกเถียงกันไปไม่มีใครมองสีหน้า ‘มาร’ ที่อยู่ในบทสนทนาเซียวอวิ๋นหังยามนี้สับสนในใจ ใช่ เขาเองก็เคยได้ยินว่าใครที่อยู่ใกล้เผ่ามารจะโชคร้าย นี่เป็นเหตุผลที่แม้แต่บ่าวไพร่ในตระกูลเซียวก็ไม่กล้าเข้าใกล้เขาด้วยสถานะของนางที่เป็นคุณหนูใหญ่ มีเหตุผลใดไฉนต้อง
Baca selengkapnya
ค้นหาแดนลัพธ์บรรพบุรุษ
เด็กหญิงยิ้มหวานอย่างไม่คิดอะไรให้พี่รองและเซียวอวิ๋นหังที่ห่วงกังวล แล้วพาพวกเขาออกไปจากตรงนั้น“แล้วเราจะไปที่ใด” เซียวสือรุ่นไพล่ตามเปี่ยนบรรยากาศ“ท่านเคยสำรวจที่ใดมาแล้วบ้าง”เซียวสือรุ่ยพออกทำท่าทางภาคภูมิใจ “ใคร่ควรถามว่าที่ใดที่พวกข้ายังไม่ได้ไปบ้างจะดีกว่า”“แต่ท่านก็ไม่เจอสิ่งใดไม่ใช่หรือ” เหมยลี่อิงกล่าวไม่เกรงใจ ทำเอาไหล่ที่ยกสูงของคุณชายน้อยชุดเขียวห่อเหี่ยวลงศาลบรรพชนแห่งนี้กล่าวได้ว่าเป็นสิ่งที่สร้างขึ้นมาอย่างประณีตอย่างแท้จริง พื้นที่กว้างขวางโอ่โถงปลอดโปล่ง แต่คงไว้ซึ่งความสง่างามเคร่งขรึม เคยมีคนกล่าวว่าหากอยากรู้ว่าตระกูลนั้นมีประวัติศาสตร์ยาวนานเพียงใด ให้ดูที่ศาลบรรพชนของตระกูลนั้นคำกล่าวนี้เป็นคำกล่าวที่ถูกต้องเพราะยิ่งตระกูลมีประวัติยาวนานและมีความมั่งคั่งมากเท่าใด ยิ่งให้ความสำคัญกับสถานที่หลังความตายของตนมากเท่านั้น ทั้งคนรุ่นหลังยังต้องขอบคุณบรรพบุรุษที่มอบรากฐานอันยาวนานเหล่านี้ให้สถานที่ตั้งศาลบรรพชนที่ดีต้องมีกี่อย่าง หนึ่งคือต้องมีที่ให้ลมผ่าน สองคือมีที่ให้ธารน้ำไหล ตามนิมิตของพี่รองที่นางเห็นคืออีกฝ่ายไปตามหาเพื่อนที่ขี้ขลาดและหายไปจนพบสะหายอยู่ใต้
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status