Share

ระบบเพิ่มพูนวาสนา บพิธมิสิ้นไร้วาสนาบุปผาตระการ
ระบบเพิ่มพูนวาสนา บพิธมิสิ้นไร้วาสนาบุปผาตระการ
Penulis: ดอกพลัมร่ำสุรา

ระบบเพิ่มพูนวาสนา

last update Tanggal publikasi: 2025-04-19 13:41:21

ห้วงเวิ้งแห่งว่างเปล่าไร้อาทิตย์ ดวงดาว และจันทร์สกาวส่องฉาย

อนันตาไร้สิ้นสุดในกาลยาวนานเกินจะนับได้หรืออาจเป็นเพียงเสียวเวลาสั้นแห่งการถอนใจไม่กี่คราแล้วก็มลายไป สิ้นแล้วซึ่งความหวัง ความอบอุ่นเย็นชาทั้งหลายในโลกีย์วิสัย

สถานที่อันว่างเปล่าและขาวโพลน ที่ซึ่งแยกไม่ออกว่าเป็นทั้งฟ้าหรือผืนดิน หากแต่จะเรียกสิ่งนี้ว่าท้องฟ้า มันก็เป็นท้องฟ้าที่ไม่อาจจะรู้ได้ว่าเป็นกลางวันหรือกลางคืน ปกคลุมไปด้วยเงาสลัวรางอันมืดมิดและแสงจาดจ้าอันขาวโพลนสลับกันไปมากลายเป็นผืนนภาอันสุดทนดูที่กระด่างกระดำ ทั้งจะดำก็ไม่ดำจะขาวก็ไม่ขาว เป็นจุดแสงจุดมืดระยิบระยับสลับกัน ยังมีเสียงสาดซ่าบาดแก้วหูเดี๋ยวแว่วเดี๋ยวดับ จนหากคนเป็นได้ยลเห็นคงมิแคล้ววิงเวียนจนต้องอาเจียนออกมาเป็นแน่แท้

โชคดีนะที่นางตายแล้ว

ปรภพช่างอุจาดตาเสียจริง

อมนุษย์ที่ล่องลอยอย่างไร้จุดหมายคิด พลันฉุกสติตัวขึ้นมาได้ว่าตนนั้นคล้ายว่าจะตายเสียแล้ว จบสิ้นชีวิตอเนจอนาถสุดแสนจะน่าเวทนานี้เสียที

ปรภพแห่งนี้เป็นสถานที่พิอันกลนัก ไร้แม่น้ำวั่งชวนเหม็นคาวคละคลุ้งทอดยาว ไม่มีสะพานไน่เหอหรือดอกปี่อั้นสองแดงฉานสองข้างทาง กระทั่งไม่มียายเมิ่งผู้ถือน้ำแกงลืมเลือนอีกต่างหาก

เหมยลี่อิงอดคิดไม่ได้ว่าตนนั้นถูกยมทูตขาวดำพามาผิดที่หรือไม่

หรือเหตุยามเป็นคนตนนั้นแบกเคราห์สังหารมากเกินไป แม้ตายก็ยังไม่อาจเข้าสู่สังสารวัฏต้องกลายเป็นวิญญาณเร่รอนเสียแล้ว?

ดวงวิญญาณของนางไม่รู้อยู่ในสภาพนี้มานานเท่าไร อาจเพราะปราศจากสิ่งใดไว้บอกเวลาให้หญิงสาวรู้ได้ หรืออาจเพราะสำหรับคนตายสิ่งที่เรียกว่าการเดินของเวลานั้นจะสำคัญไฉน

ขณะวิญญาณดวงน้อยกำลังครุ่นคิดอย่างไร้จุดหมายพลันเสียงเสียดแหลมยาวก็ดังก้อง

ปริบ ปริ๊บ ปรี๊บบบบบ

เสียงแหลมยาวยากจะบรรยายดุจดั่งกระเบื้องเสียดแก้วดังขึ้น เหมยลี่อิงแม้รู้ว่าตนไร้ซึ่งร่างกายยังอดเอามือปิดหูตามสัญชาตญาณไม่ได้

“ระบบ...กะ.. ลัง ผูก...ติดกับ ฮะ..”

เสียงบาดแหลมกลายเป็นเยียบเย็นเสียงสาบซ่า ขาดๆ หายๆ คล้ายเสียงเด็กที่หัดพูดอย่างสะเปะสะปะ ฟังดูเป็นจังหวะแต่ไม่อาจเข้าใจความหมายได้

“ระบบกำลังซิงค์ ข้อมูล”

ใช้เวลายาวนานกว่าเสียงจะกลายเคียงคำที่นางน่าจะเข้าใจ แต่เมื่อนำคำต่างๆ มารวมกันกลับกลายเป็นว่านางไม่มีปัญญาเข้าใจพวกมันเสียแล้ว

ระบบคือสิ่งใด ?

แล้วซิงๆ สิง? คืออันใดกัน

“ระบบกำลังดาวโหลดภาษาที่ใกล้เคียงกับโฮสในปัจจุบัน”

“ระบบชดเชยพลังงานที่ถูกโจรกรรมระหว่างดวงดาวหมายเลข792ทำการซิงค์ข้อมูลเสร็จสิ้น”

“ยินดีที่ได้พบโฮสหมายเลข792 ท่านคือผู้เสียหายเหมยลี่อิงใช่หรือไม่”

หญิงสาวแม้ประโยคอื่นไม่เข้าใจ พอฟังประโยคเข้าใจได้บ้างสุดท้ายก็ลอบถอนหายใจโล่งอก “ข้าไม่แน่ใจว่าผู้เสียหายคือสิ่งใด แต่ข้าคือเหมยลี่อิง แล้วท่านเล่าเป็นใครกันยมฑูตหรือ?”

“ไม่อาจกล่าวเช่นนั้นได้ ระบบเป็นเพียงระบบเป็นเครื่องมือที่ถูกสร้างให้มีสติปัญญาเพื่องานตามที่ได้มอบหมาย”

เสียงเยียบเย็นไร้อารมณ์เอ่ยตอบ อัตตาเหมยลี่อิงระงับความฉงนเอาไว้เอ่ยถามอย่างระมัดระวัง

“เครื่องมือที่มีสติปัญญา? คล้ายอาวุธจิตวิญญาณหรือไม่”

“สามารถเข้าใจว่าเป็นสิ่งที่คล้ายกันได้ แต่การคงอยู่ระบบเป็นสิ่งที่เหนือล้ำกว่านั้นมาก”

ย่อมเป็นสิ่งที่เหนือกว่านั้นมากแน่นอน สิ่งที่สามารถแทรกแซงช่วงชิงดวงวิญญาณคนตายอย่างนางมาจากปรภพได้ต้องทรงพลังมากใด

เหมยลี่อิงยิ่งคิดยิ่งหวาดหวั่น ทราบว่ายามนี้ตนเสียเปรียบอีกฝ่ายมาก นางเอ่ยถามเพื่อหยั่งเชิงเจตนา “เช่นนั้นงานที่เจ้าได้รับมอบหมายคือสิ่งใด”

“โฮสไม่ต้องกังวลระบบไม่ได้มีเจตนาร้าย”

อัตตาของหญิงสาวผ่อนคลายลงเล็กน้อย แม้ไม่เชื่อทั้งหมดแต่เมื่ออีกฝ่ายกล่าวเช่นนั้นย่อมไม่ได้หมายทำร้ายนางอย่างน้อยก็ตอนนี้

เหมยลี่อิงคิดแล้วก็เยาะหยันหรือต่อให้ทำจริงอีกฝ่ายจะทำสิ่งใดได้ อย่างมากก็ถูกลบอัตตาดวงวิญญาณแหลกสลายไปเท่านั้น

เพียงนึกถึงความเจ็บปวดของตนที่ผ่านมา หากนางได้สลายหายไปจริงๆ เช่นนั้นอาจจะดีกว่าแล้วก็ได้

อัตตาดวงน้อยคิดอย่างปลดปลงแล้วรู้ปลอดโปร่งโล่งใจขึ้นมา

อย่างไรก็คงไม่มีสิ่งใดทำร้ายตนไปได้มากกว่านี้อีกแล้ว

“งานของระบบก็คือคืนพลังงานที่ถูกขโมยไปให้กับโลกใบนี้ โฮสในฐานะบุตรแห่งฟ้าดินของโลกใบนี้และจัดเป็นผู้เสียหายรายใหญ่ที่ถูกจึงถูกผูกมัดเอาไว้กับระบบนั่นเอง”

เหมยลี่อิงยิ่งฟังยิ่งไม่เข้าใจ “บุตรแห่งฟ้าดิน? ข้าน่ะหรือ? คืนพลังงานที่ถูกขโมย เจ้าหมายความอย่างไร?”

เสียงอันเย็นชืดชะงักไปก่อนกล่าวว่า “เนื่องด้วยภาษาและวัฒธรรมที่แตกต่างระบบจะทำการอธิบายอย่างง่ายๆ ตัวระบบมาจากรัฐบาลในยุคสมัยแห่งอนาคตข้างหน้าไกลแสนไกล รัฐบาลทำหน้าที่เป็นตัวแทนปกครองและดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเอกภพที่นั่นเทียบได้กับทางการในยุคสมัยของโฮส

ในขณะเดียวกันก็มีโจรสลัดอวกาศที่ไม่ยอมรับการปกครองของรัฐบาลและช่วงชิงพลังงานจากยุคสมัย มิติ หรือโลกที่แตกต่างเพื่อสร้างกองกำลังและก่อกบฎ

นอกจากจะทำให้ประชาชนของเราเดือดร้อนแล้ว ยังทำให้โลกที่ถูกช่วงชิงพลังงานไปได้รับความเสียหายและล่มสลายซึ่งจะส่งผลต่อๆ กันไปเป็นโดมิโน่เอฟเฟค เพื่อหยุดหยั้งโจรกรรมและแก้ปัญญาที่ต้นเหตุ นอกจากจับโจรสลัดเหล่านั้นแล้ว ระบบจึงถูกสร้างขึ้นเพื่อส่งต่อชดเชยพลังงานที่ถูกขโมยมากลับคืนยังโลกใบนั้น”

สิ่งที่เรียกกว่าระบบได้อธิบายยืดยาวเหมยลี่อิงกลับฟังแล้วคล้ายเข้าใจบ้างคล้ายไม่เข้าใจบ้าง “กล่างคือเจ้าเป็นคนจากทางการมาคืนสิ่งที่เรียกว่าพลังงานใช่หรือไม่ แล้วพลังงานคือสิ่งใดกัน”

ระบบขบคิดก่อนอธิบายเปรียบเทียบ “พลังงานก็คือสิ่งที่ทำให้โลกนั้นดำเนินต่อไปได้ มันจะเป็นตัวล่อเลี้ยงและแย่งชิงแข่งขันของสิ่งมีชีวิตในโลกนั้นๆ มนุษย์ในยุคของคุณอาจเรียกมันว่า โชคชะตาหรือวาสนา”

เหมยลี่อิงนิ่งงันก่อนเอ่ยเสียงหนักอึ้ง “เจ้าหมายความว่าโลกใบนี้ถูกช่วงชิงดวงชะตาไป และข้าก็คือผู้ที่ถูกช่วงชิงไปมากที่สุดใช่หรือไม่?”

“สามารถกล่าวเช่นนี้ได้”

“มิน่า... .มิน่าเล่า” อัตตาเหมยลี่อิงหัวเราะเยาะหยันไม่หยุดด้วยความทุกข์ใจ หากนางยังมีร่างกายยามนี้คงหัวเราะจนตัวงอน้ำตาไหลลงมาอย่างน่าสมเพชดุจหมาขี้เรื้อนตัวหนึ่ง

ชั่วชีวิตนี้นางเหมยลี่อิงคิดเพียงว่าตนเกิดมาโชคร้าย พยายามทำสิ่งก็ไม่ประสบความสำเร็จ ต้องเผชิญความระทมทุกข์ มีชีวิตเอจอนาจ นางจึงคิดว่าตนนั้นเกิดมาเคราะห์หามยามร้ายจนไม่อาจโชคร้ายไปมากกว่านี้ได้อีก กลับคิดไม่ถึงว่าคนเช่นตนจะถูกช่วงชิงวาสนาเสียได้

ช่าง..

ช่างน่าสมเพชจริงๆ

ทั้งยัง

ทั้งยังน่าแค้นใจนัก!

ระบบ972เป็นระบบน้องใหม่ที่เพิ่งรับภารกิจครั้งแรกถึงการสื่ออารมณ์ของมันจะเย็นชาเนื่องจากขาดการชำนาญ แต่จริงๆ แล้วมันประหม่ามาก เมื่อเห็นโฮสโศกเศร้ามันก็ไม่รู้จะเอ่ยปลอบอย่างไร

ทำได้เพียงมองเงียบๆ รอจนกราฟอารมณ์บ่งบอกว่าโฮสสงบใจแล้วจึงถามว่า

“ระบบสามารถย้อนเวลาในโลกขอบคุณได้หนึ่งครั้ง คุณยินดีเริ่มต้นใหม่หรือไม่”

เหมยลี่อิงตอบโดยไร้ความลังเล คำตอบนี้ส่งลึกมาจากจิตใจเจ็บแค้นแน่วแน่ของนาง “ย่อมแน่นอน”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ระบบเพิ่มพูนวาสนา บพิธมิสิ้นไร้วาสนาบุปผาตระการ   เรือนเหมยจรุง

    เหมยลี่อิงตื่นขึ้นมาอีกคราก็มองเห็นแต่เพดานไม้ รอบๆ กาย กลิ่นสมุนไพรฉุนกึกพวยพุ่งเข้าสู่โสตประสาทจนสมองนางแทบจะมึนเบลอ- “เจ้าฟื้นแล้วเหรอ” เป็นเสียงแหบห้าวของเด็กสาวนามว่าจินเกอ เหมยลี่อิงหันหน้าไปมองพบว่านางนอนอยู่เตียงข้างๆ กันนี่เอง เหมยลี่อิงค่อยยันตัวขึ้นกล้ามเนื้อทั่วร่างนางเหมือนถูกป่นจนแหลกแหละ แขนที่ค้ำยันกับเตียงเจ็บร้าวจนต้องสูดลมหายใจลึก ใช้เวลาปรับร่างกายสักพักนางจึงค่อยตั้งสติมองไปรอบๆ ได้ ในเรือนขนาดใหญ่เต็มไปด้วยเตียงมากมายวางเรียงราย บางมีสหายร่วมสอบที่คุ้นหน้าคุ้นตาอยู่บ้าง “ที่นี่คือ ?” “เรือนเหมยจรุง เป็นเรือนพยาบาลผู้ป่วย เจ้าถึงกับสลบไปสามวันเลยนะ นับว่าสุดยอดยิ่งนัก ” เหมยลี่อิงได้ยินดังนั้นก็ทำตัวไม่ถูกหมดสติไปนานขนาดนี้นับว่าดีอย่างไร จินเกอเห็นนางทำสีหน้างงงวยก็อธิบายให้อย่างมีน้ำใจ สุ้มเสียงของนางเต็มไปด้วยความยอมรับนับถือ “เจ้าฝืนขึ้นไปยังขั้นสูงสุดที่ไม่มีผู้ใดเคยไปถึงมาก่อนตั้งแต่สำนักก่อตั้ง แม้แต่ศิษย์พี่หญิงผู้คุ้มสอบยังถูกลงโทษเพื่อเจ้า เจ้าไม่เรียกว่าสุดยอดได้อย่างไร เจ้าไม่ลองดูว่าเจ้าได้ผลประโยชน์

  • ระบบเพิ่มพูนวาสนา บพิธมิสิ้นไร้วาสนาบุปผาตระการ   บันไดหินทดสอบจิตสำนึก

    บันไดศิลาดำทอดยาวเป็นวงเวียนจรดฟ้า กลางนภาสีครามสว่างเจิดจ้า ฟ้าเหนือศีรษะเป็นหมู่เมฆและดวงตะวัน หันหน้าลงมาเพียงเงาลานหินสีดำและผู้คุ้มสอบที่สีหน้าเย็นชา“ผู้เข้าสอบซ่งหลิงหลิงตกรอบ” ฟ่งปิงเยว่ประกาศ ศิษย์สายนอกสวมเครื่องแบบสีเขียวมรกตดิ้นเงินขึ้นไปรับตัวเด็กหญิงที่ไร้เรี่ยวแรงลงมาด้วยความเร็วแทบเป็นภาพติดตานี่สามารถพิสูจน์ได้ว่าแม้แต่ศิษย์สายนอกของสำนักแพทย์เขาปุบผาก็ยังมีพลังจิตสำนึกในระดับน่าตระหนกผู้รอบการทดสอบเห็นดังนั้นก็พยายามรุดหน้าต่อไป เพราะขอเพียงพวกหยุดช้าเพียงยี่สิบลมหายใจ สายตาอันแหลมคมของผู้คุมสอบก็จะจับจ้องไปยังพวกเขาในทันใด หากมีวี่แววว่าเจ้าจะไปต่อไม่ไหว สุ้มเสียงไร้น้ำใจไมตรีก็ประกาศว่าเจ้าตกรอบทันทีเด็กชายที่อยู่ข้างคนที่เพิ่งประกาศตกรอบไปถึงกับเสียวสันหลังวาบ ขนหัวลุกชี้ชัน กัดฟันเดินต่อแทบไม่คิดชีวิตเสียงสายลมกระพือพัดชายผ้าดุจท้องฟ้าคำรามหวีดวิวอยู่ข้างหู เหมยลี่อิงยังคงก้าวขึ้นบันไดดำอย่างใจเย็น สีดำทะมึนใต้ฟ้าเท้าราวกับมีชีวิตชีวายื่นมือออกมาดึงรั้งขายิ่งกว่าตะกั่วหนัก ช่างเป็นจิตสำนึกนึกอันทรงพลังอะไรเช่นนี้ขั้นที่ห้าสิบ เด็กหญิงยังเดินรุดหน้าด้วยท่าทาง

  • ระบบเพิ่มพูนวาสนา บพิธมิสิ้นไร้วาสนาบุปผาตระการ   การทดสอบเข้าสำนักด่านแรก

    “เหอะ หากข้าไม่ขอโทษแล้วอย่างไร พวกเจ้าจะทำอะไรข้าได้” สวี่อวี้หลันยังคงเย่อหยิ่ง เรื่องอันใดต้องให้นางไปขอโทษคนไม่หัวนอนปลายเท้าจินเกอพ่นลมหายใจคราหนึ่ง เดินผ่านนางเข้าห้องไปเลือกเตียงที่อยู่หัวมุม“พวกเราก็จะได้รู้เช่นเห็นชาติสันดานเจ้ากระมัง”“เจ้า !!”“อวี้หลัน!! เจ้าพอได้แล้ว ที่นี่ไม่ใช่ที่บ้าน”สุดท้ายแล้วกลับเป็นสวี่ฟางเฟยที่เกลี้ยกล่อมน้องสาวอย่างอดทนพลางขอโทษสหายร่วมห้องแทน คนอื่นๆ ไม่พูดอะไร แม้แต่หลินรั่วอีก็ไม่รับคำขอโทษนั้น มีเพียงเหมยลี่อิงที่มองพวกนางสองพี่น้องอย่างมีความหมายสวี่ฟางเฟยได้แต่ยิ้มเจื่อน นางเองก็อับจนปัญญากระทั่งเพื่อนร่วมห้องอีกสองคนมาถึงบรรยากาศที่อึดอัดระหว่างพวกเขาถึงได้ผ่อนคลายลงรุ่งสางอาทิตยายังไม่โผล่พ้นขอบฟ้า รัตติกาลกำลังจะจางหาย แสงรำไรเพียงมองเห็นปลายฝ่ามือได้รางๆ ปรางแก้มสีชมพูอิ่มนิ่มนวลคลอเคลียเกศางาม อารามสาวน้อยกอดจิ้งจอกสีขาวขนฟูหลับสนิทด้วยความเหนื่อยล้าเมื่อคืนนางวางค่ายกลป้องกันไว้รอบเตียง จึงสามารถนอนหลับได้อย่างสบายใจจินเกอที่นอนอยู่เตียงข้างกันพลันลืมตาโผล่ เอื้อมมือคว้ามีดพกในอกเสื้อทันใด ประตูไม้ในเรือนนอนพวกนางเปิดออกโดยไร้ผ

  • ระบบเพิ่มพูนวาสนา บพิธมิสิ้นไร้วาสนาบุปผาตระการ   สหายร่วมห้องสอบ

    แสงตะวันพลบค่ำอัสดงสีส้มนวลสว่างฉาบย้อมท้องฟ้าจนกลายเป็นผ้าไหมทองเข้มผืนหนึ่ง เหมยลี่อิงไม่ได้มีเวลาในรำพึงในใจนานนัก รองเท้าปักเดินก้าวตามขบวนคุ้มกันเข้าสู้สำนักในที่สุดพวกนางเดินตามสันเขาชมเมฆา ม่านหมอกเมฆหนาทึบลอยเอื่อยอ้อยอิ่ง กิ่งพัดใบไม่ไหวตามสายลมดังเคล้า เหล่าภมรปราณเริงร่าชมแนวผกาทอดทิวเขา ราวเหล่าภูติกระซิบสำเนียงแห่งพงไพร หัวใจที่เต้นกระหน่ำของเด็กหญิงก็ค่อยๆ เบาลง “เจ้าเป็นอะไรไป” จิงซิงเฉินถามเมื่อเห็นนางเหม่อลอย เหมยลี่อิงส่ายหน้าหยิบองหญิงจิ้งจอกหน่อยสีขาวฟูออกมาจากถุงเลี้ยงสัตว์ โม่เสวี่ยงัวเงียอยู่ในอ้อมแขนนางพลางหาวหวาดแม้แต่ตายังไม่ลืม “นั่นสัตว์สัญญาของเจ้าหรือ สายเลือดไม่เลวเลย แต่เจ้าต้องระวังการทดสอบไม่อนุญาติให้ใช้สัตว์ปราณช่วยเหลือเจ้าสามารฝากไว้ที่โถงสำนักระหว่างการสอบได้” ศิษย์หญิงที่เป็นผู้นำขบวนมากล่าวกับนางเล็กน้อยด้วยใบหน้าเรียบเฉยผู้ไม่สนิทย่อมฟังไม่ออกถึงความอบอุ่นที่ซ่อนอยู่ภายใน แต่ชาติที่แล้วนางคบหากับศิษย์พี่หญิงจางผิงจูมาหลายปีไหนเลยจะไม่ออก เหมยลี่อิงคลี่ยิ้มจนตาปิด เด็กหญิงนัยน์ตาดอกท้อใสกระจ่าง เรื่องหน้าจิ้มลิ้มม

  • ระบบเพิ่มพูนวาสนา บพิธมิสิ้นไร้วาสนาบุปผาตระการ   นางมาถึงแล้ว

    เสียงกระบี่ฟาดฟันไล่ล่า คลื่นพลังปราณประทุเดือดพล่านทำลายป่าไม้ล้มระเนระนาด เหมยลี่อิงกับจิงซิงเฉินเห็นผู้ถูกไล่ล่าก็ม่านตาหดแคบ เป็นหลงเทียนสือผู้นั้นที่เคยมีปากเสียงกันที่โรงเตี๊ยมตงฟู ยามนี้ที่เด็กชายที่จมูกชี้ฟ้าสง่างามยิ่งผยองกลับไม่หลงเหลือความหยิ่งยโสเลยแม้แต่น้อย เสื้อผ้าอาภรณ์ชั้นดีของเขาในยามนี้ล้วนขาดวิ่นเนื้อตัวเต็มไปตัวบาดแผลฉกรร บางตำแหน่งลึกแทบเห็นกระดูก หากไม่ได้ผู้คุ้มกันทั้งสองสละชีวิตรั้งศัตรูไว้ตัวเขาก็แทบเอาชีวิตไม่รอด เด็กผู้นั้นเห็นได้ชัดว่าหนีการไล่ล่ามา เมื่อพวกจิงซิงเฉินในแววตาก็ปรากฎแววโล่งใจ แคว้นหลงกับแคว้นจินอยู่ข้างเคียงกัน ราชวงศ์ของพวกเขาล้วนมีความสัมพันธ์อันดี ถึงขึ้นมีการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กันมาหลายรุ่น ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด จิงซิงเฉินไม่อาจปล่อยให้เขาตายโดยไม่ช่วยเหลือ หลงเทียนสือแม้หยิ่งผยองแต่ไม่ใช่ตัวโง่งม เพียงประสานมือคาราวะพวกเขานัยต์ทอแววอับอายอยู่บ้าง “บุญคุณครั้งนี้ข้าจะทดแทนภายหลังอย่างแน่นอน” จิงซิงเฉินลังเลเล็กน้อยหากมีเพียงเขาคนเดียวย่อมลงมือช่วยเหลืออีกฝ่ายโดยไม่คิดอะไร แต่ยามนี้เพื่อนร่วม

  • ระบบเพิ่มพูนวาสนา บพิธมิสิ้นไร้วาสนาบุปผาตระการ   อ้ายฉินฮวา

    ปัง ! กระแทกผนังจนแตกกระจาย ผนังไม่กลับเป็นเพียงรอยขีดข่วน ผู้คุ้มกันทั้งลายออกมาคุ้มกันคุณหนูคุณชายของพวกเขาไว้ตรงกลางป้องกันการโดนลูกหลง เหมยลี่อิงอดพำพึมไม่ได้ “ช่างเป็นพนังไม้ที่แข็งแกร่งสมคำโอ่จริงๆ” “อาศัยสวะเช่นเจ้ากล้าเหิมเกริมกับข้า ช่างไม่รู้จักคำว่า ‘ตาย’สะกดอย่างไร” ดรุณีนางหนึ่งหน้าตาสระสวยสะพายกระบี่เล่มใหญ่ ระเบิดพลังสวะของหนิงม่ายออกมาเต็มที่ พวกเหมยลี่อิงมีผู้คุ้มกัยปิดป้องย่อมไม่เป็นไร เหล่าเสี่ยวเอ้อร์ล้วนหลับไปยังค่ายกลหลังร้านอย่างรู้หน้าที่ มีเพียงรู้ค้าบ้างคนพลังฝีมือต่ำอยู่บ้างทุกลูกหลงกันไปหอมปากหอมคอ ไม่มีใครเข้าไปห้าม ประการแรกเพราะยอกข้าวของในร้านแล้วไม่มีผู้ใดได้รับความเสียหาย นับว่าหญิงสาวนางนั้นควบคุมตนเองได้ดีอยู่บ้าง ประการที่สองผู้ใดจะอยากหาเรื่องใส่ตัวด้วยการแส่เรื่องของผู้อื่น หญิงสาวนางนั้นร่างกายไม่กำยำแต่สังขารแข็งแกร่งยิ่ง ปราบอันธพาลรานถิ่นที่กล่าววาจาแทะโลมนางด้วยหมัดหลุนๆ อีกหมัดตามด้วยอีกหมัด เสียงถูกชกอย่างรุนแรงปานนี้ อันธพาลผู้นั้นโดนอัดไม่กี่ทีก็หลงเหลือเพียงลมหายใจรวยริน ถู

  • ระบบเพิ่มพูนวาสนา บพิธมิสิ้นไร้วาสนาบุปผาตระการ   ค้นหาแดนลัพธ์บรรพบุรุษ

    เด็กหญิงยิ้มหวานอย่างไม่คิดอะไรให้พี่รองและเซียวอวิ๋นหังที่ห่วงกังวล แล้วพาพวกเขาออกไปจากตรงนั้น“แล้วเราจะไปที่ใด” เซียวสือรุ่นไพล่ตามเปี่ยนบรรยากาศ“ท่านเคยสำรวจที่ใดมาแล้วบ้าง”เซียวสือรุ่ยพออกทำท่าทางภาคภูมิใจ “ใคร่ควรถามว่าที่ใดที่พวกข้ายังไม่ได้ไปบ้างจะดีกว่า”“แต่ท่านก็ไม่เจอสิ่งใดไม่ใช่หรือ

  • ระบบเพิ่มพูนวาสนา บพิธมิสิ้นไร้วาสนาบุปผาตระการ   เซียวฟางฟรู เซียวฟาวหรง

    “เขาที่ว่านั่นคือผู้ใดกันเจ้าคะ การเลือกทำกับผู้อื่นเช่นนั้นเพราะความเชื่อที่ไร้ที่มาที่ไปนั่นนั่นคร่ำครึยิ่ง”เหมยลี่อิงยิ่งคิดยิ่งไม่พอใจ นางอยู่ในโลกจำลองมานานรับเอาค่านิยมเรื่องความเท่าเทียมและความขัดแย้งทางเผ่าพันธุ์มามาก ทั้งยังมองว่าอคติของพี่รองของนางนั้นไม่ดีต่อตัวเขาเท่าไรไม่ว่าในอตีดชาติ

  • ระบบเพิ่มพูนวาสนา บพิธมิสิ้นไร้วาสนาบุปผาตระการ   ระดับวาสนา

    เนื่องจากเรือนศึกษาประกอบด้วยเด็กเล็กจำนวนมากจึงมีเพียงชั้นเรียนในช่วงเช้า หลังจากเที่ยงเหล่าคุณหนูนายน้อยล้วนสามารถกลับบ้านหรือเลือกพักผ่อนในห้องพักศิษย์ได้ตามอัธยาสัย เด็กส่วนใหญ่จะใช้เวลาเล่นกับสหายหรือทำความรู้จักกันในโถงกลาง มีบ้างที่กลับบ้านไปพักผ่อนหรือเรียนต่อกับครูที่ทางบ้านหามาเป็นการส่ว

  • ระบบเพิ่มพูนวาสนา บพิธมิสิ้นไร้วาสนาบุปผาตระการ   ฟื้นคืน

    สายลมเหน็บหนาวพาพัดคืนค่ำพรำลมฝน ความมืดยามวิกาลคืบคลานบดบังผืนฟ้าจวบจนจันทรามิอาจยลเห็น สายฝนฉ่ำเย็นรัตติกาลพาลพาผู้คนรู้สึกถึงลางร้ายดุจภูตพรายแห่งความตายวนเวียน ใต้เฉลียงโคมส่องแสงกระทบเงาเท้าผู้คนเดินเข้าออกกระสับกระส่าย เสียงระงมวุ่นวาย “เป็นอย่างไร” ชายชราถามเสียงเหี้ยม ทำทีว่าหากคำตอบมิได้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status