Share

เซียวอวิ๋นหัง

last update Tanggal publikasi: 2025-04-19 13:41:59

เงาน้ำทอดอ่างทองแดงสั่นสะท้อน ผ้าฝ้ายผิวนุ่มถูกจุ่มชุบน้ำอุ่นก่อนบรรจงเช็ดลงบนดวงหน้าเล็กๆ ของเหมยลี่อิงที่กำลังงัวเงีย

นางส่งเสียงงึมงำเล็กน้อยขณะสาวใช้กำลังล้างหน้าตนเอง ส่วนแม่นมเดิมที่คอยรับใช้นางนั้นถูกไล่ออกไปแล้วหลังประมาทจนนางตกน้ำ

นางครุ่นคิดในใจว่าดีนักที่ตนย้อนมาช่วงนี้พอดี

ในชีวิตก่อนของนางเพราะอุบัติเหตุอันเป็นฝีมือของมารดาปลอมๆ อันเป็นที่รักนี่เอง ที่ให้รากพรสวรรค์ของนางถูกกระทบ ไม่ว่าจะบำเพ็ญเพียรอย่างไร พยายามเท่าไร ผลของมันก็เพียงดีกว่าผู้บำเพ็ญเพียรทั่วไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

หากนางเป็นคนธรรมดาระดับการบำเพ็ญเล็กน้อยนั้นไม่นับเป็นอันใด ปัญหาคือหลังจากพลิกผันมากมาย สถานะของนางยังสูงส่งขัดกับพรสวรรค์ที่ควรมีกระทั่งถูกวิจารณ์อยู่บ่อยครั้ง

จนถึงปัจจุบันนางยังขบคิดไม่เข้าใจ ว่ามารดาใดในโลกจะโหดร้ายกับลูกของตนเองได้ถึงเพียงนั้น

แน่นอนว่ามีอีกหนึ่งความเป็นไปได้คือตนไม่ใช่บุตรสาวของนางจริงๆ

เพล้ง !ซ่า!

เสียงอ่างน้ำตกพื้น หยาดน้ำใสหยดกระจายจนเลอะพื้นห้อง กระเด็นโดนชายชุดนอนเด็หกหญิงจนเปียกชุม

“ทำอะไรของเจ้า!!” สาวใช้ตวาดบ่าวเด็กผู้นั้นก่อนกดหัวเขาให้คุกเข่าขออภัยนางก่อนที่นางจะทันตั้งตัวเสียอีก

บ่าวน้อยผู้นั้นอายุประมาณเจ็ดแปดขวบมือไม้หยาบกร้าน รูปร่างผอมแห้งดั่งไม้ฟืนแห้งๆ ท่อนหนึ่งดูไร้เรี่ยวแรง เนื้อตัวเปียกปอนสั่นระริก

เหมยลี่อิงขมวดคิ้วในใจปฏิกิริยานี้ของสาวใช้เกินเลยไปหรือไม่ อีกอย่างในจวนนี้ใครบ้างไม่รู้ว่านางเป็นที่โปรดปรานเพียงใด

เหตุใดจึงส่งบ่าวเด็กที่ไม่สันทัดงานมาให้?

บ่าวเดินรับใช้นายมีหรือไม่ระมัดระวัง เหตุใดอยู่ ๆ ล้มลงไปได้ เขาล้มลงไปเองหรือถูกผู้ใดขัดขาล้มลงไป

จู่ ๆ นางก็รู้สึกไม่ชอบมาพากลเอาเสียเลย

“คุณหนูเจ้าคะ แม่นมคนเก่าเห็นว่ามันผู้นี้ขยันขันแข็งจึงรับมาจากบ้านเซียวสายสี่เจ้าค่ะ เป็นบ่าวอบรมสั่งสอนไม่ดี ต่อไปบ่าวเข้มงวดมากกว่านี้เจ้าค่ะ”

เหมยลี่อิงเห็นเด็กชายยิ่งตัวสั่นทึ่มหลังประโยคนี้ก็ยิ่งสงสาร ครุ่นคิดว่าสถานะของเด็กนี่ต้องไม่ธรรมดาแน่ การย้ำว่าจากเลือกของแม่นมที่ถูกไล่ออกไป ไม่ว่าอย่างไรก็พาให้คนรู้สึกรังเกียจมากขึ้นไม่ใช่หรือ

นางมองสาวใช้แววตาหลุกหลิกพิกลซ่อนแววตาเย้ยหยันแล้วกล่าวอย่างอ่อนโยน

“ไม่เป็นไร เรื่องแค่นี้เอง” นางว่ากับสาวใช้ก่อนกลับไปกล่าวกับบ่าวเด็ก “เจ้าน่ะ เงยหน้าขึ้นหน่อยสิ”

ดวงตาสีเทาซีดหม่นหมองไร้ชีวิตชีวาดุจมวลเมฆายามครึ้มฟ้าค่อยๆ หลืบมองผู้นั่งอยู่บนเตียงไม้

นางสบตาสีเทาซีดคู่นั้นก่อนนิ่งงันกับเสียงในหัว

[ระบบตรวจพบผู้มีวาสนา ทำการตรวจหาวาสนาที่สามารถเพิ่มพูนได้]

เด็กผู้ชายคนนั้นวิ่งล้มลุกคลุกคลานถูกกลุ่มคนชุดดำไล่ล่าอยู่ในป่าไม้ เนื้อตัวเปรอะเปื้อนทั้งฝุ่นดินทั้งหยดเลือดจากการถูกบาดเสียด วิ่งลบธนูอย่างทุลักทุเลกระทั่งไปแอบซ่อนตัวในโพรงไม้

โพรงยุบตกลงไปในรังสัตว์อสูรกระต่าย โชคดีที่เขาเฉลียวฉลาดทนกลั้นหายใจอยู่ในกองอึฉี่ไม่ให้มันได้กลิ่น

กระทั่งได้ยินเสียงน้ำไหลจึงรู้ว่าโพรงใต้ดินนี้ทะลุไปยังถ่ำลับที่ผู้อาวุโสท่านหนึ่งที่ไว้แล้วได้สืบทอดมรดกในนั้น

เหมยลี่อิงมองถึงตรงนี้ก็ดวงตาเป็นประกาย

เจ้าเด็กนี่ช่าง...วาสนาดีเสียจริง!

“มาจากสายสี่หรือ ชื่อของเจ้าล่ะ?” เด็กหญิงถามเสียงอ่อนโยนแววตาแพรวระยับ

“อวิ๋นหังขอรับ” อวิ๋น ? เหมยลี่อิงฟังนามแล้วงงงันวูบหนึ่ง

“เจ้ามีเชื้อสายตระกูลเซียวเราหรือ”

ตระกูลเซียวเป็นตระกูลทรงอำนาจเชื้อสายเก่าแก่ มีสมาชิกตระกูลมากมายนับเป็นตระกูลใหญ่ตระกูลหนึ่ง เพื่อลำดับรุ่นในแต่ล่ะรุ่น จงนิยมใช้นามลำดับทายาทฝ่ายชายเพื่อแยกแยะง่าย คือ จง อวิ๋น สือ คง จ้าน

นางมองเด็กชายด้วยสายตาซับซ้อน เด็กคนนี้หากใช้นามลำดับอวิ๋นก็ถือว่าเด็กกว่าท่านตาของนางที่ใช้ลำดับนามจงหนึ่งรุ่น

นี่ไม่ใช่ว่าอาวุโสกว่านางหรอกหรือ

“ขอรับ” เด็กชายผู้นั้นตอบเสียงแผ่วเบาดวงตาหลุบมองต่ำ แพขนตายาวทำให้ไม่ให้อารมณ์ในแววตาคู่นั้นอีกต่อไป ทว่าแม้จะตอบเสียงเบาตัวสั่น กิริยาดูขลาดเขลาอย่างยิ่ง สองมือกลับกำหมัดแน่นท่าทางขุ่นแค้นไม่เบา จนนางลอบแปลกใจ

หากตัวเขาเป็นถึงผู้มีชะตาเป็นบุตรแห่งฟ้าดินเช่นเดียวกับนาง ในชีวิตก่อนก็สมควรไม่ใช่คนไร้ชื่อเสียงจึงจะถูกต้อง นางหวนคะนึงถึงนามอวิ๋นหังกระทั่งดวงตาสีเทาหม่นไร้ประกายคู่นี้ว่าเคยเห็นที่ไหนหรือไม่

กระทั่งนึกได้ก็พลันตัวแข็งทื่อ

มือไม้นางเย็นเยียบประหนึ่งตกลงไปในสระน้ำแข็งท่ามกลางเหมันต์ฤดู ความหวาดกลัว สยดสยองชวนรู้สึกคลื่นเหี้ยนจนแทบอาเจียนตีตื้นขึ้นมาในลำคอ

ครั้งนั้นนางอายุได้สิบห้าปีตระกูลเซียวที่ยิ่งใหญ่ได้ล่มสลาย สาแหรกญาติสนิทมิตรสหายในตะกูลล้วนกระจัดกระจาย

อันว่าไม้ล้มคนข้าม

เมื่อตระกูลที่เคยมั่งคั่งยาวนานเช่นตระกูลเซียวล้มลง ผู้คนย่อมพากันแห่แหนปล้นชิงยามเพลิงไหม้อยู่ไม่น้อย ตระกูลอริย่อมฉวยโอกาสลงมือสถานการณ์สับสนวุ่นวาย

หนึ่งในนั้นมีผู้สืบทอดตระกูลใหญ่แดนมาร ไม่ระบุนามแซ่หังผู้หนึ่งพฤติกรรมอำมหิตโหดยิ่งกว่าใคร มาตรว่าตระกูลเซียวคงมีผู้ใดเคยทำให้ขุ่นแค้นหรือไม่

ในการไล่ล่าครั้งนั้นไม่ว่าเขาพบเจอทายาทตระกูลเซียวผู้ใดล้วนไม่เคยละเว้น กระทั่งครั้งหนที่นางได้ยลสบดวงตาคู่นี้ นางยังคงจดจำได้มิลืมเลือน

เพราะนั่นเป็นครั้งแรกที่นางเฉียดใกล้ความตายน

แต่เขากลับไม่ได้สังหารนางดั่งที่คิดเอาไว้ กลับมองนางอย่างเรียบเฉย มัดตัวนางไว้ ตัดศรีษะคนข้างกายนางชูยกขึ้นเหนือฟ้าให้ห่าเลือดหยด ใช้เงามือบังตะวันให้หยาดเลือดคนให้ตระกูลหัวแล้วหัวเล่ารินรดลงบนกายนางจนอ่วมโลหิตอยู่นานแล้วจากไปโดยไร้วาจา

นางในครั้งนั้นทั้งหวาดกลัวลนลาน กระทั่งอัปยศอดสูอย่างถึงที่สุด

นางเคยเป็นไข่มุขในอุ้งมือของผู้เฒ่าตระกูลเซียวมานาถึงสิบแปดปีตั้งแต่ลืมตาเกิด เคยต้องกล้ำคลืนความอัปยศถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อใด

แต่เพราะหยาดเลือดครานั้นทำให้นางตระหนักได้อย่างแท้จริงว่าตระกูลเซียวอันยิ่งใหญ่ ที่เคยหนุนหลังนางไม่มีอีกต่อไป

หยาดเลือดเหล่านั้นทำให้นางละทิ้งซึ่งความเย่อยิ่งทระนงตน

เป็นหยาดเลือดเหล่านั้นเองที่ทำให้นางได้รู้ซึ้งว่าตนได้ตกอับเพียงใด

เป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนของชีวิตนาง

แม้ภายหลังนางจะเผชิญกับความลำเค็ญมากมายจนเรื่องนี้ค่อยๆ เลือนลางไป

เมื่อย้อนกลับไปกลับคิดเพียงว่า น่าหวาดกลัวนัก ตัวนางในยามนั้นไร้กำลังอย่างยิ่ง ครั้งนั้นเมื่อไม่ตายก็ถือว่าดีมากแล้ว

เมื่อลองมาตรองดูแล้วหยาดเลือดที่อาบย้อมนางครานั้นของเขา คงแก้แค้นหยาดน้ำที่อาบรดเขาในครานี้กระมัง

ในกาลก่อนเพราะนางยังเล็กนัก เพิ่งหายเจ็บไข้ทั้งยังสูญเสียรากพรสวรรค์ส่วนใหญ่ไปไหนเลยจะใส่ใจอะไรมากมาย ไม่ว่าเรื่องใดล้วนให้ผู้อื่นจัดการให้

เซียวอวิ๋นหังผู้นี้เมื่อมีฐานะซับซ้อนในตระกูลเซียว แม้ไม่ใช่สายหลักแต่ยังใช้ลำดับนามอวิ๋นได้ กลับถูกส่งมารับใช้หน้าห้องนางเมื่อผิดพลาดเพียงเล็กน้อย คนที่หมายจ้องเล่นงานเขาย่อมไม่ปล่อยโอกาสอันดีงามนี้ไป

คงใช้ข้ออ้างว่านางซึ่งเป็นหลานสาวสายตรงขุ่นเคืองเป็นข้อโอกาสเล่นงานเขาจนอยู่ไม่สู้ตายเป็นแน่

กล่างถึงตรงนี้แม้นางไม่ได้เป็นคนลงมือแต่สาเหตุความทุกข์ทรมาณของเขาส่วนหนึ่งย่อมมาจากนาง คนผู้นี้สามารถฝึกปรือสายมารได้ย่อมพื้นฐานอารมณ์รุนแรง ด้วยนิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้นของเขาแล้ว แก้แค้นนางเพียงเท่านั้นอาจนับว่าไว้ไมตรีอยู่บ้าง

แม้ไม่รู้ว่าผู้อยู่เบื้องหลังคือใคร แต่ครานี้นางเองหาใช่เด็กห้าขวบไม่ประสาอีกต่อไป

ปมแค้นนี้ย่อมปล่อยให้ถูกผูกไม่ได้เป็นอันขาด!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ระบบเพิ่มพูนวาสนา บพิธมิสิ้นไร้วาสนาบุปผาตระการ   เรือนเหมยจรุง

    เหมยลี่อิงตื่นขึ้นมาอีกคราก็มองเห็นแต่เพดานไม้ รอบๆ กาย กลิ่นสมุนไพรฉุนกึกพวยพุ่งเข้าสู่โสตประสาทจนสมองนางแทบจะมึนเบลอ- “เจ้าฟื้นแล้วเหรอ” เป็นเสียงแหบห้าวของเด็กสาวนามว่าจินเกอ เหมยลี่อิงหันหน้าไปมองพบว่านางนอนอยู่เตียงข้างๆ กันนี่เอง เหมยลี่อิงค่อยยันตัวขึ้นกล้ามเนื้อทั่วร่างนางเหมือนถูกป่นจนแหลกแหละ แขนที่ค้ำยันกับเตียงเจ็บร้าวจนต้องสูดลมหายใจลึก ใช้เวลาปรับร่างกายสักพักนางจึงค่อยตั้งสติมองไปรอบๆ ได้ ในเรือนขนาดใหญ่เต็มไปด้วยเตียงมากมายวางเรียงราย บางมีสหายร่วมสอบที่คุ้นหน้าคุ้นตาอยู่บ้าง “ที่นี่คือ ?” “เรือนเหมยจรุง เป็นเรือนพยาบาลผู้ป่วย เจ้าถึงกับสลบไปสามวันเลยนะ นับว่าสุดยอดยิ่งนัก ” เหมยลี่อิงได้ยินดังนั้นก็ทำตัวไม่ถูกหมดสติไปนานขนาดนี้นับว่าดีอย่างไร จินเกอเห็นนางทำสีหน้างงงวยก็อธิบายให้อย่างมีน้ำใจ สุ้มเสียงของนางเต็มไปด้วยความยอมรับนับถือ “เจ้าฝืนขึ้นไปยังขั้นสูงสุดที่ไม่มีผู้ใดเคยไปถึงมาก่อนตั้งแต่สำนักก่อตั้ง แม้แต่ศิษย์พี่หญิงผู้คุ้มสอบยังถูกลงโทษเพื่อเจ้า เจ้าไม่เรียกว่าสุดยอดได้อย่างไร เจ้าไม่ลองดูว่าเจ้าได้ผลประโยชน์

  • ระบบเพิ่มพูนวาสนา บพิธมิสิ้นไร้วาสนาบุปผาตระการ   บันไดหินทดสอบจิตสำนึก

    บันไดศิลาดำทอดยาวเป็นวงเวียนจรดฟ้า กลางนภาสีครามสว่างเจิดจ้า ฟ้าเหนือศีรษะเป็นหมู่เมฆและดวงตะวัน หันหน้าลงมาเพียงเงาลานหินสีดำและผู้คุ้มสอบที่สีหน้าเย็นชา“ผู้เข้าสอบซ่งหลิงหลิงตกรอบ” ฟ่งปิงเยว่ประกาศ ศิษย์สายนอกสวมเครื่องแบบสีเขียวมรกตดิ้นเงินขึ้นไปรับตัวเด็กหญิงที่ไร้เรี่ยวแรงลงมาด้วยความเร็วแทบเป็นภาพติดตานี่สามารถพิสูจน์ได้ว่าแม้แต่ศิษย์สายนอกของสำนักแพทย์เขาปุบผาก็ยังมีพลังจิตสำนึกในระดับน่าตระหนกผู้รอบการทดสอบเห็นดังนั้นก็พยายามรุดหน้าต่อไป เพราะขอเพียงพวกหยุดช้าเพียงยี่สิบลมหายใจ สายตาอันแหลมคมของผู้คุมสอบก็จะจับจ้องไปยังพวกเขาในทันใด หากมีวี่แววว่าเจ้าจะไปต่อไม่ไหว สุ้มเสียงไร้น้ำใจไมตรีก็ประกาศว่าเจ้าตกรอบทันทีเด็กชายที่อยู่ข้างคนที่เพิ่งประกาศตกรอบไปถึงกับเสียวสันหลังวาบ ขนหัวลุกชี้ชัน กัดฟันเดินต่อแทบไม่คิดชีวิตเสียงสายลมกระพือพัดชายผ้าดุจท้องฟ้าคำรามหวีดวิวอยู่ข้างหู เหมยลี่อิงยังคงก้าวขึ้นบันไดดำอย่างใจเย็น สีดำทะมึนใต้ฟ้าเท้าราวกับมีชีวิตชีวายื่นมือออกมาดึงรั้งขายิ่งกว่าตะกั่วหนัก ช่างเป็นจิตสำนึกนึกอันทรงพลังอะไรเช่นนี้ขั้นที่ห้าสิบ เด็กหญิงยังเดินรุดหน้าด้วยท่าทาง

  • ระบบเพิ่มพูนวาสนา บพิธมิสิ้นไร้วาสนาบุปผาตระการ   การทดสอบเข้าสำนักด่านแรก

    “เหอะ หากข้าไม่ขอโทษแล้วอย่างไร พวกเจ้าจะทำอะไรข้าได้” สวี่อวี้หลันยังคงเย่อหยิ่ง เรื่องอันใดต้องให้นางไปขอโทษคนไม่หัวนอนปลายเท้าจินเกอพ่นลมหายใจคราหนึ่ง เดินผ่านนางเข้าห้องไปเลือกเตียงที่อยู่หัวมุม“พวกเราก็จะได้รู้เช่นเห็นชาติสันดานเจ้ากระมัง”“เจ้า !!”“อวี้หลัน!! เจ้าพอได้แล้ว ที่นี่ไม่ใช่ที่บ้าน”สุดท้ายแล้วกลับเป็นสวี่ฟางเฟยที่เกลี้ยกล่อมน้องสาวอย่างอดทนพลางขอโทษสหายร่วมห้องแทน คนอื่นๆ ไม่พูดอะไร แม้แต่หลินรั่วอีก็ไม่รับคำขอโทษนั้น มีเพียงเหมยลี่อิงที่มองพวกนางสองพี่น้องอย่างมีความหมายสวี่ฟางเฟยได้แต่ยิ้มเจื่อน นางเองก็อับจนปัญญากระทั่งเพื่อนร่วมห้องอีกสองคนมาถึงบรรยากาศที่อึดอัดระหว่างพวกเขาถึงได้ผ่อนคลายลงรุ่งสางอาทิตยายังไม่โผล่พ้นขอบฟ้า รัตติกาลกำลังจะจางหาย แสงรำไรเพียงมองเห็นปลายฝ่ามือได้รางๆ ปรางแก้มสีชมพูอิ่มนิ่มนวลคลอเคลียเกศางาม อารามสาวน้อยกอดจิ้งจอกสีขาวขนฟูหลับสนิทด้วยความเหนื่อยล้าเมื่อคืนนางวางค่ายกลป้องกันไว้รอบเตียง จึงสามารถนอนหลับได้อย่างสบายใจจินเกอที่นอนอยู่เตียงข้างกันพลันลืมตาโผล่ เอื้อมมือคว้ามีดพกในอกเสื้อทันใด ประตูไม้ในเรือนนอนพวกนางเปิดออกโดยไร้ผ

  • ระบบเพิ่มพูนวาสนา บพิธมิสิ้นไร้วาสนาบุปผาตระการ   สหายร่วมห้องสอบ

    แสงตะวันพลบค่ำอัสดงสีส้มนวลสว่างฉาบย้อมท้องฟ้าจนกลายเป็นผ้าไหมทองเข้มผืนหนึ่ง เหมยลี่อิงไม่ได้มีเวลาในรำพึงในใจนานนัก รองเท้าปักเดินก้าวตามขบวนคุ้มกันเข้าสู้สำนักในที่สุดพวกนางเดินตามสันเขาชมเมฆา ม่านหมอกเมฆหนาทึบลอยเอื่อยอ้อยอิ่ง กิ่งพัดใบไม่ไหวตามสายลมดังเคล้า เหล่าภมรปราณเริงร่าชมแนวผกาทอดทิวเขา ราวเหล่าภูติกระซิบสำเนียงแห่งพงไพร หัวใจที่เต้นกระหน่ำของเด็กหญิงก็ค่อยๆ เบาลง “เจ้าเป็นอะไรไป” จิงซิงเฉินถามเมื่อเห็นนางเหม่อลอย เหมยลี่อิงส่ายหน้าหยิบองหญิงจิ้งจอกหน่อยสีขาวฟูออกมาจากถุงเลี้ยงสัตว์ โม่เสวี่ยงัวเงียอยู่ในอ้อมแขนนางพลางหาวหวาดแม้แต่ตายังไม่ลืม “นั่นสัตว์สัญญาของเจ้าหรือ สายเลือดไม่เลวเลย แต่เจ้าต้องระวังการทดสอบไม่อนุญาติให้ใช้สัตว์ปราณช่วยเหลือเจ้าสามารฝากไว้ที่โถงสำนักระหว่างการสอบได้” ศิษย์หญิงที่เป็นผู้นำขบวนมากล่าวกับนางเล็กน้อยด้วยใบหน้าเรียบเฉยผู้ไม่สนิทย่อมฟังไม่ออกถึงความอบอุ่นที่ซ่อนอยู่ภายใน แต่ชาติที่แล้วนางคบหากับศิษย์พี่หญิงจางผิงจูมาหลายปีไหนเลยจะไม่ออก เหมยลี่อิงคลี่ยิ้มจนตาปิด เด็กหญิงนัยน์ตาดอกท้อใสกระจ่าง เรื่องหน้าจิ้มลิ้มม

  • ระบบเพิ่มพูนวาสนา บพิธมิสิ้นไร้วาสนาบุปผาตระการ   นางมาถึงแล้ว

    เสียงกระบี่ฟาดฟันไล่ล่า คลื่นพลังปราณประทุเดือดพล่านทำลายป่าไม้ล้มระเนระนาด เหมยลี่อิงกับจิงซิงเฉินเห็นผู้ถูกไล่ล่าก็ม่านตาหดแคบ เป็นหลงเทียนสือผู้นั้นที่เคยมีปากเสียงกันที่โรงเตี๊ยมตงฟู ยามนี้ที่เด็กชายที่จมูกชี้ฟ้าสง่างามยิ่งผยองกลับไม่หลงเหลือความหยิ่งยโสเลยแม้แต่น้อย เสื้อผ้าอาภรณ์ชั้นดีของเขาในยามนี้ล้วนขาดวิ่นเนื้อตัวเต็มไปตัวบาดแผลฉกรร บางตำแหน่งลึกแทบเห็นกระดูก หากไม่ได้ผู้คุ้มกันทั้งสองสละชีวิตรั้งศัตรูไว้ตัวเขาก็แทบเอาชีวิตไม่รอด เด็กผู้นั้นเห็นได้ชัดว่าหนีการไล่ล่ามา เมื่อพวกจิงซิงเฉินในแววตาก็ปรากฎแววโล่งใจ แคว้นหลงกับแคว้นจินอยู่ข้างเคียงกัน ราชวงศ์ของพวกเขาล้วนมีความสัมพันธ์อันดี ถึงขึ้นมีการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กันมาหลายรุ่น ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด จิงซิงเฉินไม่อาจปล่อยให้เขาตายโดยไม่ช่วยเหลือ หลงเทียนสือแม้หยิ่งผยองแต่ไม่ใช่ตัวโง่งม เพียงประสานมือคาราวะพวกเขานัยต์ทอแววอับอายอยู่บ้าง “บุญคุณครั้งนี้ข้าจะทดแทนภายหลังอย่างแน่นอน” จิงซิงเฉินลังเลเล็กน้อยหากมีเพียงเขาคนเดียวย่อมลงมือช่วยเหลืออีกฝ่ายโดยไม่คิดอะไร แต่ยามนี้เพื่อนร่วม

  • ระบบเพิ่มพูนวาสนา บพิธมิสิ้นไร้วาสนาบุปผาตระการ   อ้ายฉินฮวา

    ปัง ! กระแทกผนังจนแตกกระจาย ผนังไม่กลับเป็นเพียงรอยขีดข่วน ผู้คุ้มกันทั้งลายออกมาคุ้มกันคุณหนูคุณชายของพวกเขาไว้ตรงกลางป้องกันการโดนลูกหลง เหมยลี่อิงอดพำพึมไม่ได้ “ช่างเป็นพนังไม้ที่แข็งแกร่งสมคำโอ่จริงๆ” “อาศัยสวะเช่นเจ้ากล้าเหิมเกริมกับข้า ช่างไม่รู้จักคำว่า ‘ตาย’สะกดอย่างไร” ดรุณีนางหนึ่งหน้าตาสระสวยสะพายกระบี่เล่มใหญ่ ระเบิดพลังสวะของหนิงม่ายออกมาเต็มที่ พวกเหมยลี่อิงมีผู้คุ้มกัยปิดป้องย่อมไม่เป็นไร เหล่าเสี่ยวเอ้อร์ล้วนหลับไปยังค่ายกลหลังร้านอย่างรู้หน้าที่ มีเพียงรู้ค้าบ้างคนพลังฝีมือต่ำอยู่บ้างทุกลูกหลงกันไปหอมปากหอมคอ ไม่มีใครเข้าไปห้าม ประการแรกเพราะยอกข้าวของในร้านแล้วไม่มีผู้ใดได้รับความเสียหาย นับว่าหญิงสาวนางนั้นควบคุมตนเองได้ดีอยู่บ้าง ประการที่สองผู้ใดจะอยากหาเรื่องใส่ตัวด้วยการแส่เรื่องของผู้อื่น หญิงสาวนางนั้นร่างกายไม่กำยำแต่สังขารแข็งแกร่งยิ่ง ปราบอันธพาลรานถิ่นที่กล่าววาจาแทะโลมนางด้วยหมัดหลุนๆ อีกหมัดตามด้วยอีกหมัด เสียงถูกชกอย่างรุนแรงปานนี้ อันธพาลผู้นั้นโดนอัดไม่กี่ทีก็หลงเหลือเพียงลมหายใจรวยริน ถู

  • ระบบเพิ่มพูนวาสนา บพิธมิสิ้นไร้วาสนาบุปผาตระการ   สำนักศึกษา

    ฝ่ายคุณหนูใหญ่ผู้เปี่ยมไปด้วยความลึกลับอันหญิงใหญ่กลับถอนหายใจอยู่ในรถม้ามองท่านตาที่ทำตาอาลัยอาวรอย่างเสียไม่ได้ แบบนี้นางได้มีหวังไปเข้าเรียนสายตั้งแต่วันแรกเป็นแน่แท้ เด็กน้อยฉีกรอยหวานประจบเอาใจผู้เป็นตา พลางเอ่ยปลอยว่า “ท่านตาเจ้าขา เดี๋ยวตอนเย็นพวกเราก็ได้เจอกันแล้วเจ้าคะ” เซียวจงสิงยัง

  • ระบบเพิ่มพูนวาสนา บพิธมิสิ้นไร้วาสนาบุปผาตระการ   สีสัน

    โลกที่เขารู้จักไม่เคยมีความงดงาม อวิ๋นหังเกิดในจวนตระกูลใหญ่ แต่สถานะของเขากลับต่ำยิ่งกว่าบ่าวไพร่ เนื่องเพราะมารดาของเขาเป็นเผ่ามาร เขาเกิดมาก็ไม่รู้อะไรมากนัก รู้เพียงแต่ฮูหยินใหญ่จวนสี่มักไม่ยินดีในการมีอยู่ของเขา ส่วนผู้ได้ชื่อว่าเป็นบิดาเองก็ไม่เคยใส่ใจ ต่างจากความเป็นอยู่ของทายาทตระกูลใ

  • ระบบเพิ่มพูนวาสนา บพิธมิสิ้นไร้วาสนาบุปผาตระการ   สหายร่วมเรียน

    “หุบปากเสีย” นิ้วเล็กชี้ไปยังสาวใช้ที่คร่ำครวญไม่เลิกผู้นั้น เด็กน้อยวัยห้าขวบตัวกลมป้อม แก้มระเรื่อแดงก่ำจากการเพิ่งตื่นนอน ผมเผ้ารุงรังชี้นิ้วถลึงตา ไม่ว่าดูอย่างไรก็น่ารักน่าเอ็นดู ทว่าเพราะสถานะนางทำให้ผู้คนไม่กล้าเพิกเฉย รวมกับกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ทำให้นางดูไม่สามัญธรรมดา เหมยลี่อิงชี

  • ระบบเพิ่มพูนวาสนา บพิธมิสิ้นไร้วาสนาบุปผาตระการ   ฟื้นคืน

    สายลมเหน็บหนาวพาพัดคืนค่ำพรำลมฝน ความมืดยามวิกาลคืบคลานบดบังผืนฟ้าจวบจนจันทรามิอาจยลเห็น สายฝนฉ่ำเย็นรัตติกาลพาลพาผู้คนรู้สึกถึงลางร้ายดุจภูตพรายแห่งความตายวนเวียน ใต้เฉลียงโคมส่องแสงกระทบเงาเท้าผู้คนเดินเข้าออกกระสับกระส่าย เสียงระงมวุ่นวาย “เป็นอย่างไร” ชายชราถามเสียงเหี้ยม ทำทีว่าหากคำตอบมิได้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status