LOGINหลังจากที่กลุ่มของมิณเดินแยกขึ้นไปยังห้องรับรองระดับวีไอพีได้ไม่นาน บรรยากาศรอบตัวพี่เอกก็พลันเปลี่ยนไปเมื่อมีชายหนุ่มร่างสูงโปร่งคนหนึ่งเดินเข้ามาในโซนเทคนิค
เขาเป็นชายหนุ่มหน้าตาดี เจ้าของส่วนสูงสะดุดตา ทว่าออร่ารอบกายกลับแผ่ซ่านความสุขุมและเย็นชาออกมาในเวลาเดียวกัน “อ้าว มาแล้วเหรอนึกว่าไม่มาซะแล้ว... ‘วิน’ ” พี่เอกส่งเสียงทักทายอย่างเป็นกันเองทันที “ครับพี่” วินตอบรับสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะราบเรียบ ทว่าแฝงความสนิทสนมประสาคนที่ร่วมงานกันมานาน ......วิน คือหนึ่งในสมาชิกตัวกลั่นประจำทีมแข่งรถของพี่เอก และเป็น ‘ไพ่ตาย’ คนสำคัญที่พี่เอกเพิ่งนึกถึงไปเมื่อครู่ ชายหนุ่มอายุมากกว่าปรหนึ่งปี และเรียนอยู่คณะจิตวิทยาในมหาวิทยาลัยเดียวกันกับปร แม้จะอยู่สถาบันเดียวกันแต่ก็แทบไม่ค่อยได้เจอกันเลย เพราะวินเป็นคนประเภทที่มีโลกส่วนตัวสูง หากเจ้าตัวไม่คิดจะเปิดใจเริ่มทำความรู้จักก่อน คนนอกที่คิดจะเดินสุ่มสี่สี่ห้าเข้ามาผูกมิตร... บอกเลยว่ายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร อันที่จริง จุดเริ่มต้นที่ทำให้พี่เอกได้มารู้จักกับวินก็เพราะปรนั่นแหละ เคสของวินแทบจะถอดรหัสซ้ำรอยเดียวกับมิณไม่มีผิด คือแวะมาขับรถเล่นที่สนามแก้เซ็ง และประจวบเหมาะกับช่วงนั้นพี่เอกกำลังเริ่มฟอร์มทีมแข่งรถพอดี เมื่อเห็นว่าเด็กคนนี้มี ‘แววอัจฉริยะ’ ซ่อนอยู่ ชายหนุ่มจึงเอ่ยปากชวนเข้าทีม และร่วมหัวจมท้ายสร้างทีมด้วยกันมาจนถึงทุกวันนี้ ....... หลังจากทักทายกันพอเป็นพิธี จู่ๆ พี่เอกก็นึกขึ้นได้และกวักมือเรียก “เออวิน มานี่หน่อย เมื่อกี้แกเห็นในสนามป่ะ” “อะไรพี่” วินเลิกคิ้วถามพลางเดินเข้าไปหา พี่เอกไม่ตอบแต่จัดการเปิดภาพบันทึกการขับในสนามเมื่อครู่ให้รุ่นน้องดู วินกอดอกสายตาจับจ้องไปที่หน้าจออย่างตั้งใจ ก่อนจะพยักหน้ายอมรับนิ่งๆ “ฝีมือใช้ได้เลยนี่ครับ” “เป็นไงล่ะ” พี่เอกยิ้มกริ่มอย่างภูมิใจราวกับเป็นคนขับเอง “กูดูแล้ว... ฝีมือแม่งเหมือนแกตอนที่ลงแข่งใหม่ๆ ไม่มีผิด” คำเปรียบเปรยนั้นทำให้วินชะงักไปเล็กน้อย ชายหนุ่มถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแววตากลับวูบไหวเมื่อนึกถึงเรื่องที่ตัวเองกำลังจะวางมือจากวงการนี้ “เด็กใหม่ที่พี่หามาจะให้แทนผมเหรอ?” พอได้ยินคำย้อนถาม พี่เอกที่ขัดใจกับความกวนหน้านิ่งของรุ่นน้องก็ถลึงตาใส่ทันที “เอ้า ไอ้นี่นี่! ไม่กวนตีนกูสักวันมันจะตายไหมฮะ พูดดีๆ ดิ๊” พี่เอกบ่นกระปอดกระแปด เพราะลึกๆ อยากปรึกษาวินเพื่อหาทุกวิถีทางต้อนมิณเข้าทีมให้ได้ “ถ้าเป็นเด็กใหม่ทั่วไปกูจะถ่อมาถามความเห็นแกไหมไอ้วิน” “อ้าวพี่ ก็ผมไม่รู้นี่ครับ” วินยักไหล่ ทว่าสายตายังคงจับจ้องวิเคราะห์สกิลของคนในจออย่างละเอียด “แต่... ก็มีของพอตัวนะ แค่ต้องฝึกให้ชินกับไลน์สนามอีกนิด ถ้าผ่านการคุมทีมซ้อมสักหน่อย ผมว่าลงแข่งปีนี้แทนผมได้สบายเลยล่ะ” “นั่นแหละประเด็น... แต่เสียดายว่ะ น้องเขาปฏิเสธกูมา” พี่เอกทิ้งตัวพิงเบาะพลางถอนหายใจยาว “ไหงงั้นล่ะครับ” วินเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ เพราะน้อยคนนักที่จะปฏิเสธโอกาสจากทีมระดับนี้ พี่เอกสบตารุ่นน้องคนสนิท ก่อนจะเริ่มเปิดฉากเล่าเรื่องราวให้ฟังว่า แท้จริงแล้วคนที่อยู่หลังพวงมาลัยรถแข่งคันเมื่อครู่... คือใครกันแน่ “ปรอ่ะนะพี่” วินเลิกคิ้ว นัยน์ตาฉายแววประหลาดใจแกมสงสัย “ทำไมจู่ๆ ถึงอยากแนะนำให้ผมรู้จักขึ้นมาล่ะ” พี่เอกจุดรอยยิ้มแบบมีเล่ห์นัย ก่อนจะเฉลยแผนการขั้นแรกออกมา “ก็พี่ชวนน้องมันมาดูการแข่งของแกวันเสาร์นี้ไงล่ะ” ทันทีที่วินเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบนั้นของรุ่นพี่ ชายหนุ่มก็หรี่ตาลงพลางทักขึ้นมาอย่างรู้ทัน “ทำหน้าแบบนี้... มีแผนอะไรในใจอีกใช่ไหมพี่” พี่เอกหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาเป็นประกายอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า “ก็...ไม่มีอะไรมากหรอก พี่แค่คิดว่าถ้าแกสองคนได้เจอกัน บางทีวงการนี้อาจจะได้ต้อนรับอัจฉริยะคนใหม่เร็วขึ้นก็ได้”ณ ร้าน 9-1... ค่ำคืนนี้ที่ร้านดูมีชีวิตชีวาเป็นพิเศษ เจ้ยี่หว่า...เจ้าของร้านสาวสุดแซ่บผู้มีเรือนผมดัดลอนยาวสลวยสีส้มอมแดงสะดุดตา วันนี้เจ้แกจัดเต็มด้วยเสื้อผ้าชีฟองสีดำสนิทแมตช์คู่กับกระโปรงทรงเอตัวยาวสีแดงสดที่แหวกข้างขึ้นสูงโชว์เรียวขา รับกับรองเท้าส้นเข็มสีดำพื้นแดงแบรนด์หรู เจ้แกกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่ตรงเคาน์เตอร์บาร์พลางทอดสายตามอง ‘มิณ’ หุ้นส่วนรุ่นน้องที่วันนี้แต่งตัวสวยผิดหูผิดตาในชุดเดรสกำมะหยี่เปิดไหล่สีดำสนิท มือบางกำลังขะมักเขม้นจัดเตรียมอุปกรณ์บนบาร์เพื่อต้อนรับกลุ่มแขกที่นัดเอาไว้ อันที่จริง... เจ้ยี่หว่าคือเจ้าของร้านเหล้าเดิมที่มิณเคยเข้ามาสมัครทำงานด้วยในตอนแรก แต่ด้วยความหัวไวและไอเดียทางธุรกิจอันเฉียบแหลมที่มิณเสนอให้ เจ้ยี่หว่าจึงไม่รอช้าที่จะอัปตำแหน่งให้น้องรักขึ้นมาเป็นหุ้นส่วนใหญ่ ก่อนที่มิณจะไปลากคอจูโน่ ราม และปรมาร่วมลงทุนทุบร้านเก่าทิ้ง แล้วรีโนเวตใหม่จนกลายมาเป็นร้านยอดฮิตประจำแก๊งอย่างร้าน 9-1 ในปัจจุบัน “วันนี้จัดเต็มเลยนะมิณ” เจ้ยี่หว่าเอ่ยปากทักยิ้มๆ สายตามองสำรวจชุดเดรสหรูของรุ่นน้อง “พอดีว่าวันนี้มีแขกคนพิเศษค่ะ” มิณตอบโดยไม่ละสายตาจากขวด
ทันทีที่เจย์ตวัดสายตามองไล่ตามทางเดินขึ้นไปด้านบน ก็พบกับร่างสูงโปร่งของผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ เขาเป็นคนที่มองแวบแรกแล้วให้ความรู้สึกเนี๊ยบ สะอาดสะอ้าน และเต็มไปด้วยความสุขุมนุ่มลึก นัยน์ตาคมคู่นั้นทอดมองลงมาด้านล่างประจวบเหมาะเป็นจังหวะที่เอ็มสบตาเข้าพอดี ชายหนุ่มขยับรอยยิ้มบางๆ ส่งกลับมาให้ ทว่าเอ็มกลับสัมผัสได้ถึงรังสีแปลกประหลาดที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มแสนสุภาพนั้น ทันใดนั้น ชายหนุ่มลึกลับก็ค่อยๆ ก้าวเท้าเดินลงบันไดตรงมาหาแก๊งด้านล่าง พร้อมกับเอ่ยทักทายทุกคนเสียงทุ้ม “สวัสดีครับ” ทันทีที่เห็นร่างของ ‘วิน’ เดินลงมา ปรที่กำลังหาทางหนีทีไล่ก็รีบวิ่งหน้าตั้งเข้าไปชาร์จหาคนที่จะเป็นที่พึ่งสุดท้ายทันควัน “เฮียวิน!” ปรร้องขอความช่วยเหลือเสียงหลง “ช่วยผมด้วยดิเฮีย! เพื่อนผมแม่งจะฆ่าผมอยู่แล้วเนี่ย!” วินที่ได้ยินคำฟ้องร้องสติแตกเช่นนั้นก็ไม่ได้มีท่าทีทุกข์ร้อน เขาเพียงแค่ส่งรอยยิ้มละมุนละไมกลับไปให้ปรอย่างใจเย็น ทว่าแววตาซุกซนคู่นั้นกลับทำเอาคนมองเริ่มเสียวสันหลังวาบ ปรหน้าถอดสีหลุดทวนเสียงอ้อมแอ้มตอบกลับรอยยิ้มเลิ่กลั่ก “...อ้าว เฮีย?” พี่เอกเห็นท่าไม่ดีว่าความลับและแผนการทั้ง
หลังจากที่พวกสื่อมวลชนยอมสลายตัวเดินจากไป ในพิทบ็อกซ์ก็เหลือเพียงราม จูโน่ เอ็ม ปร พี่เอก ทีมงานช่าง และสามเต็งหนึ่งอย่างก้อง เจย์ และเรย์ พี่เอกที่เพิ่งได้สติรีบเดินเข้ามาถามไถ่ “เรื่องมันยังไงกันแน่วะเนี่ย ถึงขั้นต้องลงไม้ลงมือฟาดกบาลกันเลยเหรอ?” รามเป็นคนแรกที่ตอบกลับ “ก็...ไม่ถึงขั้นนั้นหรอกครับพี่เอก แต่ว่า...” “คนเริ่มแผนการชั่วร้ายทั้งหมดคือไอ้คุณปรครับ!” จูโน่รีบพูดสวนเสริมทัพทันควัน ปรรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธพัลวันหน้าตื่น “กูเปล่านะเว้ย!” “มึงไม่ได้เริ่ม แล้วหมาตัวไหนมันเริ่มฮะ” เอ็มกดเสียงต่ำ ปรพยายามทำหน้าเลิ่กลั่กบ่ายเบี่ยงสายตาเลี่ยงที่จะตอบว่าใครคือคนคิดแผนการที่แท้จริง เอ็มเห็นท่าทางพิรุธเลยตวัดสายตาไปหาคนต่อไป “...พี่เอกเหรอ?” ทันทีที่เจ้าของชื่อได้ยิน พี่เอกก็รีบโบกมือปฏิเสธหน้าซีดเผือดเพราะกลัวจะโดนสอยด้วยหมวกกันน็อกเหมือนภาพติดตาเมื่อครู่ “พี่เปล่าๆๆ!” เอ็มถอนหายใจยาวพลางกอดอก “การที่ใช้แผนมัดมือชกแบบนี้ แทนที่จะมาคุยกันดีๆ แต่กลับมายัดเยียดสัญญาบ้าๆ นี่ให้... คิดว่าคนที่ถูกยัดเยียดเขาจะดีใจกับสิ่งที่พวกคุณทำงั้นเหรอ” “แต่... มึงก็ดูแฮปปี้สะ
ตัดภาพกลับมาที่ปัจจุบันที่พี่เอกกำลังจะเล่าเรื่องหลังจากที่มิณเเข่งเสร็จ น่านที่นั่งฟังเรื่องราวในอดีตตาไม่กะพริบรีบเอ่ยปากถามต่อด้วยความอยากรู้อยากเห็น “แล้วไงต่ออะพี่เอก!” ทว่าพี่เอกกลับทำเป็นเล่นตัวยิ้มกริ่มไม่ยอมเล่าต่อซะงั้น... แต่แล้วจู่ๆ ก็มีน้ำเสียงคุ้นหูของใครบางคนพูดแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ “ไอ้คุณปรก็เกือบเลือดกบปากไง ใช่มะเจย์” เจย์พยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วยกับสิ่งที่เรย์พูด น่านหันไปมองตามเสียงก่อนจะรีบยกมือไหว้ทักทาย “อ้าว! พี่เรย์ พี่เจย์ สวัสดีครับพี่” ส่วนปรที่เป็นคนในบทสนทนาเมื่อครู่เหลือบตามองหน้านิ่งแล้วทักทายกวนๆ “พวกมึงมาทำไมกันเนี่ย” “รู้แล้วยังจะถามอีก” เรย์สวนกลับหน้านิ่ง แต่ขาทั้งสองข้างกลับรีบสับเกียร์สุนัขพุ่งตัวเข้าไปหาเอ็มพร้อมกับเจย์ทันที คนหนึ่งรีบคว้าพัดขยับโบกให้ระรัว ส่วนอีกคนก็รีบเปิดขวดน้ำส่งให้แทบจะประเคนถึงปาก “เอ็มมมมมม!” “เอ็มคราบบบ ร้อนไหมเอ็ม กินน้ำหน่อยเร็ว” น่านมองภาพความวุ่นวายตรงหน้าแล้วถึงกับยืนงงเป็นไก่ตาแตก เพราะปกติเขาเคยร่วมงานกับเอ็มเฉพาะในช่วงเวลาที่มีทัวร์นาเมนต์การแข่งขันอย่างเป็นทางการเท่านั้น แถมในความเป็นจร
ตัดภาพมาที่เหตุการณ์ตรงหน้าปร... “ไอ้สัสปร!” เสียงเขียวของมิณดังขึ้นพร้อมกับร่างบางที่ก้าวประชิดตัว ปรที่กำลังดิ้นรนเอาชีวิตรอดแกล้งทำใจดีสู้เสือร้องทัก “อ้าวเฮ้ย... คุณหายไปไหนมาอะ” “คิดว่าไงล่ะ” มิณตอบเสียงเย็นเยียบ พร้อมกับยื่นหมวกกันน็อกในมือไปจ่อค้ำไว้ที่ใต้คางของปรจนเจ้าตัวต้องขยับหดคอหนี ขณะเดียวกันนั้นเอง สามนักขับมือเก๋าอย่างก้อง เจย์ และเรย์ ก็พากันเดินดุ่มๆ เข้ามาที่พิทบ็อกซ์เพราะอยากเห็นหน้าค่าตาชัดๆ ว่านักขับลึกลับคนใหม่นี้เป็นใครมาจากไหน และทำไมเรซไดเรกเตอร์ถึงได้ยอมเล่นใหญ่ประกาศปิดปากสื่อขนาดนี้ ทว่าภาพเบื้องหน้าที่ปรากฏสู่สายตาทำเอาพวกเขาสามคนถึงกับยืนเอ๋อ... มันคือภาพผู้ชายร่างใหญ่สองคน (รามกับจูโน่) กำลังช่วยกันจับล็อกตัวผู้ชายอีกคนซึ่งเป็นถึงลูกชายเจ้าของสนามแห่งนี้เอาไว้แน่น โดยมีเด็กสาวในชุดแข่งเต็มยศยืนถือหมวกกันน็อกง้างขึ้นฟ้า พร้อมที่จะฟาดลงมาบนหัวคนถูกล็อกตัวได้ทุกลมหายใจ! “เฮ้ย! เอ็ม! ใจเย็นก่อนนนน!” ทั้งสามคน (ก้อง เจย์ เรย์) ร้องอุทานห้ามทัพขึ้นมาพร้อมกันพลางพยายามจะเข้ามาขวาง ทว่าดวงตาคมกริบตวัดหันมาสวนกลับทันควัน “ไม่ต้องมายุ่ง!”
ณ pit box ของทีมพี่เอก จูโน่ที่เห็นมิณระเบิดความเร็วเสียบแซงขึ้นมาได้สำเร็จก็เก็บอาการดีใจไว้ไม่อยู่ รีบยกมือขึ้นสะกิดไหล่คนข้างๆ อย่างรามรัวๆ ก่อนจะหันไปตะโกนอวดพี่เอกหน้าบาน “เห็นไหมพี่! นั่นเพื่อนผม! บอกแล้วว่าระดับนี้!” รามที่ถูกสะกิดจนตัวโยนเหลือบตาไปมองพลางพูดดักคอหน้านิ่ง “โธ่ จูโน่... เมื่อกี้ตอนมิณสาดโค้ง ผมยังเห็นคุณเอามือปิดตาอยู่เลยนะครับ” “เอาน่า! เรื่องมันผ่านไปแล้ว มึงดูมิณแข่งนู่น!” จูโน่รีบทำเนียนเฉไฉเฉียบพลัน ปรเห็นท่าทางกวนประสาทของเพื่อนทั้งสองคนเลยขยับเดินเข้ามาคั่นกลาง ขยับแขนกอดคอทั้งจูโน่และรามเอาไว้พร้อมกันพลางแกล้งเลิกคิ้วถาม “พวกมึงนี่นะ... กล้าไม่มั่นใจในตัวเพื่อนสนิทตัวเองงั้นเหรอหืม?” พูดจบก็หันหน้าไปกดดันจูโน่ขำๆ รามเห็นท่าไม่ดีกลัวพวกมันจะฟัดกันเองในพิทเสียก่อน เลยรีบพูดขัดขึ้นมาเสียงเรียบ “อย่าเพิ่งทะเลาะกันเองครับพวกมึง หันไปดูในแทร็กนู่นก่อนครับ” ในลานแข่ง ผู้บรรยาย : “เกิดเรื่องแล้วครับ! ก้อง ฟ้าแลบ บังคับรถพลาดจังหวะหลุดอันดับไปช็อคซีนตาตั้ง! เปิดโอกาสให้ เอ็ม นักแข่งหน้าใหม่ทีมตัวตึงกดคันเร่งมิดไมล์ไล่จี้ผู้นำทันที! เอ็มเข้าโค







