LOGINบทที่ 6 อะไรที่ไม่ควรเห็น
เช้าวันต่อมา แสงแดดอ่อนๆ ลอดผ่านกระจกใสในห้องนั่งเล่นของบ้านหลังเดิม นาเนียร์ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวพับแขนกับกางเกงสแลคเข้ารูปสีน้ำตาลเข้ม ยืนผูกผมหน้ากระจกอย่างเรียบง่ายแต่คล่องตัว ริมฝีปากทาลิปสติกมันบางๆ ให้พอดูสดใสก่อนจะสะพายกระเป๋าผ้าและเดินไปเคาะประตูห้องพี่ชาย
“พี่ณ ตื่นยัง วันนี้น้องขอไปด้วยนะ ดูท่าพี่ณจะสาย”
เสียงจากด้านในมีแค่เสียงขยับตัวกับเสียงขานรับในลำคอ เธอหัวเราะนิดๆ อย่างรู้ทันพี่ชาย แล้วเดินออกไปเตรียมกาแฟรอ
ที่สำนักงานของเฮดเตอร์ บรรยากาศช่วงสายค่อนข้างสงบ มีเสียงพนักงานเดินเข้าออกห้องประชุมบ้างประปราย
ณคุณเดินแยกไปเช็กความเรียบร้อยที่สนาม ส่วนนาเนียร์ได้รับมอบหมายให้นำเอกสารการสั่งอะไหล่ล็อตใหม่ขึ้นไปส่งที่ห้องทำงานของเฮดเตอร์
เธอกอดแฟ้มเอกสารแน่นเล็กน้อยก่อนจะยืนอยู่หน้าประตูไม้ทึบสีเข้ม หายใจเข้าลึกๆ หนึ่งที แล้วเคาะเบาๆ สามครั้ง
“เข้ามา” เสียงทุ้มจากด้านในตอบรับ
นาเนียร์ค่อยๆ เปิดประตูเข้าไป เธอเห็นเฮดเตอร์นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ ริมหน้าต่างบานสูงที่แสงแดดลอดผ่านม่านบางๆ เข้าส่องถึงข้างแก้มของเขา ใบหน้าเรียบนิ่งคล้ายไม่แยแสโลกเช่นเคย
“เอาเอกสารอะไหล่มาส่งค่ะ…ล็อตล่าสุดที่สั่งเข้าสต็อก”
เฮดเตอร์ละสายตาจากหน้าจอโน้ตบุ๊กเหลือบมองเธอเพียงนิดก่อนจะพยักหน้า
“วางไว้ตรงนี้” เขาชี้ไปยังมุมหนึ่งของโต๊ะ
นาเนียร์เดินเข้าไปวางอย่างระมัดระวัง แอบเหลือบมองโน้ตบุ๊กของเขาเล็กน้อยแต่ไม่พูดอะไรเพิ่ม เมื่อวางเสร็จแล้วเธอทำท่าจะขอตัว แต่เสียงเข้มกลับดังขึ้นก่อน
“เมื่อวาน…พี่ชายเธอถึงบ้านแล้วไม่เป็นไรใช่ไหม?”
เธอชะงักนิดหนึ่งก่อนจะหันมาตอบ
“ค่ะ ปลอดภัย ขอบคุณที่มาส่งพี่ณนะคะ”
เขาไม่ได้พูดอะไรอีก แต่มองเธอเงียบๆ แววตาคมดุแต่ไม่ใช่แบบข่มขู่ หากเป็นแบบที่คล้ายจะประเมิน…หรือกำลังจับสังเกตบางอย่างอยู่
นาเนียร์ยืนนิ่งครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มบางๆ
“ขอตัวนะคะ”
เฮดเตอร์พยักหน้าเบาๆ ก่อนเธอจะหมุนตัวเดินออกจากห้องอย่างสงบ ทว่าในใจกำลังเต้นแรงด้วยความรู้สึกแปลกๆ ที่เธอเองก็อธิบายไม่ได้ว่า…สายตานั้นหมายถึงอะไรแน่
หรือว่าคนอย่างเขาจะเริ่ม ‘จำ’ เธอได้แล้วจริงๆ?
นาเนียร์เดินลงมาจากห้องทำงานของเฮดเตอร์ก็ถูกลูกน้องของณคุณรั้งไว้ก่อน เธอส่งยิ้มทักทายทุกคนอย่างเป็นมิตร และบางคนเธอก็จำได้แล้วว่าชื่ออะไร ทำตำแหน่งไหน ส่วนบางคนก็แค่ยิ้มทักทายเพราะไม่ได้สนิทมากนัก
“พี่จะบอกอะไรให้”
“คะ?”
“ระยะไหนที่ปลอดภัยจากเฮียเตอร์”
“ระยะ…อะไรเหรอคะ” นาเนียร์ยิ้มบางๆ มองหน้าทุกคนที่กำลังจ้องสายตามาที่เธอเป็นตาเดียว ก่อนเสียงเข้มของรุ่นพี่อีกคนจะดังขึ้น เปลี่ยนให้ทุกคนหันไปมองเขาแทน
“ระยะหนึ่งเมตร ปลอดภัยสุด แต่ถ้าใกล้กว่านี้นะ…ระยะอันตราย”
“เอ่อ…เนียร์ขอถามได้ไหม ว่าทำไมต้องให้อยู่ห่างจากเฮียเตอร์”
“นาเนียร์” เสียงของณคุณดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำให้รุ่นน้องเขาและน้องสาวตัวแสบสะดุ้งพร้อมกัน
“พี่ณ พวกผมตกใจหมดเลยเนี่ย”
“พวกมึงไม่มีงานมีการทำหรือไง มานั่งนินทาเจ้านายอยู่แบบนี้” เขามองหน้าลูกน้องอย่างดุๆ จนพวกเขารีบผละตัวแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ตัวเอง ส่วนนาเนียร์ค่อยๆ กันมามองหน้าพี่ชาย “เราก็อีกคน ลืมที่พี่บอกแล้วเหรอ”
“ขอโทษค่ะ ไม่ได้ตั้งใจ”
“ไปทำงานได้แล้ว เดี๋ยวพี่ต้องไปดูเขาลองรถที่สนามอีก อาจจะเข้ามาเย็นเลย ถ้าเราขี้เกียจรอก็กลับก่อนได้”
“รับทราบค่ะ”
“อืม อย่าซนล่ะ” ณคุณคาดโทษน้องสาวไม่จริงจังนัก เมื่อนาเนียร์พยักหน้ารับปากเบาๆ เขาก็หันหลังเดินออกไปทันที
16:20 น.
นาเนียร์นั่งอยู่ในโต๊ะทำงานคนเดียว เพราะพี่คนอื่นๆ เขากลับหมดแล้ว และเธอยังรอณคุณอยู่ แต่ยิ่งรอเธอก็ยิ่งหิวข้าว จึงตัดสินใจเดินออกไปบอกพวกพี่ๆ ที่สนิทกับพี่ชายตัวเองว่าเธอจะกลับก่อน
“เนียร์ฝากบอกพี่ณด้วยนะคะ”
“จ้า หรือว่าน้องนาเนียร์จะให้พี่ไปส่งดี”
“ไม่ต้องไปเสือกเลยมึง เดี๋ยวพี่ณก็มาแหกอกมึงหรอก”
นาเนียร์ยิ้มบางๆ ก่อนที่เธอจะค้อมศีรษะให้ทุกคนแล้วเดินออกไปทันที
ผ่านไปกว่าสองชั่วโมง ในที่สุดณคุณก็กลับมาถึงบ้าน เขาถอดรองเท้าวางไว้บนชั้นพร้อมกับกวาดสายตามองหาน้องสาวด้วย
“ตัวแสบ พี่กลับมาแล้ว”
“ค่า~ กำลังจะตักข้าวออกไปพอดีเลย มาทันเวลามากเลยค่ะ”
“พี่ซื้อกะเพราไก่กับพะโล้หมูมาให้”
“ขอบคุณค่ะ แล้วนี่ปวดหัวไหม เห็นเมื่อวานเมาซะหมดสภาพ”
“ไม่ปวดแล้ว แต่ว่า…ขอโทษนะ พี่เมามากเลนเมื่อวาน”
“ไม่เห็นต้องขอโทษเลย พี่ณก็ต้องพักผ่อนบ้าง แต่ตอนนี้เรากินข้าวก่อนดีไหม น้องกินขนมปังรองท้องไปสองแผ่นเอง เริ่มหิวอีกแล้ว”
“ครับผม”
ณคุณเดินตามน้องสาวไปยังโต๊ะอาหาร กลิ่นหอมของกับข้าวที่เขาซื้อมาทำให้บรรยากาศเย็นๆ ในบ้านอบอุ่นขึ้นอีกนิด ทั้งคู่ตักข้าวใส่จาน แบ่งกับข้าวกันอย่างเคยชิน ระหว่างกินก็มีเสียงหัวเราะคละเคล้ากับบทสนทนาเบาๆ
แต่หลังจากมื้ออาหารจบลง และกำลังจะช่วยกันเก็บโต๊ะ นาเนียร์ก็ชะงักไปเล็กน้อยเหมือนนึกอะไรขึ้นได้
“แย่แล้ว…ลืมแฟ้มเอกสารไว้ที่ออฟฟิศ!” เธอพูดเสียงดังขึ้นเล็กน้อย สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
“แฟ้มอะไรอะ?” ณคุณเงยหน้าขึ้นถาม
“แฟ้มเอกสารที่เฮียเตอร์ให้มาวันนี้ไง…น้องจะต้องสแกนส่งให้เขาพรุ่งนี้แต่เช้าเลย ถ้าไม่ได้ล่ะก็แย่แน่”
“โอเคๆ เดี๋ยวพี่พาไปเอา” เขาตอบทันทีแบบไม่ต้องคิดนาน
เวลาผ่านไปเกือบสามสิบนาที รถของณคุณก็แล่นเข้ามาจอดที่ลานจอดรถสำนักงาน แสงไฟจากเสาไฟทางเดินส่องกระทบบันไดหน้าทางเข้า พอเดินไปถึงชั้นที่ทำงาน นาเนียร์เป็นคนลงมือปลดล็อกประตูสำนักงานด้วยคีย์การ์ดของตัวเอง
ภายในเงียบสงัด มีเพียงเสียงแอร์ที่ยังทำงานอยู่และแสงจากไฟบางจุดที่เปิดไว้ตลอดเพื่อความปลอดภัย เธอเดินตรงไปยังโต๊ะของตัวเอง ก่อนจะชะงักมือเมื่อกำลังจะเปิดลิ้นชัก
เสียงบางอย่างแว่วมาเบาๆ จากห้องด้านในสุด…เสียงครางแผ่วๆ ที่แทรกมาในความเงียบสงัด นาเนียร์นิ่งฟังอีกนิด ก่อนเงยหน้ามองไปยังห้องทำงานของเฮดเตอร์ที่แง้มประตูอยู่เพียงน้อยนิด
เธอหันไปสบตากับพี่ชายที่ขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยินเสียงเช่นกัน แต่ก่อนที่ณคุณจะได้พูดอะไร นาเนียร์ก็ยกมือห้ามเบาๆ แล้วเดินย่องช้าๆ เข้าไปใกล้ประตูห้องนั้น
ประตูเปิดแง้มอยู่พอให้มองเห็นด้านในได้เล็กน้อย…และเพียงเสี้ยววินาที เธอก็เห็นภาพที่ไม่ควรเห็น
ชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตแขนยาวที่ตอนนี้ปลดกระดุมลวกๆ กำลังโอบรัดหญิงสาวไว้แนบแน่นบนโต๊ะทำงาน เสียงหายใจหอบกระชั้นและคำครางแผ่วเบายังคงดังสลับกับเสียงเสียดสีของเนื้อผ้า
นาเนียร์เบิกตากว้าง เธอรีบผละตัวออกมาทันที หัวใจเต้นแรงอย่างห้ามไม่ได้ มือที่ถือแฟ้มสั่นเล็กน้อย เธอเดินกลับไปหาณคุณที่รออยู่ตรงทางเดิน
“พะ…พี่ณ เรากลับกันเถอะ” เธอกระซิบเสียงเบา ใบหน้าแดงก่ำและหลบตาอย่างเห็นได้ชัด
“เกิดอะไรขึ้น” เสียงของณคุณเคร่งขึ้นทันที
“ไม่…ไม่มีอะไรค่ะ แค่…ได้ของแล้ว เรารีบกลับดีกว่า” เธอส่ายหน้าเร็วๆ แล้วจ้ำอ้าวไปยังโถงด้านล่างโดยไม่รอคำตอบ
ณคุณหันกลับไปมองทางห้องของเจ้านายอย่างครุ่นคิด แววตาเปลี่ยนเป็นเย็นเฉียบชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะเดินตามน้องสาวไปเงียบๆ…
และนาเนียร์ก็ไม่รู้ตัวเลยว่าทำของบางอย่างหล่นไว้ตรงหน้าประตูห้องทำงานของเฮดเตอร์
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังเข้าด้านเข้าเข็ม หญิงสาวใต้ร่างเขาก็ผลักอกแกร่งเบาๆ
“เฮด เมย์ได้ยินเสียงเหมือนคนเพิ่งเดินออกไปเลย”
“ช่างหัวมันสิ อย่าขัดจังหวะ ฉันกำลังจะเสร็จ”
“อ๊า~ จริงๆ นะเฮด เราออกไปดูหน่อยไหม”
เฮดเตอร์สบถคำหยาบออกมาอย่างหัวเสีย เขาถอดถอนแกนกายแข็งขันออกจากปากทางรักหญิงสาว แล้วกดลำลงในกางเกง จากนั้นก็เดินไปที่ประตูห้อง ปรากฏว่าไม่มีอะไรเลย และเขาก็หันไปมองหน้าหญิงสาวพลางกลอกตามองบนอย่างหมดอารมณ์ แต่ตอนจะหันกลับไปหาเธอ หางตาก็เหลือบเห็นของบางอย่างที่วางอยู่บนพื้น
เฮดเตอร์เดินไปก้มลงหยิบขึ้นมาดูอย่างพิจารณา ก่อนที่ภาพบางอย่างจะปรากฏขึ้นในหัว มุมปากเขาเหยียดยิ้มบางๆ
“นาเนียร์”
—————————————
น้องเห็นงวงช้างงงง 😆
ตอนพิเศษ 2เช้าวันหยุดในบ้านหลังใหญ่บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ห้องโถงกลางถูกจัดแต่งด้วยดอกไม้สีขาวสลับชมพูอ่อน กลิ่นหอมอวลไปทั่วจนสร้างความอบอุ่นราวกับงานหมั้นเล็กๆ ที่แฝงไปด้วยความหมายยิ่งใหญ่กันต์กำลังช่วยช่างจัดดอกไม้ยกแจกันไปตั้งตรงมุมโต๊ะอย่างตั้งใจ“พวกนายวางตรงนี้สิ จะได้บาลานซ์กับเวที” เขาพูดพร้อมหันไปเช็กตำแหน่งต้นหนยืนพับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้น พลางก้มหน้ากางแผนผังการจัดโต๊ะ“นี่พวกแขกผู้ใหญ่ต้องนั่งฝั่งไหนกันแน่ เฮดเตอร์ถ้าไม่รีบตอบ เดี๋ยวพรุ่งนี้คนมาแล้วจะมั่วกันหมดนะเว้ย”ลีอองหัวเราะพลางยกถาดแก้วน้ำมาวางเรียงบนโต๊ะรับแขก“ใจเย็นๆ หน่อยเถอะไอ้ต้น มึงก็เหมือนแม่บ้านไปทุกทีแล้วนะ”เสียงหยอกล้อทำให้เฮดเตอร์ที่นั่งตรวจเช็กรายชื่อแขกอยู่เงยหน้าขึ้น เขายิ้มบางๆ รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากเพื่อนสนิทที่ร่วมลงแรงกันเต็มที่ระหว่างที่ทุกคนกำลังวุ่นอยู่ เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากทางประตูบ้าน ก่อนจะปรากฏร่างชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้ามีเค้าโครงคล้ายเฮดเตอร์ไม่ผิดเพี้ยน“เซอร์ไพรส์!”ทุกสายตาหันไปทันที เฮดเตอร์ชะงักไปชั่วอึดใจ ก่อนจะยืนขึ้นเต็มความสูง ดวงตาคมวาวด้วยความดีใจ“ไอ้คิว!”ร่างส
ตอนพิเศษ 1ย่างเข้าสู่ปีที่สี่ของการเป็นนักเรียนแพทย์ การเจอกันกับเฮดเตอร์ก็น้อยลงตามตารางเรียนที่มากขึ้น และเป็นปีสี่ของนาเนียร์ที่ต้องขึ้นชั้นคลินิกและได้ราวน์คนไข้จริงๆ กับอาจารย์หมอเสียงโทรศัพท์สั่นและดังเบาๆ อยู่ในกระเป๋าเสื้อของนาเนียร์ เธอวางแฟ้มเอกสารลงบนเคาน์เตอร์แล้วเดินไปหลบมุมเพื่อรับสายของเฮดเตอร์“เฮีย เนียร์ยุ่งอยู่ค่ะ มีอะไรด่วนไหม”(เปล่า แค่คิดถึงเด็กดื้อน่ะ)“อ๋อ คิดถึงเหมือนกันนะคะ อย่าน้อยใจนะที่เนียร์ไม่มีเวลาให้ ช่วงนี้ยุ่งมากจริงๆ”เสียงถอนหายใจทุ้มต่ำลอดผ่านมาทางสายคล้ายจะกลั้นความน้อยใจเอาไว้ไม่มิด(รู้หรอกว่าเรายุ่ง แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า…ตอนนี้ใครกันแน่ที่อยู่กับเนียร์มากกว่าเฮีย)น้ำเสียงติดกระเซ้า ทว่ามีความน้อยใจแฝงอยู่จนหัวใจนาเนียร์สะดุ้ง เธอกัดริมฝีปากแน่น พยายามอธิบายเสียงเบา“ไม่มีใครทั้งนั้นค่ะเฮีย มีแต่คนไข้กับอาจารย์หมอ เนียร์อยากให้เฮียเข้าใจนะ”เฮดเตอร์หัวเราะหึเบาๆ แต่ก็ยังไม่อาจปิดบังความรู้สึกในใจได้(แต่เฮียก็ยังอยากให้เราเจอกันบ้าง…ไม่ใช่แค่ได้ยินเสียงผ่านโทรศัพท์แบบนี้)มือที่จับโทรศัพท์ของนาเนียร์สั่นน้อยๆ เธอหลับตาลง สูดลมหายใจลึกแล้วตอบด
บทที่ 55 บทส่งท้ายเปิดเทอมปีสองของนักศึกษาแพทย์มาได้ไม่กี่สัปดาห์ แต่นาเนียร์ก็สัมผัสได้ถึงความหนักหน่วงที่ต่างจากเดิม ทั้งชั่วโมงเรียนที่ยาวนานกว่าปีแรก และเนื้อหาวิชาที่เข้มข้นขึ้นจนแทบไม่มีเวลาหายใจ เธอมักกลับมาบ้านหรือคอนโดพร้อมกับความเหนื่อยล้าเต็มสองแขน แต่สิ่งที่แตกต่างจากเมื่อก่อนคือเธอไม่เคยต้องแบกรับเพียงลำพังอีกแล้วเฮดเตอร์เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด แม้ยังคงนิสัยเจ้าเล่ห์และแฝงความกวนประสาทอยู่ตลอด แต่เวลามีเธออยู่ใกล้กลับกลายเป็นคนใจเย็นลงอย่างน่าประหลาด ยิ่งหลังจากผ่านเรื่องราวมากมาย ความสัมพันธ์ของทั้งคู่แน่นแฟ้นขึ้นจนเหมือนหายใจด้วยจังหวะเดียวกันเย็นวันหนึ่งหลังเลิกเรียน นาเนียร์เดินก้มหน้าก้มตาออกมาจากมหาวิทยาลัยอย่างอิดโรย แต่ทันทีที่เห็นร่างสูงคุ้นตายืนพิงรถหรูรออยู่ หัวใจที่หนักอึ้งกลับเบาสบายอย่างน่าประหลาด“เฮียขา…” เสียงหวานอ้อนดังขึ้นทันทีที่ก้าวเข้ามาใกล้ เธอยกแขนคล้องเอวเขาแน่นเหมือนหาที่พักพิงเฮดเตอร์ก้มลงสบตา ดวงตาคมอ่อนแสงลงอย่างไม่รู้ตัว มือหนายกขึ้นลูบผมเธอเบาๆ“เหนื่อยอีกแล้วใช่ไหมตัวเล็ก”เธอพยักหน้าหงึกๆ พลางซบลงกับอกกว้าง“เหนื่อยมากเลยค่ะ วันนี้เรี
บทที่ 54 เด็กขี้อ้อนหลายเดือนต่อมานาเนียร์เดินมาหาเฮดเตอร์ที่ยืนรออยู่หน้าบ้านด้วยท่าทางอิดโรยสุดๆ ทันทีที่ปลายรองเท้าและกับปลายรองเท้าเขา แขนสองข้างก็อ้าออกและสวมกอดเอวสอบอัตโนมัติ“ขออ้อนหน่อย เรียนเหนื่อยมาทั่งอาทิตย์เลย”“อยากกินอะไรอร่อยๆ ไหม เฮียตามใจเราหนึ่งวัน”“ไม่อยากกินอะไรเลยค่ะ อยากนอนบนตัวเฮียมากกว่า”“ขี้อ้อนจริงๆ นะเรา”“น้อยๆ หน่อยน้องสาว” เสียงณคุณดังขึ้นจากทางด้านหลังนาเนียร์ เขาถือถุงผ้าใบโปรดของน้องสาวมายื่นให้เฮดเตอร์พลางยกมือขึ้นไปแตะหน้าผากน้องด้วยความมันเขี้ยว “ฝากด้วยเฮีย บ่นว่าเหนื่อยตั้งแต่ไปรับมาจากมหา‘ลัยแล้ว”“อืม แล้วมึงจะเข้าบริษัทตอนไหน ถ้าเข้าไปกูฝากดูรถแข่งด้วย”“อีกหนึ่งชั่วโมงเฮีย”“อืม”“ไปเถอะ อยากนอนแล้ว” นาเนียร์หันไปยกมือไหว้พี่ชาย แล้วเดินอ้อมไปขึ้นรถอีกฝั่งเองเมื่อเห็นแบบนั้นเฮดเตอร์จึงเชิดหน้าน้อยๆ ให้ณคุณแล้วเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถ“เหนื่อยขนาดนั้นเลย?”“มากค่ะ เรียนว่าหนักแล้วนะ อาจารย์บอกว่าเทอมสองจะต้องเรียนผ่าอาจารย์ใหญ่แล้ว ขนลุกไม่หาย”“ก็เราเลือกเอง”“ก็จริงค่ะ แค่บ่นให้ฟันเฉยๆ สนใจมาเป็นอาจารย์ใหญ่ให้เนียร์ลองผ่าเล่นๆ ไหม”“ตลก
บทที่ 53 แฟนหรือพ่อ?หลังกลับจากไปเยี่ยมครอบครัวเฮดเตอร์ นาเนียร์ก็เข้าสู่โหมดปกติ เธอเรียนเช้าเลิกค่ำ บางวันก็ดึกเพราะทำรายงานกับกลุ่มเพื่อน ส่วนเฮดเตอร์ก็รับหน้าที่คอยส่งข้าวส่งน้ำเช่นเคย และเขายังเป็นที่รู้จักของเพื่อนๆ ในกลุ่มของนาเนียร์อีก“เฮีย”“หืม?” เขารีบวางโทรศัพท์แล้วหันหน้ามองนาเนียร์ทันที“อาทิตย์นี้ขอนอนหอกับรูมเมทนะคะ อาทิตย์หน้าค่อยจะไปค้างกับเฮียที่คอนโด”เฮดเตอร์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำขอจากปากเธอ ดวงตาคมกริบที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยความผ่อนคลายค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นแววเคร่งขรึม แต่ก็ยังมีความอ่อนโยนซ่อนอยู่“ทำไมล่ะ” เสียงทุ้มถามเรียบๆ แต่แฝงน้ำหนักบางอย่างที่นาเนียร์ฟังออกเธอยกมือขึ้นเสยผมทัดหู เกิดอาการประหม่าเล็กๆ“ก็…อยากอยู่ทำงานกับเพื่อนๆ ให้เสร็จ จะได้ไม่เกรงใจเฮีย อีกอย่าง…นอนหอบ้างก็ดีเหมือนกันค่ะ เนียร์กลัวว่าเฮียจะลำบาก ต้องคอยรับส่งทุกวัน”เฮดเตอร์กอดอก เอนตัวพิงพนักเก้าอี้ สีหน้าเหมือนกำลังชั่งใจระหว่างความหวงแหนกับความเข้าใจ เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะหึในลำคอเบาๆ“พูดซะดีเชียวนะ” เขาโน้มตัวมาข้างหน้า เอื้อมมือแตะปลายคางมนให้เงยหน้าขึ้นสบตา “แ
บทที่ 52 ครอบครัวของเฮดเตอร์ในห้องทำงานของเฮดเตอร์ ณคุณเดินตามทั้งสองมา และได้เอ่ยขึ้นเสียงเรียบเมื่อเห็นเฮดเตอร์รั้งใบหน้าน้องสาวไปจูบเบาๆ ต่อหน้าต่อตาเขา“เฮียก็เบาๆ หน่อยแล้วกัน ผมไม่อยากให้นาเนียร์เสียอนาคตที่จะเป็นหมอตอนนี้”“รู้หรอกน่า”“ก็…เบาๆ หน่อย”“พี่ณ…”“เรานั่นแหละตัวดีเลย แล้วจะกลับบ้านเลยไหม หรือจะกลับไปนอนที่หอพัก?” ณคุณเอ่ยถามนาเนียร์ ทว่าเฮดเตอร์กลับโอบเอวบางไว้หลวมๆ“นาเนียร์จะกลับไปนอนที่คอนโดกับกู”“โอเค” ณคุณส่ายหน้าเบาๆ อย่างเอือมระอาใจ แล้วหันหลังเดินออกมาจากห้องทำงานของเฮดเตอร์ทันทีที่ประตูห้องทำงานปิดลงตามร่างสูงของณคุณ ความเงียบก็เข้ามาแทนที่ เฮดเตอร์ยังคงโอบเอวนาเนียร์ไว้แน่น ร่างสูงโน้มตัวลงเล็กน้อยจนปลายจมูกเฉียดผิวแก้มใสของเธอ“พี่ณของเธอนี่แม่ง…ทำอย่างกับฉันจะกินเธอตรงนี้เลย” เขาเอ่ยเสียงทุ้ม แฝงรอยหัวเราะในลำคออย่างขี้เล่นนาเนียร์หน้าแดงจัด รีบผลักแผ่วๆ ที่อกหนา แต่กลับไม่ขยับแม้แต่น้อย เพราะเฮดเตอร์จงใจยืนขวางเอาไว้ ดวงตาคมสบมองเธอแน่วแน่ ริมฝีปากหนากระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์“ว่าแต่…” เขาโน้มเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด “ถ้าจะเดินจับมือไปด้วยกันจริงๆ แบบที่ถามต

![สิงขร [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





