Beranda / LGBTQ+ / ระหว่างเราใต้ขอบฟ้า / บทที่ 2 ยังไงก็ไม่แต่ง

Share

ระหว่างเราใต้ขอบฟ้า
ระหว่างเราใต้ขอบฟ้า
Penulis: บาริสต้าสายรุ้ง

บทที่ 2 ยังไงก็ไม่แต่ง

last update Tanggal publikasi: 2025-04-22 22:13:07

บทที่ 1 ผู้โดยสารจอมวุ่นวาย

สนามบินยามค่ำคืนเต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ ผู้โดยสารต่างเร่งรีบกับเสียงประกาศเรียกขึ้นเครื่อง แต่ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น นลินภากลับยืนนิ่งริมกระจกใส มองลานจอดเครื่องบินกว้างใหญ่ เธอรู้สึกเหมือนติดอยู่ในทางแยกที่ไม่รู้จะเดินไปทางไหน

เครื่องบินของสายการบินต่าง ๆ ที่เตรียมทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าไม่ได้ทำให้หญิงสาวที่ชื่อ นลินภาหรือนล ตื่นเต้นได้เลยแม้แต่น้อย กลับกันยิ่งได้โบยบินมากเท่าไหร่ เธอยิ่งรู้สึกว่าอิสระของการใช้ชีวิตถูกตัดขาดมากขึ้นเท่านั้น อาชีพแอร์โฮสเตสที่ใฝ่ฝัน มันไม่ใช่แบบที่คิดเลย

“มายืนเหม่ออะไรตรงนี้ยะแม่คุณ รีบไปทำงานที่เรารักกันเถอะ”

เสียงเล็กแหลมเข้ามาขัดจังหวะความคิดจนทำให้นลหลุดจากภวังค์ ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นเสียงของใคร เพราะเพื่อนร่วมงานที่เธอไว้ใจได้ไม่ได้มีมากนัก

นลดึงด้ามจับของกระเป๋าลากขึ้นจนสุดแล้วลากกระเป๋าส่วนตัวเดินตามเพื่อนสนิทไปตามทางเดินของตัวอาคาร รองเท้าหุ้มส้นสีครีมที่มีส้นสูงสองนิ้วรองรับขาเรียวยาว กับชุดพนักงานของสายการบินที่เป็นเสื้อแจ็กเก็ตสีน้ำตาลเข้ารูปสวมทับเชิ้ตสีขาว และกระโปรงขนาดพอดีตัวที่ยาวเลยเข่าขึ้นมาหน่อยนึงในสีเดียวกัน ช่วยดึงดูดสายตาชายหนุ่มทั้งหลายให้หันมามองเธอเป็นตาเดียว

“โอ๊ย ฉันล่ะเบื่อ เดินข้างแกมีแต่คนมอง เมื่อไหร่จะลดความสวยลงหน่อยยะชะนี เบื่อ ๆ ๆ” 

คนที่เดินอยู่ข้างกันแสร้งหันมามองค้อน แต่เมื่อได้รับรอยยิ้มสวยจากนลกลับไป แม้แต่สจ๊วตที่มีท่าทีออกสาวก็มักจะใจเต้นกับรอยยิ้มนี้อยู่บ่อยครั้ง

“แกก็รู้ว่าฉันไม่ชอบสายตาเหล่านั้นเลยสักนิด น่าเบื่อพวกผู้ชายหัวงู เจอแบบนี้ยิ่งทำให้ฉันไม่อยากกลับบ้าน”

นลถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย บอย เพื่อนร่วมงานคนสนิทพยักหน้าเล็กน้อย อีกฝ่ายเข้าใจเรื่องนี้ได้ดีเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นลบ่นเรื่องทำนองนี้ให้ฟัง

“ฉันบอกแกแล้วให้หาแฟนเป็นตัวเป็นตนซะ หรือจะเอาฉันไปเป็นไม้กันหมาก่อนก็ได้นะ แฟนปลอม ๆ ไง ไม่ติดนะ”

นลส่ายหน้าพลางหัวเราะ โบกมือปัดป่ายกลางอากาศเป็นการเน้นย้ำการปฏิเสธ

“ไม่เอาด้วยหรอก ขืนทำแบบนั้น สามีแกที่เป็นดาราอะไรนั่นได้มากินหัวฉันพอดี”

“โอ๊ย อย่าไปพูดถึงเลย รายนั้นน่ะฉันเทไปแล้ว เดือนนึงคุยกันสองครั้งใครจะไปทนไหว อีกอย่าง อาชีพอย่างเรา ๆ อยู่แต่บนเครื่อง แกก็รู้ว่ามันยากนะนล”

“อืม ก็ยากจริง”

บทสนทนาของหนึ่งสาวและหนึ่งหนุ่มสิ้นสุดลงเมื่อได้เวลาทำงาน ทั้งนลและบอยเป็นพนักงานบริการบนสายการบินเที่ยวบินต่างประเทศ และเที่ยวบินในวันนี้เป็นการเดินทางจากกรุงเทพไปเยอรมันนี ใช้เวลาในการเดินทางราวสิบสองชั่วโมง

หน้าที่ของนลคือการดูแลผู้โดยสารชั้นธุรกิจ (Business Class) ตั้งแต่ก่อนเครื่องขึ้น จนถึงหลังเครื่องลง

เริ่มตั้งแต่การต้อนรับ ช่วยหาที่นั่ง เสิร์ฟเครื่องดื่มและอาหารที่มีทั้งอาหารเรียกน้ำย่อยและอาหารจานหลัก รวมไปถึงการดูแลความสะดวกสบายและการสร้างความสัมพันธ์

ซึ่งดูเหมือนว่า ข้อสุดท้ายจะเป็นสิ่งที่นลไม่ชอบที่สุด แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เป็นเวลาของการปฏิบัติงาน ผู้หญิงคนนี้ก็ยังคงทำหน้าที่ตามความสามารถได้อย่างเหมาะสม

ลูกค้าชั้นธุรกิจที่นลได้พบเจอในช่วงหลายปีของการทำงานแทบไม่ต่างกันนัก ส่วนใหญ่มักเป็นนักธุรกิจหรือผู้บริหารระดับสูง บางครั้งก็เป็นครอบครัวที่มีฐานะ ต้องการความสะดวกสบายระหว่างการเดินทางยาวไกล หลายคนใช้เวลาอยู่บนเครื่องเพื่อทำงานอย่างตั้งใจ ขณะที่บางคนเลือกพักผ่อนหลับใหลเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับจุดหมายปลายทาง แต่ก็มีไม่น้อยที่มีความต้องการพิเศษหรือเรียกร้องมากเกินไป ซึ่งนลเรียนรู้ที่จะรับมือและปรับตัวกับเรื่องเหล่านี้จนกลายเป็นความเคยชินไปแล้ว

ระหว่างที่นลกำลังเดินตรวจความเรียบร้อยหลังจากกัปตันนำเครื่องขึ้นได้ไม่นาน เสียงกระดิ่งเรียกพนักงานบริการก็ดังขึ้น

นลถอนหายใจออกมาเล็กน้อยเพราะทุกครั้งที่ได้ยินเสียงกระดิ่ง มักจะมีความวุ่นวายใจตามมา แต่เพราะเป็นหน้าที่จึงทำได้เพียงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเดินไปยังที่นั่งหมายเลข A2 ด้วยท่าทีสุภาพและรอยยิ้มแสนหวานที่เปรียบเหมือนอาวุธประจำตัวของเธอ

ผู้โดยสารที่นั่งอยู่ในที่นั่งชั้นธุรกิจเบอร์นั้นคือ ปราณปภัส หญิงสาวรูปลักษณ์สง่างามที่ดูมีบุคลิกเยือกเย็น แต่แฝงไว้ด้วยความเย่อหยิ่ง เธอเงยหน้าขึ้นมองนล ราวกับกำลังรอคำตอบที่ควรจะมาเร็วกว่านี้

“คุณผู้โดยสารต้องการอะไรเพิ่มเติมรึเปล่าคะ แจ้งได้เลยค่ะ”

นลเอ่ยเสียงสุภาพ แต่สายตากลับมองใบหน้างดงามนั้นไม่วางตา จริงอยู่ว่าคนตรงหน้าเธอสวยสะกดจนนลเผลอมองอย่างไม่รู้ตัว แต่ลึก ๆ ในใจเธอกลับเห็นความเย่อหยิ่งในท่าทีนั้น

หากให้เดาจากการแต่งกายด้วยชุดสูทสีเทาที่ตัดเย็บด้วยความประณีต ผู้โดยสารของเธอคนนี้คงเป็นนักธุรกิจแนวหน้า หรือไม่ก็ผู้บริหารระดับสูงเป็นแน่

“ฉันขอน้ำเปล่าเย็นจัดไปครั้งนึงแล้วไม่เห็นมีใครมาเสิร์ฟ ทำไมต้องรอนานขนาดนี้”

ปราณพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงความไม่พอใจอย่างชัดเจน

"ขออภัยด้วยค่ะ น้ำเย็นจัดพิเศษกำลังเตรียมอยู่ในครัว เดี๋ยวดิฉันจะนำมาเสิร์ฟให้ทันทีค่ะ"

นลตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่ง แต่ในใจเริ่มรู้สึกถึงความท้าทายที่คนคนนี้กำลังสร้างขึ้น

ปราณไม่ตอบ แต่ทำเพียงเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนหันกลับไปมองหน้าจอภาพยนตร์ตรงหน้า ราวกับจะบอกว่าสิ่งที่เธอพูดไม่จำเป็นต้องได้รับคำตอบอีก

หลังจากน้ำเย็นจัดถูกนำมาเสิร์ฟเรียบร้อยแล้ว ไม่นานหลังจากนั้น เสียงกระดิ่งก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้นลรีบเดินไปโดยไม่ต้องเดาว่าใครเป็นคนกด

“คุณผู้โดยสารมีอะไรต้องการเพิ่มเติมอีกคะ” 

นลยิ้มสุภาพ แม้ในใจจะเริ่มสงสัยว่าผู้หญิงคนนี้กำลังทดสอบความอดทนของเธอหรือเปล่า

"กาแฟค่ะ ขอเป็นเอสเปรสโซเข้ม ๆ อย่าลืมใส่น้ำผึ้งนิดเดียว ฉันไม่ชอบหวาน"

ปราณพูดโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอ

"ได้เลยค่ะ ขอเวลาเตรียมสักครู่"

นลเดินกลับไปยังห้องครัวอย่างอดกลั้น และเมื่อเตรียมกาแฟเสร็จเรียบร้อย เธอก็เดินกลับมาพร้อมถาดเล็ก ๆ และวางลงตรงหน้าปราณอย่างสุภาพ

"กาแฟของคุณพร้อมเสิร์ฟค่ะ"

ปราณหยิบถ้วยขึ้นจิบ ก่อนจะวางลงและเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"ขมไปนิด คุณน่าจะใส่น้ำผึ้งมากกว่านี้"

นลรู้สึกถึงความหงุดหงิดที่เริ่มก่อตัว แต่เธอยังคงยิ้มตอบ

"ดิฉันจะนำแก้วใหม่มาเสิร์ฟให้นะคะ"

ถาดใบเล็กและแก้วกาแฟถูกนำกลับไป โดยที่นลไม่รู้เลยว่าจังหวะที่เธอหันหลัง ใครอีกคนเผลอยกยิ้มมุมปากออกมาไม่รู้ตัวและมองแผ่นหลังของนลจนอีกฝ่ายเดินไปลับตา

“เรื่องมากชิบ”

ถาดรองกาแฟถูกวางลงบนเคาน์เตอร์ในห้องอาหาร ทำให้บอยอดสงสัยไม่ได้ถึงท่าทีบึ้งตึงของนลเพราะปกติแล้วเพื่อนสาวคนสนิทมักจะมีหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสตลอดเวลาการทำงาน

“เป็นอะไรนล ผู้โดยสารวีนเหรอ”

บอยขยับเข้ามาใกล้ ใจหนึ่งก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนอีกใจก็เป็นห่วงเพื่อนขึ้นมาซะดื้อ ๆ

“ไม่ได้วีนหรอก แต่เรื่องเยอะเป็นบ้า ฉันว่าฉันก็เจอมาเยอะแล้วนะแก แต่คนนี้สุด ๆ ไปเลย”

“คนไหนวะ”

บอยขมวดคิ้ว ดูอยากรู้มากขึ้น นลเลยบอกเลขที่นั่งผู้โดยสารต้นเรื่อง เมื่อบอยเดินออกไปตรวจความเรียบร้อยอีกครั้งจึงกลับเข้ามาพร้อมหน้าตาแตกตื่น

“นล!”

“โอ้ย เรียกซะตกใจ อยู่ใกล้กันแค่นี้”

นลที่กำลังเตรียมกาแฟแก้วใหม่ให้ผู้โดยสารจอมวุ่นวายถึงกับสะดุ้ง

“นล ผู้โดยสารคนที่แกบอกน่ะ คนดังเลยนะ ลูกสาวนายกรัฐมนตรีไงแก คุณปราณปภัส ที่เพิ่งมารับตำแหน่งปลัดกระทรวงการต่างประเทศ แกไม่ติดตามเค้าบ้างรึไง คนนี้นะ ชีฮอตในหมู่LGBTQเลยนะ เคยมีข่าวลือว่าคบแฟนผู้หญิงคนนึงมาตั้งเกือบสิบปี แต่ต้องเลิกไปเพราะพ่อไม่ยอมรับ ข่าวดังอยู่นะแก ช่วงนั้นพ่อของชีก็ต้องออกมาตอบคำถามสื่อแทบทุกวัน หน้าดำคร่ำเครียดเลยล่ะแกเอ๊ย”

บอย ผู้ที่รู้ดีทุกเรื่องในทุกวงการบันเทิง และมักจะรู้จัก ดารานักร้องอินฟูลเซเลบไฮโซทั้งหลายแหล่ พูดเรื่องปราณปภัสให้นลฟังอย่างออกรส

“ฉันไม่รู้จักผู้หญิงคนนั้นเลยแก แล้วก็ไม่อยากรู้จักด้วย ถึงว่าล่ะทำไมดูหยิ่ง ๆ ที่แท้ก็ลูกสาวนายกรัฐมนตรี”

นลรีบจัดการเครื่องดื่มในมือให้เสร็จสิ้นเพื่อจะเอาไปเสิร์ฟ ก่อนที่เธอจะยกถาดใบเล็กออกมาก็ยังไม่วายได้ยินเสียงเม้ามอยของบอย

“แปลกนะที่มานั่งชั้นนี้ จริง ๆ มีเงินนั่งเฟิร์สคลาสได้สบาย สงสัยอยากหลบหลีกผู้คน”

“ช่างเค้าเถอะน่า แกไปเตรียมเสิร์ฟอาหารได้แล้วบอย ไปทำงานทำการบ้าง”

“รู้แล้วย่ะ ไม่ต้องพูด!”

บอยหันกลับไปทำหน้าที่ตัวเอง ส่วนนลเดินออกมาจากห้องครัวพร้อมกับถาดกาแฟในมือที่ถือมาด้วยความมั่นใจ

เรื่องที่ปราณปภัสมีแฟนเป็นผู้หญิง นลไม่ได้แปลกใจนัก เพราะเธอรับรู้ด้วยเซนต์บางอย่างตั้งแต่เห็นแววตาของผู้หญิงคนนี้ ตนและอีกฝ่ายก็ไม่ต่างกัน หนำซ้ำเรื่องที่ที่บ้านไม่ยอมรับ นลเองก็เข้าใจดี ช่างเหมือนกันเหลือเกิน

“กาแฟของคุณผู้โดยสารได้แล้วค่ะ”

ปราณปภัสละสายตาจากหน้าจอแล็บท็อปเงยหน้ามองนลด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งเช่นเดิม

“นานจัง รอจนง่วง”

อีกฝ่ายไม่แม้แต่จะเหลียวมองแก้วกาแฟที่ไอร้อนยังส่งกลิ่นหอมกรุ่น แต่กลับจ้องหน้าของนลแทบไม่ละสายตา

“ขออภัยที่ทำให้รอนานนะคะ เนื่องจากเครื่องดื่มแก้วนี้ใช้ความพิถีพิถัน และดิฉันอยากให้คุณผู้โดยสารได้รับรสชาติที่ตรงตามความต้องการ จึงใช้เวลานานเล็กน้อยค่ะ”

“ฉันคงไม่ดื่มแล้วล่ะ อยากจะนอนพักสักหน่อย คุณช่วยเอาแก้วกาแฟไปเก็บแล้วเอาหมอนใบใหม่มาให้หน่อยนะ รู้สึกว่าใบนี้มันแข็งเกินไป”

นลินภาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ นับหนึ่งถึงสิบท่องไว้ในใจแล้วยกถาดกาแฟมาถือไว้

“ค่ะ ฉันจะไปหาหมอนใบใหม่มาให้”

ร่างสูงระหงเดินกลับไป ส่วนปราณปภัสกลับยิ้มกว้างออกมา

นลหายไปไม่นานเธอกลับมาพร้อมหมอนใบใหม่ ทว่าครั้งนี้ดูเหมือนความอดทนในการทำตามความต้องการของผู้โดยสารจะหมดลงแล้ว หลังจากยื่นหมอนให้ปราณ นลตัดสินใจโน้มตัวเข้าใกล้อีกฝ่ายเล็กน้อยแล้วเอ่ยกระซิบเบา ๆ

"ดิฉันหวังว่าคุณจะพักผ่อนได้สบายขึ้นนะคะ ถ้ามีอะไรเพิ่มเติม รบกวนเรียกให้น้อยกว่านี้หน่อย เพราะเราอยากให้ผู้โดยสารทุกคนได้รับการดูแลที่ดีเท่ากันค่ะ"

ปราณหันมามองนลเต็มตา แววตานิ่ง ๆ นั้นเหมือนจะบ่งบอกว่าเธอไม่เคยได้ยินใครพูดแบบนี้กับเธอมาก่อน

"คุณกำลังจะบอกฉันว่าเรียกมากเกินไปเหรอ?"

ปราณพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น แค่อยากให้คุณได้รับการบริการที่ดีที่สุด โดยที่ดิฉันสามารถดูแลผู้โดยสารคนอื่นได้อย่างเหมาะสมเช่นกันค่ะ"

นลตอบกลับอย่างมั่นคง เน้นย้ำชัดเจนทุกคน ทำเอาปราณปภัสนิ่งงันไปครู่หนึ่งเพราะไม่เคยมีใครกล้าขัดแย้งความต้องการของเธอเลยสักครั้ง นลเป็นผู้หญิงคนแรก และอาจจะเป็นคนเดียวที่กล้าขัดความต้องการของเธอ

"เข้าใจแล้วค่ะ"

หลังจากนั้น แม้เสียงกระดิ่งจะไม่ได้ดังขึ้นอีก แต่นลก็สัมผัสได้ถึงสายตาของปราณที่มองเธอในแบบที่แตกต่างออกไป ราวกับว่าหญิงสาวที่ดูเย่อหยิ่งและแข็งกระด้างคนนี้ เริ่มมองเห็นอะไรบางอย่างในตัวเธอ

แต่นลก็เลือกที่จะไม่ใส่ใจในสายตาคู่นั้น เธอยังคงปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ และดูแลผู้โดยสารทุกคนอย่างเท่าเทียม

แน่นอนว่าในเที่ยวบินนี้ไม่มีใครกดกริ่งมากครั้งเท่ากับปราณปภัสอีกแล้ว เมื่อเสียงกระดิ่งเงียบลง ทุกอย่างจึงอยู่ในความสงบ และปราณปภัสไม่เอ่ยขออะไรอีกเลยจนถึงปลายทาง

บทที่ 2 ยังไงก็ไม่แต่ง

สนามบินแฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt Airport - FRA) คือปลายทางของเที่ยวบินนี้ หลังจากใช้เวลาเดินทางราวสิบสองชั่วโมงปราณปภัสก็มาถึงจุดหมาย ซึ่งครั้งนี้เธอต้องมาเจรจาและเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศคู่ค้าและพันธมิตร อีกทั้งยังต้องหารือเรื่องเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และความมั่นคงระหว่างประเทศอีกด้วย

แน่นอนว่าการก้าวมารับตำแหน่งปลัดกระทรวงการต่างประเทศเป็นงานที่หนักหน่วงสำหรับปราณปภัสเป็นอย่างมาก ยิ่งการที่เธอมีพ่อเป็นนายกรัฐมนตรี ทุกย่างก้าวย่อมเป็นที่จับตามอง แต่ครั้งนี้เป็นการมาพูดคุยเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงระหว่างประเทศ หรือจะเรียกว่าเป็นการส่งมาดูงานก็ได้ ปราณปภัสจึงไม่ขอคนติดตามและต้องการเดินทางอย่างส่วนตัว แน่นอนว่าเธอได้ทุกอย่างตามที่ขอ

นับตั้งแต่ที่เธอเลิกรากับคนรักที่คบหามาเกือบสิบปีและยอมก้าวขามารับตำแหน่งนี้ตามความต้องการของคนเป็นพ่อ ไม่ว่าปราณปภัส จุลวงศ์กิติสกุล ต้องการอะไร เพียงแค่เอ่ยปากหรือกระดิกนิ้วเธอก็ได้ทุกอย่างตามที่ขอ สิ่งที่ปราณปภัสต้องทำคือ ช่วยรักษาภาพพจน์ของนามสกุลนี้ไว้และสร้างภาพให้ดูดียิ่ง ๆ ขึ้นไปเท่านั้น

นอกจากตัวเธอเอง ไม่เคยมีใครรู้เลยว่าปราณปภัสต้องสูญเสียอะไรบ้าง กับการมายืนตรงนี้

สนามบินแฟรงก์เฟิร์ตในเวลานี้คลาคล่ำไปด้วยผู้คน ปราณปภัสพร้อมกระเป๋าเดินทางหนึ่งใบเดินผ่านประตูเลื่อนบานแล้วบานเล่าเพื่อตรงไปยังประตูทางออกเพราะคิดว่าคนขับรถคงรออยู่แล้ว

ถึงแม้ว่าเธอจะมาต่างประเทศครั้งนี้เพียงคนเดียว แต่ด้วยบุคลิกท่าทางและชุดสูทสีเทาเข้ารูปมันกลับทำให้เธอดูสง่างามและน่าเกรงขาม ทุกย่างก้าวที่เต็มไปด้วยความมั่นใจเรียกสายตาของใครหลายคนให้หันมามองเธอ โดยเฉพาะเพศเดียวกัน

แต่ถึงอย่างนั้นปราณปภัสก็ไม่เคยปรายตามองใคร เพราะรู้ดีว่าความรักในแบบที่เธอต้องการยากจะหาคนมาเข้าใจ ด้วยวัยสามสิบห้า เธอไม่พร้อมจะเอาใครมาเสี่ยงกับเกมการเมืองของพ่อเธออีกแล้ว บางทีการใช้ชีวิตคนเดียวมันคงจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

ในขณะที่สายตาของปราณสอดส่องมองหาใครบางคน เธอก็พบกับนลอีกครั้ง แอร์โฮสเตสสาวที่เพิ่งปะทะฝีปากกันบนเที่ยวบิน

อีกฝ่ายกำลังคุยโทรศัพท์กับใครบางคนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด และไม่รู้อะไรที่กระตุกต่อมความอยากรู้ของปราณปภัสขึ้นมาซะอย่างนั้น ทั้งที่ความจริงแล้วเธอไม่ใช่คนที่สนใจเรื่องของคนอื่นมากนัก แต่ตอนนี้สองเท้าของเธอกำลังก้าวไปใกล้อีกฝ่ายและยืนแอบมุมเสาใกล้ ๆ โดยที่นลไม่ทันได้สังเกต

“แม่คะ นลบอกแล้วไงว่ายังไงนลก็ไม่แต่ง ต่อให้เป็นลูกท่านหลานใครที่ไหน ยศใหญ่ยังไงนลก็ไม่เอา นลไม่ได้ชอบผู้ชายนะแม่ นลบอกแม่ไปหลายครั้งแล้วนะ”

ปราณปภัสยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อได้ยินถ้อยคำสนทนา เธอยืนหลบมุมอยู่นานจนได้ยินทุกคำพูดของนลอย่างชัดเจน และสามารถปะติดปะต่อเรื่องราวได้แทบทั้งหมดจนรู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงคนนี้เกิดความเคร่งเครียดบนใบหน้า

ดูเหมือนว่าเรื่องราวที่ได้รู้มาจะถูกใจปราณปภัสไม่น้อย จนลืมไปว่าเธอกำลังแอบฟังเรื่องของคนอื่นอย่างลืมตัว

“คุณมาทำอะไรตรงนี้!”

ปราณปภัสสะดุ้งโหยงเมื่อเจอเข้ากับสายตาของนลที่มองเธออย่างสงสัย ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจบการสนทนาไปตั้งแต่เมื่อไหร่ และมายืนอยู่ตรงหน้าเธอนานแค่ไหนแล้ว

“เอ่อ คือ”

“นี่อย่าบอกว่าคุณแอบตามฉันมานะ”

“เฮ้ย ไม่ใช่ ๆ”

ปราณปภัสรีบปฏิเสธทันที แต่ดูเหมือนว่าคนตรงหน้าจะไม่เชื่อคำพูดของเธอแม้แต่น้อย

“โรคจิตปะเนี่ย”

“โอ๊ย คุณ ฉันไม่ได้พิศวาสคุณนักหรอก แล้วก็ไม่ได้ตามคุณมาด้วย”

“แล้วทำไมมาอยู่ตรงนี้ หรือแอบมาฟังฉันคุยโทรศัพท์ อยากรู้เรื่องฉันเหรอ”

“คือว่า เอ่อ”

“ลองบอกเหตุผลดี ๆ มาสักข้อ เพื่อที่ฉันจะได้หายสงสัยว่าคุณไม่ได้แอบตามฉันมา ไม่งั้นฉันจะคิดว่าคุณเป็นโรคจิตจริง ๆ ด้วย”

“หนิ คุณไม่รู้จักฉันรึไง คนอย่างฉันเนี่ยนะจะเป็นโรคจิต บ้ามาก”

“ไม่ใช่โรคจิตแล้วมายืนลับ ๆ ล่อ ๆ ตรงนี้ทำไม ประตูทางออกก็ไม่ใช่สักหน่อย”

ดูเหมือนว่านลจะไม่ยอมปล่อยปราณปภัสไปง่าย ๆ อีกอย่างตอนนี้เธอไม่ได้อยู่ในเวลาปฏิบัติหน้าที่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องโอนอ่อนให้ปราณปภัส หนำซ้ำนลยิ่งตั้งแง่กับปราณปภัสมากขึ้น จากที่รู้สึกไม่ถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็น ยิ่งกลายเป็นไม่ชอบหน้าเข้าไปใหญ่

“ฉันอยากได้เบอร์คุณ”

“ห้ะ!”

นลแทบไม่เชื่อหูกับถ้อยคำที่ได้ยิน ส่วนปราณปภัสนั้นมีสีหน้าราบเรียบ ราวกับไม่รู้สึกอะไรในถ้อยคำที่ตัวเองเอ่ยออกมา

“อืม ที่ฉันมาอยู่ตรงนี้เพราะฉันอยากได้เบอร์ของคุณ ก็เลยตามมา โอเค ยอมรับก็ได้ว่าเดินตามมา แต่ไม่ได้เป็นโรคจิต แค่อยากได้ช่องทางติดต่อ”

คำพูดของปราณปภัสยิ่งทำให้นลขมวดคิ้วเข้าไปใหญ่ เธอจ้องหน้าอีกฝ่ายแทบไม่กะพริบตา พยายามหาความจริงใจในสายตาของผู้หญิงคนนี้

แต่สุดท้ายนลก็เจอแต่ความว่างเปล่า

“เบอร์โทรเป็นข้อมูลส่วนตัว ฉันไม่ได้ให้ใครง่าย ๆ หรอกนะ ขออภัยด้วย”

นลพูดจบก็เตรียมลากกระเป๋าเดินออกมาจากตรงนั้น แต่ปราณปภัสรีบเอาตัวเองไปขวางไว้ซะก่อน คราวนี้กลับเป็นเธอที่ไม่ยอมปล่อยอีกฝ่ายไปง่าย ๆ

“นี่ รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ปฏิเสธฉัน ถามจริง ไม่รู้จักปราณปภัส จุลวงศ์กิติสกุลรึไง” คนสูงกว่าเลิกคิ้วถาม สองมือกอดอกเข้าหากันด้วยความมั่นใจ เชื่อเหลือเกินว่าถ้าหากอีกฝ่ายรู้ว่าตนคือใครคงรีบถอนคำพูดและยินยอมให้เลขสิบตัวกลับมาแน่ ๆ แต่ปราณปภัสก็คิดผิด

“ฉันไม่รู้จักคุณค่ะ แต่ถึงรู้ก็ไม่สน ขอตัวนะคะ”

นลลากกระเป๋าคู่ใจเดินไปอีกทาง ไม่คิดจะหันมามองปราณปภัสแม้แต่น้อย มีเพียงสายตาอีกฝ่ายที่จ้องมองรูปร่างสมส่วนนั้นเดินห่างออกไปไกล

ครั้งแรกที่โดนปฏิเสธอย่างไม่ไยดี เสียใจน่ะคงไม่ แต่เสียหน้านี่สุด ๆ ไปเลย

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจเที่ยวบิน แอร์โฮสเตสมักได้รับเวลาพักตามลักษณะงานและตารางเที่ยวบิน โดยเฉพาะเที่ยวบินระยะไกล ซึ่งเวลาพักอาจยาวนานหลายชั่วโมงหรือบางครั้งกินเวลาหนึ่งถึงสองวัน โดยสายการบินมักจัดเตรียมที่พักในโรงแรมสำหรับลูกเรือเพื่อความสะดวกสบาย

ครั้งนี้นลได้รับเวลาพักผ่อนสองวันเต็ม แต่กลับกลายเป็นสองวันที่เต็มไปด้วยเรื่องราววุ่นวายใจ สิ่งที่ทำให้นลกระวนกระวายที่สุดคือเรื่องการแต่งงานที่ครอบครัวกำลังจะจัดเตรียมให้

ชายหนุ่มที่พวกเขาเลือกไว้นั้นกลายเป็นประเด็นที่ทำให้เธอคิดไม่ตก ความกังวลและคำถามต่างๆ ผุดขึ้นในใจจนไม่อาจปล่อยวางได้ แม้เวลาพักจะมี แต่จิตใจก็กลับไม่อาจสงบลงตามไปด้วย

“หน้าเป็นตูดอีกแล้วชะนี เที่ยวบินนี้ดูแกไม่แฮปปี้เลยนะ”

บอยวางจานสลัดลงตรงหน้านลก่อนจะหย่อนตัวลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ตอนนี้ทั้งคู่นั่งอยู่ที่ห้องอาหารของโรงแรมหลังจากเอากระเป๋าไปเก็บที่ห้องพักเรียบร้อยแล้ว

เพื่อนสาวปรายตามองอาหารตรงหน้าเล็กน้อยแล้วเลื่อนจานสลัดออกห่างอย่างไม่ไยดี

“แม่โทรมาเรื่องแต่งงานอีกแล้วว่ะแก ฉันจะทำยังไงดี”

นลเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย ไม่ต้องพูดอะไรให้มากบอยก็พอจะเดาสถานการณ์น่าอึดอัดใจนี้ได้ดี

“โอ๊ย แกก็บอกไปสิว่าแกไม่ได้ชอบผู้ชาย ของแบบนี้มันบังคับกันได้ที่ไหน”

บอยขยับจานสลัดมาตรงหน้าตัวเองแทน ในเมื่ออีกฝ่ายไม่สนใจ ตัวเองเลยต้องทำหน้าที่รับจบเหมือนทุกครั้ง

“ฉันบอกแม่ไปประมาณสามพันครั้งได้แล้ว ยิ่งคราวนี้เป็นลูกชายของผู้ว่าจังหวัด แม่กับพ่อยิ่งอยากให้ฉันแต่งงานกับเขาจนตัวสั่น หน้าตาเป็นยังไงฉันยังไม่รู้เลย”

“นล ถ้าฉันพูดอะไรไปแกอย่าโกรธนะ”

บอยมีสีหน้าจริงจัง วางช้อนส้อมในมือลงชั่วขณะ

“อืม ว่ามาสิ”

“ฉันว่าพ่อแม่แกเนี่ย หลงใหลพวกยศถาบรรดาศักดิ์ยิ่งกว่าอะไรเลย ผู้ชายแต่ละคนที่เค้าหามาให้แกนี่ลูกคนใหญ่คนโตทั้งนั้น ฉันว่านะ ถ้าแกอยากจะต่อรองกับเขา แกต้องหาคนยศใหญ่มาแต่งงานด้วยแล้วล่ะ ปลัดกระทรวงคนนั้นเป็นไง ลูกค้าชั้นธุรกิจจอมวุ่นวายของแกน่ะ ไม่เลวนะเว้ย”

ความคิดเห็นของบอยทำให้นลนิ่งงันไปทันที เธอมัวแต่กังวลใจจนลืมคิดเรื่องนี้ไปซะสนิท พอมาคิดดูดี ๆ ทั้งเรื่องของตำแหน่งหน้าที่การงานและการมีหน้ามีตาในสังคม ปราณปภัสไม่มีข้อติติงตรงไหนเลยแม้แต่นิดเดียว

แต่การแต่งงานก็ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ยิ่งถ้าแต่งเพราะต้องการจัดฉากบังหน้า ยิ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องไตร่ตรองให้ดี

“คนเย่อหยิ่งแบบนั้นจะเอามาแต่งงานด้วยทำไมให้ปวดหัว”

“โอ๊ย แม่คนสวย คนตัวเลือกเยอะ งั้นก็เชิญแกกลับไปแต่งงานกับคนที่พ่อแม่แกเลือกไว้ให้เถอะย่ะ”

บอยสะบัดหน้ามองบนด้วยสีหน้าเอือมระอา ตามด้วยการตักผักสลัดในจานเข้าปากไปอีกหลายคำ หัวข้อสนทนาเรื่องนี้ถูกยกไปเพราะเป็นเรื่องที่นลไม่อยากเอ่ยถึงมากนัก แต่แน่นอนว่าในใจของเธอยังคงคิดวกวนตลอดเวลา

แต่งงานกับปราณปภัสงั้นเหรอ นลยังมองไม่เห็นภาพนั้นในหัวเลยสักนิด

หลังจากแยกย้ายกับบอยกลับไปพักผ่อน นลกลับมาทิ้งตัวที่ห้องตัวเองด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง เธอล้มตัวลงบนเตียงนอนนุ่มก่อนจะคว้ารีโมททีวีมากดดูอะไรไปเรื่อยเปื่อย

และภาพในจอทีวีทำให้นลต้องดีดตัวลุกขึ้นนั่งอีกครั้งเมื่อเห็นข่าวของปราณปภัสในหน้าจอ

นลตั้งใจดูข่าวในทีวีจนได้รู้ว่าปราณปภัสเดินทางมาประชุมระหว่างประเทศและหารือเรื่องเศรษฐกิจ ภาพของหญิงสาวที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและรอยยิ้มสวยสะกดทำให้นลเองเผลอมองความงามนั้นจนลืมตัวเช่นกัน

ถึงแม้จะรู้สึกไม่ชอบหน้าตั้งแต่แรกเห็นแต่เธอก็ไม่อาจจะปฏิเสธได้เลยว่า ปราณปภัสเป็นคนที่มีเสน่ห์และสามารถดึงดูดสายตาของทั้งเพศตรงข้ามและเพศเดียวกันได้อย่างง่ายดาย นลเองก็เป็นหนึ่งในนั้น

“ปลัดกระทรวงการต่างประเทศงั้นเหรอ ตำแหน่งใหญ่โตดีจังคุณปราณ พ่วงด้วยสถานะลูกสาวท่านรัฐมนตรียิ่งดูดีเข้าไปใหญ่”

นลเอ่ยกับตัวเอง ในหัวคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย เธอดูข่าวในทีวีจนจบ ผู้หญิงที่ได้พูดคุยด้วยไม่กี่ประโยคกลับเข้ามามีอิทธิพลในความรู้สึกของเธอเป็นอย่างมาก บวกกับเสียงของบอยที่ยังแว่วในหู

แกต้องหาคนยศใหญ่มาแต่งงานด้วยแล้วล่ะ ปลัดกระทรวงคนนั้นเป็นไง

“โอ้ย บ้าเถอะ คิดอะไรอยู่เนี่ยนล ต่อว่าเค้าไว้ตั้งเยอะ ใครจะอยากมาคุยดีด้วยอีก อีกอย่าง คนไม่รักกันจะแต่งงานกันได้ยังไง”

นลยังคงพึมพำกับตัวเอง จนกระทั่งสายเรียกเข้าของแม่ดังขึ้นอีกครั้ง มันเปรียบเสมือนระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่นับถอยหลังรอเวลาระเบิดมากขึ้นทุกที

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ระหว่างเราใต้ขอบฟ้า   บทที่ 1 ผู้โดยสารจอมวุ่นวาย

    สนามบินยามค่ำคืนเต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ ผู้โดยสารต่างเร่งรีบกับเสียงประกาศเรียกขึ้นเครื่อง แต่ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น นลินภากลับยืนนิ่งริมกระจกใส มองลานจอดเครื่องบินกว้างใหญ่ เธอรู้สึกเหมือนติดอยู่ในทางแยกที่ไม่รู้จะเดินไปทางไหนเครื่องบินของสายการบินต่าง ๆ ที่เตรียมทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าไม่ได้ทำให้หญิงสาวที่ชื่อ นลินภาหรือนล ตื่นเต้นได้เลยแม้แต่น้อย กลับกันยิ่งได้โบยบินมากเท่าไหร่ เธอยิ่งรู้สึกว่าอิสระของการใช้ชีวิตถูกตัดขาดมากขึ้นเท่านั้น อาชีพแอร์โฮสเตสที่ใฝ่ฝัน มันไม่ใช่แบบที่คิดเลย“มายืนเหม่ออะไรตรงนี้ยะแม่คุณ รีบไปทำงานที่เรารักกันเถอะ”เสียงเล็กแหลมเข้ามาขัดจังหวะความคิดจนทำให้นลหลุดจากภวังค์ ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นเสียงของใคร เพราะเพื่อนร่วมงานที่เธอไว้ใจได้ไม่ได้มีมากนักนลดึงด้ามจับของกระเป๋าลากขึ้นจนสุดแล้วลากกระเป๋าส่วนตัวเดินตามเพื่อนสนิทไปตามทางเดินของตัวอาคาร รองเท้าหุ้มส้นสีครีมที่มีส้นสูงสองนิ้วรองรับขาเรียวยาว กับชุดพนักงานของสายการบินที่เป็นเสื้อแจ็กเก็ตสีน้ำตาลเข้ารูปสวมทับเชิ้ตสีขาว และกระโปรงขนาดพอดีตัวที่ยาวเลยเข่าขึ้นมาหน่อยนึงในสีเดียวกัน ช่วยดึงดูดสายตาช

  • ระหว่างเราใต้ขอบฟ้า   ตอนพิเศษ (4) ฮันนีมูน

    “วันครบรอบปีนี้พี่อยากได้อะไรคะ”นลเอ่ยถามขณะที่ทั้งคู่กำลังนั่งดูหนังด้วยกัน วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ปราณไม่มีงานที่ไหน ส่วนนลที่ทำหน้าที่เลขามาด้วยดีจึงได้พลอยหยุดงานไปด้วย“จริงสิ อาทิตย์หน้าแล้วนี่นา ปีนี้ไม่เอาอะไรดีกว่าค่ะ พี่ไม่อยากได้อะไรเลย นลล่ะ อยากได้อะไรเป็นพิเศษมั้ย”ปราณคว้าตัวคนรักมากอด ไม่ได้สนใจทีวีเบื้องหน้าอีกแล้ว ทั้งคู่ขยับร่างกายแนบชิดบนเตียงกว้าง เปลี่ยนหัวข้อสนทนาจากเรื่องหนังมาเป็นเรื่องของขวัญวันครบรอบ“พี่ปราณให้นลทุกอย่างแล้ว นลเองก็ไม่มีอะไรที่อยากได้แล้วเหมือนกัน”“จริงเหรอ แต่วันครบรอบทั้งทีเลยน้า”ปราณถามกลับเสียงหวาน อยากให้คนรักชั่งใจคิดดูให้ดี เพราะในวันครบรอบทุกปีคุณปราณคนนี้พร้อมจะเล่นใหญ่เสมอ แต่ที่ผ่านมานลก็ได้ทุกอย่างไปหมดแล้วอย่างที่บอกจริง ๆบ้านพักตากอากาศ รถหรู น้ำหอม กระเป๋า เสื้อผ้า นาฬิกา และทุก ๆ อย่างที่คนอย่างปราณปภัสจะให้ได้“วันครบรอบก็เหมือนวันทั่วไปนั่นแหละค่ะ แค่เวลาผ่านมาย้ำเตือนว่า ความรักของเราผ่านมาด้วยกันอีกปีแล้ว”“พูดจาน่าเอ็นดูจัง”ปราณกดจูบลงบนหน้าผากคนรัก แม้จะคบกันมานานแล้วแต่เธอยังรู้สึกเอ็นดูแฟนเด็กคนนี้อยู่เสมอ ที่ผ่าน

  • ระหว่างเราใต้ขอบฟ้า   ตอนพิเศษ (3) แค่แวะมาทักทาย

    บ่ายวันหยุดที่เต็มไปด้วยบรรยากาศผ่อนคลาย นลกำลังเตรียมตัวออกไปพบกับเพื่อน ๆ นักบินและลูกเรือในงานสังสรรค์ประจำกลุ่ม ทุกคนต่างตื่นเต้นที่จะได้เจอกันหลังจากไม่ได้รวมตัวกันนาน นลสวมเดรสสั้นความยาวแค่เข่าสีสดใสและหยิบกระเป๋าออกจากบ้านโดยไม่ลืมส่งข้อความบอกปราณพี่ปราณ นลออกไปกินข้าวกับบอยแล้วก็เพื่อนลูกเรืออีกสองสามคนนะคะ ไม่ต้องห่วง นลจะกลับไม่ดึกค่ะข้อความนั้นส่งไปพร้อมกับรูปเซลฟี่น่ารัก ๆ เพื่อยืนยันความตั้งใจ ปราณที่เพิ่งเสร็จสิ้นการประชุมเห็นรูปที่นลส่งมาก็เกิดอาการหวงทันทีเพื่อนอีกสองสามคนเป็นใครกันทำไมไม่บอกให้ชัดแล้วทำไมต้องแต่งตัวน่ารักขนาดนั้นมันน่าสงสัยจัง ต้องไปดูให้เห็นกับตาดีกว่าร้านอาหารริมแม่น้ำที่นัดพบตกแต่งด้วยแสงไฟอบอุ่น เสียงหัวเราะและเพลงเบา ๆ เพิ่มบรรยากาศความสนุก นลเดินเข้ามาในร้านและเห็นกลุ่มเพื่อน ๆ โบกมือทักทาย เธอยิ้มกว้างและรีบเดินไปหาพวกเขา"นล! ทางนี้ ๆ" บอยโบกมือเรียก"มาช้าจังเลย มัวแต่ร่ำลากับท่านปลัดอยู่รึไงเนี่ย" เพื่อนแอร์โฮสเตสสาวอีกคนเอ่ยแซวนลวางกระเป๋าถือลงบนโต๊ะ จัดแจงเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่เข้าทางก่อนจะเริ่มพูดคุยกับเพื่อน ๆ"ช่วงนี้พี่ปราณ

  • ระหว่างเราใต้ขอบฟ้า   ตอนพิเศษ (2) ติดเกาะ

    เสียงคลื่นซัดสาดเข้าฝั่งเบา ๆ กับสายลมเย็นที่พัดโชยทำให้บรรยากาศที่ท่าเรือดูสดชื่น นลกำลังเตรียมตัวขึ้นเรือสปีดโบ้ทเพื่อไปเที่ยวเกาะแห่งหนึ่งพร้อมกับปราณ ทั้งสองตกลงกันว่าการพักผ่อนครั้งนี้จะเป็นโอกาสดีในการหลีกหนีความวุ่นวายจากชีวิตประจำวัน"พี่ปราณพร้อมรึยังคะ?" นลถามพลางหันมามองคนรักที่กำลังแบกกระเป๋าใบใหญ่จนดูเทอะทะ"พร้อมค่ะ แต่พี่ว่าเราเอากระเป๋ากันมาเยอะเกินไปรึเปล่านล" ปราณตอบพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ"ไม่เยอะหรอกค่ะ พี่ปราณจะได้ไม่ต้องลำบากบนเกาะไง" นลยิ้ม ก่อนจะดึงแขนปราณให้ขึ้นเรือเรือออกจากฝั่ง ท้องฟ้าสดใสและน้ำทะเลสีครามเพิ่มความตื่นเต้นให้กับการเดินทาง แต่ระหว่างที่ทั้งสองนั่งชมวิวและพูดคุยกันอย่างเพลิดเพลิน เสียงเครื่องยนต์ของเรือก็เริ่มสะดุดและหยุดทำงานในที่สุด"เกิดอะไรขึ้นคะ?" ปราณถามคนขับเรือด้วยสีหน้าเป็นกังวล"ดูเหมือนเครื่องยนต์จะมีปัญหา ต้องใช้เวลาซ่อมสักพักครับ" คนขับตอบพลางลงมือเช็กเครื่องยนต์โชคไม่ดีที่ลมทะเลพัดเรือลอยไปใกล้เกาะเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง คนขับเรือตัดสินใจนำเรือจอดที่เกาะนี้เพื่อรอความช่วยเหลือ ปราณกับนลจึงต้องลงจากเรือมาอยู่บนเกาะชั่วคราว"นี่เราต้องติดอย

  • ระหว่างเราใต้ขอบฟ้า   ตอนพิเศษ (1) งานวันเด็ก

    ตอนพิเศษ (1)งานวันเด็ก สถานทูตใหญ่แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ วันนี้สถานที่ถูกตกแต่งด้วยลูกโป่งหลากสีและธงเล็ก ๆ โบกสะบัดตามแรงลมเบาๆ งานวันเด็กกำลังเริ่มขึ้น เสียงหัวเราะและเสียงเพลงสร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่น ปราณถูกเชิญมาเป็นแขกพิเศษในงานนี้ เพราะเธอมีชื่อเสียงจากการเป็นบุคคลตัวอย่างในสังคม และได้รับหน้าที่เป็น "พี่ปราณ" ของเด็ก ๆ ในงานครั้งนี้ปราณไม่ได้มีประสบการณ์กับเด็กมากนัก แต่เธอเต็มใจรับภารกิจนี้ด้วยความตั้งใจแน่วแน่ วันนี้ปราณสวมชุดสูทที่ดูเรียบร้อยแต่แฝงด้วยความเป็นกันเอง ทันทีที่ก้าวเข้าสู่บริเวณงาน เด็ก ๆ หลายคนก็หันมามองด้วยความตื่นเต้น"พี่ปราณมาแล้ว!" เสียงเล็ก ๆ ตะโกนขึ้น พร้อมกับกลุ่มเด็กวิ่งเข้ามารุมล้อม"สวัสดีค่ะเด็ก ๆ วันนี้อยากทำอะไรกันบ้าง?"ปราณยิ้มกว้างและย่อตัวลงพูดกับพวกเขา เสียงเด็ก ๆ ตอบกันคนละเสียง ทั้งอยากเล่นเกม วาดรูประบายสี และบางคนก็อยากฟังนิทานขณะเดียวกัน นลที่แอบตามมาดูปราณจากมุมหนึ่งของงาน ไม่สามารถห้ามตัวเองให้ไม่เข้าไปช่วยได้ เพราะเห็นสีหน้าของคนรักแล้วพอจะเดาได้ว่าปราณน่าจะปวดหัวน่าดูกับเสียงของเด็ก ๆ

  • ระหว่างเราใต้ขอบฟ้า   บทที่ 25 จากนี้และตลอดไป

    หนึ่งวันหมดไปกับการสวมบทเป็นแม่บ้าน วันนี้นลจัดการทุกอย่างด้วยตัวคนเดียวตั้งแต่เช้า แม้ปราณจะเคยบอกหลายครั้งว่าเธอมีแม่บ้านที่จะมาทำความสะอาดห้องให้อาทิตย์ละสองครั้ง แต่นลก็ชอบที่จะจัดการเรื่องงานบ้านด้วยตัวเองมากกว่า หรือถ้าจะพูดให้ถูก นลชอบที่ได้ดูแลปราณด้วยตัวเองต่างหาก“กลับมาแล้วค่า”เสียงสดใสของปราณดังนำมาก่อน ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินมายังระเบียงห้องแล้วสวมกอดคนรักจากด้านหลัง ขณะที่นลกำลังใช้ฟ็อกกี้ฉีดรดต้นไม้ในกระถางเล็ก ๆ ริมระเบียงคนตัวสูงวางคางบนไหล่ภรรยา ออดอ้อนเหมือนเด็กเพิ่งกลับจากโรงเรียน นานวันเข้าเธอแทบไม่เหลือภาพปลัดกระทรวงที่บุคลิกเคร่งขรึม โดยเฉพาะเวลาที่อยู่กับนลสองต่อสอง ปราณก็เป็นเพียงโกลเด้นตัวใหญ่ที่ชอบอ้อนเจ้าของมาก ๆ เท่านั้นเอง“เหนื่อยมั้ยคะ วันนี้งานเยอะรึเปล่า ของที่คุณสั่งไว้เค้าเอามาส่งแล้วนะ นลเก็บไว้ตรงลิ้นชักในห้องนอน”นลเอียงหน้าบอกคนด้านหลัง มือหนึ่งยังคงจับฟ็อกกี้ฉีดใบต้นไม้ต้นเล็ก ๆ ไปเรื่อย“เอาไว้ตรงนั้นก่อน ไว้เปิดดูด้วยกัน มีของนลด้วย”“เหรอคะ? แอบสั่งอะไรมาเนี่ย” นลขมวดคิ้วเล็กน้อย เดาไม่ออกว่าในถุงเล็ก ๆ นั่นจะเป็นอะไร“รับรองว่าที่รักต้องชอบแ

  • ระหว่างเราใต้ขอบฟ้า   บทที่ 10 คนเจ้าเล่ห์

    เรื่องที่ปราณขอคบนลอย่างจริงจังไม่ถูกพูดถึงอีกนับแต่วันนั้น เพราะนลคิดว่าอีกฝ่ายตั้งใจซ่อนจุดประสงค์นี้ไว้ตั้งแต่แรก ตั้งใจให้เธอลงเรือลำเดียวกัน และงัดเอาเงื่อนไขนี้มาใช้ ทำให้นลปฏิเสธไม่ได้ซึ่งมันก็ถูก คนอย่างปราณปภัสไม่มีทางจะยอมช่วยเหลือใครง่าย ๆ หากไม่ได้รู้จักกันมาก่อน ถ้าไม่ใช่เพราะเธอรู้สึ

  • ระหว่างเราใต้ขอบฟ้า   บทที่ 9 ไหว้พ่อแม่

    หลังจากภารกิจเที่ยวบินของนลเสร็จสิ้น และเธอมีเวลาพักที่ไทยสองวัน สิ่งแรกที่ต้องจัดการคือการพาปราณปภัสไปหาครอบครัวและอธิบายเรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้น โดยที่นลเดาไม่ออกเลยว่า เรื่องราววันนี้จะจบลงยังไง“เธอโอเคนะ”ปราณปภัสที่อยู่หลังพวงมาลัยหันมาถาม วันนี้เธอตั้งใจมาเจอครอบครัวของนลพร้อมตะกร้าของฝา

  • ระหว่างเราใต้ขอบฟ้า   บทที่ 8 นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน

    ภายในห้องรับแขกของบ้านหลังใหญ่ซึ่งเป็นบ้านของนายกรัฐมนตรี ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความเงียบและบรรยากาศชวนอึดอัด ทันทีที่ข่าวของปราณปภัสถูกแพร่กระจายออกไป พ่อของเธอเรียกพบโดยด่วนในเช้าวันต่อมา แม้ว่าปราณจะเตรียมใจเรื่องนี้เอาไว้แล้ว แต่เมื่อสถานการณ์จริงเกิดขึ้นความกังวลคือสิ่งที่เธอไม่สามารถควบคุมมันได

  • ระหว่างเราใต้ขอบฟ้า   บทที่ 7 คืนนี้เราจะนอนด้วยกัน

    ทันทีที่กลุ่มนักข่าวเห็นปราณปภัสและคนข้างกายของเธอเดินจับมือมาด้วยกัน หลายคนรีบพุ่งมาหาเพื่อจะสัมภาษณ์ ไม่ต่างจากกลุ่มอีแร้งที่หมายจะรุมทึ้งเหยื่ออันโอชะยังไงอย่างงั้น“ขอสัมภาษณ์หน่อยนะคะคุณปราณ ไม่ทราบว่าวันนี้มาทานข้าวกับใครเหรอคะ ใช่คนรักคนใหม่รึเปล่า คบหาดูใจกันมานานรึยังคะ”คำถามแรกถูกส่งมาพร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status