Beranda / LGBTQ+ / ระหว่างเราใต้ขอบฟ้า / บทที่ 5 กระชับความสัมพันธ์

Share

บทที่ 5 กระชับความสัมพันธ์

last update Tanggal publikasi: 2025-04-22 22:15:10

ช่วงเวลาที่นลกำลังจัดการเรื่องการลาออกจากงาน ความสัมพันธ์ระหว่างเธอและปราณปภัสเริ่มเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น

แม้ว่าตั้งแต่แยกกันที่โรงแรมคราวนั้นต่างฝ่ายต่างไปทำหน้าที่ของตัวเอง แต่ทั้งคู่ไม่ได้เงียบหายกันไป หนำซ้ำปราณปภัสยังชอบทำตัวแปลก ๆ โดยให้เหตุผลแค่ว่า หนึ่งเดือนนี้เธอจะฝึกซ้อมการเป็นแฟนที่ดีให้ได้มากที่สุด

อย่างเช่นสิ่งที่นลได้รับในวันนี้ก็คงเป็นหนึ่งในการซ้อมเป็นแฟนปลอม ๆ เช่นกัน

“ว๊าย มีดอกไม้ช่อใหญ่มาส่งอีกแล้ว”

เสียงเล็กแหลมของบอยเอ่ยขึ้นระหว่างที่ทั้งคู่กำลังลากกระเป๋าเดินทางไปตามทางเดินในตัวอาคาร โดยที่ในอ้อมแขนข้างหนึ่งของนลเต็มไปด้วยช่อดอกไม้ช่อใหญ่ที่จัดตกแต่งมาอย่างสวยงาม

“แกอยากได้มั้ยล่ะ ฉันยกให้ ไม่รู้จะส่งให้ทำไมนักหนา”

นลมองหน้าบอยสลับกับช่อดอกไม้ในอ้อมแขน เธอไม่คุ้นชินสักทีกับการกระทำของอีกฝ่าย แม้ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นลได้รับช่อดอกไม้ช่อใหญ่แบบนี้

“เค้าส่งให้แกก็รับไว้เถอะน่า จริงใจหรือจริงโจ้ก็รับไว้ก่อน ร้านดอกไม้ร้านนี้ดังนะเนี่ย ช่อนี้คงไม่ต่ำกว่าห้าพัน”

บอยรู้แม้กระทั่งร้านดอกไม้ดัง ๆ ที่กำลังเป็นที่นิยมในตอนนี้ ส่วนนลน่ะเหรอ เธอแทบไม่รู้อะไรเลย แม้แต่เรื่องของปราณปภัสก็มักจะติดตามทางสื่อต่าง ๆ เท่านั้น

“ชอบเล่นใหญ่เกินเบอร์ ไม่รู้ทำไมต้องลงทุนขนาดนี้”

นลยังคงถอนหายใจตามมาอีกหลายครั้งเมื่อก้มลงมองช่อดอกไม้ในอ้อมแขน

“ฉันว่านะ คุณปลัดกระทรวงคนนั้นเค้าต้องชอบแกจริง ๆ แน่นอนยัยนล ไม่งั้นไม่ยอมแต่งงานกับแกง่าย ๆ หรอก ถึงแกจะเป็นแอร์โฮสเตสที่มีหน้าตาและหน้าที่การงานที่ดี แต่มันก็ไม่คุ้มกับภาพลักษณ์ของเค้าเลย ยอมแลกขนาดนี้ก็คงตกหลุมรักแกจริง ๆ แล้วล่ะ”

“โอ้ย เพ้อเจ้อไปใหญ่ กลับบ้านไปพักเถอะบอย ฉันจะกลับแล้วเหมือนกัน”

นลรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนาก่อนจะโบกมือลาเพื่อนสนิทแล้วตรงไปยังประตูทางออกเพื่อเรียกแท็กซี่กลับคอนโด

ทุกครั้งที่บินกลับมาไทยและหากมีวันพักนลมักจะแวะไปยังคอนโดที่ซื้อไว้ซึ่งอยู่ใกล้สนามบิน แน่นอนว่าเธอแทบไม่กลับบ้าน เพราะไม่อยากได้ยินคำรบเร้าเดิม ๆ เรื่องการแต่งงาน ครั้งนี้ก็เช่นกัน คอนโดยังเป็นที่พักเดียวที่เป็นจุดหมาย

“ไม่ต้องเรียกแท็กซี่หรอก”

เสียงที่คุ้นหูดังขึ้นระหว่างที่นลกำลังยืนอยู่ริมฟุตบาทและมองหารถโดยสาร

“คุณ!”

นลอุทานออกมาเมื่อเห็นปราณปภัสมายืนอยู่ตรงหน้า แม้ว่าวันนี้อีกฝ่ายจะสวมแว่นตาสวมหมวกอีกทั้งยังมีแมสปิดหน้า แต่นลก็รู้ได้ทันทีว่าคนตรงหน้าเป็นใคร

“ตามฉันมา”

ปราณปภัสคว้าข้อมือของนลในทันทีเพื่อให้อีกฝ่ายเดินตามไปยังรถหรูของเธอที่จอดรออยู่ แน่นอนว่าระหว่างทางทั้งคู่ตกเป็นเป้าสายตาของใครหลายคน โดยเฉพาะปราณปภัสที่มีหลายคนมองเธอด้วยสายตาสงสัย

“คุณมาทำอะไรที่นี่ ไม่ทำงานทำการรึไงเนี่ย”

นลก้มลงกระซิบข้างหูคนข้าง ๆ

“ฉันเพิ่งประชุมเสร็จ เลยมารับเธอไปกินข้าว”

“ไม่ไป!”

นลสะบัดข้อมืออีกฝ่ายออกเมื่อเดินมาถึงรถสปอร์ตสีดำคันหรู คนอายุน้อยกว่าจ้องมองสายตาของปราณปภัสผ่านแว่นตาสีชาด้วยท่าทีขึงขัง

“อย่าดื้อ! เธอก็รู้ว่าฉันมีเวลาไม่มาก”

ปราณเดินอ้อมไปยังประตูฝั่งข้างคนขับ ดึงช่อดอกไม้มาจากอ้อมแขนของนลพร้อมกระเป๋าเดินทางแล้วเอาไปวางไว้เบาะหลัง จากนั้นดันตัวคนตัวเล็กเข้าไปนั่งเบาะข้างคนขับอย่างง่ายดาย

“นั่งเฉย ๆ ห้ามโวยวาย”

เสียงประตูปิดลงพร้อมกับนลที่หายใจหืดหอบ

“คุณทำบ้าอะไรเนี่ย”

“คิดถึง”

“ห้ะ!”

ไม่ทันจะได้ถามอะไรต่อ รถหรูก็เคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็วจนนลแทบหัวคะมำ เธอเลยต้องรีบนั่งหลังตรงแล้วรัดเข็มขัดนิรภัยทันทีเพราะยังรักตัวกลัวตายและยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป ถึงแม้ตอนนี้จะเจอแต่ความวุ่นวายไม่เว้นวันก็ตาม

“รอบนี้เธอได้พักกี่วัน”

คนหลังพวงมาลัยเอ่ยถามขณะประคองพวงมาลัยมือเดียว ส่วนอีกมือกำลังดึงแว่นสีชาแบรนด์ดังออกจากใบหน้า นลเลยเพิ่งสังเกตว่าวันนี้ปราณปภัสแต่งหน้าอ่อน ๆ ใบหน้าเธอดูสวยคม มีเสน่ห์มากกว่าวันที่เจอกันบนเครื่องซะอีกอีก

“วันเดียว พรุ่งนี้ฉันมีบิน”

“งั้นวันนี้เธอไปพักที่บ้านส่วนตัวของฉัน วันนี้ช่วงบ่ายฉันมีประชุมอีก คงเสร็จประมาณห้าโมง แล้วจะไปรับไปทานมื้อค่ำ แต่งตัวให้มันสวย ๆ ด้วย เผื่อมีคนเจอเรา”

“หมายความว่าไง อยากสร้างภาพเหรอ”

“ถ้าได้ก็ดี”

ปราณปภัสยักไหล่เล็กน้อยก่อนจะเลี้ยวรถเข้าไปยังซอยเล็ก ๆ ซอยหนึ่งที่นลคิดไม่ออกเลยว่าด้านในจะมีร้านอาหารตั้งอยู่ เพราะระหว่างทางที่เข้ามาแทบไม่เจอบ้านคน ออกจะดูเป็นซอยเปลี่ยวด้วยซ้ำ

“คุณจะพาฉันไปไหนเนี่ย ไม่ได้จะพาไปฆ่าหมกป่า หรือจับเป็นตัวประกันเรียกค่าไถ่หรอกนะ”

“โอ๊ย ยัยบ๊อง ดูหนังมากไปรึเปล่าเนี่ย”

“หึ ใครจะไปรู้ล่ะ มันก็ไม่แน่หรอก คนเราสมัยนี้ไว้ใจได้ซะที่ไหน”

ปราณปภัสได้แต่ส่ายหน้ากับความคิดของอีกฝ่าย ยิ่งได้รู้จักกันมากขึ้นเธอก็ยิ่งเห็นหลายอย่างในตัวของนล แม้เบื้องหน้าของผู้หญิงคนนี้จะฉาบไปด้วยหน้าตาสวยงามและหน้าที่การงานที่ดี แต่นิสัยของนลแท้จริงแล้วออกจะตรงข้ามกับภาพลักษณ์นั้นอย่างสิ้นเชิง

รถของปราณมาจอดหน้าบ้านเล็ก ๆ หลังหนึ่ง มีกำแพงบ้านก่อสูง มองผ่านประตูรั้วเข้าไปแทบไม่เห็นว่ามีใครอยู่ด้านใน จนกระทั่งปราณบีบแตรรถสองครั้งก็มีชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินออกมาเปิดประตูออกกว้าง ปราณจึงขับรถเข้าไปจอดในบ้านทันที

หลังจากทั้งคู่ลงจากรถได้มีผู้หญิงอีกคนกึ่งวิ่งกึ่งเดินออกมา ชายหญิงคู่นี้ดูตื่นเต้นเป็นอย่างมากเมื่อเห็นปราณปภัสก้าวลงจากรถ

“คุณปราณไม่แวะมานานเลยนะครับ ผมกับภรรยายังพูดถึงกันอยู่เลย”

“ปราณไม่ว่างเลยตั้งแต่ไปช่วยงานพ่อเต็มตัว กับข้าวเสร็จแล้วใช่มั้ย”

ปราณคุยกับอีกฝ่ายด้วยท่าทีเป็นกันเอง ส่วนผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ชายวัยกลางคนก็มองคุณปราณด้วยสายตาปลาบปลื้มตลอดเวลา

“เสร็จแล้วค่ะคุณปราณ วันนี้อรทำสุดฝีมือเลยพอรู้ว่าคุณปราณจะมาทานข้าวที่นี่”

“ขอบใจจ้ะ นี่นล แฟนฉัน”

ความเงียบเกิดขึ้นชั่วขณะเมื่อปราณเอ่ยไปแบบนั้น สองสามีภรรยามองหน้ากันเลิ่กลั่กเมื่อรู้ว่าแฟนของปราณปภัสเป็นผู้หญิง

“ไม่ต้องตกใจหรอก พ่อยังไม่รู้ ถ้ารู้ก็ค่อยว่ากัน”

ปราณจับมือนลไว้หลวม ๆ แล้วเดินนำไปยังพื้นที่หลังบ้านแห่งนี้ซึ่งเป็นสวนธรรมชาติกว้างใหญ่ รายล้อมไปด้วยต้นไม้หลากหลายชนิด หากมองผิวเผินจากหน้าบ้านคงไม่รู้เลยว่าพื้นที่ด้านหลังบ้านจะกว้างขวางและปกคลุมไปด้วยบรรยากาศร่มรื่น

“ที่นี่เป็นบ้านส่วนตัวของฉัน แม้แต่พ่อก็ไม่รู้จักที่นี่ ส่วนสองคนนั้นเป็นสามีภรรยาที่ฉันจ้างมาดูแลบ้าน อยู่กินที่นี่ตลอด ฉันไม่อยากให้บ้านมันดูเก่าน่ะถ้าเกิดไม่มีคนอยู่ ส่วนคอนโดน่ะพ่อฉันซื้อให้ แต่ฉันชอบที่นี่มากกว่า มันสงบดี”

ปราณเอ่ยกับนลขณะที่ทั้งคู่เดินไปยังสวนหลังบ้าน ระหว่างทางผ่านต้นผลไม้หลากหลายชนิดซึ่งดึงดูดความสนใจจากนลได้เป็นอย่างดี ไม่บ่อยนักที่เธอจะมีเวลามาเดินชมธรรมชาติแบบนี้ ทั้งที่มันเป็นสิ่งที่เธอชอบมากที่สุด

“คุณเลยเลือกที่จะมาทานข้าวที่นี่เพราะเป็นส่วนตัวใช่ไหม”

“ก็ประมาณนั้น ฉันมักจะมาที่นี่เวลาที่ไม่อยากเจอใคร ส่วนมื้อค่ำวันนี้ฉันตั้งใจจะพาเธอไปทานร้านหรู ๆ ยังไงก็ช่วยแต่งตัวสวย ๆ ด้วยล่ะ เสร็จจากที่นี่ฉันจะพาเธอไปค้างที่คอนโด”

“วุ่นวายดีจัง คิดผิดหรือคิดถูกเนี่ยที่ขอให้คุณช่วยมาแต่งงานด้วย”

“ผิดหรือถูกไม่รู้ แต่เธอไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนคำพูดแล้ว”

“แน่ล่ะ ฉันเองก็บอกแม่ไปแล้วว่าจะพาแฟนไปเจอ”

“จริงดิ เมื่อไหร่ล่ะ เธอต้องบอกฉันล่วงหน้านะ เพราะงานฉันมันแน่นมาก”

“รู้แล้วน่า ไว้จะบอกละกัน ไม่ได้จะพาไปเร็ว ๆ นี้หรอก ฉันมีอะไรอีกหลายอย่างต้องจัดการ”

“หึ ใครกันแน่ที่วุ่นวาย”

“เหอะ คุณก็ไม่ต่างกันหรอก”

บทสนทนาของทั้งคู่เงียบลงเมื่อเดินมาถึงบ้านหลังเล็กสีขาวที่อยู่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่โอบล้อม

เมื่อเข้ามาในบ้าน นลรับรู้ถึงกลิ่นอาหารหอมอบอวลไปทั่วบ้าน ด้านในแบ่งสัดส่วนระหว่างห้องครัวและห้องนั่งเล่นได้อย่างพอเหมาะ แม้จะมีพื้นที่ไม่มากแต่สามารถใช้สอยทุกตารางนิ้วได้คุ้มค่า อีกทั้งภายในบ้านยังตกแต่งด้วยของน่ารักสไตล์มินิมอล มีทั้งกระถางต้นไม้และกรอบรูปตามจุดต่าง ๆ วางไว้อย่างสวยงาม

“กินข้าวกัน ฉันต้องรีบไปทำงานอีก”

ปราณพยักหน้าไปยังโต๊ะกินข้าวโต๊ะกลมซึ่งเป็นโต๊ะไม้ที่มีเก้าอี้กลมสองตัวเข้าชุดตั้งวางอยู่

นลนั่งลงแล้วมองอาหารบนโต๊ะอย่างตื่นเต้น ไม่บ่อยนักที่เธอจะได้เจออาหารหลากหลายทั้งแกงเผ็ดแกงจืด เมนูผัด และผลไม้ปอกพร้อมทาน เห็นแล้วเสียงท้องร้องก็ตามมา

“ไม่คิดว่าคุณจะกินกับข้าวง่าย ๆ พวกนี้ได้ อย่างผัดผัก น้ำพริก ไข่เจียว แกงจืดหมูสับพวกนี้ดูไม่ใช่สไตล์คุณเลย”

นลเป็นฝ่ายตักข้าวสวยจากหม้อหุงข้าวใบเล็กแล้วยื่นจานข้าวให้ปราณก่อน แล้วค่อยตักของตัวเอง

“แล้วสไตล์ฉันมันต้องแบบไหน กินแต่ร้านแพง ๆ เหรอ ฉันไม่มีเวลาขนาดนั้นหรอก แล้วฉันก็ไม่ได้ชอบอาหารแบบนั้นด้วย ชอบแบบที่อยู่ตรงหน้ามากกว่า”

“คุณนี่ก็แปลกนะ ยิ่งรู้จักยิ่งไม่เหมือนที่ฉันคิดเลย”

“เธอก็เหมือนกัน กินง่ายอยู่ง่ายกว่าที่ฉันคิด มีอย่างเดียวที่ไม่เปลี่ยนตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน คือปากดีเหมือนเดิม”

นลเงยหน้ามองปราณปภัสทันทีเมื่อได้ยินแบบนั้น ชะงักช้อนในมือที่กำลังจะตักอาหารเข้าปากไปชั่วขณะ

“บางทีฉันอาจจะปากดีแค่กับคุณคนเดียวก็ได้นะ”

“อ้อ งั้นฉันจะถือว่าตัวเองเป็นคนโชคดีที่ได้รับสิทธิ์นั้น”

“คุณมันชอบกวนประสาท”

“ก็เธอมันน่าแกล้ง”

“หนิ กินข้าวไปเลย เลิกกวนบาทาเบื้องล่างฉันได้แล้ว”

ปราณปภัสยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เธอชอบนักล่ะเวลาที่ได้ต่อล้อต่อเถียงกับอีกฝ่าย ตั้งแต่ได้รู้จักกับนล ปราณกลับรู้สึกว่าชีวิตของเธอมีสีสันมากขึ้น โดยเฉพาะเวลาที่ได้ปะทะฝีปากกัน แม้จะเป็นการเย้าแหย่แต่นั่นก็ทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายจากงานที่หนักหน่วงได้บ้าง

บางที การลองเปิดรับนลเข้ามาในชีวิต อาจจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดในชีวิตของเธอก็ได้

หลังจากทานมื้อเที่ยงเรียบร้อยแล้ว ปราณพานลมายังคอนโดส่วนตัวของเธอที่มีการดูแลเรื่องความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เป็นคอนโดย่านใจกลางเมืองที่สามารถมองเห็นวิวรอบเมืองได้ถนัดตา ห้องพักของปราณอยู่ชั้นสิบเจ็ด รอบ ๆ รายล้อมไปด้วยตึกสูงตระหง่าน มองผ่านบานหน้าต่างเห็นทิวทัศน์เมืองหลวงสวยงาม

ภายในห้องแบ่งสัดส่วนห้องต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม ทั้งห้องนอน ห้องครัว ห้องนั่งเล่น และตรงระเบียงยังเต็มไปด้วยต้นไม้หลายกระถางที่ปราณซื้อมาดูแล

“รักธรรมชาติด้วยเหรอเนี่ย ดูไม่เหมาะกับหน้าตาเลย”

นลได้โอกาสเอ่ยแซว เธอวางกระเป๋าเดินทางไว้ข้างตัวแล้วเลื่อนประตูกระจกใสออกไปรับอากาศบริสุทธิ์ที่ริมระเบียง สายตาก็สอดส่องต้นไม้แต่ละกระถางของปราณ หนึ่งในนั้นมีต้นกุหลาบสีชมพูที่กำลังออกดอกชูช่อสวย

“ธรรมชาติกับหน้าตาฉันมันขัดกันตรงไหนไม่ทราบ”

ปราณเดินมาหยุดอยู่ข้างหลัง เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“เปล่า ไม่ได้ขัดหรอก ฉันแค่ไม่คิดว่าคนอย่างคุณจะรักต้นไม้กับเค้าด้วย มีเวลารดน้ำรึไง ไม่กลัวมันเฉาตายเหรอ”

“ฉันปลูกมันแล้วฉันดูแลได้ เธอไม่ต้องห่วงต้นไม้แทนมันหรอก”

“เอาไว้ถ้าฉันว่างจากไฟลต์บินฉันจะมาช่วยรดน้ำให้ละกัน”

“หึ ฉันไม่ฝันถึงวันนั้นหรอก”

เจ้าของห้องหมุนตัวเดินกลับเข้าไปแล้วคว้ากุญแจรถที่วางอยู่บนโต๊ะวางของพร้อมโทรศัพท์มือถือมาถือไว้

“ฉันต้องไปทำงานแล้ว เธอน่าจะซ้อมการปฏิบัติตัวเป็นภรรยาที่ดีเอาไว้ตั้งแต่ตอนนี้”

“ซ้อม?”

นลเดินกลับเข้ามาในห้อง จ้องมองสายตาของปราณอย่างไม่เข้าใจนัก

“ใช่ ซ้อมไว้ก่อน”

“แล้วฉันต้องทำอะไร?”

ปราณยิ้มมุมปากอย่างคนเจ้าเล่ห์แล้วเดินเข้ามาใกล้นลมากขึ้น ก่อนจะเอานิ้วตัวเองจิ้มไปที่ข้างแก้ม

“หอมแก้มฉันสิ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ระหว่างเราใต้ขอบฟ้า   บทที่ 1 ผู้โดยสารจอมวุ่นวาย

    สนามบินยามค่ำคืนเต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ ผู้โดยสารต่างเร่งรีบกับเสียงประกาศเรียกขึ้นเครื่อง แต่ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น นลินภากลับยืนนิ่งริมกระจกใส มองลานจอดเครื่องบินกว้างใหญ่ เธอรู้สึกเหมือนติดอยู่ในทางแยกที่ไม่รู้จะเดินไปทางไหนเครื่องบินของสายการบินต่าง ๆ ที่เตรียมทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าไม่ได้ทำให้หญิงสาวที่ชื่อ นลินภาหรือนล ตื่นเต้นได้เลยแม้แต่น้อย กลับกันยิ่งได้โบยบินมากเท่าไหร่ เธอยิ่งรู้สึกว่าอิสระของการใช้ชีวิตถูกตัดขาดมากขึ้นเท่านั้น อาชีพแอร์โฮสเตสที่ใฝ่ฝัน มันไม่ใช่แบบที่คิดเลย“มายืนเหม่ออะไรตรงนี้ยะแม่คุณ รีบไปทำงานที่เรารักกันเถอะ”เสียงเล็กแหลมเข้ามาขัดจังหวะความคิดจนทำให้นลหลุดจากภวังค์ ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นเสียงของใคร เพราะเพื่อนร่วมงานที่เธอไว้ใจได้ไม่ได้มีมากนักนลดึงด้ามจับของกระเป๋าลากขึ้นจนสุดแล้วลากกระเป๋าส่วนตัวเดินตามเพื่อนสนิทไปตามทางเดินของตัวอาคาร รองเท้าหุ้มส้นสีครีมที่มีส้นสูงสองนิ้วรองรับขาเรียวยาว กับชุดพนักงานของสายการบินที่เป็นเสื้อแจ็กเก็ตสีน้ำตาลเข้ารูปสวมทับเชิ้ตสีขาว และกระโปรงขนาดพอดีตัวที่ยาวเลยเข่าขึ้นมาหน่อยนึงในสีเดียวกัน ช่วยดึงดูดสายตาช

  • ระหว่างเราใต้ขอบฟ้า   ตอนพิเศษ (4) ฮันนีมูน

    “วันครบรอบปีนี้พี่อยากได้อะไรคะ”นลเอ่ยถามขณะที่ทั้งคู่กำลังนั่งดูหนังด้วยกัน วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ปราณไม่มีงานที่ไหน ส่วนนลที่ทำหน้าที่เลขามาด้วยดีจึงได้พลอยหยุดงานไปด้วย“จริงสิ อาทิตย์หน้าแล้วนี่นา ปีนี้ไม่เอาอะไรดีกว่าค่ะ พี่ไม่อยากได้อะไรเลย นลล่ะ อยากได้อะไรเป็นพิเศษมั้ย”ปราณคว้าตัวคนรักมากอด ไม่ได้สนใจทีวีเบื้องหน้าอีกแล้ว ทั้งคู่ขยับร่างกายแนบชิดบนเตียงกว้าง เปลี่ยนหัวข้อสนทนาจากเรื่องหนังมาเป็นเรื่องของขวัญวันครบรอบ“พี่ปราณให้นลทุกอย่างแล้ว นลเองก็ไม่มีอะไรที่อยากได้แล้วเหมือนกัน”“จริงเหรอ แต่วันครบรอบทั้งทีเลยน้า”ปราณถามกลับเสียงหวาน อยากให้คนรักชั่งใจคิดดูให้ดี เพราะในวันครบรอบทุกปีคุณปราณคนนี้พร้อมจะเล่นใหญ่เสมอ แต่ที่ผ่านมานลก็ได้ทุกอย่างไปหมดแล้วอย่างที่บอกจริง ๆบ้านพักตากอากาศ รถหรู น้ำหอม กระเป๋า เสื้อผ้า นาฬิกา และทุก ๆ อย่างที่คนอย่างปราณปภัสจะให้ได้“วันครบรอบก็เหมือนวันทั่วไปนั่นแหละค่ะ แค่เวลาผ่านมาย้ำเตือนว่า ความรักของเราผ่านมาด้วยกันอีกปีแล้ว”“พูดจาน่าเอ็นดูจัง”ปราณกดจูบลงบนหน้าผากคนรัก แม้จะคบกันมานานแล้วแต่เธอยังรู้สึกเอ็นดูแฟนเด็กคนนี้อยู่เสมอ ที่ผ่าน

  • ระหว่างเราใต้ขอบฟ้า   ตอนพิเศษ (3) แค่แวะมาทักทาย

    บ่ายวันหยุดที่เต็มไปด้วยบรรยากาศผ่อนคลาย นลกำลังเตรียมตัวออกไปพบกับเพื่อน ๆ นักบินและลูกเรือในงานสังสรรค์ประจำกลุ่ม ทุกคนต่างตื่นเต้นที่จะได้เจอกันหลังจากไม่ได้รวมตัวกันนาน นลสวมเดรสสั้นความยาวแค่เข่าสีสดใสและหยิบกระเป๋าออกจากบ้านโดยไม่ลืมส่งข้อความบอกปราณพี่ปราณ นลออกไปกินข้าวกับบอยแล้วก็เพื่อนลูกเรืออีกสองสามคนนะคะ ไม่ต้องห่วง นลจะกลับไม่ดึกค่ะข้อความนั้นส่งไปพร้อมกับรูปเซลฟี่น่ารัก ๆ เพื่อยืนยันความตั้งใจ ปราณที่เพิ่งเสร็จสิ้นการประชุมเห็นรูปที่นลส่งมาก็เกิดอาการหวงทันทีเพื่อนอีกสองสามคนเป็นใครกันทำไมไม่บอกให้ชัดแล้วทำไมต้องแต่งตัวน่ารักขนาดนั้นมันน่าสงสัยจัง ต้องไปดูให้เห็นกับตาดีกว่าร้านอาหารริมแม่น้ำที่นัดพบตกแต่งด้วยแสงไฟอบอุ่น เสียงหัวเราะและเพลงเบา ๆ เพิ่มบรรยากาศความสนุก นลเดินเข้ามาในร้านและเห็นกลุ่มเพื่อน ๆ โบกมือทักทาย เธอยิ้มกว้างและรีบเดินไปหาพวกเขา"นล! ทางนี้ ๆ" บอยโบกมือเรียก"มาช้าจังเลย มัวแต่ร่ำลากับท่านปลัดอยู่รึไงเนี่ย" เพื่อนแอร์โฮสเตสสาวอีกคนเอ่ยแซวนลวางกระเป๋าถือลงบนโต๊ะ จัดแจงเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่เข้าทางก่อนจะเริ่มพูดคุยกับเพื่อน ๆ"ช่วงนี้พี่ปราณ

  • ระหว่างเราใต้ขอบฟ้า   ตอนพิเศษ (2) ติดเกาะ

    เสียงคลื่นซัดสาดเข้าฝั่งเบา ๆ กับสายลมเย็นที่พัดโชยทำให้บรรยากาศที่ท่าเรือดูสดชื่น นลกำลังเตรียมตัวขึ้นเรือสปีดโบ้ทเพื่อไปเที่ยวเกาะแห่งหนึ่งพร้อมกับปราณ ทั้งสองตกลงกันว่าการพักผ่อนครั้งนี้จะเป็นโอกาสดีในการหลีกหนีความวุ่นวายจากชีวิตประจำวัน"พี่ปราณพร้อมรึยังคะ?" นลถามพลางหันมามองคนรักที่กำลังแบกกระเป๋าใบใหญ่จนดูเทอะทะ"พร้อมค่ะ แต่พี่ว่าเราเอากระเป๋ากันมาเยอะเกินไปรึเปล่านล" ปราณตอบพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ"ไม่เยอะหรอกค่ะ พี่ปราณจะได้ไม่ต้องลำบากบนเกาะไง" นลยิ้ม ก่อนจะดึงแขนปราณให้ขึ้นเรือเรือออกจากฝั่ง ท้องฟ้าสดใสและน้ำทะเลสีครามเพิ่มความตื่นเต้นให้กับการเดินทาง แต่ระหว่างที่ทั้งสองนั่งชมวิวและพูดคุยกันอย่างเพลิดเพลิน เสียงเครื่องยนต์ของเรือก็เริ่มสะดุดและหยุดทำงานในที่สุด"เกิดอะไรขึ้นคะ?" ปราณถามคนขับเรือด้วยสีหน้าเป็นกังวล"ดูเหมือนเครื่องยนต์จะมีปัญหา ต้องใช้เวลาซ่อมสักพักครับ" คนขับตอบพลางลงมือเช็กเครื่องยนต์โชคไม่ดีที่ลมทะเลพัดเรือลอยไปใกล้เกาะเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง คนขับเรือตัดสินใจนำเรือจอดที่เกาะนี้เพื่อรอความช่วยเหลือ ปราณกับนลจึงต้องลงจากเรือมาอยู่บนเกาะชั่วคราว"นี่เราต้องติดอย

  • ระหว่างเราใต้ขอบฟ้า   ตอนพิเศษ (1) งานวันเด็ก

    ตอนพิเศษ (1)งานวันเด็ก สถานทูตใหญ่แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ วันนี้สถานที่ถูกตกแต่งด้วยลูกโป่งหลากสีและธงเล็ก ๆ โบกสะบัดตามแรงลมเบาๆ งานวันเด็กกำลังเริ่มขึ้น เสียงหัวเราะและเสียงเพลงสร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่น ปราณถูกเชิญมาเป็นแขกพิเศษในงานนี้ เพราะเธอมีชื่อเสียงจากการเป็นบุคคลตัวอย่างในสังคม และได้รับหน้าที่เป็น "พี่ปราณ" ของเด็ก ๆ ในงานครั้งนี้ปราณไม่ได้มีประสบการณ์กับเด็กมากนัก แต่เธอเต็มใจรับภารกิจนี้ด้วยความตั้งใจแน่วแน่ วันนี้ปราณสวมชุดสูทที่ดูเรียบร้อยแต่แฝงด้วยความเป็นกันเอง ทันทีที่ก้าวเข้าสู่บริเวณงาน เด็ก ๆ หลายคนก็หันมามองด้วยความตื่นเต้น"พี่ปราณมาแล้ว!" เสียงเล็ก ๆ ตะโกนขึ้น พร้อมกับกลุ่มเด็กวิ่งเข้ามารุมล้อม"สวัสดีค่ะเด็ก ๆ วันนี้อยากทำอะไรกันบ้าง?"ปราณยิ้มกว้างและย่อตัวลงพูดกับพวกเขา เสียงเด็ก ๆ ตอบกันคนละเสียง ทั้งอยากเล่นเกม วาดรูประบายสี และบางคนก็อยากฟังนิทานขณะเดียวกัน นลที่แอบตามมาดูปราณจากมุมหนึ่งของงาน ไม่สามารถห้ามตัวเองให้ไม่เข้าไปช่วยได้ เพราะเห็นสีหน้าของคนรักแล้วพอจะเดาได้ว่าปราณน่าจะปวดหัวน่าดูกับเสียงของเด็ก ๆ

  • ระหว่างเราใต้ขอบฟ้า   บทที่ 25 จากนี้และตลอดไป

    หนึ่งวันหมดไปกับการสวมบทเป็นแม่บ้าน วันนี้นลจัดการทุกอย่างด้วยตัวคนเดียวตั้งแต่เช้า แม้ปราณจะเคยบอกหลายครั้งว่าเธอมีแม่บ้านที่จะมาทำความสะอาดห้องให้อาทิตย์ละสองครั้ง แต่นลก็ชอบที่จะจัดการเรื่องงานบ้านด้วยตัวเองมากกว่า หรือถ้าจะพูดให้ถูก นลชอบที่ได้ดูแลปราณด้วยตัวเองต่างหาก“กลับมาแล้วค่า”เสียงสดใสของปราณดังนำมาก่อน ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินมายังระเบียงห้องแล้วสวมกอดคนรักจากด้านหลัง ขณะที่นลกำลังใช้ฟ็อกกี้ฉีดรดต้นไม้ในกระถางเล็ก ๆ ริมระเบียงคนตัวสูงวางคางบนไหล่ภรรยา ออดอ้อนเหมือนเด็กเพิ่งกลับจากโรงเรียน นานวันเข้าเธอแทบไม่เหลือภาพปลัดกระทรวงที่บุคลิกเคร่งขรึม โดยเฉพาะเวลาที่อยู่กับนลสองต่อสอง ปราณก็เป็นเพียงโกลเด้นตัวใหญ่ที่ชอบอ้อนเจ้าของมาก ๆ เท่านั้นเอง“เหนื่อยมั้ยคะ วันนี้งานเยอะรึเปล่า ของที่คุณสั่งไว้เค้าเอามาส่งแล้วนะ นลเก็บไว้ตรงลิ้นชักในห้องนอน”นลเอียงหน้าบอกคนด้านหลัง มือหนึ่งยังคงจับฟ็อกกี้ฉีดใบต้นไม้ต้นเล็ก ๆ ไปเรื่อย“เอาไว้ตรงนั้นก่อน ไว้เปิดดูด้วยกัน มีของนลด้วย”“เหรอคะ? แอบสั่งอะไรมาเนี่ย” นลขมวดคิ้วเล็กน้อย เดาไม่ออกว่าในถุงเล็ก ๆ นั่นจะเป็นอะไร“รับรองว่าที่รักต้องชอบแ

  • ระหว่างเราใต้ขอบฟ้า   บทที่ 10 คนเจ้าเล่ห์

    เรื่องที่ปราณขอคบนลอย่างจริงจังไม่ถูกพูดถึงอีกนับแต่วันนั้น เพราะนลคิดว่าอีกฝ่ายตั้งใจซ่อนจุดประสงค์นี้ไว้ตั้งแต่แรก ตั้งใจให้เธอลงเรือลำเดียวกัน และงัดเอาเงื่อนไขนี้มาใช้ ทำให้นลปฏิเสธไม่ได้ซึ่งมันก็ถูก คนอย่างปราณปภัสไม่มีทางจะยอมช่วยเหลือใครง่าย ๆ หากไม่ได้รู้จักกันมาก่อน ถ้าไม่ใช่เพราะเธอรู้สึ

  • ระหว่างเราใต้ขอบฟ้า   บทที่ 9 ไหว้พ่อแม่

    หลังจากภารกิจเที่ยวบินของนลเสร็จสิ้น และเธอมีเวลาพักที่ไทยสองวัน สิ่งแรกที่ต้องจัดการคือการพาปราณปภัสไปหาครอบครัวและอธิบายเรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้น โดยที่นลเดาไม่ออกเลยว่า เรื่องราววันนี้จะจบลงยังไง“เธอโอเคนะ”ปราณปภัสที่อยู่หลังพวงมาลัยหันมาถาม วันนี้เธอตั้งใจมาเจอครอบครัวของนลพร้อมตะกร้าของฝา

  • ระหว่างเราใต้ขอบฟ้า   บทที่ 8 นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน

    ภายในห้องรับแขกของบ้านหลังใหญ่ซึ่งเป็นบ้านของนายกรัฐมนตรี ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความเงียบและบรรยากาศชวนอึดอัด ทันทีที่ข่าวของปราณปภัสถูกแพร่กระจายออกไป พ่อของเธอเรียกพบโดยด่วนในเช้าวันต่อมา แม้ว่าปราณจะเตรียมใจเรื่องนี้เอาไว้แล้ว แต่เมื่อสถานการณ์จริงเกิดขึ้นความกังวลคือสิ่งที่เธอไม่สามารถควบคุมมันได

  • ระหว่างเราใต้ขอบฟ้า   บทที่ 7 คืนนี้เราจะนอนด้วยกัน

    ทันทีที่กลุ่มนักข่าวเห็นปราณปภัสและคนข้างกายของเธอเดินจับมือมาด้วยกัน หลายคนรีบพุ่งมาหาเพื่อจะสัมภาษณ์ ไม่ต่างจากกลุ่มอีแร้งที่หมายจะรุมทึ้งเหยื่ออันโอชะยังไงอย่างงั้น“ขอสัมภาษณ์หน่อยนะคะคุณปราณ ไม่ทราบว่าวันนี้มาทานข้าวกับใครเหรอคะ ใช่คนรักคนใหม่รึเปล่า คบหาดูใจกันมานานรึยังคะ”คำถามแรกถูกส่งมาพร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status