تسجيل الدخولสีหน้าหญิงสาวยังอยู่ในอาการงง เสียงหวานดังลอดไรฟันออกมา
“เจอกับโจรทะเลทรายงั้นเหรอ” ใบหน้าสวยหวานซีดเผือด “ซวยจริง ไหนในสโลแกนทัวร์บอกว่า ถูกจริง ไม่ทิ้ง ไม่เท แต่ดันมาเจอโจร” เธอจะทำยังไงดี ลูกทัวร์ที่เหลือวิ่งไปหลบตามสันทรายกันหมด เธอจะหนีไปไหนดี มองไปทางไหนก็เห็นแต่เนินทรายสีทองลูกเล็ก ลูกใหญ่สลับซับซ้อนทอดยาวไกลสุดลูกหูลูกตา และตรงนั้นไกลๆ มีรถจี๊ปสามคันกำลังขับตรงมายังจุดที่เธอยืนอยู่ พร้อมกับเสียงปืนดังสนั่น
ปัง ปัง
มุกระวียกมือปิดหู ตกใจสุดขีด ปล่อยกระเป๋าแล้ววิ่งไปหลบหลังสันทรายใกล้ๆ กับคนขับรถ ไม่นานเสียงรถจี๊ปก็ดังใกล้เข้ามาก่อนที่เครื่องยนต์จะหยุดลง
“เอาทรัพย์สินมีค่าของพวกมันออกมาให้หมด”
หัวหน้าโจรตะโกนบอกเป็นภาษาท้องถิ่น มุกระวีใจสั่นยกมือไหว้พนมขอร้องต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เธอมีชีวิตรอดกลับไปด้วยเถิด
“นี่คุณขับรถพาเรามาตายแท้ๆ ฉันไม่น่าซวยเลือกทัวร์ของคุณเลย” มุกระวีหวาดกลัวจนต่อว่าคนขับรถ พลางขดตัวให้เล็กลง เธอเห็นโจรไปค้นทรัพย์สินลูกทัวร์คนอื่นก็ยิ่งหวาดกลัว เดี๋ยวอีกสักพักต้องมาถึงตัวเธอแน่
“ผมขอโทษด้วย แต่ปกติพื้นที่ตรงนี้ไม่มีโจรทะเลทราย พวกมันถูกกวาดล้างไปนานแล้ว ไม่อย่างนั้นทางการไม่ให้เราพานักท่องเที่ยวมาทัวร์หรอกคุณ” คนขับยังมีแก่ใจอธิบาย ทั้งที่หวาดกลัวโจรเช่นกัน
“สรุปว่าฉันซวยเอง” มุกระวีอยากจะร้องไห้แต่ร้องไม่ออก เธอเห็นลูกทัวร์ที่มาด้วยกันตรงนั้นถูกโจรค้นเอากระเป๋าสตางค์ออกไปจนหมด จนกระทั่งมันเหลือบมาเห็นเธอเข้า
“ตรงนั้นยังมีอีกคน”
มุกระวีเบิกตาโต พวกมันกรูกันเข้ามาหาเธอ ไม่ทันที่จะวิ่งหนีก็ถูกพวกมันสามคนล้อมไว้ “นี่กระเป๋าสตางค์ของฉัน เอาไปเลย แต่อย่าทำอะไรฉันเลยนะ” มุกระวีโยนกระเป๋าสตางค์ไปให้แม้จะเสียดายเงินที่รวมๆ กันแล้วเกือบหมื่นหนึ่งแต่ตอนนี้ต้องเอาชีวิตรอดก่อน
“ฮ่าๆ ฉันไม่ได้อยากได้แค่เงินแล้ว แต่อยากได้ตัวของน้องสาวคนสวยไปด้วย” โจรคนหนึ่งที่ดูเป็นหัวหน้ากลุ่มพูดขึ้น มันพูดเป็นภาษาท้องถิ่นที่มุกระวีฟังไม่ออก แต่เห็นแค่แววตาหิวกระหายกับท่าทางเอาลิ้นเลียริมฝีปากก็พอจะเดาได้ว่ามันต้องการอะไรจากเธอ
มุกระวีหวาดกลัวสุดขีด หมุนตัวออกวิ่งไปทางด้านหลังที่ไม่มีโจรดักทางไว้ แต่วิ่งไปได้ไม่เท่าไรก็ถูกมือสากระคายกระชากแขนให้หมุนตัวกลับมา
กรี๊ด
“อย่าทำอะไรฉันเลยนะ” มุกระวีดิ้นรน มือไม้ตบตีไปตามตัวโจร จนมันเขม็งมอง เพราะมือเล็กๆ ฟาดใส่ใบหน้าเข้าเต็มรัก
มันฟังภาษาของเธอไม่เข้าใจ แต่มันก็ไม่จำเป็นต้องเข้าใจ “หยุดดิ้นได้แล้ว อย่าให้ฉันต้องเสียเวลามาก ถ้ายอมเป็นเมียฉันดีๆ แล้วเธอจะมีชีวิตต่อไป” เสียงโจรบอกแล้วอุ้มร่างสาวสวยที่นานๆ จะตกถึงท้องขึ้นพาดบ่า ตั้งใจว่าจะหาความสุขสักประเดี๋ยว
“หัวหน้าครับ ผมว่าเราต้องรีบหนีแล้วนะครับ มันจะเสียเวลา” ลูกน้องคนหนึ่งปราดเข้ามาบอกหัวหน้าโจร แต่กลับถูกถีบจนล้มคว่ำ
“กูจะมีความสุขกับอีนังคนสวย อย่ามาขวางทาง มึงไปเฝ้าต้นทางไว้”
หัวหน้าโจรที่อดอยากปากแห้งมานานบอกลูกน้อง ก่อนจะหันมาสนใจสาวสวยที่อุ้มพาดบ่าไว้ “อีกเดี๋ยวฉันจะทำให้น้องสาวคนสวยไปทัวร์สวรรค์เองนะจ๊ะ” มันบอกเสียงหื่นกระหายแล้วโยนร่างของมุกระวีเข้าไปในรถ
มุกระวีกระถดตัวหนีด้วยความกลัว มองสายตาที่เต็มไปด้วยความกลัดมันของมันอย่างรังเกียจ “ปล่อยฉันไปเถอะนะ อย่าทำอะไรฉันเลย”
ฉากนี้เธอเคยเห็นบ่อยในฉากละคร แต่เอาจริงๆ พอเกิดขึ้นในสถานการณ์จริงมันไม่สนุกเลย เพราะในละครพระเอกจะต้องโผล่เข้ามาในฉากนี้ แต่นี่ชีวิตจริงเธอจะถูกจับขึงพรืดกลางทะเลทรายอันร้อนระอุอย่างนี้เหรอ สวรรค์โหดร้ายกับสาวโสดอย่างเธอมากเกินไปแล้ว
“อย่าพูดมาก นอนลงไป” โจรร้ายสั่งเสียงเหี้ยม มันรู้ว่าต้องรีบหนีตำรวจที่จะตามมาอีกในไม่ช้า แต่ผู้หญิงคนนี้ก็สวยและหน้าอกใหญ่จนทำให้นึกอยากฟัดให้หนำใจเสียก่อนแล้วค่อยไป
หัวหน้าโจรตามไปคร่อมร่างมุกระวี แต่ถูกถีบออกมาจนล้มลง “แรงเยอะนักนะคนสวย”
ท่าทางกักขฬะของมันทำให้เธอนึกรังเกียจแล้วออกแรงดิ้น ผลักมันอย่างสุดแรง แต่ร่างกายของมันทั้งใหญ่และเหม็น เธอจึงเลือกถีบหน้ามัน
“โอ๊ย” เสียงเจ็บปวดร้องลั่น มันฟาดฝ่ามือใส่ใบหน้าสวยของมุกระวีจนหน้าหัน “นังตัวแสบ”
“รังแกผู้หญิง ไอ้ชั่ว” มุกระวีด่ากราดแต่โจรร้ายไม่ฟังเสียง มันถอดผ้าคลุมหน้าออกเผยให้เห็นใบหน้าเหี้ยมเกรียม มีหนวดเครารกครึ้ม มองดูน่ากลัว
“ปากเก่งใช่ไหม ฉันจะทำให้คนสวยหยุดพูดแล้วเอาแต่ร้องครางไม่หยุด”
“อย่านะ อย่าเข้ามา ปล่อยฉันไปเถอะ” มุกระวีพยายามกระถดตัวหนี แต่มือสากระคายไร้ความปรานีของโจรร้ายก็กระชากเธอเข้าไปหาแล้วกระตุกเสื้อผ้าเธอจนขาดวิ่น
กรี๊ด
“อย่านะ อย่าทำอะไรฉันเลย ฉันเป็นกะเทยไม่ใช่ผู้หญิง”
มันชะงักไปครู่หนึ่ง เป็นจังหวะให้มุกระวีหายใจได้คล่องขึ้น
‘หรือมุกนี้จะได้ผล’
จากนั้นมันก็ไหวไหล่ “พูดอะไรฉันฟังไม่รู้เรื่อง เธอต้องการให้พวกฉันมาสนุกกับเธอพร้อมๆ กันเลยเหรอ”
มุกระวีตกใจเมื่อท่าทีที่ชะงักไปไม่ได้ทำให้มันหยุด แต่โจรร้ายกำลังรุกคืบมา “แต่ขอฉันฟาดเธอให้อิ่มก่อนคนสวย จากนั้นเธอถึงจะได้ผัวคนต่อไป”
เสียงทุบรถดังปังติดๆ กันทำให้โจรร้ายที่กำลังกลัดมันหันไปมอง
“หัวหน้า ตำรวจมาแล้ว เราต้องรีบหนีแล้ว”
พอได้ยินคำว่าตำรวจ หัวหน้าโจรก็เบิกตากว้าง แล้วสบถหยาบคายยาวเหยียด “มาถึงแล้วหรือวะ เร็วฉิบหาย” มันเพิ่งปล้นมรกตมาจากโรงแรมหรู แล้วเพิ่งรู้ว่ามันเป็นของท่านชีคฟาริส อัล มีดิส แต่จะทำยังไงได้ มันได้รับใบสั่งมาจากหัวหน้าใหญ่ให้เอามรกตชุดนั้นมาให้ได้
มือหนาบีบปลายคางคนดื้อเบาๆ เท่านั้นมุกระวีก็เปิดปากออก ทำให้ลิ้นของฟาริสรีบชอนไชเข้าไปกวาดชิมน้ำหวาน ตักตวงความนุ่มละมุนออกมาเป็นของตัวเองจนหมด เขาครางออกมาด้วยความพอใจ เมื่อสัมผัสได้ว่าลิ้นนุ่มๆ กระถดหนีด้วยความตกใจ เขาไล่หยอกเอิน ก่อนจะรัดรึงไว้ด้วยความเจนจัดมุกระวีอยากจะหนีหายไปจากตรงนี้แต่ก็ทำไม่ได้ ร่างกายถูกตรึงไว้ด้วยมือแกร่ง ร่างกายส่วนบนและล่างก็ถูกทาบทับไว้ด้วยเรือนร่างกำยำ เธอพยายามหอบหายใจเข้าปอด เพราะยังถูกบดจูบอย่างเร่าร้อนต่อเนื่อง จนแทบอ่อนระทวย สัมผัสร้อนผ่าวที่บดเบียดลงมาไม่หยุด รับรู้ได้ถึงความแข็งแรงของความเป็นชายที่ดุนดันหน้าท้องแบนราบเธอก็ยิ่งหวาดหวั่นฟาริสถอนจูบเร่าร้อนออกมา ดวงตาส่องประกายพร่างพราว เขาไม่เคยรู้สึกต้องการผู้หญิงคนไหนเท่านี้มาก่อน ใบหน้าสวยหวานแดงระเรื่อ มุกระวีเม้มปากแน่น ดวงตากำลังต่อว่าเขาอยู่“เริ่มจำได้บ้างหรือยัง ถ้ายังจำๆ ลืมๆ เดี๋ยวทบทวนให้จนกว่าจะจำได้”ฟาริสกระตุกยิ้ม เขายังไม่อิ่มง่ายๆ และไม่คิดจะพอในตอนนี้ เขาก้มลงจูบกลีบปากอิ่มอีกครั้ง“อ๊ะ”มุกระวีตกใจ ไม่คิ
ฟาเรียยู่ปากใส่พี่ชายที่หัวเราะแล้วเดินเร็วๆ จากไป “พี่ฟาริสทำไมพูดกับฟาเรียแบบนี้ กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อนเลย” ฟาเรียทำเสียงฮึดฮัดในลำคอแล้วถอนใจตอนแรกเธอคิดว่าฟาริสชอบพอกับญาติสาวของเธอที่กำลังจะกลับมาจากอเมริกาในอีกไม่กี่อาทิตย์จนไม่กล้ามีนางในฮาเร็ม แต่ที่ไหนได้ ฟาริสกลับพามุกระวีเข้าไปอยู่ในวังหลวงก่อนญาติเธอเสียอีก แต่จะทำยังไงได้ ฟาริสคือคนที่ใครก็ไม่กล้าทำให้ขุ่นเคืองใจ แม้เธอจะเป็นลูกพี่ลูกน้องที่สนิทสนมแต่ก็กลัวเขาอยู่ไม่น้อยมุกระวีกลับมาถึงคฤหาสน์ก็เดินตามคนตัวใหญ่ขึ้นไปที่ชั้นสองของคฤหาสน์ เธอลอบกลืนน้ำลายกับแผ่นหลังกำยำและรูปร่างสมส่วนของเขา ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ล้วนดูหล่อเหลา สง่างาม ต้องยอมรับว่าถ้าผู้จัดละครคนไหนได้เห็นชีคฟาริสคงจะต้องเข้ามาทาบให้เขาเป็นพระเอกอย่างแน่นอน แต่คงไม่มีวันนั้น นี่ท่านชีคเชียวนะ และยังหล่อ รวยขนาดนี้ เขาไม่ไปเล่นละครให้เหนื่อยหรอกอีกอย่าง มุกระวีอดคิดไม่ได้ว่าคนหล่อระดับนี้จะมีนางในฮาเร็มมากขนาดไหน คงจะมีเป็นร้อยล่ะมั้ง ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกหนึบๆ ในใจแล้วพยายามสะบัดศี
มุกระวีกำมือแน่น “ใครร้องขอการชดเชยกัน ฉันซื้อทัวร์มาถูกๆ ไม่คิดมากหรอก”“ไม่ได้ เดี๋ยวถ้าผมดูแลคุณไม่ดี ไม่ชดเชยคุณอย่างเต็มที่ คุณก็ไปแฉผมต่อชาวโลกอีก เดี๋ยวนี้คนในประเทศมีดิสของเราก็รู้จักโซเชียลกันหมด ทะเลทรายบางจุดก็เริ่มมีสัญญาณแล้ว เพราะฉะนั้นผมปล่อยคุณไปแบบนี้ไม่ได้”“โอ๊ย ฉันปวดหัว” แต่แล้วสายตาก็เหลือบเห็นคราบเลือดที่ติดอยู่ที่ชุดกันดูราสีขาว ตอนนี้มีเลือดสีแดงสดเปื้อนเป็นวง “นั่นคุณเลือดออกนี่ คุณบาดเจ็บจากการถูกยิงใช่ไหม”ฟาริสพยักหน้าช้าๆ แล้วเอามือกุมแผลไว้ “ผมไม่เป็นอะไรมาก แค่นี้ไกลหัวใจ”“ให้ฉันไปบอกคุณดานิชให้เรียกหมอไหมคะ ฉันจะไปตามเขาให้ เดี๋ยวก็เลือดออกหมดตัวหรอก” มุกระวีทำท่าจะวิ่งไป แต่ถูกฟาริสจับมือไว้ แล้วบังคับให้ร่างบอบบางเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนฟาริสก้มลงกระซิบข้างหู “ถ้าจะให้ดานิชไปตามหมอมาดูผม ผมอยากให้คุณเป็นพยาบาลส่วนตัว คอยทำแผลให้ผมจะได้ไหม คุณเป็นคนทำให้บาดแผลมันเปิด คุณก็ต้องรับผิดชอบ”“ฉันไม่ใช่พยาบาล ฉันเป็นสไตลิสต์ หรื
“อ้อ ได้ ไม่หยุดใช่ไหม งั้นแสดงว่าอยากรับโทษอีกสักที ถ้าไม่หยุดดิ้นจะแถมให้ก็แล้วกัน”เขาทำท่าจะก้มลงมาจูบอีก สายตาของเขาเอาจริงเอาจังจนร่างบางใจบางไปหมด เห็นเท่านั้นมุกระวีก็หยุดดิ้น นอนนิ่งในอ้อมแขนไม่ไหวติง มีเพียงดวงตาคู่งามที่กะพริบมองเขาอย่างประหม่า ท่าทางแบบนั้นของมุกระวีทำให้ฟาริสลอบขำ“ฉันหยุดดิ้นก็ได้ แต่ห้ามจูบฉันอีก ทีนี้ปล่อยฉันลงได้หรือยัง” มุกระวีโอดครวญ เธอถูกทั้งลูบทั้งคลำแล้วยังมาบังคับจูบ ไม่คิดเลยว่าเขาจะมีนิสัยร้ายกาจมากขนาดนี้มุกระวียอมหยุดดิ้น เพราะไม่อยากถูกเขาจูบกระชากลิ้นอีก และท่าทางของเขาก็หื่นกระหายขนาดหนักราวกับไม่เคยเจอผู้หญิงมานาน ไม่อยากเชื่อว่าชีคแห่งมีดิสจะเป็นคนแบบนี้ จนเวลานี้เธอเริ่มกลัวว่าเขาจะทำอะไรมากกว่าจูบ ชีคสมัยนี้ไว้ใจไม่ได้จริงๆ หื่นยิ่งกว่าโจรทะเลทรายที่เธอเจอมาเสียอีก“ถ้าหยุดดิ้นตั้งแต่แรกก็ไม่ต้องถูกลงโทษ...หรือว่าที่ดิ้นขัดใจผมอยู่นั่น จริงๆ แล้วอยากถูกผมลงโทษ”“คนบ้า ใครอยากถูกคุณจูบกัน คนอะไรหน้าไม่อาย ถ้าหื่นกระหายนักก็เข้าฮาเร็มไปสิ” เธอเชื่อว่า
หน้าหล่อๆ หันไปหนึ่งจังหวะทันทีเพราะไม่ทันตั้งตัว นั่นทำให้ทุกคนในห้องนั้นเบิกตามองเป็นตาเดียว เพราะไม่เคยมีใครกล้าตบหน้าชีคฟาริสผู้ดุดันมาก่อนฟาริสลุกขึ้นจากโซฟาแล้วล็อกมือบางเอาไว้“โอ๊ย เจ็บ ปล่อยฉันนะ”“เลิกบ้าแล้วถึงจะปล่อย หัดฟังคนอื่นซะบ้าง ไม่ใช่ลงไม้ลงมืออย่างเดียว คุณตบผม ความผิดของคุณผมมีบทลงโทษ และคุณต้องได้รับมัน” แต่เขาจะลงโทษด้วยการจูบเธอตรงนี้มันคงไม่เหมาะ ชีคฟาริสได้แต่จดความผิดของเธอเอาไว้ในสมองของเขา รอคิดบัญชี“ไอ้ชีคเถื่อน ทิ้งฉันให้ตายอย่างอเนจอนาถไม่พอ ยังจะข่มขู่ทำร้ายฉันอีก ฉันเกลียดคุณ เอามือของคุณออกไปจากตัวฉัน”“เสด็จพี่เย็นพระทัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ เธอยังหวาดกลัวกับเรื่องเมื่อคืนอยู่” ดานิชพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบแต่กลายเป็นว่าเรื่องยิ่งพัง เพราะดวงตาดุดันของฟาริสวาวโรจน์ขึ้นมาอีก มุมปากยิ้มเยาะ เขามาทันเห็นภาพที่ดานิชนั่งปลอบประโลมผู้หญิงของเขาและทันเห็นว่าผู้หญิงของเขาจับไม้จับมือให้ท่าดานิชอย่างไม่ละอายใจ“หยุดพูดเข้าข้างเธอไปเลยดานิช เรื่องนี้พี่จะเคลียร์กับมุกร
“ได้ค่ะ” มุกระวีตอบรับ เธอรู้สึกชอบความสดใสน่ารักของฟาเรีย พออีกฝ่ายเดินจากไปไกลแล้วก็หันมาทางคนที่จะช่วยให้เธอเดินทางกลับบ้านได้ “คุณดานิชคะ ขอบคุณที่ช่วยฉันและให้ที่พักพิงนะคะ แต่ฉันมีเรื่องรบกวนอีกเรื่อง ฉันอยากกลับเมืองไทยค่ะ คุณช่วยฉันได้ไหมคะ”“ใจเย็นก่อนครับ เราจะยืนคุยกันตรงนี้หรือครับ” ดานิชถามขำๆ แล้วไม่รอคำตอบ “ผมว่าเราไปคุยกันที่ห้องรับแขกตรงโน้นดีกว่าครับ” เขาชี้มือไป พลางเดินนำหน้าห้องรับแขกที่มุกระวีเห็นตรงหน้ามีขนาดใหญ่กว่าห้องนอนที่คอนโดฯ สักสามเท่า โซฟาผ้ากำมะหยี่สีแดงสด รับกับโคมไฟระย้าสีทองอร่าม ส่องให้ทั่วทั้งห้องดูสว่าง มลังเมลืองดานิชผายมือให้เธอนั่งก่อนแล้วเขาถึงนั่งลง“คุณต้องการกลับเมืองไทยใช่ไหมครับ” ดานิชถาม“ใช่ค่ะ แต่ว่าปัญหาคือวีซ่ากับพาสปอร์ตฉันหาย คุณช่วยฉันได้ไหมคะ” มุกระวีส่งสายตาอ้อนวอน ตอนนี้เธอไม่อยากอยู่ที่มีดีสแล้ว เธอไม่รู้ว่าจะมีอะไรน่ากลัวเกิดขึ้นกับเธออีกหรือเปล่า“ผมไม่แน่ใจว่าจะช่วยได้หรือเปล่า” เขาตอบเสีย







