Share

เพื่อนใหม่ ห้องเรียนใหม่

เด็กทั้งสามคนขึ้นรถเมล์กลับบ้านด้วยความตื่นเต้น        พวกเขายังคุยกันถึงเรื่องผลสอบมาตลอดทางจนรถเมล์หยุดลงหน้าบ้านฝั่งของครีม

ครีมเป็นคนแรกที่กระโดดลงจากรถ ก่อนจะหันกลับไปมองฟ้าใสกับม่านเมฆที่เดินตามลงมา

“แกว่าป๊าฉันจะดีใจจนให้รางวัลเพิ่มไหม”

ฟ้าใสหัวเราะ “ป๊าแกก็ฉลองให้แล้วไง ยังจะหวังของขวัญเพิ่มอีกเหรอ?”

ครีมยักไหล่ “เผื่อฟลุ๊กไง เฮ้อ! เฮียครามกลับบ้านรึยังนะ?” เธอพูดพลางชะเง้อมองเข้าไปด้านในบ้าน

ม่านเมฆเองก็มีสีหน้าคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะถามขึ้นมาอีกเพื่อยืนยัน “เฮียครามเล่นดนตรีเก่งมากจริง ๆ เหรอ?”

“แน่นอน!” ครีมตอบทันที “แกไม่เชื่อเหรอ? เดี๋ยวเย็นนี้พอเขากลับมาฉันจะให้เฮียโชว์ให้ดูเลย”

“เอาจริงเหรอ?” ฟ้าใสหัวเราะ “งั้นฉันก็อยากฟังเหมือนกัน”

“แน่นอน! แกต้องได้ฟังอยู่แล้ว” ครีมพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “เฮียฉันไม่ใช่เล่น ๆ นะ เขาเคยไปประกวดด้วย แต่เขาแค่ไม่เคยพูดให้ใครฟังหากว่าฉันไม่เห็นรูปก็คงไม่รู้หรอก”

ม่านเมฆเริ่มสนใจขึ้นมาทันที “แล้วถ้าผมอยากลองเรียนบ้างล่ะเฮียครามของเจ้จะสอนผมไหม”

ครีมยิ้มกว้าง “ก็บอกเฮียไปตามตรงสิ เฮียครามน่ะ แม้ว่าจะดูนิ่ง ๆ แต่ความจริงแล้วเป็นคนใจดีมาก”

“อือ” ม่านเมฆพยักหน้ารับอย่างครุ่นคิด

หลังจากนั้นทั้งสามคนเดินแยกย้ายกัน ครีมเข้าบ้านไปก่อน ส่วนฟ้าใสกับม่านเมฆเดินข้ามถนนกลับไปบ้านของตัวเอง

ทันทีที่ทั้งสองเปิดประตูเข้ามา แม่ของพวกเขาก็เดินออกมาจากครัวพร้อมรอยยิ้ม

“กลับมาแล้วเหรอลูก?”

“ค่ะ/ครับ” พวกเขาตอบพร้อมกัน

แม่เดินเข้ามาลูบศีรษะทั้งสองคน “เหนื่อยไหมลูก วันนี้เป็นยังไงบ้าง?”

ฟ้าใสรีบเล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “แม่คะ! หนูติดอันดับสาม ม่านเมฆติดอันดับหกค่ะ!”

“จริงเหรอ!?” แม่ของเธอเบิกตากว้างอย่างดีใจ ก่อนจะหันไปบอกพ่อที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่

“ป๊าฟังสิ ลูกเราสอบได้อันดับดีมากเลยนะ!”

พ่อเงยหน้าขึ้นจากหนังสือพิมพ์ทันที สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความภูมิใจ

“เก่งมากลูก ป๊าภูมิใจในตัวลูกสองคนมากเลย”

ม่านเมฆเผยรอยยิ้มบางออกมา “ขอบคุณครับ”

“ดีแล้วลูก” แม่ยิ้มให้ก่อนจะถามต่อ “แล้วพวกหนูอยากฉลองกันไหม?”

ฟ้าใสรีบพยักหน้า “ค่ะ! วันนี้ทางบ้านครีมเขาจะไปฉลองกัน แล้วเชิญพวกเราไปด้วย”

พ่อกับแม่หันมามองหน้ากันก่อนที่พ่อจะพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ไปด้วยกันเถอะ”

“เยี่ยมเลยค่ะ”

ม่านเมฆที่ยืนเงียบอยู่นานเอ่ยขึ้นหลังจากตัดสินใจบางอย่าง “แม่ครับ... ผมมีอีกเรื่องอยากบอก”

แม่หันไปมองลูกชาย “ว่าไงจ๊ะ?”

ม่านเมฆสูดหายใจเข้าปอดลึกก่อนจะพูดออกมา “ผมอยากลองเรียนกีตาร์ครับ”

แม่กะพริบตาอย่างแปลกใจ “กีตาร์เหรอลูก?”

พ่อเองก็วางหนังสือพิมพ์ลง “ทำไมถึงอยากเรียนล่ะ?”

ม่านเมฆอธิบายเสียงหนัก “ผมคิดว่าดนตรีเป็นสิ่งที่ดี แล้วเจ้ครีมก็บอกว่าเฮียครามเล่นเก่งมาก ผมอยากลองดูบ้างก็เลยจะลองไปขอร้องให้เฮียครามสอน”

แม่ยิ้มออกมา “ดีแล้วลูก ถ้าเป็นสิ่งที่ม่านเมฆสนใจจริง ๆ แม่สนับสนุนนะ”

“ป๊าก็เห็นด้วย” พ่อพูดเสริม “แต่อย่าลืมว่าเรื่องเรียนก็ต้องตั้งใจเหมือนกัน”

ม่านเมฆพยักหน้ายิ้มกว้างออกมา “ครับ ผมจะตั้งใจ”

ฟ้าใสยิ้มให้กับน้องชาย เธอรู้ดีว่าม่านเมฆเป็นคนที่มีความตั้งใจจริงและถ้าเขาอยากทำอะไรเขาจะทำมันให้ดีที่สุด

และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของการเดินตามความฝันของม่านเมฆ และการฉลองที่เต็มไปด้วยความสุขของทุกคน

บรรยากาศของการฉลองเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสุข ทุกคนในครอบครัวของฟ้าใสและครีมต่างพากันมานั่งร่วมโต๊ะกันที่ร้านอาหารจีนชื่อดังในละแวกบ้าน

โต๊ะไม้ตัวยาวถูกจัดเตรียมไว้เต็มไปด้วยอาหารหลากหลายเมนู กลิ่นหอมของเป็ดปักกิ่ง ข้าวผัดกุนเชียง และต้มยำทะเลลอยอบอวลไปทั่ว

ครีมเป็นคนแรกที่ยกแก้วน้ำขึ้นมา “เอ้า! ฉลองให้พวกเราสามคนหน่อย!”

ฟ้าใสกับม่านเมฆหัวเราะก่อนจะยกแก้วขึ้นชนกันเบา ๆ พ่อแม่ของพวกเขาต่างยิ้มมองลูกด้วยความภูมิใจ

“เฮียคราม ไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ?” ครีมหันไปแซวพี่ชายที่นั่งเงียบอยู่ข้างตน

ครามที่กำลังตักอาหารเข้าปากหยุดชะงัก เขาเหลือบตามองครีมก่อนจะถอนหายใจ

“ฉันก็ยินดีด้วย”

“โหย เฮียพูดแค่นี้เองเหรอ?” ครีมทำหน้าบึ้ง

ฟ้าใสกับม่านเมฆแอบหัวเราะ ขณะที่พ่อของครีมตบบ่าลูกชายเบา ๆ “เอาน่า น้อง ๆ เขาดีใจแค่ไหนที่เฮียอยู่ฉลองด้วย”

ครามพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบแต่จริงใจ “ยินดีด้วยที่พวกเธอทำได้ดี ฉันรู้ว่าพวกเธอพยายามกันมาก”

ครีมหัวเราะเสียงใส “ต้องแบบนี้สิ”

หลังจากทานอาหารเสร็จทุกคนยังคงนั่งพูดคุยกันด้วยท่าทางสบาย เฮียครามที่เพิ่งรู้ว่าม่านเมฆสนใจเรียนกีตาร์ก็หันมามองเด็กชายวัยสิบหกก่อนจะถามออกมา

“นายสนใจดนตรีจริงเหรอ?”

ม่านเมฆพยักหน้า “ครับ ผมคิดว่ามันน่าสนใจ”

ครามเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ “ถ้างั้น ไว้ฉันจะสอนพื้นฐานให้นายก่อน แล้วถ้านายสนใจจริง ๆ ก็ลองไปลงเรียนที่สถาบันดนตรีดู”

ม่านเมฆตาเป็นประกาย “จริงเหรอครับ!?”

“อืม แต่ฉันขอบอกเอาไว้ก่อนนะว่ามันไม่ง่าย”

ม่านเมฆยิ้มกว้าง “ผมรู้ครับ แต่ผมจะตั้งใจ”

แม่ของฟ้าใสพูดพลางหัวเราะ “ครามก็คงต้องช่วยดูแลน้องด้วยนะ”

ครามพยักหน้า “ครับ”

คืนนั้นหลังจากกลับถึงบ้าน ม่านเมฆเริ่มวางแผนเกี่ยวกับการเรียนกีตาร์ของตัวเอง เขาตั้งใจจะฝึกให้จริงจัง                     ส่วนฟ้าใสเองก็ตัดสินใจจะลองวาดภาพขายดู แม้จะยังไม่มั่นใจนักแต่เธอก็อยากลองทำตามสิ่งที่ตัวเองรัก

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดวันเปิดเรียนเทอมแรกก็มาถึง บรรยากาศในโรงเรียนเต็มไปด้วยความคึกคักหลังจากผ่านช่วงสอบมาได้ นักเรียนหลายคนต่างพากันพูดคุยถึงแผนการในปีนี้และกิจกรรมที่รออยู่ข้างหน้า

ฟ้าใส ครีม และม่านเมฆเดินไปตามระเบียงโรงเรียนด้วยความรู้สึกผ่อนคลายหลังจากที่พวกเขาทุ่มเทกับการสอบจนผ่านพ้นมาได้

หลังจากทุกคนเข้าห้องได้สิ่งที่รออยู่ก็คือเพื่อนใหม่แปลกหน้าหลายคน ซึ่งอาจจะมีบางคนที่มาจากโรงเรียนเดียวกันหรือบางคนที่เคยเรียนอยู่ในโรงเรียนนี้มาก่อนเมื่อตอน ม.ต้น แต่ทว่าหลังจากวันนี้ไปพวกเขาจะต้องทำความรู้จักกันใหม่

เสียงกริ่งแรกของวันเปิดเรียนดังขึ้น ก่อนที่จะมีครูประจำชั้นเดินเข้ามา ครูของห้องม.4/1 เป็นครูผู้หญิงอายุประมาณ 30 ปี

“สวัสดีนักเรียนทุกคน ครูชื่อวารี อมรกุล ต่อไปนี้จะเป็นครูที่ปรึกษาของพวกเธอตลอดระยะเวลาสามปีนี้ หวังว่าทุกคนจะตั้งใจเรียนและอยู่ในระเบียบของโรงเรียนกันนะ” ผู้พูดเว้นจังหวะกวาดตามองนักเรียนในห้องศิลป์-ภาษาทีละคนราวกับพิจารณาเด็กที่อยู่ในความปกครองอย่างละเอียด

ก่อนที่เธอจะพูดต่อด้วยรอยยิ้ม “เอาละ ก่อนที่เราทุกคนจะเริ่มเรียนครูขอเรียกชื่อนักเรียนสามคนในนี้หน่อยนะคะ ชาลิตา ปาลิตา วชิรนัย ปาลิตา และคนสุดท้าย รินรดา เทวากร ทั้งสามคนนี้ยืนขึ้นหน่อยจ้ะ เธอทั้งสามเป็นนักเรียนที่สอบเข้าได้คะแนนดีมากอยู่ในสิบอันดับแรกหวังว่าทุกคนในห้องจะตั้งใจเรียนอย่างทั้งสามคนนะ”

จบคำพูดของครูที่ปรึกษา เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นจากทุกคนในห้องเรียนเนื่องจากพวกเขาแทบไม่อยากเชื่อว่านักเรียนที่ติดอยู่ในสิบอันดับแรกจะเลือกเรียนสายศิลป์แทนการเรียนสายวิทย์

เสียงฮือฮาจากทุกคนทำให้ฟ้าใส ครีม และม่านเมฆรู้สึกเขินเล็กน้อยแต่ก็ไม่สามารถหลบสายตาได้ พวกเขารู้สึกดีใจที่ได้รับการชมเชยจากครูประจำชั้น แต่ก็ไม่ค่อยชินกับการถูกพูดถึงต่อหน้าคนเยอะ ๆ แบบนี้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักของเราคือรสช็อกโกแลต (วัยรุ่นวัยฝันยุค 90)   ตอนพิเศษ พยานรักตัวน้อย ๆ

    หลายปีผ่านไป... หลังจากครามเรียนจบวิศวกรรมศาสตร์และเริ่มต้นชีวิตการทำงานในฐานะวิศวกรหนุ่มอนาคตไกล เขาทุ่มเทให้กับงานในบริษัทชั้นนำแห่งหนึ่งแต่หัวใจของเขาก็ไม่เคยห่างจากจังหวัดบ้านเกิด และที่สำคัญที่สุดคือผู้หญิงที่เขามอบเกียร์และหัวใจให้ไปนานแล้วทางด้านฟ้าใสเธอก็ก้าวเข้าสู่ช่วงปีสุดท้ายของการเรียนในคณะศิลปกรรมฯ ชีวิตที่เคยพลิกผันเพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝัน บัดนี้เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น ป๊าของเธอกลับมาพักฟื้นที่บ้านได้สำเร็จแม้การเดินจะยังไม่กลับมาเป็นปกติร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนเดิมแต่ด้วยกำลังใจที่ดีและการทำกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอท่านก็สามารถกลับมาเดินเหินได้คล่องแคล่วขึ้นมาก อีกทั้งยังเข้ามาช่วยดูแลร้านสุกี้ในส่วนที่ไม่ต้องออกแรงมากได้ด้วย รอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่เคยจางหายไปนานกลับมาสู่ครอบครัวของเธออีกครั้งกิจการร้านขนมและร้านสุกี้ก็ดำเนินต่อไปได้ด้วยดีโดยมีฟ้าใสและคุณแม่เป็นหัวเรือใหญ่ และแน่นอนว่ามีครามคอยช่วยเหลืออยู่เบื้องหลังเสมอในยามที่เธอต้องการ ระยะทางและตารางเวลาที่แตกต่างไม่ได้ทำให้ความรักของครามและฟ้าใสลดน

  • รักของเราคือรสช็อกโกแลต (วัยรุ่นวัยฝันยุค 90)   รักของเราคือรสช็อกโกแลต

    หลายเดือนผ่านไป... วันเวลาหมุนเวียนจากเทอมแรกเข้าสู่เทอมที่สองของปีการศึกษา กลิ่นอายของวันวาเลนไทน์เริ่มอบอวลไปทั่วทั้งมหาวิทยาลัย สติ๊กเกอร์รูปหัวใจและดอกกุหลาบมีให้เห็นตามมุมต่าง ๆชีวิตของฟ้าใสเริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น แม้จะยังคงวุ่นวายและเหน็ดเหนื่อยเป็นสองเท่าของนักศึกษาทั่วไป เธอกลับไปเรียนตามปกติพยายามตามงานที่ขาดไปในช่วงแรกอย่างสุดกำลังพ่อของเธอกลับมาพักฟื้นที่บ้านได้แล้วแต่อาการบาดเจ็บที่ขายังคงต้องทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาระการดูแลร้านทั้งสองแห่งยังคงตกอยู่ที่เธอกับแม่เป็นหลัก แต่เธอก็เริ่มปรับตัวและจัดการสิ่งต่าง ๆ ได้คล่องแคล่วขึ้นรวมถึงความสัมพันธ์กับครามก็ยังคงดำเนินไปในรูปแบบเดิม... เขาคือพี่ชายตรงข้ามบ้านที่แสนดี สารถีคนสำคัญ และผู้ช่วยจำเป็นในทุกสถานการณ์ ความช่วยเหลือของเขาทำให้เธอผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาได้บ่ายของวันวาเลนไทน์หลังเลิกคลาส ฟ้าใสตั้งใจจะเอาขนมเค้กช็อกโกแลตที่เธอหัดทำเมื่อคืนไปให้ครามลองชิม และถือโอกาสขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่เขาช่วยมาตลอด เธอจึงเดินตรงไปยังตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ ใจของเธอรู้สึกแต้นแรงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นแต่ยังไ

  • รักของเราคือรสช็อกโกแลต (วัยรุ่นวัยฝันยุค 90)   การเติบโตชั่วข้ามคืนของฟ้าใส (2)

    "ลูกอยู่นี่เอง แม่ก็รอว่าจะมาพร้อมลูกแต่ก็ดีแล้วละที่ลูกอยู่ตรงนี้" กิมลั้งพูดกับลูกชายหลังเห็นว่าเขาคอยอยู่เป็นเพื่อนฟ้าใสกับแม่พลางทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ ลลิตาที่ยังคงมีดวงตาแดงก่ำ"ลิตา เฮียหลงเป็นยังไงบ้าง" เธอหันไปถามเพื่อนบ้านด้วยความเป็นห่วงโดยจับมือลลิตาไว้แน่นลลิตาสูดหายใจลึก พยายามกลั้นน้ำตาที่รื้นขึ้นมาอีกครั้ง "เพิ่งจะย้ายเข้าไอซียูเมื่อกี๊นี้เองลั้ง... หมอบอกว่ากระดูกหักหลายที่ เสียเลือดมาก... ยังต้องรอดูอาการใกล้ชิด..." เสียงเธอสั่นเครือในตอนท้าย"โถ... ไม่เป็นไรนะลิตา ไม่เป็นไร" กิมลั้งบีบมือเพื่อนแน่นขึ้น "ปลอดภัยแล้ว ถือว่าพ้นขีดอันตรายระดับนึงแล้วนะ เดี๋ยวก็ดีขึ้น ต้องเชื่อมั่นในตัวหมอ แล้วก็บุญกุศลที่อาหลงเขาทำมาเยอะแยะนะเพื่อนนะ" เธอกล่าวปลอบใจอย่างจริงใจ"มีอะไรให้ฉันสองคนช่วยบอกได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ พวกเราก็เหมือนครอบครัวเดียวกัน""ขอบใจมากนะลั้ง..." ลลิตาพยักหน้ารับทั้งน้ำตาครามมองภาพผู้ใหญ่ให้กำลังใจกัน ก่อนจะหันไปพูดเรื่องที่จำเป็น "ป๊า ม๊า เดี๋ยวผมว่าจะพาฟ้าใสไปดูร้านที่ตลาดโต้รุ่งก่อน แล้วก็อาจจะแวะไปดูร้านสุกี้ด้ว

  • รักของเราคือรสช็อกโกแลต (วัยรุ่นวัยฝันยุค 90)   การเติบโตชั่วข้ามคืนของฟ้าใส (1)

    ทุกวินาทีที่ผ่านไปหน้าห้องผ่าตัดคล้ายเป็นการทรมานสำหรับคนรอคอย ฟ้าใสยังคงกอดแม่ไว้แน่นมีเพียงเสียงสะอื้นแผ่วเบาเป็นระยะขณะที่ผู้เป็นแม่ก็ได้แต่ลูบหลังปลอบลูกสาว ดวงตาจับจ้องบานประตูห้องผ่าตัดด้วยใจที่ร้อนรน ครามยังคงยืนอยู่ไม่ห่าง คอยเป็นหลักให้สองแม่ลูกอย่างเงียบงันตามเดิมบรรยากาศระหว่างพวกเขาเต็มไปด้วยความตึงเครียดและคำภาวนาในใจทันใดนั้นเสียงเรียกเข้าเฉพาะตัวของเครื่องพีซีทีในกระเป๋ากางเกงยีนส์ของครามก็ดังขึ้นทำลายความเงียบงันแสนหนักอึ้งนั้นลง ครามขมวดคิ้วและเมื่อเห็นเบอร์ที่โทรเข้ามาเจ้าตัวก็รู้แล้วว่าทางนั้นคงจะร้อนใจไม่ต่างกัน"เฮีย! ป๊าของฟ้าใสเป็นยังไงบ้าง" เสียงครีมน้องสาวของเขาดังลอดออกมาทันทีที่เขากดรับสาย น้ำเสียงสั่นเครือและเต็มไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด"แม่เพิ่งโทรมาบอกว่าคุณอาโดนรถชน! ท่านเป็นอะไรมากไหมเฮีย? ครีมเป็นห่วงมากเลย!" ความสนิทสนมระหว่างครอบครัวทำให้ครีมรู้สึกผูกพันและตกใจกับข่าวร้ายไม่น้อย"ใจเย็น ๆ ก่อนครีม" ครามตอบกลับพยายามใช้เสียงที่สงบและมั่นคงที่สุดเพื่อไม่ให้น้องสาวที่อยู่ไกลถึงเมืองหลวงต้องตื่นตระหนกไปมากกว่า

  • รักของเราคือรสช็อกโกแลต (วัยรุ่นวัยฝันยุค 90)   เคียงข้าง

    ครามวิ่งมาถึงบริเวณที่จัดกิจกรรมของคณะศิลปกรรมศาสตร์อย่างรวดเร็ว เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายบนขมับและข้างแก้ม ดวงตาคมกวาดมองหากลุ่มเพื่อนของฟ้าใสที่พอจะคุ้นหน้าอยู่บ้างท่ามกลางความวุ่นวายจนกระทั่งไปสะดุดตากับกลุ่มนักศึกษาปีสองในชุดคณะที่กำลังยืนจับกลุ่มคุยกันอยู่ไม่ไกลจากจุดที่ฟ้าใสเคยยืนอยู่ก่อนหน้านี้ เขาจำได้ว่าหนึ่งในนั้นคือเพื่อนสนิทของเธอเขารีบก้าวเท้าเข้าไปหาทันที ลมหายใจหอบเล็กน้อย "น้องครับ....พี่มาหาฟ้าใส" เขาถามออกไปน้ำเสียงเคร่งเครียดและแฝงความกังวลอย่างปิดไม่มิด"เห็นฟ้าใสไหมครับ?"เพื่อน ๆ ของฟ้าใสกลุ่มนั้นหันมามองรุ่นพี่ต่างคณะอย่างแปลกใจระคนสงสัย ปกติไม่ค่อยเห็นเฮียครามคนดังของวิศวะฯ มาทำหน้าตาตื่นแถวนี้เท่าไหร่นัก ก่อนที่เพื่อนคนที่สนิทกับฟ้าใสที่สุดจะรีบตอบ"พี่คราม..." เธอทำหน้างง ๆ เล็กน้อยเรียกชื่อของเขาออกมา "เมื่อกี้ฟ้าใสมันบอกว่าเพจเจอร์เข้า ขอตัวไปโทรศัพท์ค่ะ เห็นวิ่งหน้าตาตื่นไปทางตู้โทรศัพท์ตรงโถงทางเดินนู้นแน่ะค่ะ" หญิงสาวชี้นิ้วไปยังทางเดินด้านในตัวอาคารที่ค่อนข้างเงียบกว่าบริเวณลานกิจกรรม"ไปได้สักพักแล้ว..ยังไม่เห็

  • รักของเราคือรสช็อกโกแลต (วัยรุ่นวัยฝันยุค 90)   ห่วง

    เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จากปีหนึ่งเทอมแรกกิจกรรมรับน้อง การเรียน การสอบ วนเวียนจนกระทั่งทุกอย่างผ่านพ้นไปหนึ่งปีการศึกษาเต็ม ๆความสัมพันธ์ระหว่างครามและฟ้าใสยังคงดำเนินไปในรูปแบบของเพื่อนบ้านและพี่ชายที่แสนดีอย่างที่หลายคนเห็นครามยังคงวนเวียนเข้ามาช่วยเหลือฟ้าใสอยู่เสมอ ทั้งเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวัน อย่างการช่วยถือของ ซื้อขนมมาฝากหรือแม้แต่ช่วยดูเรื่องความปลอดภัยตอนเธอกลับบ้านดึก ๆและบางครั้งก็รวมถึงเรื่องที่มหาวิทยาลัย ทำให้เธอกับเขายิ่งใกล้ชิดกันมากขึ้นโดยปริยายตามประสาคนที่บ้านอยู่ตรงข้ามกันส่วนขุนเขา...เขาก็ยังคงเป็นขุนเขาคนเดิม ไม่เคยถอดใจจากเป้าหมาย แม้จะไม่ได้ทุ่มเทเข้าหาฟ้าใสอย่างหนักหน่วงเหมือนช่วงแรกที่เจอกัน แต่ก็ยังคงหาโอกาสเข้ามาทักทาย ชวนคุยหรือทำตัวเป็นเพื่อนจอมกวนให้เธอได้เห็นหน้าอยู่เสมอส่งผลให้ฟ้าใสถูกเพื่อนสนิทในกลุ่มศิลปกรรมฯ แซวจนหูชาทั้งเรื่องพี่ชายข้างบ้านสุดอบอุ่นและเด็กวิศวะฯ จอมตื๊อหน้ามึนลึก ๆ แล้วฟ้าใสเองก็อดรู้สึกแปลก ๆ ก

  • รักของเราคือรสช็อกโกแลต (วัยรุ่นวัยฝันยุค 90)   น่าอายชะมัด!!

    “นี่อะไรเหรอ?” ฉันถามเสียงเบาพยายามไม่ให้น้ำเสียงของตัวเองสั่น ต้นเม้มปากแน่นเหมือนกำลังรวบรวมความกล้า ก่อนจะพูดออกมารัวเร็ว“เอ่อ… จดหมาย… ฉันเขียนให้เธอ… อยากให้เธออ่านตอนถึงบ้าน”ฉันกะพริบตามองเขาอย่างเหลือเชื่อ ม่านเมฆที่ยืนอยู่ด้านข้

  • รักของเราคือรสช็อกโกแลต (วัยรุ่นวัยฝันยุค 90)   ปัจฉิมนิเทศ

    ก่อนถึงวันสอบปลายภาคไม่กี่วัน นักเรียนชั้นสุดท้ายมักจะมีการแลกสมุดเฟรนด์ชิพกัน ซึ่งฉันเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ได้รับสมุดเฟรนด์ชิพจากเพื่อนหลายคนพวกเราต่างเขียนข้อความให้กันด้วยลายมือของตัวเอง พร้อมกับวาดการ์ตูนตัวเล็กบ้างใหญ่บ้างแล้วแต่ใครจะสามารถทำได้ มีการแปะสติ๊กเกอร์รวมถึงการเขียนคำคมที่ได้รับความ

  • รักของเราคือรสช็อกโกแลต (วัยรุ่นวัยฝันยุค 90)   วันเกิด 4 ปีมีครั้ง

    ตั้งแต่วันที่เราสามคนไปอ่านหนังสือด้วยกัน วันเวลาก็ผ่านไปรวดเร็วอย่างไม่รู้ตัว พริบตาเดียวก็จะหมดเดือนกุมภาพันธ์ ปีนี้เป็นปีอธิกสุรทิน วันที่ 29 กุมภาพันธ์มีเพียงสี่ปีครั้ง ฉันตื่นมาด้วยความรู้สึกตื่นเต้นและรู้สึกแปลกไปพร้อมกันสาเหตุที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะวันนี้คือวันเกิดของฉันและทุกครั้งที่ฉันนึกถ

  • รักของเราคือรสช็อกโกแลต (วัยรุ่นวัยฝันยุค 90)   แรกเจอ

    ครีมรีบก้าวเท้าออกจากอาคารห้องสมุดอย่างรวดเร็ว มือข้างหนึ่งกุมสายสะพายกระเป๋า ส่วนอีกข้างยกขึ้นแตะหน้าผากตัวเองพลางบ่นอุบ“ฉันลืมไปเลย ถ้าเฮียรอนานเดี๋ยวโดนบ่นอีกแน่!”ฉันกับม่านเมฆมองหน้ากันก่อนจะรีบเดินตามเธอออกไป พอพวกเราออกมาถึงลานกว้างหน้าห้องสมุด แสงแดดอ่อนของช่วงเย็นทอดเงาบนพื้นถนนคอนกรีตเส

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status