Share

บทที่ 2

Author: ในน้ำมีปลา
เจียงเฉินหานขอหย่า ตามปกติแล้วเซ่าเยว่จะออกไปข้างนอกก่อนสักพัก แล้วก็จะกลับมาอย่างว่าง่าย จากนั้นก็คอยประจบเอาใจเขายิ่งกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า

ที่ผ่านมาไม่เคยมีครั้งไหนที่เป็นข้อยกเว้น

แน่นอนว่าครั้งนี้ก็เช่นกัน

วันนี้ออกไปอย่างกระตือรือร้น คงเป็นเพราะเสียลูกในท้องไปแล้ว

ส่วนเรื่องลูก...

ในดวงตาของเจียงเฉินหานฉายแววรังเกียจสุดขีด เซ่าเยว่ไม่คู่ควรที่จะให้กำเนิดลูกของเขาสักนิด การที่เธอตั้งท้องได้ ก็เป็นแค่เรื่องบังเอิญล้วน ๆ

ตอนนี้ไม่มีลูกแล้ว แบบนี้แหละดีที่สุด

......

การหย่าร้างมีค่าชดเชย 250 ล้านบาท

บัตรธนาคารกับสัญญาหย่าวางไว้ด้วยกัน

ถ้าเซ่าเยว่เซ็นชื่อเมื่อสามปีก่อน ก็ไม่ต้องเสียอะไรเลย สามารถครอบครองเงินก้อนนั้นได้เลย

แต่สามปีที่เธอเพ้อฝันนั้น ไม่เพียงแต่ทำให้เธอหมดสิ้นทั้งแรงกายแรงใจ แม้แต่ความสามารถในการมีลูกก็ได้รับผลกระทบไปด้วย

ช่างเถอะ

มัวคิดว่าเสียใจทีหลังไหม ก็เป็นเพียงความขัดแย้งในใจที่ไร้ประโยชน์ ซึ่งทำให้มองไม่เห็นความหวัง ชีวิตนั้นควรมองไปข้างหน้า

และการมีเงินย่อมดีกว่าไม่มีเสมอ

เซ่าเยว่พกบัตรธนาคารออกไป เรียกแท็กซี่กลางดึก สุดท้ายรถก็หยุดที่หน้าประตูหมู่บ้านเฟอรี่เลขที่ 1

นี่คือโครงการหรูที่ราคาขั้นต่ำเริ่มต้นที่ 1.5 ล้านต่อตารางเมตร

เพนท์เฮาส์ขนาดใหญ่ มีลิฟต์หนึ่งตัวสำหรับสองบ้าน

มีห้องหนึ่งที่เป็นชื่อของเซ่าเยว่

บ้านหลังนี้เป็นของน้าคนเล็กของเธอ หลังจากแม่เกิดเรื่อง น้าเล็กก็ย้ายไปอยู่ต่างประเทศและทิ้งบ้านหลังนี้ไว้ให้เธอ

เซ่าเยว่เคยคิดว่าจะไม่มีวันได้ใช้มัน แต่ชีวิตมักไม่แน่นอน ตอนนี้หย่าแล้ว มีที่ให้ไปแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน

อาคารเลขที่ 7 ชั้นบนสุด ห้องหมายเลข 1

เซ่าเยว่ลากกระเป๋าเดินทางเข้าไป

ตอนบ่ายได้ติดต่อแม่บ้านให้มาทำความสะอาดล่วงหน้าแล้ว พอมองเข้าไปในห้องก็สะอาดมาก แต่บ้านขนาดเกือบ 300 ตารางเมตร กลับดูโล่งโปร่งมาก

ถ้าเป็นเมื่อก่อนที่ต้องอยู่คนเดียวในบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ เซ่าเยว่คงรู้สึกเปล่าเปลี่ยวมาก

แต่พอทนกับความเย็นชาของเจียงเฉินหานมาถึงสามปี ตอนนี้เธอไม่กลัวอะไรอีกแล้ว ในใจกลับรู้สึกถึงความสงบที่ไม่เคยมีมาก่อน

เซ่าเยว่รู้สึกผ่อนคลาย แต่ก็เหนื่อยล้าสุด ๆ หลังจากล้างหน้าแปรงฟันอย่างรวดเร็วแล้ว เธอก็ล้มตัวลงนอนและหลับไปทันที

“ติ๊ด ๆ”

พอหกโมงเช้า ก็ถูกเสียงนาฬิกาปลุกที่คุ้นเคยปลุกให้ตื่น

ชื่อนาฬิกาปลุกคือ ต้องทำอาหารเช้าให้สามีแล้วนะ

เซ่าเยว่ตื่นเต็มตาในทันที

ปกติเจียงเฉินหานจะกินอาหารเช้าเวลาแปดโมง แต่เขาเป็นคนเลือกกิน ไม่กินอะไรง่าย ๆ ดังนั้นอาหารเช้าจึงต้องใช้เวลาทำประมาณหนึ่งถึงสองชั่วโมง

ถ้าวันก่อนหน้าเขาไปสังสรรค์จนดึกดื่น เซ่าเยว่ก็ต้องดูแลจนเขาเข้านอน กว่าจะนอนก็ตีสองตีสามแล้ว วันต่อมาก็ยังต้องตื่นเช้าเหมือนเดิม

บางครั้งทำแล้ว เจียงเฉินหานก็ไม่แน่ว่าจะกิน อาหารเช้าที่จัดเต็มทั้งโต๊ะ ก็ถูกทิ้งลงถังขยะทั้งหมด

แต่ตอนนี้ ไม่จำเป็นต้องตื่นเช้าอีกแล้ว

ยิ่งไม่ต้องกังวลเลยว่า ความเหน็ดเหนื่อยของตนเองจะถูกทำให้เสียเปล่า

เซ่าเยว่ลบนาฬิกาปลุกอาหารเช้าทิ้ง สวมผ้าปิดตาแล้วนอนต่อ

เธอนึกว่าตัวเองจะนอนไม่หลับ

แต่กลับหลับไปอย่างรวดเร็ว

……

แปดโมงเช้า เจียงเฉินหานลืมตาขึ้น พร้อมกับอาการปวดหัวรุนแรง

เขามีนิสัยที่ถ้าดื่มเยอะแล้วไม่กินยาแก้เมาค้าง วันรุ่งขึ้นจะปวดหัว เมื่อคืนเหนื่อยมากเกินไป เลยลืมดื่มซุปแก้เมาค้าง

ให้ตายเถอะ

แต่บนโต๊ะหัวเตียง มีแก้วน้ำที่มีไอร้อนวางอยู่

ออกไปอย่างเด็ดเดี่ยวซะขนาดนั้น

ก็กลับมาอยู่ดีไม่ใช่เหรอ?

หลังจากเจียงเฉินหานดื่มน้ำอุ่นแก้วนี้ อาการปวดหัวก็ทุเลาลงบ้าง จากนั้นเขาก็ส่งข้อความหากู้อี้ชวนว่า [ฉันชนะแล้ว]

กู้อี้ชวนทั้งอึ้งทั้งนับถือ [เซ่าเยว่จะใจแข็งสักครั้งไม่ได้เลยหรือไง? ตามใจเธอจนไม่มีขอบเขตมากขึ้นทุกทีแล้ว!]

เขาหอนเหมือนหมา [แพ้แบบนี้มันเจ็บใจจริง ๆ บรู๊ววว]

[บ้าเอ๊ย ยิ่งคิดก็ยิ่งหัวร้อน! พี่เจียงรีบแนะนำสาวที่รักฉันแบบหมดใจให้สักคนทีเถอะ ขอร้องล่ะ ให้ฉันได้ลิ้มรสความโชคดีแบบนายบ้าง~~]

เจียงเฉินหานกระตุกมุมปากเล็กน้อย [อย่าทะลึ่ง]

แล้วก็โยนโทรศัพท์ทิ้ง ลุกขึ้นไปล้างหน้าแปรงฟัน

หลังจากลงมาแล้ว กลับไม่เห็นเงาร่างที่คุ้นเคยกำลังยุ่งอยู่

“คนล่ะ?” เขาตะโกนเรียกอย่างเย็นชา

ป้าหลี่ถืออาหารเช้าออกมาจากครัว “คุณผู้ชาย ตื่นแล้วเหรอคะ อาหารเช้าเสร็จแล้วค่ะ!”

เจียงเฉินหานขมวดคิ้ว “ทำไมเป็นป้า?”

“ใช่ค่ะ ป้าเอง”

“น้ำแก้วนั้นป้าก็เป็นคนเทเหรอ?”

ป้าหลี่พยักหน้า “เมื่อคืนคุณนายบอกป้าไว้ว่าวันนี้เธอไม่อยู่ค่ะ ให้ป้ามาเช้าหน่อย”

เจียงเฉินหาน “...”

เห็นสีหน้าเขาไม่ดี ป้าหลี่ก็ตื่นตระหนกเล็กน้อย “คุณผู้ชาย ทานอาหารเช้าก่อนดีไหมคะ...”

เจียงเฉินหานยืนนิ่งอยู่ที่เดิมครู่หนึ่ง ถึงจะไปกินมื้อเช้าด้วยสีหน้าบึ้งตึง

ปรากฏว่าบนโต๊ะอาหารมีเพียงนมหนึ่งแก้ว ขนมปังสองแผ่น ไข่ดาวหนึ่งฟอง และชีสกล่องเล็กหนึ่งกล่องเท่านั้น...

ปกติแล้ว เซ่าเยว่จะทำอาหารเช้าสไตล์กวางตุ้งให้เขา มีติ่มซำหลากหลายถึงเจ็ดแปดอย่าง หน้าตาน่ากิน จัดเต็มสุด ๆ และไม่เคยซ้ำกันเลยในแต่ละวัน

เมื่อเทียบกันแล้ว ต่างกันอย่างน่าใจหาย

ไฟโกรธที่เพิ่งสงบลงไป ก็ลุกโชนขึ้นมาใหม่อีกครั้งทันที

เจียงเฉินหานถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ป้าทำให้ผมกินแค่นี้งั้นเหรอ?”

ป้าหลี่ขนลุกซู่เมื่อถูกถามแบบนั้น “...ขอ...ขออภัยค่ะคุณผู้ชาย! คุณนายทำอาหารเช้าให้คุณมาโดยตลอด ป้าเลยไม่ทราบว่าคุณชอบแบบไหน”

“ไม่รู้ก็โทรไปถามสิ!”

ป้าหลี่พูดอย่างระมัดระวัง “โทรไปแล้วค่ะ แต่โทรไม่ติด...”

เจียงเฉินหาน “...”

ทำได้ดีนี่ เซ่าเยว่!

แต่เจียงเฉินหานไม่กังวลเลยสักนิด เพราะไม่ช้าก็เร็วเซ่าเยว่จะต้องกลับมา

อาจจะไปดักรอเขาที่บริษัทตอนเที่ยง

นี่คือกลยุทธ์ทางอ้อมที่เธอใช้เป็นประจำ

แต่เรื่องวุ่นวายนี้ทำให้เจียงเฉินหานหมดความอยากอาหารทันที จึงหันหลังเดินจากไป

“ปัง!”

แถมกระแทกปิดประตูอย่างแรง

ป้าหลี่ “?”

เป็นอะไรไปล่ะเนี่ย?

เธอรีบโทรหาเซ่าเยว่ โทรอยู่หลายครั้ง แต่ก็ยังโทรไม่ติด

ป้าหลี่รู้สึกสงสัยเล็กน้อย แต่พอคิดไปคิดมา ก็คาดว่าน่าจะเป็นเพราะคุณผู้ชายพูดเรื่องหย่าอีกแล้ว

แต่โดยปกติแล้ว เซ่าเยว่จะคอยติดต่อถามข่าวคราวของคุณผู้ชายจากเธอ และเมื่อเห็นโอกาสเหมาะก็จะรีบกลับบ้านทันที

นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ไม่รับโทรศัพท์

ป้าหลี่คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็เดาว่าเซ่าเยว่อาจจะเรียนรู้กลยุทธ์แสร้งปล่อยเพื่อให้จับ โดยการออกจากบ้านนานขึ้น ให้คุณผู้ชายรู้สึกไม่ชินเมื่อไม่มีเธอ

ดีเลยทีเดียว!

เพราะยังไงทุกคนรู้ดีว่า ใจของเจียงเฉินหานแท้จริงแล้วไม่ได้อยู่กับเซ่าเยว่เลย

ยิ่งไปกว่านั้น เจียงเฉินหานเป็นผู้ชายระดับท็อป มีสิ่งยั่วยุมากมายข้างนอก ถ้าคุณนายไม่พยายามให้หนัก จะมัดใจเขาไว้ได้ยังไงล่ะ?

......

วันเสาร์เซ่าเยว่ไม่ต้องไปทำงาน จึงนอนหลับยาวจนถึงเที่ยง

เธอไม่มีเวลาไปซื้อของสด เลยสั่งอาหารดิลิเวอรีมื้อใหญ่จัดเต็มมาแทน

หลังกินเสร็จ เซ่าเยว่ก็เดินเล่นในงานสัมมนาเทคโนโลยีรอบหนึ่ง บางคนที่เคยคุ้นหน้าคุ้นตา กลายเป็นผู้นำในวงการไปแล้ว

แต่หาข้อมูลของอาจารย์ที่เคารพไม่เจอ

ถ้าเซ่าเยว่จำไม่ผิด อาจารย์กำลังยุ่งอยู่กับการทำวิจัย

สิ่งที่เซ่าเยว่จดจำได้ดีที่สุดคือสายตาที่อาจารย์มองเธอ เหมือนกับความอบอุ่นของแม่ในความทรงจำ

แต่ตัวเองกลับทำให้ท่านผิดหวัง...

เซ่าเยว่รู้สึกขอบตาร้อนกะทันหัน ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโทรออกทันที

“เหยียนโย่ว เรามาเจอกันหน่อยเถอะ”

เฉิงเหยียนโย่วเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของเซ่าเยว่ เมื่อก่อนเขาจะดีใจมากเวลาที่ได้รับโทรศัพท์จากเธอ

แต่ตอนนี้อารมณ์ไม่ค่อยดีนัก

“นัดเธอสิบครั้ง เธอไม่มาตามนัดเก้าครั้ง ถึงแม้ว่าฉันจะเป็นเพื่อนเธอ แต่ถ้าเธอยังทำแบบนี้ต่อไป ฉันก็ทนไม่ไหวหรอกนะ”

เฉิงเหยียนโย่วน้ำเสียงเย็นชา “เธอต้องคิดให้ดีนะว่า เธอแน่ใจที่จะเจอฉันไหม?”

หลังเซ่าเยว่แต่งงาน ก็กลับมาดูแลครอบครัว

ไม่ได้ตั้งใจจะละเลยความสัมพันธ์ แต่ก็ยังทอดทิ้งเพื่อนอยู่ดี

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา เฉิงเหยียนโย่วทุ่มเทกับงานตลอด บริษัทเทคโนโลยีของเธอเริ่มฉายแววโดดเด่นในวงการแล้ว เป็นดาวรุ่งพุ่งแรงเลยทีเดียว

เมื่อช่องว่างระหว่างเธอกับเพื่อนสนิทห่างไกลขึ้นเรื่อย ๆ เซ่าเยว่ก็ไม่มั่นใจ และยิ่งไม่ค่อยเป็นฝ่ายติดต่อไปก่อน

เซ่าเยว่สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะพูดออกมาช้า ๆ ว่า “ฉันหย่าแล้ว”

เฉิงเหยียนโย่วเงียบไปพักหนึ่ง พูดสั้น ๆ ตรงประเด็น “ที่ไหน กี่โมง”

......

เซ่าเยว่นำสัญญาหย่าไปยื่นขอหย่าที่ที่ทำการกิจการพลเรือน หลังจากผ่านช่วงทบทวนตัวเอง 30 วัน ก็สามารถดำเนินการขอใบหย่าได้แล้ว

จัดการธุระเสร็จแล้วยังไม่ถึงบ่ายสาม เซ่าเยว่เลยมาถึงร้านกาแฟที่นัดกับเฉิงเหยียนโย่วไว้ล่วงหน้า

เซ่าเยว่สั่งกาแฟมาหนึ่งแก้ว พอดื่มไปได้ครึ่งแก้ว เธอก็เผลอบีบแก้วกาแฟแน่นขึ้นทันที ร่างทั้งร่างแข็งทื่อ

เธอคิดไม่ถึงเลยว่า ผ่านไปยังไม่ถึงวัน ก็จะเจอเจียงเฉินหานซะแล้ว
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (1)
goodnovel comment avatar
T
ก็สมน้ำหน้าเซาเย่วนะ วิ่งตามผช.จนโดนเขาหยามขนาดนั้นแล้วยังทนให้เขาโขกสับเอง
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี   บทที่ 425

    เขาเคยแบกรับมันไว้ได้แต่ในตอนนี้ เจียงเฉินหานกลับรังเกียจความเงียบสงบเช่นนี้อย่างยิ่ง จนรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก จนอยากจะหนีไปให้พ้นทันใดนั้นเขาก็อยากโทรศัพท์หาเซ่าเยว่ เพื่อฟังเสียงของเธอ...เจียงเฉินหานอดทนไว้เขามีสัญชาตญาณว่า เซ่าเยว่จะไม่รับสายแน่นอนแล้วจะทำให้ตัวเองโมโหซ้ำอีกทำไม!......หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็ววันนั้นเซ่าเยว่ไปดูภาพยนตร์กับซางจื้อเหนียน และได้รับรูปถ่ายคู่ที่เขาถ่ายส่งมาให้ เธอเก็บมันไว้ในโทรศัพท์ทั้งหมดไม่รู้ตัวเลยว่า รูปถ่ายคู่ของเธอกับซางจื้อเหนียน เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือน แต่กลับมีรูปถ่ายมากกว่าตอนที่แต่งงานกับเจียงเฉินหานถึงสามปีเสียอีกเซ่าเยว่บันทึกรูปภาพเหล่านั้นไว้เงียบ ๆยังเหลือเวลาอีกตั้งสองปี ในอนาคตคงจะมีร่องรอยของการอยู่ร่วมกันอีกมากมายและยิ่งเป็นจริงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งโน้มน้าวซางอวิ้นได้มากขึ้นเท่านั้นนอกเหนือจากเรื่องนี้แล้ว สิ่งที่เซ่าเยว่ให้ความสนใจมากที่สุดในขณะนี้คือสิ่งที่เธออยากทำเธอเป็นคนลงมือทำทันที หลังจากดูภาพยนตร์จบ คืนนั้นเธอก็ปรึกษาเรื่องการเปิดบริษัทบันเทิงกับเฉิงเหยียนโย่วก่อนหน้านี้

  • รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี   บทที่ 424

    เจียงอวี่เสียนรู้สึกตกตะลึงอย่างหนัก แม้ว่าเธอจะดูถูกเซ่าเยว่ แต่เซ่าเยว่ก็เคยเป็นพี่สะใภ้ของเธอมาสามปีเต็ม อย่างน้อยพี่ชายของเธอก็ไม่มีผู้หญิงอื่น ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ชู้สาวแต่ต่อมา เซ่าเยว่กลับได้ซางจื้อเหนียนมาเป็นแบ็กอัป จนบีบให้เธอจนมุม เจียงอวี่เสียนแทบจะโมโหจนตายอยู่แล้วซางจื้อเหนียนเป็นคนเย็นชา แข็งกระด้าง ไม่ยืดหยุ่น และเป็นเหมือนพวกบ้าอำนาจที่ต้องมาคุมเธอด้วย เจียงอวี่เสียนย่อมกลัวอยู่แล้ว จึงไม่กล้าทำอะไรเซ่าเยว่ได้มากนัก นอกจากด่าเพื่อระบายความค้างคาใจแต่ไม่เคยคิดเลยว่าทั้งสองคนจะพัฒนาไปในทิศทางของคู่รักได้นี่มันมั่วซั่วไปหมดแล้วไม่ใช่หรือไง?ถ้าเซ่าเยว่กับซางจื้อเหนียนคบกัน แล้วเธอยังต้องเรียกเซ่าเยว่ว่าพี่สะใภ้อยู่ไหม? ดูเหมือนเธอจะไม่ได้สูญเสียอะไร... ไม่สิ ไม่สิ ไม่ควรคิดแบบนั้น! เธอไม่เคยนับซางจื้อเหนียนเป็นพี่ชายของเธอ!“พี่ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ พี่รู้ไหม?” สมองของเจียงอวี่เสียนตื้อไปหมด ก่อนหน้านี้เธอสามารถรังแกเซ่าเยว่ได้ตามใจชอบ แต่ถ้าเซ่าเยว่คบกับซางจื้อเหนียนแล้ว เธอไม่กล้าแล้วนะ!“พี่รู้” เจียงเฉินหานถือโทรศัพท์ไว้ น้ำเสียงเย็นชา“พี่รู้

  • รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี   บทที่ 423

    การเตรียมการจัดตั้งบริษัทบันเทิงถือเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่เซ่าเยว่ชอบการเรียนรู้และทำความเข้าใจในสาขาใหม่ ๆ ตรงกันข้ามมันกลับเป็นพื้นที่สบายใจของเธอ เพราะเธอเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะในฐานะผู้จัดการก็เช่นกันเซ่าเยว่ยังมีงานด้านวิจัยและพัฒนาอยู่ โดยปกติแล้วไม่ควรทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน แต่กฎนี้ใช้ไม่ได้กับเซ่าเยว่ เธอสามารถทำหลายสิ่งหลายอย่างให้สำเร็จได้ในเวลาเดียวกันโจวซูไป๋ “ดีเลยครับ! ผมจะรอข่าวจากพี่!”ในใจของเขาตอนนี้ เซ่าเยว่เปรียบเสมือนเทพเจ้าที่มาโปรดสำหรับโจวซูไป๋ที่ไร้ญาติขาดมิตรในเมืองไห่ และไม่ไว้ใจบริษัทอื่น ๆ การยื่นกิ่งมะกอกของเซ่าเยว่จึงเป็นที่อยู่ที่สมบูรณ์แบบให้เขาได้พักพิงดูเหมือนว่าเขามีกำลังใจขึ้นมาทันที ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกลักพาตัวไปอีก... แต่โจวซูไป๋ยังไม่คิดจะแจ้งความในตอนนี้อีกฝ่ายเป็นผู้มีทรัพยากรมากมาย มีวิธีจัดการกับเขาได้สารพัดอย่าง เขาคิดว่าควรเซ็นสัญญา ถ่ายทำภาพยนตร์อย่างสบายใจ และก้าวไปทีละขั้น หากโชคดีโด่งดังขึ้นมาในภายหลัง เขาก็จะไม่กลัวอีกต่อไป และจะมีแรงพอที่จะตอบโต้การที่โจวซูไป๋ได้พบกับเซ่าเยว่ นับเป็นโชคดีที่สุดยอดมากจริง ๆ

  • รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี   บทที่ 422

    โจวซูไป๋ปิดรอยยิ้มบนใบหน้าไว้ไม่มิด ผิดกับความตื่นตระหนกตอนที่เข้ามาอย่างสิ้นเชิงเขาก้าวเดินไป พลางหันกลับไปมองกองถ่ายอยู่หลายครั้ง ราวกับยังอาลัยอาวรณ์ที่จะจากไปเซ่าเยว่รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยตอนอยู่ที่ชานเมือง โจวซูไป๋ดูเหมือนลูกสุนัขจรจัด แต่ตอนนี้เขากลับเหมือนลูกสุนัขที่เจอเจ้าของและกำลังจะได้ใช้ชีวิตแสนสุข กินแล้วก็นอนไปวัน ๆท่าทีเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง“เขาได้บทแล้วใช่ไหม?”ซางจื้อเหนียนเหลือบมองอย่างเฉยชา “น่าจะใช่”“ทั้งหล่อและมีฝีมือ ยอดเยี่ยมไปเลย” เซ่าเยว่รู้สึกมั่นใจมากขึ้น และดีใจที่เขาได้รับบทนั้นเพราะตอนที่พาเขามาที่นี่ เธอมาพร้อมกับความคิดที่ว่า ‘ลองเสี่ยงดู’ ไม่คิดเลยว่าจะสำเร็จจริง ๆซางจื้อเหนียนมองเซ่าเยว่อย่างลึกซึ้งอีกครั้งไม่รู้ว่าเธอยิ้มไปกี่ครั้งแล้ว...เซ่าเยว่โทรหาโจวซูไป๋ มองจากระยะไกล โจวซูไป๋รับสายพร้อมกับมองไปรอบ ๆ จนกระทั่งเห็นรถของเธอ เขาก็กดตัดสาย แล้วรีบวิ่งมาอย่างรวดเร็วโจวซูไป๋หยุดที่ข้างหน้าต่างรถ ใบหน้าเปี่ยมด้วยรอยยิ้มที่ไม่อาจเก็บซ่อนได้ เสียงของเขาเต็มไปด้วยความยินดี “พี่ครับ ผมได้บทแล้ว!”เขามีความสุขมากจนแม้แต่ซางจื้อเหนียนก็ไม่

  • รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี   บทที่ 421

    “ผู้กำกับครับ ผมจะพยายามอย่างเต็มที่! ผมจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง!”ผู้กำกับเคยเห็นคนที่เมื่อได้รับบทมาแล้วก็ดีใจจนร้องไห้หนักกว่าโจวซูไป๋ ซึ่งทุกคนก็ล้วนแต่เป็นคนหนุ่มสาวที่บริสุทธิ์และจริงใจนิสัยแบบนี้ เหมาะมากกับการแสดงแต่ก็ต้องดูว่าโจวซูไป๋จะสามารถคว้าโอกาสนี้ไว้ได้หรือไม่ด้วยไม่เพียงแค่จะต้องแสดงให้ดี แต่ยังต้องรู้จักการวางตัวด้วยผู้กำกับผ่านโลกมามาก ถือได้ว่าไม่หวั่นไหวต่อคำเยินยอหรือดูถูก แต่กับคนหนุ่มสาวแบบนี้ เขาก็มีความอดทนสูงมาก จึงให้กำลังใจว่า “สู้ๆ”“ผมจะทำได้ครับ! ผมจะทำให้ได้!” โจวซูไป๋พูดซ้ำหลายครั้ง เหมือนเด็กที่พยายามให้ผู้ใหญ่ยอมรับ ก่อนจะจากไปอย่างอาลัยอาวรณ์เขาอยากโทรศัพท์หาแม่ทันที เพื่อบอกแม่ว่าเขาได้บทที่มี เส้นเรื่องตัวละคร บทแรกในชีวิตแล้วแต่ก็ล้มเลิกไป เพราะกลัวว่าตัวเองจะร้องไห้ออกมาก่อนดังนั้นจึงส่งข้อความไปแทน[แม่ครับ ลูกชายแม่กำลังจะประสบความสำเร็จแล้วนะ!][รอหน่อยนะ ผมหาเงินได้จะตอบแทนพระคุณแม่ทันที!][ว่าแต่แม่ครับ ส่งของฝากจากบ้านเรามาให้ผมสองชุดนะ เอาแบบแพงหน่อยนะ เดี๋ยวผมโอนเงินไปให้]โจวซูไป๋ไม่ได้เซ็นสัญญากับบริษัทไหน เขาแอดไลน์ผู

  • รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี   บทที่ 420

    อวี้เจิงจำซางจื้อเหนียนกับเซ่าเยว่ได้ในชั่วพริบตานี่เป็นคนที่ลู่เจี้ยนเฉินเคารพนี่นาอวี้เจิงรู้จักลู่เจี้ยนเฉินจากงานเลี้ยงไฮโซโรลล์-รอยซ์ ตอนนั้นทางแบรนด์เชิญเขาไปเป็นมาสคอต เขาถือว่าเป็นพนักงานขายมือดี จากนั้นก็เห็นลู่เจี้ยนเฉินซื้อรถราคาหลายสิบล้านหนึ่งคันโดยที่ตาไม่กะพริบเลยสักนิดเดียวเลยรู้จักกันแบบนั้นครอบครัวของลู่เจี้ยนเฉินเปิดกิจการธนาคาร สั่งสมต่อกันมาหลายรุ่น ไม่รู้ว่ามีเงินมากน้อยเท่าไรเขามีเงิน มีทรัพยากร มีอำนาจ เป็นทายาทแห่งแวดวงเมืองหลวงที่เกิดมาก็ได้ทั้งอำนาจ ฐานะ และความร่ำรวยไปครอบอย่างง่ายดายอวี้เจิงโชคดีที่ถ่ายละครเรื่องหนึ่งแล้วดังระเบิดจนได้ขึ้นเป็นระดับท็อป แต่เมืองอยู่ต่อหน้าคนอย่างลู่เจี้ยนเฉินแล้ว ไม่นับว่าเป็นอะไรได้จริง ๆ เขาเองก็เคยรู้จักคนในแวดวงของลู่เจี้ยนเฉินมาก่อน แต่ละคนล้วนมีภูมิหลังที่น่าตกใจทั้งนั้นเมื่อได้เจอกับคนที่กระทั่งลู่เจี้ยนเฉินยังยอมก้มหัวให้ อวี้เจิงก็ไม่ได้โง่ถึงขั้นที่ไม่เข้าไปทำความรู้จักสร้างเครือข่ายเอาไว้ไม่กล้าเข้าไปตรง ๆ หรอก แต่วิธีอ้อม ๆ ก็ยังจำเป็นอยู่อวี้เจิงถามผู้จัดการ “ที่วิ่งเข้าไปนั่นน่ะใคร?”ผู้จัดกา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status