Share

บทที่ 4

Author: ในน้ำมีปลา
เซ่าเยว่ไม่ได้เถียงกลับ มองรอยที่นิ้วนางที่ยังไม่จางไปในทันที “รอยนี่น่าเกลียดชะมัด น่าจะถอดออกตั้งนานแล้ว”

เฉิงเหยียนโย่วได้ยินที่เธอพูด ก็พอจะรู้ได้ว่ารอบนี้เซ่าเยว่เอาจริง

แม้จะยังรับประกันไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่อย่างน้อยท่าทีตอนนี้ก็ดีกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา และก็ไม่จำเป็นต้องประชดอะไรอีก แต่ก็ยังอดไม่ได้อยู่ดี

“ความรักของเธอ ยังสู้ข้าวมื้อหนึ่งของฉันไม่ได้เลย”

เซ่าเยว่ไม่ได้อธิบาย “งั้นไปกันเถอะ จะเลี้ยงเธอพอดี”

เฉิงเหยียนโย่วไม่ขยับ เลิกคิ้วมองเธอ “เวลาของฉันมีค่ามากนะ บอกมาก่อนว่าเธอมาหาฉันทำไมกันแน่ จะได้ดูว่าเธอคู่ควรให้ฉันเสียเวลามากินข้าวด้วยหรือเปล่า”

เซ่าเยว่ “...”

เธอเงียบไปครู่หนึ่ง “วิทยานิพนธ์ที่ฉันค้างเอาไว้ก่อนหน้านี้ กำลังเตรียมจะเขียนใหม่ จำเป็นต้องขอยืมห้องแล็บของเธอใช้เก็บข้อมูล”

การเปลี่ยนแปลงในวงการรวดเร็วมาก ต้องทำการปรับเปลี่ยนหลายอย่าง

เซ่าเยว่ไม่กล้าพูดตรง ๆ ทางโทรศัพท์ เพราะความรู้สึกผิดที่คอยกวนใจ

ด้วยนิสัยของเฉิงเหยียนโย่ว คงจะด่าเธอว่ามัวหายหัวไปไหนมาตั้งนาน ถ้าเธอไม่แต่งงาน วิทยานิพนธ์ก็คงจะได้เผยแพร่ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว

ดังคาด เฉิงเหยียนโย่วมองเธอด้วยสายตาเหมือนเห็นสิ่งแปลกประหลาด “เกิดนึกครึ้มอะไรขึ้นมา?”

เซ่าเยว่ “ฉันจริงจัง”

เฉิงเหยียนโย่วมองเธออย่างพินิจพิเคราะห์

เธออยู่ในวงการนี้มาโดยตลอด เมื่อไม่นานมานี้ งานวิจัยของไต้อวิ๋นหานจากมหาวิทยาลัยเอ ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากบรรดาบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ ๆ

แทบไม่มีใครรู้เลยว่า จุดท้าทายสำคัญของโปรเจกต์ที่เขากำลังทำอยู่ตอนนี้ เซ่าเยว่ทำสำเร็จตั้งแต่เมื่อสามปีก่อนแล้ว

และลูจิ-เอ็กซ์ฉบับสมบูรณ์ ก็อยู่ที่บริษัทของเธอ

ในฐานะที่เซ่าเยว่เป็นผู้พัฒนาเพียงคนเดียวของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ลูจิ-เอ็กซ์ อุปสรรคมากมายที่เธอเคยฝ่าฟันมา แค่หยิบขึ้นมาสักข้อเดียว ก็สามารถทำให้ทั้งห้องแล็บถึงกับชะงักได้ เซ่าเยว่คืออัจฉริยะระดับท็อปที่สุดที่เฉิงเหยียนโย่วเคยเจอมา

แต่คนอัจฉริยะคนนี้เป็นพวกคลั่งรัก ไปแต่งงานก็พอว่า แต่ตอนนี้งานที่ทำกลับตกต่ำจนต้องเป็นแค่เลขาตัวเล็ก ๆ ที่คอยเสิร์ฟน้ำเสิร์ฟชาให้คนอื่น

ไม่ยอมทุ่มเทให้กับสายงาน ปล่อยให้พรสวรรค์สูญเปล่า เฉิงเหยียนโย่วไม่เข้าใจเลยจริง ๆ

“เธอหยุดไปสามปี เธอแน่ใจเหรอว่าวิทยานิพนธ์จะยังมีค่าอยู่?”

เซ่าเยว่ “ฉันจะปรับแก้บางส่วน รอให้อาจารย์ออกมา ยืนยันแนวทางการวิจัยกับท่าน ถ้าผ่านแล้วฉันจะทำต่อเลย”

เงื่อนไขคือ อาจารย์ต้องเต็มใจพบเธอก่อน

เฉิงเหยียนโย่ว “งั้นเธอก็คงต้องรออีกนาน อาจารย์อุทิศตนทำวิจัยเพื่อชาติ ช่วงนี้คงไม่ได้ออกมาง่าย ๆ หรอก”

เซ่าเยว่ “ฉันค่อย ๆ รอได้”

เมื่อไม่ยึดติดกับเรื่องที่เจียงเฉินหานจะรักเธออีกต่อไป สิ่งที่เธอมีมากที่สุดก็คือเวลา

เฉิงเหยียนโย่วยังอยากพูดอะไรอีก แต่เธอรู้ดีว่า ถึงแม้เซ่าเยว่จะไม่ได้อยู่ในวงการมาหลายปี แต่สิ่งที่เธอจะวิจัยนั้น ด้วยเทคนิคของตนแล้ว ไม่สามารถให้คำแนะนำอะไรเธอได้เลย

โลกของอัจฉริยะ มันสุดโต่งอยู่แล้ว

เฉิงเหยียนโย่วไม่โน้มน้าวอีก “ข้าวมื้อนี้ ฉันกินกับเธอได้”

เฉิงเหยียนโย่วปากแข็งแต่ใจอ่อน ภายนอกดูเหมือนจำใจ แต่จริง ๆ แล้วแค่แกล้งทำ ถ้าไม่กินด้วยก็คงไม่มาที่นี่เป็นเพื่อนเธอหรอก

เซ่าเยว่ยิ้มเบา ๆ แล้วพูดว่า “ขอบคุณประธานเฉิงที่ให้เกียรติค่ะ”

......

กู้อี้ชวนพาแฟนสาวเน็ตไอดอลที่เพิ่งยืนยันความสัมพันธ์เมื่อชั่วโมงก่อนออกไปเดินชอปปิง แต่กลับไม่คาดคิดว่าจะเจอคนรู้จัก

กำลังจะตามไป คนก็หายไปแล้ว

เขาเดินเข้าไปในร้านขายอัญมณีนั้น ปล่อยให้แฟนสาวเลือกของที่ชอบไปพลาง สอบถามกับพนักงานร้านไปพลาง

ฟังไปฟังมา ก็รู้สึกตื่นเต้นแล้ว

ไอ้สารเลวเจียงเฉินหานนี่ ถึงขั้นหลอกเขา!

ถ้าเซ่าเยว่กลับไปตามง้อแต่โดยดีตั้งแต่เช้าตรู่จริง จะยังขายแหวนแต่งงานได้อีกเหรอ?

เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็หันไปนัดเพื่อนกลุ่มหนึ่งออกมา

ตอนกลางคืน ทุกคนกำลังดื่มกันอย่างสนุกสนาน

ในที่สุด เจียงเฉินหานก็โผล่มา

พอเห็นเขา กู้อี้ชวนก็แกล้งพูดเสียงดังขึ้นมา “พวกนายว่า จู่ ๆ เซ่าเยว่ก็ขายแหวนแต่งงานแบบนี้ นี่กำลังแสดงละครบทไหนอยู่นะ?”

ทุกครั้งที่ปาร์ตี้กัน ทุกคนก็มักจะหาเรื่องแซวเซ่าเยว่กันเป็นเรื่องสนุก ตอนแรกก็ยังกังวลว่าเจียงเฉินหานจะไม่พอใจอยู่หรอก

ถ้าเจียงเฉินหานขมวดคิ้วนิดเดียว ก็คงไม่มีใครกล้าพูดอะไรต่อ แต่ปรากฏว่าพวกเขาคิดมากกันไปเอง

เจียงเฉินหานไม่แคร์เลยสักนิด แม้แต่แซวกันต่อหน้าก็ยังไม่มีปัญหา

แต่วันนี้ยังไม่ทันที่ทุกคนจะได้พูดอะไร เจียงเฉินหานก็เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ “แสดงให้ฉันดูนี่แหละ”

ที่เซ่าเยว่พูดในร้านกาแฟ สวี่หลินเล่าให้เขาฟังหมดทุกอย่างแล้ว

เขาไม่แปลกใจเลยว่านั่นเป็นการแสร้งทำ

แต่เขาก็คิดเหมือนสวี่หลิน เซ่าเยว่คงโดนกระตุ้นถึงได้เป็นแบบนี้

การขายแหวนแต่งงาน ก็ย่อมเป็นกลยุทธ์ของเธออยู่แล้ว

“แสดงละครเหรอ? ก็เหมือนจะเป็นเรื่องที่เซ่าเยว่ทำออกมาได้จริง ๆ”

“แต่กลยุทธ์นี้ใช้กับพี่เจียงของเราไม่ได้ผลหรอก ใครก็รู้ว่าหลังจากพี่เจียงแต่งงานแล้ว ก็ไม่เคยใส่แหวนแต่งงานเลย”

กู้อี้ชวนเปิดโปงหมดเปลือก “ในโอกาสพิเศษเขาก็ใส่อยู่แล้วล่ะ แต่ยังไงก็ไม่กล้าไม่ใส่ตอนอยู่ต่อหน้าคุณปู่เจียง...”

เจียงเฉินหานปรายตามองเขาอย่างไม่พอใจ

กู้อี้ชวนรีบกระแอมไอทีหนึ่ง “ใช่ ๆ ๆ ไม่เคยใส่เลย! ไม่เคยใส่สักครั้งเดียว!”

พอพูดจบ สีหน้าของเจียงเฉินหานถึงได้ดูดีขึ้น

กู้อี้ชวนกระตุกมุมปากเล็กน้อย แล้วถามอีกว่า “...หลังจากนั้นฉันเห็นเซ่าเยว่ยังไปที่ร้านขายเครื่องประดับร้านอื่นอีก คาดว่าอยากจะซื้อแหวนคู่รักใหม่มาให้นาย นายจะใส่ไหม?”

เจียงเฉินหานทำเหมือนไม่ได้ยิน

นิ้วมือเรียวยาวกำลังเล่นโทรศัพท์ ในดวงตาเปลี่ยนไปมีแววอบอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย

เจียงเฉินหานนั้นสมกับชื่อของเขา เขาเป็นพวกเย็นชาสง่างามที่มีความอดกลั้นสูง ความอ่อนโยนที่ปรากฏอยู่บนหว่างคิ้วนั้นพบเห็นได้ยากมาก

กู้อี้ชวนรีบเข้าไปดูใกล้ ๆ ก็เห็นว่าเขากำลังคุยกับเซี่ยอวิ๋นซูอยู่

แต่พอหันมาอีกที มือถือก็ล็อกหน้าจอไปซะแล้ว

เจียงเฉินหานเงยหน้าขึ้น สีหน้าไม่พอใจที่ถูกรบกวน “นายเรียกฉันมา เพราะเรื่องน่าเบื่อเรื่องนี้น่ะเหรอ?”

กู้อี้ชวนพอจะมองออกว่า ต่อให้เซ่าเยว่จะไม่กลับบ้านเป็นเดือน เจียงเฉินหานก็ไม่สนใจเลย

ไม่ว่าเซ่าเยว่จะทำเรื่องวุ่นวายอะไรออกมาแค่ไหน ขอแค่เจียงเฉินหานไม่สนใจ ก็ไม่มีความหมายอะไรทั้งนั้น และย่อมไม่ได้เห็นความสนุกสนานของเขาด้วยเช่นกัน

กู้อี้ชวนส่งเสียงจิ๊อย่างเสียดาย “แม้ว่าฉันจะไม่ชนะ แต่นายแพ้ก่อนนะ อย่าลืมเลี้ยงข้าวด้วย”

เดิมพันเรื่องเซ่าเยว่จะกลับมาเมื่อไร

เจียงเฉินหานให้ความร่วมมือมาก “นายบอกเวลามาได้เลย”

กู้อี้ชวน “ใกล้จะวันเกิดเซี่ยคนสวยแล้ว เอาเป็นวันนั้นเลยแล้วกัน มาสนุกด้วยกัน”

เจียงเฉินหาน “ถึงนายไม่พูด ก็จะเชิญพวกนายมาอยู่ดี”

กู้อี้ชวน “ที่แท้นายวางแผนไว้ตั้งนานแล้วนี่เอง ใส่ใจดีจริง ๆ เลยนะ”

ใส่ใจกับไม่ใส่ใจ มันช่างแตกต่างกันจริง ๆ

ถ้าเขาจำไม่ผิด วันเกิดของเซ่าเยว่คือเมื่อหนึ่งเดือนที่แล้ว

วันนั้นเจียงเฉินหานไปสังสรรค์ดื่มเหล้าด้วยกันกับพวกเขา ระหว่างนั้นเซ่าเยว่โทรมา แต่เจียงเฉินหานดื่มหนักเลยไม่ได้รับสาย จึงเป็นเขาที่รับแทน

ประโยคแรกที่เธอพูดคือ “นายยังยุ่งอยู่อีกเหรอ? วันเกิดฉันผ่านไปแล้วนะ”

ตอนนั้นเป็นเวลาตีหนึ่ง

กู้อี้ชวน “ฉันเอง โทษที พี่เจียงดื่มหนักไปหน่อย... เอ่อ สุขสันต์วันเกิดนะ”

เซ่าเยว่เงียบไปไม่กี่วินาที ราวกับยอมรับเรื่องที่สามีลืมวันเกิดของเธอได้ทั้งหมด จากนั้นก็ฝากให้เขาดูแลเจียงเฉินหานให้ดี ไม่บ่นแม้แต่คำเดียว

ตอนนั้นกู้อี้ชวนคิดในใจว่า เซ่าเยว่ช่างเป็นนักรักคนหนึ่งจริง ๆ

......

เวลาเช้ามืด เจียงเฉินหานเลิกจากปาร์ตี้ของกู้อี้ชวนแล้วกลับถึงบ้าน

ตอนเดินผ่านห้องนั่งเล่น เขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมา แล้วเหลือบมองไปที่โซฟา

ไม่เห็นเงาร่างที่คุ้นเคย

พอขึ้นไปชั้นบน ห้องรับรองแขกที่ปลายสุดของทางเดินก็มืดสนิท

นี่คือห้องของเซ่าเยว่ เป็นห้องที่อยู่ชั้นสองและไกลจากห้องนอนหลักมากที่สุด

ผ่านไปหนึ่งวันแล้ว เธอก็ยังไม่กลับมา

เจียงเฉินหานไม่ได้ใส่ใจ หันหลังกลับเข้าไปในห้องนอนหลัก

วันจันทร์ วันทำงาน

เจียงเฉินหานล้างหน้าแปรงฟันเสร็จแล้วก็ลงมาข้างล่าง ป้าหลี่ยุ่งอยู่กับการจัดเตรียมอาหารเช้าเต็มโต๊ะให้เขา เขาเหลือบมองแล้วก็ไม่ได้รู้สึกอยากกินนัก แต่ก็ยังนั่งลงที่โต๊ะอาหารอยู่ดี

ป้าหลี่ถอนหายใจด้วยความโล่งอกในที่สุด

สองวันที่คุณนายไม่อยู่บ้าน แต่ละวันผ่านไปอย่างยากเย็นเหลือเกิน

เจียงเฉินหานเป็นคนที่ได้รับการอบรมมาดี แทบไม่เคยระเบิดอารมณ์ใส่คนใช้เลย แต่ก็ไม่อาจต้านทานกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากตัวเขาได้ สำหรับคนตัวเล็ก ๆ อย่างเธอ แค่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ก็รู้สึกกดดันไม่น้อยแล้ว

“คุณผู้ชาย ค่อย ๆ ทานนะคะ”

อาหารก็ไม่ได้ถึงกับกินไม่ได้ แต่ถ้าเทียบกับของเซ่าเยว่แล้ว มักจะขาดอะไรบางอย่างอยู่เสมอ

เพียงแค่สองวัน เจียงเฉินหานก็เริ่มคิดถึงอาหารเช้าที่เซ่าเยว่ทำให้บ้างแล้ว “เธอโทรหาป้าบ้างไหม?”

ป้าหลี่กำลังจะออกไป จู่ ๆ ก็สะดุ้งขึ้นมา “อะ อะ...อะไรนะคะ?”

เจียงเฉินหานขมวดคิ้ว

ป้าหลี่ “!”

เธอรีบตั้งสติทันที แล้วรีบพูดว่า “เปล่าค่ะ!”

เจียงเฉินหานขมวดคิ้วแน่นขึ้นกว่าเดิม “ไม่สักครั้งเลยเหรอ?”
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี   บทที่ 425

    เขาเคยแบกรับมันไว้ได้แต่ในตอนนี้ เจียงเฉินหานกลับรังเกียจความเงียบสงบเช่นนี้อย่างยิ่ง จนรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก จนอยากจะหนีไปให้พ้นทันใดนั้นเขาก็อยากโทรศัพท์หาเซ่าเยว่ เพื่อฟังเสียงของเธอ...เจียงเฉินหานอดทนไว้เขามีสัญชาตญาณว่า เซ่าเยว่จะไม่รับสายแน่นอนแล้วจะทำให้ตัวเองโมโหซ้ำอีกทำไม!......หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็ววันนั้นเซ่าเยว่ไปดูภาพยนตร์กับซางจื้อเหนียน และได้รับรูปถ่ายคู่ที่เขาถ่ายส่งมาให้ เธอเก็บมันไว้ในโทรศัพท์ทั้งหมดไม่รู้ตัวเลยว่า รูปถ่ายคู่ของเธอกับซางจื้อเหนียน เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือน แต่กลับมีรูปถ่ายมากกว่าตอนที่แต่งงานกับเจียงเฉินหานถึงสามปีเสียอีกเซ่าเยว่บันทึกรูปภาพเหล่านั้นไว้เงียบ ๆยังเหลือเวลาอีกตั้งสองปี ในอนาคตคงจะมีร่องรอยของการอยู่ร่วมกันอีกมากมายและยิ่งเป็นจริงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งโน้มน้าวซางอวิ้นได้มากขึ้นเท่านั้นนอกเหนือจากเรื่องนี้แล้ว สิ่งที่เซ่าเยว่ให้ความสนใจมากที่สุดในขณะนี้คือสิ่งที่เธออยากทำเธอเป็นคนลงมือทำทันที หลังจากดูภาพยนตร์จบ คืนนั้นเธอก็ปรึกษาเรื่องการเปิดบริษัทบันเทิงกับเฉิงเหยียนโย่วก่อนหน้านี้

  • รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี   บทที่ 424

    เจียงอวี่เสียนรู้สึกตกตะลึงอย่างหนัก แม้ว่าเธอจะดูถูกเซ่าเยว่ แต่เซ่าเยว่ก็เคยเป็นพี่สะใภ้ของเธอมาสามปีเต็ม อย่างน้อยพี่ชายของเธอก็ไม่มีผู้หญิงอื่น ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ชู้สาวแต่ต่อมา เซ่าเยว่กลับได้ซางจื้อเหนียนมาเป็นแบ็กอัป จนบีบให้เธอจนมุม เจียงอวี่เสียนแทบจะโมโหจนตายอยู่แล้วซางจื้อเหนียนเป็นคนเย็นชา แข็งกระด้าง ไม่ยืดหยุ่น และเป็นเหมือนพวกบ้าอำนาจที่ต้องมาคุมเธอด้วย เจียงอวี่เสียนย่อมกลัวอยู่แล้ว จึงไม่กล้าทำอะไรเซ่าเยว่ได้มากนัก นอกจากด่าเพื่อระบายความค้างคาใจแต่ไม่เคยคิดเลยว่าทั้งสองคนจะพัฒนาไปในทิศทางของคู่รักได้นี่มันมั่วซั่วไปหมดแล้วไม่ใช่หรือไง?ถ้าเซ่าเยว่กับซางจื้อเหนียนคบกัน แล้วเธอยังต้องเรียกเซ่าเยว่ว่าพี่สะใภ้อยู่ไหม? ดูเหมือนเธอจะไม่ได้สูญเสียอะไร... ไม่สิ ไม่สิ ไม่ควรคิดแบบนั้น! เธอไม่เคยนับซางจื้อเหนียนเป็นพี่ชายของเธอ!“พี่ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ พี่รู้ไหม?” สมองของเจียงอวี่เสียนตื้อไปหมด ก่อนหน้านี้เธอสามารถรังแกเซ่าเยว่ได้ตามใจชอบ แต่ถ้าเซ่าเยว่คบกับซางจื้อเหนียนแล้ว เธอไม่กล้าแล้วนะ!“พี่รู้” เจียงเฉินหานถือโทรศัพท์ไว้ น้ำเสียงเย็นชา“พี่รู้

  • รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี   บทที่ 423

    การเตรียมการจัดตั้งบริษัทบันเทิงถือเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่เซ่าเยว่ชอบการเรียนรู้และทำความเข้าใจในสาขาใหม่ ๆ ตรงกันข้ามมันกลับเป็นพื้นที่สบายใจของเธอ เพราะเธอเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะในฐานะผู้จัดการก็เช่นกันเซ่าเยว่ยังมีงานด้านวิจัยและพัฒนาอยู่ โดยปกติแล้วไม่ควรทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน แต่กฎนี้ใช้ไม่ได้กับเซ่าเยว่ เธอสามารถทำหลายสิ่งหลายอย่างให้สำเร็จได้ในเวลาเดียวกันโจวซูไป๋ “ดีเลยครับ! ผมจะรอข่าวจากพี่!”ในใจของเขาตอนนี้ เซ่าเยว่เปรียบเสมือนเทพเจ้าที่มาโปรดสำหรับโจวซูไป๋ที่ไร้ญาติขาดมิตรในเมืองไห่ และไม่ไว้ใจบริษัทอื่น ๆ การยื่นกิ่งมะกอกของเซ่าเยว่จึงเป็นที่อยู่ที่สมบูรณ์แบบให้เขาได้พักพิงดูเหมือนว่าเขามีกำลังใจขึ้นมาทันที ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกลักพาตัวไปอีก... แต่โจวซูไป๋ยังไม่คิดจะแจ้งความในตอนนี้อีกฝ่ายเป็นผู้มีทรัพยากรมากมาย มีวิธีจัดการกับเขาได้สารพัดอย่าง เขาคิดว่าควรเซ็นสัญญา ถ่ายทำภาพยนตร์อย่างสบายใจ และก้าวไปทีละขั้น หากโชคดีโด่งดังขึ้นมาในภายหลัง เขาก็จะไม่กลัวอีกต่อไป และจะมีแรงพอที่จะตอบโต้การที่โจวซูไป๋ได้พบกับเซ่าเยว่ นับเป็นโชคดีที่สุดยอดมากจริง ๆ

  • รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี   บทที่ 422

    โจวซูไป๋ปิดรอยยิ้มบนใบหน้าไว้ไม่มิด ผิดกับความตื่นตระหนกตอนที่เข้ามาอย่างสิ้นเชิงเขาก้าวเดินไป พลางหันกลับไปมองกองถ่ายอยู่หลายครั้ง ราวกับยังอาลัยอาวรณ์ที่จะจากไปเซ่าเยว่รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยตอนอยู่ที่ชานเมือง โจวซูไป๋ดูเหมือนลูกสุนัขจรจัด แต่ตอนนี้เขากลับเหมือนลูกสุนัขที่เจอเจ้าของและกำลังจะได้ใช้ชีวิตแสนสุข กินแล้วก็นอนไปวัน ๆท่าทีเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง“เขาได้บทแล้วใช่ไหม?”ซางจื้อเหนียนเหลือบมองอย่างเฉยชา “น่าจะใช่”“ทั้งหล่อและมีฝีมือ ยอดเยี่ยมไปเลย” เซ่าเยว่รู้สึกมั่นใจมากขึ้น และดีใจที่เขาได้รับบทนั้นเพราะตอนที่พาเขามาที่นี่ เธอมาพร้อมกับความคิดที่ว่า ‘ลองเสี่ยงดู’ ไม่คิดเลยว่าจะสำเร็จจริง ๆซางจื้อเหนียนมองเซ่าเยว่อย่างลึกซึ้งอีกครั้งไม่รู้ว่าเธอยิ้มไปกี่ครั้งแล้ว...เซ่าเยว่โทรหาโจวซูไป๋ มองจากระยะไกล โจวซูไป๋รับสายพร้อมกับมองไปรอบ ๆ จนกระทั่งเห็นรถของเธอ เขาก็กดตัดสาย แล้วรีบวิ่งมาอย่างรวดเร็วโจวซูไป๋หยุดที่ข้างหน้าต่างรถ ใบหน้าเปี่ยมด้วยรอยยิ้มที่ไม่อาจเก็บซ่อนได้ เสียงของเขาเต็มไปด้วยความยินดี “พี่ครับ ผมได้บทแล้ว!”เขามีความสุขมากจนแม้แต่ซางจื้อเหนียนก็ไม่

  • รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี   บทที่ 421

    “ผู้กำกับครับ ผมจะพยายามอย่างเต็มที่! ผมจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง!”ผู้กำกับเคยเห็นคนที่เมื่อได้รับบทมาแล้วก็ดีใจจนร้องไห้หนักกว่าโจวซูไป๋ ซึ่งทุกคนก็ล้วนแต่เป็นคนหนุ่มสาวที่บริสุทธิ์และจริงใจนิสัยแบบนี้ เหมาะมากกับการแสดงแต่ก็ต้องดูว่าโจวซูไป๋จะสามารถคว้าโอกาสนี้ไว้ได้หรือไม่ด้วยไม่เพียงแค่จะต้องแสดงให้ดี แต่ยังต้องรู้จักการวางตัวด้วยผู้กำกับผ่านโลกมามาก ถือได้ว่าไม่หวั่นไหวต่อคำเยินยอหรือดูถูก แต่กับคนหนุ่มสาวแบบนี้ เขาก็มีความอดทนสูงมาก จึงให้กำลังใจว่า “สู้ๆ”“ผมจะทำได้ครับ! ผมจะทำให้ได้!” โจวซูไป๋พูดซ้ำหลายครั้ง เหมือนเด็กที่พยายามให้ผู้ใหญ่ยอมรับ ก่อนจะจากไปอย่างอาลัยอาวรณ์เขาอยากโทรศัพท์หาแม่ทันที เพื่อบอกแม่ว่าเขาได้บทที่มี เส้นเรื่องตัวละคร บทแรกในชีวิตแล้วแต่ก็ล้มเลิกไป เพราะกลัวว่าตัวเองจะร้องไห้ออกมาก่อนดังนั้นจึงส่งข้อความไปแทน[แม่ครับ ลูกชายแม่กำลังจะประสบความสำเร็จแล้วนะ!][รอหน่อยนะ ผมหาเงินได้จะตอบแทนพระคุณแม่ทันที!][ว่าแต่แม่ครับ ส่งของฝากจากบ้านเรามาให้ผมสองชุดนะ เอาแบบแพงหน่อยนะ เดี๋ยวผมโอนเงินไปให้]โจวซูไป๋ไม่ได้เซ็นสัญญากับบริษัทไหน เขาแอดไลน์ผู

  • รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี   บทที่ 420

    อวี้เจิงจำซางจื้อเหนียนกับเซ่าเยว่ได้ในชั่วพริบตานี่เป็นคนที่ลู่เจี้ยนเฉินเคารพนี่นาอวี้เจิงรู้จักลู่เจี้ยนเฉินจากงานเลี้ยงไฮโซโรลล์-รอยซ์ ตอนนั้นทางแบรนด์เชิญเขาไปเป็นมาสคอต เขาถือว่าเป็นพนักงานขายมือดี จากนั้นก็เห็นลู่เจี้ยนเฉินซื้อรถราคาหลายสิบล้านหนึ่งคันโดยที่ตาไม่กะพริบเลยสักนิดเดียวเลยรู้จักกันแบบนั้นครอบครัวของลู่เจี้ยนเฉินเปิดกิจการธนาคาร สั่งสมต่อกันมาหลายรุ่น ไม่รู้ว่ามีเงินมากน้อยเท่าไรเขามีเงิน มีทรัพยากร มีอำนาจ เป็นทายาทแห่งแวดวงเมืองหลวงที่เกิดมาก็ได้ทั้งอำนาจ ฐานะ และความร่ำรวยไปครอบอย่างง่ายดายอวี้เจิงโชคดีที่ถ่ายละครเรื่องหนึ่งแล้วดังระเบิดจนได้ขึ้นเป็นระดับท็อป แต่เมืองอยู่ต่อหน้าคนอย่างลู่เจี้ยนเฉินแล้ว ไม่นับว่าเป็นอะไรได้จริง ๆ เขาเองก็เคยรู้จักคนในแวดวงของลู่เจี้ยนเฉินมาก่อน แต่ละคนล้วนมีภูมิหลังที่น่าตกใจทั้งนั้นเมื่อได้เจอกับคนที่กระทั่งลู่เจี้ยนเฉินยังยอมก้มหัวให้ อวี้เจิงก็ไม่ได้โง่ถึงขั้นที่ไม่เข้าไปทำความรู้จักสร้างเครือข่ายเอาไว้ไม่กล้าเข้าไปตรง ๆ หรอก แต่วิธีอ้อม ๆ ก็ยังจำเป็นอยู่อวี้เจิงถามผู้จัดการ “ที่วิ่งเข้าไปนั่นน่ะใคร?”ผู้จัดกา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status