Share

บทที่ 5

Author: ในน้ำมีปลา
“ใช่...ใช่ค่ะ คุณนายไม่ได้โทรหาป้า ป้าก็โทรไม่ติดเหมือนกัน อาจ...อาจจะบล็อกป้าไปแล้วก็ได้มั้งคะ”

“แกร๊ก”

เจียงเฉินหานวางตะเกียบลง เดินจากไปด้วยสีหน้าเย็นชา

ป้าหลี่ “...”

เธอคิดผิดแล้ว แค่คุณนายทำให้คุณผู้ชายไม่พอใจ เขาก็จะโมโหทันที

เดิมทีป้าหลี่หวังว่าเซ่าเยว่จะปล่อยให้คุณเจียงรอก่อนอีกหลายวัน แต่ตอนนี้ไม่คิดแบบนี้แล้ว

คนนอกอย่างเธอยังดูออกเลยว่าคุณเจียงชอบแบบอ่อนโยน ไม่ชอบแบบแข็งกร้าว เซ่าเยว่คงรู้ดีกว่าใครอยู่แล้ว ตั้งแต่แรกก็ไม่ควรเล่นแผนแสร้งปล่อยเพื่อให้จับแบบนี้เลย

เซ่าเยว่ทำแบบนี้ ทำให้ชีวิตของเธอก็ลำบากขึ้นไปด้วย

ช่างน่ารำคาญจริง ๆ

……

เจียงเฉินหานมาถึงบริษัท หลังจากประชุมประจำวันเสร็จไม่นาน เลขาก็เคาะประตูเข้ามา พร้อมส่งถุงของขวัญมาให้

เจียงเฉินหานเปิดดู

ป็นแหวนเรียบ ๆ วงหนึ่ง

กู้อี้ชวนบอกอีกว่า หลังเซ่าเยว่ขายแหวนแต่งงานไปแล้ว ยังไปเดินดูร้านเครื่องประดับอื่น ๆ อีกด้วย

ดังนั้นสองวันที่หายไป จริง ๆ แล้วรออยู่ที่นี่เหรอ?

อีกเดี๋ยวคงหิ้วข้าวกล่องมาส่งที่บริษัทอีกเหมือนเคยสินะ

เจียงเฉินหานขมวดคิ้วขึ้นในทันที

ปิดกล่องแหวน แล้ววางไว้ข้าง ๆ อย่างไม่ใส่ใจ จากนั้นก็ทุ่มเทกับงานต่อ

ผ่านไปสักพัก เขาโทรศัพท์แจ้งสวี่หลินด้วยเสียงเย็นชา “วันนี้ห้ามให้เซ่าเยว่เข้าบริษัทเด็ดขาด!”

เขาไม่ชอบที่เซ่าเยว่ใช้เล่ห์เหลี่ยมเล่นกับเขา

หลังวางสาย เจียงเฉินหานก็โยนกล่องแหวนลงถังขยะอย่างไม่ไยดี

……

วันจันทร์ วันทำงาน

เซ่าเยว่นั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเองอย่างตรงเวลา

หลังแต่งงานใหม่ ๆ เธอไม่ได้ไปทำงาน แต่ในงานเลี้ยงครอบครัวครั้งหนึ่ง ขณะที่คุณปู่เจียงไม่ได้อยู่ที่นั่น แม่ของเจียงเฉินหาน ไช่อิ๋ง ก็ได้ตำหนิเธอต่อหน้าคนทั้งงาน

บอกว่าเธอไม่ทำอะไรเลย เอาแต่กินดื่มฟรี ๆ อยู่ที่บ้าน แถมยังไม่มีลูกอีกต่างหาก ดูแลเจียงเฉินหานก็ดูแลไม่ดี เวลาออกไปเจอเพื่อนแล้วพูดถึงสะใภ้คนนี้ ก็ไม่มีหน้าไปอวดใครได้เลย

ตอนนั้นเจียงเฉินหานก็อยู่ด้วย แต่กลับไม่ช่วยออกปากปกป้องเธอ ปล่อยให้แม่ของเขาพูดจาทำร้ายเธออย่างเจ็บแสบ

ในคืนนั้นเอง เซ่าเยว่ส่งเรซูเม่สมัครงานทันที

ไม่ใช่เจียงซื่อกรุป แต่เป็นเอสกรุป

เอสกรุปเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่ก่อตั้งมาไม่ถึงห้าปี มีมูลค่าตลาดทะลุห้าล้านล้านบาทไปแล้ว

ในฐานะที่เอสกรุปเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับแนวหน้า แม้แต่ตำแหน่งเลขา ก็ยังต้องเป็นบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับประเทศ

เซ่าเยว่จบจากมหาวิทยาลัยเอ วุฒิการศึกษาเพียงพอแล้ว แถมเธอยังเรียนสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่กำลังมาแรงที่สุด จึงสามารถเข้าแผนกวิจัยและพัฒนาได้

แต่โดยทั่วไป งานสายเทคนิคมักจะทำตั้งแต่เก้าโมงเช้าถึงสามทุ่ม หกวันต่อสัปดาห์ ถ้าโปรเจกต์ใหญ่ก็ต้องทุ่มเททำงานกันทั้งวันทั้งคืน แบบนี้ก็ไม่มีเวลาไปดูแลเจียงเฉินหานแล้ว

เซ่าเยว่จึงเลือกตำแหน่งงานฝ่ายบริหารที่ไม่หนักมากนัก กลายเป็นเลขาของสำนักงาน CEO

หลังจากคุณปู่เจียงรู้เรื่อง ก็หวังว่าเธอจะกลับไปที่เจียงซื่อกรุป

ยังไงก็เป็นบริษัทของบ้านตัวเอง ไม่ต้องเคร่งครัดเรื่องเวลาเข้างานหรือเลิกงาน ไม่ลำบากเกินไป และยังมีอิสระอีกด้วย

เซ่าเยว่รู้ดีว่าไช่อิ๋งเกลียดชังเธอมาก ถ้าไปทำงานที่เจียงซื่อกรุป ก็จะยิ่งง่ายต่อการทำให้เธออับอาย แถมยังจะถูกด่าว่าตั้งใจจะยึดทรัพย์สินของตระกูลเจียงอีกด้วย

ที่เอสกรุป ไม่มีเรื่องวุ่นวายเหล่านี้

เพราะเซ่าเยว่ท้อง สัปดาห์ที่แล้วจึงเขียนใบลาออกไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ตอนนี้ไม่คิดจะยื่นแล้ว

เธอต้องเขียนวิทยานิพนธ์ใหม่ จำเป็นต้องเข้าใจข้อมูลในสายงาน เอสกรุปเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุด อาศัยบริษัททำให้ได้รับทรัพยากรและโอกาสจำนวนมาก

งานเลขานุการที่ค่อนข้างสบาย ทำให้เธอมีเวลามากพอที่จะใช้กับการเขียนวิทยานิพนธ์

“เซ่าเยว่ วันนี้ไม่เอาข้าวกล่องมาด้วยเหรอ?”

เพื่อนร่วมงานโต๊ะข้าง ๆ ถามขึ้นด้วยความสงสัย

บางครั้งเซ่าเยว่ก็หิ้วข้าวกล่องกล่องสวย ๆ มาทำงานด้วย แต่พอถึงตอนเที่ยงก็หิ้วข้าวกล่องออกจากบริษัทไป ไม่รู้ว่าไปให้ใคร

ข้าวกล่องนั้น เซ่าเยว่ทำให้เจียงเฉินหาน

เวลาเจียงเฉินหานไปพบปะสังสรรค์เชิงธุรกิจก็มักจะดื่มเหล้า วันต่อมาเธอจะตื่นเช้ามาก ทำข้าวกล่องที่ช่วยบำรุงกระเพาะให้เขา

เจียงเฉินหานหิ้วข้าวกล่องไปที่บริษัทเป็นเรื่องง่ายที่สุดแล้ว แต่เขากลับเห็นว่าเป็นเรื่องยุ่งยาก ไม่ยอมทำแม้แต่เรื่องง่าย ๆ ที่สะดวกจะทำ

เซ่าเยว่จึงต้องหิ้วข้าวกล่องของเขาไปที่บริษัท ช่วงพักกลางวันเธอจะเรียกรถไปส่งให้

โชคดีที่ระยะทางไม่ไกล และเวลายังพอทัน

เซ่าเยว่ “ไม่อยากทำข้าวกล่องแล้วน่ะ”

และก็ไม่จำเป็นแล้วด้วย

ตอนนี้เอง หัวหน้าฝ่ายเลขานุการ มั่วหนานหว่าน ก็เดินเข้ามาด้วยท่าทีรีบร้อน พร้อมประกาศข่าวสำคัญ

“ประธานกรุปจะกลับประเทศวันจันทร์หน้า เราต้องจัดเรียงรวบรวมเอกสารจากแต่ละฝ่ายให้เรียบร้อย เพื่อให้ท่านประธานสามารถตรวจสอบเอกสารได้ครบถ้วนและถูกต้อง”

มั่วหนานหว่านเคาะโต๊ะอย่างเด็ดขาดและรวดเร็ว “ทุกคนเร่งมือกันหน่อย”

การเติบโตของเอสกรุปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเป็นดั่งปาฏิหาริย์ แต่สิ่งที่ลึกลับที่สุดก็คือผู้ก่อตั้งของบริษัทนี้

เขาออกไปบุกเบิกตลาดในต่างประเทศมาโดยตลอด ส่วนคนที่ดูแลบริษัทอยู่คือรองประธาน เฟิงเยี่ยน

ผู้มีอำนาจตัวจริงของกรุป เซ่าเยว่ไม่เคยเจอเลย

หลังจากที่ทุกคนตกใจและตื่นเต้นกันแล้ว ก็เริ่มต้นวันอันแสนวุ่นวายทันที

......

เจียงซื่อกรุป

ผู้หญิงคนหนึ่งปรากฏตัวในห้องทำงานของเจียงเฉินหานอย่างไม่ทันตั้งตัว

ต้องรู้ไว้ว่า การจะพบประธานเจียงต้องนัดล่วงหน้า แต่ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้อยู่ในรายชื่อ

นอกจากนี้ สวี่หลินยังลงมารับเธอด้วยตัวเอง พาเธอไปพบท่านประธาน เมื่อออกมาก็ยังปิดประตูให้อีกด้วย

การต้อนรับที่พิเศษแบบนี้ ทำให้พนักงานฝ่ายเลขานุการตกใจและสงสัยกันว่า “ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครน่ะ สวยสง่ามาก เหมือนดาราในทีวีเลย”

“ประธานเจียงไม่ชอบการพบปะทางธุรกิจที่ไม่ได้วางแผนล่วงหน้า แต่วันนี้เขายอมยกเว้นเพื่อผู้หญิงคนหนึ่ง แปลกมาก”

“ประธานเจียงไม่สนใจผู้หญิงมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ฉันทำงานมาหลายปีแล้ว ยังไม่เคยเห็นเขาอยู่กับผู้หญิงตามลำพังในห้องทำงานเลย”

ทุกคนเริ่มคิดกันเบา ๆ ว่า “พวกเธอว่า ใช่คุณนายในอนาคตหรือเปล่า?”

หลังแต่งงาน เจียงเฉินหานก็ปกปิดเรื่องแต่งงานไว้ ไม่มีใครรู้ว่าเขาแต่งงานแล้ว นอกจากเพื่อนร่วมกลุ่ม

เจียงเฉินหานประพฤติตัวในเรื่องผู้หญิงได้ดี ไม่เคยมีข่าวฉาวใด ๆ การปฏิบัติต่อเพศตรงข้ามด้วยความแตกต่างจึงดูหายากเป็นพิเศษ การคาดเดาว่าเธอจะเป็นคุณนายในอนาคตจึงสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง

ในห้องทำงาน

พอเจียงเฉินหานเห็นเซี่ยอวิ๋นซู ก็วางงานที่กำลังทำอยู่ลงทันที

เซี่ยอวิ๋นซูเดินไปหน้าโต๊ะทำงานของเจียงเฉินหาน ใช้สองมือยันโต๊ะ ร่างกายโน้มไปข้างหน้า ก้มมองนิ้วมือว่างเปล่าที่ไม่มีแหวนของเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะถามว่า “นายยังไม่ได้รับแหวนเหรอ?”

เจียงเฉินหานชะงักไปเล็กน้อย “เธอเป็นคนส่งมาเหรอ?”

ไม่ใช่เซ่าเยว่ที่ซื้อให้เขาเหรอ?

“เมื่อคืนฉันสัญญาว่าจะไปกินข้าวกับนาย แต่ทางศาสตราจารย์ไต้มีเรื่องด่วนกะทันหัน ปล่อยให้นายรอเก้อแล้ว เลยให้ของขวัญนายเป็นการชดเชยน่ะ”

เซี่ยอวิ๋นซูโชว์แหวนที่นิ้วนางให้ดู “แหวนผู้ชายของแบรนด์นี้มีไม่มาก รุ่นเดียวที่ฉันถูกใจคือรุ่นคู่รักนี้ ฉันน่ะแค่ใส่เล่น ๆ ส่วนที่ให้นายก็เลือกแบบที่ดูดีมีรสนิยมแล้ว นายไม่ว่าอะไรใช่ไหม?”

ถึงจะพูดแบบนี้ แต่เธอรู้ดีว่าเจียงเฉินหานจะไม่ว่าอะไรแน่นอน

เจียงเฉินหานดึงสติกลับมา จึงนึกขึ้นได้ว่าโยนกล่องแหวนลงถังขยะไปแล้ว เขาก้มตัวลงไปเก็บขึ้นมา วางไว้ในมืออย่างตั้งใจดู สีหน้าไม่ได้แสดงความรังเกียจเหมือนเมื่อครู่แล้ว

เซี่ยอวิ๋นซูสีหน้าแข็งทื่อเล็กน้อย “นายทิ้งแล้ว?”

เจียงเฉินหานมองเธอแวบหนึ่ง เก็บความรู้สึกเล็ก ๆ ของเธอไว้ในสายตา

จากนั้นเปิดกล่อง หยิบแหวนออกมา แล้วสวมที่นิ้วนางข้างซ้าย

เจียงเฉินหานแววตาอบอุ่น “ไม่รู้ว่าเธอเป็นคนส่งมา”

สีหน้าของเซี่ยอวิ๋นซูจึงดูดีขึ้นมาบ้างในที่สุด

กู้อี้ชวนเคยพูดว่า เจียงเฉินหานไม่เคยใส่แหวนแต่งงานเลย เว้นแต่ว่าจะมีสถานการณ์ที่จำเป็นจริง ๆ

สาเหตุในเรื่องนี้เดาได้ไม่ยากเลย

เจียงเฉินหานถาม “เธอโกรธเหรอ?”

เซี่ยอวิ๋นซูส่ายหน้า “ไม่โกรธหรอก นายไม่ได้ไม่ชอบแหวนวงนี้ซะหน่อย”

แต่เป็นคนต่างหาก

เซี่ยอวิ๋นซู “ชอบไหม?”

“สวยมาก” เจียงเฉินหานพยักหน้า แล้วถามต่อว่า “เมื่อวานเธอยุ่งอะไรเหรอ?”

เซี่ยอวิ๋นซู “โปรเจกต์ของศาสตราจารย์ไต้ติดขัดอยู่จุดหนึ่ง ฉันกลับบ้านไปดูข้อมูลทั้งคืนแต่ยังไม่มีไอเดียดี ๆ โชคดีที่บริษัทของเพื่อนร่วมชั้นฉันเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีนี้พอดี ฉันตั้งใจว่าจะหาเวลาไปปรึกษาเขาดู”

เถ้าแก่ของบริษัทนี้ชื่อเฉิงเหยียนโย่ว บังเอิญมากที่เป็นศิษย์จากมหาวิทยาลัยเอเหมือนกัน แถมยังเป็นรุ่นน้องของเธออยู่ไม่กี่รุ่นอีกด้วย

ในเมื่อเป็นศิษย์จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน การจะผูกมิตรกับเธอจึงง่ายมาก
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี   บทที่ 425

    เขาเคยแบกรับมันไว้ได้แต่ในตอนนี้ เจียงเฉินหานกลับรังเกียจความเงียบสงบเช่นนี้อย่างยิ่ง จนรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก จนอยากจะหนีไปให้พ้นทันใดนั้นเขาก็อยากโทรศัพท์หาเซ่าเยว่ เพื่อฟังเสียงของเธอ...เจียงเฉินหานอดทนไว้เขามีสัญชาตญาณว่า เซ่าเยว่จะไม่รับสายแน่นอนแล้วจะทำให้ตัวเองโมโหซ้ำอีกทำไม!......หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็ววันนั้นเซ่าเยว่ไปดูภาพยนตร์กับซางจื้อเหนียน และได้รับรูปถ่ายคู่ที่เขาถ่ายส่งมาให้ เธอเก็บมันไว้ในโทรศัพท์ทั้งหมดไม่รู้ตัวเลยว่า รูปถ่ายคู่ของเธอกับซางจื้อเหนียน เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือน แต่กลับมีรูปถ่ายมากกว่าตอนที่แต่งงานกับเจียงเฉินหานถึงสามปีเสียอีกเซ่าเยว่บันทึกรูปภาพเหล่านั้นไว้เงียบ ๆยังเหลือเวลาอีกตั้งสองปี ในอนาคตคงจะมีร่องรอยของการอยู่ร่วมกันอีกมากมายและยิ่งเป็นจริงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งโน้มน้าวซางอวิ้นได้มากขึ้นเท่านั้นนอกเหนือจากเรื่องนี้แล้ว สิ่งที่เซ่าเยว่ให้ความสนใจมากที่สุดในขณะนี้คือสิ่งที่เธออยากทำเธอเป็นคนลงมือทำทันที หลังจากดูภาพยนตร์จบ คืนนั้นเธอก็ปรึกษาเรื่องการเปิดบริษัทบันเทิงกับเฉิงเหยียนโย่วก่อนหน้านี้

  • รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี   บทที่ 424

    เจียงอวี่เสียนรู้สึกตกตะลึงอย่างหนัก แม้ว่าเธอจะดูถูกเซ่าเยว่ แต่เซ่าเยว่ก็เคยเป็นพี่สะใภ้ของเธอมาสามปีเต็ม อย่างน้อยพี่ชายของเธอก็ไม่มีผู้หญิงอื่น ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ชู้สาวแต่ต่อมา เซ่าเยว่กลับได้ซางจื้อเหนียนมาเป็นแบ็กอัป จนบีบให้เธอจนมุม เจียงอวี่เสียนแทบจะโมโหจนตายอยู่แล้วซางจื้อเหนียนเป็นคนเย็นชา แข็งกระด้าง ไม่ยืดหยุ่น และเป็นเหมือนพวกบ้าอำนาจที่ต้องมาคุมเธอด้วย เจียงอวี่เสียนย่อมกลัวอยู่แล้ว จึงไม่กล้าทำอะไรเซ่าเยว่ได้มากนัก นอกจากด่าเพื่อระบายความค้างคาใจแต่ไม่เคยคิดเลยว่าทั้งสองคนจะพัฒนาไปในทิศทางของคู่รักได้นี่มันมั่วซั่วไปหมดแล้วไม่ใช่หรือไง?ถ้าเซ่าเยว่กับซางจื้อเหนียนคบกัน แล้วเธอยังต้องเรียกเซ่าเยว่ว่าพี่สะใภ้อยู่ไหม? ดูเหมือนเธอจะไม่ได้สูญเสียอะไร... ไม่สิ ไม่สิ ไม่ควรคิดแบบนั้น! เธอไม่เคยนับซางจื้อเหนียนเป็นพี่ชายของเธอ!“พี่ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ พี่รู้ไหม?” สมองของเจียงอวี่เสียนตื้อไปหมด ก่อนหน้านี้เธอสามารถรังแกเซ่าเยว่ได้ตามใจชอบ แต่ถ้าเซ่าเยว่คบกับซางจื้อเหนียนแล้ว เธอไม่กล้าแล้วนะ!“พี่รู้” เจียงเฉินหานถือโทรศัพท์ไว้ น้ำเสียงเย็นชา“พี่รู้

  • รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี   บทที่ 423

    การเตรียมการจัดตั้งบริษัทบันเทิงถือเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่เซ่าเยว่ชอบการเรียนรู้และทำความเข้าใจในสาขาใหม่ ๆ ตรงกันข้ามมันกลับเป็นพื้นที่สบายใจของเธอ เพราะเธอเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะในฐานะผู้จัดการก็เช่นกันเซ่าเยว่ยังมีงานด้านวิจัยและพัฒนาอยู่ โดยปกติแล้วไม่ควรทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน แต่กฎนี้ใช้ไม่ได้กับเซ่าเยว่ เธอสามารถทำหลายสิ่งหลายอย่างให้สำเร็จได้ในเวลาเดียวกันโจวซูไป๋ “ดีเลยครับ! ผมจะรอข่าวจากพี่!”ในใจของเขาตอนนี้ เซ่าเยว่เปรียบเสมือนเทพเจ้าที่มาโปรดสำหรับโจวซูไป๋ที่ไร้ญาติขาดมิตรในเมืองไห่ และไม่ไว้ใจบริษัทอื่น ๆ การยื่นกิ่งมะกอกของเซ่าเยว่จึงเป็นที่อยู่ที่สมบูรณ์แบบให้เขาได้พักพิงดูเหมือนว่าเขามีกำลังใจขึ้นมาทันที ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกลักพาตัวไปอีก... แต่โจวซูไป๋ยังไม่คิดจะแจ้งความในตอนนี้อีกฝ่ายเป็นผู้มีทรัพยากรมากมาย มีวิธีจัดการกับเขาได้สารพัดอย่าง เขาคิดว่าควรเซ็นสัญญา ถ่ายทำภาพยนตร์อย่างสบายใจ และก้าวไปทีละขั้น หากโชคดีโด่งดังขึ้นมาในภายหลัง เขาก็จะไม่กลัวอีกต่อไป และจะมีแรงพอที่จะตอบโต้การที่โจวซูไป๋ได้พบกับเซ่าเยว่ นับเป็นโชคดีที่สุดยอดมากจริง ๆ

  • รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี   บทที่ 422

    โจวซูไป๋ปิดรอยยิ้มบนใบหน้าไว้ไม่มิด ผิดกับความตื่นตระหนกตอนที่เข้ามาอย่างสิ้นเชิงเขาก้าวเดินไป พลางหันกลับไปมองกองถ่ายอยู่หลายครั้ง ราวกับยังอาลัยอาวรณ์ที่จะจากไปเซ่าเยว่รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยตอนอยู่ที่ชานเมือง โจวซูไป๋ดูเหมือนลูกสุนัขจรจัด แต่ตอนนี้เขากลับเหมือนลูกสุนัขที่เจอเจ้าของและกำลังจะได้ใช้ชีวิตแสนสุข กินแล้วก็นอนไปวัน ๆท่าทีเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง“เขาได้บทแล้วใช่ไหม?”ซางจื้อเหนียนเหลือบมองอย่างเฉยชา “น่าจะใช่”“ทั้งหล่อและมีฝีมือ ยอดเยี่ยมไปเลย” เซ่าเยว่รู้สึกมั่นใจมากขึ้น และดีใจที่เขาได้รับบทนั้นเพราะตอนที่พาเขามาที่นี่ เธอมาพร้อมกับความคิดที่ว่า ‘ลองเสี่ยงดู’ ไม่คิดเลยว่าจะสำเร็จจริง ๆซางจื้อเหนียนมองเซ่าเยว่อย่างลึกซึ้งอีกครั้งไม่รู้ว่าเธอยิ้มไปกี่ครั้งแล้ว...เซ่าเยว่โทรหาโจวซูไป๋ มองจากระยะไกล โจวซูไป๋รับสายพร้อมกับมองไปรอบ ๆ จนกระทั่งเห็นรถของเธอ เขาก็กดตัดสาย แล้วรีบวิ่งมาอย่างรวดเร็วโจวซูไป๋หยุดที่ข้างหน้าต่างรถ ใบหน้าเปี่ยมด้วยรอยยิ้มที่ไม่อาจเก็บซ่อนได้ เสียงของเขาเต็มไปด้วยความยินดี “พี่ครับ ผมได้บทแล้ว!”เขามีความสุขมากจนแม้แต่ซางจื้อเหนียนก็ไม่

  • รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี   บทที่ 421

    “ผู้กำกับครับ ผมจะพยายามอย่างเต็มที่! ผมจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง!”ผู้กำกับเคยเห็นคนที่เมื่อได้รับบทมาแล้วก็ดีใจจนร้องไห้หนักกว่าโจวซูไป๋ ซึ่งทุกคนก็ล้วนแต่เป็นคนหนุ่มสาวที่บริสุทธิ์และจริงใจนิสัยแบบนี้ เหมาะมากกับการแสดงแต่ก็ต้องดูว่าโจวซูไป๋จะสามารถคว้าโอกาสนี้ไว้ได้หรือไม่ด้วยไม่เพียงแค่จะต้องแสดงให้ดี แต่ยังต้องรู้จักการวางตัวด้วยผู้กำกับผ่านโลกมามาก ถือได้ว่าไม่หวั่นไหวต่อคำเยินยอหรือดูถูก แต่กับคนหนุ่มสาวแบบนี้ เขาก็มีความอดทนสูงมาก จึงให้กำลังใจว่า “สู้ๆ”“ผมจะทำได้ครับ! ผมจะทำให้ได้!” โจวซูไป๋พูดซ้ำหลายครั้ง เหมือนเด็กที่พยายามให้ผู้ใหญ่ยอมรับ ก่อนจะจากไปอย่างอาลัยอาวรณ์เขาอยากโทรศัพท์หาแม่ทันที เพื่อบอกแม่ว่าเขาได้บทที่มี เส้นเรื่องตัวละคร บทแรกในชีวิตแล้วแต่ก็ล้มเลิกไป เพราะกลัวว่าตัวเองจะร้องไห้ออกมาก่อนดังนั้นจึงส่งข้อความไปแทน[แม่ครับ ลูกชายแม่กำลังจะประสบความสำเร็จแล้วนะ!][รอหน่อยนะ ผมหาเงินได้จะตอบแทนพระคุณแม่ทันที!][ว่าแต่แม่ครับ ส่งของฝากจากบ้านเรามาให้ผมสองชุดนะ เอาแบบแพงหน่อยนะ เดี๋ยวผมโอนเงินไปให้]โจวซูไป๋ไม่ได้เซ็นสัญญากับบริษัทไหน เขาแอดไลน์ผู

  • รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี   บทที่ 420

    อวี้เจิงจำซางจื้อเหนียนกับเซ่าเยว่ได้ในชั่วพริบตานี่เป็นคนที่ลู่เจี้ยนเฉินเคารพนี่นาอวี้เจิงรู้จักลู่เจี้ยนเฉินจากงานเลี้ยงไฮโซโรลล์-รอยซ์ ตอนนั้นทางแบรนด์เชิญเขาไปเป็นมาสคอต เขาถือว่าเป็นพนักงานขายมือดี จากนั้นก็เห็นลู่เจี้ยนเฉินซื้อรถราคาหลายสิบล้านหนึ่งคันโดยที่ตาไม่กะพริบเลยสักนิดเดียวเลยรู้จักกันแบบนั้นครอบครัวของลู่เจี้ยนเฉินเปิดกิจการธนาคาร สั่งสมต่อกันมาหลายรุ่น ไม่รู้ว่ามีเงินมากน้อยเท่าไรเขามีเงิน มีทรัพยากร มีอำนาจ เป็นทายาทแห่งแวดวงเมืองหลวงที่เกิดมาก็ได้ทั้งอำนาจ ฐานะ และความร่ำรวยไปครอบอย่างง่ายดายอวี้เจิงโชคดีที่ถ่ายละครเรื่องหนึ่งแล้วดังระเบิดจนได้ขึ้นเป็นระดับท็อป แต่เมืองอยู่ต่อหน้าคนอย่างลู่เจี้ยนเฉินแล้ว ไม่นับว่าเป็นอะไรได้จริง ๆ เขาเองก็เคยรู้จักคนในแวดวงของลู่เจี้ยนเฉินมาก่อน แต่ละคนล้วนมีภูมิหลังที่น่าตกใจทั้งนั้นเมื่อได้เจอกับคนที่กระทั่งลู่เจี้ยนเฉินยังยอมก้มหัวให้ อวี้เจิงก็ไม่ได้โง่ถึงขั้นที่ไม่เข้าไปทำความรู้จักสร้างเครือข่ายเอาไว้ไม่กล้าเข้าไปตรง ๆ หรอก แต่วิธีอ้อม ๆ ก็ยังจำเป็นอยู่อวี้เจิงถามผู้จัดการ “ที่วิ่งเข้าไปนั่นน่ะใคร?”ผู้จัดกา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status