Share

บทที่ 6

Author: ในน้ำมีปลา
เจียงเฉินหาน “เธอเก่งมากเลย”

เซี่ยอวิ๋นซูเห็นแววชื่นชมอย่างลึกซึ้งในดวงตาของเขา

ปฏิกิริยาแบบนี้อยู่ในความคาดหมายของเธอทั้งหมด

เจียงซื่อกรุปร่วมมือกับห้องทดลองของศาสตราจารย์ไต้ หากโปรเจกต์ของศาสตราจารย์ไต้ประสบความสำเร็จ เจียงซื่อกรุปก็ย่อมได้รับผลประโยชน์ตามไปด้วย

เซี่ยอวิ๋นซูกลับประเทศครั้งนี้ เธอตั้งใจจะเป็นบุคคลสำคัญในการพิชิตเทคโนโลยีหลัก เธอมั่นใจว่าตัวเองสามารถทำได้

ทุกวันนี้ไม่ใช่ยุคของสาวหวานใสซื่ออีกต่อไปแล้ว ไม่ใช่ว่าทำอาหารไม่กี่มื้อหรืออ้อนนิดอ้อนหน่อยก็จะสามารถมัดใจผู้ชายได้

ผู้หญิงต้องมีความสามารถ ผู้ชายถึงจะหันมามองเธอบ้าง

และเซี่ยอวิ๋นซูจะเป็นผู้หญิงที่มีความสามารถ

......

เซ่าเยว่ยุ่งอยู่ทั้งเช้า ระหว่างนั้นก็แวะไปชงกาแฟที่ห้องน้ำชา และหยิบติดมือมาเผื่อเพื่อนร่วมงานด้วยหนึ่งแก้ว

จู่ ๆ ก็ได้รับสายจากเลขาจาง

เธอเป็นเลขาของเจียงเฉินหาน

การติดต่อเพียงอย่างเดียวของเซ่าเยว่กับเธอ ก็คือถามเรื่องกำหนดการเดินทางของเจียงเฉินหาน

เซ่าเยว่ไม่อยากติดต่อใครที่เกี่ยวข้องกับเจียงเฉินหานเลย แต่เลขาจางเป็นสาวน้อยที่ใจดีมาก หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็รับสายของเธอ

“เซ่าเยว่ ตอนนี้เธอสบายดีไหม?” เสียงของเลขาจางเบามาก

“ฉันสบายดีมาก” เซ่าเยว่ไม่รู้ว่าเธอถามแบบนี้ทำไม

เสียงของเลขาจางเต็มไปด้วยความเป็นห่วง “ประธานเจียงเพิ่งพาผู้หญิงคนหนึ่งมาชมบริษัทเรา ฮือฮาสุด ๆ ผู้บริหารระดับสูงทุกคนต่างคิดว่าเธอคือว่าที่ภรรยาท่านประธาน...ฉันไม่รู้ว่าเธอรู้เรื่องนี้หรือเปล่า เลยบอกเธอไว้ก่อน ผู้หญิงคนนั้นชื่อเซี่ย...”

เสียงของเลขาจางหยุดลงกะทันหัน

จากนั้นก็มีเสียงเรียกเบา ๆ อย่างตกใจว่า “ผู้...ผู้ช่วยสวี่ ฉัน...”

เธอหลบอยู่ที่มุมทางเดิน ไม่คิดเลยว่าสวี่หลินจะเดินผ่านมาข้างหลัง!

สวี่หลินคว้าโทรศัพท์ของเลขาจางขึ้นมาดูแวบหนึ่ง แล้วขมวดคิ้วแน่น

“เธอมาถามกำหนดการเดินทางของประธานเจียงจากเธออีกแล้ว?”

เลขาจางเห็นประธานเจียงที่ยืนอยู่ข้างหลังสวี่หลิน พร้อมกับผู้หญิงคนนั้นที่ชื่อเซี่ยอวิ๋นซู ก็ตกใจจนช็อก พูดอะไรไม่ออก

สวี่หลินไม่รอคำตอบจากเลขาจาง รีบรายงานตามหน้าที่ทันทีว่า “ประธานเจียง เป็นเซ่าเยว่ครับ เธอตามสืบกำหนดการเดินทางของคุณอีกแล้ว”

สวี่หลินไม่ได้วางสาย เขาไม่กลัวว่าเซ่าเยว่จะได้ยิน

เซ่าเยว่ขมวดคิ้ว

เธอไม่สนใจคำกล่าวหาเสีย ๆ หาย ๆ ของสวี่หลิน ตั้งใจจะวางสาย แต่แล้วเสียงเย็นชาของเจียงเฉินหานก็ดังขึ้นมา “ไม่ต้องสนใจเธอ”

นี่คือท่าทีที่เจียงเฉินหานมีต่อเธอมาตลอด

เซ่าเยว่ไม่ได้แปลกใจแต่อย่างใด

แค่เขาไม่ถามความจริงให้กระจ่าง แล้วก็เข้าใจเธอผิดไปเอง

เซ่าเยว่ในอดีตจะต้องอธิบายให้ชัดเจนเสมอ เพราะเธอกลัวเจียงเฉินหานจะเข้าใจผิด และก็กลัวว่าเขาจะโกรธด้วย

แต่ในเมื่อหย่ากันแล้ว เธอก็ไม่จำเป็นต้องแคร์ความรู้สึกของเจียงเฉินหานอีกต่อไป และยิ่งไม่ต้องไปสืบข่าวคราวของเขากับเซี่ยอวิ๋นซู

แต่วินาทีต่อมา เป็นเสียงที่เย็นชายิ่งกว่าของเจียงเฉินหาน “พรุ่งนี้คุณไม่ต้องมาทำงานแล้ว!”

เซ่าเยว่ตะลึง เขาจะไล่เลขาจางออกเหรอ?

ใช่แล้ว หลังจากติดต่อกับเลขาจางครั้งแรก เจียงเฉินหานก็จะไล่เธอออก

เซ่าเยว่ได้ขอร้องหลายครั้ง เลขาจางจึงสามารถอยู่ที่เจียงซื่อกรุปต่อได้ แต่เขาเคยเตือนแล้วว่าห้ามมีครั้งหน้าอีก

ก็แน่ล่ะ ไม่มีครั้งหน้าอีกแล้ว

เจียงเฉินหานไม่เคยไว้หน้าตนเลย

“เฉินหาน ไม่จำเป็นต้องโกรธมากขนาดนี้เพราะเลขาคนเดียวหรอก”

นี่...คือเสียงของเซี่ยอวิ๋นซูสินะ

ให้ความรู้สึกอ่อนโยนมาก

เหมือนกับชื่อของเธอ

เซี่ยอวิ๋นซูพูดปลอบ “เอาอย่างนี้นะ อีกเดี๋ยวฉันเลี้ยงข้าวเอง นายหายโกรธดีไหม? ถือซะว่าเห็นแก่หน้าฉัน”

สองวินาทีต่อมา “โอเค”

น้ำเสียงของเจียงเฉินหานไม่หนักไม่เบา

ถ้าเทียบกับความเย็นชาของประโยคก่อนหน้า ตอนนี้อ่อนโยนขึ้นเยอะ

เซี่ยอวิ๋นซูยิ้มบาง ๆ พลางพูด “งั้นเราไปกันเถอะ”

หลังจากนั้นก็ไม่มีเสียงของเจียงเฉินหานและเซี่ยอวิ๋นซูอีก

เซ่าเยว่กระตุกยิ้มเยาะเย้ยตัวเอง ความรู้สึกขมขื่นเต็มหัวใจ

เธอเคยคิดมาตลอดว่าเจียงเฉินหานเอาใจยาก เพราะแต่ละครั้งที่ผ่านมา เธอต้องคอยง้อเขาหลายวัน เจียงเฉินหานถึงจะแสดงสีหน้าดี ๆ ให้เธอได้

สำหรับเซ่าเยว่ กระบวนการนี้เหมือนเป็นการทรมานทางใจ เธอจะกินไม่ได้ นอนไม่หลับทั้งคืน ตราบใดที่เจียงเฉินหานยังไม่หายโกรธ เธอก็ไม่สามารถมีสมาธิกับเรื่องอื่นได้เลย

แต่พอเปลี่ยนเป็นเซี่ยอวิ๋นซู แค่พูดประโยคเดียวก็พอแล้ว ง่าย ๆ แบบนี้เลย

สวี่หลินมองโทรศัพท์ที่คาสายไว้อยู่ รู้ว่าเซ่าเยว่ได้ยินทั้งหมดแล้ว

เซ่าเยว่ไม่ชอบสร้างความลำบากให้คนอื่น เลขาจางถูกไล่ออกเพราะเธอ คงจะรู้สึกผิดและทรมานใจแน่ ๆ

แม้การลงโทษจะตกอยู่ที่เลขาจาง แต่สำหรับเซ่าเยว่แล้ว เป็นการลงโทษทางใจ

มีเพียงแบบนี้ เธอถึงจะไม่แอบทำอะไรลับหลังอีกในครั้งต่อไป

ถ้าจะโทษ ก็โทษเซ่าเยว่ที่ชอบสืบกำหนดการเดินทางของประธานเจียง

ถ้าทำอะไรก็ต้องถูกผู้หญิงคนหนึ่งคอยจับตามอง แค่เขาลองนึกว่าตัวเองเป็นประธานเจียง ก็รู้สึกอึดอัดแทนแล้ว

สวี่หลินโบกมือเบา ๆ หัวหน้าเลขาที่รออยู่ด้านข้างก็เดินเข้ามา

หัวหน้าเลขา “เรื่องลาออก จะจัดการให้เรียบร้อยภายในวันนี้ค่ะ”

สวี่หลินส่งเสียง “อืม” อย่างเย็นชา แล้วก็เดินจากไป

วันพุธเป็นวันเกิดของเซี่ยอวิ๋นซู ตามที่ประธานเจียงสั่ง เขาต้องไปเหมาภัตตาคารสตาร์ไลท์ที่เบย์คลับ และคุยกับเจ้าของร้านเรื่องเตรียมเซอร์ไพรส์วันเกิดให้เซี่ยอวิ๋นซู

เขายุ่งมากจนไม่มีเวลามาคอยจับตาดูเลขาตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งลาออก

หัวหน้าเลขารับโทรศัพท์ที่สวี่หลินส่งมา เตรียมจะคืนให้เลขาจาง แต่บังเอิญเห็นหน้าจอแสดงชื่อผู้โทรว่า เซ่าเยว่

เธอขมวดคิ้วทันที ใช้เวลาสักครู่ถึงนึกออกว่าเป็นใคร น้ำเสียงตำหนิ “เธอนี่ก็โง่ไม่เบาเหมือนกันนะ หล่อนก็แค่แม่บ้านที่ส่งข้าวกล่องให้ประธานเจียงเท่านั้น เธอถึงกับต้องทำให้ประธานเจียงไม่พอใจเพราะหล่อนเลยเหรอ?”

เลขาจางถูกท่านประธานจับได้ด้วยตัวเอง ตกใจจนเซ่อไปแล้ว ตอนนี้เธอถึงกล้าพูดขึ้นมา แต่ก็ยังพูดอย่างสั่น ๆ ว่า “เธอ...เธอไม่ใช่แม่บ้านนะคะ เธอเป็นภรรยาของท่านประธาน...”

“เธอมีตาไหม? เธอไม่เห็นเหรอว่าพวกเขายังใส่แหวนคู่รักด้วย? คุณเซี่ยก็คือว่าที่ภรรยาท่านประธาน เรื่องนี้ไม่ต้องสงสัยเลย”

“ไม่ใช่...”

“เลิกพูดได้แล้ว รีบไปโอนงานให้ไวเลย!”

เลขาจางไม่กล้าพูดอะไร รับโทรศัพท์ของตัวเองคืนมาเงียบ ๆ

พอหัวหน้าเลขาเดินไปแล้ว เธอก็ก้มลงดู ถึงขั้นยังคาสายอยู่?

ทั้งร่างของเธอสั่นสะท้าน “เซ่า...เซ่าเยว่ เธอไม่เป็นไรใช่ไหม! เรื่องเมื่อกี้ เธอไม่ได้ยินใช่ไหม!”

เลขาจางหวังว่าเซ่าเยว่จะไม่ได้ยิน แต่นี่เป็นไปไม่ได้เลย

“อย่าไปฟังที่พวกเขาพูดมั่ว ๆ นะ เธอไม่ใช่แม่บ้านเลย...ขอโทษนะ ขอโทษจริง ๆ ...”

เจียงเฉินหานไม่เปิดเผยเรื่องแต่งงานต่อสาธารณะ และไม่อนุญาตให้เธอไปที่ออฟฟิศของเขา

ทุกครั้งที่เซ่าเยว่ส่งข้าวกล่องไป ก็มีเลขารับต่อ ทำให้ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นแม่บ้านที่บ้าน เธอก็ไม่ถือสาหาความ

เซ่าเยว่ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้เลย เพียงแต่เธอไม่คาดคิดว่า เจียงเฉินหานที่แทบไม่เคยใส่แหวนแต่งงาน กลับใส่แหวนคู่รักกับเซี่ยอวิ๋นซู

มือของเจียงเฉินหานสวยมาก เรียวยาว ผิวขาวเนียน ข้อนิ้วชัดเจน ดูงดงามแต่เปี่ยมไปด้วยพลัง นิ้วนางที่เรียวยาวเมื่อสวมแหวนเพชรแล้วมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก

เมื่อมีโอกาส เซ่าเยว่ก็จะแอบมองนาน ๆ

แต่จำนวนครั้งที่เจียงเฉินหานสวมแหวนแต่งงานนั้นแทบนับนิ้วได้

เธอคิดมาตลอดว่าเจียงเฉินหานไม่ชอบความรู้สึกถูกผูกมัดจากเครื่องประดับ ที่แท้แล้วคิดมากไปเอง เขาแค่ไม่อยากใส่แหวนแต่งงานก็เท่านั้น

เซ่าเยว่ “ขอโทษนะ ตอนนี้ฉันช่วยให้เธอกลับมาทำงานไม่ได้แล้ว”

ถึงแม้เลขาจางจะเคยติดต่อกับเซ่าเยว่แค่ครั้งเดียว แต่ก็รู้สึกได้ว่าเธอเป็นคนดีมาก ๆ

จู่ ๆ ประธานเจียงก็สนใจผู้หญิงอีกคนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เธอรู้สึกไม่สบายใจ จึงมาบอกเซ่าเยว่ หวังให้เธอระวังตัวมากขึ้น

ผลลัพธ์กลับพังไม่เป็นท่า

เลขาจางรู้สึกผิดมาก “ไม่เป็นไร ๆ เมื่อก่อนฉันเคยบอกเธอแล้วว่า ฉันเตรียมกลับไปช่วยพ่อแม่ที่บ้านแล้วล่ะ การถูกไล่ออกไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับฉันเลย ตอนนี้ฉันก็เขียนใบลาออกไปครึ่งหนึ่งแล้ว!”

น้ำเสียงที่เธอพูดดูไม่เหมือนคนปลอบใจตัวเอง เซ่าเยว่จึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก

จากนั้น เลขาจางพูดเสียงเบาลงนิดหน่อยว่า “แต่ว่าทำไมล่ะ เธอต่างหากที่เป็นภรรยาท่านประธาน ทำไมประธานเจียงถึงทำแบบนี้กับเธอ...”

ประธานเจียงไม่อนุญาตให้เซ่าเยว่เข้าไปในห้องทำงานของเขาเลย

แต่เซี่ยอวิ๋นซูกลับสามารถเข้าไปได้ตามสบาย มีสิทธิ์อะไรกัน?

ต่อให้ประธานเจียงจะอยากเก็บเรื่องแต่งงานไว้เป็นความลับ แค่บอกว่าเป็นญาติหรือเพื่อนก็ได้แล้ว ทุกคนก็จะไม่คิดมาก

แถมข้าวกล่องนั่นก็เป็นสิ่งที่เซ่าเยว่ตั้งใจทำอย่างเหน็ดเหนื่อย แล้วเอามาส่งให้ในช่วงพักกลางวัน แต่กลับถูกกันไว้ไม่ให้เข้า สิ่งที่ประธานเจียงทำนั้นช่างทำร้ายจิตใจคนเหลือเกิน!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี   บทที่ 425

    เขาเคยแบกรับมันไว้ได้แต่ในตอนนี้ เจียงเฉินหานกลับรังเกียจความเงียบสงบเช่นนี้อย่างยิ่ง จนรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก จนอยากจะหนีไปให้พ้นทันใดนั้นเขาก็อยากโทรศัพท์หาเซ่าเยว่ เพื่อฟังเสียงของเธอ...เจียงเฉินหานอดทนไว้เขามีสัญชาตญาณว่า เซ่าเยว่จะไม่รับสายแน่นอนแล้วจะทำให้ตัวเองโมโหซ้ำอีกทำไม!......หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็ววันนั้นเซ่าเยว่ไปดูภาพยนตร์กับซางจื้อเหนียน และได้รับรูปถ่ายคู่ที่เขาถ่ายส่งมาให้ เธอเก็บมันไว้ในโทรศัพท์ทั้งหมดไม่รู้ตัวเลยว่า รูปถ่ายคู่ของเธอกับซางจื้อเหนียน เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือน แต่กลับมีรูปถ่ายมากกว่าตอนที่แต่งงานกับเจียงเฉินหานถึงสามปีเสียอีกเซ่าเยว่บันทึกรูปภาพเหล่านั้นไว้เงียบ ๆยังเหลือเวลาอีกตั้งสองปี ในอนาคตคงจะมีร่องรอยของการอยู่ร่วมกันอีกมากมายและยิ่งเป็นจริงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งโน้มน้าวซางอวิ้นได้มากขึ้นเท่านั้นนอกเหนือจากเรื่องนี้แล้ว สิ่งที่เซ่าเยว่ให้ความสนใจมากที่สุดในขณะนี้คือสิ่งที่เธออยากทำเธอเป็นคนลงมือทำทันที หลังจากดูภาพยนตร์จบ คืนนั้นเธอก็ปรึกษาเรื่องการเปิดบริษัทบันเทิงกับเฉิงเหยียนโย่วก่อนหน้านี้

  • รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี   บทที่ 424

    เจียงอวี่เสียนรู้สึกตกตะลึงอย่างหนัก แม้ว่าเธอจะดูถูกเซ่าเยว่ แต่เซ่าเยว่ก็เคยเป็นพี่สะใภ้ของเธอมาสามปีเต็ม อย่างน้อยพี่ชายของเธอก็ไม่มีผู้หญิงอื่น ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ชู้สาวแต่ต่อมา เซ่าเยว่กลับได้ซางจื้อเหนียนมาเป็นแบ็กอัป จนบีบให้เธอจนมุม เจียงอวี่เสียนแทบจะโมโหจนตายอยู่แล้วซางจื้อเหนียนเป็นคนเย็นชา แข็งกระด้าง ไม่ยืดหยุ่น และเป็นเหมือนพวกบ้าอำนาจที่ต้องมาคุมเธอด้วย เจียงอวี่เสียนย่อมกลัวอยู่แล้ว จึงไม่กล้าทำอะไรเซ่าเยว่ได้มากนัก นอกจากด่าเพื่อระบายความค้างคาใจแต่ไม่เคยคิดเลยว่าทั้งสองคนจะพัฒนาไปในทิศทางของคู่รักได้นี่มันมั่วซั่วไปหมดแล้วไม่ใช่หรือไง?ถ้าเซ่าเยว่กับซางจื้อเหนียนคบกัน แล้วเธอยังต้องเรียกเซ่าเยว่ว่าพี่สะใภ้อยู่ไหม? ดูเหมือนเธอจะไม่ได้สูญเสียอะไร... ไม่สิ ไม่สิ ไม่ควรคิดแบบนั้น! เธอไม่เคยนับซางจื้อเหนียนเป็นพี่ชายของเธอ!“พี่ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ พี่รู้ไหม?” สมองของเจียงอวี่เสียนตื้อไปหมด ก่อนหน้านี้เธอสามารถรังแกเซ่าเยว่ได้ตามใจชอบ แต่ถ้าเซ่าเยว่คบกับซางจื้อเหนียนแล้ว เธอไม่กล้าแล้วนะ!“พี่รู้” เจียงเฉินหานถือโทรศัพท์ไว้ น้ำเสียงเย็นชา“พี่รู้

  • รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี   บทที่ 423

    การเตรียมการจัดตั้งบริษัทบันเทิงถือเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่เซ่าเยว่ชอบการเรียนรู้และทำความเข้าใจในสาขาใหม่ ๆ ตรงกันข้ามมันกลับเป็นพื้นที่สบายใจของเธอ เพราะเธอเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะในฐานะผู้จัดการก็เช่นกันเซ่าเยว่ยังมีงานด้านวิจัยและพัฒนาอยู่ โดยปกติแล้วไม่ควรทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน แต่กฎนี้ใช้ไม่ได้กับเซ่าเยว่ เธอสามารถทำหลายสิ่งหลายอย่างให้สำเร็จได้ในเวลาเดียวกันโจวซูไป๋ “ดีเลยครับ! ผมจะรอข่าวจากพี่!”ในใจของเขาตอนนี้ เซ่าเยว่เปรียบเสมือนเทพเจ้าที่มาโปรดสำหรับโจวซูไป๋ที่ไร้ญาติขาดมิตรในเมืองไห่ และไม่ไว้ใจบริษัทอื่น ๆ การยื่นกิ่งมะกอกของเซ่าเยว่จึงเป็นที่อยู่ที่สมบูรณ์แบบให้เขาได้พักพิงดูเหมือนว่าเขามีกำลังใจขึ้นมาทันที ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกลักพาตัวไปอีก... แต่โจวซูไป๋ยังไม่คิดจะแจ้งความในตอนนี้อีกฝ่ายเป็นผู้มีทรัพยากรมากมาย มีวิธีจัดการกับเขาได้สารพัดอย่าง เขาคิดว่าควรเซ็นสัญญา ถ่ายทำภาพยนตร์อย่างสบายใจ และก้าวไปทีละขั้น หากโชคดีโด่งดังขึ้นมาในภายหลัง เขาก็จะไม่กลัวอีกต่อไป และจะมีแรงพอที่จะตอบโต้การที่โจวซูไป๋ได้พบกับเซ่าเยว่ นับเป็นโชคดีที่สุดยอดมากจริง ๆ

  • รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี   บทที่ 422

    โจวซูไป๋ปิดรอยยิ้มบนใบหน้าไว้ไม่มิด ผิดกับความตื่นตระหนกตอนที่เข้ามาอย่างสิ้นเชิงเขาก้าวเดินไป พลางหันกลับไปมองกองถ่ายอยู่หลายครั้ง ราวกับยังอาลัยอาวรณ์ที่จะจากไปเซ่าเยว่รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยตอนอยู่ที่ชานเมือง โจวซูไป๋ดูเหมือนลูกสุนัขจรจัด แต่ตอนนี้เขากลับเหมือนลูกสุนัขที่เจอเจ้าของและกำลังจะได้ใช้ชีวิตแสนสุข กินแล้วก็นอนไปวัน ๆท่าทีเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง“เขาได้บทแล้วใช่ไหม?”ซางจื้อเหนียนเหลือบมองอย่างเฉยชา “น่าจะใช่”“ทั้งหล่อและมีฝีมือ ยอดเยี่ยมไปเลย” เซ่าเยว่รู้สึกมั่นใจมากขึ้น และดีใจที่เขาได้รับบทนั้นเพราะตอนที่พาเขามาที่นี่ เธอมาพร้อมกับความคิดที่ว่า ‘ลองเสี่ยงดู’ ไม่คิดเลยว่าจะสำเร็จจริง ๆซางจื้อเหนียนมองเซ่าเยว่อย่างลึกซึ้งอีกครั้งไม่รู้ว่าเธอยิ้มไปกี่ครั้งแล้ว...เซ่าเยว่โทรหาโจวซูไป๋ มองจากระยะไกล โจวซูไป๋รับสายพร้อมกับมองไปรอบ ๆ จนกระทั่งเห็นรถของเธอ เขาก็กดตัดสาย แล้วรีบวิ่งมาอย่างรวดเร็วโจวซูไป๋หยุดที่ข้างหน้าต่างรถ ใบหน้าเปี่ยมด้วยรอยยิ้มที่ไม่อาจเก็บซ่อนได้ เสียงของเขาเต็มไปด้วยความยินดี “พี่ครับ ผมได้บทแล้ว!”เขามีความสุขมากจนแม้แต่ซางจื้อเหนียนก็ไม่

  • รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี   บทที่ 421

    “ผู้กำกับครับ ผมจะพยายามอย่างเต็มที่! ผมจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง!”ผู้กำกับเคยเห็นคนที่เมื่อได้รับบทมาแล้วก็ดีใจจนร้องไห้หนักกว่าโจวซูไป๋ ซึ่งทุกคนก็ล้วนแต่เป็นคนหนุ่มสาวที่บริสุทธิ์และจริงใจนิสัยแบบนี้ เหมาะมากกับการแสดงแต่ก็ต้องดูว่าโจวซูไป๋จะสามารถคว้าโอกาสนี้ไว้ได้หรือไม่ด้วยไม่เพียงแค่จะต้องแสดงให้ดี แต่ยังต้องรู้จักการวางตัวด้วยผู้กำกับผ่านโลกมามาก ถือได้ว่าไม่หวั่นไหวต่อคำเยินยอหรือดูถูก แต่กับคนหนุ่มสาวแบบนี้ เขาก็มีความอดทนสูงมาก จึงให้กำลังใจว่า “สู้ๆ”“ผมจะทำได้ครับ! ผมจะทำให้ได้!” โจวซูไป๋พูดซ้ำหลายครั้ง เหมือนเด็กที่พยายามให้ผู้ใหญ่ยอมรับ ก่อนจะจากไปอย่างอาลัยอาวรณ์เขาอยากโทรศัพท์หาแม่ทันที เพื่อบอกแม่ว่าเขาได้บทที่มี เส้นเรื่องตัวละคร บทแรกในชีวิตแล้วแต่ก็ล้มเลิกไป เพราะกลัวว่าตัวเองจะร้องไห้ออกมาก่อนดังนั้นจึงส่งข้อความไปแทน[แม่ครับ ลูกชายแม่กำลังจะประสบความสำเร็จแล้วนะ!][รอหน่อยนะ ผมหาเงินได้จะตอบแทนพระคุณแม่ทันที!][ว่าแต่แม่ครับ ส่งของฝากจากบ้านเรามาให้ผมสองชุดนะ เอาแบบแพงหน่อยนะ เดี๋ยวผมโอนเงินไปให้]โจวซูไป๋ไม่ได้เซ็นสัญญากับบริษัทไหน เขาแอดไลน์ผู

  • รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี   บทที่ 420

    อวี้เจิงจำซางจื้อเหนียนกับเซ่าเยว่ได้ในชั่วพริบตานี่เป็นคนที่ลู่เจี้ยนเฉินเคารพนี่นาอวี้เจิงรู้จักลู่เจี้ยนเฉินจากงานเลี้ยงไฮโซโรลล์-รอยซ์ ตอนนั้นทางแบรนด์เชิญเขาไปเป็นมาสคอต เขาถือว่าเป็นพนักงานขายมือดี จากนั้นก็เห็นลู่เจี้ยนเฉินซื้อรถราคาหลายสิบล้านหนึ่งคันโดยที่ตาไม่กะพริบเลยสักนิดเดียวเลยรู้จักกันแบบนั้นครอบครัวของลู่เจี้ยนเฉินเปิดกิจการธนาคาร สั่งสมต่อกันมาหลายรุ่น ไม่รู้ว่ามีเงินมากน้อยเท่าไรเขามีเงิน มีทรัพยากร มีอำนาจ เป็นทายาทแห่งแวดวงเมืองหลวงที่เกิดมาก็ได้ทั้งอำนาจ ฐานะ และความร่ำรวยไปครอบอย่างง่ายดายอวี้เจิงโชคดีที่ถ่ายละครเรื่องหนึ่งแล้วดังระเบิดจนได้ขึ้นเป็นระดับท็อป แต่เมืองอยู่ต่อหน้าคนอย่างลู่เจี้ยนเฉินแล้ว ไม่นับว่าเป็นอะไรได้จริง ๆ เขาเองก็เคยรู้จักคนในแวดวงของลู่เจี้ยนเฉินมาก่อน แต่ละคนล้วนมีภูมิหลังที่น่าตกใจทั้งนั้นเมื่อได้เจอกับคนที่กระทั่งลู่เจี้ยนเฉินยังยอมก้มหัวให้ อวี้เจิงก็ไม่ได้โง่ถึงขั้นที่ไม่เข้าไปทำความรู้จักสร้างเครือข่ายเอาไว้ไม่กล้าเข้าไปตรง ๆ หรอก แต่วิธีอ้อม ๆ ก็ยังจำเป็นอยู่อวี้เจิงถามผู้จัดการ “ที่วิ่งเข้าไปนั่นน่ะใคร?”ผู้จัดกา

  • รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี   บทที่ 19

    เฉิงเหยียนโย่วพูดไม่ผิด เซ่าเยว่ก็คือซัน นักแข่งรถใต้ดินที่หายตัวไปหลายปีนั่นเองหลังจากเกิดเรื่องกับแม่ เซ่าเยว่ระบายความเศร้าในใจไม่ได้ จึงหลงใหลในกีฬาผาดโผนหลายชนิดมีเพียงเมื่อร่างกายของเธอถูกความเร็วสุดขีดครอบงำ สมองของเธอถึงจะหยุดคิดชั่วคราว ไม่คิดเรื่องลบ ๆ และใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันอย่างเต

  • รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี   บทที่ 142

    แต่เซ่าเยว่กลับยังคงนิ่งอย่างน่าประหลาดใจยิ่งเมื่อเธอเอ่ยถึงคำว่ารุ่นพี่ไปเมื่อครู่ ก็ทำให้เซี่ยอวิ๋นซูพลันนึกถึงเรื่องการศึกษาของเธอขึ้นมาใช่แล้ว เซ่าเยว่ก็เป็นนักศึกษาคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยเอเช่นกัน หรือว่าเธอเองก็มีฝีมือด้านเทคนิคพวกนี้ด้วย?“เซี่ยหมิง เซ่าสวินจะแก้ไขแล้วกู้ฐาน

  • รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี   บทที่ 148

    แต่ทุกอย่างก็หายไปในพริบตาเซ่าเยว่ชะงักเล็กน้อย หลังจากความว่างเปล่าในหัวผ่านไป สิ่งที่โผล่มาในใจมีเพียงห้าคำสามปีที่ไร้ค่า“เพี๊ยะ!” เส้าเยว่ตบหน้าของเจียงเฉินหานหนึ่งครั้งแรงไม่มากนัก แต่หนักแน่นชัดเจนเจียงเฉินหานยังตกตะลึงกับฝ่ามือแรกอยู่ไม่ทันไร ฝ่ามือที่สองของเซ่าเยว่ก็ตบซัดเข้ามาอีกคร

  • รักครั้งใหม่กับพี่ชายอดีตสามี   บทที่ 419

    ซางจื้อเหนียนเห็นรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นแล้วก็หายไปบนดวงหน้าของเธอขอแค่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเซ่าเยว่ เขาไม่อาจมองทุกอย่างด้วยเหตุผลได้เลย กลับให้ความรู้สึกเป็นฝ่ายนำแทนก็เหมือนกับภาพวาดสีน้ำมันภาพนั้นรวมถึงโจวซูไป๋...โจวซูไป๋ไม่ได้สำคัญอะไรเลย แถมยังร้องไห้ขี้มูกโป่งอีกแต่ซางจื้อเหนียนก็ยังหึ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status