LOGINอุษมาหยุดมือ แล้วเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างจริงจัง
“มีปัญหาเหรอ”
“ไม่ถึงกับปัญหา” เขาตอบตามตรง “แต่มันต่างกันนิดหนึ่ง ผมเลยเอามาให้เอื้อดูก่อนว่าใช้ได้ไหม”
คำพูดนั้นทำให้อุษมานิ่งไป เพราะถ้าคนอื่นเขาคงบอกแค่ว่า “ไม่เป็นไรหรอกพี่” แล้วปล่อยให้เธอรับกรรมเอาเอง หากแต่ผู้ชายอายุยี่สิบสองตรงหน้าไม่ทำแบบนั้น
พิชญะหยิบผ้าตัวอย่างออกมา วางบนโต๊ะแล้วเอาอีกผืนทาบลงข้างกันให้เห็นชัดๆ
อุษมาก้มดู สีม่วงแทบจะเหมือนกัน แต่มัน…ไม่เหมือน
“อ่อนกว่านิดจริงด้วย” เธอพึมพำ
พิชญะพยักหน้า “ผมให้โรงย้อมปรับล็อตถัดไปแล้ว แต่ล็อตนี้ผมพักไว้ก่อน เอื้อจะให้ผมทำยังไง”
อุษมาเงียบไปอีกครั้ง ในความเงียบนั้น เธอเหมือนกำลังชั่งใจระหว่าง “ความเป๊ะ” กับ “เวลา”
สุดท้ายเธอก็เงยหน้าขึ้นมองเขา “ถ้ารอล็อตใหม่จะเสียเวลามากไหม”
“ก็น่าจะวันนึงครับ”
อุษมาฟังแล้วมองงานตรงหน้า คำนวณเวลาในใจและคิดว่าเธอพอมีเวลา หญิงสาวพยักหน้า “ถ้าวันเดียว พี่จะรอล็อตใหม่”
พิชญะผ่อนลมหายใจเหมือนเธอตัดสินใจไปในทางเดียวกับที่เขาเดาไว้ “ได้ครับ”
“ขอบคุณนะ… ที่ไม่ทำให้พี่ต้องมานั่งแก้งานทีหลัง”
พิชญะไม่พูดอะไร เขาแค่พยักหน้าเบาๆ เหมือนมันเป็นเรื่องปกติ
แต่สำหรับอุษมา…มันไม่ปกติเลย เพราะนี่คือครั้งแรกในรอบหลายปีที่เธอรู้สึกว่า มีผู้ชายคนหนึ่งอยู่ข้างเธอและเข้าใจในสิ่งที่เธอให้ความสำคัญ
“แล้วนี่เธอกินข้าวยัง” เธอถามต่อเหมือนนึกได้
พิชญะส่ายหน้า “ยังครับ เลิกงานก็ออกมาเลย”
“พี่กำลังจะสั่งข้าวเย็น เธอกินด้วยกันไหม”
พิชญะชะงักและยิ้มออกมา “ครับ ขอบคุณ”
คืนนั้นอุษมาเลิกงานตอนหนึ่งทุ่ม ช่วงนี้เธอขอให้คนงานที่อยู่เย็นได้ ทำโอต่อวันละสองชั่วโมงเพื่อไม่ให้งานเร่งในช่วงท้าย
“ผมไปส่งเอื้อที่บ้านนะ” พิชญะแตะข้อศอกเธอเบาๆ อุษมากำลังจะค้านแต่เขาพูดต่อ
“พรุ่งนี้เช้าผมจะไปรับเอื้อมาทำงานเองครับ ไม่ให้หาทางมาเองหรอก ผมเป็นห่วงท่าทางเอื้อเหนื่อยอย่าขับรถเองเลย”
ในที่สุดอุษมาก็พยักหน้า เธอพูดปนหัวเราะ “นอกจากแม่บ้าน สงสัยว่าพี่ต้องจ้างคนขับรถแล้วสินะ”
“ผมเป็นคนขับรถให้เอื้อได้ ไม่ต้องให้เงินเดือนด้วย” เขาพูดขณะที่เปิดประตูรถให้เธอ และอ้อมไปประจำที่นั่งฝั่งคนขับ
หญิงสาวถอนใจ “พี่พูดเล่นน่ะ งานไม่ได้เยอะทุกวันไม่ได้จำเป็นหรอก”
คนฟังไม่ได้ตอบอะไรอีก เขาสตาร์ทรถและถอยออกสู่ถนน ใช้เวลาเพียงสิบนาทีก็ถึงหน้าบ้านอุษมา
“ขอบใจมากพีร์” อุษมาจับที่เปิดประตูทำท่าจะเปิดมันออกแต่พิชญะวาดมือไปวางทับมือบางไว้ เธอทำตัวแข็งอย่างตกใจขณะที่รู้สึกว่าเขาเลื่อนตัวมาใกล้จนเกินไป
“ที่ผมทำให้บางเรื่องไม่ใช่ความจำเป็นครับเอื้อ แต่ผมเต็มใจทำ” เขาปล่อยมือเธอให้เป็นอิสระและถอยกลับไปนั่งประจำที่ “พรุ่งนี้ผมมารับ ไม่เกินแปดโมงเช้านะ”
ธิบดีอยู่คุยต่ออีกครู่ จนกระทั่งการสนทนามาถึง “แล้ว คลินิกที่ลำพูนเป็นยังไงบ้างครับกิจการ”อุษมาเลิกคิ้วเล็กน้อย “คนแน่นค่ะ…เอื้อยังตกใจอยู่เลย ตอนเปิดใหม่ ๆ ก็คิดว่าคงค่อยเป็นค่อยไป”ธิบดีพยักหน้าแบบไม่คิดอะไร แต่เป็นอุษมาเองที่มองหน้าเขา แล้วคิดอะไรออกพอดี“เอ้อ… พูดถึงคลินิก เอื้อเจอพนักงานของคุณบีที่นั่นด้วยนะคะ”ธิบดีขมวดคิ้ว “ใครครับ”“น้องพลอยที่เป็นเลขาคุณไงคะ” อุษมาพูดช้า ๆ “เขามาตรวจครรภ์ค่ะ… พูดถึงตั้งแต่วันนั้นก็ไม่ได้เจออีก แล้วน้องเขาใกล้คลอดหรือยังคะนี่” ธิบดีมีสีหน้าช็อกทันที “พลอยนรา เขาลาออกไปสักพักแล้ว เมื่อกี้คุณเอื้อบอกผมว่าพลอยท้องเหรอ”เขาหยุดเหมือนได้สติ เปลี่ยนท่าทีฉับพลับ “ผมเพิ่งนึกออกว่ามีธุระต้องไปทำ ยินดีด้วยอีกครั้งขอตัวก่อนนะครับ”“ค่ะ” อุษมายิ้มแม้จะงงๆ “ขอบคุณที่มานะคะ”ประตูปิดลงหลังจากที่เขาออกไปอย่างรีบร้อน ทำให้สองหนุ่มสาวหันมามองหน้ากัน“เห็นไหมเอื้อ” เขาพูด “ผมว่าไม่ใช่ลูกน้องกับเจ้านายแล้วแหละ”อุษมาหัวเราะ “พีร์อย่าพูดดัง เดี๋ยวเขากลับมาได้ยินว่าเรานินทา”“รีบขนาดนั้นคงกลับมาหรอก” พิชญะหัวเราะแล้วทำหน้าจริงจัง “เอื้อ
อุษมามองเขานิ่ง ดวงตาเต็มไปด้วยความรู้สึกจนพูดไม่ออก ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ เธอสูดลมหายใจลึก แล้วเงยหน้ามองพิชญะ“เอื้อเข้าไปเองได้ พีร์อยู่รอข้างนอกนะคะ”พิชญะกำมือเธอแน่นขึ้นโดยไม่พูดอะไร เขาพยักหน้าเพียงครั้งเดียว “ผมอยู่ตรงนี้ครับ เอื้อไม่ต้องห่วง”เจ้าหน้าที่เข็นเตียงเข้าห้อง พิชญะเดินตามได้เพียงถึงเส้นสีแดงหน้าประตูห้องผ่าตัดเขาก้มลงหอมหน้าผากเธอเบา ๆ ก่อนที่เตียงจะถูกเข็นผ่านประตูนั้นไป“เดี๋ยวเจอกันนะครับ…”อุษมายิ้มให้เขาก่อนที่ประตูจะค่อย ๆ ปิดลง พิชญะยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น เหมือนโลกทั้งใบถูกปิดทิ้งไว้ข้างในพีรยาเดินเร็ว ๆ เข้ามาหาอวิกา “อ้อม… เอื้อเป็นยังไงบ้างตอนนี้”“กำลังเข้าห้องคลอดแล้วล่ะมด” อวิกาตอบยิ้มทั้งน้ำตา “ตาพีร์ก็ไปส่งเอื้อที่หน้าห้องผ่าตัด”พีรยาพยักหน้าเหมือนโล่งใจ แล้วหันไปมองคิมหันต์ “หมอคิม… สวัสดีค่ะ”คิมหันต์พยักหน้ารับอย่างสุภาพ “สวัสดีครับ ผมว่าเราไปหาที่นั่งรอกันดีกว่า”ไอยเรศเดินตามภรรยามาถึงพอดี เขามองคิมหันต์นิดหนึ่ง ก่อนจะยิ้มบาง ๆ “เดี๋ยววันนี้เราคงได้เป็นคุณปู่คุณตาพร้อมกันนะครับหมอคิม”คิมหันต์หัวเราะ “ครับ… มันคงต้องเป็นแบบนั้น”เวลาผ่า
ชายหนุ่มหัวเราะ “ผมพูดเล่นแต่เอื้อจะเอาจริงเหรอ”“จริงสิ” เธอยิ้ม “คนมาหาหมอ ต้องมีอะไรให้เดินดูรอเวลา ของสวยๆ งามๆ”เขามองเธออย่างเอ็นดูผู้หญิงที่ผ่านเรื่องเสียใจมามาก ผ่านช่วงเวลาเจ็บปวดทั้งทางร่างกายและจิตใจมาไม่น้อย แต่เธอยังคิดถึงคนอื่นได้เสมอระหว่างที่อุษมาเดินดูความเรียบร้อยรอบคลินิก สายตาเธอสะดุดกับหญิงสาวคนหนึ่งในชุดทำงานเรียบ ๆใบหน้าคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก อุษมาชะลอฝีเท้าภาพในหัวค่อย ๆ ปะติดปะต่อกัน นึกได้ว่าเธอคนนี้เป็นเลขาของธิบดี“น้องคะ…” เธอเอ่ยทักอย่างสุภาพ “เราเคยเจอกันที่ออฟฟิศคุณธิบดีใช่ไหมคะ พี่คุ้นหน้าน้องจัง”หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยสีหน้าที่ตกใจเกินเหตุ ทำให้อุษมางง“ค่ะ… ใช่ค่ะ คุณเอื้อ” อีกฝ่ายตอบเร็วเกินไป มือกำกระเป๋าแน่น“คุณเอื้อ… จำพลอยได้ด้วยเหรอคะ”อุษมายิ้ม “จำได้สิคะ วันนั้นน้องพลอยมาส่งเอกสารให้คุณธิบดี”หญิงสาวพยักหน้าแต่สายตาเลิ่กลั่ก เหมือนกำลังกลัวบางอย่างที่อุษมายังมองไม่เห็น“น้องพลอยมาฝากท้องที่นี่เหรอคะ” อุษมาถามตามประสาคนท้องเหมือนกันหญิงสาวชะงักก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ “ใช่ค่ะ…”อุษมายิ้มให้อีกครั้งอย่างเป็นมิตร “ยินดีต้อนรับนะคะ ถ้ามีปั
ที่ดินขนาดสองไร่ติดถนนใหญ่ของลำพูน เคยเป็นเพียงผืนดินโล่งที่ถมทิ้งไว้นานเกือบสามปี แต่วันนี้มันไม่ว่างเปล่าอีกต่อไปอาคารสองชั้นเดียวพื้นที่ประมาณสามร้อยตารางเมตร การออกแบบดูเรียบสะอาดตาแต่ถูกต้องตามมาตรฐาน มีป้ายคลีนิกเวชกรรมเฉพาะทางสูติ–นรีเวช ในเครือของรพ.วิชชเวช เด่นอยู่ด้านหน้าท่ามกลางผู้คนที่มากันมากมายในวันเปิดคลินิก มีทั้งบรรดาผู้บริหารและเจ้าของ บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ของคลีนิกและลูกค้าที่รอมาใช้บริการนั้น ไอยเรศยืนมองจากอีกฝั่งถนน เขามองอาคารตรงหน้าอย่างพอใจ“เร็วกว่าที่คิดนะครับคุณหมอ” เขาพูดเบา ๆคิมหันต์ยืนข้าง ๆ พยักหน้า “ที่ดินพร้อม ทีมพร้อม ทุกอย่างเดินพร้อมกันครับ”การก่อสร้างดำเนินไปอย่างราบรื่นอย่างน่าประหลาด ส่วนพวกเอกสาร ขออนุญาต ออกแบบ จัดหาเครื่องมือ ทุกอย่างถูกจัดการอย่างเป็นระบบอย่างรวดเร็วคิมหันต์ไม่ได้ทำในฐานะ “พ่อของคนท้อง” แต่เขาทำในฐานะแพทย์ที่รู้ดีว่าการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย ต้องอาศัยมากกว่าแค่ความรักและคนไข้คนแรกของคลินิกก็ไม่ใช่ใครอื่น อุษมา นั่นเองวันนี้ตรงกับวันที่อายุครรภ์ได้หกเดือนพอดี หญิงสาวสวมชุดกระโปรงคนท้องสีอ่อน รูปร่างเริ่
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง เหมือนหยุดคิดอะไรก่อนที่พ่อของเธอจะพูดออกมา“งั้นพ่อจะเปิดคลินิกเอง” เขาพูดเหมือนเป็นการชวนไปกินข้าว “เปิดที่ลำพูนนั่นล่ะลูกให้อยู่ในเครือวิชชเวช ดูแลเอื้อกับหลานพ่อโดยเฉพาะ”อุษมาหัวเราะทั้งน้ำตา “พ่อไม่ต้องทำขนาดนั้นก็ได้ค่ะ”“ต้องทำ” คิมหันต์ตอบสั้น ๆ แต่หนักแน่น “พ่ออยากดูแลลูกสาวกับหลานตาให้ดีที่สุด”คืนนั้นอุษมานอนตะแคงมือวางบนท้องที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลย พิชญะขยับเข้ามาใกล้วางมือทับมือเธอเบา ๆ“ผมไม่รู้ว่าลูกจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายหรือจะหน้าตาเหมือนใคร” เขาพูดเบา ๆ “แต่ยังไงผมรู้ว่าแกเกิดมาพร้อมกับคนที่รักรอบๆ ตัว”อุษมายิ้มหลับตาลงอย่างสบายใจสองปีที่ผ่านมา… เธอไม่ได้แค่หายป่วย แต่เธอได้ชีวิตกลับมาอย่างสมบูรณ์อีกครั้งหลายวันต่อมาห้องรับแขกในบ้านของไอยเรศเงียบสนิท มีเพียงเสียงแก้วกระทบกับโต๊ะ“เชิญครับคุณหมอคิม” ไอยเรศเชิญคิมหันต์นั่ง ก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้าม“หมอคิมตั้งใจจะเปิดคลีนิกที่ลำพูนจริง ๆ เหรอ” ไอยเรศเปิดประเด็นแต่เต็มไปด้วยความอยากรู้คิมหันต์พยักหน้าเล็กน้อย“ใช่พ่อเลี้ยง ผมห่วงลูกสาวผมน่ะ ยายเอื้อไม่ยอมย้ายไปอยู่กรุงเทพฯ แล้ว
สองปีผ่านไป ชีวิตของพวกเขาก็ยังดำเนินต่อไปตามปกติ ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย แต่ทุกอย่างค่อย ๆ กลับเข้าที่เหมือนร่างกายที่ฟื้นตัวช้า ๆ หลังจากผ่านการเจ็บป่วยหนักวันนี้อุษมามีนัดตรวจติดตามอาการตามปกติ ที่หมอจะนัดห่างลงเรื่อยๆ เพราะเนื้องอกของเธอสงบมาได้ระยะหนึ่งแล้ว หญิงสาวนั่งฟังหมอพูดอย่างมีความหวัง หวังว่าสักวันจะได้ยินหมอบอกว่าเธอหายขาดแล้วมือประสานกันอยู่บนตัก ขณะผลตรวจวางอยู่ตรงหน้าคุณหมอ “เนื้องอกสงบดีนะคะ ไม่มีจุดใหม่ขึ้นมาเลย”หมอยิ้มให้เธอ “ตอนนี้สามารถหยุดยาคุมได้แล้วค่ะ”อุษมาพยักหน้าเบาๆ เหมือนใจยังไม่อยากเชื่อทั้งที่เป็นสิ่งที่รอฟังมาตลอด“แต่…” หมอพูดต่ออย่างรอบคอบ “ร่างกายคนไข้ ยังเข้าข่ายมีบุตรยากอยู่นะคะ ไม่ได้หมายความว่าห้ามมีเพียงแต่อาจจะต้องใช้เวลา หรืออาจจะมีได้ยากกว่าคนทั่วไป”คำว่ามีบุตรยากไม่ได้ทำให้เธอสะเทือนใจเหมือนในอดีต มันแค่ผ่านเข้ามา… แล้วผ่านไป หญิงสาวทำใจยอมรับเรื่องนี้ได้นานแล้วเธอออกจากโรงพยาบาลในวันนั้นด้วยความรู้สึกโล่งในรอบหลายปี เพราะร่างกายของเธอ… ไม่ต้องต่อสู้กับอะไรอีกแล้วคืนนั้นเธอเล่าให้พิชญะฟังทางโทรศัพท์ เขาไม่ได
คำว่ามากเกินไปทำให้อุษมาขมวดคิ้ว “สนิทยังไง” เธอถามต่อ “อะไรที่เธอว่ามากเกินไป”“ก็เอื้อคุยกับเขาบ่อย” พิชญะตอบเสียงอ่อนลงเหมือนเพิ่งรู้สึกตัว “อยู่กันสองคน ดูสบายใจเกินไป”อุษมานิ่งก่อนจะหัวเราะเบาๆ ไม่ได้รู้สึกขำ แต่เป็นหัวเราะที่มีคำถามเต็มไปหมด“เมฆเป็นเพื่อนเอื้อ เรารู้จักกันมานานกว่าพ
จนกระทั่ง“เอื้อ…” พิชญะเรียกชื่อเธอเบา ๆ ตอนที่ทั้งคู่รับประทานมื้อเย็นในอีกวัน“คะ...” เธอเงยหน้าขึ้นเป็นเชิงถาม “เรื่องของเรา… ตอนนี้เอื้อยังไม่อยากบอกผู้ใหญ่ใช่ไหม”คำถามนั้นไม่แรงแต่กระแทกตรงจุดอุษมานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “อืม อย่างน้อยตอนนี้”พีร์ถอนหายใจเหมือนโล่งอก “ดีแล้วครับ
คำว่า “รอ” ไม่ได้ถูกพูดออกมาในห้องนี้แต่เธอได้ยินมันชัดเจน ได้ยินเหมือนเสียงนาฬิกาที่เดินดังขึ้นกว่าเดิมพิชญะบีบมือเธอแน่นขึ้น “ผมรักเอื้อนะครับ” เขาพูดเหมือนยืนยัน เหมือนย้ำว่าเหตุผลเดียวที่เธอต้องรอก็เพราะว่าเขารักเธออุษมาไม่ตอบเธอแค่พยักหน้าเบา ๆ แล้วลุกขึ้นไปหยิบจานในครัวเหมือนจะจัดอาหาร
พิชญะกลับถึงบ้านเกือบสามทุ่มไฟในบ้านยังเปิดอยู่เกือบทุกดวง แสดงว่าพ่อกับแม่ยังไม่เข้านอน ทั้งที่ปกติเวลานี้พีรยามักจะขึ้นห้องไปอ่านหนังสือแล้วเขาเดินเข้าไปในบ้านอย่างเงียบ ๆ ถอดรองเท้าวางเข้าที่เสียงฝีเท้ากระทบบนพื้นไม้ปาร์เก้ ทำให้พีรยาที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นเงยหน้าขึ้นมอง“ลูกกลับมาพอดีเลย” เ







