เข้าสู่ระบบธิบดีอยู่คุยต่ออีกครู่ จนกระทั่งการสนทนามาถึง “แล้ว คลินิกที่ลำพูนเป็นยังไงบ้างครับกิจการ”อุษมาเลิกคิ้วเล็กน้อย “คนแน่นค่ะ…เอื้อยังตกใจอยู่เลย ตอนเปิดใหม่ ๆ ก็คิดว่าคงค่อยเป็นค่อยไป”ธิบดีพยักหน้าแบบไม่คิดอะไร แต่เป็นอุษมาเองที่มองหน้าเขา แล้วคิดอะไรออกพอดี“เอ้อ… พูดถึงคลินิก เอื้อเจอพนักงานของคุณบีที่นั่นด้วยนะคะ”ธิบดีขมวดคิ้ว “ใครครับ”“น้องพลอยที่เป็นเลขาคุณไงคะ” อุษมาพูดช้า ๆ “เขามาตรวจครรภ์ค่ะ… พูดถึงตั้งแต่วันนั้นก็ไม่ได้เจออีก แล้วน้องเขาใกล้คลอดหรือยังคะนี่” ธิบดีมีสีหน้าช็อกทันที “พลอยนรา เขาลาออกไปสักพักแล้ว เมื่อกี้คุณเอื้อบอกผมว่าพลอยท้องเหรอ”เขาหยุดเหมือนได้สติ เปลี่ยนท่าทีฉับพลับ “ผมเพิ่งนึกออกว่ามีธุระต้องไปทำ ยินดีด้วยอีกครั้งขอตัวก่อนนะครับ”“ค่ะ” อุษมายิ้มแม้จะงงๆ “ขอบคุณที่มานะคะ”ประตูปิดลงหลังจากที่เขาออกไปอย่างรีบร้อน ทำให้สองหนุ่มสาวหันมามองหน้ากัน“เห็นไหมเอื้อ” เขาพูด “ผมว่าไม่ใช่ลูกน้องกับเจ้านายแล้วแหละ”อุษมาหัวเราะ “พีร์อย่าพูดดัง เดี๋ยวเขากลับมาได้ยินว่าเรานินทา”“รีบขนาดนั้นคงกลับมาหรอก” พิชญะหัวเราะแล้วทำหน้าจริงจัง “เอื้อ
อุษมามองเขานิ่ง ดวงตาเต็มไปด้วยความรู้สึกจนพูดไม่ออก ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ เธอสูดลมหายใจลึก แล้วเงยหน้ามองพิชญะ“เอื้อเข้าไปเองได้ พีร์อยู่รอข้างนอกนะคะ”พิชญะกำมือเธอแน่นขึ้นโดยไม่พูดอะไร เขาพยักหน้าเพียงครั้งเดียว “ผมอยู่ตรงนี้ครับ เอื้อไม่ต้องห่วง”เจ้าหน้าที่เข็นเตียงเข้าห้อง พิชญะเดินตามได้เพียงถึงเส้นสีแดงหน้าประตูห้องผ่าตัดเขาก้มลงหอมหน้าผากเธอเบา ๆ ก่อนที่เตียงจะถูกเข็นผ่านประตูนั้นไป“เดี๋ยวเจอกันนะครับ…”อุษมายิ้มให้เขาก่อนที่ประตูจะค่อย ๆ ปิดลง พิชญะยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น เหมือนโลกทั้งใบถูกปิดทิ้งไว้ข้างในพีรยาเดินเร็ว ๆ เข้ามาหาอวิกา “อ้อม… เอื้อเป็นยังไงบ้างตอนนี้”“กำลังเข้าห้องคลอดแล้วล่ะมด” อวิกาตอบยิ้มทั้งน้ำตา “ตาพีร์ก็ไปส่งเอื้อที่หน้าห้องผ่าตัด”พีรยาพยักหน้าเหมือนโล่งใจ แล้วหันไปมองคิมหันต์ “หมอคิม… สวัสดีค่ะ”คิมหันต์พยักหน้ารับอย่างสุภาพ “สวัสดีครับ ผมว่าเราไปหาที่นั่งรอกันดีกว่า”ไอยเรศเดินตามภรรยามาถึงพอดี เขามองคิมหันต์นิดหนึ่ง ก่อนจะยิ้มบาง ๆ “เดี๋ยววันนี้เราคงได้เป็นคุณปู่คุณตาพร้อมกันนะครับหมอคิม”คิมหันต์หัวเราะ “ครับ… มันคงต้องเป็นแบบนั้น”เวลาผ่า
ชายหนุ่มหัวเราะ “ผมพูดเล่นแต่เอื้อจะเอาจริงเหรอ”“จริงสิ” เธอยิ้ม “คนมาหาหมอ ต้องมีอะไรให้เดินดูรอเวลา ของสวยๆ งามๆ”เขามองเธออย่างเอ็นดูผู้หญิงที่ผ่านเรื่องเสียใจมามาก ผ่านช่วงเวลาเจ็บปวดทั้งทางร่างกายและจิตใจมาไม่น้อย แต่เธอยังคิดถึงคนอื่นได้เสมอระหว่างที่อุษมาเดินดูความเรียบร้อยรอบคลินิก สายตาเธอสะดุดกับหญิงสาวคนหนึ่งในชุดทำงานเรียบ ๆใบหน้าคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก อุษมาชะลอฝีเท้าภาพในหัวค่อย ๆ ปะติดปะต่อกัน นึกได้ว่าเธอคนนี้เป็นเลขาของธิบดี“น้องคะ…” เธอเอ่ยทักอย่างสุภาพ “เราเคยเจอกันที่ออฟฟิศคุณธิบดีใช่ไหมคะ พี่คุ้นหน้าน้องจัง”หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยสีหน้าที่ตกใจเกินเหตุ ทำให้อุษมางง“ค่ะ… ใช่ค่ะ คุณเอื้อ” อีกฝ่ายตอบเร็วเกินไป มือกำกระเป๋าแน่น“คุณเอื้อ… จำพลอยได้ด้วยเหรอคะ”อุษมายิ้ม “จำได้สิคะ วันนั้นน้องพลอยมาส่งเอกสารให้คุณธิบดี”หญิงสาวพยักหน้าแต่สายตาเลิ่กลั่ก เหมือนกำลังกลัวบางอย่างที่อุษมายังมองไม่เห็น“น้องพลอยมาฝากท้องที่นี่เหรอคะ” อุษมาถามตามประสาคนท้องเหมือนกันหญิงสาวชะงักก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ “ใช่ค่ะ…”อุษมายิ้มให้อีกครั้งอย่างเป็นมิตร “ยินดีต้อนรับนะคะ ถ้ามีปั
ที่ดินขนาดสองไร่ติดถนนใหญ่ของลำพูน เคยเป็นเพียงผืนดินโล่งที่ถมทิ้งไว้นานเกือบสามปี แต่วันนี้มันไม่ว่างเปล่าอีกต่อไปอาคารสองชั้นเดียวพื้นที่ประมาณสามร้อยตารางเมตร การออกแบบดูเรียบสะอาดตาแต่ถูกต้องตามมาตรฐาน มีป้ายคลีนิกเวชกรรมเฉพาะทางสูติ–นรีเวช ในเครือของรพ.วิชชเวช เด่นอยู่ด้านหน้าท่ามกลางผู้คนที่มากันมากมายในวันเปิดคลินิก มีทั้งบรรดาผู้บริหารและเจ้าของ บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ของคลีนิกและลูกค้าที่รอมาใช้บริการนั้น ไอยเรศยืนมองจากอีกฝั่งถนน เขามองอาคารตรงหน้าอย่างพอใจ“เร็วกว่าที่คิดนะครับคุณหมอ” เขาพูดเบา ๆคิมหันต์ยืนข้าง ๆ พยักหน้า “ที่ดินพร้อม ทีมพร้อม ทุกอย่างเดินพร้อมกันครับ”การก่อสร้างดำเนินไปอย่างราบรื่นอย่างน่าประหลาด ส่วนพวกเอกสาร ขออนุญาต ออกแบบ จัดหาเครื่องมือ ทุกอย่างถูกจัดการอย่างเป็นระบบอย่างรวดเร็วคิมหันต์ไม่ได้ทำในฐานะ “พ่อของคนท้อง” แต่เขาทำในฐานะแพทย์ที่รู้ดีว่าการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย ต้องอาศัยมากกว่าแค่ความรักและคนไข้คนแรกของคลินิกก็ไม่ใช่ใครอื่น อุษมา นั่นเองวันนี้ตรงกับวันที่อายุครรภ์ได้หกเดือนพอดี หญิงสาวสวมชุดกระโปรงคนท้องสีอ่อน รูปร่างเริ่
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง เหมือนหยุดคิดอะไรก่อนที่พ่อของเธอจะพูดออกมา“งั้นพ่อจะเปิดคลินิกเอง” เขาพูดเหมือนเป็นการชวนไปกินข้าว “เปิดที่ลำพูนนั่นล่ะลูกให้อยู่ในเครือวิชชเวช ดูแลเอื้อกับหลานพ่อโดยเฉพาะ”อุษมาหัวเราะทั้งน้ำตา “พ่อไม่ต้องทำขนาดนั้นก็ได้ค่ะ”“ต้องทำ” คิมหันต์ตอบสั้น ๆ แต่หนักแน่น “พ่ออยากดูแลลูกสาวกับหลานตาให้ดีที่สุด”คืนนั้นอุษมานอนตะแคงมือวางบนท้องที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลย พิชญะขยับเข้ามาใกล้วางมือทับมือเธอเบา ๆ“ผมไม่รู้ว่าลูกจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายหรือจะหน้าตาเหมือนใคร” เขาพูดเบา ๆ “แต่ยังไงผมรู้ว่าแกเกิดมาพร้อมกับคนที่รักรอบๆ ตัว”อุษมายิ้มหลับตาลงอย่างสบายใจสองปีที่ผ่านมา… เธอไม่ได้แค่หายป่วย แต่เธอได้ชีวิตกลับมาอย่างสมบูรณ์อีกครั้งหลายวันต่อมาห้องรับแขกในบ้านของไอยเรศเงียบสนิท มีเพียงเสียงแก้วกระทบกับโต๊ะ“เชิญครับคุณหมอคิม” ไอยเรศเชิญคิมหันต์นั่ง ก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้าม“หมอคิมตั้งใจจะเปิดคลีนิกที่ลำพูนจริง ๆ เหรอ” ไอยเรศเปิดประเด็นแต่เต็มไปด้วยความอยากรู้คิมหันต์พยักหน้าเล็กน้อย“ใช่พ่อเลี้ยง ผมห่วงลูกสาวผมน่ะ ยายเอื้อไม่ยอมย้ายไปอยู่กรุงเทพฯ แล้ว
สองปีผ่านไป ชีวิตของพวกเขาก็ยังดำเนินต่อไปตามปกติ ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย แต่ทุกอย่างค่อย ๆ กลับเข้าที่เหมือนร่างกายที่ฟื้นตัวช้า ๆ หลังจากผ่านการเจ็บป่วยหนักวันนี้อุษมามีนัดตรวจติดตามอาการตามปกติ ที่หมอจะนัดห่างลงเรื่อยๆ เพราะเนื้องอกของเธอสงบมาได้ระยะหนึ่งแล้ว หญิงสาวนั่งฟังหมอพูดอย่างมีความหวัง หวังว่าสักวันจะได้ยินหมอบอกว่าเธอหายขาดแล้วมือประสานกันอยู่บนตัก ขณะผลตรวจวางอยู่ตรงหน้าคุณหมอ “เนื้องอกสงบดีนะคะ ไม่มีจุดใหม่ขึ้นมาเลย”หมอยิ้มให้เธอ “ตอนนี้สามารถหยุดยาคุมได้แล้วค่ะ”อุษมาพยักหน้าเบาๆ เหมือนใจยังไม่อยากเชื่อทั้งที่เป็นสิ่งที่รอฟังมาตลอด“แต่…” หมอพูดต่ออย่างรอบคอบ “ร่างกายคนไข้ ยังเข้าข่ายมีบุตรยากอยู่นะคะ ไม่ได้หมายความว่าห้ามมีเพียงแต่อาจจะต้องใช้เวลา หรืออาจจะมีได้ยากกว่าคนทั่วไป”คำว่ามีบุตรยากไม่ได้ทำให้เธอสะเทือนใจเหมือนในอดีต มันแค่ผ่านเข้ามา… แล้วผ่านไป หญิงสาวทำใจยอมรับเรื่องนี้ได้นานแล้วเธอออกจากโรงพยาบาลในวันนั้นด้วยความรู้สึกโล่งในรอบหลายปี เพราะร่างกายของเธอ… ไม่ต้องต่อสู้กับอะไรอีกแล้วคืนนั้นเธอเล่าให้พิชญะฟังทางโทรศัพท์ เขาไม่ได
สองสัปดาห์หลังเป็นช่วงที่อุษมาและทีมงานเร่งงานกันจริงจังกว่าเดิมมาก ผ้าจากโรงทอทยอยส่งมาเธอต้องรีบตัดชิ้นและทำงานตามขั้นตอนมือแทบเป็นระวิงในส่วนหน้าร้านก็งานยุ่งเช่นกัน เพราะเริ่มเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นแล้ว และปีนี้อากาศเย็นเร็วกว่าปกติทำให้ในตัวเมืองลำพูนค่อนข้างคึกคักกว่าปกติฝ่ายพิชญะเขามาช่วยเธอท
บ้านของอุษมายังเป็นบ้านหลังเดิม ประตูไม้บานเดิมกลิ่นกาแฟยามเช้า เสียงผู้คนรอบบ้านเพื่อนบ้านทุกอย่างเหมือนเดิม… แต่ความรู้สึกของเธอไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เมื่อมีคนอีกคนเข้ามาอยู่ร่วมบ้านแม้จะในเวลาสั้นๆแม้ว่าเธอจะไม่ได้ป่าวประกาศกับใครว่าเธอเป็นภรรยาที่ถูกต้องแล้วของพิชญะ และรู้ว่าอาจจะมีบ้างที่
อำเภอเล็ก ๆ ในช่วงบ่ายไม่ได้คึกคักเป็นพิเศษแต่สำหรับคนสี่คนที่นั่งรออยู่ทุกวินาทีหนักเท่ากันอุษมานั่งตัวตรงสวมเสื้อเชิ้ตสีครีมเรียบๆ ไม่แต่งหน้าอะไรพิเศษ ไม่ได้มีเครื่องประดับหรือแหวนแต่งงาน มีเพียงว่าที่สามีนั่งข้างๆ เธอ มือเขาวางอยู่บนตักแต่ใกล้พอให้เธอรู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้ไอยเรศกับพีรยานั่งฝั
อุษมาใช้เวลาคิดทั้งคืน เธอไม่ร้องไห้ฟูมฟาย ไม่มีคำถามว่าเราจะยังรักกันไหมหรือว่าเขาจะไปนานแค่ไหนเธอคิดแบบผู้หญิงอายุยี่สิบหกที่เคยเห็นผู้หญิงหลายคนชีวิตต้องพังเพราะคำว่ารอเช้าวันนั้น เธอส่งข้อความหาพิชญะสั้น ๆ‘พี่อยากคุยด้วย วันนี้หลังเลิกงาน แวะมาที่ร้านนะ’แต่ทว่า... พิชญะมาถึงตั้งแต่บ่าย เ







