LOGINเช้าวันรุ่งขึ้น อุษมาเข้าร้านตั้งแต่ยังไม่เก้าโมง เธอถือแก้วกาแฟเดินผ่านหน้าร้าน มองเห็นพนักงานขายรอบเช้าเริ่มงานของตัวเองกันอย่างขมักเขม่น เธอรับไหว้พวกเขาก่อนจะตรงไปที่ห้องทำงานชั้นสอง
“พี่แอน… ทุกคนมาครบหรือยังคะ” ใกล้ได้เวลานัดเธอถามอนิตาระหว่างเปิดแฟ้มเอกสาร
“ครบแล้วค่ะน้องเอื้อ ทั้งโรงงาน ออกแบบ จัดซื้อ แล้วก็บัญชีค่ะ”
อุษมาพยักหน้าก่อนจะลุกและเตรียมเข้าห้องประชุม ไม่บ่อยนักจะมีการประชุมร่วมกันของฝ่ายร้านและโรงงาน ซึ่งฝ่ายโรงงานเธอเพิ่งขยายให้ใหญ่ขึ้นหลังจากมาทำงานที่นี่ใหม่ๆ โดยที่ตัดสินใจย้ายส่วนโรงงานไปอีกที่ไม่ไกลจากร้านมาก และหน้าร้านก็มีพื้นที่มากขึ้นในส่วนของการจัดเก็บสต็อกร้าน
“ขอบคุณทุกคนที่มานะคะ” อุษมาพูด
“วันนี้เอื้อจะสรุปงานเทศบาลให้ชัด ๆ เราต้องได้แบบภายในเที่ยง เพื่อส่งให้เลขานายกฯ พิจารณาช่วงบ่ายค่ะ”
ทุกคนเงียบลงทันที
“งานนี้เป็นของที่ระลึกยี่เป็งของเทศบาลลำพูน จำนวนสองพันชุด” เธอเลื่อนหน้าจอให้เห็นข้อมูล “ข้อกำหนดคือต้องใช้ได้จริงและต้องดูพรีเมียม เพราะเป็นของแขกและสื่อที่มางานค่ะ”
หัวหน้าฝ่ายโรงงานพยักหน้า “ค่ะน้องเอื้อ”
อุษมาหยิบปากกาขึ้นแล้วเคาะโต๊ะเบา ๆ หนึ่งครั้ง
“คอนเซ็ปต์ที่เอื้อเสนอไปคือ โทนล้านนาร่วมสมัย ไม่เชย และคนรุ่นใหม่ใช้ได้ หลัก ๆ เอื้ออยากให้ในหนึ่งกล่องมี 3 ชิ้น ชิ้นแรกผ้าคลุมไหล่ ชิ้นที่สองผ้าคาดผม ชิ้นที่สามกระเป๋าเงินใบเล็ก”
ฝ่ายออกแบบหันมามองกันทันที อุษมาพูดต่อโดยไม่เปลี่ยนโทนเสียง “ผ้าคลุมไหล่เอื้ออยากใช้เป็นผ้าไหมยกดอกลำพูนเป็นตัวไฮไลท์ค่ะ”
เธอเปิดภาพตัวอย่างบนจอเป็นลายยกดอกพิกุลแซมดิ้นเงิน
“ลายนี้… ไหมยกดอกพิกุลยกใหญ่แซมดิ้นเงิน สีที่อยากได้คือม่วงดอกตะแบก ให้มันออกเป็นม่วงแบบเรียบหรูดูแพง”
ฝ่ายจัดซื้อยกมือ “ถ้าแซมดิ้นเงิน ต้นทุนจะขึ้นนะคะ”
อุษมาพยักหน้า “รู้ค่ะ แต่เป็นชิ้นไฮไลท์ เราจะคุมคุณภาพชิ้นนี้ให้ดีที่สุด แล้วไปคุมต้นทุนชิ้นอื่นแทน”
ทีมออกแบบพยักหน้าเห็นด้วย ส่วนอุษมาพูดต่อ “ขนาดผ้าคลุมไหล่ เอื้ออยากได้ 110 x 200 เซนติเมตร” เธอหยุดนิดหนึ่ง
“รบกวนทีมออกแบบคำนวณให้เป๊ะอีกทีนะคะ ว่าต้องใช้ผ้าจริงกี่เมตร รวมทั้งหมดกี่ม้วน”
ฝ่ายออกแบบพยักหน้าขณะที่กดเครื่องคิดเลขทันที “ได้ค่ะคุณเอื้อ”
“ขอบคุณค่ะ” อุษมายิ้มบาง ๆ ก่อนพูดต่อ
“ส่วนผ้าคาดผมและกระเป๋าเงิน เอื้อจะใช้ผ้าฝ้ายสีพื้นม่วงอ่อนโทนเดียวกับผ้าคลุมไหล่แต่ไล่เฉดห่างกันสองช่วงสี”
ฝ่ายโรงงานถามทันที “สีเดียวกันทั้งคอลเลกชันไหมคะ”
“ใช่ค่ะ” อุษมาตอบ “จะได้ดูเป็นชุดเดียวกันจริงๆ”
เธอหันไปทางอนิตา
“พี่แอน… ส่วนแพ็คเกจ เอื้ออยากได้ กล่องไม้ลายช้าง ด้านในมีซับกำมะหยี่หรือกระดาษรองแบบดี ๆ หน่อย ไม่ต้องมีช่องแยกลองหาแบบงานเก่าขนาดที่เราเคยทำได้ไหมคะ ขอขนาดสี่สิบคูณสามสิบเซน”
อนิตาจดเร็วมาก “ได้ค่ะน้องเอื้อ”
ฝ่ายจัดซื้อถอนใจเบา ๆ “กล่องไม้ใช้เวลานานนะคะ โดยเฉพาะถ้าจะทำลายช้างด้วย”
อุษมาพยักหน้าทันที
“ใช่ค่ะ เอื้ออยากได้เป็นกล่องไม้สักแต่งด้วยแผ่นนิกเกิลลายช้าง ดังนั้นเราต้องสรุปเร็วจะได้ออเดอร์งานได้เร็ว”
แล้วเธอกลับมาที่ “เรื่องตัวเลข” ที่ทุกคนกำลังรอ
“ทีนี้…” อุษมาวางมือบนโต๊ะ “เรื่องจำนวนผ้าที่ต้องใช้จริง”
ฝ่ายออกแบบรายงาน“จากที่เราคำนวณ ต้องให้โรงทอตั้งโปรแกรมทอแบบแบ่งช่อง[1] ค่ะ เผื่อตัดขอบเย็บริม น่าจะได้ที่ม้วนละ 20 ผืน ใช้ทั้งหมด 100 ม้วน”อุษมาพยักหน้า สีหน้าจริงจังแต่แววตานุ่ม “ขอบคุณค่ะ…งั้นเผื่อเสียสิบเปอร์เซ็นต์เป็นยอดสั่งทอ 110 ม้วน ”“พี่แอนส่งแบบกล่องไม้จากงานเก่าๆ ให้แล้วนะคะทางเมลของทุกคนค่ะ” อนิตาพูดขึ้นบ้างอุษมาเปิดอีเมล “แบบแรกสวยนะคะ ราคากำลังดีไม่ถูกไม่แพง แล้วใครมีความเห็นยังไงบ้างคะ” “ผมก็ว่าแบบแรกดีครับ” ผู้จัดการร้านออกความเห็นการหารือดำเนินต่อจนเกือบเที่ยงจึงได้ข้อสรุป“โอเคค่ะ” อุษมาสรุป “ภายในเที่ยงขอให้ทุกฝ่ายส่งตัวเลขสุดท้ายให้เอื้อ เอื้อจะให้พี่แอนทำสเปกส่งเทศบาลให้ท่านนายกฯ พิจารณา”อนิตารับคำ “ได้ค่ะน้องเอื้อ”อุษมาลุกขึ้นยืนเป็นสัญญาณปิดประชุม “ขอบคุณทุกคนนะคะ… ไปลุยกันค่ะ”ช่วงบ่าย อนิตาวิ่งขึ้นมาหาเธอพร้อมแฟ้มเอกสาร“น้องเอื้อคะ เทศบาลอนุมัติแล้วค่ะ นายกฯ บอกว่าตรงโจทย์มาก แล้วให้เข้าไปเซ็นสัญญาพรุ่งนี้เช้าเลยค่ะ”อุษมาสูดลมหายใจยาว เมื่อผ่านด่านไปอีกขั้น “ดีค่ะ…งั้นพรุ่งนี้เข้าไปเซ็น”เธอรับแฟ้มมาเปิดดูรายละเอียด ทุกอย่างเรียบร้อย
เช้าวันรุ่งขึ้น อุษมาเข้าร้านตั้งแต่ยังไม่เก้าโมง เธอถือแก้วกาแฟเดินผ่านหน้าร้าน มองเห็นพนักงานขายรอบเช้าเริ่มงานของตัวเองกันอย่างขมักเขม่น เธอรับไหว้พวกเขาก่อนจะตรงไปที่ห้องทำงานชั้นสอง“พี่แอน… ทุกคนมาครบหรือยังคะ” ใกล้ได้เวลานัดเธอถามอนิตาระหว่างเปิดแฟ้มเอกสาร“ครบแล้วค่ะน้องเอื้อ ทั้งโรงงาน ออกแบบ จัดซื้อ แล้วก็บัญชีค่ะ”อุษมาพยักหน้าก่อนจะลุกและเตรียมเข้าห้องประชุม ไม่บ่อยนักจะมีการประชุมร่วมกันของฝ่ายร้านและโรงงาน ซึ่งฝ่ายโรงงานเธอเพิ่งขยายให้ใหญ่ขึ้นหลังจากมาทำงานที่นี่ใหม่ๆ โดยที่ตัดสินใจย้ายส่วนโรงงานไปอีกที่ไม่ไกลจากร้านมาก และหน้าร้านก็มีพื้นที่มากขึ้นในส่วนของการจัดเก็บสต็อกร้าน“ขอบคุณทุกคนที่มานะคะ” อุษมาพูด“วันนี้เอื้อจะสรุปงานเทศบาลให้ชัด ๆ เราต้องได้แบบภายในเที่ยง เพื่อส่งให้เลขานายกฯ พิจารณาช่วงบ่ายค่ะ”ทุกคนเงียบลงทันที“งานนี้เป็นของที่ระลึกยี่เป็งของเทศบาลลำพูน จำนวนสองพันชุด” เธอเลื่อนหน้าจอให้เห็นข้อมูล “ข้อกำหนดคือต้องใช้ได้จริงและต้องดูพรีเมียม เพราะเป็นของแขกและสื่อที่มางานค่ะ”หัวหน้าฝ่ายโรงงานพยักหน้า “ค่ะน้องเอื้อ”อุษมาหยิบปากกาขึ้นแล้วเคาะโต๊ะเบา
โตแล้ว… แต่เขากลับมองเธอเหมือนเด็กที่ต้องมีคนคอยเฝ้า ทั้งที่เธออายุมากกว่าเขาแท้ๆ มันทำให้เธอทั้งหงุดหงิด…ทั้งรู้สึกแปลก ๆ แบบบอกไม่ถูก ระหว่างรออาหาร พิชญะหยิบมือถือขึ้นมาเปิดรายชื่อ แล้วเลื่อนหน้าจอให้เธอดู“นี่ครับ ช่างที่ผมรู้จัก ทำงานให้บ้านผมมาตลอด ถ้าเอื้อโอเค พรุ่งนี้เช้าเขาเข้าไปดูหน้างานได้เลย”อุษมามองหน้าจอ…ก่อนเงยหน้ามองหน้าเขา “เธอทำไมต้องจริงจังขนาดนี้ จริงๆ เธอส่งคอนแทคเขาให้พี่ทางไลน์ก็พอ”“ผมจริงจังกับเอื้อเสมอ” เขาตอบนิ่ง ๆ “แล้วผมก็ไม่อยากให้เอื้ออยู่บ้านที่ไม่ปลอดภัย”อุษมานิ่งไป ใจเธอเต้นเร็วขึ้นแบบไม่มีเหตุผล“พี่อยู่ได้ บ้านหลังนั้นพี่อยู่ตั้งแต่เกิดเลยมั้ง” เธอยืนยันเหมือนเดิม เรื่องโจรมันอาจจะเป็นแค่คราวซวยที่ผ่านเข้ามา แต่ที่ผ่านมาบ้านนั้นมันปลอดภัยเสมอพิชญะพยักหน้า “ผมรู้ว่าเอื้ออยู่ได้”เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเสียงเบาลง “แต่การที่เอื้อ อยู่ได้ มันไม่ได้แปลว่าเอื้อต้องอยู่คนเดียวตลอดไปนะครับ”ประโยคนั้นทำให้มือของอุษมาที่จับแก้วน้ำอยู่ชะงัก เธอรีบยกแก้วขึ้นดื่มและแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน อาหารมาถึง ทั้งสองกินเงียบ ๆ อยู่พักใหญ่ จนกระทั่งพิชญะพ
“คุยตอนหิวไม่ดีหรอกเอื้อ ไปหาข้าวกินกันเถอะ” เขาย้ำอุษมาหรี่ตามองเขานิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ความจริงเธอควรปฏิเสธเพราะวันนี้เธอเหนื่อย งานยุ่ง และไม่อยากเสียเวลาไปกับเด็กบ้านี่ และอีกเรื่องก็คือ เขามักจะมองเธอด้วยสายตาแปลกๆ“พี่ไม่ว่างจะไปกินข้าวกับเธอ” เธอตอบแต่พิชญะไม่เถียง เขาแค่ยื่นมือมาจับข้อมือเธอเบา ๆ แล้วลากให้เดินออกจากหน้าร้านไปด้วยกันเหมือนมันเป็นเรื่องปกติที่สุดในโลก“เธอ!” อุษมาสะบัดแขนออกทันทีแต่ไม่หลุด “อย่ามาจับพี่แบบนี้นะพีร์”ชายหนุ่มหยุดเดิน หันมามองเธอด้วยสายตาเรียบ ๆ ก่อนจะเอ่ยเหมือนแกล้งยั่วโมโห“เอื้อก็อย่าทำเหมือนผมเป็นเด็กสิครับ”คำว่า “เอื้อ” ที่เขาเรียกเธอตรง ๆ แบบไม่มีคำว่าพี่นำหน้า ยิ่งทำให้ใจเธอวูบไหวโดยไม่รู้ตัวมันน่าหงุดหงิด… และน่าอ่อนใจในเวลาเดียวกัน อุษมากัดฟันแน่น “เธอจะพาพี่ไปกินข้าวที่ไหน”พิชญะยิ้มบาง ๆ เหมือนชนะแล้ว “ร้านข้าวซอยแถวนี้แหละ ไม่ไกล”เธอถอนหายใจยาว “พี่ขับรถเอง”“ไม่ได้” เขาตอบทันที“ทำไมไม่ได้ พี่มีรถนะ” เธอขึงตาใส่พิชญะก้มลงเล็กน้อย สายตาคมสบตาเธอใกล้เกินไป “ผมคิดว่าวันนี้เอื้อไปมาหลายที่ น่าจะเหนื่อยมาก คนเราเวลาเหนื
พิชญะเดินนำเธอออกมาที่ห้องสต็อคผ้าที่มีในตอนนี้ เขาเปิดแคตตาล็อกลายให้เธอดู อุษมาพลิกดูไปเรื่อยๆ และสะดุดตากับผ้าไหมยกดอกลำพูน และผ้าสีพื้นเป็นฝ้ายหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์“สีม่วงสวยนะ พี่ชอบแบบนี้” เธอเลือกมาสองสามแบบไว้ก่อน พิชญะรับมาดูและเช็คของที่มี“พวกผ้ายกดอกพอมีครับ แต่เอื้อจะต้องใช้เท่าไหร่ ถ้าไม่พอต้องบอกเร็วๆ หน่อย เพราะว่าการทอค่อนข้างยาก ส่วนผ้าพื้นนี่สบายๆ สต็อคแน่น” อุษมานิ่งคิด “เรื่องแบบกำลังให้ทีมคิดอยู่ พี่ต้องกลับไปประชุมกับทีมงาน ขอเวลาสักสองวันเดี๋ยวให้คำตอบนะ”เพราะว่าถ้ายังไม่ตกลงแบบ เธอก็ยังคำนวณไม่ได้เช่นกันว่าจะต้องใช้ผ้าเท่าไหร่ ต้องได้แบบและเสนอไปที่เทศบาลถ้าทุกส่วนโอเคเธอจะคำนวณผ้าที่ต้องใช้จริงได้“ครับ แล้วตกลงเอื้อไปค้างบ้านน้าฟ้าเหรอ” พิชญะถามในตอนที่เดินมาส่งเธอที่รถ “ใช่” เธอตอบสั้นๆ ขณะที่เปิดประตูรถและก้าวขึ้นไปนั่ง กำลังจะดึงประตูปิดก็ถูกฝ่ามือใหญ่ยกมือกันไว้ “เดี๋ยวครับ แล้วเอื้อได้ช่างหรือยัง” อุษมากลอกตามองบน “ยังไม่มีเวลาหาเลย”“งั้นเดี๋ยวผมหาให้เอง เย็นนี้ผมไปหาเอื้อที่ร้านนะจะได้คุยเรื่องนี้อีกที” เขาว่าแล้วปิดประตูรถให้ อ
คืนนั้นอุษมาโทรคุยกับเพื่อนสนิทคือเมฆ หรือนภธีป์ ลูกชายของเพื่อนอวิกาอีกคน คือนภดาราและพสุ[1]“ถ้าแกกลัวผีที่บ้านน้ามดก็มานอนบ้านฉันก่อนก็ได้นี่เอื้อ ห้องฉันว่างหรือจะไปนอนกับยายพิม[2]ก็ได้” นภธีป์ออกความเห็น ตอนนี้ชายหนุ่มทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ “ช่วงรอช่างทำประตูหน้าต่างใหม่ คงไม่กี่วันหรอก”“ขอบใจนะเมฆ งั้นเดี๋ยวฉันเข้าไปหาน้าฟ้า น้าฟ้าอยู่บ้านปะ” อุษมาถามต่อ“อยู่ แม่อยู่โน่นตลอดแหล่ะ” นภธีป์ตอบก่อนจะวางสายไป อุษมาเก็บของออกจากร้านตรงไปยังรถยนต์ของตัวเอง เธอมีธุระเรื่องงานต้องไปคุยกับไอยเรศ แต่ตั้งใจจะแวะหานภดาราก่อนเพราะว่าอยู่ทางเดียวกันหนึ่งชั่วโมงต่อมา“มาได้เลยลูก ดีเหมือนกันช่วงนี้บ้านน้าก็อยู่กันแค่สองคน น้ากับยายพิม” นภดาราพูด นางรู้อยู่แล้วจากลูกชายที่โทรมาบอกเมื่อสักครู่“ขอบคุณค่ะน้าฟ้า” อุษมายกมือไหว้อย่างขอบคุณ“แต่ว่าบ้านลุงช้างเขาไม่มีผีหรอกลูก มันแค่ดูเงียบเพราะห่างบ้านคนก็ได้” นภดาราแก้ความเข้าใจของหลานสาว ซึ่งเจ้าตัวก็พยักหน้ายอมรับ“อาจจะจริงค่ะ แต่เอื้อก็กลัวอยู่ดี” เรื่องนั้นเธอเข้าใจ เพราะว่าส่วนหนึ่งบ้านของไอยเรศหรือคุ้มเวียงบัว เดิมเป็น







