เข้าสู่ระบบโตแล้ว… แต่เขากลับมองเธอเหมือนเด็กที่ต้องมีคนคอยเฝ้า ทั้งที่เธออายุมากกว่าเขาแท้ๆ มันทำให้เธอทั้งหงุดหงิด…ทั้งรู้สึกแปลก ๆ แบบบอกไม่ถูก ระหว่างรออาหาร พิชญะหยิบมือถือขึ้นมาเปิดรายชื่อ แล้วเลื่อนหน้าจอให้เธอดู
“นี่ครับ ช่างที่ผมรู้จัก ทำงานให้บ้านผมมาตลอด ถ้าเอื้อโอเค พรุ่งนี้เช้าเขาเข้าไปดูหน้างานได้เลย”
อุษมามองหน้าจอ…ก่อนเงยหน้ามองหน้าเขา “เธอทำไมต้องจริงจังขนาดนี้ จริงๆ เธอส่งคอนแทคเขาให้พี่ทางไลน์ก็พอ”
“ผมจริงจังกับเอื้อเสมอ” เขาตอบนิ่ง ๆ “แล้วผมก็ไม่อยากให้เอื้ออยู่บ้านที่ไม่ปลอดภัย”
อุษมานิ่งไป ใจเธอเต้นเร็วขึ้นแบบไม่มีเหตุผล
“พี่อยู่ได้ บ้านหลังนั้นพี่อยู่ตั้งแต่เกิดเลยมั้ง” เธอยืนยันเหมือนเดิม เรื่องโจรมันอาจจะเป็นแค่คราวซวยที่ผ่านเข้ามา แต่ที่ผ่านมาบ้านนั้นมันปลอดภัยเสมอ
พิชญะพยักหน้า “ผมรู้ว่าเอื้ออยู่ได้”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเสียงเบาลง “แต่การที่เอื้อ อยู่ได้ มันไม่ได้แปลว่าเอื้อต้องอยู่คนเดียวตลอดไปนะครับ”
ประโยคนั้นทำให้มือของอุษมาที่จับแก้วน้ำอยู่ชะงัก เธอรีบยกแก้วขึ้นดื่มและแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน อาหารมาถึง ทั้งสองกินเงียบ ๆ อยู่พักใหญ่ จนกระทั่งพิชญะพูดขึ้นอีกครั้งเหมือนนึกอะไรได้
“แล้วเอื้อจะไปนอนบ้านน้าฟ้าอีกกี่วัน”
“จนกว่าช่างจะทำประตูหน้าต่างเสร็จ” เธอตอบ
“แล้วแม่บ้านล่ะ” เขาถามต่อทันที “เอื้อจะหาเองหรือให้ผมหาให้”
อุษมาถึงกับวางช้อนลง “พีร์ พี่บอกแล้วไงว่าพี่ไม่ชอบมีคนอื่นมาอยู่ด้วย”
พิชญะเงียบไป…แต่แววตาของเขากลับเข้มขึ้นนิดหนึ่ง “โอเคผมเข้าใจแล้วว่าเอื้อไม่ชอบให้มีแม่บ้าน งั้นผมก็จะมาอยู่เป็นเพื่อนเอื้อเอง”
อุษมาอ้าปากค้าง “อย่าทำบ้าๆ”
“ผมไม่ได้บ้า” เขาตอบเสียงเรียบ “ผมพูดจริง”
อุษมาชะงัก ท่าทีของพิชญะมันมากเกินไปสำหรับคนที่เป็นลูกชายเพื่อนแม่หรือเพื่อนสนิทน้องชาย จะว่าไปโอบเอื้อ น้องชายเธอยังไม่ห่วงพี่สาวขนาดนี้ด้วยซ้ำ เหมือนมีอะไรบางอย่างที่กำลังจะล้ำเส้น และเธอก็ไม่สบายใจที่เป็นเช่นนั้น
ค่ำวันนั้นพิชญะขับรถตามรถของอุษมาจนกลับถึงบ้านของนภดารา เขาไม่ได้ลงจากรถในตอนที่เธอเลี้ยวเข้าบ้าน เพียงจอดมองนิ่งๆ และถอยรถกลับไปเงียบๆ
คืนนั้นอุษมานอนบนเตียงในห้องรับรองของนภดารา เธอพยายามหลับ แต่ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ยังวนกลับมาไม่หยุด เธอพลิกตัวไปมา จนสุดท้ายก็หยิบมือถือขึ้นมาโทรหาคนที่เธอไม่อยากให้รู้เรื่องนี้ที่สุด
นพ.คิมหันต์… พ่อของเธอเอง
สายถูกกดรับหลังจากดังไม่นาน “เอื้อ” เสียงคิมหันต์ดังขึ้นทันที “ลูกยังไม่นอนอีกเหรอ”
อุษมากลืนน้ำลาย พยายามทำเสียงให้ปกติที่สุด “พ่อคะ เอื้อจะโทรมาบอกว่าจะทำบ้านนิดหน่อยค่ะ…เปลี่ยนกลอน เปลี่ยนล็อก แล้วก็จะติดกล้องเพิ่ม”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง
“ทำไมอยู่ดีๆ ลูกจะทำบ้าน” เขาถามเสียงนิ่ง แต่เธอรู้ดี…ว่าพ่อกำลังกังวล “มีเรื่องอะไรหรือเปล่าเอื้อ”
“ไม่มีอะไรค่ะพ่อ เอื้อแค่รู้สึกว่า… มันควรจะทำค่ะ เอื้ออยากให้มันปลอดภัยขึ้น”
คิมหันต์ถอนหายใจเบา ๆ “เอื้อ… หนูอยู่คนเดียวได้จริง ๆ ใช่ไหมลูก”
คำถามนั้นทำให้หัวใจเธอกระตุกเธอรู้ว่าพ่อไม่ได้ถามเรื่องโจร พ่อถามเรื่องชีวิต พ่อกำลังถามว่าเธอ “ไหว” หรือเปล่า
“เอื้ออยู่ได้ค่ะพ่อ”
เสียงของคิมหันต์อ่อนลงเมื่อลูกสาวยังยืนยันเหมือนเดิม“ถ้ามีอะไรโทรหาพ่อทันที เข้าใจไหม”
“ค่ะพ่อ” เธอกำลังจะวางสาย… แต่นึกอีกเรื่องออกก่อน“ตอนนี้เอื้อมานอนบ้านน้าฟ้านะคะพ่อ แค่ไม่กี่วันรอช่างทำบ้านเสร็จเอื้อก็กลับไปนอนบ้าน”
เธอได้ยินเสียงลมหายใจของคิมหันต์ที่เหมือนโล่งใจขึ้นนิดหนึ่ง “ดีแล้วลูก…อย่างน้อยก็ไม่ได้อยู่คนเดียว”
ธิบดีอยู่คุยต่ออีกครู่ จนกระทั่งการสนทนามาถึง “แล้ว คลินิกที่ลำพูนเป็นยังไงบ้างครับกิจการ”อุษมาเลิกคิ้วเล็กน้อย “คนแน่นค่ะ…เอื้อยังตกใจอยู่เลย ตอนเปิดใหม่ ๆ ก็คิดว่าคงค่อยเป็นค่อยไป”ธิบดีพยักหน้าแบบไม่คิดอะไร แต่เป็นอุษมาเองที่มองหน้าเขา แล้วคิดอะไรออกพอดี“เอ้อ… พูดถึงคลินิก เอื้อเจอพนักงานของคุณบีที่นั่นด้วยนะคะ”ธิบดีขมวดคิ้ว “ใครครับ”“น้องพลอยที่เป็นเลขาคุณไงคะ” อุษมาพูดช้า ๆ “เขามาตรวจครรภ์ค่ะ… พูดถึงตั้งแต่วันนั้นก็ไม่ได้เจออีก แล้วน้องเขาใกล้คลอดหรือยังคะนี่” ธิบดีมีสีหน้าช็อกทันที “พลอยนรา เขาลาออกไปสักพักแล้ว เมื่อกี้คุณเอื้อบอกผมว่าพลอยท้องเหรอ”เขาหยุดเหมือนได้สติ เปลี่ยนท่าทีฉับพลับ “ผมเพิ่งนึกออกว่ามีธุระต้องไปทำ ยินดีด้วยอีกครั้งขอตัวก่อนนะครับ”“ค่ะ” อุษมายิ้มแม้จะงงๆ “ขอบคุณที่มานะคะ”ประตูปิดลงหลังจากที่เขาออกไปอย่างรีบร้อน ทำให้สองหนุ่มสาวหันมามองหน้ากัน“เห็นไหมเอื้อ” เขาพูด “ผมว่าไม่ใช่ลูกน้องกับเจ้านายแล้วแหละ”อุษมาหัวเราะ “พีร์อย่าพูดดัง เดี๋ยวเขากลับมาได้ยินว่าเรานินทา”“รีบขนาดนั้นคงกลับมาหรอก” พิชญะหัวเราะแล้วทำหน้าจริงจัง “เอื้อ
อุษมามองเขานิ่ง ดวงตาเต็มไปด้วยความรู้สึกจนพูดไม่ออก ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ เธอสูดลมหายใจลึก แล้วเงยหน้ามองพิชญะ“เอื้อเข้าไปเองได้ พีร์อยู่รอข้างนอกนะคะ”พิชญะกำมือเธอแน่นขึ้นโดยไม่พูดอะไร เขาพยักหน้าเพียงครั้งเดียว “ผมอยู่ตรงนี้ครับ เอื้อไม่ต้องห่วง”เจ้าหน้าที่เข็นเตียงเข้าห้อง พิชญะเดินตามได้เพียงถึงเส้นสีแดงหน้าประตูห้องผ่าตัดเขาก้มลงหอมหน้าผากเธอเบา ๆ ก่อนที่เตียงจะถูกเข็นผ่านประตูนั้นไป“เดี๋ยวเจอกันนะครับ…”อุษมายิ้มให้เขาก่อนที่ประตูจะค่อย ๆ ปิดลง พิชญะยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น เหมือนโลกทั้งใบถูกปิดทิ้งไว้ข้างในพีรยาเดินเร็ว ๆ เข้ามาหาอวิกา “อ้อม… เอื้อเป็นยังไงบ้างตอนนี้”“กำลังเข้าห้องคลอดแล้วล่ะมด” อวิกาตอบยิ้มทั้งน้ำตา “ตาพีร์ก็ไปส่งเอื้อที่หน้าห้องผ่าตัด”พีรยาพยักหน้าเหมือนโล่งใจ แล้วหันไปมองคิมหันต์ “หมอคิม… สวัสดีค่ะ”คิมหันต์พยักหน้ารับอย่างสุภาพ “สวัสดีครับ ผมว่าเราไปหาที่นั่งรอกันดีกว่า”ไอยเรศเดินตามภรรยามาถึงพอดี เขามองคิมหันต์นิดหนึ่ง ก่อนจะยิ้มบาง ๆ “เดี๋ยววันนี้เราคงได้เป็นคุณปู่คุณตาพร้อมกันนะครับหมอคิม”คิมหันต์หัวเราะ “ครับ… มันคงต้องเป็นแบบนั้น”เวลาผ่า
ชายหนุ่มหัวเราะ “ผมพูดเล่นแต่เอื้อจะเอาจริงเหรอ”“จริงสิ” เธอยิ้ม “คนมาหาหมอ ต้องมีอะไรให้เดินดูรอเวลา ของสวยๆ งามๆ”เขามองเธออย่างเอ็นดูผู้หญิงที่ผ่านเรื่องเสียใจมามาก ผ่านช่วงเวลาเจ็บปวดทั้งทางร่างกายและจิตใจมาไม่น้อย แต่เธอยังคิดถึงคนอื่นได้เสมอระหว่างที่อุษมาเดินดูความเรียบร้อยรอบคลินิก สายตาเธอสะดุดกับหญิงสาวคนหนึ่งในชุดทำงานเรียบ ๆใบหน้าคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก อุษมาชะลอฝีเท้าภาพในหัวค่อย ๆ ปะติดปะต่อกัน นึกได้ว่าเธอคนนี้เป็นเลขาของธิบดี“น้องคะ…” เธอเอ่ยทักอย่างสุภาพ “เราเคยเจอกันที่ออฟฟิศคุณธิบดีใช่ไหมคะ พี่คุ้นหน้าน้องจัง”หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยสีหน้าที่ตกใจเกินเหตุ ทำให้อุษมางง“ค่ะ… ใช่ค่ะ คุณเอื้อ” อีกฝ่ายตอบเร็วเกินไป มือกำกระเป๋าแน่น“คุณเอื้อ… จำพลอยได้ด้วยเหรอคะ”อุษมายิ้ม “จำได้สิคะ วันนั้นน้องพลอยมาส่งเอกสารให้คุณธิบดี”หญิงสาวพยักหน้าแต่สายตาเลิ่กลั่ก เหมือนกำลังกลัวบางอย่างที่อุษมายังมองไม่เห็น“น้องพลอยมาฝากท้องที่นี่เหรอคะ” อุษมาถามตามประสาคนท้องเหมือนกันหญิงสาวชะงักก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ “ใช่ค่ะ…”อุษมายิ้มให้อีกครั้งอย่างเป็นมิตร “ยินดีต้อนรับนะคะ ถ้ามีปั
ที่ดินขนาดสองไร่ติดถนนใหญ่ของลำพูน เคยเป็นเพียงผืนดินโล่งที่ถมทิ้งไว้นานเกือบสามปี แต่วันนี้มันไม่ว่างเปล่าอีกต่อไปอาคารสองชั้นเดียวพื้นที่ประมาณสามร้อยตารางเมตร การออกแบบดูเรียบสะอาดตาแต่ถูกต้องตามมาตรฐาน มีป้ายคลีนิกเวชกรรมเฉพาะทางสูติ–นรีเวช ในเครือของรพ.วิชชเวช เด่นอยู่ด้านหน้าท่ามกลางผู้คนที่มากันมากมายในวันเปิดคลินิก มีทั้งบรรดาผู้บริหารและเจ้าของ บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ของคลีนิกและลูกค้าที่รอมาใช้บริการนั้น ไอยเรศยืนมองจากอีกฝั่งถนน เขามองอาคารตรงหน้าอย่างพอใจ“เร็วกว่าที่คิดนะครับคุณหมอ” เขาพูดเบา ๆคิมหันต์ยืนข้าง ๆ พยักหน้า “ที่ดินพร้อม ทีมพร้อม ทุกอย่างเดินพร้อมกันครับ”การก่อสร้างดำเนินไปอย่างราบรื่นอย่างน่าประหลาด ส่วนพวกเอกสาร ขออนุญาต ออกแบบ จัดหาเครื่องมือ ทุกอย่างถูกจัดการอย่างเป็นระบบอย่างรวดเร็วคิมหันต์ไม่ได้ทำในฐานะ “พ่อของคนท้อง” แต่เขาทำในฐานะแพทย์ที่รู้ดีว่าการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย ต้องอาศัยมากกว่าแค่ความรักและคนไข้คนแรกของคลินิกก็ไม่ใช่ใครอื่น อุษมา นั่นเองวันนี้ตรงกับวันที่อายุครรภ์ได้หกเดือนพอดี หญิงสาวสวมชุดกระโปรงคนท้องสีอ่อน รูปร่างเริ่
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง เหมือนหยุดคิดอะไรก่อนที่พ่อของเธอจะพูดออกมา“งั้นพ่อจะเปิดคลินิกเอง” เขาพูดเหมือนเป็นการชวนไปกินข้าว “เปิดที่ลำพูนนั่นล่ะลูกให้อยู่ในเครือวิชชเวช ดูแลเอื้อกับหลานพ่อโดยเฉพาะ”อุษมาหัวเราะทั้งน้ำตา “พ่อไม่ต้องทำขนาดนั้นก็ได้ค่ะ”“ต้องทำ” คิมหันต์ตอบสั้น ๆ แต่หนักแน่น “พ่ออยากดูแลลูกสาวกับหลานตาให้ดีที่สุด”คืนนั้นอุษมานอนตะแคงมือวางบนท้องที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลย พิชญะขยับเข้ามาใกล้วางมือทับมือเธอเบา ๆ“ผมไม่รู้ว่าลูกจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายหรือจะหน้าตาเหมือนใคร” เขาพูดเบา ๆ “แต่ยังไงผมรู้ว่าแกเกิดมาพร้อมกับคนที่รักรอบๆ ตัว”อุษมายิ้มหลับตาลงอย่างสบายใจสองปีที่ผ่านมา… เธอไม่ได้แค่หายป่วย แต่เธอได้ชีวิตกลับมาอย่างสมบูรณ์อีกครั้งหลายวันต่อมาห้องรับแขกในบ้านของไอยเรศเงียบสนิท มีเพียงเสียงแก้วกระทบกับโต๊ะ“เชิญครับคุณหมอคิม” ไอยเรศเชิญคิมหันต์นั่ง ก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้าม“หมอคิมตั้งใจจะเปิดคลีนิกที่ลำพูนจริง ๆ เหรอ” ไอยเรศเปิดประเด็นแต่เต็มไปด้วยความอยากรู้คิมหันต์พยักหน้าเล็กน้อย“ใช่พ่อเลี้ยง ผมห่วงลูกสาวผมน่ะ ยายเอื้อไม่ยอมย้ายไปอยู่กรุงเทพฯ แล้ว
สองปีผ่านไป ชีวิตของพวกเขาก็ยังดำเนินต่อไปตามปกติ ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย แต่ทุกอย่างค่อย ๆ กลับเข้าที่เหมือนร่างกายที่ฟื้นตัวช้า ๆ หลังจากผ่านการเจ็บป่วยหนักวันนี้อุษมามีนัดตรวจติดตามอาการตามปกติ ที่หมอจะนัดห่างลงเรื่อยๆ เพราะเนื้องอกของเธอสงบมาได้ระยะหนึ่งแล้ว หญิงสาวนั่งฟังหมอพูดอย่างมีความหวัง หวังว่าสักวันจะได้ยินหมอบอกว่าเธอหายขาดแล้วมือประสานกันอยู่บนตัก ขณะผลตรวจวางอยู่ตรงหน้าคุณหมอ “เนื้องอกสงบดีนะคะ ไม่มีจุดใหม่ขึ้นมาเลย”หมอยิ้มให้เธอ “ตอนนี้สามารถหยุดยาคุมได้แล้วค่ะ”อุษมาพยักหน้าเบาๆ เหมือนใจยังไม่อยากเชื่อทั้งที่เป็นสิ่งที่รอฟังมาตลอด“แต่…” หมอพูดต่ออย่างรอบคอบ “ร่างกายคนไข้ ยังเข้าข่ายมีบุตรยากอยู่นะคะ ไม่ได้หมายความว่าห้ามมีเพียงแต่อาจจะต้องใช้เวลา หรืออาจจะมีได้ยากกว่าคนทั่วไป”คำว่ามีบุตรยากไม่ได้ทำให้เธอสะเทือนใจเหมือนในอดีต มันแค่ผ่านเข้ามา… แล้วผ่านไป หญิงสาวทำใจยอมรับเรื่องนี้ได้นานแล้วเธอออกจากโรงพยาบาลในวันนั้นด้วยความรู้สึกโล่งในรอบหลายปี เพราะร่างกายของเธอ… ไม่ต้องต่อสู้กับอะไรอีกแล้วคืนนั้นเธอเล่าให้พิชญะฟังทางโทรศัพท์ เขาไม่ได
อุษมาใช้เวลาคิดทั้งคืน เธอไม่ร้องไห้ฟูมฟาย ไม่มีคำถามว่าเราจะยังรักกันไหมหรือว่าเขาจะไปนานแค่ไหนเธอคิดแบบผู้หญิงอายุยี่สิบหกที่เคยเห็นผู้หญิงหลายคนชีวิตต้องพังเพราะคำว่ารอเช้าวันนั้น เธอส่งข้อความหาพิชญะสั้น ๆ‘พี่อยากคุยด้วย วันนี้หลังเลิกงาน แวะมาที่ร้านนะ’แต่ทว่า... พิชญะมาถึงตั้งแต่บ่าย เ
พิชญะเหมือนถูกฟาดด้วยคำพูดนั้นหัวใจเขาเต้นแรง“แม่หมายความว่ายังไงครับ” เขาถามพีรยามองหน้าลูกชายสายตานั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยมากกว่าการตำหนิ“ผู้ชายไปเรียน ไปสร้างตัว ไปเจอโลกกว้างขึ้น มีโอกาสใหม่ๆ เสมอ แต่ผู้หญิงที่รอคือคนที่ต้องอยู่กับที่ อยู่กับคำถามของสังคมกับความหวังที่ไม่มีหลักประกัน”พิชญ
คำว่ามากเกินไปทำให้อุษมาขมวดคิ้ว “สนิทยังไง” เธอถามต่อ “อะไรที่เธอว่ามากเกินไป”“ก็เอื้อคุยกับเขาบ่อย” พิชญะตอบเสียงอ่อนลงเหมือนเพิ่งรู้สึกตัว “อยู่กันสองคน ดูสบายใจเกินไป”อุษมานิ่งก่อนจะหัวเราะเบาๆ ไม่ได้รู้สึกขำ แต่เป็นหัวเราะที่มีคำถามเต็มไปหมด“เมฆเป็นเพื่อนเอื้อ เรารู้จักกันมานานกว่าพ
คำว่า “รอ” ไม่ได้ถูกพูดออกมาในห้องนี้แต่เธอได้ยินมันชัดเจน ได้ยินเหมือนเสียงนาฬิกาที่เดินดังขึ้นกว่าเดิมพิชญะบีบมือเธอแน่นขึ้น “ผมรักเอื้อนะครับ” เขาพูดเหมือนยืนยัน เหมือนย้ำว่าเหตุผลเดียวที่เธอต้องรอก็เพราะว่าเขารักเธออุษมาไม่ตอบเธอแค่พยักหน้าเบา ๆ แล้วลุกขึ้นไปหยิบจานในครัวเหมือนจะจัดอาหาร







