Mag-log in“นี่อีคุณบุรวิชญ์ เอาน้ำแข็งล้างปากซะ ไล่ให้เพื่อนไปดูเอ็น ไม่ได้ห่วงกันเลยใช่ไหม” เธอว่าพลางเอามือล้วงหยิบน้ำแข็งจากถังข้าง ๆ ยัดเข้าปากเพื่อนอย่างที่พูด “กินเข้าไปเลย จะได้ล้างปากเน่า ๆ แนะนำเพื่อนแต่ละอย่างหาดีไม่ได้” ถึงจะพูดแบบนี้ แต่เธอก็รู้ดีว่าบุรวิชญ์เป็นถึงผู้จัดการดารามือทอง และไม่ยอมให้เกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนอย่างเธอแน่นอน แต่ตอนนี้หมั่นไส้ขอระบายอารมณ์หน่อย
“หยุดดด หยุดบัดเดี๋ยวนี้…หน้าฉันเละเทะหมดแล้วนางเตย ฉันก็แค่พูดเผื่อเฉย ๆ ถ้าแกอยากรับงานเอ็น เราก็หาลูกค้าแบบงานเอ็นสายขาวสิ นั่งคุยเป็นเพื่อนกันเฉย ๆ ไง” บุรวิชญ์เอาทิชชูออกมาซับหน้าตัวเอง พร้อมพูดต่อ
“หรือแกจะลองมาเป็นดาราบ้างไหมล่ะ หน้าตาระดับแก ฉันว่าดีกว่าแม่อ้อ อรพิณนั่นเป็นกอง” บุรวิชญ์เสนอ พูดก็พูดเถอะ พุฒิตามีทั้งหน้าตาและความสามารถเพียบพร้อม แถมยังเป็นคนตั้งใจทำงานอย่างที่สุด คนทำงานด้วยไม่เหนื่อย ต่างจากยัยดาราสองหน้าตัวแม่ออสการ์ด้านหาผู้ชายคั่วคนนั้น ทำตัวเรื่องมากเหลือทน ขนาดเห็นไกล ๆ ยังต้องบึนปากใส่
“ได้ที่ไหนกัน เป็นดาราไม่ได้ใช้แค่หน้าตาสักหน่อย อีกอย่าง ฉันเรียนทำอาหารมานะ ไม่ใช่การแสดง อย่างฉันเนี่ยแสดงไม่ได้หรอก” พุฒิตาว่า พร้อมกระดกแก้วตามอีกครั้ง
“เฮ้ย แก เบาหน่อย เดี๋ยวก็เมาหรอก” บุรวิชญ์ปราม แต่คงไม่ทัน เมาแล้วแหละดูทรง คอพับคออ่อนขนาดนี้
“ขอย้อมใจหน่อยเถอะ ฉันจะหางานที่ไหนดีอ่าแก เงินเก็บก็หมดบัญชีแล้ว ต้องแย่แน่ ๆ” พุฒิตาคร่ำครวญขึ้นมาอีก ก่อนตบโต๊ะจนถ้วยกับแกล้มอันประกอบด้วยถั่วและพริกเกลือปลิวเข้าปากบุรวิชญ์ที่กำลังอ้าปากจะปลอบ
บุรวิชญ์เคี้ยวถั่ว กลืนลงคอไป พร้อมรับรู้ความแสบที่กระจายอยู่ตามแก้ม ใช่แล้ว พริกเกลือกระเด็นใส่หน้าเต็ม ๆ
“อร่อย เอ๊ย โอ๊ย กรี๊ด แสบ! นังเต๊ย! แกทำร้ายเพื่อน!!” บุรวิชญ์โวยวายพร้อมคว้าทิชชูมาเช็ดถู ส่วนพุฒิตาเมาแต่ก็ตกใจรีบขอโทษแล้วช่วยเพื่อนเช็ดหน้า
บุรวิชญ์เคืองแต่ก็ไม่ถึงกับโกรธ เพราะรู้ว่าคนเมาอาจซุ่มซ่ามเป็นธรรมดา เพียงแต่พุฒิตาอาจจะเพิ่มเลเวลกว่าชาวบ้านหน่อย เดือดร้อนคนรอบข้าง แต่ก็ไม่น่าถือสา เพราะเจ้าตัวไม่เคยเจตนา
ทว่าระหว่างทำความสะอาดพริกเกลืออยู่นั้นเอง บุรวิชญ์เหลือบไปเห็นคนรู้จักเข้า จึงชะงักกึก เขารีบยัดแก้วใส่มือพุฒิตาพลางทำเป็นยกแก้วตัวเองจิบ ก่อนส่งซิกให้อีกฝ่ายมองไปทางโต๊ะข้าง ๆ
“แก เก้านาฬิกาอย่ารีบหันนะ ทำเป็นมองไปเรื่อย” พร้อมบุ้ยปากทำหน้าพยักพเยิด เนียนซะเหลือเกิน
พุฒิตามึนเต็มที่แต่ยังทำทียกแก้วขึ้นจิบเครื่องดื่ม พร้อมหันไปทางเก้านาฬิกาตามที่เพื่อนสาวบอก “ไหนวะ เจอแต่โต๊ะชะนี” เก้านาฬิกาของเราไม่เท่ากัน
“เอ้าอีนี่ เก้านาฬิกาฉันก็สามนาฬิกาแกสิ เป๋อจริง ๆ เลย” บุรวิชญ์ปรามาส พุฒิตาจึงลุกไปยืนข้างเพื่อนสาว ทำทีกอดคอชนแก้วแล้วลอบมองตามทิศทางที่เพื่อนบอก
สิ่งที่เห็นคือ ภาพด้านข้างของปลายฟ้า เพื่อนรักเพื่อนซี้ในชุดเรียบ ๆ ไม่เหมือนมาเที่ยว แต่สิ่งที่ทำให้เธอต้องขมวดคิ้วด้วยความรู้สึกไม่สบายใจคือ ปลายฟ้าเพื่อนเธอกำลังร้องไห้ ขณะนั่งอยู่กับผู้ชายสองคนที่ท่าทางคุ้น ๆ ชอบกล แต่ด้วยองศาและไฟในผับที่มืดเกินไปทำให้มองจากตรงนี้ไม่ถนัด
“แกเห็นเหมือนฉันเปล่าวะบีหนึ่ง” พุฒิตาถาม
“โอ๊ย บีหน่งบีหนึ่งอะไรเกิดไม่ทัน ชัดค่ะนังเตย นั่นนังฟ้าเพื่อนเรา!”
พุฒิตาคิดตามประสาคนเมาว่าตัวเองไม่ได้เมา ส่วนเรื่องตาฝาดหรือเปล่า ก็ยืนยันกันกับบุรวิชญ์แล้วเรียบร้อย
ขณะที่ตัวพุฒิตากำลังเจอมรสุมหนักหน่วง ทางปลายฟ้าก็ไม่ต่างกันสักเท่าไร เธอรู้มาว่าเมื่อเพื่อนสาวได้ฟังพินัยกรรมหลังจากบิดาเสีย กลับพบว่าบิดาไม่ได้หลงเหลือมรดกใด ๆ เอาไว้ให้ผู้เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวอย่างตนเลย แต่ดันยกทรัพย์สินทั้งหมดให้คนอื่น
รายละเอียดที่เหลือปลายฟ้าไม่ได้เล่า ถามว่าเธออยากรู้ไหม ตอบได้เลยว่ามาก แต่พยายามอดทนไม่ถาม และรอคอยจนกว่าเพื่อนจะอยากเล่าออกมาเอง
สิ่งเดียวที่พุฒิตารู้แน่คือ คนอย่างปลายฟ้าไม่มีทางมานั่งเศร้า น้ำตารินทำตัวห่อเหี่ยวในผับกับผู้ชาย ซ้ำยังเป็นผู้ชายถึงสองคนเด็ดขาด
เกิดอะไรขึ้น ฟ้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ไอ้พวกสารเลวนั่นมันทำอะไรเพื่อนฉัน
ไวเท่าความคิด พุฒิตาวางแก้วของตัวเองลง คว้าเครื่องดื่มแก้วใหม่ที่บริกรเพิ่งวางเสิร์ฟพอดีขึ้นมา แล้วเดินโซเซตรงไปยังโต๊ะนั้น ปล่อยให้บุรวิชญ์อ้าปากค้าง
“เอ้า! เตย แกจะไปไหน ทำอะไรน่ะ!” ขณะจะลุกตามเพื่อนไป ก็มีโทรศัพท์เข้า บุรวิชญ์ที่เปิดโหมดสุดสั่นสะท้านอุราเอาไว้ ถึงกับสะดุ้ง ‘อุ๊ย’
“โอ๊ย ใครนะดันโทรมาตอนนี้” บุรวิชญ์ล้วงมือถือออกมาดู ก่อนเบิกตากว้าง เป็นสายสำคัญที่ไม่รับไม่ได้ ห่วงเพื่อนก็ห่วง แต่ชีวิตตัวเองก็สำคัญ บุรวิชญ์ชะเง้อมองตามหลังเพื่อนอีกครั้ง ฟ้าก็อยู่ คงไม่เป็นไรหรอก
เดี๋ยวเสร็จแล้วฉันจะรีบตามไปนะเตย คิดเสร็จก็พุ่งออกไปหาที่เงียบ ๆ เพื่อรับโทรศัพท์
“ฟ้า” พุฒิตาร้องเรียก ปลายฟ้าหันมาพร้อมน้ำตาอาบแก้ม ภาพน้ำตาของเพื่อนทำให้หญิงสาวตื่นตะลึง
ตลอดหลายปีที่ทั้งสองรู้จักกันมา เรียกได้ว่าแทบจะนับครั้งได้ที่เธอเห็นปลายฟ้าร้องไห้ เพื่อนเธอคนนี้เป็นคนเชื่อมั่นในตัวเองสูง ปากร้าย ใจกล้า แต่หลังจากคุณพ่อเสีย ปลายฟ้าถึงกับเปลี่ยนเป็นคนละคน สูญเสียความเป็นตัวเองไปจนหมด
พุฒิตาไม่ได้เอ่ยถามว่าใครทำเพื่อนเธอเสียน้ำตา และเพราะอะไรถึงร้องไห้ ณ เวลานี้สิ่งเดียวที่ต้องทำคือปกป้องปลายฟ้า
ซ่า...
ราเชนทร์ผู้กำลังนั่งเป็นเพื่อนปรับทุกข์ให้ลูกสาวอดีตเจ้าของโรงแรมอยู่ดี ๆ รู้ตัวอีกทีก็มีของเหลวเย็นพร้อมเศษผลไม้สาดลงมาเต็มศีรษะ ของเหลวดังกล่าวไหลลงตามใบหน้า เข้าปากบางส่วน...กลิ่นแบบนี้ รสแบบนี้ น่าจะเป็นแซงเกรีย…วิธีเสิร์ฟเครื่องดื่มแนวใหม่เหรอ แต่เดี๋ยวก่อน ไม่ได้สั่งแซงเกรียนะ ผิดโต๊ะ?
เมื่อเงยหน้าขึ้นเห็นเงาผู้หญิงคนหนึ่งในชุดเดรสสั้นรัดรูปสีเบอร์กันดีผ่านแว่นตาเลอะเครื่องดื่ม ราเชนทร์ยังมองเห็นไม่ชัด แต่มั่นใจแล้วว่าเครื่องดื่มแก้วนี้เขาไม่ได้สั่ง และคนเสิร์ฟก็ไม่ใช่บริกร ทว่าเป็นหญิงสาวผู้ไม่รู้โผล่มาจากไหน ถึงกับกล้าราดแซงเกรียใส่เขา
ราเชนทร์ถอดแว่น ยกมือลูบปาดเศษผลไม้และคราบของเหลวออกจากใบหน้า พร้อมส่งสายตาที่มองจากดาวอังคารก็ยังเห็นความในใจสื่อออกมาว่า ‘ต่อยกับพี่ไหมน้อง’
“ทำอะ...” ขณะกำลังจะอ้าปากถามอีกฝ่ายด้วยความไม่พอใจเต็มสูบ ก็กลับโดนสาวเจ้าสวนมาซะก่อน
“แกทำอะไรเพื่อนฉัน!!” น้ำเสียงกราดเกรี้ยวดังลั่นพร้อมกระชากคอเสื้อเขาขึ้นอย่างแรง แขกตามโต๊ะใกล้เคียงเริ่มหันมอง
ก่อนที่หญิงสาวจะทำอะไรมากไปกว่านี้ ราเชนทร์คว้าข้อมือหญิงสาวแล้วกระชากกลับ จนมือเธอหลุดจากคอเสื้อของเขา ทว่าก็ทำให้ตัวเธอเสียหลักเซปะทะกับแผงอกแน่นหนั่น หญิงสาวถูกล็อกข้อมือไว้ให้ประจันหน้า ดังนั้นเมื่อเธอเงยหน้าขึ้น ทั้งสองจึงสบตากัน
ราเชนทร์รู้สึกว่าช่วงเวลาที่ผ่านมายาวนานพอสมควร...
เริ่มจากเมื่อสิบกว่าวันก่อนที่ไปกินมื้อกลางวันกับเพื่อน ทั้งที่เป็นห้องอาหารโรงแรมหรูของเพื่อนเอง แต่ทั้งเขาและเพื่อนกลับได้รับประสบการณ์ท้องไส้ปั่นป่วนชวนอับอาย ต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มอยู่โรงพยาบาลจนเสียงานเสียการไปหลายวัน
เหตุการณ์ในวันนั้นทำให้แผนสร้างความประทับใจเพื่อพูดคุยกับดาราสาวอย่างอรพิณ ให้ตกลงมาเป็นไม้กันแม่ของเขาต้องล้มพินาศในสภาพอนาถสุด ๆ ทั้งหมดทั้งมวลเพราะเธอคนนี้คนเดียว เขาจำเธอได้แม่นเชียวละ!
“อ้อ! ที่แท้ก็คุณมารยาทงามนี่เอง ห้าแสนที่จ่ายมาเมื่อเช้ายังไม่เข็ดใช่ไหม” ราเชนทร์แสยะยิ้มเย็น
“โอ๊ย! ปล่อยนะ! ไอ้คนเฮงซวย!” พุฒิตาตกใจที่ได้ยินอีกฝ่ายเรียกเธอว่ามารยาทงาม ที่แท้ก็เป็นบักสี่ตาราแฉะ! ความตกใจเปลี่ยนเป็นความเดือดดาล เธอพยายามสะบัดตัวเองให้หลุดพร้อมผรุสวาทออกไป
“อะไรกันคุณ อยู่ ๆ มาสาดน้ำใส่เจ้านายผมได้ยังไง” ผู้ชายอีกคนข้าง ๆ พูดพลางรีบคว้ากระดาษทิชชูซับเสื้อให้ชายหนุ่มที่เขาเรียกว่าเจ้านาย
“ก็เจ้านายคุณทำเพื่อนฉันร้องไห้!” พุฒิตาส่งสายตาเคืองขุ่น กระแทกเสียงพร้อมดิ้นแต่ไม่มีทีท่าจะหลุดจากมือที่แข็งเหมือนคีมเหล็กนั้นสักที เธอเจ็บจนเริ่มรู้สึกชา
“ทำมาเป็นเก่ง สาดเหล้าใส่คนอื่น ตอนนี้มาร้องให้ปล่อยงั้นเหรอ” เขาเพิ่มแรงบีบให้อีกฝ่ายหยุดดิ้น แต่กลับได้ผลตรงกันข้าม
“จะปล่อยไม่ปล่อย นี่แน่ะ!” พุฒิตาดิ้นสุดแรงพร้อมยกขาหมายเตะหน้าแข้งของชายหนุ่มตรงหน้า เสียแต่ว่าเขาหลบอย่างรู้ทัน ไม่อย่างนั้นคงได้แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายจากแม่สาวคนนี้อีกกระทง
“ฤทธิ์เยอะนักนะ”
“คือว่าพอดีทางนี้สั่งอาหารเดลิเวอรีไว้ด้วยค่ะ คิดว่าน่าจะถึงในอีกไม่กี่นาทีนี้ จะต้องทำอย่างไรคะ”“อ๋อ โดยปกติต้องโทรแจ้งป้อมยามส่วนใน ก็คือป้อมยามตรงทางเข้ามาที่นี่นะคะ เสร็จแล้วเดี๋ยวทางนั้นจะจัดการต่อเองค่ะ” เธออธิบายพลางชี้ขอที่สมุดมาเปิดหน้ารายชื่อเบอร์โทรศัพท์ จากนั้นกาเครื่องหมายดอกจันไว้ให้พุฒิตา เพื่อที่ครั้งหน้าจะได้มองเห็นง่าย“เรียบร้อยนะคะ มีอย่างอื่นเพิ่มเติมไหมคะ” เจ้าหน้าที่นิติฯ หมู่บ้านถาม“ตอนนี้ไม่มีแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ” พุฒิตาสวมรอยยิ้มประดับบนหน้า พลางคิดในใจว่าเดี๋ยวคงได้โทรถามจนเบื่อกันไปข้างเลยละค่ะ แค่เห็นจำนวนกุญแจกับปุ่มรีโมตเมื่อกี้ก็ท้อแล้ว“หากมีอะไรเพิ่มเติมก็โทรสอบถามนิติฯ ได้ตลอดเวลาเลยนะคะ ที่นี่เรามีเจ้าหน้าที่ประจำการคอยให้ความช่วยเหลือตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงค่ะ” เจ้าหน้าที่นิติบุคคลย้ำถึงความช่วยเหลือตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงอีกครั้ง ไว้ต่อไปเวลาคุยเล่นหยุมหัวกับเพื่อน ๆ เปลี่ยน มาเป็นนัดตบกันหลัง ‘นิติฯ หมู่บ้าน’ ปิดก็เก๋ไม่หยอก...“ได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” พุฒิตายกมือไหว้ลานิติฯ ตามประสาสาวมารยาทงาม ก่อนกลับมาให้ความสนใจกับพวงกุญแจในมือ ทำไมมันเยอะเบอร์นี้ดู
ปึง! กิ่งกาญจน์ตบโต๊ะด้วยความโมโห“จะไปไหนก็ไป อย่าโผล่หัวกลับมาที่นี่อีกก็แล้วกัน” พร้อมผลักกระเป๋าหญิงสาวออกจากตัว จากนั้นโบกมือไล่ส่ง ๆ พุฒิตาก็ไม่รอช้า คว้ากระเป๋าข้าวของก้าวฉับ ๆ ออกจากห้องพักพนักงานครัวทันที“พี่เตยคะ” เสียงเรียกอันคุ้นเคยของอดีตเพื่อนร่วมงานอีกคนดังขึ้นจากด้านข้าง หญิงสาวที่เพิ่งก้าวพ้นประตูห้องพักมาหันไปหาต้นเสียง“มีอะไรเหรอเฟยเฟย” พุฒิตาเอ่ยถามหญิงสาวลูกครึ่งหน้าตาจิ้มลิ้มพลางมองอีกฝ่ายอย่างแปลกใจ ในมือเฟยเฟยมีซองสีน้ำตาลฉบับหนึ่ง“เมื่อวานนี้มีเอกสารฝากถึงพี่เตยค่ะ เฟยเฟยส่งข้อความบอกพี่แล้วแต่ยังไม่เห็นพี่อ่านค่ะ” เฟยเฟยกล่าวพร้อมยื่นซองนั้นให้เธอด้วยสองมือพุฒิตาเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ เธอเห็นแถบแจ้งเตือนข้อความที่เฟยเฟยส่งมาแวบหนึ่งจึงรู้ว่ามีเอกสาร แค่ไม่ได้เปิดอ่านเพราะเมื่อวานมัวแต่ยุ่งจนลืมไปนั่นเอง ว่าแต่เอกสารอะไรกันหนาเป็นปึก จำได้ว่าตัวเองไม่ได้ไปลงสมัครอะไรไว้ที่ไหนนี่ แล้วใครส่งมากันนะหญิงสาวคิดพลางพลิกดูชื่อผู้ส่ง‘สำนักงานกฎหมายราเชนทร์แอนด์พาร์ตเนอร์’...ชื่อคุ้นมาก แต่ยังไม่ทันนึกอะไรเพิ่มเติม พุฒิตาก็สัมผัสได้ถึงสายตาคล้ายมีอะไรอยากจะพู
“ลูกค้าครับ ไม่เอาแมวไปเหรอครับ” พนักงานเอ่ยถามหญิงสาวที่ก้าวขึ้นมานั่งข้างคนขับก่อนคาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อย“ฉิบหาย! ลืมแมว...รอแป๊บนะคะ” พุฒิตาปลดเข็มขัดก่อนเปิดประตูกระโดดลงจากรถไปอย่างไว ทิ้งให้พนักงานเกาหัวแกรก ๆพุฒิตาซอยเท้าขึ้นบันได พุ่งไปอดีตห้องพักของตนเร็วจี๋เพื่อพบว่า เธอวางตะกร้าเจ้าหมูตุ๋นไว้ข้างห้องนั้นเอง เจ้าแมวนมชมพูโวยวายแง้ว ๆ ใส่เธอด้วยความไม่พอใจ หากพูดภาษามนุษย์ได้มันคงบ่นว่ายัยทาสใจร้ายทำไมถึงลืมแมวน่ารักอย่างมันได้ลงคอ“โอ๋ ๆ เมื่อกี้มี้แค่ลงไปเช็กของ ไม่ได้ลืมตุ๋นตุ๋นจริง ๆ น้า” หญิงสาวพยายามง้อเจ้านายตนด้วยน้ำเสียงปลอบประโลม เจ้าหมูตุ๋นหยุดร้องทันทีที่ได้ยินเธอพูด พุฒิตายิ้มกริ่มปนโล่งอกที่ง้อแมวง่ายดายเสียนี่กระไร ก่อนพบสายตาจ้องเป๋งที่บ่งบอกได้ชัดเจนว่า หึ ยัยตอแหล เห็นดังนั้นหญิงสาวจึงส่งยิ้มเจื่อนพร้อมทำตาปิ๊ง ๆ ออดอ้อนใส่อีกครา เจ้าแมวส่งเสียงพ่นลมฉุนเฉียวก่อนทิ้งตัวลงกับเบาะในตะกร้า ปล่อยให้ยัยทาสจอมเฟอะฟะหิ้วตนขึ้นรถแต่โดยดี“เรียบร้อยนะครับ” พนักงานคนเดิมถามจากฝั่งที่นั่งคนขับ ก่อนมองเจ้าก้อนกลมสีชมพูในตะกร้า พุฒิตาส่งยิ้มพยักหน้าให้“ค่ะพี่ ออกรถได
“ถ้าอย่างนั้นเตยขอลากลับก่อนจะได้ไหมคะ กลัวจะจัดของไม่ทันค่ะ” ยังไม่ทันจะได้ทำอะไร เธอก็ต้องรีบลากลับบ้านเสียแล้ว“เอาเถอะ ไว้พรุ่งนี้หรือวันหลังแม่แวะไปหาที่บ้านเจ้าเชนแล้วกันนะ” คุณนายสุพรรณีรู้สึกเสียดาย ยังไม่ทันได้ศึกษาอุปนิสัยของว่าที่ลูกสะใภ้เลย ก็ต้องส่งเธอให้กับเจ้าลูกชายสุดแสบเสียแล้ว ความรู้สึกนี้มันช่างเหมือนตอนที่กำลังจะส่งชิฌาเข้าเรือนหอเลยไม่ผิดเพี้ยนร่ำลากันเสร็จ พุฒิตารีบเดินทางกลับห้องพักพร้อมเจ้าหมูตุ๋น และห้องน้ำแมวอันใหม่ที่เพิ่งจะได้มา ทำการเก็บข้าวของลงกล่องและกระเป๋าเดินทางในแบบฉบับที่คิดว่าหยิบอะไรได้ก็ยัด ๆ ไปก่อนเมื่อแพ็กของตัวเองเรียบร้อย เธอจึงหันไปจัดแจงเก็บของใช้ของเจ้าหมูตุ๋น ไม่ว่าจะเป็นกระบะทราย ที่นอนแมว และของเล่นสารพัดอย่างที่กระจัดกระจายอยู่ทุกมุมห้องทุกอย่างดูเหมือนจะเสร็จสิ้น เหลือบไปดูเวลาก็พบว่าขณะนี้ล่วงเลยไปจนห้าทุ่มแล้วนี่เธอยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยตั้งแต่เช้า! ว่าแล้วก็คุ้ยหาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กดน้ำร้อนใส่รอประมาณสามนาทีแล้วก็นั่งซดไปพลางเปิดแชตพิมพ์หากลุ่มเพื่อน ๆ ไปพลางToei: นอนแล้วยังสาว~Wann: ยางงงงงToei: ทำไรอะหวาน ดึกมว้ากWa
ชิฌาขับตามทางเข้าไปจอดภายในโรงจอดรถ จากนั้นหันมาแซวหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านหลังนิดหน่อย“เป็นยังไง เห็นบ้านแล้วลมแทบจับเลยไหม”ใช่…ลมแทบจับ หวังว่าบ้านของคุณเชนอะไรนั่นจะไม่ใหญ่เท่านี้หรอกนะตอนที่ขับผ่านเพียงหน้าบ้านก็เล่นเอาเธอคิดสะระตะว่า ถ้าต้องทำความสะอาดบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้คนเดียว มีหวังเธอคงตายคาที่แน่นอน“เดี๋ยวเราเข้าไปคุยรายละเอียดกันในบ้านดีกว่า” ชิฌาเสนอ เพราะทุกคนต่างนั่งรถเดินทางกันมาเหนื่อยๆ ถึงระยะทางไม่ไกล แต่การจราจรที่ติดขัดเกินไปก็สร้างความเมื่อยล้าให้กับผู้โดยสารได้เช่นกันเมื่อเข้าไปภายใน พุฒิตาวางตะกร้าเจ้าหมูตุ๋นลงข้าง ๆ เพราะระยะทางระหว่างโรงจอดรถกับตัวบ้านก็ใช่ว่าจะใกล้ ๆ แบกมานาน ๆ เล่นเอากล้ามแขนแทบขึ้นเช่นกันจากนั้นเธอก็ก้มลงถอดรองเท้าแล้วนำไปวางบนชั้นที่จัดไว้สำหรับแขกผู้มาเยี่ยมเยือน“แมวชื่ออะไรเหรอจ๊ะ” คุณนายสุพรรณีถามขึ้น“หมูตุ๋นค่ะ”“มันไม่อึดอัดเหรออยู่แต่ในกรง ไหนจะต้องกินน้ำ ขับถ่ายอีก” จะว่าไปตัวมันก็ดูเนียนน่าสัมผัสพิกล“ไม่หรอกค่ะ มันชินแล้ว” เมื่อก่อนเธอเคยหิ้วมันไปด้วยทุกที่ แต่นั่นก็ค่อนข้างนานมาแล้วเหมือนกัน“ถ้าน้องไม่ข่วนข้าวของ ไม่เข้าห้อ
Toei: โอ๋ยยย เอาดี ๆ ชมอยู่LadyGecko: บอกแล้ว ฉันแม่น ฉันเก่ง ฉันสวย และรวยมว้ากToei: ไหนบอกมีหนี้เยอะLadyGecko: นังลูกจกตกอับ เคยได้ยินคำนี้ไหม ‘รวยหนี้’ นั่นแหละแม่เลยLadyGecko เพิ่มคุณเป็นเพื่อนToei: ไหนบอกจะเพิ่มเพื่อนต้องเสียเงินไงLadyGecko: ยกให้เป็นกรณีพิเศษ ไว้ลับฝีปาก แต่ถ้าจะดูดวงจ่ายเงินนะบอกก่อนToei: ลับฝีปากอะไรก๊อน ลูกจกออกจะเรียบร้อยดุจผ้ายับที่พับไว้ แต่เดี๋ยวแชร์ให้ค่าLadyGecko: ดีมาก แล้วอย่าลืมไปตามหาญาติด้วยนะ เผื่อมีญาติเหลืออยู่Toei: ตอนนู้นเจ้าหน้าที่เหมือนเคยตาม แล้วบอกว่าประสานงานติดต่อไม่ได้LadyGecko: บางทีเขาอาจจะตกหล่น ถ้าไม่เขาตกหล่น ก็ฉันมั่ว แค่นั้น จะเสียหายอะไรToei: โอเคร ขอบคุณมัก ๆ แม่จก ไว้ลูกจกจะเอาธูปเทียนและพานดอกไม้ไปกราบไหว้LadyGecko: เปลี่ยนจากธูปเทียน พานดอกไม้ เป็นพวงมาลัยเงินทองแล้วกันนะToei: งก!LadyGecko: ยอมรับ ฉันไปก่อน ง่วงจะนอนหลังจากได้แชร์ความสุขกับใครสักคนแล้ว พุฒิตามุ่งตรงกลับไปยังหอพักของตัวเอง และเริ่มลงมือเก็บข้าวของอย่างจริงจังสิ่งหนึ่งที่เธอกังวลมากคือ เจ้าหมูตุ๋นแมวเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างจะติดที่ เธอเคยอ่านเจอ บ







