เข้าสู่ระบบรถแท็กซี่เคลื่อนตัวเข้ามาจอดหน้าบ้านทรงไทยประยุกต์ที่มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา หญิงสาวจ่ายเงินค่าโดยสารเสร็จ ลงจากรถยืนมองประตูรั้วสูงตรงหน้า บ้านหลังนี้เธอเคยมาอยู่บ่อยครั้งเมื่อหลายปีก่อน
ระแวกนี้เป็นบ้านของเหล่ามหาเศรษฐีผู้มีอันจะกิน ข้างบ้านท่านไพรวัลย์ทางขวานั้นเป็นบ้านของท่านไพศาลพ่อของภาคิณ ส่วนหลังข้างกันอีกฝั่งก็เป็นของเครือญาติในตระกูลพัฒนโชติกุล
ของขวัญละมือหนึ่งข้างออกจากกระเช้าเบเกอรี่ที่เป็นคนทำเองเพื่อกดกริ่ง ยืนรอไม่นานประตูก็ถูกเปิดโดยอัตโนมัติ พร้อมกับแม่บ้านสาวคนหนึ่งเดินมาต้อนรับและรับกระเช้าในมือไปถือแทน
“ขอบคุณค่ะ” เอ่ยขอบคุณคนใช้อย่างมีมารยาท ก่อนจะเดินตามเธอเข้าไปภายในตัวบ้าน
หลังจากวันก่อนเธอบอกกับพ่อไป ว่าอยากจะขอเข้าพบท่านไพรวัลย์ พ่อจึงทำการนัดแนะให้เสร็จสรรพ เธอถึงมายืนอยู่ตรงนี้ได้
“นั่งรอสักครู่นะคะ”
“ได้ค่ะ” เอ่ยรับคำสาวใช้เสร็จ หญิงสาวก็นั่งมองสำรวจบ้านที่สมัยก่อนเธอเคยมาเที่ยวเล่นหลังเลิกเรียนอยู่บ่อยครั้ง
ของทุกอย่างยังเหมือนเดิม คงมีแค่ความรู้สึกของเธอที่แตกต่างออกไปจากเมื่อก่อน
“เป็นสาวขึ้นเยอะเลยนะ ของขวัญ”
“คุณท่าน สวัสดีค่ะ” เธอรีบลุกขึ้นยกมือไหว้ทันที เมื่อได้ยินเสียงทักทายของคนสูงอายุที่นั่งอยู่บนวีลแชร์ โดยมีสาวในชุดนางพยาบาลเข็นเข้ามา
“เรียกว่าคุณย่าเหมือนเดิมเถอะหนูขวัญ อย่าห่างเหินกันนักเลย” คนแก่ตัดพ้อ
“ค่ะ คุณย่าสบายดีไหมคะ” แม้จะเห็นอยู่คาตาว่าไม่เหมือนเดิม แต่ก็ถามออกไปตามมารยาท เมื่อก่อนท่านไพรวัลย์ยังไม่ต้องใช้รถวีลแชร์
แต่ก็นะ...เวลาผ่านไปตั้งห้าปีใครจะดูเหมือนเดิมได้ตลอด ขนาดตัวเธอเองยังเปลี่ยนไปเลย
“ก็ตามประสาคนแก่ ป่วยกระออดกระแอด จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้” คนแก่บนรถเข็นตอบติดตลก
“อย่าพูดแบบนั้นสิคะ คุณย่าต้องอยู่กับลูกกับหลานไปนาน ๆ สิ”
“ทำขนมอร่อยกว่าเดิมนะ” ไพรวัลย์เอ่ยปากชมหลังหยิบมาการองที่สาวใช้ยกมาเสิร์ฟขึ้นชิม
“ขวัญเรียนมาเยอะเลยค่ะ” เสียงหวานตอบอ้อมแอ้ม
ของขวัญยิ้มรับคำชมอย่างเขินอาย สมัยก่อนเธอเคยมาทำขนมให้ท่านกินอยู่ประจำ ตอนนั้นยังไม่ได้เรียนทำอย่างจริงจัง แค่ดูสูตรตามอินเทอร์เน็ต ลองผิดลองถูก กินได้บ้างต้องทิ้งบ้างตามประสา
“ได้ข่าวจากประสิทธิ์ว่าหนูขวัญอยากเปิดร้านขนม”
“ใช่ค่ะ…แต่เรื่องนั้นคงทำไม่ได้แล้ว” ตอนนี้ครอบครัวไม่เหลือเงินให้ลงทุนอะไรแล้ว สิ่งที่เธอเคยวาดฝันไว้คงต้องพับเก็บเอาไว้ก่อน
“ย่าเปิดให้ได้นะ ถ้าหนูขวัญตกลง...รู้เรื่องนั้นแล้วใช่ไหม” มือเหี่ยวยกน้ำชาขึ้นจิบ ก่อนจะเป็นฝ่ายเปิดประเด็นหลักถึงเรื่องที่ทำให้เด็กสาวตรงหน้าต้องถ่อมาหาถึงบ้านหลังนี้
“ก็...ค่ะ หนูรู้เรื่องแล้ว”
สีหน้ายิ้มแย้ม แต่แววตาดูเป็นกังวลอย่างชัดเจนของหญิงสาว ทำให้คนที่คิดข้อตกลงนี้ขึ้น เกิดอาการสงสารอยู่ไม่น้อย แต่เชื่อเถอะว่านี่จะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับตัวเธอ...และสำหรับภาคิณก็ด้วย
“ย่าอยากให้เราแต่งนะ ไม่ใช่เพื่อย่าหรือพ่อแม่หนู แต่เพื่อตัวหนูขวัญกับภาคิณเอง”
“มีเหตุผลไหมคะ หนูอยากรู้ทำไมต้องเป็นหนู ทำไมถึงอยากให้หนูแต่งงานกับภาคิณ”
ความสงสัยมีอยู่มากมาย ทำไมท่านไพรวัลย์จะต้องช่วยเหลือครอบครัวเธอ ถ้าว่ากันตามจริง ถึงครอบครัวจะรู้จักกันแต่ก็ไม่ใช่ญาติโกโหติกา ทำไมถึงให้การช่วยเหลือกันถึงเพียงนี้ เงินที่จะใช้หนี้ให้พร้อมกับบริษัทมีมูลค่าไม่ใช่น้อย ๆ
ของขวัญเข็นรถวีลแชร์พาคนแก่ที่ไม่ยอมตอบคำถามเธอออกไปเดินเล่นที่สวนหลังบ้านตามคำขอ หลังจากที่เธอถามหาเหตุผลออกไป คนแก่เฉไฉไม่ยอมตอบ เอาแต่พูดถึงเรื่องราวในอดีตที่เคยทำร่วมกัน
“เรามานั่งกินขนมด้วยกันตรงนี้กันบ่อย ๆ หนูขวัญจำได้ไหม”
“จำได้ค่ะ” ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เรื่องของภาคิณยังคงวนเวียนอยู่ในหัวเธอตลอดเวลา ทำไมเธอจะจำไม่ได้...
“เจ้าภาคิณน่ะ ชอบหนูมาก…หนูรู้ใช่ไหม”
“...นั่นมันเมื่อก่อนค่ะ” ตอนนี้ไม่ใช่แค่ไม่ชอบ อาจจะเข้าขั้นที่เรียกว่า ‘เกลียด’ ไปแล้วก็ได้
“ตอนนี้ตาภาคิณทำตัวอย่างกับปลาไหลแน่ะ” เมื่อพูดถึงหลายชายสุดที่รัก พูดไปก็อมยิ้มไป
“ย่าหมายถึงเจ้าชู้น่ะ ไม่คบใครจริงจัง ควงคนนู้นคนนี้ไปเรื่อย ใครจับก็ไม่อยู่ แต่ถ้าเป็นหนูขวัญก็ไม่แน่...”
“คงไม่หรอกค่ะ” ของขวัญได้แต่เออออไป ในใจก็ได้แต่คิด หากท่านไพรวัลย์รู้ว่าเธอเคยหักอกหลานชายสุดที่รักของท่าน ท่านยังอยากจะให้เขามาแต่งงานกับเธออยู่ไหม
“แต่ก่อนทำตัวเหลวแหลกชอบมีเรื่องชกต่อย แต่เดี๋ยวนี้เอาการเอางานมากนะ”
ใช่...แต่ก่อนภาคิณเป็นพวกนักเลงจริง ๆ ชอบมีเรื่องชกต่อยไม่เว้นแต่ละวัน ใบหน้าหล่อ ๆ ของเขาไร้แผลได้ไม่เกินสัปดาห์ เขาเป็นคนอารมณ์ร้อนที่เธอต้องค่อยห้ามปรามอยู่บ่อย ๆ
“ย่าน่ะ รักและเอ็นดูหนูขวัญมากเลยนะ แล้วย่าก็รักเจ้าภาคิณมาก ย่าเลี้ยงของย่ามาตั้งแต่เด็ก” ของขวัญได้แต่ยืนฟังสิ่งที่ท่านพูดเงียบ ๆ พลางคิดตาม
“แต่งงานกับหลานย่าเถอะนะ อย่างน้อยก็ลองอยู่ด้วยกันสักหนึ่งปี...ถ้าหลังจากนี้ไปหนูขวัญอยากจะหย่า ก็ค่อยว่ากันอีกที” คนที่นั่งวีลแชร์อยู่พยายามหันหน้ามามองเธอ ของขวัญจึงย้ายตัวเองไปนั่งคุกเข่าตรงหน้าท่านแทน
“ภาคิณเขาจะยอมเหรอคะ ตอนนี้เขาอาจจะมีแฟนอยู่ก็ได้” นี่คือสิ่งที่หญิงสาวกังวลอีกอย่าง หากว่าเธอยอมแต่ง แล้วอีกฝ่ายเขาจะยอมด้วยหรือเปล่า เธอไม่อยากเข้าไปเป็นมือที่สามของใคร
“ยังไงก็แต่ง หนูขวัญไม่ต้องกังวล ภาคิณเขาไม่มีใคร ขอให้หนูเชื่อใจย่าเถอะ...นี่คือความหวังดีจากย่า”
น้ำเสียงที่ดูจริงจังขึ้นทันตา ทำเอาของขวัญไม่กล้าที่จะเอ่ยแย้งอะไรออกไป แม้จะไม่เข้าใจในบางคำพูด แต่ดูจากสีหน้าและแววตาของคนสูงวัยที่น่าเคารพนับถือ นั่นจึงทำให้เธอเลือกตัดสินใจได้
นี่คงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วในตอนนี้ ก็ได้แต่หวังว่ามันจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องและเธอจะไม่เสียใจในภายหลังกับการตัดสินใจในครั้งนี้...
เสียงจูบดูดดื่มแลกน้ำลายดังก้องไปทั่วทั้งห้องนอนกว้าง ของขวัญเอียงคอให้สามีซุกไซ้ได้อย่างเต็มที่หลังผละริมฝีปากออก สองมือกอดคอลูบ บ้างก็ลูบไล้แผ่นหลังที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ เพื่อระบายอารมณ์พลุ่งพล่านในกาย“หอมจัง ดมแล้วชื่นใจ” ภาคิณสูดดมกลิ่นกายของภรรยาเข้าเต็มปอด“ทำหน้าโรคจิต” ของขวัญใช้นิ้วจิ้มแก้มชายหนุ่ม เมื่อเข้าผละใบหน้าออกมาส่งสายตากะลิ้มกะเหลี่ยมาให้ มือข้างหนึ่งก็ใช้คลึงเต้าอวบ“ก็มีแค่ขวัญแหละ ที่ทำให้คิณเป็นงี้ได้”“อื้อ…อย่าดูดแรงขนาดนั้น น้ำนมขวัญยังมีอยู่นะ” ของขวัญรีบบอกเพราะเขาก้มลงดูดยอดอกเธอแรงมาก ตอนนี้ถึงน้ำนมจะลดน้อยลงมากแต่ก็ยังพอมีอยู่ในตอนที่ภาพฟ้ายังเล็กกว่านี้ เคยมีครั้งหนึ่งตอนที่มีอะไรกันแล้วภาคิณบีบเต้าอวบของเธอค่อนข้างแรง ส่งผลให้น้ำนมฉีดพุ่มเต็มใบหน้าเขา“อืม ก็ดีเหมือนกันไม่ได้กินนานแล้ว” แล้วเขาก็จัดการดูดมันแรงขึ้นกว่าเดิม ไม่ฟังเสียงห้ามของภรรยา“อ๊ะ อย่าทะลึ่งให้มาก” ของขวัญยกมือฟาดต้นแขนสามีไปหนึ่งที ที่เขาบอกไม่ได้กินนานเพราะเขาเคยกินมันจริง ๆ เขาบอกเห็นลูกกินแล้วดูน่าอร่อยเลยขอลอง ตอนนั้นเธอก็ดันบ้างจี้ให้เขาลองดูดกินจริง ๆภาคิณบอกจืด ๆ มัน ๆ
หนึ่งปีหลังจากได้เป็นคุณพ่อเต็มตัว ชีวิตครอบครัวลงตัวทุกอย่าง ภาคิณตัดสินใจซื้อบ้านในหมู่บ้านเดียวกันกับบ้านคุณย่าและย้ายออกจากคอนโด เพราะอยากมีพื้นที่ให้ลูกวิ่งเล่นได้ ตอนนี้ภาพฟ้าอายุหนึ่งขวบกำลังเริ่มหัดเดิน“ปะป๊า ๆ” เสียงอ้อแอ้ของเด็กน้อยวัยหัดเดินกำลังเรียกผู้เป็นพ่อให้ดูปลาคาร์ปในบ่อตอนนี้ภาพฟ้าเริ่มพูดคำง่าย ๆ ได้อย่าง ปาป๊า มาม้า หม่ำ ๆ ที่จริงของขวัญอยากสอนให้ลูกพูดว่าพ่อและแม่แทน แต่เหมือนมันจะออกเสียงยากไปสำหรับเด็กครั้งแรกที่ภาคิณได้ยินว่าลูกสาวตัวน้อยเรียกตัวเองว่าปาป๊า ตอนนั้นเขาร้องตะโกนดีใจลั่นบ้าน ทำเอาทั้งแม่บ้านและคนสวนแตกตื่นกันหมด“ปลา ไหนภาพฟ้าลองพูดตามซิครับ…ปลา” ภาคิณสอนลูกเรียกชื่อสัตว์ที่กำลังแหวกว่ายในบ่อน้ำสวนหลังบ้าน“ปา ปา” เสียงเล็กพูดมองปากผู้เป็นพ่อแล้วพูดตาม“ภาพฟ้าชอบปลาไหมครับ เอ้ย! มันจับไม่ได้นะลูก” ภาคิณรีบคว้าตัวลูกน้อยแล้วกอดไว้ เมื่อมือเล็กกำลังจะจุ่มลงไปในน้ำพยายามจะคว้าเอาปลาในบ่อ เด็กน้อยขัดขืนฟึดฟัดจะออกจากอ้อมกอดคนเป็นพ่อ“ลงไปไม่ได้ครับลูก” ภาคิณกอดลูกสาวไว้เต็มที่ พยายามพาเด็กน้อยถอยออกจากบ่อเด็กน้อยเริ่มเบ้หน้า ไม่นานเสียงกรีดร้องก
ภายในห้องพักโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง มีหญิงสาวกำลังนอนหลับด้วยใบหน้าซีดเซียว หลังเพิ่งผ่านความเจ็บปวดที่แสนสุขไปได้ไม่นานภาคิณนั่งมองใบหน้าของภรรยาด้วยความภูมิใจ ภรรยาของเขาเก่งมากที่สามารถคลอดลูกสาวด้วยวิธีธรรมชาติได้“ลูกสาวมาแล้วค่ะ” พยาบาลสาววัยกลางคน เข็นรถตู้นอนที่มีเด็กตัวเล็กถูกห่อผ้าไว้เข้ามาในห้อง เพื่อส่งให้พ่อและแม่ของเด็ก“คุณพ่อชื่อภาคิณ ลูกสาวชื่อเด็กหญิงภาพฟ้า พัฒนติโชกุลนะคะ ถูกต้องไหมคะ” พยาบาลวัยดึกทบทวนข้อมูล“ครับ ถูกต้องครับ”“อีกหนึ่งชั่วโมงต้องปลุกคุณแม่ตื่นมาให้นม เดี๋ยวจะมีพยาบาลเข้ามาสอนอาบน้ำให้ด้วยนะคะ”“ครับ ขอบคุณครับ”“ตอนนี้คุณพ่ออุ้มน้องได้นะคะ ลองอุ้มไหม” พยาบาลยิ้มเอ็นดูคุณพ่อมือใหม่กับท่าทีที่ดูตื่นเต้นมือไม้สั่น“ครับ อยากอุ้มครับ” ภาคิณพยักหน้ารัว ๆ ด้วยความตื่นเต้น จ้องมองของขวัญตัวน้อยที่นอนหลับตาพริ้มอย่างมีความสุขจากนั้นพยาบาลก็อุ้มตัวหนูน้อยเข้าสู่อ้อมกอดของผู้เป็นพ่อ ดวงตาของชายหนุ่มเห่อร้อนขึ้น รู้สึกซาบซึ้งใจอย่างบอกไม่ถูก ก่อนหน้านี้ในห้องคลอดเขาก้ร้องไห้ไปแล้วรอบหนึ่ง รอบนี้เป็นรอบที่สองแล้ว เพียงแค่มองใบหน้าเล็ก ๆ ความรู้สึกสุขก็เอ่อล้น
“พอแล้วคิณ เรายังไม่รู้เพศลูกเลยนะ” หญิงสาวรีบหยิบเสื้อเด็กผู้หญิงออกจากมือของชายหนุ่ม นำกลับไปแขวนไว้ที่เดิม“ไม่เป็นไร ซื้อไว้ก่อนไง มันน่ารักมากเลยอะดูดิ” ภาคิณไม่ฟังคำห้าม เขายังคงหยิบชุดเจ้าหญิงสีชมพูขึ้นมาดูด้วยรอยยิ้ม“ของจะเต็มห้องอยู่แล้วพอก่อนเถอะ อีกเดือนเดียวก็จะรู้เพศลูกแล้วไว้ค่อยมาซื้อก็ได้”ตอนนี้ของขวัญตั้งท้องได้สี่เดือน เดือนหน้าก็จะสามารถรับรู้เพศของเด็กในท้องได้ แต่ภาคิณชักจะเห่อลูกเกินไป ที่คอนโดตอนนี้เต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ของเด็กทารถทั้งชายหญิง กลัวว่าซื้อไปแล้วจะเสียงเงินเปล่าจึงต้องรีบเบรกเขาไว้ก่อน“ก็ซื้อไว้ก่อนไง ถ้าอันไหนไม่ได้ใช้ก็เก็บเอาไว้ให้ลูกคนที่สอง” ภาคิณยังคงไม่ยอม สุดท้ายเธอจึงต้องปล่อยให้เขาช็อปปิ้งของเด็กอย่างมีความสุข“แหม…ยิ้มหวานเชียวนะ” ของขวัญเอ่ยแซว เมื่อเห็นว่าภาคิณยิ้มกว้างแค่ไหนที่ได้หอบข้าวของเครื่องใช้ของลูกพะรุงพะรังเต็มมือ“ก็คนมันมีความสุข”“แวะกินข้าวก่อนนะ ขวัญอยากกินอาหารญี่ปุ่น” เธอบอกพร้อมกับจูงมือสามีเดินหาร้านอาหารที่อยากกินระหว่างทางได้เดินผ่านกลุ่มเด็กสาวในชุดนักศึกษา พวกหล่อนจ้องมองภาคิณตาเป็นมัน ขนาดว่ามีเมียเดินจ
หลังจากพักอยู่โฮมสเตย์สองสัปดาห์ ชายหนุ่มก็ได้ชวนภรรยากลับกรุงเทพฯเพราะงานที่สั่งลูกน้องไว้เกิดมีปัญหาความสัมพันธ์ของภาคิณและผู้เป็นมารดานั้นดีมาก แต่ความสัมพันธ์กับผู้เป็นบิดากลับย่ำแย่อยู่เหมือนเดิม อย่างเมื่อวานก็เพิ่งจะทะเลาะกันไปภาคิณรู้สึกโกรธการกระทำของผู้เป็นพ่อมากกว่าแม่ เหตุเพราะหลังจากที่ขับไล่แม่ออกจากบ้านในตอนนั้น ผ่านไปเพียงครึ่งเดือนพ่อก็ได้เปิดตัวผู้หญิงอีกคนพร้อมกับเปิดตัวลูกชายอีกคนที่ชื่อภาคีย์ภาคีย์อายุมากกว่าเขาถึงสามปี มันแสดงให้เห็นว่าตัวพ่อเองก็แอบมีสัมพันธ์กับผู้หญิงอื่น แล้วยังมีหน้าไปไล่แม่ออกจากบ้าน เป็นพ่อที่ทำตัวเหลวแหลกจริง ๆ“คิณ…ขวัญเวียนหัว” หญิงสาวหยุดอยู่กับที่ ใช้มือเกาะแขนชายหนุ่มไว้เพื่อพยุงตัวเมื่อมีอาการหน้ามืด คล้ายจะเป็นลม“ขวัญเป็นอะไร” ภาคิณรีบพยุงคนตัวเล็กข้างกายไว้ จู่ ๆ เธอก็หยุดเดินกะทันหัน ระหว่างกำลังเดินดูต้นไม้ เพื่อนำไปตกแต่งสวนของร้านเบเกอรี่ ตอนแรกชายหนุ่มจะให้คนมาจัดการแทน แต่ก็ต้องตามใจของขวัญ เพราะเธอบอกอยากออกมาเลือกด้วยตนเอง“ขวัญเหมือนจะหน้ามืดเลย” ของขวัญยกมือคลึงขมับตัวเอง“งั้นไปหาที่นั่งพักก่อนแล้วกัน” ภาคิณเอ่ยบอกแล
ชายหนุ่มขยี้ตาเสยผมก้าวลงจากเตียงด้วยความรีบร้อน เขารีบเดินไปเปิดประตู เพื่อไม่ให้คนข้างนอกเคาะนาน เพราะตอนนี้ของขวัญยังนอนหลับอยู่“มีอะไร” ภาคิณยืนพิงขอบประตูมองบุคคลที่มารบกวนด้วยความไม่พอใจ ยิ่งเมื่อเห็นว่าเป็นใครก็ยิ่งหงุดหงิด ไอ้เด็กนี่มันจะมาเคาะห้องของขวัญทำไมกัน“ดีกันแล้วเหรอพี่” เด็กหนุ่มถามเพราะเห็นว่าภาคิณเป็นคนมาเปิดประตูแทนที่จะเป็นหญิงสาวเจ้าของห้อง“ส่องหาอะไรวะ ถอยออกไปเลยไป” ภาคิณผลักไหล่เด็กหนุ่ม ดันให้ออกห่างจากประตู เมื่อกี้มันส่องเข้าไปในห้อง ตอนนี้ของขวัญกำลังนอนหลับโดยใส่เพียงชุดนอนผ้าบางเท่านั้น ซึ่งไม่ควรมีใครได้เห็นมันนอกจากเขา“ตกลงมีธุระอะไร” ภาคิณถามย้ำ“ป้าณีบอกให้มาดูน่ะครับ ใกล้เที่ยงแล้วยังไม่เห็นไปกินข้าวกันเลย เมื่อกี้ผมไปเคาะห้องพี่แล้วแต่ไม่มีคนอยู่ไง เลยมาเคาะห้องพี่ขวัญ”“ของขวัญยังไม่ตื่น เดี๋ยวตื่นแล้วจะบอกให้”“พี่ขวัญไม่สบายหรือเปล่าครับ ทุกทีเห็นตื่นแต่เช้าอยู่นะ”“เปล่า! ขวัญสบายดี เลิกถามแล้วไปได้แล้วไป” ภาคิณยกมือเป็นเชิงไล่ แต่เด็กอยากรู้อยากเห็นยังไม่ยอมจบ“โห พี่ปั้นหุ่นนานปะ ผมก็อยากมีกล้ามแบบนี้เหมือนกันนะ เท่ดี”ไม่ว่าเปล่ายังส่งม







