تسجيل الدخولตึก... ตึก... ตึก...
เสียงรองเท้าส้นสูงห้านิ้วดังก้องโถงทางเดิน ร่างอวบอั๋นในชุดเดรสเกาะอกสีดำ ความสั้นเลยเข่าเป็นคืบ ทรวดทรงองเอวเด่นชัดทุกสัดส่วน หล่อนมีรูปร่างที่เรียกว่าเซ็กซี่ขยี้ใจหนุ่ม ๆ
สองขาเรียวยาวก้าวเดินมาหยุดอยู่โต๊ะหน้าห้องของรองประธานบริษัทยักษ์ใหญ่
“คุณภาคิณอยู่ไหม” เสียงแหลมห้วนของสาวลูกครึ่งหน้าคมยืนถามเลขารุ่นป้าที่ใส่แว่นตาหนาเตอะ นั่งเฝ้าหน้าห้องผู้เป็นนาย ยายป้าคนนี้เป็นแค่พนักงาน ไม่จำเป็นต้องนอบน้อมอะไร
“อยู่ค่ะ ได้นัดไว้ไหมคะ”
เลขาสาวรุ่นใหญ่ถามออกไปตามหน้าที่ แม้จะทราบดีอยู่แล้วว่าวันนี้เจ้านายของเธอไม่มีนัดกับสาวอกตู้มคนนี้ โดยปกติแล้วหากใครจะเข้าพบท่านรองในเวลางาน ต้องทำการนัดเอาไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่สุ่มสี่สุ่มห้าเข้ามา
“ทำไมต้องนัด นี่อย่าบอกนะว่าหล่อนไม่รู้ว่าฉันเป็นใคร”
คิ้วเรียวขมวดย่น สาวสวยดีกรีนางร้ายมาแรงละครหลังข่าวช่องดัง วีนออกไปอย่างอารมณ์เสีย ยายป้าแว่นหนาเตอะคนนี้นอกจากจะดูไม่ตื่นเต้นที่เจอดาราแล้ว ยังมีหน้ามาพูดจาไม่ให้เกียรติว่าที่แฟนของเจ้านายตัวเองอีก
คอยดูเถอะ ถ้าได้เป็นแฟนกับภาคิณเมื่อไหร่ สาบานว่าจะเฉดหัวยายป้าคนนี้ออกแน่!
“ขอโทษค่ะ ดิฉันไม่ทราบจริง ๆ ว่าคุณเป็นใคร” ว่าแล้วก็จัดการต่อสายหาเจ้านาย ไม่สนใจคนสวยหน้าเหวี่ยงที่กำลังยืนแยกเขี้ยวใส่อยู่เลยสักนิด
“เชิญค่ะ คุณมีเวลาสามสิบนาทีนะคะ”
“ย่ะ!” เดียน่ากระแทกเสียงออกไป เบ้ปากสะบัดผมลอนยาว ก่อนเดินเข้าไปในห้องทำงานของหนุ่มหล่อผู้เป็นคู่ขากันมาได้สองเดือน
เธอกับเขาพบกันที่ผับระดับลักชัวรี่สำหรับแขกวีวีไอพีอย่างพวกดารา นักร้อง บุคคลมีชื่อเสียง รวมถึงนักธุรกิจคนในแวดวงไฮโซ คนมีหน้ามีตาในสังคม
หนุ่มคนนี้ทั้งหล่อ ทั้งแซ่บ และยังมีดีกรีเป็นถึงทายาทตระกูลดัง ใครมันจะกินแค่ครั้งเดียวแล้วปล่อยให้หลุดมือกันล่ะ คงจะมีแต่คนโง่ที่คิดทำแบบนั้น
“คุณมีธุระอะไร” หนุ่มหล่อหน้าดุกำลังง่วนอยู่กับการเซ็นอนุมัติเอกสารกองโต ถามสาวผู้มาเยือนโดยไม่คิดจะเงยหน้าขึ้นมองเธอเลยสักนิด
“แหม...เย็นชาจังนะ เดียน่าก็แค่คิดถึงคุณค่ะ”
ดาราสาวนามว่าเดียน่า ถือวิสาสะเดินเอาร่างสะโอดสะองของเจ้าหล่อนไปหย่อนลงบนตักของชายหนุ่ม คนที่เคยร่วมหลับนอนกันมาหลายครั้งอย่างไม่นึกอาย แขนเรียวยกขึ้นคล้องคอหนา เอนศีรษะซบลงบ่าแกร่งอย่างออดอ้อน
“ผมทำงานอยู่ เคยบอกไปแล้วว่าอย่ารบกวนตอนทำงาน” เสียงทุ้มเอ่ยดุทวนความจำให้อีกฝ่าย
“ก็หลายวันมานี้ คุณไม่ยอมไปหาเดียน่าเลยนี่ ทักหาก็ไม่ค่อยตอบ โทรหาก็ไม่รับ” หญิงสาวทำเสียงงอแงตัดพ้อด้วยความน้อยใจ
“ช่วงนี้ผมยุ่งมาก” แม้จะรำคาญใจอยู่ไม่น้อยที่เธอมาก่อกวน แต่ก็ยังตอบคำถามเธอออกไปอย่างตรงไปตรงมา
เพิ่งจะคั่วกันมาได้สองเดือน อาการเบื่อจึงยังไม่ปรากฏ เขายังสามารถกินเธอต่อได้อีกสักหน่อย
“งั้น... ตรงนี้คงจะเก็บกดแย่เลยสิคะ”
เดียน่ายื่นหน้าไปกระซิบข้างใบหู ส่งมือเรียวยาวเลื่อนลงไปเคล้นคลึงกลางเป้าของชายหนุ่มด้วยความช่ำชอง เธอแอบยิ้มมุมปากออกมาเล็กน้อย เมื่อรับรู้ถึงลมหายใจที่แรงขึ้นของเขา
ผู้ชายยังไงก็ยังเป็นผู้ชายอยู่วันยังค่ำ เรื่องใต้สะดือเป็นเรื่องยากที่จะปฏิเสธ แค่ใช้มารยาหญิงก็ทำให้อ่อนระทวยได้
“ผมทำงานอยู่...”
ภาคิณสูดหายใจเข้าออกอย่างแรงเมื่อโดนกระตุ้นจุดอ่อนไหว พยายามปัดมือเธอออก ทว่าอีกฝ่ายกลับซุกใบหน้าจูบซับตามลำคอ เบียดหน้าอกหน้าใจเสียดสีท่อนแขน ทำให้ความเป็นชายเริ่มขยายตัวขึ้นตามกลไกธรรมชาติของร่างกายเมื่อเจอสิ่งกระตุ้น
“ทำงานอยู่ก็ทำได้นะคะ” ว่าแล้วสาวสวยก็เคลื่อนตัวลงไปนั่งคุกเข่าอยู่ใต้โต๊ะ เธอแทรกตัวเข้าหว่างขาชายหนุ่ม พยายามปลดเข็มขัดที่รัดขอบกางเกงสแล็คสีดำออกให้พ้นทาง
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้ห้ามปราม เธอจึงจัดการปลดเข็มขัด ดึงกางเกงพร้อมอันเดอร์แวร์ยี่ห้อดังลงรวดเดียว ส่งผลให้แก่นกายใหญ่ดีดผึ่งขึ้นทันที
หญิงสาวผู้มากประสบการณ์เรื่องใต้สะดือมาอย่างโชกโชน เธอรีบใช้ปากครอบอมแก่นกายใหญ่ โลมเลียดูดเม้มอย่างช่ำชอง ทำเอาชายหนุ่มสูดปาก เกร็งมือ ด้วยความเสียดเสียว
ยิ่งได้ยินเสียงหอบหายใจที่ชายหนุ่มหลุดพ่นออกมาจากการพยายามสะกดกลั้น สาวเจ้ายิ่งได้ใจ ขยับโยกศีรษะรัวเร็ว ออกลวดลายลากลิ้นไปกับส่วนอ่อนไหวของผู้ชาย
ดาราสาวโชว์ลีลาการใช้ปาก เธอทำอยู่แบบนั้นนานหลายนาที กระทั่งได้ยินเสียงครางต่ำ พร้อมกับสิ่งอ่อนไหวกระตุกปลดปล่อยน้ำกามออกมาเต็มโพรงปาก
“อืม น้ำเยอะจังเลยค่ะ” เดียน่าแหงนหน้ามองใบหน้าหล่อเหล่าอย่างออดอ้อนเอาใจ ก่อนจะรับเอาทิชชูจากชายหนุ่มมาเช็ดทำความสะอาดปากตนเอง
“กลับไปได้แล้ว ผมมีงานต้องทำต่อ” เสียงกระเส่าของภาคิณเอ่ยบอกระหว่างกำลังเช็ดทำความสะอาดและจัดเก็บความเป็นชายของตัวเองให้เข้าที่ตามเดิม
ต้องยอมรับว่าสาวคนนี้ช่ำชองเรื่องพวกนี้มาก แม้อยากจะปฏิเสธเพราะสถานที่นี้ไม่เหมาะให้ทำเรื่องบัดสีบัดเถลิง แต่พอโดนเธอกระตุ้นก็อดใจไม่ไหว ปล่อยตัวให้เธอได้จัดการ
“ใจร้ายจัง เสร็จแล้วก็ไล่กันเลยนะ” เดียน่าบึนปากด้วยท่าทางแง่งอน คิดว่ามันจะน่ารักในสายตาผู้ชาย แต่กับภาคิณเหมือนจะไม่
ถึงภาคิณจะเย็นชาไปหน่อย แต่ความหล่อความรวย ทำให้เดียน่าไม่อยากปล่อยเขาให้หลุดมือ ตั้งเป้าไว้แล้ว คนนี้ต้องเอาให้อยู่หมัด
“ช่วงนี้ผมไม่ว่าง” คนเย็นชาหลังจากปลดปล่อยก็นั่งทำงานต่อตามปกติ ทำตัวราวกับก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“แล้วเมื่อไหร่จะว่างคะ พรุ่งนี้ได้ไหม เดียน่าคิดถึงคุณจริง ๆ นะ” เดียน่ายังคงพยายามตื๊อไม่เลิก เธอคิดถึงสัมผัส คิดถึงความเร่าร้อนบนเตียงของเขาใจแทบขาด ขนาดที่ว่านอนกับคนอื่นยังเผลอตัวเรียกชื่อภาคิณออกมา
“พรุ่งนี้ตอนเย็นจะไปหา” ภาคิณเลือกตัดความรำคาญด้วยการบอกสิ่งที่หญิงสาวต้องการออกไป ช่วงนี้เขาเครียด ๆ อยู่ด้วย หาที่ระบายอารมณ์สักหน่อยก็ดี
“น่ารักที่สุด” เมื่อได้คำตอบที่น่าพอใจ หล่อนจึงลุกขึ้นหอมแก้มคนเย็นชา ก่อนจะเดินอ้อยอิ่งออกจากห้องไป
กับคนคนนี้เขาเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ถ้าอยากจะอยู่กับเขานาน ๆ อย่าจู้จี้จุกจิกเขามาก ไม่งั้นจะโดนเทไปตามระเบียบ
พอเปิดประตูออกมาก็เจอเข้ากับยายป้าแว่นหนา กำลังพูดคุยกับหญิงสาวรายหนึ่ง เดียน่ายิ้มเย้ยหยันเล็กน้อย เมื่อสาวคนนั้นจ้องมองมา ก่อนจะสาวเท้าเดินผ่านไปด้วยความมั่นใจ
สาวคนนั้นหน้าตาสะสวย ทว่าดูจืดชืด เรียบร้อยเกินกว่าจะมองว่าเป็นคู่แข่งได้
เธอได้สืบเรื่องราวของภาคิณมาแล้ว ที่ผ่านมาเขาชอบควงแต่สาวเซ็กซี่หน้าอกอวบอึ๋มดูร้อนแรง เพราะฉะนั้นยายคนนี้ดูยังไงก็ไม่ใช่ศัตรูหัวใจแน่นอน...
ภาคิณน่ะ...เขาชอบกินต้มยำ ไม่ใช่แกงจืด
หลังจากสาวสวยหุ่นแซ่บคนนั้นเดินผ่านไป ของขวัญได้แต่มองตามเธอไปจนสุดทางเดิน แม้จะอยากถามคุณแน้มเลขาของภาคิณให้แน่ใจว่าเธอคนนั้นเป็นใคร แต่ใจก็ไม่กล้าพอ
ถ้าให้เดาก็คงจะเป็นคู่ควงของเขาสักคนตามที่คุณย่าเคยเล่าให้ฟังว่า 'ภาคิณไม่มีแฟนหรอก มีแต่คู่ควง' นั่นคือสิ่งที่ท่านบอก
“คุณของขวัญ ที่คุณท่านนัดไว้ให้ใช่ไหมคะ”
“อ๋อ ใช่ค่ะ” ของขวัญรีบดึงสายตากลับมา ตามเสียงของคุณแน้มที่พูดคุยเรื่องการนัดหมายในวันนี้
เธอตัดสินใจมาตามที่คุณย่าแนะนำ ให้ลองคุยกับภาคิณด้วยตนเองเรื่องการแต่งงาน
“เชิญข้างในเลยค่ะ”
ของขวัญมองตามมือของเลขาที่ผายไปทางประตู หน้าห้องมีป้ายชื่อติดไว้ว่า ‘ภาคิณ พัฒนโชติกุล’ ของขวัญยืนมองป้ายชื่อนั้นอยู่พักใหญ่ พยายามข่มใจไม่ให้ตื่นเต้น ที่จะต้องไปพบหน้าเขาเป็นครั้งที่สองในรอบห้าปี
ที่บอกว่าครั้งที่สองนั้น เพราะครั้งที่เธอไปพบท่านไพรวัลย์ที่บ้านวันนั้น ระหว่างออกจากบ้านเธอเดินสวนกับเขา
ในตอนนั้นไร้ซึ่งคำทักทายจากอดีตเพื่อน มีเพียงสายตาคมราวเข็มเหลือบทิ่มแทงกัน แม้จะแค่แวบเดียวที่สบตา แต่ความเย็นชาที่เขาส่งมันออกมา ทำเอาเธอหนาวเหน็บไปหลายวัน
สายตาที่เขาใช้มองเธอมันดูเปลี่ยนไปมากจริง ๆ
ยืนสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ เพื่อเรียกความกล้า จึงยกมือเคาะประตูสองสามครั้ง ไม่นานก็ได้ยินเสียงทุ้มตอบรับสั้น ๆ
“เชิญครับ”
เจ้าของห้องยังคงก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารกองใหญ่ ไม่ได้รับรู้เลยว่าบุคคลที่เดินเข้ามานั้นเป็นใคร
กระทั่งได้ยินเสียงหวานใสในรอบห้าปี มือที่กำลังเซ็นลายเซ็นจึงหยุดชะงักไปชั่วขณะ
“ขอโทษที่มารบกวนนะ”
ภายในห้องทำงานโทนสีดำปนเทา จากเดิมที่บรรยากาศดูอึมครึมอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งดูมืดมนเข้าไปใหญ่
เมื่อสองสายตาปะทะกัน ความเงียบก็เข้ามาปกคลุมอยู่นาน
“มาทำไม” ภาคิณวางปากกาลงแล้วนั่งพิงเก้าอี้ถามคนตรงหน้านิ่งไม่ยินดียินร้าย
ของขวัญที่ยังคงยืนกุมมือด้วยท่าทางสงบเสงี่ยม ยิ้มเจื่อนออกมาเล็กน้อย เมื่อได้ยินคำทักทายแรกจากอดีตเพื่อนที่ห่างหายกันไปนานถึงห้าปี
เธอก็เพิ่งจะรู้วันนี้ว่าคำว่า ‘มาทำไม’ เป็นคำทักทายแบบใหม่ ช่างเป็นคำทักทายที่บั่นทอนความรู้สึกคนฟังได้ดีจริง ๆ
“คิณ...สบายดีไหม” กลืนน้ำลายเก็บเอาความขมขื่นลงคอ ก่อนจะเอ่ยทักทายเขาออกไปด้วยรอยยิ้มเพื่อปกปิดความขมขื่นภายในใจ
“แล้วเธอเห็นฉันเป็นไงล่ะ” สรรพนามที่เปลี่ยนไป สีหน้าท่าทางที่ดูเบื่อหน่ายกันนั้น ทำเอาคนที่ยืนนิ่งอยู่ทำตัวแทบไม่ถูก เขาเย็นชากว่าที่คิดไว้เสียอีก
“คิณดูโตขึ้นเยอะเลยนะ” ภาคิณเป็นคนตัวสูงอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ตัวเขาดูหนาขึ้นเยอะมาก ใบหน้าก็ดูคมเข้มขึ้นกว่าแต่ก่อน
“...” สีหน้าของภาคิณยังคงเรียบนิ่ง นัยน์ตาสีดำขลับยังคงจ้องมองใบหน้าของหญิงสาวที่เข้ามาขัดจังหวะการทำงานของตัวเอง
“หมายถึงดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นน่ะ” ของขวัญอมยิ้มก่อนจะค่อย ๆ ขยับตัวเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานเขาอีกนิด มือเล็กยังคงบีบเข้าหากันแน่น
“เธอต้องการอะไร” เสียงเข้มเอ่ยถามออกไป แม้จะพอรู้อยู่แก่ใจว่าคนตรงหน้ามาที่นี่ด้วยเหตุผลใด ทว่ามาแล้วยังไม่ยอมพูดมัวแต่อมพะนำ เฉไฉเรื่องอื่นไปเรื่อย
“คิณรู้เรื่องนั้นแล้วใช่ไหม เรื่องที่คุณย่าจะให้เรา…” หญิงสาวหยุดคำพูดไว้เพียงเท่านั้น ปากเธอหนักอึ้งไม่กล้าพูดถึงคำว่าแต่งงานให้เขาได้ยิน
“แต่งงานกัน...แต่งงานเพื่อช่วยครอบครัวเธอ ก็ฟังดูตลกดีนะ เธอว่างั้นไหม” ชายหนุ่มยกมือกอดอกเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ คิดถึงเรื่องที่ได้ยินจากคุณย่าตั้งแต่เดือนก่อนแล้วก็ได้แต่แสยะยิ้ม
ตอนแรกก็คิดว่าจะพูดเล่น ๆ ที่ไหนได้ดันเอาจริง นี่มันปี พ.ศ. ไหนกันแล้ววะ เรื่องคลุมถุงชนยังจะมีมาให้เห็นอีก เขาล่ะอยากจะหัวเราะให้ฟันร่วง
“คิณช่วยขวัญได้ไหม ขวัญขอร้อง”
น้ำเสียงสั่น ๆ ถูกเปล่งออกไป ในตอนนี้เธอต้องการที่จะแต่งงานกับเขาให้เร็วที่สุด ให้พ่อของเธอได้สบายใจก่อนที่จะลาจากโลกนี้ไป ให้ท่านได้หมดห่วงและนอนตายตาหลับ
สถานการณ์บีบบังคับมากยิ่งขึ้น ในวันนั้นเธอบังเอิญไปได้ยินเรื่องที่พ่อกับแม่คุยกันถึงเรื่องของเธอ
'ผมอยากให้ลูกแต่งงาน อย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าลูกเราจะไม่ลำบากทำงานหนัก หาเงินเพื่อใช้หนี้ที่ตัวเองไม่ได้ก่อ ถ้าตายไปทั้งที่ยังเป็นห่วงความเป็นอยู่ของลูกแบบนี้ ผมคงนอนตายตาไม่หลับ'
เพราะเหตุนี้ของขวัญถึงต้องรีบดั้นด้น เพื่อพูดเรื่องนี้กับเขา เธอได้รับคำแนะนำจากคุณย่า หากอยากให้ภาคิณตอบตกลงเร็ว ๆ ต้องให้เธอเป็นคนพูดเอง หากเธอพูดยังไงภาคิณก็ไม่มีทางปฏิเสธ
แต่จากสีหน้า คำพูด และทุกสิ่งที่ภาคิณแสดงออกมานั้น…บางทีเรื่องนี้คุณย่าอาจจะคิดผิด
“ทำไมฉันต้องช่วย อยู่ ๆ เธอก็เกิดพิศวาสฉันขึ้นมาหรือไง ทำไมเธอไม่ไปขอให้ไอ้คีย์ช่วยล่ะ ชอบมันมากนี่”
เสียงของภาคิณเข้มขึ้น สีหน้าเขาเหมือนจะโมโห เมื่อพูดถึงพี่ชายต่างแม่ของตัวเอง
“ก็คุณย่าท่านบอก…” ของขวัญยังพูดไม่ทันจบประโยคดี อีกฝ่ายก็สวนกลับ
“อ๋อ เธอเป็นพวกชอบทำตามคำสั่งสินะ” เพราะเหตุผลนี้เองสินะ ที่เธออยากแต่งงานกับเขา เพราะมันเป็นคำสั่งของคุณย่านี่เอง
“แล้วถ้าฉันไม่ช่วยล่ะ เธอจะทำยังไง”
“ขวัญขอร้อง คิณแต่งงานกับขวัญเถอะนะ”
ใบหน้าสวยหวาน ตอนนี้สองแก้มนวลมีน้ำตาไหลอาบ ของขวัญเลือกที่จะคุกเข่าลงต่อหน้าเขา
ภาคิณมีสีหน้าตกใจเล็กน้อยกับสิ่งที่เธอทำ แต่เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น ก่อนจะปรับให้เป็นปกติโดยไร้การสังเกตเห็นจากอีกฝ่าย
สายตาเฉียบคมจ้องมองหญิงสาวตรงหน้านิ่ง ๆ ใบหน้ายังคงเย็นชาราวกับคนไร้ความรู้สึก แม้จะเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังร้องไห้อยู่ก็ตาม
“ถ้าฉันแต่งงานตามที่ย่าบอก เธอมีแต่ได้กับได้ แล้วฉันล่ะ...ฉันจะได้อะไร”
หากแต่งงานกันตามเงื่อนไขของคุณย่า ครอบครัวของของขวัญจะสามารถปลดหนี้ได้ มิหนำซ้ำยังจะได้บริษัทคืนอีก แบบนี้ไม่คิดว่ามันดูเสียเปรียบไปหน่อยหรือไง คนเรียนจบด้านการบริหารธุรกิจอย่างเขาคิดว่าเรื่องนี้มันไม่แฟร์
“คิณอยากได้อะไร หรือจะให้ขวัญทำอะไรตอบแทนก็ได้ ขวัญยอมทุกอย่างเลย”
ในตอนนี้เธอไร้ซึ่งทางเลือก ทางเลือกเดียวที่ดีที่สุด คือทำให้ภาคิณยอมตอบตกลงแต่งงานกับเธอ
“ทุกอย่างเลยเหรอ?” ภาคิณเลิกคิ้วขึ้น มุมปากยกยิ้มเมื่อคิดอะไรบางอย่างออก
“ใช่ ทุกอย่างเลย ให้ขวัญช่วยทำงาน...”
“นอนกับฉันสิ เธอทำได้ไหมล่ะ ไหน ๆ ก็จะแต่งงานเป็นผัวเมียกันอยู่แล้ว”
ประโยคห่าม ๆ ของภาคิณที่พูดออกมาอย่างตรงไปตรงมา ทำเอาของขวัญถึงกับอึ้งไปพักใหญ่ คิดไม่ถึงว่าเขาจะต้องการสิ่งนี้
เธอรู้ว่าเรื่องแบบนี้คือเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ แต่คนไม่ได้รักกันจะร่วมหลับนอนกัน สำหรับเธอมันเป็นเรื่องที่น่าตกใจอยู่พอสมควร
“ว่าไง ถ้าเธอยอมฉันก็แต่ง มีเมียแล้วเอาไม่ได้ใครเขาจะมีกัน” ภาคิณเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ยกยิ้มอย่างสบายอารมณ์ เมื่อหาเรื่องมาต่อรองเธอได้ ต่างจากอีกฝ่ายที่นั่งทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่กับพื้น
ครั้งแรกในรอบห้าปีที่เห็นภาคิณยิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์เจ้ากลเหลือเกิน
ของขวัญใช้เวลานึกคิดกับข้อเสนอของภาคิณอยู่นานหลายนาที ไหน ๆ เธอก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว กะอีแค่เสียตัวเพื่อแลกกับการปลดหนี้ร้อยล้านแค่นี้ เธอต้องทำมันได้สิ!
“ตกลง ขวัญยอม...ขวัญจะทำตามที่คิณบอก”
“ดี...แบบนี้ค่อยถือว่าวินวินกันทั้งสองฝ่าย”
เวลาหนึ่งทุ่มตรง…ณ งานแถลงข่าวของ เดียน่า นิสรา กับเรื่องราวที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์นักข่าว : เดียน่าได้ข่าวเรื่องที่คุณพ่อของภรรยาภาคิณเสียชีวิตไหมในวันนี้ไหม มีหลายคนมองว่าเดียน่าไม่ควรจะแถลงข่าววันนี้ คิดว่าไงคะ?“ก่อนอื่นก็ขอแสดงความเสียใจกับคุณของขวัญด้วยค่ะที่สูญเสียคุณพ่อในวันนี้ แต่วันนี้เดียลงตารางคิวงานไว้แล้ว เกรงว่าย้ายไปวันอื่นคิวงานจะไม่วางค่ะ จึงเลือกแถลงในวันนี้เลย”เดียน่าทำสีหน้าสลดเศร้าสร้อย ขณะพูดถึงข่าวการตายของพ่อศัตรูหัวใจนักข่าว : สรุปแล้วความสัมพันธ์ของเดียน่ากับภาคิณคือเป็นมากกว่าเพื่อนกันใช่ไหม?“เดียน่าต้องขอโทษที่ปิดบังความจริงกับทุกคนนะคะ ที่จริงแล้วเดียกับภาคิณเราเคยคบกันค่ะ แต่ภาคิณต้องแต่งงานกับอีกคน ทำให้ความสัมพันธ์เรามันคลุมเครือ ยอมรับค่ะว่าตอนนี้ก็ยังไปมาหาสู่กันอยู่”ดาราสาวตีหน้าเศร้า เริ่มเล่าความเท็จที่ได้วางแผนไว้ เธอยกมือไหว้เพื่อขอความเห็นใจนักข่าว : งั้นแสดงว่าตอนนี้เดียน่าแอบมีสัมพันธ์กับภาคิณลับหลังภรรยาเขาใช่ไหม?“…จะว่ายังไงดีล่ะคะ ที่จริงเดียกับภาคิณไม่เคยเลิกกันเลย เรารักกันมาตลอดแต่เพราะมีเหตุผลบางอย่างทำให้เราเปิดเผย
ฝ่ามือเล็กควานหาสามีข้างกาย แต่กลับพบความเพียงความว่างเปล่า ในหัวคิดเพียงว่าในช่วงเช้ามืดแบบนี้ ภาคิณคงจะลงไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสของคอนโดเหมือนอย่างเคย จึงข่มตานอนหลับต่อกระทั่งแสงแดดเริ่มสาดส่อง มาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนมือถือที่ดังเข้ามารัว ๆ ปลุกให้เธอตื่นจากการหลับใหล หญิงสาวยกมือขึ้นขยี้ตาเล็กน้อย ก่อนจะหยิบยกเอามือถือขึ้นมาดูเมื่อเห็นข้อความที่ถูกเพื่อนส่งมาหา ความงัวเงียจากการตื่นนอนแทบหายเป็นปลิดทิ้ง‘ขวัญเห็นข่าวล่าสุดหรือยัง ใช่ภาคิณจริงไหม? ’(แนบลิงก์ข่าว)‘เรื่องมันเป็นยังไงกันแน่เนี่ย แกโอเคหรือเปล่า’‘ไหวไหม ให้แฟงกับกี้ไปหาไหม?’ของขวัญนั่งอ่านข่าวที่เพื่อนส่งมาให้นิ่ง ๆ มันเป็นข่าวพร้อมกับภาพถ่ายของภาคิณที่ถูกแอบถ่ายขณะขึ้นเดินเข้าคอนโดของเดียน่า ถึงแม้เขาจะสวมหมวกปิดบังใบหน้าแต่คนที่คุ้นเคยกับเขาเห็นเพียงแค่นี้ก็ดูออก…เป็นภาคิณจริง ๆของขวัญช็อกกับภาพและข่าวที่เห็น เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ เมื่อคืนภาคิณเพิ่งบอกว่าไม่มีอะไร แล้วทำไมวันนี้เขาไปหาผู้หญิงคนนั้นถึงคอนโดล่ะ เขาโกหกเธองั้นเหรอ?หลังจากตั้งสติได้จึงลองโทรหา โทรติดแต่ภาคิณดันไม่รับสาย ภายในใจเริ่มกระวนกระวาย ดว
สองวันผ่านไปหลังจากเดียน่าออกมาให้ข่าว ทางด้านของภาคิณก็ยังคงไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ ของขวัญอาจจะคิดเข้าข้างตัวเองมากเกินไป เพราะคำพูดที่เขาบอกว่าจะจัดการเอง เธอก็คิดว่าเขาคงจะออกมาพูดปกป้องเธอบ้าง แต่ก็ไม่…“พ่อหลับอยู่เหรอคะ” หญิงสาวถามผู้เป็นแม่ เมื่อเดินเข้าไปในห้องพักของผู้เป็นพ่อที่ป่วยหนัก“จ้ะ เพิ่งป้อนข้าวไปเมื่อกี้เอง ตอนนี้หลับไปแล้ว” มณฤดีชะโงกหน้ามองผ่านไปด้านหลังของลูกสาวเพื่อสอดส่องหาใครบางคน เมื่อไม่เจอจึงถามออกไป “ภาคิณไม่ได้มาด้วยเหรอลูก”“เขาติดธุระค่ะ แต่เขาฝากโสมมาให้ด้วยนะคะ” ของขวัญตอบออกไปยิ้ม ๆ เพื่อไม่ให้ผู้เป็นแม่สงสัย ทั้งที่จริงเมื่อกี้ก่อนลงจากรถเธอก็ชวนเขาเข้ามาด้วย แต่เขาบอกต้องรีบไปจัดการธุระด่วนทั้งที่วันนี้เป็นวันหยุด ซึ่งเธอก็ไม่รู้อีกนั่นแหละว่าธุระของเขาคืออะไร“งั้นเหรอ ตอนนี้ขวัญโอเคไหมลูกเรื่องข่าวนั่น” ผู้เป็นแม่จูงมือลูกสาวมานั่งคุยกันในห้องนั่งเล่น ถามไถ่ถึงปัญหาที่ลูกสาวกำลังพบเจอ“ขวัญโอเคค่ะ แม่ไม่ต้องห่วงนะ ขวัญคุยกับภาคิณแล้วมันไม่มีอะไรจริง ๆ ค่ะ” ถึงข้างในจะยังรู้สึกไม่ดีแค่ไหน แต่เพื่อความสบายใจของแม่เธอจำใจต้องโกหกคำโต“อย่าคิดมากนะ
ชมรมคนชอบเผือกสรุปประเด็นร้อนของนักแสดงสาวสวย เดียน่า นิสรา เปิดใจหลังเกิดประเด็นดราม่าเป็นมือที่สามจริงหรือไม่?วันนี้แอดจะมาสรุปจากการแถลงข่าวของน้องเดียน่าให้ลูกเพจเผือกเข้าใจกันง่าย ๆ ตามนี้จ้า- เรื่องภาพเป็นภาพจริง เดียน่าไปเชียงใหม่กับหนุ่มภาคิณจริง ที่เห็นควงแขนแนบชิดเพราะสนิทกันมาก เป็นความเคยชิน- ยอมรับทั้งคู่เคยมีความสัมพันธ์กุ๊กกิ๊กกันมาก่อนหน้าที่ภาคิณจะแต่งงาน (นักข่าวถามว่าลึกซึ้งถึงขั้นไหน? เคย-คบกันไหม? ส่วนนี้สาวเดียน่าขอไม่ตอบเพราะเป็นเรื่องส่วนตัวมาก ทำเพียงแค่ยิ้มกรุ้มกริ่มทำท่าทางเขินอายเท่านั้น) - ยืนยันไม่ได้เป็นมือที่สาม เพราะรู้จักกันมาก่อนภาคิณจะเปิดตัวแต่งงาน- ตอนนี้เป็นแค่เพื่อนกับภาคิณเท่านั้นค่ะ- ยังไม่ได้คุยกับทางฝั่งภรรยาของภาคิณ แต่อยากขอโทษผ่านทางสื่อที่ทำให้ตกใจ (ยกมือไหว้สวย ๆ)- กราบขอโทษแฟนคลับทุกคนที่ทำให้ตกใจทางฝั่งสาวเดียน่าให้ข้อมูลมาเพียงเท่านี้ ชมรมคนชอบเผือกอย่างเรา ๆ ก็พิจารณากันเอาเองแล้วกันนะจ๊ะหลังจากนี้ก็ต้องรอติดตามความเคลื่อนไหวของทางฝั่งภรรยาของหนุ่มภาคิณ ว่าจะออกมาตอบโต้อะไรอีกไหมส่วนตัวของหนุ่มภาคิณ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มี
“อะไร” ภาคิณถามอย่างงง ๆ เมื่อกำลังจะซุกหน้าลงซอกคอหอม แต่โดนของขวัญจับใบหน้าเอาไว้ก่อน“ตอนนี้ขวัญเป็นต้มยำหรือยัง?”“…” ชายหนุ่มทำหน้างงหนักกว่าเดิม เมื่อได้ยินคำถามแปลก ๆ “มีคนบอกว่าขวัญเป็นแกงจืด เขาบอกว่าผู้ชายชอบกินต้มยำ แล้วตอนนี้ขวัญเป็นต้มยำหรือยัง?” เสียงหวานใสพูดเหมือนตัดพ้อ ทำหน้ารอลุ้นไปกับคำตอบของอีกฝ่ายพอพูดออกมาแบบนั้น ภาคิณก็พอจะจับใจความตามที่เธออยากจะสื่อได้ ของขวัญคงไปอ่านคอมเมนต์คนที่เข้าไปต่อว่าเธอในอินสตาแกรมมาแน่ ๆ นี่คงเป็นสาเหตุที่เธอจงใจออดอ้อนยั่วยวนกันในคืนนี้“แล้วแกงจืดมันไม่อร่อยตรงไหน” ภาคิณพูดพลางลูบหัวคนตัวเล็กเพื่อปลอบเธอไปด้วย“มีหลายคนบอก เขาบอกมันจืดชืด”“แต่ฉันชอบกินแกงจืดนะ ถึงจะรสชาติอ่อน ไม่จัดจ้าน แต่มันสามารถกินได้ทุกวัน ดีต่อสุขภาพด้วย กินแล้วไม่แสบท้องเหมือนต้มยำ” พูดจบก็ก้มจูบกลางหน้าผากคนใต้ร่างไปหนึ่งทีได้ยินภาคิณพูดแบบนั้นดวงตากลมโตก็วาววับเป็นประกาย ก่อนจะเริ่มถามต่อไม่หยุด“แล้วตอนนี้ขวัญเซ็กซี่หรือเปล่า” แทบหยุดหายใจระหว่างรอคำตอบ แต่แล้วก็ต้องหน้าเสีย เมื่อภาคิณกวาดสายตามองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า เขาจ้องมองทุกสัดส่วนอย่างพิจารณา
“เป็นอะไร ฮื้อ?” เสียงทุ้มเอ่ยถามเมื่อคนตัวเล็กโถมตัวลงซบแผ่นอก เธอไม่ยอมพูดยอมจา เอาแต่ซุกหน้าส่ายไปมาอยู่แบบนั้น“คิณไปทำงานมาเหนื่อยหรือเปล่า” ของขวัญชายตาขึ้นมอง ขณะที่ใบหน้ายังแนบอยู่กับแผ่นอกอีกฝ่าย“ขึ้นชื่อว่างานก็ต้องเหนื่อยเป็นธรรมดาอยู่แล้ว”“งั้นเหรอ แล้ว…” หญิงสาวอยากจะเอ่ยถามเรื่องบางอย่างที่มันค้างคาใจ แต่ก็ไม่กล้าจึงหยุดคำพูดไว้เพียงเท่านั้น“แล้วอะไร…อยากถามก็ถามมา ถ้าตอบได้จะตอบ” ภาคิณลูบหัวคนบนตักด้วยความเอ็นดู เมื่อเห็นใบหน้าหงอย ๆ ของเธอ“…คิณได้ทำกับเขาไหม” เงียบอยู่สักพัก ของขวัญจึงตัดสินใจถามออกไป แต่ก็ยังไม่กล้าพอที่จะเอ่ยถึงสิ่งนั้นอย่างตรงไปตรงมา“ทำที่ว่า…หมายถึงทำอะไร” มุมปากยกยิ้มเล็กน้อย เขาเข้าใจความหมายที่เธอสื่อ แต่เห็นคนตัวเล็กน่าแกล้ง จึงทำเป็นไม่เข้าใจ ให้เธอได้เอื้อนเอ่ยมันออกมาด้วยตัวเอง“ทำแบบที่ผู้ชายเขาชอบทำไง”“ฉันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี” ชายหนุ่มส่ายหน้า ยังคงแกล้งคนตัวเล็กต่อ“ก็…ทำแบบที่คิณชอบทำกับขวัญตอนกลางคืนไง” เมื่ออีกคนยังไม่เข้าใจ ของขวัญจึงต้องเจาะจงคำตอบให้ลึกลงไปอีกขั้น ถ้าขนาดนี้แล้วภาคิณยังไม่เข้าใจ เธอก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วเหมือน







