LOGIN“อย่าใช้คำว่าเรากับฉัน และก็ปล่อยฉันได้แล้ว ฉันรังเกียจและขยะแขยงคุณ” มือเล็กแกะมือให
“ไม่ต้องมาแสดงความเป็นห่วงนุ๊กนิ๊กหรอกค่ะ เพราะยังไงป๊าก็ไม่ได้ยินดีจะมีนุ๊กนิ๊กในชีวิตอยู่แล้ว ใช่สิ นุ๊กนิ๊กไม่ใช่พี่น้ำอิงเลยไม่ดีสักอย่าง และป๊าก็เชื่อแต่คำพูดคนอื่น ไม่เคยถามหนูสักคำว่าจริงๆ แล้วหนูเป็นแบบที่เขาพูดไหม ป๊าก็เอาแต่ว่าหนูแรด หนูร่าน ป๊าเชื่อคนอื่นไปแล้ว หนูไปล่ะค่ะ เสียเวลามามากพอแล้ว และอย่าแสดงท่าทางเป็นห่วงหนูแบบนี้อีก มันไม่เนียนค่ะป๊า”เธอเช็ดน้ำตาตัวเองออกจากแก้มแรงๆ สองสามครั้งแล้วก็เชิดหน้าเดินออกไปจากบ้านทันที ส่วนเสี่ยบุญเส็งก็ได้แต่กำมือแน่นแล้วร้องเรียกบอดี้การ์ดส่วนตัวของกัญญาณีที่ตัวเองสั่งให้ดูแลลูกสาวคนเล็กเป็นพิเศษ แม้กัญญาณีจะมองไม่เห็นความรักของพ่อคนนี้ แต่เขาก็จะทำหน้าที่พ่ออยู่เบื้องหลังเธอไม่เปลี่ยน “ไอ้มิ่ง ไอ้หมาย” “ครับเสี่ย” สองหนุ่มรีบวิ่งออกมาหาเจ้านายใหญ่ตัวเองทันที “ตามคุณหนูนุ๊กนิ๊กไป อย่าให้ใครมาทำอะไร
กัญญาณี ไชยแสงราชพฤกษ์ หรือคุณหนูนุ๊กนิ๊ก วัย 26 ปี ลูกสาวคนเล็กของเสี่ยบุญเส็ง เจ้าของปางไม้ผู้ร่ำรวยที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี เธอมีพี่สาวที่อายุห่างจากเธอสองปีคือกัญญาพร หรือน้ำอิง เธอและพี่สาวนิสัยต่างกันราวฟ้ากับเหว กัญญาพรเปรียบดังนางฟ้าของคนงานในปางไม้และในออฟฟิศ ส่วนเธอกัญญาณีเปรียบดั่งนางมารร้ายประจำปางไม้ไชยแสงราชพฤกษ์แห่งนี้ แต่เธอก็ไม่ได้แคร์ เพราะเธอจะเป็นของเธอแบบนี้ ใครจะเกลียดจะชังเธอไม่สนใจ เธอคือกัญญาณีลูกสาวที่พ่อชังนักชังหนา เพราะท่านโทษเธอตั้งแต่เด็กว่าเป็นเพราะเธอที่ทำให้แม่ต้องตายทันทีที่คลอดเด็กอย่างเธอออกมา แน่นอนเมื่อท่านไม่เห็นเธอเป็นลูกที่ดี เธอก็จะเป็นลูกที่เลวให้ดู และก็ทำได้ดีมาตลอด ตั้งแต่ตามจีบผู้ชาย คนงานในปางไม้ทุกคนเธอไล่จีบมาหมดแล้วและประเคนเงินทองให้จนร่ำรวยไปหลายคนแล้ว นอกจากรวยและสวย อย่างอื่นเธอก็ไม่มีอะไรดี เธอเกลียดที่ใครๆ ก็ชื่นชมพี่สาวของเธอ ใครๆ ก็ยกย่องกัญญาพร และยิ่งไปกว่านั้นพ่อก็ชื่นชมแต่พี่สาว แต่พอกับเธอ ท่านไม่เคยพูดจาเพราะๆ หรือชื่นชมเลยสักครั้ง จำได้เมื่อครั้งสมัยเด็ก เธอเคยสอบได้ที่หนึ่งของชั้น ท่านไม่มีแม้แต่คว
ใบหน้าสวยจิ้มลิ้มแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงกำลังมองจ้องไปยังกลางห้องโถงใหญ่ที่ตอนนี้มีคู่บ่าวสาวกำลังยืนโอบเอวกันต้อนรับแขกเหรื่อในงาน และแน่นอนว่าผู้หญิงที่กำลังมีความสุขในวันนี้คือพี่สาวของเธอ เธอยิ้มให้กับความรักของทั้งคู่ เธอยิ้มให้กับความสุขของพี่สาวที่เป็นเหมือนแม่ของเธอ ร่างเล็กเพรียวระหงสูงเพียงร้อยห้าสิบเซนติเมตรกว่าๆ น้ำหนักประมาณสี่สิบห้ากิโลกรัมก้าวเดินสาวเท้าไปหาพี่สาวและเจ้าบ่าวที่กำลังเดินไปหาพ่อของเธอในวันนี้ แต่ระหว่างทางที่เดินไปหาทั้งสามนั้น สายตาของหล่อนก็สะดุดกับชายหนุ่มอีกคนที่กำลังยืนหลบมุมเสา และมองตามระดับสายตาของบุรุษหนุ่มก็กำลังมองไปทางพี่สาวของเธอและพี่เขยของเธอ เท้าน้อยๆ ที่ใส่ส้นสูงจึงเปลี่ยนทางเดินไปทางบุรุษที่ยืนแอบอยู่ในที่ลับตาคนทันที ด้านบุรุษที่เป็นแขกรับเชิญในงานแต่งงานในวันนี้มองเห็นหญิงสาวที่ตัวเองเกลียดชังน้ำหน้ากำลังเดินมาทางตนเองก็รีบก้าวเท้าถอยออกจากที่หลบแล้วเดินออกไปจากห้องจัดงานเลี้ยงทันที และนั่นก็ยิ่งทำให้เท้าเล็กๆ ที่ใส่ส้นสูงยิ่งต้องสาวก้าวเท้าเร็วๆ ตามชายหนุ่มออกไป แล้วพอเดินกึ่งวิ่งออกมาทันก็รีบเดินมาขวางทางไ
“นางก็เหมือนกันค่ะ พูดคำไหนก็คำนั้นและนางก็มีเรื่องจะบอกด้วยค่ะ” “เรื่องอะไรฮึทูนหัว บอกหลังจากนี้ได้ไหม” เขาพูดพร้อมกับผละมือจากเอวสาวเจ้ามากอบกุมหน้าอกอวบอูมแล้วบีบเคล้นหนักหน่วงพร้อมกันทั้งสองเต้าและเล่นมือกับยอดอกแข็งตึงของนางด้วย “อ่า...เสียวนะคะ” “ก็ทำให้เสียว อื้ม...” แล้วเขาก็ก้มหน้าลงจูบเนินอกอวบ “ฟังก่อนได้ไหมคะแล้วค่อยต่อ” “ได้สิ ฟังอยู่ พูดมา” “แต่คุณดำทำนางเสียวอยู่” “อือ...งั้นหยุดมือก็ได้” เขาหยุดมือบีบบี้ขยี้ขยำยอดอกเธอแล้วก็เคลื่อนมือมาเชยคางมนสวยของคนตรงหน้าให้แหงนเงยขึ้นสบตาตนเอง “พ
“ลูกชายแม่เป็นเจ้าของบริษัท เป็นนายจ้างของหนูเอง อีกอย่างเรื่องที่เกิดขึ้นเรียกร้องเถอะนะ แม่อยากให้ลูกชายแม่แต่งงานมีหลานและแม่ก็ถูกใจหนูนางด้วย” “แต่...” จะให้เธอ ‘รัก’ คนที่ฉุดเธอเข้าพุ่มไม้ได้ยังไงกันล่ะ “เอาล่ะ ลองคิดดูนะ เป็นแฟนกันก่อนก็ได้ ลองคบกันก่อนนะลูก” “หนู...อือ...” แต่แล้วเธอก็พยักหน้ารับปากว่าจะลองเปิดใจมองอีกฝ่ายใหม่ เมื่อเห็นสายตาอ้อนวอนของคนแก่ นี่ก็ผ่านมาสองเดือนแล้ว เธอก็ตั้งครรภ์ลูกของดำ โดยที่ยังไม่ได้บอกเขา ยังคงปิดเป็นความลับกับคนเถื่อน และเธอก็ช่วยปิดบังตัวตนของเขาว่าเขาคือใคร เพราะดำยังคงไปทำงานก่อสร้างกับคนงานประจำ ทำทุกอย่างเหมือนเดิม ตอนนี้ใจของเธอก็เปิดกว้างขึ้นกว่าเดิมแล้ว จากมองเขาด้วยความเกลียดชังก็เปลี่ยนเป็นชื่นชมในความสามารถของเขา แม้ว่าเขาจะปาก
สาวใช้เดินนำหน้าเข้ามาในห้องรับประทานอาหารของบ้านหลังใหญ่ที่ไม่คุ้นเคยด้วยความสงสัย พอเข้ามาก็เห็นดำนั่งรออยู่ก่อนแล้วกับผู้หญิงมีอายุหนึ่งคนที่มองมาทางตนพร้อมส่งยิ้มเอ็นดูมาให้ตนเอง นางจึงยกมือไหว้ท่าน “สวัสดีค่ะ” “ไหว้พระเถอะหนูนาง นั่งเถอะลูก ทานไปคุยกันไป” นางรับไหว้นางแล้วก็เชิญชวน “ขอบคุณนะคะ” เธอไม่สงสัยว่าท่านรู้ชื่อตนเองได้ยังไง คงเป็นดำบอกท่านแน่นอน “นั่งสิ” ดำสั่งหญิงสาวเมื่อหญิงสาวเอาแต่ยืนขมวดคิ้วใช้ความคิด “คะ...ค่ะ” แล้วนางก็ดึงลากเก้าอี้ออกนั่งลง แล้วสาวใช้ก็ตักข้าวให้ เธอจึงยิ้มและเอ่ยขอบคุณสาวใช้ของบ้าน “หนูนางคงจะยังไม่รู้จักแม่ใช่ไหม แม่เป็นแม่ตาดำเอง แม่นิด เรียกแม่ว่าแม่นิดหรือแม่ก็ได







