LOGIN“ไม่ต้องมาแสดงความเป็นห่วงนุ๊กนิ๊กหรอกค่ะ เพราะยังไงป๊าก็ไม่ได้ยินดีจะมีนุ๊กนิ๊กในชีวิตอยู่
“แล้วยังไง เป็นหญิงเป็นชายแล้วมันหนักส่วนไหนของแก” น้ำเสียงเล็กแหลมที่ดัดให้เล็กเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายจำเสียงตัวเองได้ตอบกลับเสียงดังพร้อมกับมองไปทางบอดี้การ์ดตัวเองแล้วก็เอ่ยตะโกนด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดต่อทันที ราวกับว่าโกรธแค้นอีกฝ่ายมาแต่ชาติปางก่อน“จับมันมัดตรึงไว้กับเสา” เสียงเล็กแต่ทว่าเกรี้ยวกราดไร้ความอ่อนโยนดังขึ้นทำให้คนที่ถูกมัดมือ มัดเท้าและมีผ้าผูกปิดตาถึงกับเงี่ยหูสดับฟังว่าเคยได้ยินน้ำเสียงเกรี้ยวกราดแบบนี้ที่ไหน แต่พยายามนึกคิดเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่าเจ้าหล่อนเป็นใคร “ล่ามโซ่ไว้ให้ดี อย่าให้มันหนีไปได้” เจ้าหล่อนสั่งย้ำคนของตัวเองอีกครั้ง ส่วนคนที่ถูกอุ้มมาขณะเดินเท้ากลับบ้านนั้นก็ได้แต่นึกหาเจ้าของเสียงคุ้นเคยว่าเคยได้ยินที่ไหน แต่ก็เหมือนเดิมยิ่งพยายามยิ่งมืดแปดด้าน เพราะไม่เคยสร้างศัตรูที่ไหน “พวกแกเป็นใคร มาจับกูแบบนี้ไม่ได้นะเว้ย!” เสียงห้าวตะโกนออกมาเสียงดังพร้อมดิ้นขัดขืนเมื่อพวกที่จับตัวเ
ณ บ้านพักส่วนตัวท้ายปางไม้ เป็นที่ส่วนตัวที่ใครก็ไม่กล้าเข้ามาเหยียบ ถึงแม้กัญญาณีจะเป็นคนชอบเที่ยว แต่เธอก็เป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง บ้านทรงสมัยใหม่สองชั้นสวยงามอยู่ท้ายปางไม้ตกแต่งสวยงามและบ้านหลังนี้ก็มีห้องใต้ดินที่เป็นห้องลับไว้หนีจากโลกภายนอกของเจ้าของบ้านยามมีเรื่องเครียดกดดัน หญิงสาวมักจะหนีมาขังตัวเองที่ชั้นใต้ดินของบ้านพักส่วนตัว “พี่มิ่ง พี่หมายจัดการหาโซ่มามัดตรึงมันไว้กับเสากลางห้องเลยค่ะ นุ๊กนิ๊กจะใช้ที่นี่เป็นที่ทรมานมัน ถึงเวลาแล้วที่นุ๊กนิ๊กจะได้แก้แค้น” “ครับคุณหนู” สองหนุ่มรับคำแล้วพากันทิ้งร่างหมดสติที่มีกระสอบป่านสวมคลุมหัวให้ล้มนอนกับพื้นกระเบื้องเย็นๆ ทันที ส่วนเจ้าของบ้านก็ดึงลากเก้าอี้ที่อยู่ใกล้ๆ มานั่งลงมองคนหมดสติเวลาผ่านไปไม่นานมิ่งและหมายก็กลับมาพร้อมกับของที่สั่งให้ไปหา เธอมองไปยังคนที่หมดสติที่ตอนนี้กำลังขยั
“ครับผม” มิ่งเอ่ยแล้วเปิดประตูลงจากรถยนต์ไปเปิดท้ายรถเพื่อหากระสอบป่านที่มีติดท้ายรถ เพราะจำได้วันก่อนได้นำกระสอบป่านใส่ของมาบนท้ายรถของคุณหนูตอนไปบริจาคขนมเด็กๆ กำพร้าที่สถานสงเคราะห์ มิ่งและหมายรู้ดีว่าคุณหนูตัวเองนั้นเป็นคนจิตใจดีแค่ไหน แม้คนอื่นจะว่ายังไง ทั้งสองก็รักและเคารพคุณหนูของตัวเองด้วยรู้จักเนื้อแท้ของกัญญาณีดีว่าเป็นคนจิตใจอ่อนโยนมากแค่ไหน หมายเองก็เปิดประตูรถลงไปหามิ่ง เมื่อมิ่งได้สิ่งที่สำคัญมาแล้วในการอุ้มลักพาตัวพนักงานกระจอกในปางไม้ของเสี่ยตัวเอง ในเมื่อผู้ชายคนนี้ทำให้คุณหนูตัวเองต้องช้ำ มันก็ต้องเจอแบบนี้แหละ ส่วนคนออกคำสั่งได้แต่นั่งยิ้มมองไปด้านหน้าที่ไฟหน้ารถส่องไปทางเหมันต์ เขมจิรา หรือเขม วัย 34 ปี พนักงานบัญชีประจำออฟฟิศของปางไม้ของพ่อตัวเอง เธอยกยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าคนที่กำลังเดินเท้ากลับที่พักนั้นกำลังเร่งสาวเท้าเดินเร็วๆ ขึ้นโดยไม่หันมามองด้านหลังที่ไฟส่องไปทางตัวเอง &ld
“ไม่ต้องมาแสดงความเป็นห่วงนุ๊กนิ๊กหรอกค่ะ เพราะยังไงป๊าก็ไม่ได้ยินดีจะมีนุ๊กนิ๊กในชีวิตอยู่แล้ว ใช่สิ นุ๊กนิ๊กไม่ใช่พี่น้ำอิงเลยไม่ดีสักอย่าง และป๊าก็เชื่อแต่คำพูดคนอื่น ไม่เคยถามหนูสักคำว่าจริงๆ แล้วหนูเป็นแบบที่เขาพูดไหม ป๊าก็เอาแต่ว่าหนูแรด หนูร่าน ป๊าเชื่อคนอื่นไปแล้ว หนูไปล่ะค่ะ เสียเวลามามากพอแล้ว และอย่าแสดงท่าทางเป็นห่วงหนูแบบนี้อีก มันไม่เนียนค่ะป๊า”เธอเช็ดน้ำตาตัวเองออกจากแก้มแรงๆ สองสามครั้งแล้วก็เชิดหน้าเดินออกไปจากบ้านทันที ส่วนเสี่ยบุญเส็งก็ได้แต่กำมือแน่นแล้วร้องเรียกบอดี้การ์ดส่วนตัวของกัญญาณีที่ตัวเองสั่งให้ดูแลลูกสาวคนเล็กเป็นพิเศษ แม้กัญญาณีจะมองไม่เห็นความรักของพ่อคนนี้ แต่เขาก็จะทำหน้าที่พ่ออยู่เบื้องหลังเธอไม่เปลี่ยน “ไอ้มิ่ง ไอ้หมาย” “ครับเสี่ย” สองหนุ่มรีบวิ่งออกมาหาเจ้านายใหญ่ตัวเองทันที “ตามคุณหนูนุ๊กนิ๊กไป อย่าให้ใครมาทำอะไร
กัญญาณี ไชยแสงราชพฤกษ์ หรือคุณหนูนุ๊กนิ๊ก วัย 26 ปี ลูกสาวคนเล็กของเสี่ยบุญเส็ง เจ้าของปางไม้ผู้ร่ำรวยที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี เธอมีพี่สาวที่อายุห่างจากเธอสองปีคือกัญญาพร หรือน้ำอิง เธอและพี่สาวนิสัยต่างกันราวฟ้ากับเหว กัญญาพรเปรียบดังนางฟ้าของคนงานในปางไม้และในออฟฟิศ ส่วนเธอกัญญาณีเปรียบดั่งนางมารร้ายประจำปางไม้ไชยแสงราชพฤกษ์แห่งนี้ แต่เธอก็ไม่ได้แคร์ เพราะเธอจะเป็นของเธอแบบนี้ ใครจะเกลียดจะชังเธอไม่สนใจ เธอคือกัญญาณีลูกสาวที่พ่อชังนักชังหนา เพราะท่านโทษเธอตั้งแต่เด็กว่าเป็นเพราะเธอที่ทำให้แม่ต้องตายทันทีที่คลอดเด็กอย่างเธอออกมา แน่นอนเมื่อท่านไม่เห็นเธอเป็นลูกที่ดี เธอก็จะเป็นลูกที่เลวให้ดู และก็ทำได้ดีมาตลอด ตั้งแต่ตามจีบผู้ชาย คนงานในปางไม้ทุกคนเธอไล่จีบมาหมดแล้วและประเคนเงินทองให้จนร่ำรวยไปหลายคนแล้ว นอกจากรวยและสวย อย่างอื่นเธอก็ไม่มีอะไรดี เธอเกลียดที่ใครๆ ก็ชื่นชมพี่สาวของเธอ ใครๆ ก็ยกย่องกัญญาพร และยิ่งไปกว่านั้นพ่อก็ชื่นชมแต่พี่สาว แต่พอกับเธอ ท่านไม่เคยพูดจาเพราะๆ หรือชื่นชมเลยสักครั้ง จำได้เมื่อครั้งสมัยเด็ก เธอเคยสอบได้ที่หนึ่งของชั้น ท่านไม่มีแม้แต่คว
ใบหน้าสวยจิ้มลิ้มแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงกำลังมองจ้องไปยังกลางห้องโถงใหญ่ที่ตอนนี้มีคู่บ่าวสาวกำลังยืนโอบเอวกันต้อนรับแขกเหรื่อในงาน และแน่นอนว่าผู้หญิงที่กำลังมีความสุขในวันนี้คือพี่สาวของเธอ เธอยิ้มให้กับความรักของทั้งคู่ เธอยิ้มให้กับความสุขของพี่สาวที่เป็นเหมือนแม่ของเธอ ร่างเล็กเพรียวระหงสูงเพียงร้อยห้าสิบเซนติเมตรกว่าๆ น้ำหนักประมาณสี่สิบห้ากิโลกรัมก้าวเดินสาวเท้าไปหาพี่สาวและเจ้าบ่าวที่กำลังเดินไปหาพ่อของเธอในวันนี้ แต่ระหว่างทางที่เดินไปหาทั้งสามนั้น สายตาของหล่อนก็สะดุดกับชายหนุ่มอีกคนที่กำลังยืนหลบมุมเสา และมองตามระดับสายตาของบุรุษหนุ่มก็กำลังมองไปทางพี่สาวของเธอและพี่เขยของเธอ เท้าน้อยๆ ที่ใส่ส้นสูงจึงเปลี่ยนทางเดินไปทางบุรุษที่ยืนแอบอยู่ในที่ลับตาคนทันที ด้านบุรุษที่เป็นแขกรับเชิญในงานแต่งงานในวันนี้มองเห็นหญิงสาวที่ตัวเองเกลียดชังน้ำหน้ากำลังเดินมาทางตนเองก็รีบก้าวเท้าถอยออกจากที่หลบแล้วเดินออกไปจากห้องจัดงานเลี้ยงทันที และนั่นก็ยิ่งทำให้เท้าเล็กๆ ที่ใส่ส้นสูงยิ่งต้องสาวก้าวเท้าเร็วๆ ตามชายหนุ่มออกไป แล้วพอเดินกึ่งวิ่งออกมาทันก็รีบเดินมาขวางทางไ







