Mag-log inหลายอาทิตย์แล้วที่หล่อนจมอยู่กับคำพูดของหมอ ไม่กล้าไปหาหมอที่ไหนเพราะคำว่า 'อาย' คำเดียวทำให้นั่งหน้าบึ้ง หน้าตึงหลังเลิกงานทุกวัน อยากเล่าให้เพื่อนร่วมงานฟังก็น่าอายเสียกะไร หล่อนขับรถมาเรื่อย ๆ ระหว่างทางกลับคอนโดฯ จึงเปลี่ยนใจไปหาหมอคนเดิมอีกครั้ง ทั้งอายทั้งอยากรักษา และไม่อยากให้ใครเห็นส่วนสงวนของตัวเองไปมากคน ในเมื่อเขาเป็นหมอและเป็นผู้ชายคนแรกที่ได้เห็น เขาก็ควรจะเป็นคนรักษาเชื้อรา ส่วนเรื่องมะเร็งปากมดลูก หล่อนล้มเลิกความคิดที่จะตรวจแล้ว เพราะตอนนี้โฟกัส 'เชื้อรา' มากกว่า หล่อนไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเป็นเชื้อราในช่องคลอด
พอมาถึงก็เป็นเวลาทุ่มกว่า สาวเจ้าเดินตรงไปยังห้องตรวจของชายหนุ่ม พอมาหยุดยืนหน้าห้อง 'นายแพทย์นภสินธุ์ ก่อการรัก' ต้องตาก็สูดลมหายใจเข้าปอดแรง ๆ เพื่อจะผลักเข้าไป ชายหนุ่มเป็นหมอสูตินรีเวชมือหนึ่งของโรงพยาบาลแห่งนี้ เขาชำนาญเชี่ยวชาญและเป็นทั้งอาจารย์หมอของนักเรียนนักศึกษาแพทย์ ยังไม่ทันได้เคาะประตูห้องก็เปิดออกมาก่อน ด้วยตอนนี้เป็นเวลาค่ำแล้วจึงไม่ค่อยมีผู้คนเท่าไร
พอประตูห้องเปิดออกสิ่งแรกที่ทำให้ นายแพทย์นภสินธุ์ ก่อการรัก หรือเผือก วัย 38 ปี หมอสูตินารีเวชชื่อดังยิ้มกริ่มก็คือคนตัวเล็กที่ยืนอยู่หน้าห้องตรวจของตัวเอง เขาคิดถึงเธอ ตั้งสองอาทิตย์กว่าไม่ได้เจอหน้า เขาก็ลุ้นว่าหล่อนจะมาหาอีกไหม แล้วในที่สุดก็มา เรื่องเครียด ๆ เหนื่อย ๆ กับงานหายไปในพริบตาเมื่อได้เจอใบหน้าแป้นแล้นของต้องตา หมอหนุ่มแสร้งตีหน้านิ่งมองคนตัวเล็กก่อนจะถามเสียงเย็นชา
“มีธุระอะไรกับหมอรึเปล่าครับ” ถ้อยคำห่างเหินเปล่งออกมาจากปากหนา
จะแกล้งไม่สนใจให้เข็ดเลย ผู้หญิงอะไรปล่อยให้ผู้ชายคิดถึง กินไม่ได้นอนไม่หลับ พอหลับก็ละเมอหา มันน่าจับตีก้นจริงเชียว บ่นเจ้าหล่อนต่อในใจ
ต้องตาปรับตามอารมณ์ชายหนุ่มไม่ถูก เท่าที่จำได้ เมื่อหลายอาทิตย์ก่อนเขาพูดจาอ่อนโยนเสียงนุ่ม และทะลึ่งกับเธอ คล้าย ๆ เหมือนจะจีบ แต่ทำไมตอนนี้น้ำเสียงห่างเหิน สายตาเย็นชาจ้องมองมายังเธอเหมือนกับเป็นคนแปลกหน้า ก็จริง หล่อนกับเขาเป็นคนแปลกหน้า สมควรแล้วที่เขาจะมองแบบนี้ แล้วหล่อนจะมาหงุดหงิดทำไมนี่
“ดิฉันจะมารักษาเชื้อราในช่องคลอดน่ะค่ะ แต่ถ้าหมอจะเลิกงานแล้ว ดิฉันค่อยมาพรุ่งนี้ก็ได้ค่ะ” หล่อนบอกพลางก้มลงมองเท้าของตัวเอง
“พรุ่งนี้นะครับ วันนี้หมดเวลางานของหมอแล้ว อีกอย่างคุณควรทำตามระเบียบด้วย ไม่ใช่เดินมาที่ห้องตรวจหมอแบบนี้เลย แม้ตอนนี้ไม่มีคนไข้แล้วแต่คุณควรทำ ไม่ใช่มาแบบนี้ เราไม่ได้รู้จักหรือสนิทกันเป็นการส่วนตัว ฉะนั้น ไม่มีอภิสิทธิ์พิเศษนะครับ คุณต้องตา...”
คำพูดเป็นทางการเปล่งออกมาจากปากหมอหนุ่ม ถ้าหากต้องตาแหงนเงยขึ้นมองหน้าคนพูดหล่อนจะรู้เลยว่าตัวเองกำลังโดยแกล้ง ก็ตอนนี้ใบหน้าบุรุษหนุ่มตรงหน้าเธอนั้นเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ มากแผนการ
หญิงสาวเอาแต่ก้มหน้ามองเท้าตัวเอง มือเล็กสอดประสานกันอยู่ตรงหน้าท้อง ยืนเกร็งด้วยความอาย เมื่อถูกอีกฝ่ายว่าให้
“ค่ะ ดิฉันขอโทษหมอด้วยนะคะ พรุ่งนี้ ดิฉันจะมาตรวจและขอคำปรึกษาค่ะ” หล่อนบอกตอบทั้ง ๆ ที่ยังก้มหน้ามองเท้าตัวเอง ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปยังทางเดิม
นภสินธุ์มองแผ่นหลังคนตัวเล็กแล้วก็อดยิ้มเอ็นดูตามไม่ได้ ไม่อยากเชื่อว่าผู้หญิงที่กำลังเดินจากไปอายุ 30 ปีแล้ว มองยังไงก็เหมือนเด็กสาว 20 ต้น ๆ ยังไงก็มิรู้ เธอช่างดูอ่อนโยนไร้เดียงสา น่าทะนุถนอมเหลือเกิน
“ยังไม่ใช่ตอนนี้คนสวย สำหรับเรายังมีเวลาอีกเยอะครับ วันนี้ผมจะปล่อยคุณไปก่อน แต่พรุ่งนี้ หึหึ”
พูดได้แค่นั้นก็หยุดแล้วเดินยิ้มตามเจ้าหล่อนไป เพราะวันนี้เขาเหนื่อย เขาเพลียเหลือเกิน จึงไม่อยากพูดหยอกเย้าคนตัวเล็ก
หนึ่งเดือนต่อมา... “อื้อ...อ่า” เสียงครางพร่าทุ้มต่ำของทั้งคู่ที่กลับมาหวนคิดถึงความหลังและครั้งแรกของกันและกันหลังจากแต่งงานกันเมื่อหนึ่งเดือนก่อน งานแต่งงานของกัญญาณีและเหมันต์ถูกจัดขึ้นในปางไม้ โดยเลี้ยงคนงานและพนักงานออฟฟิศทุกคน จัดขึ้นอย่างเป็นกันเองแบบครอบครัวอบอุ่น และตอนนี้อายุครรภ์ของหญิงสาวก็ได้สองเดือนกับหนึ่งสัปดาห์แล้ว “อือ...คุณสวยเหลือเกินทูนหัว ท้องคุณกำลังโต แต่ก็ไม่ลดความสวยคุณได้เลย”เหมันต์พรมจูบร่างเปลือยอวบอิ่มที่นอนบิดเร่าครวญครางบนฟูกนอนที่นำมาปูไว้ที่ห้องใต้ดิน เขาจูบวนหน้าท้องที่เริ่มพองโตโหนกนูนขึ้นให้เห็นการเติบโตของเจ้าตัวเล็ก “อือ...นุ๊กนิ๊กสวยจริงเหรอคะพี่เขม อ่ะ...ซี้ด เสียวค่ะ” เธอร้องครางเสียวเมื่อมือสามีกำลังสอดเร่าเสียดสีนิ้วแกร่งไปมากับกลีบสวาทกลางหว่างขา เรียวขาเล็กแยกกว้างเปิดทางรักให้เขาได้สอดแทรกนิ้วและลิ้นเข้าหาโพรงน้ำสวาทตัวเองได้สะดวก “อ่า...สวยสิ สวยมาก นับวันทูนหัวของผมยิ่งสวย อื้ม...ผมรักคุณหนูนะครับ” “นุ๊กนิ๊กก็รักพี่เขมค่ะ อ่ะ...อื้อ” แล้วเธอก็บิดเอวกลมส่ายไปมาเมื่อนิ้วแกร่งของสามีกระแทก
เสี่ยใหญ่ยังคงหน้าตึงไม่ยอมพูดจากับลูกสาวคนเล็ก ยังคงนั่งหันหลังให้ทั้งๆ ที่รู้ว่าตอนนี้กัญญาณีและเหมันต์ได้คลานเข่ามานั่งคุกเข่ากับพื้น แต่เขาก็ยังหมุนตัวหันหลังให้ทั้งคู่ ส่วนเจียมใจที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็ได้แต่อมยิ้มให้กับท่าทางแง่งอนของเสี่ย “ป๊า...” กัญญาณีเอ่ยเรียกคนที่นั่งหันหลังให้ตัวเอง เงียบ! ไม่มีเสียงขานรับตอบกลับมา “ป๊า...นุ๊กนิ๊กมาขอโทษค่ะ” เธอเล่าเรื่องของตัวเองกับพ่อให้เหมันต์ฟัง และเขาก็แนะนำให้เธอมาคุยกับท่านและขอโทษท่าน เพราะที่เธอทำนั้นมันไม่ดี ซึ่งเธอก็เชื่อฟังเขา เพราะรักเขามากไม่อยากทำให้เขาเครียดตาม “ขอโทษเรื่องอะไรของแก จะมาเก็บของก็เก็บไป จะย้ายไปอยู่ไหนก็เชิญ จะย้ายออกจากทะเบียนบ้านเปลี่ยนนามสกุลก็เชิญ” ท่านหันมาตอบกลับด้วยน้ำเสียงตัดพ้อระคนน้อยใจในตัวลูกสาวพร้อมถามคนที่นั่งข้างกัญญาณี “แล้วนายมาทำไมนายเหมันต์” “หนูขอโทษป๊าที่พูดไม่คิดแบบนั้น ขอโทษนะป๊า”เธอยกมือขึ้นก้มลงกราบแทบเท้าของผู้เป็นพ่อ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ก้มกราบเท้าท่าน ในตอนแรกเสี่ยใหญ่จะขยับเท้าหนี แต่แล้วก็เปลี่ยนเป็นยกมือขึ้น
“ไม่ ตอนนี้ผมรักคุณหนู คุณหนูเถอะ รักผมอยู่ใช่ไหม อย่าโกหกผม ผมมองออก สายตาของคุณหนูมันฟ้องมาตลอดว่ารักผมที่รัก อ่ะ...อื้อ”พูดจบเขาก็เคลื่อนมือที่โอบเอวเล็กขึ้นมารั้งท้ายทอยของเธอให้แหงนเงยขึ้นแล้วโน้มลงมาทาบทับริมฝีปากหนาบดจูบอ่อนโยนกับปากอวบอิ่มสีระเรื่อทันที และทั้งสองก็ไม่รู้เลยว่ากำลังตกเป็นเป้าสายตาของมิ่ง หมาย นงนุชและสุภาพรที่อยู่ในร้านอาหาร ทั้งสี่คนมองมายังภาพด้านนอกด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเมื่อได้เห็นภาพของเจ้านายกับเหมันต์“อ่ะ...อื้ม” เธอรู้สึกเสียดายเมื่อปากหนาผละออกห่างและก็เขินอายจนไม่กล้าสบตาของเหมันต์ แต่เขาก็เชยคางมนเธอให้แหงนเงยขึ้นสบตาและถามเสียงทุ้มพร่าอ่อนโยน“บอกผมมาสิยัยคุณหนูโรคจิตของผม รักผมอยู่หรือว่าหมดรักแล้ว ตอบดีๆ นะ” มีขู่ในท้ายประโยค“อือ” เธอครางตอบพร้อมพยักหน้าแล้วก็บิดหน้าเอียงอาย และกิริยาไร้เดียงสานี้ช่างทำให้หัวใจของเหมันต์อ่อนไหวนัก มันเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้เมื่ออยู่กับเจ้าหล่อน เขาเพิ่งรู้ตัวก็ตอนที่รู้ว่าตัวเองกำลังจะเป็นพ่อคนเองว่าแท้จริงแล้วหัวใจของเขานั้นมีหล่อนมาตลอด“อือ...เนี่ยคืออะไร สรุปจ่ายค่าน้ำเชื้อผมด้วยตัวคุณหรือเงินกันแน่”“ไม่พู
“นายต้องการเท่าไหร่?”เหมันต์ไม่เข้าใจในคำถามที่หลุดลอดออกมาจากปากอวบอิ่ม“ค่าอะไร”“ค่าน้ำเชื้อและค่าปิดปากของนาย”“ว่าไงนะ? นี่คิดจะอุ้มท้องคนเดียวให้คนนินทาว่าท้องไม่มีพ่อเนี่ยนะ ทั้งๆ ที่พ่อของลูกก็อยู่ตรงนี้ ผมจะรับผิดชอบและคุณก็ต้องตกลงด้วย ผมไม่ยอมให้ลูกโตมาไม่มีพ่อแน่นอนยัยคุณหนู” เขาผละมือที่กอดเอวเล็กมาจับหัวไหล่เล็กแล้วบังคับให้เธอหันมาหาตัวเองแล้วพูดต่อ“ฟังนะยัยคุณหนูโรคจิตเอาแต่ใจ ยังไงคุณกับลูกก็ต้องอยู่กับผม ไม่มีทางเสียหรอก! ผมไม่มีทางไปจากเขาและคุณแน่”“นายต้องการเท่าไหร่ว่ามา ฉันมีเงินมากพอจะให้นาย”“เก็บเงินไว้เลี้ยงลูกเราเถอะทูนหัว และผมบอกแล้วไงว่าผมจะรับผิดชอบ”“ฉันไม่ต้องการ!” เธอตอบปฏิเสธทันควัน เขาแค่อยากรับผิดชอบเท่านั้นไม่ได้รักเธอ ให้ตายสิ ทำไมเธอถึงอ่อนไหวและขี้แยแบบนี้ตอนนี้ มือเล็กยกปัดมือใหญ่ออกจากหัวไหล่ตัวเองแล้วก็ยกขึ้นเช็ดน้ำตาของตัวเองที่กำลังไหลอีกครั้ง“ดื้อ!” แล้วเขาก็ยกมือขึ้นบีบจมูกหล่อนด้วยความมันเขี้ยวพร้อมกับตวัดแขนโอบกอดเธอรั้งเข้ามาซุกซบอกตัวเองแน่นและกดหัวเธอที่กำลังผงกออกห่างอกลงไปซบกับหน้าอกของตัวเอง“ผมจะบอกอะไรให้นะ ผมไม่มีทางปล่อยค
“คุณหนูเป็นคนเก่ง คนดี พี่พรเชื่อว่าคุณหนูจะผ่านมันไปได้นะคะ ก็แค่ท้องเองค่ะ คนสมัยนี้ก็เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวกันเยอะ ส่วนเรื่องเสี่ย คุณหนูก็ไปขอโทษท่านเถอะนะคะ อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ ยังไงคุณหนูกับท่านก็เป็นพ่อลูกกัน ตัดกันไม่ขาดหรอกนะคะ เชื่อพี่นะคะ” สุภาพรเอ่ย และบทสนทนาของทั้งสองทำให้คนที่เดินย่องมาเงียบๆ นั้นได้ยินทุกประโยค มะม่วงในมือถึงกับตกลงพื้นทันที เหมันต์รีบสาวเท้าหนีจากตรงนั้นทันทีเมื่อได้รู้ว่ากัญญาณีกำลังตั้งครรภ์ “นุ๊กนิ๊กตัดสินใจแล้วค่ะจะเลี้ยงลูกคนเดียว จะไม่ขอเกี่ยวข้องกับป๊าอีก จะไม่เกี่ยวข้องกับไชยแสงราชพฤกษ์อีกค่ะ นุ๊กนิ๊กไม่อยากเป็นความด่างพร้อยของตระกูลป๊า นุ๊กนิ๊กจะออกมาอยู่คนเดียว มันอาจจะลำบากหน่อยในช่วงแรก แต่คนเรามันมักมีช่วงแรกไม่ใช่เหรอคะ ในเมื่อครอบครัวเราไม่ต้อนรับเราแล้วเราจะอยู่ไปทำไมคะ พี่พรไม่ต้องพูดให้นุ๊กนิ๊กเปลี่ยนใจหรอกค่ะ นุ๊กนิ๊กตัดสินใจแล้ว พี่พรไปทำงานต่อเถอะค่ะ นุ๊กนิ๊กอยากอยู่คนเดียว” เธอดึงมือตัวเองออกจากอุ้งมือเล็กของอีกฝ่ายพร้อมส่งยิ้มแห้งๆ ให้“พี่กับทุกคนเคารพการตัดสินใจของคุณหนูนะคะ และเราทุกคนจะอยู่เคียงข้างคุณหนูไม่ว่าจะตัด
เสี่ยใหญ่มองหน้าลูกสาวที่นอนหลับยังไม่ได้สติ ตอนที่มาถึงโรงพยาบาลและตอนที่หมอแสดงความยินดีกับเขานั้นเขาแทบช็อก ‘ยินดีด้วยครับเสี่ย เสี่ยกำลังจะได้เป็นคุณตาแล้ว’ นั่นคือคำพูดของคุณหมอที่พูดตอนเรียกไปพบที่ห้องส่วนตัว “พวกมึงบอกกูมาว่ามันท้องกับใคร” เสียงห้าวตวาดถามมิ่งและหมายที่เพิ่งมาถึงโรงพยาบาลทันที เพราะสองคนนี้คือคนที่เขาไว้ใจฝากให้ดูแลลูกสาวมาตลอด มิ่งและหมายสะดุ้งทันทีกับเสียงกรุ่นโกรธของเสี่ยที่ตวาดดังขึ้นตรงหน้า และโชคดีที่ห้องนี้เป็นห้องพักฟื้นวีไอพีจึงไม่ทำให้เสียงดังไปรบกวนคนอื่น “บอกกูมา นังนุ๊กนิ๊กมันท้องกับใคร หรือมันเอาไปทั่วจนไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อของลูกมัน”น้ำคำดูถูกผสมความโกรธทำให้เขาพูดออกมาเช่นนั้นและทำให้คนที่เพิ่งสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาได้ยินเข้าพอดี เธอเจ็บจี๊ดในอกที่พ่อของเธอพูดแบบนี้ออกมา “ทำไมคะ หนูเอาไปทั่วแล้วมันยังไง หนูท้องมันก็ท้องของหนู ใครจะเป็นพ่อก็ช่างมัน อีกอย่างป๊าไม่ต้องมาสนใจหรอกค่ะ มันเรื่องของหนู” เสียงเล็กทว่าเด็ดขาดดังขึ้น ทำให้เสี่ยใหญ่หันไปมองที่เตียงของผู้ป่วยแล้วเดินเข้าไปหยุดข้างเตียงของเธอ




![ม่านรักไฟเสน่หา NC30+ [โคแก่กินหญ้าอ่อน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


