เข้าสู่ระบบ“ต้องตาลูกค้ามาหาหนูนะ ทำไมต้องให้ผู้ช่วยเจนจิราดูแล” ผู้จัดการเอ่ย สายตาของนางผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนดูก็รู้ว่านัยน์ตาของชายหนุ่มตรงหน้านั้นมันหมายถึงอะไร โอกาสที่พนักงานของนางจะได้ลงจากคานมันใกล้เข้ามาแล้วสินะ ยิ่งตอนนี้ 30 ปีแล้ว ถ้ายังเล่นตัวแล้วแบบนี้เมื่อไรจะมีข่าวดี
“แต่ผู้การคะ...หนูมีนัดกับลูกค้านะคะตอนนี้ หนูต้องรีบไป” หล่อนบอกพลางมองดูนาฬิกาที่ข้อมือของตน
“เดี๋ยวพี่ไปแทนเอง หนูอยู่ดูแลคุณ...”
“นภสินธุ์ครับ” ชายหนุ่มเพิ่งนึกได้ว่าไม่ได้แนะนำชื่อตัวเองกับอีกฝ่าย
“ต้องตาอยู่ดูแลคุณนภสินธุ์เถอะ พี่ไปดูแลให้เอง คุณมาราตรีน่ะ” เอ่ยจบก็เดินกลับเข้าห้องทำงานของตน เพื่อเตรียมเอกสารไปพบลูกค้าแทนผู้ช่วยของตน
“คุณต้องการอะไรคุณหมอ ว่ามาเลยค่ะ” เมื่อเห็นว่าผู้จัดการเข้าห้องไปแล้ว หล่อนจึงเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“คนสวยก็รู้ว่าผมต้องการอะไร” เอ่ยเสียงต่ำให้ได้ยินกันสองคน
“คุณจะมาที่ทำงานฉันทำไม ตอนบ่ายฉันก็จะไปพบที่โรงพยาบาลแล้ว” หล่อนบอกพร้อมกับหลบตาเขา ไม่อยากสบตาอีกฝ่าย ไม่อยากจ้องหน้า ไม่อยากพูดคุยด้วยนาน
“ก็ไปพร้อมกันเลย ผมเข้าช่วงบ่ายเหมือนกันวันนี้ ส่วนเรื่องธุรกรรมทางการเงิน ผมพูดจริงนะ ผมอยากให้คุณดูแลจัดการเงินในบัญชีให้ผม” จ้องมองคนตัวเล็กตรงหน้าที่ขมวดคิ้วไปมา
“ไปกันเถอะ ยังไงคุณก็ได้ยอดจากผมเยอะนะวันนี้ ผมจะให้คุณสิบล้าน จัดการให้ผม ยอดตั้งสิบล้านมันมากนะสำหรับผู้ช่วยต้องตา คิดดูให้ดีนะครับคนสวย” ด้วยรู้ว่าพนักงานธนาคารต้องทำเป้า และเงินที่เขาจะฝากกับทางธนาคารเพื่อให้ต้องตาจัดการให้ มันก็มากพอดู มีหรือที่เธอจะไม่ตกลง
“ค่ะ งั้น...”
“ไปคุยต่อที่โรงพยาบาลดีกว่าคุณ ผมไม่ชอบเลยที่ใคร ๆ ก็มองผมด้วยสายตาแบบจะกลืนกินผมแบบนี้” เอ่ยบอกพลางลุกขึ้นแล้วเดินตรงไปทางประตูทางออกของธนาคาร
สาวเจ้ารีบเก็บข้าวของใส่กระเป๋าแล้วเดินตามชายหนุ่มไป ไม่มองได้ไง ก็เล่นหล่อ ออร่าพุ่งกว่าใครที่เคยมาแบงก์ หล่อนพึมพำขณะเดินตามชายหนุ่มไป
“ตาออกไปกับลูกค้าเหรอ” ผู้ช่วยเจนจิราร้องถามหญิงสาว
“ใช่เจน ตาขอตัวก่อนนะ พอดีลูกค้ารายนี้รายใหญ่ด้วย”
หล่อนหยุดตอบเพื่อนร่วมงานก่อนจะเดินไปหาคนที่ยืนรอตนอยู่หน้าทางออก
นภสินธุ์เห็นคนตัวเล็กหอบข้าวของเต็มไม้เต็มมือเลยแย่งไปถือให้ทันทีที่มาถึง การกระทำของชายหนุ่มยิ่งทำให้ทุกคนสงสัยสถานะของลูกค้าคนหล่อกับผู้ช่วยต้องตา
“คุณทำให้ฉันอายเพื่อนและน้อง ๆ ในที่ทำงาน” หล่อนบอกทันทีเมื่อเดินพ้นประตูธนาคารออกมา
“ทำไม ก็ผมอยากช่วย และพวกเขาก็ไม่ได้โง่ พวกเขามีตา มีหู พวกเขารู้ว่าผมจีบคุณ ผมเปิดเผยขนาดนี้ มีแต่คุณนั้นแหละปิดหูปิดตาตัวเอง ไม่มองผู้ชายครบเครื่องแบบผม” เอ่ยพลางฉวยโอกาสคว้าข้อมือเล็กให้เดินตามตนไปยังลานจาดรถของธนาคาร
หนึ่งเดือนต่อมา... “อื้อ...อ่า” เสียงครางพร่าทุ้มต่ำของทั้งคู่ที่กลับมาหวนคิดถึงความหลังและครั้งแรกของกันและกันหลังจากแต่งงานกันเมื่อหนึ่งเดือนก่อน งานแต่งงานของกัญญาณีและเหมันต์ถูกจัดขึ้นในปางไม้ โดยเลี้ยงคนงานและพนักงานออฟฟิศทุกคน จัดขึ้นอย่างเป็นกันเองแบบครอบครัวอบอุ่น และตอนนี้อายุครรภ์ของหญิงสาวก็ได้สองเดือนกับหนึ่งสัปดาห์แล้ว “อือ...คุณสวยเหลือเกินทูนหัว ท้องคุณกำลังโต แต่ก็ไม่ลดความสวยคุณได้เลย”เหมันต์พรมจูบร่างเปลือยอวบอิ่มที่นอนบิดเร่าครวญครางบนฟูกนอนที่นำมาปูไว้ที่ห้องใต้ดิน เขาจูบวนหน้าท้องที่เริ่มพองโตโหนกนูนขึ้นให้เห็นการเติบโตของเจ้าตัวเล็ก “อือ...นุ๊กนิ๊กสวยจริงเหรอคะพี่เขม อ่ะ...ซี้ด เสียวค่ะ” เธอร้องครางเสียวเมื่อมือสามีกำลังสอดเร่าเสียดสีนิ้วแกร่งไปมากับกลีบสวาทกลางหว่างขา เรียวขาเล็กแยกกว้างเปิดทางรักให้เขาได้สอดแทรกนิ้วและลิ้นเข้าหาโพรงน้ำสวาทตัวเองได้สะดวก “อ่า...สวยสิ สวยมาก นับวันทูนหัวของผมยิ่งสวย อื้ม...ผมรักคุณหนูนะครับ” “นุ๊กนิ๊กก็รักพี่เขมค่ะ อ่ะ...อื้อ” แล้วเธอก็บิดเอวกลมส่ายไปมาเมื่อนิ้วแกร่งของสามีกระแทก
เสี่ยใหญ่ยังคงหน้าตึงไม่ยอมพูดจากับลูกสาวคนเล็ก ยังคงนั่งหันหลังให้ทั้งๆ ที่รู้ว่าตอนนี้กัญญาณีและเหมันต์ได้คลานเข่ามานั่งคุกเข่ากับพื้น แต่เขาก็ยังหมุนตัวหันหลังให้ทั้งคู่ ส่วนเจียมใจที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็ได้แต่อมยิ้มให้กับท่าทางแง่งอนของเสี่ย “ป๊า...” กัญญาณีเอ่ยเรียกคนที่นั่งหันหลังให้ตัวเอง เงียบ! ไม่มีเสียงขานรับตอบกลับมา “ป๊า...นุ๊กนิ๊กมาขอโทษค่ะ” เธอเล่าเรื่องของตัวเองกับพ่อให้เหมันต์ฟัง และเขาก็แนะนำให้เธอมาคุยกับท่านและขอโทษท่าน เพราะที่เธอทำนั้นมันไม่ดี ซึ่งเธอก็เชื่อฟังเขา เพราะรักเขามากไม่อยากทำให้เขาเครียดตาม “ขอโทษเรื่องอะไรของแก จะมาเก็บของก็เก็บไป จะย้ายไปอยู่ไหนก็เชิญ จะย้ายออกจากทะเบียนบ้านเปลี่ยนนามสกุลก็เชิญ” ท่านหันมาตอบกลับด้วยน้ำเสียงตัดพ้อระคนน้อยใจในตัวลูกสาวพร้อมถามคนที่นั่งข้างกัญญาณี “แล้วนายมาทำไมนายเหมันต์” “หนูขอโทษป๊าที่พูดไม่คิดแบบนั้น ขอโทษนะป๊า”เธอยกมือขึ้นก้มลงกราบแทบเท้าของผู้เป็นพ่อ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ก้มกราบเท้าท่าน ในตอนแรกเสี่ยใหญ่จะขยับเท้าหนี แต่แล้วก็เปลี่ยนเป็นยกมือขึ้น
“ไม่ ตอนนี้ผมรักคุณหนู คุณหนูเถอะ รักผมอยู่ใช่ไหม อย่าโกหกผม ผมมองออก สายตาของคุณหนูมันฟ้องมาตลอดว่ารักผมที่รัก อ่ะ...อื้อ”พูดจบเขาก็เคลื่อนมือที่โอบเอวเล็กขึ้นมารั้งท้ายทอยของเธอให้แหงนเงยขึ้นแล้วโน้มลงมาทาบทับริมฝีปากหนาบดจูบอ่อนโยนกับปากอวบอิ่มสีระเรื่อทันที และทั้งสองก็ไม่รู้เลยว่ากำลังตกเป็นเป้าสายตาของมิ่ง หมาย นงนุชและสุภาพรที่อยู่ในร้านอาหาร ทั้งสี่คนมองมายังภาพด้านนอกด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเมื่อได้เห็นภาพของเจ้านายกับเหมันต์“อ่ะ...อื้ม” เธอรู้สึกเสียดายเมื่อปากหนาผละออกห่างและก็เขินอายจนไม่กล้าสบตาของเหมันต์ แต่เขาก็เชยคางมนเธอให้แหงนเงยขึ้นสบตาและถามเสียงทุ้มพร่าอ่อนโยน“บอกผมมาสิยัยคุณหนูโรคจิตของผม รักผมอยู่หรือว่าหมดรักแล้ว ตอบดีๆ นะ” มีขู่ในท้ายประโยค“อือ” เธอครางตอบพร้อมพยักหน้าแล้วก็บิดหน้าเอียงอาย และกิริยาไร้เดียงสานี้ช่างทำให้หัวใจของเหมันต์อ่อนไหวนัก มันเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้เมื่ออยู่กับเจ้าหล่อน เขาเพิ่งรู้ตัวก็ตอนที่รู้ว่าตัวเองกำลังจะเป็นพ่อคนเองว่าแท้จริงแล้วหัวใจของเขานั้นมีหล่อนมาตลอด“อือ...เนี่ยคืออะไร สรุปจ่ายค่าน้ำเชื้อผมด้วยตัวคุณหรือเงินกันแน่”“ไม่พู
“นายต้องการเท่าไหร่?”เหมันต์ไม่เข้าใจในคำถามที่หลุดลอดออกมาจากปากอวบอิ่ม“ค่าอะไร”“ค่าน้ำเชื้อและค่าปิดปากของนาย”“ว่าไงนะ? นี่คิดจะอุ้มท้องคนเดียวให้คนนินทาว่าท้องไม่มีพ่อเนี่ยนะ ทั้งๆ ที่พ่อของลูกก็อยู่ตรงนี้ ผมจะรับผิดชอบและคุณก็ต้องตกลงด้วย ผมไม่ยอมให้ลูกโตมาไม่มีพ่อแน่นอนยัยคุณหนู” เขาผละมือที่กอดเอวเล็กมาจับหัวไหล่เล็กแล้วบังคับให้เธอหันมาหาตัวเองแล้วพูดต่อ“ฟังนะยัยคุณหนูโรคจิตเอาแต่ใจ ยังไงคุณกับลูกก็ต้องอยู่กับผม ไม่มีทางเสียหรอก! ผมไม่มีทางไปจากเขาและคุณแน่”“นายต้องการเท่าไหร่ว่ามา ฉันมีเงินมากพอจะให้นาย”“เก็บเงินไว้เลี้ยงลูกเราเถอะทูนหัว และผมบอกแล้วไงว่าผมจะรับผิดชอบ”“ฉันไม่ต้องการ!” เธอตอบปฏิเสธทันควัน เขาแค่อยากรับผิดชอบเท่านั้นไม่ได้รักเธอ ให้ตายสิ ทำไมเธอถึงอ่อนไหวและขี้แยแบบนี้ตอนนี้ มือเล็กยกปัดมือใหญ่ออกจากหัวไหล่ตัวเองแล้วก็ยกขึ้นเช็ดน้ำตาของตัวเองที่กำลังไหลอีกครั้ง“ดื้อ!” แล้วเขาก็ยกมือขึ้นบีบจมูกหล่อนด้วยความมันเขี้ยวพร้อมกับตวัดแขนโอบกอดเธอรั้งเข้ามาซุกซบอกตัวเองแน่นและกดหัวเธอที่กำลังผงกออกห่างอกลงไปซบกับหน้าอกของตัวเอง“ผมจะบอกอะไรให้นะ ผมไม่มีทางปล่อยค
“คุณหนูเป็นคนเก่ง คนดี พี่พรเชื่อว่าคุณหนูจะผ่านมันไปได้นะคะ ก็แค่ท้องเองค่ะ คนสมัยนี้ก็เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวกันเยอะ ส่วนเรื่องเสี่ย คุณหนูก็ไปขอโทษท่านเถอะนะคะ อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ ยังไงคุณหนูกับท่านก็เป็นพ่อลูกกัน ตัดกันไม่ขาดหรอกนะคะ เชื่อพี่นะคะ” สุภาพรเอ่ย และบทสนทนาของทั้งสองทำให้คนที่เดินย่องมาเงียบๆ นั้นได้ยินทุกประโยค มะม่วงในมือถึงกับตกลงพื้นทันที เหมันต์รีบสาวเท้าหนีจากตรงนั้นทันทีเมื่อได้รู้ว่ากัญญาณีกำลังตั้งครรภ์ “นุ๊กนิ๊กตัดสินใจแล้วค่ะจะเลี้ยงลูกคนเดียว จะไม่ขอเกี่ยวข้องกับป๊าอีก จะไม่เกี่ยวข้องกับไชยแสงราชพฤกษ์อีกค่ะ นุ๊กนิ๊กไม่อยากเป็นความด่างพร้อยของตระกูลป๊า นุ๊กนิ๊กจะออกมาอยู่คนเดียว มันอาจจะลำบากหน่อยในช่วงแรก แต่คนเรามันมักมีช่วงแรกไม่ใช่เหรอคะ ในเมื่อครอบครัวเราไม่ต้อนรับเราแล้วเราจะอยู่ไปทำไมคะ พี่พรไม่ต้องพูดให้นุ๊กนิ๊กเปลี่ยนใจหรอกค่ะ นุ๊กนิ๊กตัดสินใจแล้ว พี่พรไปทำงานต่อเถอะค่ะ นุ๊กนิ๊กอยากอยู่คนเดียว” เธอดึงมือตัวเองออกจากอุ้งมือเล็กของอีกฝ่ายพร้อมส่งยิ้มแห้งๆ ให้“พี่กับทุกคนเคารพการตัดสินใจของคุณหนูนะคะ และเราทุกคนจะอยู่เคียงข้างคุณหนูไม่ว่าจะตัด
เสี่ยใหญ่มองหน้าลูกสาวที่นอนหลับยังไม่ได้สติ ตอนที่มาถึงโรงพยาบาลและตอนที่หมอแสดงความยินดีกับเขานั้นเขาแทบช็อก ‘ยินดีด้วยครับเสี่ย เสี่ยกำลังจะได้เป็นคุณตาแล้ว’ นั่นคือคำพูดของคุณหมอที่พูดตอนเรียกไปพบที่ห้องส่วนตัว “พวกมึงบอกกูมาว่ามันท้องกับใคร” เสียงห้าวตวาดถามมิ่งและหมายที่เพิ่งมาถึงโรงพยาบาลทันที เพราะสองคนนี้คือคนที่เขาไว้ใจฝากให้ดูแลลูกสาวมาตลอด มิ่งและหมายสะดุ้งทันทีกับเสียงกรุ่นโกรธของเสี่ยที่ตวาดดังขึ้นตรงหน้า และโชคดีที่ห้องนี้เป็นห้องพักฟื้นวีไอพีจึงไม่ทำให้เสียงดังไปรบกวนคนอื่น “บอกกูมา นังนุ๊กนิ๊กมันท้องกับใคร หรือมันเอาไปทั่วจนไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อของลูกมัน”น้ำคำดูถูกผสมความโกรธทำให้เขาพูดออกมาเช่นนั้นและทำให้คนที่เพิ่งสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาได้ยินเข้าพอดี เธอเจ็บจี๊ดในอกที่พ่อของเธอพูดแบบนี้ออกมา “ทำไมคะ หนูเอาไปทั่วแล้วมันยังไง หนูท้องมันก็ท้องของหนู ใครจะเป็นพ่อก็ช่างมัน อีกอย่างป๊าไม่ต้องมาสนใจหรอกค่ะ มันเรื่องของหนู” เสียงเล็กทว่าเด็ดขาดดังขึ้น ทำให้เสี่ยใหญ่หันไปมองที่เตียงของผู้ป่วยแล้วเดินเข้าไปหยุดข้างเตียงของเธอ







