เข้าสู่ระบบวสันต์เดินผ่านบอดีการ์ดของเฌอริตาลงมาถึงชั้นล่างด้วยอาการคล้ายคนวิญญาณออกจากร่าง เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ไม่เคยถูกใครเมินขนาดนี้
โคตรเสียเซลฟ์ ยอมรับว่าตอนที่ได้ยินประโยคสุดท้ายจากเธอทำเอาความมั่นใจในตัวเองของชายหนุ่มลดฮวบ เจ้าของส่วนสูงกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบเก้าเซนติเมตรจึงเดินหัวเสียไปนั่งหน้าเคาน์เตอร์บาร์ตามเดิม “ออนเดอะร็อคอีกไหมครับคุณเรนนี่” บาร์เทนเดอร์ชายที่เพิ่งเสิร์ฟเครื่องดื่มให้ลูกค้าคนอื่นเดินเข้ามาทักด้วยความใส่ใจ “เอามา” ปึก! ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น เครื่องดื่มแก้วใหม่ที่เพิ่งเสิร์ฟก็ถูกรองประธานหนุ่มกระดกอึกๆ รวดเดียวหมดแก้ว ก่อนจะวางมันเสียงดัง 'ปึก' เรียกความสนใจจากคนที่อยู่ใกล้ๆ “คุณเรนนี่มีเรื่องกลุ้มใจเหรอครับ?” บาร์เทนเดอร์ซึ่งปกติจะคุยกับแบบสนุกสนานเอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมา นี่แหละจิตแพทย์ร้านเหล้า จิตบำบัดผ่านสุนทรียศาสตร์แห่งการสนทนา “มี...พอสมควรเลยแหละ” เขาบอกอ้อมๆ ไม่อยากลงลึกถึงรายละเอียด ระดับเสี่ยเรนนี่ ถ้าบอกคนอื่นว่ากำลังเป็นหนี้ จะเอาหน้าไว้ตรงไหน “เรื่องอะไรครับ งาน การเงิน หรือความรัก” ประโยคคุ้นหูถูกถามออกมา ฟังผ่านๆ เหมือนกำลังดูดวงมากกว่าระบายความทุกข์ “ก็...ทุกเรื่อง ช่วงนี้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น” “งั้นก็แปลว่าเป็นเรื่องเงิน” คนถูกต้อนเข้ามุมชะงัก สุดท้ายก็พยักหน้ารับออกมาอย่างเสียไม่ได้ วสันต์ถอนหายใจอีกรอบ หยิบแก้วเครื่องดื่มยกขึ้นก็พบว่ามันไม่เหลือแล้วจึงวางลงบนจานรองแก้วตามเดิม แต่แล้วการกระทำของบาร์เทนเดอร์หนุ่มก็ทำให้เขาตกใจ วิสกี้ขวดเดิมถูกเทลงบนแก้วเก่าทั้งที่ไม่ได้สั่ง “วันนี้ผมเลี้ยงครับ” “...ไม่ต้อง” ไม่ได้รังเกียจหรือตั้งแง่ แต่คนมันมีอีโก้ในใจ จะให้คนทำงานกลางคืนมาเลี้ยงตัวเองที่เป็นถึงรองประธานบริษัทซอฟต์แวร์เนี่ยนะ “ให้ผมเลี้ยงสักครั้งเถอะครับ เพราะคุณเรนนี่มาเป็นแขกประจำของร้าน ผมเลยมีเงินไปตั้งตัวที่ต่างประเทศ” “ต่างประเทศ?” “ครับ ผมทำงานที่นี่ถึงสิ้นเดือนนี้ แล้วจะบินไปทำงานที่ลอนดอนกับเพื่อน” วสันต์มองหน้าคนที่เพิ่งคุยอวดเรื่องไปทำงานต่างประเทศด้วยความภาคภูมิใจ แต่เขาจำได้ว่าผู้ชายคนนี้เพิ่งมาทำงานที่ร้านได้เพียงสองปีเท่านั้น ก่อนหน้านั้นเป็นบาร์เทนเดอร์วัยกลางคนที่ชอบหัวเราะแบบซานตาคลอส “ที่นี่ได้เงินดี?” “ครับ มีเงินเดือนแล้วก็ค่าคอมมิชชั่น เงินเก็บส่วนใหญ่เป็นค่าคอมมิชชั่นทั้งนั้น ยิ่งชวนลูกค้าเปิดขวดได้แพงเจ๊ริต้ายิ่งให้หนัก มีหลายคนเลยนะครับที่จะออกเพราะเพิ่งจ่ายโบนัสกันไป” “มีโบนัสด้วย?” “ครับ ผมทำงานสองปีมีเงินเก็บสองแสนกว่า เอาโบนัสไปซื้อตั๋วเครื่องบินแล้วยังเหลือ” ลูกค้าหนุ่มที่นั่งฟังหูผึ่ง แต่เขากลับไม่ได้สนใจเรื่องทำพาร์ตไทม์ที่นี่ แต่กำลังสนใจเจ้าของร้านมากกว่า ได้เจ้าของร้านแปลว่าได้ทั้งร้าน จะลงแรงทำงานเก็บเงินใช้หนี้เป็นปีๆ ไปทำไม “สนใจไหมครับ” บาร์เทนเดอร์ชายกดใบหน้าลงมาถาม เพราะเข้าใจว่าลูกค้ากิตติมศักดิ์ของตนเองกำลังสนใจทำงานหาเงินเพิ่ม “ไม่ เอ่อ...ถ้าสนใจต้องทำยังไง” “แหม คุณเรนนี่ไม่ต้องเขินหรอกครับ เราทำงานสุจริต งานดีเงินดีแบบนี้ก็หายาก ถ้าผมไม่รับปากเพื่อนไว้ก็ไม่อยากลาออกเหมือนกัน” “อืม แล้วถ้าฉันอยากทำงานที่นี่ต้องทำยังไง” “นู่นเลยครับ ไปขอใบสมัครกับแยมมี่กรอกแล้วยื่น เดี๋ยวมีคนติดต่อกลับเอง” คนมีแผนร้ายมองตามนิ้วมือของบาร์เทนเดอร์หนุ่มที่ชี้ไปทางเคาน์เตอร์แคชเชียร์ วสันต์ส่งยิ้มกว้างออกมา แยมมี่ในจังหวะที่หันมาเห็นว่ามีคนกำลังชี้นิ้วมาที่ตนเองพร้อมถูกสองหนุ่มเพ่งเล็ง แคชเชียร์สาวก็เขินอายก้มหน้างุด “อืมน่าสนใจ แล้วปกติเจ้าของร้านลงมาข้างล่างบ่อยหรือเปล่า” ที่ผ่านมาวสันต์ไม่เคยเจอเธอเลย แต่ถ้าได้เป็นพนักงานของที่นี่ก็อาจจะได้เจอบ่อยขึ้น “ไม่หรอกครับ เอาจริงไม่มีพนักงานคนไหนอยากเจอเจ๊ริต้ากันหรอก” “ทำไม?” “ถ้าเจ๊เรียกให้ขึ้นไปหาที่ห้อง ก็แปลว่าเตรียมตัวถูกด่าครับ” คนเจ้าแผนการเบ้ปากพยักหน้า นั่นแปลว่าหากเขาทำงานที่นี่ก็ต้องสร้างเรื่องให้ถูกเธอเรียกไปด่าถึงจะได้เจอหน้ากัน ยากฉิบหาย ท้าทายชีวิตอีกแล้ว “แต่ไม่ต้องกังวลนะครับ เจ๊ไม่เคยไล่ใครออก อย่างมากก็หักเงินถ้าสร้างความเสียหาย แต่ถ้าของไม่พังไม่หายเจ๊ก็แค่เรียกไปด่า” “อยากให้ฉันทำงานที่นี่ขนาดนั้น” เสียงทุ้มหัวเราะพลางยกเครื่องดื่มขึ้นจิบ แม้ว่าคำพูดของพนักงานตรงหน้า จะสร้างความสบายใจได้ว่าเขาจะไม่มีวันถูกเธอไล่ออกจนกว่าจะแผนการจะสำเร็จก็ตาม แต่การทำงานสองจ๊อบทั้งอัลฟาและที่นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ “แหะ พอดีตรงที่ให้กรอกสมัครงานมีช่องให้กรอกชื่อคนแนะนำครับ ถ้าแนะนำแล้วได้งานเจ๊จะให้เงินค่าแนะนำสามพัน” “แต่นายจะลาออกแล้วนี่ อีกอย่างฉันผสมเหล้าไม่เป็น” นี่คือความสัตย์จริง นอกจากเครื่องดื่มประจำ เขาทำเครื่องดื่มอย่างอื่นไม่เป็น “ลาออกไปแล้วเจ๊ก็ให้ครับ บาร์เทนเดอร์คนก่อนก็แนะนำผมมาทำที่นี่ แล้วที่นี่ก็มีสูตรและวิธีการทำของทางร้านครับ ฝึกแป๊บเดียวเก่ง” “ฉีดยากันเก่งเหลือเกินนะ” “ถ้าคุณเรนนี่ไม่มั่นใจ ว่างๆ มาฝึกกับผมได้นะครับ เผื่อเจ๊เขาทดสอบความสามารถจะได้โชว์ได้” “อืม ตามนั้น” “แปลว่าคุณเรนนี่จะสมัคร?” “เอาชื่อมาสิ ฉันจะเขียนชื่อนาย” มือหนาเท้าคางบนเคาน์เตอร์ยกยิ้มกริ่ม พลอยให้พนักงานหนุ่มรีบหยิบกระดาษจดออเดอร์ออกมาเขียนชื่อตนเองยื่นให้ วสันต์ยัดกระดาษใส่กระเป๋าเสื้อเอาลิ้นดุนกระพุ้งแก้มอย่างคนมีแผนร้าย ความจริงเขาไม่ได้คาดหวังว่าเธอจะต้องรับเข้าทำงาน แต่อย่างน้อยหากมีโอกาสได้ทำงานที่นี่ก็ย่อมมีสิทธิ์เข้าถึงตัวเฌอริตามากกว่า “งั้นฉันขอตัวกลับก่อน พรุ่งนี้ทำงานเช้า เอาไว้จะแวะมา” “ครับ” บัตรเครดิตใบสุดท้ายที่ยังเหลือวงเงินถูกยื่นให้บาร์เทนเดอร์ รอจัดการค่าใช้จ่ายไม่นานก็ได้รับคืนใส่กระเป๋าสตางค์ เจ้าของส่วนสูงเกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรเดินฝ่าฝูงนักท่องราตรีออกมา กระทั่งเดินมาหยุดหน้าเคาน์เตอร์แคชเชียร์ เพลย์บอยหนุ่มตรงเข้าไปทักทายสาวน้อยน่ารักอีกครั้งด้วยรอยยิ้มหวานหยดกว่าครั้งแรกที่มาถึง “มะ เมื่อกี้แยมมี่เห็นพี่บอยชี้มาทางนี้ด้วย” อ้อ... บาร์เทนเดอร์คนนั้นชื่อบอย วสันต์พยักหน้ายอมรับ แต่กลับเลือกที่จะโกหกสร้างประโยชน์ให้ตัวเอง “แค่นั่งคุยกันว่า พนักงานในร้านคนไหนน่ารักที่สุด บอยเลยชี้มาหาแยมมี่” “มะ แหม~” “เรนนี่ก็คิดว่างั้น ^^” “คุณเรนนี่อะ!” มือเล็กเกือบจะยกขึ้นมาฟาดแขนแกร่งด้วยความเขิน แต่นึกขึ้นได้ว่าเขาคือลูกค้าจึงรีบหุบมือกลับไปปิดปากบิดตัวเขินแทน “แยมมี่หยิบใบสมัครงานให้เรนนี่ใบหนึ่งสิ” “บะ ใบสมัครงานของที่นี่เหรอคะ คุณเรนนี่จะเอาไปให้ใครคะ?” “เรนนี่จะสมัครเอง” “ฮะ?” “ไม่ดีเหรอ เราจะได้เจอกันบ่อยๆ ไง” “คุณเรนนี่อะ!” ในที่สุดแคชเชียร์สาวก็เก็บอาการไม่ไหว ฟาดมือลงบนต้นแขนแข็งแรงของลูกค้าหนุ่มหนึ่งที รีบเปิดลิ้นชักยื่นใบสมัครให้ “ขอให้ได้งานนะคะ” “เป็นกำลังใจให้เรนนี่ด้วยนะ ^^”วันนี้เฌอริตามีกำหนดการเข้าบริษัทเนื่องจากมีการปรับผังที่นั่งใหม่หลายแผนก หลายเดือนก่อนเธอไปที่บริษัทของครอบครัวสามี เห็นที่นั่งของแต่ละแผนกถูกจัดสรรให้พนักงานที่ต้องทำงานร่วมกับแผนกใกล้เคียงกันสามารถประสานงานได้สะดวกขึ้น จึงนำมาปรับใช้กับบริษัทตนเองเจ้าของใบหน้าหวานก้มๆ เงยๆ บริเวณโต๊ะทำงานใหม่ของพนักงานเป็นพักๆ เมื่อช่วยจัดการจัดโต๊ะทำงานใหม่เสร็จเรียบร้อย จึงเดินไปดูลูกน้องคนอื่นๆ ของตนเอง เพื่อตรวจดูความเรียบร้อย“เรียบร้อยดีไหมคะ” เจ้าของบริษัทสาวเอ่ยถามความเห็นลูกน้อง หลังจากเห็นว่าพนักงานกำลังง่วนอยู่กับการจัดโต๊ะ“เรียบร้อยดีค่ะคุณริต้า ได้คอมใหม่เครื่องแรงแบบนี้ พวกเราทำกราฟิกกันแบบสู้ตายแน่นอน” พนักงานสาวพูดกับเจ้านายพลางใช้นิ้วเคาะคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์เล่นอย่างพึงพอใจ“จริงค่ะ ผังใหม่ทำให้แอร์ที่นี่ก็เย็นฉ่ำปอดกว่าเดิม หนูพร้อมทำโอทียันเช้า” เสียงของพนักงานอีกคนตอบกลับมา พร้อมกับทำท่าทางอ้าแขน กางขารับความเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานเฌอริตาหลุดหัวเราะกับท่าทางทะเล้นของลูกน้อง ไม่คิดว่าเรื่องเล็กๆ น้อยๆ หากมีการแก้ไขปรับเปลี่ยนจะส่งผลดีต่อระบบการทำงานขนาดนี้“ลงโอท
หลายเดือนต่อมาทันทีที่วาสิตาอายุครบหนึ่งขวบ อากงกับอาม่าก็รีบมาขอหลานไปนอนค้างที่บ้านด้วยกันตลอดวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่เด็กน้อยที่ปกติจะว่านอนสอนง่ายของพ่อกับแม่ วันนี้กลับแสดงท่าทีงอแง ไม่อยากจากบ้านไปไหนถึงขั้นแอบหนีไปซ่อนตัวในห้องน้ำ ลำบากถึงเฌอริตาและวสันต์ต้องมาเคาะประตูเรียกลูกสาวให้ออกมาคุยกันแต่โดยดีวสันต์รู้ว่าลูกรักตนเองมาก เนื่องจากภรรยาเป็นคนค่อนข้างเข้มงวด ในขณะที่เขาตามใจลูกสาวแทบทุกอย่าง สามีหนุ่มจึงอาสาพูดกับลูกสาวเอง“วาวาน้อย~ ได้ยินเสียงป๊าไหมคะ?”“ดะ ได้จิน!”“ไม่อยากไปนอนค้างกับอาม่าเหรอ? บ้านอาม่ามีเจ๊รินด้วยนะ” คุณพ่อยังหนุ่มเอาชื่อลูกสาวของพี่ชายคนโตมาหลอกล่อ รู้ดีว่ายัยตัวเล็กทั้งรักทั้งหลงลูกพี่ลูกน้องตนเองมาก“มะ ม่าย~”เสียงของลูกปฏิเสธไม่เต็มเสียงนัก คนเป็นพ่อจึงรู้ว่ายังพอมีหวัง สามีหนุ่มหันไปขอคำปรึกษาจากภรรยา หาสาเหตุที่ลูกไม่ยอมไปค้างบ้านปู่กับย่า“ทำไมลูกไม่อยากไปค้างบ้านพ่อกับแม่นะ”เฌอริตามองหน้าพ่อแม่สามีด้วยความเกรงใจ หลุบตานึกถึงสาเหตุแบบเด็กๆ ที่ทำให้ลูกคิดว่าตัวเองต้องอยู่ที่นี่เท่านั้น“บางทีลูกอาจจะติดน้องเน่า”คนเป็นสามีดีดนิ้วดัง 'เป๊าะ!' ค
หลายเดือนต่อมาเฌอริตาลืมตาตื่นขึ้นมาในบ่ายวันหนึ่ง เมื่อคืนวาสิตามีไข้จนร้องไห้โยเยไม่ยอมนอน กว่าเธอและวสันต์จะกล่อมลูกให้หลับลงได้น้ำนมก็แทบหมดเต้า เช้านี้หลังจากตื่นขึ้นมาให้นมลูกและพายัยตัวเล็กเดินเล่นรอบบ้านจนหนำใจ เฌอริตาจึงสลบไสลพร้อมกับลูกสาวจนบ่ายคุณแม่คนสวยเดินลงมาหาลูกสาวชั้นล่าง เนื่องจากเดินไปหาลูกที่เปลนอนแล้วพบเพียงความว่างเปล่า นั่นแปลว่าคนเป็นพ่อคงพาลูกสาวลงมาเล่นชั้นล่างก่อนแล้วแต่กลับไม่เจอทั้งสามีและลูก...“พี่น้อย เรนนี่กับวาวาอยู่ไหนคะ?” เธอเดินไปถึงในครัวเพื่อถามเอาคำตอบกับแม่บ้าน“ขับรถออกไปข้างนอกตั้งแต่เที่ยงแล้วค่ะ”เฌอริตาเลิกคิ้วสูง รู้สึกงุนงงที่จู่ๆ สามีพาลูกสาวออกไปข้างนอกโดยไม่ได้ปลุกเธอให้ไปด้วยกัน“คุณเรนนี่ฝากบอกว่า ห้ามอาเจ๊ขางอนนะคะ เพราะเรนนี่ปลุกแล้วแต่อาเจ๊ขาไม่ตื่นเอง” ประโยคหลังแม่บ้านวัยกลางคนใส่จริตจีบปากจีบคอพูดราวกับสามีเธอกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเฌอริตาจึงส่ายหน้าเอือม ก่อนจะเดินกลับขึ้นมาที่ห้องนอน กดโทรออกหาเขาด้วยตนเอง'ตื๊ดดด...' (คนสวยขาตื่นแล้ว~) น้ำเสียงล้อเลียนของสามีดังลอดมาจากปลายสาย ไม่ทันที่เฌอริตาจะถามว่าเขาพาลูกออกไปไหน หญิ
สองปีต่อมา สนามบินสุวรรณภูมิร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเทาสวมทับเสื้อเชิ้ตสีแดงเลือดหมูยืนรอรับสัมภาระของตนเองบริเวณจุดรับกระเป๋าภายในอาคารผู้โดยสารขาเข้า ด้วยความสูงเกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรกับท่ายืนดูภูมิฐานสง่างาม ทำให้เป็นที่สะดุดตาแก่บรรดาลูกเรือสาวที่เครื่องเพิ่งแลนด์ดิ้งลงบนภาคพื้นดินได้ไม่ยากวสันต์มองแค่หางตา ก็รู้ว่ากำลังมีกลุ่มแอร์โฮสเตสสาวจากสายการบินที่ตนเองใช้เดินทางกลับมาประเทศกำลังมองมายังเขา และดูเหมือนพวกเธอกำลังเชียร์เพื่อนที่ตัวเล็กและดูน่ารักที่สุดในกลุ่มให้เข้ามาทำความรู้จักตนเอง'ตึกๆ ตึกๆ'เสียงรองเท้าหุ้มส้นสีดำค่อยๆ ดังเข้ามาใกล้ตนเองเรื่อยๆ และเป็นจังหวะเดียวกันกับสัมภาระที่รอคอยถูกสายพานลำเลียงมาถึงจุดที่ยืนอยู่ รองประธานหนุ่มจึงหันไปสนใจกระเป๋าล้อลากของตนเองพร้อมกับยกมันลงมาวางบนพื้น“สวัสดีค่ะ” น้ำเสียงหวานฉบับสาวทำงานบริการบนเครื่องบินดังขึ้นจากทางด้านขวามือ“ครับ?”รองประธานหนุ่มสะกดคำว่า 'ฉิบหาย' ซ้ำๆ ในใจ แม้จะรู้อยู่แล้วว่าเธอกำลังเดินเข้ามาหา ยังอดทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แสร้งแปลกใจกับการถูกคนแปลกหน้าทักไม่ได้“คุณเป็นผู้โดยสารชั้นบิสเนสคลาสลำเดียวกันกับ
เจ้าของผับสาวกลายเป็นเจ้าของศิริประภาพันธ์กรุป ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังของประเทศภายในไม่กี่สัปดาห์ การได้รู้จักกับตระกูลวรหิรัญทำให้เฌอริตามีมุมมองทางธุรกิจที่กว้างขวางขึ้นเจ้าสัวหลี่ผู้เกษียณตนเองไปอยู่เบื้องหลังธุรกิจของครอบครัวสละเวลาให้คำปรึกษาเกี่ยวกับแนวทางการบริหารให้แก่เฌอริตาเท่าที่ท่านจะสามารถทำได้ ความกังวลเรื่องการบริหารธุรกิจขนาดใหญ่ทั้งที่ตนเองจบบัญชีมา ถูกเจ้าสัวหลี่หาทางออกให้ได้อย่างไร้ที่ติ'ลื้อบริหารไม่เป็น ก็จ้างคนบริหารเป็นมาทำ อย่าดันทุรังทำเอง เดี๋ยวนี้มีคนเก่งๆ มีความเชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์เยอะแยะ ลื้อคุมบัดเจ็ต จ้างคนมีประสบการณ์มาบริหารไปเลย'เฌอริตาจึงลงทุนดึงนักธุรกิจชาวฮ่องกงมากฝีมือที่ผ่านการบริการอสังหาริมทรัพย์ในฮ่องกง มารับตำแหน่งซีอีโอคนใหม่ของศิริประภาพันธ์กรุป ซึ่งเขาคนนั้นก็เก่งมากเสียด้วย ไม่เพียงแต่มีทัศนวิสัยเกี่ยวกับการขยายธุรกิจในประเทศ ยังให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการบริหารภายในองค์กรให้มีหลายระบบคอยตรวจสอบถ่วงดุลซึ่งกันและกันเธอไม่แปลกใจเลยว่าทำไมลูกชายทั้งสามคนของวรหิรัญถึงได้เก่งจนสามารถช่วยกันบริหารธุรกิจของครอบครัวด้วยตนเองได้ เพรา
เฌอริตากลับมาที่เชอร์รี่ผับในรอบหลายวัน เอกสารมากมายรอให้เธอจัดการ จนต้องใช้เวลาเกือบครึ่งค่อนวันกว่าจะจัดระเบียบเอกสารได้บางทีคงถึงเวลาหาฝ่ายบัญชีเข้าร้าน อีกหน่อยเธอต้องกลับไปดูแลธุรกิจของครอบครัว ดังนั้นอะไรที่สามารถให้คนอื่นช่วยดูแลได้ก็ควรจะหาคนมาช่วยจัดการให้เรียบร้อยกระทั่งนาฬิกาปลุกดังแจ้งเตือนว่าถึงเวลานัดหมาย คนตัวเล็กจึงหยิบตลับแป้งขึ้นมาซับความมันส่วนเกินบนใบหน้า ก่อนจะสะพายกระเป๋าลงไปรอคนที่จะมารับไปกินมื้อเย็นด้วยกัน“เจ๊ริต้ารอพี่เรนนี่เหรอคะ?” เสียงของแยมมี่ดังขึ้นจากมุมหนึ่งของร้านพนักงานคนอื่นๆ พลอยเงยหน้าจากการกินมื้อเย็น หันมามองยังเจ้าของร้านสาวเป็นตาเดียว“อืม เขามาแล้วเหรอ?”“ยังเลยค่ะ แต่แยมมี่เดาได้เพราะพี่หล่อเพิ่งมาบอกว่าเจ๊ริต้ากับพี่เรนนี่เป็นแฟนกัน”พี่หล่อ? หนึ่งในบอดีการ์ดตรวจบัตรหน้าร้านที่เธอให้ไปช่วยยืนคุมเชิงไม่ให้พ่อตุกติกวันนี้ใช่หรือเปล่า“แล้ว...เป็นแฟนกันจริงๆ เหรอคะ” พูดจบแคชเชียร์สาวก็เม้มปากมองหน้าเจ้านาย คนอื่นๆ ที่นั่งกินข้าวกันอยู่จึงหันมารอฟังคำตอบด้วยความอยากรู้“จริงสิคะแยมมี่”เฮือก!!เสียงทุ้มคุ้นหูจากใครบางคนดังขึ้นมาจากหน้าประตู
หลังจากวันที่มารดาเข้ามาคุยด้วยในห้องเกือบหนึ่งสัปดาห์ วสันต์ก็ได้รับการติดต่อกลับจากทางร้านในตอนแรกคนที่โทรมาเป็นผู้ชายน้ำเสียงดุดัน มิหนำซ้ำตะเบ็งเสียงคุยกันหูแทบแตก เล่นเอาเจ้าของชื่อหัวใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม นึกว่าธนาคารจ้างพวกอันธพาลตามมาทวงหนี้บัตรเครดิต‘ชื่อวสันต์หรือเปล่า!’‘คะ ครับ’‘ศุกร์เ
วสันต์ใช้เวลาตลอดทั้งสัปดาห์ในการแวะเวียนเข้าไปในผับเพื่อดูบอยชงเครื่องดื่มและสอนไปด้วย จากความคิดแรกที่ตั้งใจจะเรียนพอให้เป็นงานเพื่อเป็นใบเบิกทางจีบเจ้าของร้านสาว แต่การเป็นบาร์เทนเดอร์ยากกว่าที่คิดเพราะนอกจากจะต้องชงเครื่องดื่ม รองประธานหนุ่มยังต้องทำใจให้ชินกับลูกค้าทุกประเภทที่เข้ามานั่งหน้าเค
“คุณมีอะไรจะคุยกับฉันคะ?”น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจดังขึ้นจากด้านหลังเป็นการเรียกความสนใจ คนเจ้าชู้อย่างเขาได้ฟังแค่เสียงครั้งแรกก็ถึงกับหูกระดิก เรดาร์ด้านหลังจับสัญญาณได้ทันทีว่าคนนี้มีของยิ่งเมื่อหญิงสาวเดินผ่านตนเองมาหยุดบนเก้าอี้ทำงานตรงหน้า กลิ่นหอมที่ลอยเข้ามาปะทะจมูกสร้างความสับสนจนต
Cherry Pubเจ้าของร่างสูงเดินผ่านบอดีการ์ดตรวจบัตรเข้ามาภายในผับอย่างคุ้นเคย ดนตรีที่เปิดในร้านวันนี้ยังสนุกไม่เปลี่ยน ดีเจคนใหม่ของร้านก็สวยเด็ด แถมยังผมยาวมากพอจะมัดใจเขาได้ ทว่าวันนี้ไม่ใช่วันสนุก พรุ่งนี้เขาต้องไปทำงานแต่เช้าเห็นแบบนี้เขาเองก็เป็นพวกแยกแยะได้ ไม่ดื่มไม่เมาวันปกติ จัดหนักๆ ทีเด







