Mag-log inCherry Pub เวลา 17.30 น.
ประตูผับถูกเปิดออกโดยฝีมือผู้ช่วยบาร์เทนเดอร์หนุ่มมือใหม่ วสันต์ซึ่งยังอยู่ในชุดสูททำงานถือเป้มีชุดยูนิฟอร์มของร้านอยู่ข้างในเดินดุ่มๆ เข้ามากลางห้อง ซึ่งมีพนักงานหลายคนกำลังนั่งรวมกลุ่มกินข้าวก่อนเวลาเริ่มงาน ทันทีที่ถึงเวลาเลิกงานของอัลฟา รองประธานหนุ่มก็บึ่งบีเอ็มดับเบิลยูสีมัสตาร์ดคันใหม่เอี่ยมมาที่ร้านอย่างรวดเร็ว เหตุผลหลักก็เนื่องจากกำลังถูกเจ้าของร้านหมายหัวเอาไว้ตั้งแต่รับเข้าทำงาน เขาจึงไม่อยากมาทำงานสายตั้งแต่วันแรก “คุณเรนนี่มาแล้ว!” เสียงของแยมมี่ทำให้ทุกคนหันมามองเขาเป็นตาเดียว ก่อนที่แคชเชียร์สาวจะพูดกับเพื่อนร่วมงานด้วยน้ำเสียงสดใส “เห็นไหมว่าแยมมี่ไม่ได้โกหก คุณเรนนี่สมัครงานที่นี่จริงๆ” “สวัสดีครับทุกคน เรนนี่เป็นเด็กใหม่ ฝากทุกคนสอนงานด้วยนะครับ” เขาแนะนำตัวอย่างอ่อนน้อม มองว่าทุกคนที่นี่คือรุ่นพี่ในการทำงาน “ได้เลยค่ะ คุณเรนนี่ยังขยันทำให้พวกเราแปลกใจได้เรื่อยๆ เลยนะคะ จากลูกค้าตัวท็อปสู่เพื่อนร่วมงาน” “สีสันชีวิตครับ เรียกเรนนี่เฉยๆ ก็ได้นะครับ ไม่ต้องใส่คุณเคินอะไรให้ลำบาก อยากเป็นคนกันเอง จริงไหมแยมมี่?” ประโยคหลังเขาหันไปของความร่วมมือจากสาวน้อยผมหน้าม้า ซึ่งเธอก็รีบพยักพเยิดเห็นด้วยทันที “อะ อือ แยมมี่อายุยี่สิบเอ็ดค่ะ” “งั้นต้องเรียกน้องสิ เพราะเรนนี่ เอ๊ย! พี่อายุยี่สิบแปดแล้ว” “อะ โอเคค่ะพี่เรนนี่” สาวน่ารักยังคงคอนเซ็ปต์บิดตัวม้วนทุกครั้งที่รู้สึกเขินอายรอยยิ้มทรงเสน่ห์ของผู้ชายตรงหน้า ในขณะที่คนหยอดกลับหัวเราะไม่คิดอะไรมาก เพราะนี่คืออาการที่เห็นได้บ่อยของคนที่ถูกตนเองโปรยเสน่ห์ใส่ “พี่เรนนี่กินอะไรมาหรือยังคะ วันนี้แม่ครัวมีแกงจืดหมูสับกับไข่เจียว” “ยังเลยครับ พี่ขอไปเปลี่ยนชุดพร้อมทำงานก่อน เดี๋ยวเจ๊มาเห็น พี่จะโดนไล่ออกตั้งแต่ยังไม่เปิดร้าน” ชายหนุ่มขยิบตาซุกซนให้ จากนั้นจึงเดินไปยังด้านหลังของร้าน ซึ่งเป็นห้องแต่งตัวและเก็บสัมภาระพนักงาน เจ้าของร่างแกร่งปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตราคาแพงของตนเองออก เปลี่ยนมาสวมเสื้อเชิ้ตผ้าโพลีเอสเตอร์สีเดียวกันของทางร้านตามกฎ ไม่ลืมจะฉีดน้ำหอมจนหอมฟุ้ง ปิดท้ายด้วยแจ็กเกตสูทของทางร้านสวมทับอีกที วสันต์เช็กทรงผมของตนเองเป็นอย่างสุดท้าย ใช้มูสเสยผมขึ้นเป็นการเปิดหน้าผาก ได้ลุคมีเสน่ห์และเป็นกันเอง หล่อแย่งซีนไอ้เข็มทิศนั่นแน่นอน แถมอย่างอื่นของเขาก็ไม่เท่าเข็มแบบมันด้วย ผู้ช่วยบาร์เทนเดอร์หนุ่มเดินออกจากห้องแต่งตัวด้วยความมั่นใจ แต่เมื่อกลับมายังโถงใหญ่ของร้านก็พบเข้ากับเฌอริตา เธอกำลังยืนข้างคนที่เขาเหม็นหน้ามันที่สุดในตอนนี้ “พี่เรนนี่มาแล้วค่ะ แยมมี่กำลังจะไปตามพอดี” แยมมี่ที่หันมาเจอเขาก่อนใครส่งเสียงดัง เห็นดังนั้นวสันต์จึงเดินเข้าไปรวมกลุ่ม “ก็ตามนี้แหละ พี่เข็มทิศจะมาเป็นบาร์เทนเดอร์คนใหม่ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ขอให้ทุกคนร่วมมือกันทำงานให้ออกมาดีอย่างที่ผ่านมาตลอด สิ้นปีฉันจะพิจารณาโบนัสตามการทำงาน” “ครับ/ค่ะ” เสียงขานรับของพนักงานในร้านขึงขัง ก่อนที่แคชเชียร์สาวจะเอ่ยปากเรื่องที่ไม่ควรพูดออกมา “เจ๊ริต้าจะไม่ให้พี่เรนนี่แนะนำตัวกับพวกเราแบบพี่เข็มทิศบ้างเหรอคะ?” น้ำเสียงสดใสแต่ออกมาไม่ถูกที่ถูกเวลา ทำเอารอยยิ้มของเจ้านายสาวหุบฉับ วันนี้เฌอริตายังคงสวยสะพรั่งด้วยเดรสผ้าซาตินสีเขียวตัดกับผิวขาวเนียนและผมดำขลับ ก็คงสวยมาก ถ้าไม่ติดว่าสีชุดของไอ้คนชื่อเข็มทิศก็เป็นเชิ้ตสีเดียวกันอย่างกับนัดกันมา! คนไม่เคยเกิดความรู้สึกนี้กับใครอย่างเพลย์บอยหนุ่มถึงกับจิ๊ปากเบือนหน้าหนี ทั้งๆ ที่ตลอดชีวิต วสันต์มีกฎของตนเองและรักษามาได้ตลอด เขาจะไม่หวงผู้หญิงคนไหนในชีวิต เพราะพวกเธอไม่ใช่ของเขาและเขาไม่ใช่ของใคร ทว่าอาการที่เกิดขึ้นในใจกับคนที่ไม่เป็นอะไรกันตอนนี้ชัดเจนว่าคือ 'การหวง' และถ้าเริ่มหวงทั้งที่ไม่ได้เป็นอะไรกัน แปลว่าความฉิบหายเริ่มมาเยือนแล้ว “แนะนำตัวสิคะ ผู้ช่วยพี่เข็มทิศ” เธอเน้นย้ำตำแหน่งของเขาเสียงหนัก ไม่ใช่เพราะเหยียดอาชีพ แต่เจ้าของผับกำลังเยาะเย้ยเรื่องตำแหน่งที่ต้องทำงานใต้การบังคับบัญชาของอีกคน คนถูกถากถางไม่ได้สะเทือนกับคำพูดแค่นั้น ร่างสูงโปร่งเกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรเดินเข้าไปแทรกกลางระหว่าง 'เธอ' กับ 'มัน' ชนิดที่ว่ายืนเทียบเบ้าหน้ากันจะจะให้ทั้งผับเห็นความแตกต่างทางดีเอ็นเอชัดเจน เขาได้เปรียบทั้งส่วนสูง ผิวพรรณ และโครงหน้า เนื่องจากกิจกรรมที่ออกกำลังกายส่วนมากเป็นในกิจกรรมในร่ม ผิวของวสันต์จึงขาวอย่างลูกคนจีน ทิ้งห่างอีกคนที่ออกซันแทนเล็กน้อย “สวัสดีครับ ผมชื่อวสันต์ วรหิรัญ ทุกคนคงคุ้นเคยกับการเรียกว่าเรนนี่ ยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการทำงานร่วมกับทุกคนนะครับ” รอยยิ้มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาซึ่งมีลักยิ้มประดับเล็กน้อย เขาเลิกคิ้วจงใจเหล่หางตามองผู้ชายอีกคนที่ตัวสูงน้อยกว่า ก่อนจะหันไปเอียงคอมองเจ้าของร้านสาวกำลังเบิกตาโตด้วยความตกใจกับการแนะนำตัวของเขา จริงสิ... ในใบสมัครงานเขาเขียนชื่อตัวเองเป็นภาษาอังกฤษตามความถนัดว่า 'Wasun Worahirun' เฌอริตาคงไม่รู้ว่านามสกุลของเขาอ่านอย่างถูกต้องว่าอย่างไร วรหิรัญ หนึ่งในตระกูลใหญ่ผู้นำด้านซอฟต์แวร์ในประเทศ เจ้าของอัลฟา เทคโนโลยี คอมเพล็กซ์ที่ได้รับรางวัลการันตีมามากมาย “เจ๊ริต้าอยากให้ผมแนะนำข้อมูลส่วนตัวอะไรเพิ่มไหมครับ น้ำหนัก ส่วนสูง หรือของที่ชอบ” เขาจะได้แนะนำของที่ชอบว่าเป็น 'เธอ' “ไม่ค่ะ ที่นี่ไม่ใช่บาร์โฮสต์!” คนถูกด่ากลายๆ เบะปากพยักหน้ายียวน จากนั้นจึงทำหน้าเป็นทองไม่รู้ร้อนหันมาคุยเล่นกับพนักงานคนอื่นในร้านสร้างความสนิทสนม กระทั่งได้ยินคำเตือนจากปากเจ้านายสาวดังขึ้น “ที่นี่ไม่ได้ห้ามเรื่องรักๆ ใคร่ๆ แต่ไม่ใช่ในเวลางาน อย่าให้เรื่องถึงหูฉัน ว่าใครลากลูกค้าไปตอกในห้องน้ำเวลางานเด็ดขาด!” คนถูกพาดพิงวีรกรรมที่ผ่านมาชี้ปลายนิ้วเข้าหาตนเอง ทำหน้าทำตาล้อเลียนประมาณว่า 'หมายถึงเขาเหรอ' จนคนตัวเล็กออกมาการหงุดหงิด สะบัดหน้าเดินหนีขึ้นห้องทำงานไม่พูดไม่จา ××× งานวันแรกเริ่มต้นได้อย่างราบรื่น อาจเพราะลูกค้าของเชอร์รี่ส่วนมากรู้จักเขาดีอยู่แล้ว นอกจากงานผู้ช่วยเล็กน้อยที่ไม่ค่อยเต็มใจทำ วสันต์ยังเอนเตอร์เทนคนที่เข้ามาใช้บริการจนเรียกเสียงหัวเราะให้กับทุกโต๊ะ เขาทำสิ่งที่บาร์เทนเดอร์ไม่ค่อยทำ เดินไปคุยกับทุกโต๊ะ แนะนำเครื่องดื่มถึงที่ เมนูอะไรที่รู้มาจากบอยว่าอร่อย แต่ไม่ค่อยมีคนสั่ง เขายุให้ลองชิมหมด กระทั่งถูกเพื่อนในกลุ่มอย่างเบนซ์ ซึ่งเพิ่งมาถึงเดินเข้ามาทักทายด้วยทีท่าที่เปลี่ยนไป ไหล่ผาย ยืดตัวตรง มองมายังเขาในชุดพนักงานพร้อมกับรอยยิ้ม...ดูถูก “เฮ้ย! ตอนมีคนโทรไปบอกว่ามึงมาเป็นบ๋อยที่นี่กูหัวเราะจนรถเกือบชน ตกอับขนาดไหนถึงได้มาทำงานแบบนี้วะ” ข้อมูลที่ไม่ค่อยจะถูกต้องนักเอ่ยออกมา แต่ผู้ช่วยบาร์เทนเดอร์หนุ่มไม่คิดแก้ไขความเข้าใจผิดนั้น “มีเหตุผลนิดหน่อย” เขาตอบเพื่อนอย่างไม่คิดมาก พยายามมองข้ามเรื่องที่ผ่านๆ มา เพราะส่วนใหญ่ปัญหาเกิดจากตัวของเขาเองทั้งนั้น ส่วนเรื่องวิสกี้ขวดละสี่หมื่น เขาก็ไม่คิดจะถามให้เสียความรู้สึกกัน อย่างไรมันก็จบไปแล้ว “หรือที่ช่วงนี้ไม่มีเวลามาเข้ากลุ่มเพราะช็อต?” น้ำเสียงของเบนซ์ยียวนชวนให้คนฟังเลิกคิ้วมองด้วยความสงสัย “งั้นกูให้มึงพิเศษคนเดียวเลยเพื่อน ไม่ดิ... จนแบบนี้เลิกคบกันไปเลยดีกว่า ต่อไปถ้ากูมาไม่ต้องเข้ามาทักนะ อายเขา” ธนบัตรสีเทาถูกหยิบออกมา ก่อนจะสอดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อบนอกของพนักงานหนุ่มหน้าใหม่ สายตาของเพื่อนที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่มัธยมเปลือยความรู้สึกออกมาไม่เหลือ หลังจากเข้าใจว่าเขาตอนนี้ไม่มีเงิน ก็ดี คนเราจะรู้เช่นเห็นชาติกันก็ตอนลำบาก วสันต์ไม่ค่อยเข้าใจ ว่าอะไรทำให้เพื่อนพูดจาทับถมกันทั้งที่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้นผู้ช่วยหนุ่มก็ดึงเงินออกจากกระเป๋าเสื้อมาจูบเบาๆ ส่งยิ้มให้และเดินจากไป ร่างสูงตรงไปยังหน้าร้าน ซึ่งมีบอดีการ์ดคอยตรวจตราความเรียบร้อย หนึ่งในนั้นมีคนปลีกตัวเดินออกไปยืนสูบบุหรี่บริเวณลานจอดรถ รองประธานหนุ่มจึงเดินตามไป “รับจ๊อบพิเศษหรือเปล่า” “อ้าว! คุณเรนนี่ ออกมานอกร้านเดี๋ยวเจ๊ว่าเอานะครับ” “ว่าไง รับไหม? สามพันรู้กันสองคน” แบงก์สีเทาสองใบถูกหยิบออกจากกระเป๋าหนังสีดำรวมกับที่เพิ่งได้จากอดีตเพื่อน “ให้ทำอะไรครับ” “เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส สีขาว ทะเบียน1กข 23xx” ปลายนิ้วเรียวชี้ไปยังรถยนต์ที่จอดอยู่ห่างออกไป “ไปเจาะยางให้หน่อย” “นั่นรถลูกค้านะครับ!” “เพื่อนกัน แค่แกล้งกันเล่นๆ” ดวงตาคมขยิบตา พร้อมกับยัดค่าจ้างใส่ในกระเป๋าเสื้อหน้าอกแบบเดียวกับที่เพิ่งถูกกระทำมา “เรนนี่ไม่พูด พี่ไม่พูด ไม่มีใครรู้” “คะ ครับ!” คนจ้างวานกระตุกยิ้มพึงพอใจ ถือซะว่าส่งท้ายมิตรภาพที่มีให้กันมาอย่างยาวนาน โชคดีนะมึง! ผู้ช่วยบาร์เทนเดอร์หนุ่มเดินกลับเข้ามาทำงานในร้านตามปกติไร้พิรุธ แถมยังอารมณ์ดีกว่าเดิมเสียอีก คอยแนะนำเครื่องดื่ม ชงให้แขกเปิดไวน์เปิดเหล้าไม่พัก จนต้องเดินเข้าออกห้องเก็บเครื่องดื่มหลายสิบรอบ “ถามอะไรหน่อยสิ เป็นอะไรกับคิมหันต์” จู่ๆ เข็มทิศก็เอ่ยพาดพิงชื่อพี่ชายคนโตของเพลย์บอยหนุ่มขึ้นมา รู้จักพี่ชายของเขา? “น้อง” คำตอบสั้นๆ ได้ใจความ ก่อนจะเดินไปบริการลูกค้าไม่รอฟังอีกคนพูดอะไรต่อ กระทั่งงานวันแรกเสร็จสิ้นลง บริกรทำหน้าที่เก็บโต๊ะ แม่บ้านเร่งทำความสะอาดห้องน้ำและพื้นของผับเตรียมกลับบ้านพักผ่อน ส่วนของบาร์เทนเดอร์หน้าใหม่สองคนก็ช่วยกันเคลียร์ของหลังเคาน์เตอร์บาร์ “ทำงานเก่งนี่” เข็มทิศเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาขึ้นมาใหม่อีกครั้ง แต่อีกฝ่ายนอกจากจะไม่ตอบ ยังยักไหล่กวนตีนพลางเขย่ากระบอกชงเครื่องดื่มแล้วเปิดฝาเทมันลงบนแก้วฮูริแกนทรงสูง “ไม่มีคนสั่งแล้วทำทำไม? อยากอวดว่าทำเป็น?” น้ำเสียงและการเยาะเย้ยของเข็มทิศไม่ส่งผลอะไรกับชีวิตของคนตัวสูง ผลไม้สดถูกคีบวางตกแต่งด้านบนสุดของเครื่องดื่มม็อกเทลสีเบบี้พิงก์เป็นอย่างสุดท้าย ไม่ทันที่คนผิวแทนจะพูดจากยั่วยุอะไรต่อ เสียงบอดีการ์ดหน้าร้านก็ดังขึ้น ตามด้วยการที่พนักงานในร้านพากันวิ่งกรูออกไปด้านนอก “มีอะไรเหรอครับ” เข็มทิศกวักมือเรียกบริกรหนุ่มที่วิ่งรั้งท้ายเพื่อนเอาไว้มาเรียกถาม “ลูกค้าเมาแล้วต่อยกับบอดีการ์ดครับ เห็นบอกว่าล้อยางแบนแล้วโมโหอะไรเนี่ยแหละ” คนตอบก็ตอบแบบจับใจความไม่ได้ จากนั้นจึงวิ่งตามเพื่อนออกไปดูเขาตีกันนอกร้าน เข็มทิศเองก็ทิ้งผ้าเช็ดโต๊ะวิ่งไปดู ส่วนคนที่ดูจะรู้อะไรมากที่สุดกลับยืนหัวเราะคนเดียว แล้วนำแก้วม็อกเทลใส่ถาดเดินขึ้นชั้นสาม ทางโล่งเข้าข้างโจรอย่างเขาสุดๆ เพราะแม้แต่คนดูแลหน้าห้องของอาเจ๊เจ้าของร้านก็ยังวิ่งลงไปช่วยคุมสถานการณ์ด้านล่าง 💸💸💸วันนี้เฌอริตามีกำหนดการเข้าบริษัทเนื่องจากมีการปรับผังที่นั่งใหม่หลายแผนก หลายเดือนก่อนเธอไปที่บริษัทของครอบครัวสามี เห็นที่นั่งของแต่ละแผนกถูกจัดสรรให้พนักงานที่ต้องทำงานร่วมกับแผนกใกล้เคียงกันสามารถประสานงานได้สะดวกขึ้น จึงนำมาปรับใช้กับบริษัทตนเองเจ้าของใบหน้าหวานก้มๆ เงยๆ บริเวณโต๊ะทำงานใหม่ของพนักงานเป็นพักๆ เมื่อช่วยจัดการจัดโต๊ะทำงานใหม่เสร็จเรียบร้อย จึงเดินไปดูลูกน้องคนอื่นๆ ของตนเอง เพื่อตรวจดูความเรียบร้อย“เรียบร้อยดีไหมคะ” เจ้าของบริษัทสาวเอ่ยถามความเห็นลูกน้อง หลังจากเห็นว่าพนักงานกำลังง่วนอยู่กับการจัดโต๊ะ“เรียบร้อยดีค่ะคุณริต้า ได้คอมใหม่เครื่องแรงแบบนี้ พวกเราทำกราฟิกกันแบบสู้ตายแน่นอน” พนักงานสาวพูดกับเจ้านายพลางใช้นิ้วเคาะคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์เล่นอย่างพึงพอใจ“จริงค่ะ ผังใหม่ทำให้แอร์ที่นี่ก็เย็นฉ่ำปอดกว่าเดิม หนูพร้อมทำโอทียันเช้า” เสียงของพนักงานอีกคนตอบกลับมา พร้อมกับทำท่าทางอ้าแขน กางขารับความเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานเฌอริตาหลุดหัวเราะกับท่าทางทะเล้นของลูกน้อง ไม่คิดว่าเรื่องเล็กๆ น้อยๆ หากมีการแก้ไขปรับเปลี่ยนจะส่งผลดีต่อระบบการทำงานขนาดนี้“ลงโอท
หลายเดือนต่อมาทันทีที่วาสิตาอายุครบหนึ่งขวบ อากงกับอาม่าก็รีบมาขอหลานไปนอนค้างที่บ้านด้วยกันตลอดวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่เด็กน้อยที่ปกติจะว่านอนสอนง่ายของพ่อกับแม่ วันนี้กลับแสดงท่าทีงอแง ไม่อยากจากบ้านไปไหนถึงขั้นแอบหนีไปซ่อนตัวในห้องน้ำ ลำบากถึงเฌอริตาและวสันต์ต้องมาเคาะประตูเรียกลูกสาวให้ออกมาคุยกันแต่โดยดีวสันต์รู้ว่าลูกรักตนเองมาก เนื่องจากภรรยาเป็นคนค่อนข้างเข้มงวด ในขณะที่เขาตามใจลูกสาวแทบทุกอย่าง สามีหนุ่มจึงอาสาพูดกับลูกสาวเอง“วาวาน้อย~ ได้ยินเสียงป๊าไหมคะ?”“ดะ ได้จิน!”“ไม่อยากไปนอนค้างกับอาม่าเหรอ? บ้านอาม่ามีเจ๊รินด้วยนะ” คุณพ่อยังหนุ่มเอาชื่อลูกสาวของพี่ชายคนโตมาหลอกล่อ รู้ดีว่ายัยตัวเล็กทั้งรักทั้งหลงลูกพี่ลูกน้องตนเองมาก“มะ ม่าย~”เสียงของลูกปฏิเสธไม่เต็มเสียงนัก คนเป็นพ่อจึงรู้ว่ายังพอมีหวัง สามีหนุ่มหันไปขอคำปรึกษาจากภรรยา หาสาเหตุที่ลูกไม่ยอมไปค้างบ้านปู่กับย่า“ทำไมลูกไม่อยากไปค้างบ้านพ่อกับแม่นะ”เฌอริตามองหน้าพ่อแม่สามีด้วยความเกรงใจ หลุบตานึกถึงสาเหตุแบบเด็กๆ ที่ทำให้ลูกคิดว่าตัวเองต้องอยู่ที่นี่เท่านั้น“บางทีลูกอาจจะติดน้องเน่า”คนเป็นสามีดีดนิ้วดัง 'เป๊าะ!' ค
หลายเดือนต่อมาเฌอริตาลืมตาตื่นขึ้นมาในบ่ายวันหนึ่ง เมื่อคืนวาสิตามีไข้จนร้องไห้โยเยไม่ยอมนอน กว่าเธอและวสันต์จะกล่อมลูกให้หลับลงได้น้ำนมก็แทบหมดเต้า เช้านี้หลังจากตื่นขึ้นมาให้นมลูกและพายัยตัวเล็กเดินเล่นรอบบ้านจนหนำใจ เฌอริตาจึงสลบไสลพร้อมกับลูกสาวจนบ่ายคุณแม่คนสวยเดินลงมาหาลูกสาวชั้นล่าง เนื่องจากเดินไปหาลูกที่เปลนอนแล้วพบเพียงความว่างเปล่า นั่นแปลว่าคนเป็นพ่อคงพาลูกสาวลงมาเล่นชั้นล่างก่อนแล้วแต่กลับไม่เจอทั้งสามีและลูก...“พี่น้อย เรนนี่กับวาวาอยู่ไหนคะ?” เธอเดินไปถึงในครัวเพื่อถามเอาคำตอบกับแม่บ้าน“ขับรถออกไปข้างนอกตั้งแต่เที่ยงแล้วค่ะ”เฌอริตาเลิกคิ้วสูง รู้สึกงุนงงที่จู่ๆ สามีพาลูกสาวออกไปข้างนอกโดยไม่ได้ปลุกเธอให้ไปด้วยกัน“คุณเรนนี่ฝากบอกว่า ห้ามอาเจ๊ขางอนนะคะ เพราะเรนนี่ปลุกแล้วแต่อาเจ๊ขาไม่ตื่นเอง” ประโยคหลังแม่บ้านวัยกลางคนใส่จริตจีบปากจีบคอพูดราวกับสามีเธอกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเฌอริตาจึงส่ายหน้าเอือม ก่อนจะเดินกลับขึ้นมาที่ห้องนอน กดโทรออกหาเขาด้วยตนเอง'ตื๊ดดด...' (คนสวยขาตื่นแล้ว~) น้ำเสียงล้อเลียนของสามีดังลอดมาจากปลายสาย ไม่ทันที่เฌอริตาจะถามว่าเขาพาลูกออกไปไหน หญิ
สองปีต่อมา สนามบินสุวรรณภูมิร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเทาสวมทับเสื้อเชิ้ตสีแดงเลือดหมูยืนรอรับสัมภาระของตนเองบริเวณจุดรับกระเป๋าภายในอาคารผู้โดยสารขาเข้า ด้วยความสูงเกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรกับท่ายืนดูภูมิฐานสง่างาม ทำให้เป็นที่สะดุดตาแก่บรรดาลูกเรือสาวที่เครื่องเพิ่งแลนด์ดิ้งลงบนภาคพื้นดินได้ไม่ยากวสันต์มองแค่หางตา ก็รู้ว่ากำลังมีกลุ่มแอร์โฮสเตสสาวจากสายการบินที่ตนเองใช้เดินทางกลับมาประเทศกำลังมองมายังเขา และดูเหมือนพวกเธอกำลังเชียร์เพื่อนที่ตัวเล็กและดูน่ารักที่สุดในกลุ่มให้เข้ามาทำความรู้จักตนเอง'ตึกๆ ตึกๆ'เสียงรองเท้าหุ้มส้นสีดำค่อยๆ ดังเข้ามาใกล้ตนเองเรื่อยๆ และเป็นจังหวะเดียวกันกับสัมภาระที่รอคอยถูกสายพานลำเลียงมาถึงจุดที่ยืนอยู่ รองประธานหนุ่มจึงหันไปสนใจกระเป๋าล้อลากของตนเองพร้อมกับยกมันลงมาวางบนพื้น“สวัสดีค่ะ” น้ำเสียงหวานฉบับสาวทำงานบริการบนเครื่องบินดังขึ้นจากทางด้านขวามือ“ครับ?”รองประธานหนุ่มสะกดคำว่า 'ฉิบหาย' ซ้ำๆ ในใจ แม้จะรู้อยู่แล้วว่าเธอกำลังเดินเข้ามาหา ยังอดทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แสร้งแปลกใจกับการถูกคนแปลกหน้าทักไม่ได้“คุณเป็นผู้โดยสารชั้นบิสเนสคลาสลำเดียวกันกับ
เจ้าของผับสาวกลายเป็นเจ้าของศิริประภาพันธ์กรุป ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังของประเทศภายในไม่กี่สัปดาห์ การได้รู้จักกับตระกูลวรหิรัญทำให้เฌอริตามีมุมมองทางธุรกิจที่กว้างขวางขึ้นเจ้าสัวหลี่ผู้เกษียณตนเองไปอยู่เบื้องหลังธุรกิจของครอบครัวสละเวลาให้คำปรึกษาเกี่ยวกับแนวทางการบริหารให้แก่เฌอริตาเท่าที่ท่านจะสามารถทำได้ ความกังวลเรื่องการบริหารธุรกิจขนาดใหญ่ทั้งที่ตนเองจบบัญชีมา ถูกเจ้าสัวหลี่หาทางออกให้ได้อย่างไร้ที่ติ'ลื้อบริหารไม่เป็น ก็จ้างคนบริหารเป็นมาทำ อย่าดันทุรังทำเอง เดี๋ยวนี้มีคนเก่งๆ มีความเชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์เยอะแยะ ลื้อคุมบัดเจ็ต จ้างคนมีประสบการณ์มาบริหารไปเลย'เฌอริตาจึงลงทุนดึงนักธุรกิจชาวฮ่องกงมากฝีมือที่ผ่านการบริการอสังหาริมทรัพย์ในฮ่องกง มารับตำแหน่งซีอีโอคนใหม่ของศิริประภาพันธ์กรุป ซึ่งเขาคนนั้นก็เก่งมากเสียด้วย ไม่เพียงแต่มีทัศนวิสัยเกี่ยวกับการขยายธุรกิจในประเทศ ยังให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการบริหารภายในองค์กรให้มีหลายระบบคอยตรวจสอบถ่วงดุลซึ่งกันและกันเธอไม่แปลกใจเลยว่าทำไมลูกชายทั้งสามคนของวรหิรัญถึงได้เก่งจนสามารถช่วยกันบริหารธุรกิจของครอบครัวด้วยตนเองได้ เพรา
เฌอริตากลับมาที่เชอร์รี่ผับในรอบหลายวัน เอกสารมากมายรอให้เธอจัดการ จนต้องใช้เวลาเกือบครึ่งค่อนวันกว่าจะจัดระเบียบเอกสารได้บางทีคงถึงเวลาหาฝ่ายบัญชีเข้าร้าน อีกหน่อยเธอต้องกลับไปดูแลธุรกิจของครอบครัว ดังนั้นอะไรที่สามารถให้คนอื่นช่วยดูแลได้ก็ควรจะหาคนมาช่วยจัดการให้เรียบร้อยกระทั่งนาฬิกาปลุกดังแจ้งเตือนว่าถึงเวลานัดหมาย คนตัวเล็กจึงหยิบตลับแป้งขึ้นมาซับความมันส่วนเกินบนใบหน้า ก่อนจะสะพายกระเป๋าลงไปรอคนที่จะมารับไปกินมื้อเย็นด้วยกัน“เจ๊ริต้ารอพี่เรนนี่เหรอคะ?” เสียงของแยมมี่ดังขึ้นจากมุมหนึ่งของร้านพนักงานคนอื่นๆ พลอยเงยหน้าจากการกินมื้อเย็น หันมามองยังเจ้าของร้านสาวเป็นตาเดียว“อืม เขามาแล้วเหรอ?”“ยังเลยค่ะ แต่แยมมี่เดาได้เพราะพี่หล่อเพิ่งมาบอกว่าเจ๊ริต้ากับพี่เรนนี่เป็นแฟนกัน”พี่หล่อ? หนึ่งในบอดีการ์ดตรวจบัตรหน้าร้านที่เธอให้ไปช่วยยืนคุมเชิงไม่ให้พ่อตุกติกวันนี้ใช่หรือเปล่า“แล้ว...เป็นแฟนกันจริงๆ เหรอคะ” พูดจบแคชเชียร์สาวก็เม้มปากมองหน้าเจ้านาย คนอื่นๆ ที่นั่งกินข้าวกันอยู่จึงหันมารอฟังคำตอบด้วยความอยากรู้“จริงสิคะแยมมี่”เฮือก!!เสียงทุ้มคุ้นหูจากใครบางคนดังขึ้นมาจากหน้าประตู
เฌอริตาในชุดเดรสสีดำสวมทับด้วยสูทเป็นทางการ นั่งกอดอกมองพ่ออ่านเอกสารการทุจริตของตนเองที่ทางทนายความที่พามาด้วยส่งให้ใบหน้าใต้กรอบแว่นของทนายหนุ่มยิ้มเย็นคอยคุมสถานการณ์ เธอจึงไม่ต้องปริปากพูดอะไรด้วยซ้ำ ต้องขอบคุณว่าที่พี่เขยอย่างเหมันต์ ที่เอื้อเฟื้อส่งคอนแทกต์ทนายเก่งกาจขนาดนี้มาช่วยงานสีหน้าข
หลายวันต่อมาข่าวการถูกไล่ออกของศัตรูคู่แข่งทำให้เข็มทิศนั่งกระหยิ่มใจลำพังบนเคาน์เตอร์บาร์ ในที่สุดพื้นที่ด้านหลังบาร์ทั้งหมดก็กลายเป็นของเขาเพียงคนเดียวซึ่งมันก็ควรเป็นแบบนี้ตั้งแต่ต้น เพราะไอ้เวรนั่นทำให้ซีนใหญ่ในร้านที่ควรจะเป็นเขาถูกแย่ง ไม่ว่าลูกค้ากี่คนต่อกี่คนมานั่งที่บาร์ วสันต์ก็เก็บเข้า
นับตั้งแต่วสันต์ตัดสินใจสารภาพเรื่องที่ตนเองจ้างดีเจป๊อปปี้ไปจีบเข็มทิศเพื่อถ่ายคลิปแบล็กเมลตัดคู่แข่ง เฌอริตาก็เอาแต่นั่งพิงหัวเตียงกระชับผ้าห่มคลุมกายบ่นคนนิสัยไม่ดีไม่หยุดหลายนาที“นายนี่มันตัวสร้างเรื่อง! ขยันหาแต่เรื่องมาให้!” เธอบ่นด้วยประโยคเดิมๆ พร้อมกับใช้ใบหน้าหงิกงอปรายตามองวิดีโอจากจอโท
แกรก~!ด้ามจับประตูถูกมือหนากดลงเปิดให้บาร์เทนเดอร์หนุ่มเข้าไปในห้อง ไม่ทันที่วสันต์จะออกปากขออนุญาตเข้าไปข้างใน ก็ต้องเงียบฟังเพราะดันได้ยินอะไรดีๆ เข้าเฌอริตานั่งบนเก้าอี้หันหลังให้โต๊ะทำงาน ยกมือแนบหูคุยโทรศัพท์เสียงดัง ไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่ามีคนเปิดประตูห้องทำงานตนเองเข้ามาแล้ว“ริต้าก็ทำตามที่







