Beranda / LGBTQ+ / รักต้องมนตร์ คนต้องสาป / ต้องเชื่อเท่านั้น

Share

ต้องเชื่อเท่านั้น

last update Tanggal publikasi: 2025-11-10 00:58:23

3

ต้องเชื่อเท่านั้น

“พี่มีน ช่วยลิสต์รายการสัมภาระให้จันทร์หน่อยได้มั้ย จันทร์จะไปร่างสัญญาจ้างงานของคีรี”

“ได้สิ เดี๋ยวพี่ไปปรึกษาลุงเฉิน อย่างไงซะคนเตรียมของก็คือพี่ ไม่รู้ลุงเฉินหาคนไว้กี่คนจะได้เตรียมของให้พอกับจำนวนคน” คนสวยของผมใจดีเสมอจริง ๆ ไหว้วานอะไรไม่เคยขัด จัดให้ตลอด ผมคิดว่าหลังจัดการหนังสือจ้างงานชั่วคราวนี่เสร็จจะไปคุยกับพรานพงสักหน่อย ไม่รู้ว่าการเดินทางนี้ใช้เวลากี่วันเราจะได้จัดเตรียมอาหารเครื่องดื่มยารักษาโรคไปให้พอดี

นอกจากคุยกับพรานพงแล้วผมยังต้องไปรายงานนายท่านคีรีที่บ้านของเขาอีก ช่างเป็นช่วงฉุกละหุกจริง ๆ เหมือนทุกอย่างอยู่ในช่วงเวลารีบเร่ง

“นายท่านรอคุณอยู่ข้างใน เชิญ” ผู้ชายคนเมื่อคราวก่อนเปิดประตูรั้วรอตั้งแต่ผมยังไม่ทันได้จอดดีเสียด้วยซ้ำ เหมือนเขารู้ว่าผมจะมา พอปิดประตูรถเสร็จก็เดินตามเขาเข้าไปในบ้าน

พันคีรีนั่งรอผมอยู่กลางห้องนั่งเล่น ไม่ใช่ห้องคราวก่อนที่ผมเข้าไป ห้องนั่งเล่นเป็นกระจกทุกด้าน ถึงจะมีแดดส่องแต่ก็ถูกต้นไม้บดบังไม่มีแสงแดดพาดผ่านตัวบ้านเลย ทั้งยังเย็นสบายจนน่าแปลกอีกต่างหาก

ต้องเป็นเพราะในบ้านทาสีกันความร้อนแน่

“ไหน รายการสัมภาระ” เขาว่าด้วยท่าทีสบาย ๆ พลางยื่นมือมาตรงหน้า ผมล้วงกระดาษลิสต์รายการสัมภาระเล็กใหญ่ออกมาให้ คีรีไม่พูดอะไรหยิบมันไปอ่านอยู่พักหนึ่ง

“ครบดี ถือว่ารอบครอบ”

“แน่นอนครับ ยังไงซะตระกูลผมก็เคยเข้าป่ามาก่อน”

“ถ้างั้นจะต้องการผมไปทำไม” นั่นสิถ้าผมจะมั่นหน้าขนาดนี้จะอยากได้เขาไปทำไม พอผมเงียบอึกอักเขาก็หัวเราะหึ ๆ ขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ดูท่าทางต่างจากคนเมื่อสองวันก่อนมากหรือเขาเป็นไบโพลาร์หรือโรคหลายบุคลิกอะไรประเภทนั้น

“ชื่อณจันทร์สินะ”

“ครับ ชื่อณจันทร์ คนสนิทเรียกหนูจันทร์ ลูกน้องเรียกคุณหนูจันทร์ คีรีสะดวกเรียกแบบไหนก็ตามสบาย”

“ณจันทร์”

“ครับ”

“อีกหกวันเดินทางได้ มีปัญหาหรือเปล่า” จู่ ๆ เขาก็นัดวันออกเดินทางเองเสร็จสรรพทั้งที่ควรถามคนที่เป็นนายจ้างอย่างผมมากกว่า กล้ามเนื้อเหนือดวงตาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

ที่จริงมันก็ไม่มีปัญหา แต่ปัญหาคือทำไมเขาต้องจัดแจ้งนัดวันเวลาออกเดินทางเองแบบนี้

“พรุ่งนี้ฝนจะตกและตกสองวันติดเดินทางไม่ได้” เหมือนเขาจะรู้ว่าผมกำลังสงสัยอะไรอยู่จึงบอกออกมา ไม่เพียงน่าเกรงขามผมว่าตอนนี้เขาชักน่ากลัวหน่อย ๆ แล้วล่ะ หรือเขาอ่านใจคนได้

“ถ้างั้นจะให้ผมมารับที่นี่แล้วออกเดินทางหรือคุณอยากออกไปเอง”

“เจอกันที่บ้าน ณจันทร์” ทำไมเขาถึงชอบพูดคลุมเครือแบบนั้นกันนะ ถึงมันจะเข้าใจได้แต่มันก็สามารถเข้าใจคลาดเคลื่อนได้นี่นา ผมมีความสงสัยเกี่ยวกับตัวเขามากมายทำได้เพียงบอกตนเองว่าอย่าสาระแน นี่ไม่ใช่เรื่องที่ผมควรสนใจ

“คีรี อยากให้พวกเราเตรียมของให้คุณด้วยหรือเปล่า”

“ไม่ต้องเตรียมให้ผม แค่เตรียมให้หมอนั่นก็พอ” เขาว่าพลางเหล่ตามองลูกกระจ๊อกตนเองที่รออยู่นอกห้องนั่งเล่น

“ผมเอาหนังสือสัญญาว่าจ้างมาให้คุณอ่านรายละเอียดด้วย”

“ไม่จำเป็น ครั้งนี้ผมไม่รับเงินถ้าอยากจะให้ก็ให้หมอนั่นแทน” ผมงงกว่าเดิมเสียอีก คนทั้งวงการบอกว่าพันคีรีค่าตัวแพงมากและไม่ใช่ว่าใครก็สามารถเชิญเขามาได้ ครั้งแรกเรายังคิดว่าเขาไม่ยอมไปเพราะเงินน้อย แต่นี่กลับไม่รับเงินไม่แปลกหน่อยแล้ว แปลกเกินไป

ถ้ายังงั้น”

“ผมมีเหตุผลของผม พวกคุณแค่เตรียมตัวให้พร้อมก็พอ ผมรับรองด้วยชีวิตว่าคุณจะปลอดภัย” เขาพูดแค่นั้นก็นั่งไขว้ห้างจิบกาแฟอย่างสบายใจ หมายถึงหมดเรื่องจะพูดและกำลังไล่ผมอยู่สินะไอ้ท่าทางแบบนี้

“หนูจันทร์จะเดินทางตอนไหน”

“คีรีบอกว่าให้เดินทางอีกหกวันข้างหน้า ฝนจะตกสองวันเดินทางลำบาก”

“ถ้าคีรีบอกแบบนั้นก็รออีกสักหน่อยเถอะ” ลุงเฉินบอกผมพร้อมกับแตะไหล่เบา ๆ ผมไม่ได้คิดจะไปก่อนเวลาหรอก ในเมื่อเชิญมาแล้วก็ต้องยอมเชื่อแหละ จะมีเวลาเตรียมกันอีกหลายวัน

พี่มีนเดินเข้ามายังโถงนั่งเล่นหลังจากไปจัดการเตรียมสัมภาระให้พร้อมสำหรับการเดินทาง พรานพงบอกว่าการเดินทางเข้าออกคงใช้เวลาเกือบสี่สัปดาห์ ลุงเฉินเลยสั่งให้พี่มีนเตรียมของเผื่อไปถึงหกสัปดาห์ เราต้องนั่งรถหนึ่งคืนไปถึงภาคเหนือ เกือบสุดเขตประเทศเพื่อเข้าสู่ป่าดิบเขาซึ่งเป็นจุดเริ่มเป้าหมายในครั้งนี้

“เป็นไงบ้างพี่มีน เหนื่อยหรือเปล่า”

“แค่นี้เอง พอดีต้องไปเตรียมพวกยารักษาโรคน่ะเลยนานหน่อย แล้วทางหนูจันทร์ล่ะราบรื่นหรือเปล่า” หน้าผมคงบอกว่าเซ็ง พี่มีนถึงยื่นมือมาลูบหัวเบา ๆ นั่งลงข้างตัวผม

ลุงเฉินแฟ้มประวัติผู้ร่วมทางที่เตรียมไว้ให้ผมกับพี่มีนได้รู้จักก่อนจะเริ่มงานกัน แม้ทุกคนจะรู้จักผมกับพี่มีนอยู่แล้วก็ตาม

“ครั้งนี้ลุงเตรียมคนนอกบริษัทให้อีกหกคน คนของเราคุ้นกับการเดินป่า แต่ไม่คุ้นเคยกับการผจญอันตรายนอกเหนือจากป่า” ผมกับพี่มีนพยักหน้าให้ลุงเฉิน มือก็เปิดแป้มประวัติอ่านไปเรื่อย คนร่วมทางทั้งหมดรวมผม พี่มีนและคีรีก็สิบเจ็ดคนพอดี

ถ้าไม่มีอะไรเพิ่มเติมก็มีกันเท่านี้อีกหกวันเดินทางได้ ผมอยากรู้เต็มที่ว่าไอ้อาการบ้าบอนี่ของผมมันเกิดจากอะไรเหมือนกัน

วางแผนการเดินทางเสร็จทุกคนก็แยกย้ายกันขึ้นห้องไปพักผ่อน จัดการธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย ผมนอนดูซีรีส์ในไอแพดกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงไม่รู้ว่าจะทำอะไร ระหว่างที่รอปริมตอบกลับมา ครั้งก่อนปริมบอกว่าจะไปด้วยพอถึงเวลาต้องไปผมก็เลยอยากคุยกับปริมให้รู้เรื่องเสียก่อน

ปริม: หลับยัง

จันจันทร์: ยังเลย ดูซีรีส์อยู่

ปริม: จะไปวันไหน

จันจันทร์: อีกหกวัน มันอันตรายมากๆ เราไม่อยากให้ปริมไปเสี่ยงอันตรายเพราะเรา ไว้เรากลับมาจะเลี้ยงข้าว อย่าไปเลย

ปริม: ไม่ เราจะไปด้วย เราเป็นห่วง

ผมอ่านแต่ไม่ได้ตอบกลับเพราะอยู่ ๆ ตาก็พร่า เปลือกตาหนักมาก หนักจนผมฝืนไม่ไหวหลับคาไอแพดและมือถือในที่สุด รู้ตัวอีกทีก็เช้ามือวันต่อมา

พอดีกับผมไม่รู้จะห้ามปริมไหวหรือเปล่าเลยเลือกไม่ตอบดีกว่า ปริมส่งข้อความมาอีกหลายครั้ง ผมเลือกไม่ตอบและเตรียมตัวเก็บข้าวของ เสื้อผ้าอีกสักสองสามชุดเผื่อต้องเปลี่ยนระหว่างเดินทาง

หวังว่าในป่าจะมีโอกาสได้ซักผ้าสักครั้ง ไอ้เรามันคนรักสะอาดด้วย ใส่เสื้อซ้ำกันหลายวันพาลจะเป็นภูมิแพ้ไปซะ ถึงรู้ว่าที่จะไปคือป่า ก็ไม่วายเลือกเสื้อผ้าสีสว่างอย่างขาวชมพูครีมแบบที่ชอบไปแทนที่จะสีเข้มอย่างพวกน้ำเงิน ดำเทา

ผมทำใจใส่เสื้อผ้าสีโทนเข้มไม่ได้จริง ๆ มันทำให้ผมหดหู่ไม่มีแรง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักต้องมนตร์ คนต้องสาป   บทส่งท้าย

    บทส่งท้ายบันทึกพิเศษ : คีรีตลอดเวลาที่ถูกผนึกอยู่หลังกำแพงแก้วผมไม่รู้สึกเจ็บปวดที่ถูกสูบเลือดเพื่อยับยั้งพลังวิญญาณร้ายเลยสักนิด ไม่มีสักวินาทีที่ไม่คิดถึงเด็กหน้าขาว ทำอะไรไม่เป็นสักอย่างนอกจากยิงปีนที่ชื่อณจัน อย่าว่าแต่ณจันแปลกใจที่ผมทำแบบนี้ เพราะแม้แต่ผมเองก็แปลกใจเหมือนกันที่ยอมถูกผนึกในกำแพงแก้วตั้งสิบสามปี เพื่อแลกกับอิสรภาพและชีวิตของเด็กคนนั้นไม่รู้ตั้งแต่ตอนไหนที่ผมเริ่มฝันเห็นเด็กหน้าขาวคนหนึ่ง ในฝันผมเด็กคนนั้นมักจะยิ้มให้ผมด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสาเสมอ ผมฝันอยู่แบบนั้นเกือบสิบปี จำได้แค่ใบหน้าและรอยยิ้ม พอฝันบ่อยเข้ามันก็กลายเป็นผูกพันเหมือนเราทั้งสองสนิทกัน ทั้งที่ความเป็นจริงเราไม่เคยรู้จักกันเลยแม้แต่น้อย กระทั่งวันที่ผมได้เจอเด็กคนนั้นในบ้านตนเอง และเป็นวันเดียวกับที่ผมได้รับรู้ว่าณจันคือทายาทผู้ช่วงชิงตราแต่เดิมผมต้องลงโทษเพื่อให้ทายาทผู้ช่วงชิงชดใช้ความผิด แต่แค่เห็นหน้าเด็กคนนั้นผมก็ทนทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว ผมเลยอยากพาเด็กนั้นไปและค่อย ๆ เล่าเรื่องให้ฟัง

  • รักต้องมนตร์ คนต้องสาป   ผมไม่ยอม [END]

    42ผมไม่ยอม“หยุดเดี๋ยวนี้นะคีรี” ร่างโชกเลือดตรงหน้าไม่อยู่ในสายตาอีกต่อไป หลังจากได้ยินคำว่าลาก่อนจากปากคน ๆ นั้น ผมตะโกนสั่งเขาเสียงเข้มพร้อมกับออกวิ่งสุดชีวิตเพื่อไปให้ถึงกำแพงแก้ว“เมื่อกี้คุณหมายความว่ายังไง ทำไมถึงพูดว่าลาก่อนกับผม ว่ายังไง?” ผมไม่รู้ว่าเขาหมายความว่าอย่างไร แต่คิดว่าทั้งหมดต้องเกี่ยวกับตราทองพวกนี้ ผมเลยแย่งตราทองในมือเขามาถือเอาไว้ซึ่งคีรีก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร ผมถามย้ำเพราะเขาอึกอักไม่ยอมตอบ“ผมขอร้อง อย่าให้ผมไม่รู้อะไรอยู่แบบนี้เลย” ดูเหมือนคีรีจะใจอ่อนกับน้ำเสียงเศร้าสร้อยของผม“ผมเคยบอกณจันแล้วว่าตราทองใช้ปิดผนึกวิญญาณร้ายในเทวาลัย ซึ่งของสิ่งนั้นอยู่หลังกำแพงแก้วนี่ หากทำลายสลักด้วยการใส่ตราทองกลับด้านจะปลดปล่อยวิญญาณร้ายออกมา และวิญญาณร้ายนั่นจะมอบสิ่งตอบแทนให้สามอย่าง”“...”“เทวทูตมีหน้าที่ปกป้องไม่ให้วิญญาณร้ายหลุดออกจากเทวาลัยและมีหน้าที่ตามหาผู้ครอบครองเทวาลัยตัวจริง

  • รักต้องมนตร์ คนต้องสาป   เป็นตาย

    41เป็นตาย“ณจันเจ็บหรือเปล่า” เขาถามเสียงนุ่มนวลอ่อนโยนต่างจากประโยคคำสั่งเมื่อครู่ลิบลับ ผมส่ายหน้าให้เป็นคำตอบ ไม่นานทีมของพวกเราก็วิ่งกระหืดกระหอบตามมา ทั้งสองฝ่ายจ่อปากกระบอกปีนหากันไม่มีใครยอมใคร“ปล่อยหนูจันเดี๋ยวนี้” พี่มีนตะคอกเสียงใส่นายเปรม ผมรู้เลยว่าเธอกำลังกังวลมากแค่ไหนในตอนนี้ แต่เธอต้องควบคุมสติให้ได้มากที่สุด“ลองใช้ตาและสติให้ดีว่าตอนนี้ใครเป็นฝ่ายได้เปรียบ พวกฉันก็มีเยอะกว่า อาวุธเยอะกว่า แล้วนี่ตัวประกันใครที่มีสิทธิ์สั่งพวกแกคิดดูสิ” นายเปรมตอบพี่มีนพลางใช้ปีนชี้ไปชี้มา ไม่มีความเกรงกลัวเลย พวกนายเปรมเยอะกว่าเราแค่เล็กน้อย สภาพสะบักสะบอมกว่าแต่อาวุธครบมือ และที่สำคัญมันมีตัวประกัน แค่คิดตามนี้พวกมันก็มีภาษีมากกว่าจริง ๆ“แล้วแกจะเอายังไง ของก็ได้ไปแล้ว” มันได้ของไปแล้วไม่น่าจะมีอะไรที่ต้องการ เลยหันไปถามมันเด้วยตนเอง ไม่มีความจำเป็นที่จะเอาผมไป

  • รักต้องมนตร์ คนต้องสาป   จดหมายสุดท้าย

    40จุดหมายสุดท้ายเดินเท้าต่ออีกครึ่งวันเราก็มาถึงน้ำตกที่คีรีบอก น้ำตกสูงไม่มีชั้น เป็นเทือกเขาหินสูง มีช่องว่างหนึ่งช่องให้น้ำตกลงมา ด้านล่างเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่น้ำใสสีฟ้าครามไหลไปตามลำธารกว้าง ดูงดงามแปลกตาไม่น้อยมันคือน้ำตกที่ผมเคยเห็นในฝันไม่ผิดแน่ที่นี่แหละ...คีรีให้พวกเราข้ามลำธารไปอยู่อีกฝั่ง งูพวกนั้นไม่น่าจะตามเราข้ามน้ำไปอีกฝั่ง ฉะนั้นการอยู่อีกฝั่งจึงถือเป็นการระวังภัยที่ดีที่สุดพอข้ามฝั่งมาได้ก็นั่งพักกันอยู่ริมน้ำ พรานพงกับคีรีพากันเดินสำรวจรอบ ๆ น้ำตก ว่ามีปากทางเข้าอยู่ตรงไหนหรือเปล่า ไปไม่นานสองคนนั้นก็เดินกลับมา“ไปพักซอกภูเขาหินนั่นดีกว่า ไม่ใกล้ไม่ไกลน้ำตกมากไป” เขาว่าจบคนอื่นก็พยักหน้า หยิบกระเป๋าเดินไปตามพรานพง มีแค่ผมที่นั่งอยุ่ริมแอ่งน้ำตกมองนาฬิกาเข็มทิศที่ปริมเคยใส่ ไม่มีน้ำตา ผมไม่คิดจะร้องไห้แต่ก็รู้สึกทำใจไม่ได้เมื

  • รักต้องมนตร์ คนต้องสาป   เสียงสั่งลา

    39เสียงสั่งลาผมนั่งพูด คีรีนั่งฟัง ตอบบ้างแสดงความคิดเห็นบ้างเป็นบางครั้งครึ่งค่อนคืนนี้มันทำให้ผมอยู่มาได้โดยไม่ง่วงเลย ถึงจะบอกว่าคุยกันแต่ผมกลับพูดคนเดียวซะส่วนใหญ่ รอบบริเวณไม่มีอะไรผิดปกตินอกจากความเงียบ เงียบ และเงียบ นั่นทำให้ผมยิ่งพูดมากขึ้นเพราะกลัวว่าถ้าเผลอเงียบไปด้วยจะหลับ“ณจัน” เดี๋ยวนี้แค่เขาเรียกผมด้วยเสียงเข้มคำเดียว ผมก็รับรู้แล้วว่ามีบางอยางผิดปกติไป สัญชาตญาณบอกผมว่ามีบางอย่างอันตรายผมรีบขยับตัวไปชิดคีรี มองซ้ายมองขวาหาว่าอะไรกันที่ผิดปกติ โดยลืมไปว่าตนเองได้ยินเสียงได้ไกลไม่เท่าคีรี“มีอะไรหรอคีรี”“เสียงงู” เข้าป่าหนึ่งอย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คืองูจริง ๆ แต่เราเจอมันบ่อยไปหรือเปล่า ผมเบะปากขึ้นมาเมื่อคิดถึงงูหลากหลายชนิดที่เราเจอ พอฟังเสียงเสร็จคีรีก็รีบฉุดผมลุกจากพื้นเพื่อสั่งงาน“ณจันไปบอกคนอื่นเตรียมตัวเก็บข้าวของ ถึงม

  • รักต้องมนตร์ คนต้องสาป   หมู่บ้านดิน

    38หมู่บ้านดินพี่มีนยังไม่ทันตอบอะไร ชาก็ชักเกร็ง เลือดไหลออกมาตามหู ตา จมูก สุดท้ายก็แน่นิ่งไป เขายังไม่ทันได้พูดสั่งเสียงอะไรเลยด้วยซ้ำ คงจะเป็นจริงอย่างพรานพงบอกถ้าโดนกัดเกินสามครั้ง ภายในครึ่งชั่วโมงไม่มีทางรอดผมรู้สึกผิดมากจนน้ำตาที่คิดว่าจะไหลก็ไม่ไหลลงมาสักหยด ผมใช้มือลูบปิดดวงตาที่เหลือกโปนปิดลงช้า ๆ“เราฝังเขาก่อนค่อยไปได้มั้ยพี่มีน” พี่มีนพยักหน้าเป็นคำตอบ สองสามคนช่วยกันแบกชาเดินตามผมไปตรงมุมหนึ่ง เราช่วยกันใช้พลั่วขุดหลุมบนดินที่เพิ่งราดน้ำลงไป ขุดกันอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงก็เพียงพอให้ฝังร่างเขาลงดิน“ผมขอโทษที่พาคุณมาทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ แต่ผมสัญญาจะดูแลครอบครัวคนข้างหลังของคุณเป็นการตอบแทน” หลังกลบฝังเสร็จผมก็ยกมือไหว้หลุมศพจำเป็นของเขา บอกกับเขาด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยจากนั้นลุกเดินตามคนอื่นไปข้างหน้าต่อถัดมาจากป่าและโขดหินนั้นก็เป็น

  • รักต้องมนตร์ คนต้องสาป   คุณจะกลับไปอย่างปลอดภัย

    35คุณจะกลับไปอย่างปลอดภัย“คุณจะได้กลับไปอย่างปลอดภัย” น้ำเสียงจริงจังหนักแน่นของคีรีทำผมหลุดจากภวังค์ พอผมเงยหน้ามองเขาก็ยิ้มให้เป็นรอยยิ

  • รักต้องมนตร์ คนต้องสาป   คนป่วย

    32คนป่วยเช้ามืดวันต่อมาคีรีอธิบายกับทุกคนว่าจะไปอย่างไรกันต่อ ทีแรกเราค่อนข้างกังวลเพราะต้องปีนผาสูง ไหนจะมีคนป่วยอีกสามคนที่ดูซึมมากขึ้น

  • รักต้องมนตร์ คนต้องสาป   ลานหินร่วง

    31ลานหินร่วงพักอยู่สิบนาทีก็เดินต่อ คีรีบอกเสียงเข้มไม่ว่ายังไงเราก็ต้องเดินผ่านลานหินกว้างนี้ก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน ผมไม่ได้ถามว่าทำไมแต่

  • รักต้องมนตร์ คนต้องสาป   เหลือบม่วง

    30เหลือบม่วงพอฟ้าเริ่มสว่างกองไฟก็ถูกดับ ทำให้มองเห็นรอบบริเวณได้ชัดเจนยิ่งขึ้น อาจเพราะแถบนี้อยู่ใกล้แม่น้ำจึงทำให้ต้นไม้ชูช่อดอก แซมใบอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status