LOGIN7
สงสัย
ลงจากผาเป็นรองสุดท้าย ผานี้ไม่ได้ลงง่ายอย่างที่คิดเลย ค่อย ๆ ไต่ลงก็ยังสงสัยว่าทำไมคีรีกับพรานพงลงไปได้เร็วขนาดนั้น นี่เกือบสิบห้านาทีผมยังลงไม่ถึงข้างล่างเลย
“พี่มีน” เสียงของผมดังในความมืดสงัดเกือบจะตีสี่แล้ว ตอนนี้แม้แต่เสียงนกร้องก็ไม่มี “หนูจันเป็นอะไรหรือเปล่า” ผมได้ยินเสียงพี่มีนมาจากด้านหลัง คิดว่าคงอีกไม่นานก็ถึงเพราะเสียงนั้นอยู่ใกล้มากแล้ว
แปลก...ผมได้ยินเสียงกุกกักข้างบน เงยหน้าไปก็เห็นแมลงตัวโตใหญ่กว่ากำปั้นตนเองเสียอีก มันไต่ลงมาตามเชือกกึ่งเร็วกึ่งช้า ถามว่ามืดขนาดนี้เห็นได้อย่างไร พอพี่มีนตอบเธอก็ฉายไฟมาที่เชือก ทำให้ผมเห็นสิ่งนั้นไปด้วย
รูปร่างคล้ายด้วงกวาง บนปีกไม่ได้เงาวาวเหมือนด้วงกวางกลับขรุขระ ไม่เรียบ ขาทั้งหกยาวไม่ต่างจากขาแมงมุม สองขาหน้าใหญ่กว่าสี่ขาหลัง ผมพบว่าบนขาของมันมีหนามเล็ก ๆ อยู่ ปากเหมือนปากตั๊กแตนแต่ใหญ่กว่ามาก เหมือนพร้อมจะสวบผมอยู่ตลอดเวลา
ผมจ้องมัน มันจ้องผม เหมือนมันจะตัดสินใจได้เลยจงใจพุ่งเข้าใส่หน้าที่จ้องมันอยู่ จังหวะนี้ไม่มีสติพอให้คิดอะไรได้ ความตกใจทำให้ผมเผลอปล่อยมือจากเชือก แมลงนั่นไม่สามารถเกาะตัวผมได้ ผมเองก็ไม่สามารถเกาะเชือกได้เช่นกัน
“ช่วยด้วย!” ผมตะโกนขณะร่วงตามแรงโน้มถ่วง มือพยายามคว้าเอาเชือกให้ได้ก่อนจะกระแทกพื้นตาย เกี่ยวได้เล็กน้อยแต่ไม่มีแรงพอจะหยุดแรงโน้มถ่วงนี้ได้ ความรู้สึกแสบร้อนปลายมือทำให้ผมรู้ว่าไม่มีหวังจะจับเชือกแล้ว
“เป็นอะไรหรือเปล่า” หัวใจเต้นแรงจนควบคุมไม่ได้ ถ้าลองตรวจคลื่นหัวใจมันอาจเต้นแรงกว่าหนึ่งร้อยหกสิบครั้งต่อนาทีด้วยซ้ำ มีสติพอทบทวนได้ว่าไม่ตายแล้ว ผมเลยถอนหายใจหันไปมองคนที่รับผมเอาไว้
พี่มีน ปริม และคนอื่นรีบวิ่งเข้ามาดู คีรีใช้มือเพียงข้างเดียวรองต้นคอของผมไว้ ก่อนจะตกถึงพื้น ความสงสัย ความตื่นเต้นมากมายในใจไม่อาจสงบ ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรออกมาก่อนดี ผมขยับปลายเท้าแค่นิดเดียวเท้าก็แตะพื้นแล้ว เขากะจังหวะ ความสูง และวิธีช่วยผมได้แม่นยำจริง ๆ ทั้งที่เขาไม่ควรจะเห็นว่าผมตกลงตรงไหน
“หนูจันเป็นอะไรทำไมถึงตกลงมาแบบนั้น” พี่มีนถามพร้อมกับพยุงผมให้ยืน ลูกทีมสองคนสุดท้ายที่คอยประกบก็ลงมาถึงพื้นพอดี ผมยังมึนงง หวาดเสียวไม่หาย ไม่ได้ตอบใครออกไป
“ผมตกใจที่เห็นแมลงน่ะก็เลยลืมตัวปล่อยมือ”
“ถ้าไม่เป็นอะไรก็ไปต่อก่อนเถอะ ห่างจากผาไว้” ผมไม่ได้ตอบคีรี พอพี่มีนมาช่วยเขาก็ปล่อยมือตนเองออกไปจากตัวผม แล้วบอกให้เรารีบออกเดินทางต่อทันที เขารู้บางอย่างแต่ไมยอมบอกพวกเราแน่นอน ยิ่งเดินทางด้วยกันทำให้รู้สึกว่าเขาลึกลับมากขึ้นไปอีก
“เดี๋ยวค่อยคุยกันเถอะ ผมว่าเรารีบไปอย่างที่นายคีรีบอกดีกว่า” ตอนคีรีพูดคนอื่นดูเหมือนไม่ใส่ใจจะเชื่อสักเท่าไร ผมเดาว่าเพราะคีรีดูเด็กเกินไป ผมเองก็มีอคติเล็ก ๆ เหมือนกันเลยไม่ค่อยอยากเชื่อเขา
“เดินไหวหรือเปล่า” พี่มีนถามแล้วสำรวจตามร่างกายผมว่ามีตรงไหนบาดเจ็บหรือเปล่า ปริมเงยหน้ามามองผม “ขี่หลังปริมมั้ย” ผมเหลือกตามองบนมันเขี้ยวคนเวอร์อย่างปริม
เราเดินผ่านลานดินลานหินกว้างใต้ผาออกมาห่างเกือบร้อยเมตร คีรีอนุญาตให้พวกเราพักต่อ จนกว่าฟ้าจะสว่างถึงเริ่มออกเดินทางอีกครั้งหนึ่ง
พื้นดินเย็นชื้นน้ำค้างจนเราต้องเอาผ้ายางกันน้ำออกมาปูพักผ่อน เราแยกย้ายกันพักผ่อนตามมุมต้นไม้ โขดหิน เนินดิน รอให้เช้าตามที่คีรีบอก ค่อยเดินทางต่อ ผมสงสัยว่าทำไมเราต้องรีบลงผาเลยแอบไปกระซิบถามพรานพง ดูเหมือนพรานพงเองก็ไม่รู้ “คุณรอดูพรุ่งนี้อย่างนายท่านบอกเถอะ” พรานพงบอกผมแค่นี้ก็แยกตัวออกไป
“พี่มีน พี่ว่าคีรีเขาแปลก ๆ มั้ย” ผมถามพี่มีน เธอนั่งเอนหลังพิงต้นไม้อยู่ฝั่งตรงข้าม เรื่องนี้มีแค่พี่มีนเท่านั้นที่ผมพูดด้วยได้ พูดกับคนอื่นกลัวว่าจะกลายเป็นระแวงคนกันในทีมเสียเปล่า ๆ ส่วนปริมปลีกตัวออกไปทำธุระส่วนตัว
“พี่ก็คิดเหมือนหนูจัน เขาแปลก ดูลึกลับ น่าเกรงขาม แต่ไม่ได้ดูเป็นคนไม่ดี”
“เขาดูรู้เรื่องราวที่นี่ดีกว่าพรานพงเสียอีก ผมเห็นพรานพงเดินเข้าไปถามอะไรเขาตลอดเลย” ผมถามพลางเอนตัวลงบนผ้าปูกันน้ำ สายตาพี่มีนมองนิ่งจุดโฟกัสนั้นอยู่ด้านหลังอย่างแน่นอน ไม่แน่ค่ำมืดแบบนี้พี่มีนอาจจะเห็นผีป่าหรืออะไรลึกลับ “ชู่!” พี่มีนทำเสียงให้ผมเงียบ แน่นอนสิ่งนั้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่ผมจินตนาการ
หากไม่ใช่สิ่งที่คิดก็คงเป็นคนที่เรากำลังนินทา ใช่แล้ว! เขาคือคนในหัวข้อการสนทนาอยู่นั่นเอง คีรีเดินตรงมาหาผมกับพี่มีน
“ใช้นี้สิ” คีรีย่อตัวชันเข่าไว้ข้างหนึ่ง ยื่นผ้าปิดแผลกันน้ำให้อันหนึ่ง ผมหันไปมองพี่มีนอย่างไม่เข้าใจว่าเขาต้องการจะทำอะไรกันแน่
“ผมว่าไม่น่าจะมีใครต้องใช้นะ” ผมตอบเขา ดันมือข้างที่มีผ้าปิดแผลคืนเขา ยิ้มแห้ง ๆ ให้ไป คีรียิ้มมุมปากสะบัดข้อมือตนเองฉวยข้อมือของผมหงายขึ้น วางผ้าปิดแผลลงบนฝ่ามือ “ที่นี่อากาศชื้น แมลงเยอะ บางชนิดก็ไวต่อกลิ่นเลือด ควรรีบทำแผล ถ้าปล่อยไว้อาจจะติดเชื้อ” คีรีบอกเนิบช้า มืออีกข้างรูดถุงมือหนังตรงนิ้วกลางลงจนสุด ผมสวมถุงมือหนังเปิดปลายนิ้ว
เขารูดถุงมือตรงนิ้วกลางออกผมถึงรู้ว่าตนเองมีแผลเลือดซิบ
“หนูจันเป็นแผลทำไมไม่บอกพี่” พี่มีนรีบถามเสียงแข็ง เธอเป็นห่วงผมเข้าใจแต่ผมเองก็ไม่รู้นี่นาว่าตนเองเป็นแผล น่าจะเพราะพยายามคว้าเชือกตอนตกจากผาแน่
“จันไม่รู้ว่าได้แผลมาตอนไหน”
ผมไม่รู้ไม่แปลกเท่าไร แต่เขารู้นี่สิแปลกเกินไปแล้ว...
บทส่งท้ายบันทึกพิเศษ : คีรีตลอดเวลาที่ถูกผนึกอยู่หลังกำแพงแก้วผมไม่รู้สึกเจ็บปวดที่ถูกสูบเลือดเพื่อยับยั้งพลังวิญญาณร้ายเลยสักนิด ไม่มีสักวินาทีที่ไม่คิดถึงเด็กหน้าขาว ทำอะไรไม่เป็นสักอย่างนอกจากยิงปีนที่ชื่อณจัน อย่าว่าแต่ณจันแปลกใจที่ผมทำแบบนี้ เพราะแม้แต่ผมเองก็แปลกใจเหมือนกันที่ยอมถูกผนึกในกำแพงแก้วตั้งสิบสามปี เพื่อแลกกับอิสรภาพและชีวิตของเด็กคนนั้นไม่รู้ตั้งแต่ตอนไหนที่ผมเริ่มฝันเห็นเด็กหน้าขาวคนหนึ่ง ในฝันผมเด็กคนนั้นมักจะยิ้มให้ผมด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสาเสมอ ผมฝันอยู่แบบนั้นเกือบสิบปี จำได้แค่ใบหน้าและรอยยิ้ม พอฝันบ่อยเข้ามันก็กลายเป็นผูกพันเหมือนเราทั้งสองสนิทกัน ทั้งที่ความเป็นจริงเราไม่เคยรู้จักกันเลยแม้แต่น้อย กระทั่งวันที่ผมได้เจอเด็กคนนั้นในบ้านตนเอง และเป็นวันเดียวกับที่ผมได้รับรู้ว่าณจันคือทายาทผู้ช่วงชิงตราแต่เดิมผมต้องลงโทษเพื่อให้ทายาทผู้ช่วงชิงชดใช้ความผิด แต่แค่เห็นหน้าเด็กคนนั้นผมก็ทนทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว ผมเลยอยากพาเด็กนั้นไปและค่อย ๆ เล่าเรื่องให้ฟัง
42ผมไม่ยอม“หยุดเดี๋ยวนี้นะคีรี” ร่างโชกเลือดตรงหน้าไม่อยู่ในสายตาอีกต่อไป หลังจากได้ยินคำว่าลาก่อนจากปากคน ๆ นั้น ผมตะโกนสั่งเขาเสียงเข้มพร้อมกับออกวิ่งสุดชีวิตเพื่อไปให้ถึงกำแพงแก้ว“เมื่อกี้คุณหมายความว่ายังไง ทำไมถึงพูดว่าลาก่อนกับผม ว่ายังไง?” ผมไม่รู้ว่าเขาหมายความว่าอย่างไร แต่คิดว่าทั้งหมดต้องเกี่ยวกับตราทองพวกนี้ ผมเลยแย่งตราทองในมือเขามาถือเอาไว้ซึ่งคีรีก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร ผมถามย้ำเพราะเขาอึกอักไม่ยอมตอบ“ผมขอร้อง อย่าให้ผมไม่รู้อะไรอยู่แบบนี้เลย” ดูเหมือนคีรีจะใจอ่อนกับน้ำเสียงเศร้าสร้อยของผม“ผมเคยบอกณจันแล้วว่าตราทองใช้ปิดผนึกวิญญาณร้ายในเทวาลัย ซึ่งของสิ่งนั้นอยู่หลังกำแพงแก้วนี่ หากทำลายสลักด้วยการใส่ตราทองกลับด้านจะปลดปล่อยวิญญาณร้ายออกมา และวิญญาณร้ายนั่นจะมอบสิ่งตอบแทนให้สามอย่าง”“...”“เทวทูตมีหน้าที่ปกป้องไม่ให้วิญญาณร้ายหลุดออกจากเทวาลัยและมีหน้าที่ตามหาผู้ครอบครองเทวาลัยตัวจริง
41เป็นตาย“ณจันเจ็บหรือเปล่า” เขาถามเสียงนุ่มนวลอ่อนโยนต่างจากประโยคคำสั่งเมื่อครู่ลิบลับ ผมส่ายหน้าให้เป็นคำตอบ ไม่นานทีมของพวกเราก็วิ่งกระหืดกระหอบตามมา ทั้งสองฝ่ายจ่อปากกระบอกปีนหากันไม่มีใครยอมใคร“ปล่อยหนูจันเดี๋ยวนี้” พี่มีนตะคอกเสียงใส่นายเปรม ผมรู้เลยว่าเธอกำลังกังวลมากแค่ไหนในตอนนี้ แต่เธอต้องควบคุมสติให้ได้มากที่สุด“ลองใช้ตาและสติให้ดีว่าตอนนี้ใครเป็นฝ่ายได้เปรียบ พวกฉันก็มีเยอะกว่า อาวุธเยอะกว่า แล้วนี่ตัวประกันใครที่มีสิทธิ์สั่งพวกแกคิดดูสิ” นายเปรมตอบพี่มีนพลางใช้ปีนชี้ไปชี้มา ไม่มีความเกรงกลัวเลย พวกนายเปรมเยอะกว่าเราแค่เล็กน้อย สภาพสะบักสะบอมกว่าแต่อาวุธครบมือ และที่สำคัญมันมีตัวประกัน แค่คิดตามนี้พวกมันก็มีภาษีมากกว่าจริง ๆ“แล้วแกจะเอายังไง ของก็ได้ไปแล้ว” มันได้ของไปแล้วไม่น่าจะมีอะไรที่ต้องการ เลยหันไปถามมันเด้วยตนเอง ไม่มีความจำเป็นที่จะเอาผมไป
40จุดหมายสุดท้ายเดินเท้าต่ออีกครึ่งวันเราก็มาถึงน้ำตกที่คีรีบอก น้ำตกสูงไม่มีชั้น เป็นเทือกเขาหินสูง มีช่องว่างหนึ่งช่องให้น้ำตกลงมา ด้านล่างเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่น้ำใสสีฟ้าครามไหลไปตามลำธารกว้าง ดูงดงามแปลกตาไม่น้อยมันคือน้ำตกที่ผมเคยเห็นในฝันไม่ผิดแน่ที่นี่แหละ...คีรีให้พวกเราข้ามลำธารไปอยู่อีกฝั่ง งูพวกนั้นไม่น่าจะตามเราข้ามน้ำไปอีกฝั่ง ฉะนั้นการอยู่อีกฝั่งจึงถือเป็นการระวังภัยที่ดีที่สุดพอข้ามฝั่งมาได้ก็นั่งพักกันอยู่ริมน้ำ พรานพงกับคีรีพากันเดินสำรวจรอบ ๆ น้ำตก ว่ามีปากทางเข้าอยู่ตรงไหนหรือเปล่า ไปไม่นานสองคนนั้นก็เดินกลับมา“ไปพักซอกภูเขาหินนั่นดีกว่า ไม่ใกล้ไม่ไกลน้ำตกมากไป” เขาว่าจบคนอื่นก็พยักหน้า หยิบกระเป๋าเดินไปตามพรานพง มีแค่ผมที่นั่งอยุ่ริมแอ่งน้ำตกมองนาฬิกาเข็มทิศที่ปริมเคยใส่ ไม่มีน้ำตา ผมไม่คิดจะร้องไห้แต่ก็รู้สึกทำใจไม่ได้เมื
39เสียงสั่งลาผมนั่งพูด คีรีนั่งฟัง ตอบบ้างแสดงความคิดเห็นบ้างเป็นบางครั้งครึ่งค่อนคืนนี้มันทำให้ผมอยู่มาได้โดยไม่ง่วงเลย ถึงจะบอกว่าคุยกันแต่ผมกลับพูดคนเดียวซะส่วนใหญ่ รอบบริเวณไม่มีอะไรผิดปกตินอกจากความเงียบ เงียบ และเงียบ นั่นทำให้ผมยิ่งพูดมากขึ้นเพราะกลัวว่าถ้าเผลอเงียบไปด้วยจะหลับ“ณจัน” เดี๋ยวนี้แค่เขาเรียกผมด้วยเสียงเข้มคำเดียว ผมก็รับรู้แล้วว่ามีบางอยางผิดปกติไป สัญชาตญาณบอกผมว่ามีบางอย่างอันตรายผมรีบขยับตัวไปชิดคีรี มองซ้ายมองขวาหาว่าอะไรกันที่ผิดปกติ โดยลืมไปว่าตนเองได้ยินเสียงได้ไกลไม่เท่าคีรี“มีอะไรหรอคีรี”“เสียงงู” เข้าป่าหนึ่งอย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คืองูจริง ๆ แต่เราเจอมันบ่อยไปหรือเปล่า ผมเบะปากขึ้นมาเมื่อคิดถึงงูหลากหลายชนิดที่เราเจอ พอฟังเสียงเสร็จคีรีก็รีบฉุดผมลุกจากพื้นเพื่อสั่งงาน“ณจันไปบอกคนอื่นเตรียมตัวเก็บข้าวของ ถึงม
38หมู่บ้านดินพี่มีนยังไม่ทันตอบอะไร ชาก็ชักเกร็ง เลือดไหลออกมาตามหู ตา จมูก สุดท้ายก็แน่นิ่งไป เขายังไม่ทันได้พูดสั่งเสียงอะไรเลยด้วยซ้ำ คงจะเป็นจริงอย่างพรานพงบอกถ้าโดนกัดเกินสามครั้ง ภายในครึ่งชั่วโมงไม่มีทางรอดผมรู้สึกผิดมากจนน้ำตาที่คิดว่าจะไหลก็ไม่ไหลลงมาสักหยด ผมใช้มือลูบปิดดวงตาที่เหลือกโปนปิดลงช้า ๆ“เราฝังเขาก่อนค่อยไปได้มั้ยพี่มีน” พี่มีนพยักหน้าเป็นคำตอบ สองสามคนช่วยกันแบกชาเดินตามผมไปตรงมุมหนึ่ง เราช่วยกันใช้พลั่วขุดหลุมบนดินที่เพิ่งราดน้ำลงไป ขุดกันอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงก็เพียงพอให้ฝังร่างเขาลงดิน“ผมขอโทษที่พาคุณมาทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ แต่ผมสัญญาจะดูแลครอบครัวคนข้างหลังของคุณเป็นการตอบแทน” หลังกลบฝังเสร็จผมก็ยกมือไหว้หลุมศพจำเป็นของเขา บอกกับเขาด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยจากนั้นลุกเดินตามคนอื่นไปข้างหน้าต่อถัดมาจากป่าและโขดหินนั้นก็เป็น
![ไขรหัสรัก You’re my keys. [OMEGAVERSE]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






