Share

บทที่ 7

Penulis: ดอกมะลิ
ในช่วงที่พักรักษาตัว ฟู่เหวินอวี่เคยมาถามถึงอาการของสวีเหยา แต่ก็ถูกหลินซื่อเซวียนพูดปัดไปอย่างไม่ใส่ใจ

“สภาพของเธอ คุณก็เห็นอยู่กับตา ในเมื่อเธอไม่ให้ความร่วมมือ ผมก็จนปัญญาเหมือนกัน”

“รอให้วันไหนเธอคิดได้และยอมรับการรักษา เมื่อนั้นเธอก็จะหายดีเองในไม่ช้า”

“พอไปถึงต่างประเทศแล้ว ที่นั่นจะมีผู้เชี่ยวชาญที่เก่งกว่าช่วยรักษาเธอ คุณสบายใจได้เลย”

ในแง่หนึ่งฟู่เหวินอวี่ก็โกรธที่สวีเหยาทำตัวไร้เหตุผล แต่อีกแง่หนึ่งเขากลับรู้สึกดีใจลึกๆ อย่างห้ามไม่ได้ที่เห็นว่าเธอแคร์เขามากขนาดนี้

ดูเหมือนว่าเขาจะสำคัญกับสวีเหยามาก สำคัญจนเธอยอมฝืนร่างกายเพื่อยื้อเขาไว้

“สวีเหยา ยอมรักษาดีๆ เพื่อจะได้หายไวๆ ไม่ดีกว่าเหรอ? ทำไมคุณถึงได้ดื้อรั้นเอาแต่ทำร้ายตัวเองจนแผลแย่ลงแบบนี้?”

แต่เมื่อสวีเหยาเห็นเขา เธอกลับถามเบาๆว่า “คุณปู่ฟื้นหรือยังคะ?”

ความใจอ่อนเพียงเล็กน้อยที่เพิ่งเกิดขึ้นในใจของฟู่เหวินอวี่หายวับไปทันที เขาส่งเสียงหัวเราะเยาะออกมา

“คุณยังกล้าถามอีกเหรอ?”

“ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนี้ขาคุณขยับไม่ได้ ผมจะลากคุณไปคุกเข่าขอโทษคุณปู่ให้ได้เลย!”

สวีเหยาพูดอย่างอ่อนแรงว่า “ขอโทษค่ะ”

แต่ฟู่เหวินอวี่ดูเหมือนจะไม่ได้ยิน หรือพูดให้ถูกก็คือ เขาแค่ไม่อยากฟัง

ไม่นานนัก ข้าวของของเธอในบ้านตระกูลฟู่ก็ถูกเก็บออกมา มันมีจำนวนมากจนเหมือนกำลังไล่เธอออกจากบ้านไปจริงๆ

ในบรรดาของเหล่านั้นมีงานแกะสลักไม้ชิ้นเล็กๆ ชิ้นหนึ่ง ที่เดิมทีเธอตั้งใจจะมอบให้ฟู่เหวินอวี่ในวันเกิดของเขา

ตอนที่เธอมาที่ตระกูลฟู่ครั้งแรก เธอยังเป็นเพียงเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ไม่คุ้นเคยกับสถานที่และผู้คน

ยามที่คุณปู่ไม่ว่าง ฟู่เหวินอวี่จะเป็นคนคอยอยู่เป็นเพื่อนเธอ พาเธอไปสวนสนุก ไปเดินเล่น และไปดูหนังด้วยกัน

ฟู่เหวินอวี่ในตอนนั้นทั้งอ่อนโยนและใส่ใจ ให้ความรักและความดูแลเธอเป็นอย่างดี

เธอเริ่มแอบเขียนไดอารี่ และบรรจงเขียนชื่อของฟู่เหวินอวี่ลงไปทีละตัวอักษร

งานแกะสลักชิ้นนั้น เธอใช้เวลาทำถึงหนึ่งเดือนเต็ม

มีดแกะสลักเผลอบาดมือเธอ ความเจ็บปวดที่บาดลึกถึงใจก็ไม่อาจทำให้เธอละความพยายาม ในตอนนั้นสิ่งที่เธอคิดมีเพียงอย่าให้ไม้แกะสลักชิ้นนี้เปื้อนเลือด

แต่เมื่อถึงวันเกิด เธอไปถึงงานเลี้ยงด้วยความดีใจ แต่กลับพบว่าคู่ควงของเขาในคืนนั้นกลายเป็นคนอื่นไปแล้ว

คนคนนั้นคือ หลินยางยาง

หลินยางยางควงแขนฟู่เหวินอวี่อย่างสนิทสนม รอยยิ้มของทั้งคู่ที่สะท้อนในแววตาของเธอนั้นมันช่างบาดตาเหลือเกิน

ในวินาทีนั้น สวีเหยาเสียใจมากจนแทบจะปล่อยโฮออกมาตรงนั้น

แต่ฟู่เหวินอวี่กลับไม่รู้ตัวเลยสักนิด เขายังคงพาหลินยางยางเดินตรงมาหาเธอ

“สวีเหยา หลินยางยางเพิ่งมางานแบบนี้เป็นครั้งแรก คุณช่วยดูแลเธอหน่อยนะ...”

เธอไม่ได้ยินคำพูดหลังจากนั้นอีกเลย เพราะด้วยความเสียใจและโกรธแค้น เธอจึงสะบัดมือของฟู่เหวินอวี่ทิ้งแล้ววิ่งหนีออกมา

ทั้งที่คนที่ควรจะยืนเคียงข้างฟู่เหวินอวี่คือเธอแท้ๆ

ทั้งที่เธอคือคู่หมั้นของฟู่เหวินอวี่!

หลังจากนั้นเธอได้ทะเลาะกับฟู่เหวินอวี่อย่างหนัก เขาว่าเธอไร้เหตุผล

“คุณเลิกไล่กัดคนอื่นไปทั่วได้ไหม? ทำตัวเหมือนหมาบ้าแบบนี้ไม่อายคนอื่นหรือไง? หลินยางยางเป็นเพื่อนผม คุณช่วยให้เกียรติเธอหน่อยได้ไหม!”

แต่สวีเหยามองเห็นอย่างชัดเจนว่า สายตาที่หลินยางยางใช้มองเขานั้น ไม่ใช่แค่เพื่อนธรรมดาแน่นอน

ตั้งแต่นั้นมา ฟู่เหวินอวี่ก็เริ่มเย็นชากับเธอมากขึ้นเรื่อยๆ เขาไม่เคยเรียกเธอว่า “เหยาเหยา” ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเมื่อก่อนอีกเลย

ทุกครั้งที่ได้ยินเขาเรียกชื่อ “สวีเหยา” ด้วยน้ำเสียงรำคาญ เธอก็อดปวดใจไม่ได้

ในวันที่เธอติดอยู่ในภูเขาหิมะและชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย เธอจำต้องลากขาที่บาดเจ็บสาหัสมานั่งพิงใต้ต้นไม้ ในใจมีแต่ความสิ้นหวัง

เมื่อเผชิญหน้ากับความตาย ความยึดติดใดๆ ก็ตามกลับดูเบาหวิวราวกับขนนก

ทันใดนั้น เทพีจันทรา ในชุดขาวปลิวไสวก็ปรากฏตัวตรงหน้าเธอ

“ที่แท้ก็เป็นมนุษย์ที่กำลังจะตายเพราะถูกความรักทำร้ายนี่เอง”

“เอาอย่างนี้ไหม เรามาทำข้อตกลงกัน แล้วข้าจะให้เจ้ามีชีวิตรอดต่อไป”

เธอถามด้วยลมหายใจรยินริน “ข้อตกลงอะไร?”

“มอบสิ่งที่มีค่าที่สุดของเจ้าให้ข้า แล้วเจ้าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้!”

“ฉันไม่มีพ่อไม่มีแม่ ไม่มีอำนาจวาสนา สิ่งที่มีค่าที่สุดของฉันก็คือความรักที่มีต่อฟู่เหวินอวี่ แล้วฉันจะมอบให้คุณได้ยังไง?”

สวีเหยายิ้มขมขื่น รู้สึกสมเพชในโชคชะตาของตัวเอง

“ในอีกหกวันข้างหน้า ให้เจ้ากระโดดลงมาจากอาคาร แล้วข้าจะช่วงชิงเอาความรักและความทรงจำทั้งหมดที่เกี่ยวกับฟู่เหวินอวี่ไปเสีย จากนั้นเจ้าจงไปเริ่มต้นชีวิตใหม่”

สวีเหยาหลับตาลง ช่วงเวลาในอดีตระหว่างเธอกับฟู่เหวินอวี่ไหลเวียนผ่านเข้ามาในหัวราวกับภาพย้อนหลัง

ฟู่เหวินอวี่ ฉันกำลังจะปล่อยมือจากคุณแล้วนะ

สุดท้ายเธอพยักหน้าตอบรับ

“ฉันตกลง”

วันที่หก

คนรับใช้ของตระกูลฟู่มาที่ห้องพักเพื่อถามสวีเหยาว่า มีของอะไรที่ต้องการเอาไปอีกไหม

“คุณสวีเหยาครับ ของในห้องของคุณทั้งหมดอยู่ที่นี่แล้ว รบกวนช่วยตรวจสอบด้วยครับ”

สวีเหยาละสายตาจากกองข้าวของเหล่านั้นแล้วส่ายหน้า “ไม่ต้องแล้วค่ะ”

“ทิ้งให้หมดเถอะ ฉันไม่ต้องการมันแล้ว”

ก่อนจะไป ฟู่เหวินอวี่มาหาเธอ เมื่อนึกว่าหลังจากนี้จะไม่ได้พบกันอีกนาน ในใจเขาก็รู้สึกวูบโหวงอย่างบอกไม่ถูก

“ตอนไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ ก็ถือโอกาสทบทวนตัวเองดูบ้างนะ ปรับปรุงนิสัยใจคอของตัวเองเสียใหม่”

“รอให้คุณสำนึกผิดและแก้ไขตัวเองได้แล้ว ผมจะไปรับคุณกลับมา ได้ยินไหม?”

สวีเหยาเพียงแค่พยักหน้าโดยไร้ความรู้สึกใดๆ “ทราบแล้วค่ะ ฉันจะแก้ไขตัวใหม่”

ฟู่เหวินอวี่ขมวดคิ้ว ความรู้สึกไม่สบายใจในใจยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น

สวีเหยาในตอนนี้ดูว่าง่ายและเชื่อฟัง แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก

ราวกับว่าจิตใต้สำนึกกำลังบอกเขาว่า สวีเหยาไม่ควรจะเป็นแบบนี้...

ในตอนนั้นเอง หลินยางยางก็เดินเข้ามาควงแขนเขาไว้ และขัดจังหวะความคิดของเขาลงชั่วคราว

“พี่สวีเหยา เตรียมตัวเสร็จหรือยังคะ?”

เมื่อมองดูท่าทางสนิทสนมของทั้งคู่ สวีเหยาก็เพียงแค่ยิ้มออกมาบางๆ

“พวกคุณออกไปรอข้างนอกเถอะค่ะ ฉันขอเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนแล้วจะตามไป”

ฟู่เหวินอวี่รู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง แต่ก็ยังคงเดินออกจากห้องพักโดยมีหลินยางยางเดินเคียงข้างออกไป

ในใจของเขาเริ่มปกคลุมไปด้วยลางสังหรณ์ที่ไม่ดี

ทำไมสวีเหยาถึงไม่อ้อนวอนเขาเหมือนเมื่อก่อน?

ทำไมสวีเหยาถึงไม่หึงหวงเขากับหลินยางยางแล้ว?

หลินยางยางมองเห็นท่าทางของเขา แววตาของเธอฉายแววร้ายกาจวูบหนึ่ง

นังแพศยาสวีเหยานั่น มันมีดีอะไรกันนักกันหนา!

สภาพดูไม่เป็นผู้เป็นคนขนาดนี้แล้ว ทำไมฟู่เหวินอวี่ยังคงเป็นห่วงเป็นใยมันมากขนาดนี้?

แต่พอเงยหน้าขึ้น เธอก็ยังคงยิ้มแย้มสดใสให้ฟู่เหวินอวี่ “พี่ฟู่เหวินอวี่ ไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอกค่ะ”

“คุณอาทั้งสองคนเตรียมการไว้หมดแล้ว ไม่ปล่อยให้พี่สวีเหยาลำบากแน่นอนค่ะ”

ฟู่เหวินอวี่พยักหน้าอย่างเหม่อลอย

อย่างมากที่สุด เขาก็แค่บินไปหาเธอเป็นครั้งคราวก็ได้

แต่ต้องไม่ให้สวีเหยารู้ตัว ไม่อย่างนั้นด้วยนิสัยของเธอ คงจะตามเกาะเขาไม่ปล่อยเหมือนเมื่อก่อนแน่

เมื่อนึกถึงตรงนี้ ฟู่เหวินอวี่ก็เผลอยิ้มออกมาที่มุมปาก

แต่ในวินาทีถัดมา หางตาของเขาก็เหลือบไปเห็นเงาร่างที่คุ้นตา ที่กำลังนั่งอยู่ริมหน้าต่างบนชั้นห้า

“ไม่...”

รูม่านตาของเขาขยายกว้างขึ้นทันที เขารีบพุ่งตัวออกไปตามสัญชาตญาณ

แต่มันสายเกินไปเสียแล้ว ในวินาทีต่อมา ร่างที่บอบบางนั้นก็ร่วงหล่นลงสู่พื้นเสียงดังสนั่น ทิ้งรอยเลือดที่แผ่กระจายเป็นรูปดอกไม้บนพื้นดิน

“สวีเหยา!”
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักที่สายไป   บทที่ 21

    สวีเหยาและเจียงจิ่นเหยียนหมั้นกันในอีกไม่กี่เดือนต่อมาหลังจากวันนั้นที่เธอยืนมองฟู่เหวินอวี่จาก สวีเหยาทั้งเป็นห่วงทั้งโมโหจึงพาเจียงจิ่นเหยียนไปคลินิก"ดูแผลพวกนี้สิ..." สวีเหยาค่อยๆ ทายาให้เขาอย่างระมัดระวังพร้อมกับบ่นออกมา "ทำไมถึงวู่วามแบบนี้คะ?""หน้าตาหล่อๆ แบบนี้ ถ้าเสียโฉมไปก็น่าเสียดายแย่"เจียงจิ่นเหยียนยิ้มตาหยีแล้ววางคางลงบนฝ่ามือของเธอ "ถ้าทำให้คุณสงสารผมได้ เจ็บตัวแค่นี้ก็ถือว่าคุ้มแล้วครับ"สวีเหยาหน้าแดงขึ้นมาทันที เธอมองเขาอย่างเขินอาย "ปากหวานจริงๆ เลยนะคุณ"แต่เธอก็ยังคงมีสีหน้าที่กังวล "วันหลังห้ามทำแบบนี้อีกนะ เห็นคุณเจ็บ ฉันเองก็ไม่สบายใจเหมือนกัน""ครับ" เจียงจิ่นเหยียนพยักหน้าและให้คำมั่นสัญญาอย่างจริงจัง"ผมสาบานว่า ต่อไปนี้จะไม่ทำให้สวีเหยาต้องเป็นห่วงอีก"เมื่อถึงช่วงต้นฤดูร้อน พวกเขาก็ได้จัดพิธีฉลองมงคลสมรสอย่างเป็นทางการท่ามกลางกลีบดอกไม้ที่โปรยปรายเต็มท้องฟ้า คู่บ่าวสาวเดินเข้าหากันท่ามกลางคำอวยพรและเสียงปรบมือจากญาติและเพื่อนฝูง "ผมตื่นเต้นจังเลย"ในวินาทีสำคัญเช่นนี้ เจียงจิ่นเหยียนเองก็ขอบตาแดงก่ำ "สวีเหยา จริงๆ แล้วผมชอบคุณมาตั้งนานแล้วน

  • รักที่สายไป   บทที่ 20

    ฟู่เหวินอวี่ทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับเรื่องของสวีเหยา จนจำไม่ได้แล้วว่ากี่วันที่เขาไม่ได้ปรากฏตัวที่บริษัทตระกูลฟู่เมื่อพ่อของฟู่เหวินอวี่ทราบเรื่องก็โกรธจัด ออกคำสั่งให้คนไปจับตัวลูกชายที่ไม่เอาไหนกลับมาทันทีเมื่อฟู่เหวินอวี่ถูกคุมตัวกลับมาที่บ้านตระกูลฟู่ ภาพที่เขาเห็นคือพ่อและแม่นั่งเงียบกริบอยู่ในห้องนั่งเล่นพอเห็นหน้าเขา พ่อก็ตวาดเสียงกร้าว "มานี่!"เพียะ! ฟู่เหวินอวี่เดินเข้าไปด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก และสิ่งที่รอต้อนรับเขาก็คือฝ่ามือที่ฟาดลงมาอย่างเต็มแรงเขาถูกตบจนหน้าหัน ก่อนจะถ่มน้ำลายปนเลือดออกมาแม่ของฟู่เหวินอวี่เห็นดังนั้นก็รีบดึงตัวลูกชายมาด้วยความร้อนใจ"จะพูดก็พูดสิ คุณจะลงไม้ลงมือทำไมกัน?"เธอตำหนิสามีทางสายตาพร้อมสำรวจฟู่เหวินอวี่ไปทั่วตัวถ้าไม่มองก็คงไม่รู้ แต่พอมองดูชัดๆ เธอก็ต้องตกใจสุดขีด"ขอดูหน่อย... นี่มันเกิดอะไรขึ้น?" เธอถามเสียงหลงด้วยความตกใจ"ฟู่เหวินอวี่ ทำไมลูกถึงเจ็บไปทั้งตัวแบบนี้ แล้วบนหน้านี่ใครเป็นคนต่อย?"คนเป็นแม่ทนเห็นลูกชายถูกรังแกไม่ได้ จึงพูดออกมาอย่างโกรธแค้น "กลางวันแสกๆแบบนี้ ไม่กลัวกฎหมายบ้านเมืองเลยหรือไง?""เดี๋ยวแม่จะไปจ

  • รักที่สายไป   บทที่ 19

    ในวินาทีนัน สายตาที่ฟู่เหวินอวี่มองมาที่เธอนั้นเต็มไปด้วยความเศร้าและความไม่ยินยอม ราวกับว่าเขาจะแตกสลายลงในวินาทีถัดไป"คุณไม่รู้สึกอะไรเลยจริงๆ เหรอ?" เขาคว้าข้อมือของสวีเหยาไว้อย่างแรงแล้วถามคาดคั้นอย่างไม่ยอมแพ้"ความทรงจำระหว่างพวกเราเหล่านั้น คุณจำมันไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียวเหรอ?"การกระทำของเขาทำให้สวีเหยาตกใจ เธอส่ายหน้าไปมาตามสัญชาตญาณสายตาของฟู่เหวินอวี่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นทั้งโศกเศร้าและโกรธแค้น เต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่งที่ทวีความรุนแรงขึ้น"แล้วเรื่องหิมะถล่มล่ะ?" เพื่อที่จะให้สวีเหยานึกออก เขาถึงขั้นยอมขุดเอาความทรงจำที่ไม่อยากจดจำเหล่านั้นออกมาเล่าจนหมดเปลือก"เรื่องที่หลินยางยางวางแผนทำให้คุณตกหน้าผา จนเกือบจะต้องตัดขาทั้งสองข้างทิ้งล่ะ? เรื่องพวกนี้คุณก็ลืมไปแล้วเหรอ?""อะไรนะ?" สวีเหยาขมวดคิ้วแล้วเริ่มดิ้นรน พยายามสลัดให้พ้นจากมือของเขา"หลินยางยางผลักคุณตกจากภูเขาหิมะเพื่อใส่ร้ายคุณ จนทำให้คุณต้องติดอยู่ในลานหิมะนานถึงเจ็ดวันเต็มๆ"ยิ่งเขาพูด สีหน้าของสวีเหยาก็ยิ่งดูแย่ลงเรื่อยๆ"มันทำให้ขาทั้งสองข้างของคุณถูกหิมะกัดอย่างรุนแรง หลังจากนั้นเธอกับพี่ชายก็ร่วมมือกั

  • รักที่สายไป   บทที่ 18

    หลังจากนั้นไม่นาน สวีเหยาก็ได้รับข้อความจากฟู่เหวินอวี่"สวีเหยา พวกเราออกมาเจอกันหน่อยได้ไหม?""ผมรู้ว่าเมื่อก่อนผมทำเกินไป ผมไม่ควรทำกับคุณแบบนั้น...""แต่ตอนนี้ผมรู้ตัวว่าผิดไปแล้ว ได้โปรดให้โอกาสผมอีกสักครั้งได้ไหม?"สวีเหยามองดูข้อความที่ส่งมาเป็นชุดด้วยความไม่เข้าใจ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆแม้ว่าในสมองของเธอจะไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับฟู่เหวินอวี่เลย แต่ลึกๆ ในใจกลับรู้สึกลางๆ ว่าเมื่อก่อนเธอเหมือนจะรู้จักผู้ชายคนนี้จริงๆเมื่อนึกถึงช่องว่างในความทรงจำ ความสังหรณ์ใจในใจของเธอก็ยิ่งรุนแรงขึ้นไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เพื่อค้นหาความจริง เธอจำเป็นต้องพบกับฟู่เหวินอวี่สักครั้งเมื่อคิดได้ดังนั้น เธอจึงตอบกลับฟู่เหวินอวี่ไปว่า "พวกเราออกมาเจอกันเถอะค่ะ""มีอะไรหรือเปล่า?" เจียงจิ่นเหยียนเห็นเธอทำท่าเหมือนจะออกไปข้างนอก "จะไปไหนเหรอ? ให้ผมไปส่งไหม?""ไม่เป็นไรค่ะ ไม่อยากรบกวน... คือฉันจะไปเจอคนคนหนึ่งค่ะ"เธอส่ายหน้า เมื่อสบเข้ากับสายตาอันอบอุ่นของเจียงจิ่นเหยียน ในใจของเธอก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาถ้าหากเจียงจิ่นเหยียนโกรธขึ้นมาจะทำยังไงดี?แต่เจียงจิ่นเหยียนเ

  • รักที่สายไป   บทที่ 17

    วันนี้สวีเหยาตั้งใจแต่งตัวให้ดูดีเป็นพิเศษปีใหม่กำลังจะมาถึง เจียงจิ่นเหยียนจึงตั้งใจชวนเธอไปดูหนังด้วยกันในวันเคาท์ดาวน์นี้แน่นอนว่าเธอเข้าใจในเจตนาของเจียงจิ่นเหยียน ประกอบกับเธอก็มีความรู้สึกดีๆ ให้กับชายหนุ่มผู้มีนิสัยอ่อนโยนและใจดีคนนี้เช่นกันทุกครั้งที่อยู่กับเจียงจิ่นเหยียน เธอมักจะรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจอย่างมาก ความรู้สึกของการมีที่พึ่งพิงแบบนี้ เธอแทบไม่เคยได้สัมผัสอีกเลยนับตั้งแต่พ่อแม่เสียชีวิตไปเมื่อถึงตอนเย็น แสงไฟนีออนตามท้องถนนก็เริ่มสว่างไสวทุกแห่งหนประดับประดาด้วยโคมไฟสวยงามและคึกคักเป็นพิเศษ มีคู่รักเดินจูงมือกันผ่านไปมาไม่ขาดสายเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ สวีเหยาเลือกสวมชุดกระโปรงยาวสีแดงแมตช์กับเสื้อโค้ทวูล ดูทั้งซุกซนน่ารักและสง่างามในเวลาเดียวกันหิมะเริ่มโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า เกล็ดหิมะละอองเล็กๆ ร่วงหล่นลงมา สวีเหยายื่นมือออกไปรับโดยสัญชาตญาณ ทันใดนั้นก็มีเงาหนึ่งทอดลงมาเหนือศีรษะเป็นเจียงจิ่นเหยียนนั่นเอง เขาจัดผ้าพันคอให้สวีเหยาอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมกับเอียงร่มไปทางเธอ"ขอโทษนะ รอนานไหม?"การกระทำของเขาทำให้แก้มของสวีเหยามีสีขึ้น เธอยิ้มพร้อมส่า

  • รักที่สายไป   บทที่ 16

    สวีเหยาหางานทำที่ร้านดอกไม้แถวบ้าน เป็นงานจัดดอกไม้ แม้เงินเดือนจะไม่สูงแต่เธอก็ชอบมันมากการได้ส่งต่อความสวยงามให้แก่ผู้อื่นทำให้เธอมีความสุข ในระหว่างที่ทำงานที่นี่เธอก็ได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ มากมาย“พี่เฉิน สวัสดีค่ะ” สวีเหยาเดินยิ้มแฉ่งเข้ามาในร้าน ผู้จัดการร้านรีบดันจานซาลาเปาร้อนๆ มาตรงหน้าเธอทันที“มาจ้ะ รีบชิมดู พี่ทำเองกับมือเลยนะวันนี้”หลังจากเตรียมงานเสร็จเรียบร้อย สวีเหยาก็ได้รับออเดอร์ให้ไปส่งดอกไม้ข้างนอกแต่สิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจก็คือ ที่อยู่ของออเดอร์นี้อยู่บ้านข้างๆ เธอเองเธอกอดช่อดอกลิลลี่ไปส่งที่หน้าบ้านของลูกค้า แล้วยื่นมือไปกดกริ่ง“ขอโทษครับ กำลังไปครับ”เสียงทุ้มใสของชายหนุ่มดังขึ้นจากหลังประตู เมื่อประตูเปิดออก ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาก็รับช่อดอกไม้ไปจากมือเธอ“ขอบคุณครับ... อ้าว คุณนั่นเอง?”ก่อนที่เขาจะพูดจบ น้ำเสียงของเขาก็เปลี่ยนเป็นเสียงดีใจอย่างกะทันหันสวีเหยาเงยหน้ามองเขาด้วยความสงสัย แล้วจู่ๆ ก็รู้สึกว่าหน้าตานี้คุ้น ๆ “คุณคือ...” เธอนึกอยู่พักหนึ่ง แล้วก็นึกออกทันทีว่าใบหน้านี้คือเพื่อนเล่นสมัยเด็กที่เคยอ้วนจ้ำม่ำคนนั้นเธอสบตากับชายหนุ่ม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status