Short
รักที่สายไป

รักที่สายไป

بواسطة:  ดอกมะลิمكتمل
لغة: Thai
goodnovel4goodnovel
21فصول
3وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

เมื่อเกิดหิมะถล่มที่ลานสกี ฉันถูกหลินยางยาง ลูกพี่ลูกน้องผลักตกลงไป ฟู่เหวินอวี่ แฟนหนุ่มของฉันอุ้มลูกพี่ลูกน้องแล้วหันหลังเดินจากไปทันที ลืมไปเสียสนิทว่ายังมีฉันอีกคนที่ถูกฝังอยู่ใต้กองหิมะ ทิ้งให้ฉันต้องติดอยู่ในก้นหุบเขาเพียงลำพังถึงเจ็ดวัน เมื่อเขาพบฉันอีกครั้ง เขากลับโกรธจัด “คุณควรดีใจที่แขนของหลินยางยางไม่เป็นอะไร ไม่งั้นต่อให้คุณตายอยู่บนภูเขาหิมะนี่ก็ยังชดใช้ไม่พอ!” “งานแต่งงานในสัปดาห์หน้ายกเลิกไปก่อน เมื่อไหร่ที่สำนึกผิดได้ ถึงค่อยจัด” เขาคิดว่าฉันจะร้องไห้ฟูมฟายและอาละวาดไม่ยอมรับการตัดสินใจนี้ แต่ฉันกลับแค่พยักหน้าเงียบๆ แล้วตอบว่า "ตกลง" เขาไม่รู้เลยว่า ฉันได้ทำข้อตกลงกับเทพีจันทราในขุนเขาแห่งนี้ไว้แล้ว อีกหกวันข้างหน้า ฉันจะมอบสิ่งที่มีค่าที่สุดไป นั่นคือ ความรักและความทรงจำที่มีต่อฟู่เหวินอวี่ หลังจากนี้ ฉันจะลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขา และไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในที่แห่งใหม่ เรื่องจะแต่งงานหรือไม่นั้น มันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว เพราะสวีเหยาคนที่เคยรักเขาสุดหัวใจ ได้ตายจากไปในภูเขาหิมะแห่งนั้นตั้งนานแล้ว

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1

ตอนหิมะถล่ม สวีเหยาถูกหลินยางยางผลักตกภูเขาหิมะ หลินยางยางแค่แขนเคลื่อนแล้วล้มอยู่กับที่แต่สวีเหยากลับร่วงหล่นลงสู่ก้นเหว

สวีเหยาติดอยู่ในภูเขาหิมะเหมยลี่นานถึงเจ็ดวันเต็ม

ถ้าไม่ใช่เพราะเท้าของเธอถูกกิ่งไม้แทงจนเลือดไหล และทิ้งรอยแดงเด่นชัดบนหิมะสีขาว เธอคงไม่มีวันถูกค้นพบไปตลอดชีวิต

รอยเลือดสีแดงสดแผ่กระจายบนหิมะ ราวกับดอกไม้สีแดงที่กำลังเบ่งบาน

สวีเหยาพิงตอไม้ด้วยลมหายใจรวยริน เธออ่อนแรงและดูบอบบางราวกับจะหลอมละลายไปกับหิมะในวินาทีถัดไป

เมื่อทีมบอดี้การ์ดเห็นเธอ ก็รีบแจ้งฟู่เหวินอวี่ผ่านวิทยุสื่อสารทันที

“คุณฟู่เหวินอวี่ครับ เราพบคุณสวีเหยาแล้วครับ!”

ไม่นานเฮลิคอปเตอร์ก็บินลงมา กระแสลมแรงทำให้สวีเหยาแทบจะลืมตาไม่ขึ้น

ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังมองเห็นฟู่เหวินอวี่ได้ในทันที เพียงแต่ข้างหลังเขายังมีหลินยางยางตามติดมาด้วย

ฟู่เหวินอวี่รีบวิ่งตรงเข้ามา พอเห็นสภาพที่เธอแทบยืนไม่ไหว ก็เปิดฉากตำหนิทันที

“ทำไมคุณถึงชอบวิ่งวุ่นไปทั่วฮึ? ลำบากผมต้องเกณฑ์คนเป็นพันมาตามหาคุณ!”

“ถ้าคุณอยู่เฉยๆ ที่เดิม ก็คงไม่ต้องหากันตั้งห้าหกวัน! ทีมบอดี้การ์ดต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงก็เพราะคุณ!”

“วันๆ ถ้าไม่สร้างปัญหาให้คนอื่น คุณคงไม่สบายใจใช่ไหม!”

ช่วงเวลานี้เป็นเดือนพฤศจิกายน ท่ามกลางความหนาวเหน็บติดลบสิบกว่าองศา หิมะปกคลุมภูเขาจนปิดเส้นทาง

ในตอนแรก สวีเหยากลัวว่าจะหลงทาง จึงอยู่แต่ที่เดิม ยอมทนหนาวเหน็บรอคอยให้ฟู่เหวินอวี่มาช่วยด้วยใจระทึก

เธอคิดว่า ฟู่เหวินอวี่คงไม่ถึงกับทิ้งเธอไว้ที่นี่ให้ตายหรอก

แต่พอตกกลางคืน รอบกายกลับมืดมิด มีดวงตาสีเขียวเรืองแสงหลายคู่จับจ้องอยู่อย่างหิวกระหาย และมีเสียงคำรามของสัตว์ร้ายที่ไม่รู้จักดังมาแต่ไกล

สวีเหยาหวาดกลัวจนตัวสั่น ทำได้เพียงถือคบไฟไว้ไม่กล้าหลับตาลงตลอดทั้งคืน

ต่อมา อาหารชิ้นสุดท้ายก็หมดลง เธอจึงต้องจำใจออกไปขุดหาผักป่าและผลไม้ป่า

แต่ในอากาศหนาวเหน็บเช่นนี้ เธอขุดจนนิ้วทั้งสิบถลอกมีเลือดออกและชาไร้ความรู้สึก แต่ก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง

หนึ่งวัน สองวัน สามวัน... ความหวังอันน้อยนิดในใจของสวีเหยาก็เหมือนเปลวเทียนท่ามกลางลมหนาว ที่ถูกเป่าให้ดับลงอย่างไร้เยื่อใย

เมื่อได้ยินคำต่อว่าของฟู่เหวินอวี่ เธอทำเพียงก้มหน้าลงอย่างอ่อนแรงและไม่พูดคำใดออกมา

เพราะฟู่เหวินอวี่รำคาญที่เธอเสียงดัง เซ้าซี้ และชอบเถียงเอาชนะ

ทุกครั้งที่มีเรื่องเกิดขึ้น ไม่ว่าเธอจะอธิบายอย่างไร คำตอบของเขามักจะเป็น

“คุณกำลังพูดเพ้อเจ้ออีกแล้วใช่ไหม? จะเล่นตุกติกอะไรอีก?”

ช่างมันเถอะ

เธอไม่อยากเถียงกับเขาอีกต่อไปแล้ว เขาจะว่าอย่างไรก็ว่าตามนั้น

บอดี้การ์ดคนหนึ่งข้างๆ ถูกลมพัดจนจามออกมา แล้วอดไม่ได้ที่จะพึมพำเบาๆ

“ในป่าหิมะนี่หมาป่าออกบ่อยจะตาย ถ้าเธออยู่เฉยๆ ที่เดิม ป่านนี้คงเหลือแต่กองกระดูกขาวแล้วละครับ”

“อุ๊ย?” หลินยางยางทำหน้าตกใจแล้วเอามือปิดปาก “พี่สวีเหยา นี่เพื่อนพี่เหรอคะ?”

บอดี้การ์ดที่ถูกถามส่ายหน้าอย่างงุนงง “ไม่ใช่ครับ ผมไม่รู้จักเธอ”

เขาเพิ่งมาทำงานวันแรก แม้แต่เพื่อนร่วมงานยังจำได้ไม่ครบ จะไปรู้จักสวีเหยาได้อย่างไร

หลินยางยางยิ้มอย่างมีความหมายแฝง “งั้นเหรอคะ เห็นคุณเป็นห่วงพี่เขาขนาดนี้ ฉันก็นึกว่ารู้จักกันเสียอีก”

“พี่สวีเหยานี่มีเสน่ห์จริงๆ นะคะ เพิ่งรู้จักกันแป๊บเดียวก็มีคนพูดแทนให้แล้ว”

เป็นไปตามคาด สีหน้าของฟู่เหวินอวี่เปลี่ยนเป็นมืดครึ้มทันที

“สวีเหยา คุณจะทำตัวไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจแบบนี้ไปถึงไหน?”

เขาหันไปชี้หน้าบอดี้การ์ดที่เพิ่งพูดเมื่อครู่แล้วกล่าวด้วยเสียงเย็นชา “แก ไม่ต้องมาทำงานอีกแล้ว”

“ช่วยเข้าใจให้ชัดเจนด้วยว่า ฉันคือเจ้านายของพวกแก”

“ถ้ายังมีใครแยกแยะความสำคัญไม่ออก ก็ไสหัวไปให้หมด!”

เมื่อสิ้นคำนี้ ทุกคนต่างถอยหลังไปหลายก้าว เพราะกลัวจะถูกลูกหลงจนตกงาน

เป็นหลินยางยางที่ขยับเข้ามาหาเป็นคนแรก “พี่สวีเหยา พี่เป็นอะไรไหมคะ?”

พูดไปก็ยื่นมือจะช่วยพยุงเธอขึ้น

“พี่ฟู่เหวินอวี่ พี่สวีเหยาคงไม่ได้ตั้งใจจะทำให้แขนฉันเลื่อนหรอกค่ะ พี่เขาแค่ถูกตามใจมาตั้งแต่เด็กจนเอาแต่ใจไปบ้าง เห็นฉันขวางหูขวางตาเลยระบายอารมณ์ใส่เท่านั้นเอง”

“พี่ฟู่เหวินอวี่ อย่าโกรธพี่สวีเหยาเลยนะคะ...”

“ฉันแขนเลื่อนยังต้องรักษาตั้งหลายวัน พี่สวีเหยาอยู่คนเดียวในภูเขาหิมะตั้งนานขนาดนี้ คงอยากกลับบ้านแล้ว เราไปกันเถอะค่ะ”

“คุณควรจะดีใจนะที่แขนหลินยางยางไม่เป็นอะไร ไม่อย่างนั้นคุณคงต้องตายอยู่ที่ภูเขาหิมะนี่เพื่อชดใช้!”

“งานแต่งงานในสัปดาห์หน้ายกเลิกไปก่อน เมื่อไหร่ที่สำนึกผิดได้ ถึงค่อยจัด”

สีหน้าของฟู่เหวินอวี่ดูมืดครึ้มลงไปอีก

“เหอะ! ใครๆ ก็รู้ว่าลานสกีธรรมชาตินี่ไม่มีระบบป้องกันมันอันตราย อยากจะถ่ายรูปสวยๆ จนเดินเพ่นพ่านไปทั่ว ก็ต้องโทษตัวเอง!”

“สวีเหยา ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อแม่คุณมีบุญคุณช่วยชีวิตผมไว้ ผมคงถอนหมั้นกับคุณไปตั้งนานแล้ว!”
توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
21 فصول
บทที่ 1
ตอนหิมะถล่ม สวีเหยาถูกหลินยางยางผลักตกภูเขาหิมะ หลินยางยางแค่แขนเคลื่อนแล้วล้มอยู่กับที่แต่สวีเหยากลับร่วงหล่นลงสู่ก้นเหวสวีเหยาติดอยู่ในภูเขาหิมะเหมยลี่นานถึงเจ็ดวันเต็มถ้าไม่ใช่เพราะเท้าของเธอถูกกิ่งไม้แทงจนเลือดไหล และทิ้งรอยแดงเด่นชัดบนหิมะสีขาว เธอคงไม่มีวันถูกค้นพบไปตลอดชีวิตรอยเลือดสีแดงสดแผ่กระจายบนหิมะ ราวกับดอกไม้สีแดงที่กำลังเบ่งบานสวีเหยาพิงตอไม้ด้วยลมหายใจรวยริน เธออ่อนแรงและดูบอบบางราวกับจะหลอมละลายไปกับหิมะในวินาทีถัดไปเมื่อทีมบอดี้การ์ดเห็นเธอ ก็รีบแจ้งฟู่เหวินอวี่ผ่านวิทยุสื่อสารทันที“คุณฟู่เหวินอวี่ครับ เราพบคุณสวีเหยาแล้วครับ!”ไม่นานเฮลิคอปเตอร์ก็บินลงมา กระแสลมแรงทำให้สวีเหยาแทบจะลืมตาไม่ขึ้นถึงอย่างนั้น เธอก็ยังมองเห็นฟู่เหวินอวี่ได้ในทันที เพียงแต่ข้างหลังเขายังมีหลินยางยางตามติดมาด้วยฟู่เหวินอวี่รีบวิ่งตรงเข้ามา พอเห็นสภาพที่เธอแทบยืนไม่ไหว ก็เปิดฉากตำหนิทันที“ทำไมคุณถึงชอบวิ่งวุ่นไปทั่วฮึ? ลำบากผมต้องเกณฑ์คนเป็นพันมาตามหาคุณ!”“ถ้าคุณอยู่เฉยๆ ที่เดิม ก็คงไม่ต้องหากันตั้งห้าหกวัน! ทีมบอดี้การ์ดต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงก็เพราะ
اقرأ المزيد
บทที่ 2
เมื่อสามปีก่อน พ่อแม่ของสวีเหยาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ขณะช่วยชีวิตพ่อแม่ของฟู่เหวินอวี่ พวกญาติๆ ที่จ้องจะตะครุบต่างพากันแย่งสมบัติของตระกูลสวีจนเกลี้ยงคุณปู่ของฟู่เหวินอวี่สงสารสวีเหยา จึงรับเธอมาอยู่ที่ตระกูลฟู่ เพื่อไม่ให้เธอต้องเร่ร่อนไปตามท้องถนนคุณปู่กลัวว่าเธอจะถูกรังแก จึงได้หมั้นหมายเธอกับฟู่เหวินอวี่ โดยตั้งใจจะให้เธอมาเป็นหลานสะใภ้ด้วยเหตุนี้ ทั้งสองคนจึงกลายเป็นแฟนกันตามความเหมาะสมแต่ฟู่เหวินอวี่นั้นเป็นที่นิยมมากจนไม่มีใครในเมืองจิ่งไม่รู้จัก คุณชายใหญ่ตระกูลฟู่ผู้นี้รูปร่างหน้าตาหล่อเหลาเพียบพร้อม ผู้หญิงที่ชอบเขาเรียงแถวได้ตั้งแต่ฝั่งตะวันออกไปจนถึงตะวันตกของเมืองเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว สวีเหยาดูเหมือนจะเป็นคนที่แทบไม่มีค่าพอให้พูดถึงเพื่อให้ได้ครองตัวเขาไว้ สวีเหยาเรียกได้ว่าทำทุกวิถีทาง ทั้งร้องไห้ โวยวาย หรือแม้แต่ขู่ฆ่าตัวตายก็เป็นเรื่องปกติ ผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้ฟู่เหวินอวี่จะถูกสวีเหยาหาทางขับไล่ออกไปหมดทุกคนต่างพากันพูดว่า สวีเหยาเป็นพวกหวงแฟนขั้นสุดและเพื่อประกาศความเป็นเจ้าของ เธอมักจะโพสต์รูปคู่ของทั้งสองคนลงในโซเชียลมีเดียต่างๆ เพื่ออว
اقرأ المزيد
บทที่ 3
กว่าจะถึงโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดได้ก็แสนลำบาก แต่หลังจากตรวจเสร็จ หมอกลับบอกพวกเขาด้วยสีหน้าเคร่งขรึมแผลที่เท้าของสวีเหยาบาดเจ็บสาหัสมาก ทางเดียวในตอนนี้คือต้องตัดขา เพื่อตัดส่วนที่เนื้อตายออกไปหากปล่อยให้แผลที่อักเสบและเป็นหนองลุกลามต่อไป เป็นไปได้สูงมากว่าจะรักษาขาข้างนั้นไว้ไม่ได้เลยไม่เพียงเท่านั้น ความหิวโหยอย่างรุนแรงยังทำลายระบบลำไส้และกระเพาะอาหารของเธอ หากต้องการฟื้นฟูให้กลับมาดีเหมือนเดิม อาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 10 ถึง 20 ปีฟู่เหวินอวี่ได้ยินดังนั้นก็ราวกับถูกของแข็งฟาดเข้าที่ศีรษะ เขาอึ้งไปพักใหญ่กว่าจะมีสติ จากนั้นก็เตะเก้าอี้จนล้มคว่ำด้วยความโมโห“เป็นไปได้ยังไง?!”“แค่แผลภายนอกนิดเดียวจะถึงขั้นต้องตัดขาได้ยังไง! ไอ้หมอเถื่อน อย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อแถวนี้!”หลินยางยางรีบเข้ามาห้ามเขาไว้“พี่ฟู่เหวินอวี่ อย่าเพิ่งใจร้อนค่ะ”“ต้องเป็นเพราะหมอที่นี่ไม่เก่งแน่ ๆ พอพาเธอกลับเมืองจิ่ง ต้องมีวิธีช่วยแน่นอนค่ะ!”“พี่ชายของฉันเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมระดับแถวหน้า ลองให้เขาดูดีไหมคะ?”“ถ้าไม่ได้จริงๆ เรายังหาผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศได้อีกนะ”ฟู่เหวินอวี่ถึงยอมสงบสติอา
اقرأ المزيد
บทที่ 4
เธอพูดไป หาท่าทางที่เหมาะสมแล้วเอนตัวลงนอนบนพื้นหิมะเมื่อฟู่เหวินอวี่รีบตามมาถึง หลินยางยางก็นอนอยู่ตรงนั้นแล้ว ส่วนสวีเหยาได้ถูกหิมะหนาทับถมอยู่ที่ก้นเขาหลินยางยางบอกฟู่เหวินอวี่ว่า สวีเหยาไม่ได้อยู่กับเธอ และไม่รู้ว่าสวีเหยาหายไปไหนฟู่เหวินอวี่จึงถูกหลินยางยางชักนำให้รีบกลับโรงพยาบาล ทิ้งให้สวีเหยาอยู่เพียงลำพังอย่างโดดเดี่ยวที่ตีนเขานับตั้งแต่เห็นพ่อแม่เสียชีวิตต่อหน้า สวีเหยาก็มีความกลัวต่อการอยู่ลำพังอย่างบอกไม่ถูกแต่ในตอนนั้น ยังคงมีฟู่เหวินอวี่คอยอยู่เคียงข้างเธอและเพราะเหตุนี้เอง เธอถึงได้ตามพวกเขามาเล่นสกีที่นี่เธออยากให้ฟู่เหวินอวี่อยู่ข้างๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้จะมีหลินยางยางอยู่ด้วย เธอก็ยังอยากจะพยายามยื้อเขาไว้นึกไม่ถึงเลยว่า เธอเกือบจะต้องทิ้งชีวิตไว้ในส่วนลึกของภูเขาหิมะเมื่อนึกถึงความสิ้นหวังตอนที่ถูกติดอยู่ สวีเหยาก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นความเจ็บปวดทางกายและทางใจถาโถมเข้ามาพร้อมกัน เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นบนหน้าผากของเธอฟู่เหวินอวี่กระชากเธอขึ้นจากเตียงคนไข้อย่างแรง "รีบสำนึกผิดซะ ได้ยินไหม?""ถ้าไม่ใช่เพราะคุณ หลินยางยางจะแขนเลื่อนข้อมือเคล็ด
اقرأ المزيد
บทที่ 5
สวีเหยามาถึงโรงพยาบาลได้สามวันแล้ว ในช่วงเวลานี้มีเพียงพยาบาลฝึกหัดคนหนึ่งที่แวะมาทำความสะอาดแผลและใส่ยาให้เธอเป็นครั้งคราวบอกว่าใส่ยา แต่ในความเป็นจริงก็แค่ทำความสะอาดบาดแผลแล้วทาเบตาดีนเท่านั้น ผลการรักษานั้นน้อยจนแทบไม่มีพยาบาลฝึกหัดลงมือหนักเบาไม่เท่ากัน สวีเหยามักจะเจ็บจนตัวสั่นและมีเหงื่อเย็นผุดเต็มหน้าผากเธอกำผ้าปูที่นอนข้างใต้ไว้แน่น ข้อนิ้วที่ซูบผอมกลายเป็นสีขาวซีดเพราะแรงบีบฟู่เหวินอวี่เห็นภาพนี้เข้า ก็อดไม่ได้ที่จะแย่งขวดยามาถือไว้และลงมือเอง“เจ็บทำไมไม่บอก?”“เมื่อก่อน...คุณต้องงอแงให้ผมโอ๋ตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ?”ถ้าเป็นเมื่อก่อน สวีเหยาคงจะทำตัวขี้อ้อนและงอแงให้ฟู่เหวินอวี่ช่วยปลอบโยนเธอขนานใหญ่แต่ตอนนี้ เธอกลับยอมกัดฟันอดทนไว้ด้วยตัวเองฟู่เหวินอวี่จงใจลดน้ำเสียงให้อ่อนลง เพื่อรอให้สวีเหยาพูดตอบโต้เขาขอเพียงเธอยอมรับโอกาสที่เขาหยิบยื่นให้ เขาก็ใช่ว่าจะให้โอกาสเธอไม่ได้...เพราะในใจของเขานั้น สวีเหยาก็ยังคงเป็นคู่หมั้นและเป็นผู้หญิงของเขาแต่สวีเหยากลับหันหน้าหนี ราวกับไม่อยากจะมองเขา และพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า“ที่ผ่านมาทำให้คุณลำบาก ฉันต้องขอโทษด้ว
اقرأ المزيد
บทที่ 6
ฟู่เหวินอวี่หันมามองสวีเหยาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ "สวีเหยา คุณเนี่ยมันไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาจริงๆ!""ผมก็อยากจะรู้ ถ้าไม่มีตระกูลฟู่แล้ว คุณจะรอดไปได้สักกี่วัน!""ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เราถอนหมั้นกัน! คุณไม่ใช่คู่หมั้นของผมอีกต่อไปแล้ว!"คุณปู่โกรธมาก ท่านชี้นิ้วที่สั่นเทาไปที่ฟู่เหวินอวี่ "แก... ไอ้คนตาบอดใจดำ..."ชายชรายังพูดไม่ทันจบ ก็หลับตาลงและหมดสติไปทันทีหมอรีบพาตัวคุณปู่ไปดูแลด้วยความเร่งรีบ สวีเหยาที่กำลังร้อนใจเผลอลุกขึ้นตามสัญชาตญาณ แต่กลับโดนแผลจนล้มลงไปกองกับพื้น"คุณปู่คะ คุณปู่..."เธอร้องไห้ออกมาด้วยความกระวนกระวาย ยื่นมือไปดึงชายเสื้อของฟู่เหวินอวี่ "ให้ฉันไปดูท่านหน่อยเถอะนะคะ ได้โปรด..."ทั้งเลือดและน้ำตาไหลรินออกมาพร้อมกัน หยดลงบนพื้นจนกระจายเป็นวงคล้ายดอกไม้สีเลือด แต่ฟู่เหวินอวี่กลับผลักเธอออกอย่างรังเกียจ "คุณจะมาเสแสร้งทำไม?""ถ้าไม่ใช่เพราะคุณคอยเสี้ยมให้คนแตกคอกัน คุณปู่จะโกรธจนป่วยแบบนี้ไหม?""สวีเหยา คุณเนี่ยมันต่ำช้าได้ใจจริงๆ!"เขาหันหลังเดินตามหมอออกจากห้องพัก และยังกำชับบอดี้การ์ดให้เฝ้าสวีเหยาไว้ให้ดี ไม่ให้เธอไปไหนทั้งนั้นพ
اقرأ المزيد
บทที่ 7
ในช่วงที่พักรักษาตัว ฟู่เหวินอวี่เคยมาถามถึงอาการของสวีเหยา แต่ก็ถูกหลินซื่อเซวียนพูดปัดไปอย่างไม่ใส่ใจ“สภาพของเธอ คุณก็เห็นอยู่กับตา ในเมื่อเธอไม่ให้ความร่วมมือ ผมก็จนปัญญาเหมือนกัน”“รอให้วันไหนเธอคิดได้และยอมรับการรักษา เมื่อนั้นเธอก็จะหายดีเองในไม่ช้า”“พอไปถึงต่างประเทศแล้ว ที่นั่นจะมีผู้เชี่ยวชาญที่เก่งกว่าช่วยรักษาเธอ คุณสบายใจได้เลย”ในแง่หนึ่งฟู่เหวินอวี่ก็โกรธที่สวีเหยาทำตัวไร้เหตุผล แต่อีกแง่หนึ่งเขากลับรู้สึกดีใจลึกๆ อย่างห้ามไม่ได้ที่เห็นว่าเธอแคร์เขามากขนาดนี้ดูเหมือนว่าเขาจะสำคัญกับสวีเหยามาก สำคัญจนเธอยอมฝืนร่างกายเพื่อยื้อเขาไว้“สวีเหยา ยอมรักษาดีๆ เพื่อจะได้หายไวๆ ไม่ดีกว่าเหรอ? ทำไมคุณถึงได้ดื้อรั้นเอาแต่ทำร้ายตัวเองจนแผลแย่ลงแบบนี้?”แต่เมื่อสวีเหยาเห็นเขา เธอกลับถามเบาๆว่า “คุณปู่ฟื้นหรือยังคะ?”ความใจอ่อนเพียงเล็กน้อยที่เพิ่งเกิดขึ้นในใจของฟู่เหวินอวี่หายวับไปทันที เขาส่งเสียงหัวเราะเยาะออกมา“คุณยังกล้าถามอีกเหรอ?”“ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนี้ขาคุณขยับไม่ได้ ผมจะลากคุณไปคุกเข่าขอโทษคุณปู่ให้ได้เลย!”สวีเหยาพูดอย่างอ่อนแรงว่า “ขอโทษค่ะ”แต่ฟู่เหวินอวี่ดูเห
اقرأ المزيد
บทที่ 8
“สวีเหยา!”ฟู่เหวินอวี่ราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลาไว้ชั่วขณะ รอยเลือดที่ค่อยๆ ไหลซึมออกมาจากใต้ร่างของสวีเหยานั้นช่างบาดตา ราวกับมีดแหลมที่ทิ่มแทลทะลุหน้าอกของเขา ทำให้เขาเจ็บปวดเจียนตาย“สวีเหยา สวีเหยา...” ขอบตาของเขาแดงก่ำ เขาเอื้อมมือที่สั่นไปกุมมือที่เย็นเฉียบของสวีเหยา พยายามอย่างไร้ผลที่จะมอบความอบอุ่นให้ร่างที่ไร้ลมหายใจตรงหน้าไม่นาน หมอและพยาบาลก็วิ่งเข้ามา ต่างรีบช่วยกันหามสวีเหยาขึ้นเปลหามและส่งตัวไปยังห้องฉุกเฉินทันที“สวีเหยา คุณห้ามเป็นอะไรไปเด็ดขาดนะ ผมขอร้องละ”“อย่าตายนะสวีเหยา อย่าตาย... ได้โปรดอย่าตายเลย...”เขารีบวิ่งตามหลังหมอไป น้ำเสียงที่พูดออกมาสั่นเครืออย่างห้ามไม่ได้“คนไข้กระดูกแตกละเอียดทั้งแขนและขา โดยเฉพาะส่วนขาที่บาดเจ็บสาหัสมาก”“อวัยวะภายในของคนไข้ฉีกขาดทำให้เสียเลือดมาก และสมองก็ได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง”“คนไข้เสียเลือดมากเกินไป เร็ว! เตรียมถ่ายเลือด!”คำพูดของหมอแต่ละคำเข้าหูของฟู่เหวินอวี่จนเขาเดินเซไปมา แทบจะทรงตัวไว้ไม่อยู่ไฟหน้าห้องผ่าตัดสว่างขึ้น ประตูบานใหญ่ปิดสนิท แยกเขาให้ห่างออกมา อยู่ข้างนอกฟู่เหวินอวี่ไม่กล้าแม้แต่จะจิน
اقرأ المزيد
บทที่ 9
“เป็นไปไม่ได้!”ฟู่เหวินอวี่ผลักหลินยางยางออกอย่างแรงโดยไม่สนใจว่าเธอจะล้มลงกับพื้น เขาเพียงคลุ้มคลั่งพยายามจะลุกขึ้น “ผมจะไปหาเธอ ผมจะไปหาสวีเหยา...”แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามเพียงใด ก็ทำได้แค่ล้มลงที่เดิมครั้งแล้วครั้งเล่า บาดแผลที่หัวเข่ามีเลือดซึมออกมาจนพื้นห้องเริ่มกลายเป็นสีแดงหลินยางยางพยุงเขาขึ้นไปบนเตียง ดวงตามีน้ำตาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “พี่ฟู่เหวินอวี่ อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ เห็นพี่เจ็บปวดแบบนี้ ฉันเองก็เสียใจมากเหมือนกัน”“อย่างน้อยพี่สวีเหยาก็ยังไม่ตาย ขอแค่เราหาทาง เธอต้องฟื้นขึ้นมาแน่นอนค่ะ”“พี่ฟู่เหวินอวี่สงบสติอารมณ์ก่อนนะ โอเคไหมคะ?”เมื่อได้ยินดังนั้น อารมณ์ที่คุ้มคลั่งของฟู่เหวินอวี่ก็เริ่มสงบลง เขาเรียกบอดี้การ์ดมาทันที“ฉันจะกลับบ้านตระกูลฟู่ เดี๋ยวนี้!”“ได้ยินว่าการปลุกคนไข้เจ้าหญิงนิทราต้องใช้แรงกระตุ้นทางอารมณ์ ขอแค่หาของที่สวีเหยาเคยทิ้งไว้ให้เจอ ต้องทำให้เธอฟื้นได้แน่”ฟู่เหวินอวี่กลับมาถึงบ้านตระกูลฟู่ภายใต้การคุ้มกันของบอดี้การ์ดทันทีที่ก้าวเข้าประตูมา เขาก็รู้สึกว่าคฤหาสน์หลังนี้ดูเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนพรมเช็ดเท้าลายแมวสีชมพูที่สวีเหยาเคยซื้อม
اقرأ المزيد
บทที่ 10
ฟู่เหวินอวี่มาถึงโรงพยาบาลก็เป็นเวลาเย็นแล้ว“พี่ฟู่เหวินอวี่คะ มาพอดีเลย ทานข้าวด้วยกันนะคะ”หลินยางยางมองดูแก้มที่ตอบลงเล็กน้อยของเขา เธอรู้สึกสงสารในขณะเดียวกันก็อดไม่ได้ที่จะจุดไฟริษยาขึ้นมาทั้งที่สวีเหยากลายเป็นเจ้าหญิงนิทราไปแล้ว ทำไมฟู่เหวินอวี่ยังคงใส่ใจนังนั่นขนาดนี้?แต่เธอก็ไม่ได้แสดงอาการนั้นออกมาตอนนี้ฟู่เหวินอวี่กำลังจิตใจย่ำแย่ เธอต้องใช้โอกาสนี้แสดงด้านดีของตัวเองออกมา เพื่อให้สวีเหยาหายไปจากชีวิตของเขาอย่างถาวรเธอเข็นฟู่เหวินอวี่ไปที่โต๊ะอย่างอ่อนโยน พร้อมกับจัดวางอาหารตรงหน้าเขาให้เรียบร้อย“พี่ฟู่เหวินอวี่คะ ฉันได้ยินจากบอดี้การ์ดว่าพี่ไม่ได้ทานอะไรมาทั้งวันเลย ทำแบบนี้ได้ยังไงกันคะ?”“ฉันเข้าใจว่าพี่เป็นห่วงพี่สวีเหยา แต่พี่จะปล่อยให้ตัวเองลำบากแบบนี้ไม่ได้นะคะ ถ้าพี่สวีเหยาเห็นพี่เป็นแบบนี้ เธอจะเสียใจขนาดไหน”“มาค่ะ นี่คือซุปไก่ที่ฉันเคี่ยวมาตลอดทั้งบ่าย พี่ลองชิมดูสิคะว่ารสชาติเป็นยังไงบ้าง?”เมื่อเผชิญกับความเอาใจใส่ของหลินยางยาง จิตใจของฟู่เหวินอวี่ก็เริ่มผ่อนคลายลงบ้างเขาหยิบถ้วยซุปขึ้นมาและส่งยิ้มที่อ่อนโยนให้เธอ “อร่อยมากเลยหลินยางยาง ฝีมือเธอ
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status