เข้าสู่ระบบทุกลมหายใจเข้าออกพ่นเอาฟองลิ่มเลือดข้นคลั่กออกมาด้วยเขาเจ็บปวดจนนอนดิ้นไปมาในภาพลวงตา เสียงหวีดร้องด้วยความทรมานจุกอยู่ที่คอหอย ไม่อาจเปล่งเสียงใดๆ ออกมาได้เลยฉากภาพที่ปรากฏพลิกเปลี่ยนไป เส้นเวลาอีกสายหนึ่งแผ่ขยายออกไปที่นั่นไม่มีลู่เฉินยางจินไม่ได้หมั้นหมาย ไม่ได้อธิษฐานเผื่อใคร และไม่ได้ทำลายชีวิตตัวเองจนต้องกลายมาเป็นทารกที่แม้แต่จะพูดก็ยังทำไม่ได้ที่เชิงเขาหิมะเธอกำลังสวมชุดกระโปรงสีขาว ที่ข้อมือสวมกำไลอันเก่าที่แม่ทิ้งไว้ให้ ยามสายลมพัดผ่านทุ่งหญ้า เธอแย้มยิ้มจนเห็นฟันขาวสะอาด มีชีวิตอิสระเสรีไร้กรอบกฎเกณฑ์มาพันธนาการเธอมีชีวิตที่สงบสุขร่มเย็นลู่เฉินจ้องมองใบหน้าเปื้อนยิ้มดวงนั้น หยาดน้ำตาร่วงเผาะลงบนหลังมือความรักที่เขาเคยภาคภูมิใจนักหนา พอชำแหละเนื้อแท้ออกมาแล้ว มันกลับเป็นการสูบเลือดสูบเนื้อจากชีวิตของเธอจนถึงกระดูกเขาเอาชีวิตของเธอมาเล่นละครแสดงความรักอันลึกซึ้งของตัวเอง ช่างน่าตลกขบขันสิ้นดีในโลกแห่งความเป็นจริง เมื่อชะตาชีวิตถูกสูบถอนออกไปเส้นผมดำสนิทเต็มศีรษะของลู่เฉินแปรเปลี่ยนเป็นสีซีดจาง และมีผมขาวผุดงอกแซงแทรกออกมาทีละกระจุกเป็นกำๆแผ่นหลังที่เค
พอเขาหมดความอดทนเมื่อไหร่ สุดท้ายก็ต้องซมซานกลับมาอ้อนวอนขอร้องเธออยู่ดีเธอไม่อยากกลับไปใช้ชีวิตในสภาพที่ทั้งยากจนและขี้โรคเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว สภาพที่แม้แต่จะซื้อยาเฉพาะทางสักกล่องยังต้องคอยคิดเล็กคิดน้อยคำนวณอย่างถี่ถ้วนเธอยืนตัวตรง สายตาจับจ้องไปบนแท่นอธิษฐานที่ตั้งอยู่ด้านข้างกระดาษอธิษฐานที่กระจัดกระจายและพู่กันน้ำหมึกชาดสีแดงยังคงวางอยู่ที่ตรงนั้นความคิดอันบ้าบอไร้สาระสายหนึ่งผลักดันให้เธอเดินตรงเข้าไปกล้าเข้ามาอธิษฐานในห้องอธิษฐานของคนอื่น ช่างใจกล้าเสียจริงนะเธอคว้าพู่กันมาขีดเขียนลงบนกระดาษอย่างลนลานจนลายมือยุ่งเหยิงขอให้ยางจินกลายเป็นเด็กทารกเป็นใบ้ที่ไม่มีวันพูดได้ไปตลอดกาลพอเขียนเสร็จ เธอก็กัดนิ้วชี้จนเลือดซิบ แล้วกดรอยเลือดประทับลงบนแผ่นกระดาษแสงสีแดงเพิ่งจะสว่างวาบขึ้นมาได้เพียงเสี้ยวเดียวหน้าบานประตูถูกใครบางคนถีบออกอย่างแรงจนกระแทกเข้ากับผนัง เสียงดังสนั่นหวั่นไหวลู่เฉินยืนอยู่ที่ประตูเนกไทถูกดึงจนเบี้ยวไปเบี้ยวมา กระดุมเสื้อเชิ้ตหลุดกระเด็นไปสองเม็ด ในดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดงก่ำที่เกิดจากการอดหลับอดนอนและความกระวนกระวายใจมือของเวินจือส
เลือดของฉันไหลรินตามข้อมือร่วงลงสู่ร่องแท่นอธิษฐานทุกๆ หยดที่หลั่งริน สีหน้าของฉันก็ซีดเผือดลงไปส่วนหนึ่งภาพตัดสลับไป ตอนที่เขาอยู่ในห้องโถงจัดเลี้ยงอันหรูหรา ยื่นแชมเปญแก้วที่แสดงถึงชัยชนะนั้นให้แก่เวินจือเขากำลังยิ้มแย้ม ส่วนฉันกำลังทุกข์ทรมานเขาเจ็บปวดจนแทบหายใจก็ไม่เข้า นิ้วมือจิกทึ้งพรมแน่นจนเล็บฉีกขาดในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่ายามที่ฉันกรอกเสียงบอกเขาผ่านสายโทรศัพท์ในตอนนั้นว่า ฉันหนาวเหลือเกินนั้นไม่ใช่การออดอ้อนเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขาแต่ฉันเกือบจะหนาวตายจริงๆทีแรกเวินจือยังแอบดีใจที่เขาไม่ได้ริบเอาสุขภาพของตนเองคืนกลับไปเมื่อได้ยินข่าวเรื่องบริษัทล้มละลายดังออกมาจากโทรศัพท์ เธอก็ช็อกจนตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูกเธอพุ่งเข้าไปเขย่าไหล่ของลู่เฉินคำพูดประโยคแรกที่หลุดปากถามออกไปคือ ค่ารักษาแพงลิบลิ่วหลังจากนี้จะทำยังไงดีเธอร้องเอะอะโวยวายว่ายาเฉพาะทางนี้ห้ามหยุดยาเด็ดขาดลู่เฉินเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นแววตาที่แฝงความรักใคร่ทะนุถนอมที่มีต่อหล่อนเส้นสายสุดท้าย พลันพังทลายลงโดยสิ้นเชิงเวินจือรู้ตัวว่าพูดผิดไปแล้ว จึงรีบเปลี่ยนคำพูด
ลู่เฉินเงยหน้าขึ้น สายตาที่เขาใช้มองเธอไม่เหลือร่องรอยความอ่อนโยนดังเก่าก่อนอีกต่อไปเขาชี้นิ้วตรงไปยังนอกประตูแล้วสั่งให้เธอไสหัวออกไปทันทีลู่เฉินอุ้มฉันขึ้นมาจากเตียงทารก แล้วก้าวเดินกลับเข้าไปในห้องอธิษฐานอีกครั้งเขาประคองฉันวางลงบนเบาะรองนั่งอันอ่อนนุ่ม ยืนทำอะไรไม่ถูกอยู่หน้าแท่นอธิษฐานเขาพยายามเสาะหาวิธีการที่จะทำให้ฉันกลับคืนสู่สภาพเดิมเขาทำตามอย่างที่ฉันเคยทำในอดีต กรีดมือของตัวเองจนเลือดย้อมลงบนแท่นอธิษฐานแท่นอธิษฐานโบราณเปล่งแสงสีแดงสว่างวาบขึ้นมาสายหนึ่งกลางอากาศพลันปรากฏตัวอักษรสีเหลืองซีดจางขึ้นมาไม่กี่แถว ซึ่งนั่นคือหนทางเดียวในการพลิกผันดวงชะตาผู้รับพรต้องคืนสิ่งได้รับไปทั้งหมดมีเพียงการส่งคืนกลับไปเท่านั้น วงล้อชะตาที่หมุนย้อนกลับจึงจะสามารถขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ถูกต้องได้อีกครั้งข้อที่หนึ่ง คืนอายุขัยของลู่เฉินที่ถูกต่อชีวิตให้หลังจากเหตุเครื่องบินตกข้อที่สอง คืนหน้าที่การงานและความมั่งคั่งที่ลู่เฉินได้กลับคืนมาหลังจากล้มละลายข้อที่สาม คืนสุขภาพที่ช่วยยื้อกลับคืนมาให้แก่เวินจือข้อที่สี่ คืนชั่วชีวิตหนึ่งอันแสนจอมปลอมที่พวกเขาร่วมกันขโมยไปในแ
เขายกเก้าอี้ตัวหนึ่งมานั่งลงที่ข้างเตียงเด็กทารกเขาไม่กล้าแม้แต่จะแตะต้องตัวฉันได้แต่ถอดกำไลอันเก่าวงนั้นออก แล้วกำมันไว้ในอุ้งมือแน่นในช่วงเวลาที่ฉันครึ่งหลับครึ่งตื่น ได้ยินเขาเอ่ยขึ้นมาประโยคหนึ่งด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเขาพูดว่า “ยางจิน คุณอย่าทำให้ผมกลัวสิ”พอฟ้าเริ่มสาง ลู่เฉินก็วิ่งพรวดเข้าไปในห้องอธิษฐานของฉันเขารื้อค้นข้าวของด้านในจนกระจัดกระจายเขากวาดคัมภีร์และบันทึกทั้งหมดลงพื้น หมายจะหาหลักฐานสักชิ้นที่พิสูจน์ว่าฉันโกหกเขาเขาเปิดคอมพิวเตอร์ของฉันขึ้นมาตรงใจกลางเดสก์ท็อป มีโฟลเดอร์ที่สร้างขึ้นมาใหม่ปรากฏอยู่เด่นชัดนี่คือสิ่งที่ฉันบันทึกเก็บไว้ ก่อนที่เขาจะทุบกำไลวงนั้นทิ้งไฟล์นั้นมีชื่อว่า “หลักฐานที่ผมมีชีวิตอยู่ต่อไปแทนคุณ”เมาส์ของลู่เฉินค้างอยู่ที่โฟลเดอร์นั้นเนิ่นนาน ไม่กล้าแม้แต่จะคลิกมันลงไปทว่าสุดท้ายเขาก็คลิกเปิดมันจนได้รูปถ่ายชุดแรกเด้งขึ้นมามันคือภาพในช่วงเย็นวันที่เขาฟื้นจากเหตุเครื่องบินตก สายรัดข้อมือคนไข้ยังคล้องอยู่บนข้อมือในรูปถ่ายเขากำลังก้มหน้า ผูกผ้าพันคอให้เวินจือด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยนทว่าตรงข้างรูปถ่ายใบนั้น กลับม
ยามที่ลู่เฉินอุ้มฉันวิ่งพรวดออกจากห้องอธิษฐาน มือทั้งสองข้างสั่นสะท้านราวกับจับไข้เขาไม่ได้หยิบแม้กระทั่งเสื้อคลุมไปด้วยฉันถูกห่อหุ้มอยู่ในเสื้อผ้าที่เคยเป็นของฉันซึ่งบัดนี้กลับว่างเปล่าในลำคอทำได้เพียงเปล่งเสียงสะอื้นไห้แผ่วเบาอย่างที่สุดไม่กี่ครั้งแม้แต่เสียงร้องไห้ยังอ่อนแรงราวกับจะขาดใจในวินาทีถัดไปลู่เฉินวิ่งหน้าตั้งไปจนถึงโรงรถเขาพยายามอยู่หลายครั้ง ทว่าแม้แต่กุญแจรถก็ยังเสียบไม่เข้ารูเสียบกุญแจปากของเขายังคงพึมพำซ้ำไปซ้ำมาว่า เป็นไปไม่ได้หรอกเขาต่อสายตรงถึงผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนทันทีทันทีที่อ้าปากก็ตวาดลั่นออกมาเขาบอกว่าที่นี่เกิดอุบัติเหตุทางการแพทย์ที่ผิดปกติขั้นรุนแรง สั่งให้แพทย์เฉพาะทางที่ดีที่สุดทุกคนเตรียมพร้อมสแตนด์บายทันทีเวินจือหน้าถอดสีวิ่งไล่ตามออกมา พลางขวางอยู่หน้าประตูรถเธอจ้องเขม็งไปยังม้วนเสื้อผ้าตัวนั้นในอ้อมอกของลู่เฉิน ในแววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกแต่คำพูดประโยคแรกที่เธอเอ่ยปากถาม กลับไม่ใช่เรื่องความเป็นความตายของฉันเธอถามว่า “ชั่วชีวิตหนึ่งที่เราใช้ร่วมกันจนแก่เฒ่าในแดนอธิษฐาน คุณยังจำได้ไหม?”ลู่เฉินตัวแข็งทื่อไปทั้งร่างชั







