Partager

ตอนที่ 4

Auteur: เฉิงจื่อ
ลู่เฉินพิงขอบประตู ทว่าพอฟังจบกลับหัวเราะออกมาทีหนึ่ง

“ยางจิน ถ้าตำนานเป็นเรื่องโกหก มันก็ทำร้ายคุณไม่ได้หรอกน่า”

“แต่ถ้ามันเป็นเรื่องจริง ขนาดชีวิตผม คุณยังช่วยมาได้ตั้งสองหน แค่ความปรารถนาข้อเดียวของเธอจะเป็นไรไป”

ฉันจ้องมองเขา พลันรู้สึกว่าในอกมันว่างเปล่าเหลือเกิน

“คืนกำไลให้ฉัน”

ลู่เฉินก้าวเท้าไม่กี่ก้าวก็มาถึงเบื้องหน้าเวินจือ พลางปกป้องเธอไว้ข้างหลัง

“อย่าเพิ่งทำให้เธอต้องหมดสนุก ทั้งที่เพิ่งจะอาการดีขึ้นเลย”

ฉันใช้มือยันพื้นพรมหมายจะเข้าไปหา

วินาทีถัดมา ลู่เฉินคว้าข้อมือของเวินจือ พร้อมชูขึ้นสูงๆ

กำไลข้อมือวงนั้นที่แม่เหลือทิ้งไว้ให้ฉัน ทอแสงสีเงินเก่าคร่ำคร่าอยู่ท่ามกลางแสงอรุณ

เขามองฉัน ถามทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า “จะทำไหม?”

ฉันขบกรามแน่น

“ไม่…”

พูดยังไม่ทันจบ เขาก็เงื้อมือขึ้น ทำท่าจะขว้างกำไลอัดเข้าใส่ผนังห้อง

หัวใจของฉันกระตุกวูบ

“ตกลง”

แดนอธิษฐานเปิดออก

ควันสีขาวบนแท่นบูชาลอยพุ่งขึ้นมากะทันหัน ราวกับหิมะที่ตกอย่างเงียบงัน กลืนกินห้องอธิษฐานทั้งห้องในชั่วพริบตา

ลึกเข้าไปในกลุ่มควัน เวินจือสวมชุดแต่งงาน ควงแขนของลู่เฉินก้าวเดินเข้าไปในโบสถ์

เสียงระฆังดังกังวานขึ้น

ลู่เฉินก้มหน้าลงสวมแหวนเพชรให้เธอ ขอบตาแดงระเรื่อ น้ำเสียงแผ่วเบาคล้ายกับทอดถอนใจ

“ในที่สุดก็ไม่มีเรื่องให้ต้องนึกเสียใจอีกแล้ว”

พวกเขากอดจูบกันอยู่ท่ามกลางเสียงปรบมือและกลีบดอกไม้

ต่อมา พวกเขาย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านที่มีสวนหย่อม

เวินจือรังเกียจว่าสีผ้าม่านดูเย็นชาเกินไป วันถัดมา ทั่วทั้งบ้านก็ถูกเปลี่ยนเป็นสีส้มอบอุ่นที่เธอชอบ

กลางดึกเธออยากกินบะหมี่น้ำร้อนๆ ลู่เฉินคลุมเสื้อนอกเดินลงมาข้างล่าง มือเท้างุ่มง่ามจนทำห้องครัวเลอะเทอะเปรอะเปื้อน แต่กลับประคองชามพลางส่งยิ้มพะเน้าพะนอเธอ “ถ้าไม่อร่อย เดี๋ยวผมเรียนรู้ใหม่ได้นะ”

เวลาล่วงเลยไป เวินจือก็ตั้งครรภ์

ลู่เฉินปฏิเสธงานสังคมทั้งหมด ทั้งยังกลับบ้านตรงเวลาทุกวัน

เขานั่งคุกเข่าลงตรงหน้าเธอเพื่อฟังเสียงเด็กดิ้น ในท้องเตะเบาๆ ทีหนึ่ง เขาอึ้งไปนานมาก จู่ๆ ก็หัวเราะออกมาเหมือนคนเซ่อ

เด็กน้อยลืมตาดูโลก เริ่มหัดเดิน จนกระทั่งเติบใหญ่

เขาชูร่างเด็กขึ้นเหนือศีรษะ หมุนตัวไปรอบๆ บนสนามหญ้า

เขาไปส่งลูกที่โรงเรียน ไปส่งลูกเดินทางไกล และในอีกหลายปีต่อมา ก็กุมมือของเวินจือเข้าร่วมงานแต่งงานของลูก

พวกเขาครองคู่จนแก่เฒ่า

ลูกหลานเต็มบ้านรายล้อมอยู่แทบเข่า แสงแดดในสวนดอกไม้อบอุ่นราวกับความฝันที่ไม่มีวันตื่น

ทุกคนต่างพูดว่า ชีวิตของลู่เฉินในชาตินี้ช่างสมบูรณ์พูนสุข

ทว่าภายในห้องอธิษฐาน กลับมีเพียงความเงียบงันอันน่าสะพรึง

กลางฝ่ามือของฉันถูกรอยตราอธิษฐานฉีกกระชาก เลือดไหลรินตามร่องนิ้วหยดลงในร่องเหล็ก หยดแล้วหยดเล่าแผ่วเบาลงเรื่อย ๆ

แหวนหมั้นอันเก่าที่เคยเป็นของฉันวงนั้น ร่วงหล่นจากกระเป๋าเสื้อตัวหลวม กลิ้งไปถึงขาเตียง

ฉันอยากจะยื่นมือไปเก็บ

แต่มือของฉันกลับหดเล็กลงเสียแล้ว

แขนเสื้อหลวมโพรกทอดขนานอยู่บนพื้น ปลายนิ้วเอื้อมไม่ถึงแม้แต่ขอบเตียง

ผลสะท้อนกลับค่อยๆ บดขยี้ผ่านกระดูกไปทีละนิด ราวกับจะฉีกร่างของฉันให้เป็นชิ้นๆ แล้วยัดกลับเข้าไปในร่างที่เล็กลงกว่าเดิม

ฉันเจ็บจนต้องขดตัวเข้าหากัน ในลำคอคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือด

ฉันอยากจะร้องเรียกลู่เฉิน

ทว่าท้ายที่สุด เสียงที่เปล่งออกมากลับมีเพียงเสียงสะอื้นไห้แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน

ท่ามกลางกลุ่มควัน ลู่เฉินแก่ชราลงแล้ว

เวินจือซบไหล่เขาหลับไป เสียงหัวเราะของพวกเด็กๆ ดังแว่วมาจากในบ้าน

เขามองแสงสีส้มอันอบอุ่นที่สาดส่องทั่วสวน จู่ๆ ก็เหม่อลอยไปชั่วขณะ

เขานึกถึงเมื่อหลายปีก่อน ก็เคยมีใครบางคนทำอาหารเสร็จแล้วนั่งรอเขาอยู่ใต้แสงไฟ

ไม่เคยเรียกร้องดอกไม้ ไม่เคยเรียกร้องคำสัญญา

ขอเพียงแค่เขาจะกลับบ้านตรงเวลาสักครั้ง

แดนอธิษฐานพังทลายลงในวินาทีนั้นเอง

ควันสีขาวสลายไปจนหมด

ลู่เฉินยังไม่ทันหุบยิ้ม

เขาผลักประตูห้องอธิษฐานเข้ามา ร้องเรียกไปตามสัญชาตญาณว่า “ยางจิน จบแล้วนะ”

“พรุ่งนี้พวกเราแต่งงานกันเลยดีไหม?”

ไม่มีใครตอบรับ

บนพรมเหลือเพียงเสื้อตัวใหญ่ที่ว่างเปล่าตัวหนึ่ง

และยังมีกำไลข้อมือที่กลิ้งหล่นอยู่ข้างๆ

ฝีเท้าของลู่เฉินชะงักกึก

เขาเดินเข้าไปหา แล้วค่อยๆ เลิกเสื้อตัวนั้นขึ้น

ทารกแรกเกิดคนหนึ่งนอนขดตัวอยู่ด้านใน บนกระดูกข้อมือมีกำไลวงใหญ่คล้องอยู่

ลู่เฉินตัวแข็งทื่ออยู่กับที่

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • รักที่ไปไม่ถึง   บทที่ 10

    ทุกลมหายใจเข้าออกพ่นเอาฟองลิ่มเลือดข้นคลั่กออกมาด้วยเขาเจ็บปวดจนนอนดิ้นไปมาในภาพลวงตา เสียงหวีดร้องด้วยความทรมานจุกอยู่ที่คอหอย ไม่อาจเปล่งเสียงใดๆ ออกมาได้เลยฉากภาพที่ปรากฏพลิกเปลี่ยนไป เส้นเวลาอีกสายหนึ่งแผ่ขยายออกไปที่นั่นไม่มีลู่เฉินยางจินไม่ได้หมั้นหมาย ไม่ได้อธิษฐานเผื่อใคร และไม่ได้ทำลายชีวิตตัวเองจนต้องกลายมาเป็นทารกที่แม้แต่จะพูดก็ยังทำไม่ได้ที่เชิงเขาหิมะเธอกำลังสวมชุดกระโปรงสีขาว ที่ข้อมือสวมกำไลอันเก่าที่แม่ทิ้งไว้ให้ ยามสายลมพัดผ่านทุ่งหญ้า เธอแย้มยิ้มจนเห็นฟันขาวสะอาด มีชีวิตอิสระเสรีไร้กรอบกฎเกณฑ์มาพันธนาการเธอมีชีวิตที่สงบสุขร่มเย็นลู่เฉินจ้องมองใบหน้าเปื้อนยิ้มดวงนั้น หยาดน้ำตาร่วงเผาะลงบนหลังมือความรักที่เขาเคยภาคภูมิใจนักหนา พอชำแหละเนื้อแท้ออกมาแล้ว มันกลับเป็นการสูบเลือดสูบเนื้อจากชีวิตของเธอจนถึงกระดูกเขาเอาชีวิตของเธอมาเล่นละครแสดงความรักอันลึกซึ้งของตัวเอง ช่างน่าตลกขบขันสิ้นดีในโลกแห่งความเป็นจริง เมื่อชะตาชีวิตถูกสูบถอนออกไปเส้นผมดำสนิทเต็มศีรษะของลู่เฉินแปรเปลี่ยนเป็นสีซีดจาง และมีผมขาวผุดงอกแซงแทรกออกมาทีละกระจุกเป็นกำๆแผ่นหลังที่เค

  • รักที่ไปไม่ถึง   บทที่ 9

    พอเขาหมดความอดทนเมื่อไหร่ สุดท้ายก็ต้องซมซานกลับมาอ้อนวอนขอร้องเธออยู่ดีเธอไม่อยากกลับไปใช้ชีวิตในสภาพที่ทั้งยากจนและขี้โรคเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว สภาพที่แม้แต่จะซื้อยาเฉพาะทางสักกล่องยังต้องคอยคิดเล็กคิดน้อยคำนวณอย่างถี่ถ้วนเธอยืนตัวตรง สายตาจับจ้องไปบนแท่นอธิษฐานที่ตั้งอยู่ด้านข้างกระดาษอธิษฐานที่กระจัดกระจายและพู่กันน้ำหมึกชาดสีแดงยังคงวางอยู่ที่ตรงนั้นความคิดอันบ้าบอไร้สาระสายหนึ่งผลักดันให้เธอเดินตรงเข้าไปกล้าเข้ามาอธิษฐานในห้องอธิษฐานของคนอื่น ช่างใจกล้าเสียจริงนะเธอคว้าพู่กันมาขีดเขียนลงบนกระดาษอย่างลนลานจนลายมือยุ่งเหยิงขอให้ยางจินกลายเป็นเด็กทารกเป็นใบ้ที่ไม่มีวันพูดได้ไปตลอดกาลพอเขียนเสร็จ เธอก็กัดนิ้วชี้จนเลือดซิบ แล้วกดรอยเลือดประทับลงบนแผ่นกระดาษแสงสีแดงเพิ่งจะสว่างวาบขึ้นมาได้เพียงเสี้ยวเดียวหน้าบานประตูถูกใครบางคนถีบออกอย่างแรงจนกระแทกเข้ากับผนัง เสียงดังสนั่นหวั่นไหวลู่เฉินยืนอยู่ที่ประตูเนกไทถูกดึงจนเบี้ยวไปเบี้ยวมา กระดุมเสื้อเชิ้ตหลุดกระเด็นไปสองเม็ด ในดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดงก่ำที่เกิดจากการอดหลับอดนอนและความกระวนกระวายใจมือของเวินจือส

  • รักที่ไปไม่ถึง   บทที่ 8

    เลือดของฉันไหลรินตามข้อมือร่วงลงสู่ร่องแท่นอธิษฐานทุกๆ หยดที่หลั่งริน สีหน้าของฉันก็ซีดเผือดลงไปส่วนหนึ่งภาพตัดสลับไป ตอนที่เขาอยู่ในห้องโถงจัดเลี้ยงอันหรูหรา ยื่นแชมเปญแก้วที่แสดงถึงชัยชนะนั้นให้แก่เวินจือเขากำลังยิ้มแย้ม ส่วนฉันกำลังทุกข์ทรมานเขาเจ็บปวดจนแทบหายใจก็ไม่เข้า นิ้วมือจิกทึ้งพรมแน่นจนเล็บฉีกขาดในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่ายามที่ฉันกรอกเสียงบอกเขาผ่านสายโทรศัพท์ในตอนนั้นว่า ฉันหนาวเหลือเกินนั้นไม่ใช่การออดอ้อนเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขาแต่ฉันเกือบจะหนาวตายจริงๆทีแรกเวินจือยังแอบดีใจที่เขาไม่ได้ริบเอาสุขภาพของตนเองคืนกลับไปเมื่อได้ยินข่าวเรื่องบริษัทล้มละลายดังออกมาจากโทรศัพท์ เธอก็ช็อกจนตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูกเธอพุ่งเข้าไปเขย่าไหล่ของลู่เฉินคำพูดประโยคแรกที่หลุดปากถามออกไปคือ ค่ารักษาแพงลิบลิ่วหลังจากนี้จะทำยังไงดีเธอร้องเอะอะโวยวายว่ายาเฉพาะทางนี้ห้ามหยุดยาเด็ดขาดลู่เฉินเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นแววตาที่แฝงความรักใคร่ทะนุถนอมที่มีต่อหล่อนเส้นสายสุดท้าย พลันพังทลายลงโดยสิ้นเชิงเวินจือรู้ตัวว่าพูดผิดไปแล้ว จึงรีบเปลี่ยนคำพูด

  • รักที่ไปไม่ถึง   บทที่ 7

    ลู่เฉินเงยหน้าขึ้น สายตาที่เขาใช้มองเธอไม่เหลือร่องรอยความอ่อนโยนดังเก่าก่อนอีกต่อไปเขาชี้นิ้วตรงไปยังนอกประตูแล้วสั่งให้เธอไสหัวออกไปทันทีลู่เฉินอุ้มฉันขึ้นมาจากเตียงทารก แล้วก้าวเดินกลับเข้าไปในห้องอธิษฐานอีกครั้งเขาประคองฉันวางลงบนเบาะรองนั่งอันอ่อนนุ่ม ยืนทำอะไรไม่ถูกอยู่หน้าแท่นอธิษฐานเขาพยายามเสาะหาวิธีการที่จะทำให้ฉันกลับคืนสู่สภาพเดิมเขาทำตามอย่างที่ฉันเคยทำในอดีต กรีดมือของตัวเองจนเลือดย้อมลงบนแท่นอธิษฐานแท่นอธิษฐานโบราณเปล่งแสงสีแดงสว่างวาบขึ้นมาสายหนึ่งกลางอากาศพลันปรากฏตัวอักษรสีเหลืองซีดจางขึ้นมาไม่กี่แถว ซึ่งนั่นคือหนทางเดียวในการพลิกผันดวงชะตาผู้รับพรต้องคืนสิ่งได้รับไปทั้งหมดมีเพียงการส่งคืนกลับไปเท่านั้น วงล้อชะตาที่หมุนย้อนกลับจึงจะสามารถขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ถูกต้องได้อีกครั้งข้อที่หนึ่ง คืนอายุขัยของลู่เฉินที่ถูกต่อชีวิตให้หลังจากเหตุเครื่องบินตกข้อที่สอง คืนหน้าที่การงานและความมั่งคั่งที่ลู่เฉินได้กลับคืนมาหลังจากล้มละลายข้อที่สาม คืนสุขภาพที่ช่วยยื้อกลับคืนมาให้แก่เวินจือข้อที่สี่ คืนชั่วชีวิตหนึ่งอันแสนจอมปลอมที่พวกเขาร่วมกันขโมยไปในแ

  • รักที่ไปไม่ถึง   บทที่ 6

    เขายกเก้าอี้ตัวหนึ่งมานั่งลงที่ข้างเตียงเด็กทารกเขาไม่กล้าแม้แต่จะแตะต้องตัวฉันได้แต่ถอดกำไลอันเก่าวงนั้นออก แล้วกำมันไว้ในอุ้งมือแน่นในช่วงเวลาที่ฉันครึ่งหลับครึ่งตื่น ได้ยินเขาเอ่ยขึ้นมาประโยคหนึ่งด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเขาพูดว่า “ยางจิน คุณอย่าทำให้ผมกลัวสิ”พอฟ้าเริ่มสาง ลู่เฉินก็วิ่งพรวดเข้าไปในห้องอธิษฐานของฉันเขารื้อค้นข้าวของด้านในจนกระจัดกระจายเขากวาดคัมภีร์และบันทึกทั้งหมดลงพื้น หมายจะหาหลักฐานสักชิ้นที่พิสูจน์ว่าฉันโกหกเขาเขาเปิดคอมพิวเตอร์ของฉันขึ้นมาตรงใจกลางเดสก์ท็อป มีโฟลเดอร์ที่สร้างขึ้นมาใหม่ปรากฏอยู่เด่นชัดนี่คือสิ่งที่ฉันบันทึกเก็บไว้ ก่อนที่เขาจะทุบกำไลวงนั้นทิ้งไฟล์นั้นมีชื่อว่า “หลักฐานที่ผมมีชีวิตอยู่ต่อไปแทนคุณ”เมาส์ของลู่เฉินค้างอยู่ที่โฟลเดอร์นั้นเนิ่นนาน ไม่กล้าแม้แต่จะคลิกมันลงไปทว่าสุดท้ายเขาก็คลิกเปิดมันจนได้รูปถ่ายชุดแรกเด้งขึ้นมามันคือภาพในช่วงเย็นวันที่เขาฟื้นจากเหตุเครื่องบินตก สายรัดข้อมือคนไข้ยังคล้องอยู่บนข้อมือในรูปถ่ายเขากำลังก้มหน้า ผูกผ้าพันคอให้เวินจือด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยนทว่าตรงข้างรูปถ่ายใบนั้น กลับม

  • รักที่ไปไม่ถึง   บทที่ 5

    ยามที่ลู่เฉินอุ้มฉันวิ่งพรวดออกจากห้องอธิษฐาน มือทั้งสองข้างสั่นสะท้านราวกับจับไข้เขาไม่ได้หยิบแม้กระทั่งเสื้อคลุมไปด้วยฉันถูกห่อหุ้มอยู่ในเสื้อผ้าที่เคยเป็นของฉันซึ่งบัดนี้กลับว่างเปล่าในลำคอทำได้เพียงเปล่งเสียงสะอื้นไห้แผ่วเบาอย่างที่สุดไม่กี่ครั้งแม้แต่เสียงร้องไห้ยังอ่อนแรงราวกับจะขาดใจในวินาทีถัดไปลู่เฉินวิ่งหน้าตั้งไปจนถึงโรงรถเขาพยายามอยู่หลายครั้ง ทว่าแม้แต่กุญแจรถก็ยังเสียบไม่เข้ารูเสียบกุญแจปากของเขายังคงพึมพำซ้ำไปซ้ำมาว่า เป็นไปไม่ได้หรอกเขาต่อสายตรงถึงผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนทันทีทันทีที่อ้าปากก็ตวาดลั่นออกมาเขาบอกว่าที่นี่เกิดอุบัติเหตุทางการแพทย์ที่ผิดปกติขั้นรุนแรง สั่งให้แพทย์เฉพาะทางที่ดีที่สุดทุกคนเตรียมพร้อมสแตนด์บายทันทีเวินจือหน้าถอดสีวิ่งไล่ตามออกมา พลางขวางอยู่หน้าประตูรถเธอจ้องเขม็งไปยังม้วนเสื้อผ้าตัวนั้นในอ้อมอกของลู่เฉิน ในแววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกแต่คำพูดประโยคแรกที่เธอเอ่ยปากถาม กลับไม่ใช่เรื่องความเป็นความตายของฉันเธอถามว่า “ชั่วชีวิตหนึ่งที่เราใช้ร่วมกันจนแก่เฒ่าในแดนอธิษฐาน คุณยังจำได้ไหม?”ลู่เฉินตัวแข็งทื่อไปทั้งร่างชั

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status