LOGINสามพี่น้องตระกูลสวี่ที่เคยมองว่าฉันสำคัญยิ่งกว่าชีวิต กลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ในยามที่ฉันทุกข์ทรมานกับเนื้องอกในสมองชนิดร้ายแรงอยู่ การผ่าตัดอาจทำให้สูญเสียความทรงจำ ฉันไม่อยากลืมพวกเขา จึงโทรไปขอความช่วยเหลือจากพวกเขา แต่ทันทีที่รับสายแล้ว กลับถูกพวกเขาด่าทออย่างไม่ไว้หน้า “ซ่งเสี่ยวหรู วันนี้เป็นวันเกิดของอาเหยียน เธออย่ามาสร้างปัญหาได้ไหม?” ฉันเจ็บจนหมดสติไป เมื่อฟื้นขึ้นมาในโรงพยาบาล ฉันก็เห็นข้อความในมือถือที่เสิ่นเหยียนส่งมา “ซ่งเสี่ยวหรู พี่ชายทั้งสามให้เครื่องรางคุ้มภัยฉันตั้งสามอันแน่ะ” ในภาพนั้น คือเครื่องรางคุ้มภัยที่ฉันก้าวหนึ่งก้าว ก้มกราบหนึ่งครั้ง และคุกเข่าอยู่ท่ามกลางสายฝนนานถึงเจ็ดชั่วโมง กว่าจะขอมาให้พี่น้องทั้งสามได้ ในที่สุดฉันก็ยอมตัดใจ เดินทางไปผ่าตัดที่ต่างประเทศเพียงลำพัง เพื่อจะลืมพวกเขา จนกระทั่งวันหนึ่ง ฉันเห็นชายแปลกหน้าสามคนคุกเข่าอยู่หน้าบ้านฉัน ร้องขอฉันให้อภัยพวกเขาอย่างบ้าคลั่ง
View More“เธอรู้ตั้งนานแล้วว่าเสี่ยวหรูป่วย! ยาที่เธอทำหกต่อหน้าพวกเราในวันนั้นเป็นยาวิเศษของเสี่ยวหรู! เสิ่นเหยียน พวกเราดีกับเธอขนาดนั้น! ทำไมเธอถึงทำแบบนี้กับเสี่ยวหรู!”สีหน้าของสวี่เหยียนกับสวี่นั่วก็เปลี่ยนไปเหมือนกัน รีบเอาเอกสารที่ตรวจสอบมานั้นและเริ่มพลิกดูทีละหน้าพลิกดูหน้าหนึ่ง สีหน้าของพวกเขาก็ยิ่งซีดลงเท่านั้นจนสุดท้ายก็ถึงกับตัวสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ตอนที่พวกเขาทำเรื่องเหล่านี้ อาจคิดว่าไม่มีอะไร แต่พอเอามาบันทึกอย่างละเอียดเป็นข้อๆ พวกเขาก็เพิ่งรู้ว่ามันทำร้ายฉันมากขนาดไหนฉันมองดูท่าทางที่เสียใจของพวกเขาอย่างเย็นชา เพียงรู้สึกน่าขำยิ่งนักตอนดีไม่รักษา ตอนนี้มาทำเป็นเสียใจให้ใครดู?ฉันเข็นรถเข็นอยากจะจากไปแต่เสิ่นเหยียนที่ล้มอยู่ไม่ไกลนั้น พรวดลุกขึ้นวิ่งเข้ามา ทั้งคำรามและด่ารัวๆ ว่า “ในสมองของแกมีก้อนเนื้องอกไมม่ใช่เหรอ? ทำไมยังไม่ตาย!”“ทำไมยังมาแย่งพี่ชายกับฉัน! ฉันคิดและวางแผนมาตั้งนานถึงจะทำให้พวกเขาดีกับฉันได้ แต่เธอกลับทำลายมันได้ง่ายๆ โดยกระดาษแค่ไม่กี่แผ่น!”แสงสีเงินวาบออกมาจากแขนเสื้อของเธอฉันแทบหยุดหายใจ เสิ่นเหยียนเอามีดมาด้วย!แต่เธอเข้าใกล้ฉันไม่ไ
เสิ่นเหยียนรีบวิ่งไปที่ตรงหน้าพวกเขา และถามด้วยความเป็นห่วงว่า “พี่คะ สองสามวันนี้พวกพี่ไปไหนกันค่ะ?”“หนูเป็นห่วงพวกพี่จังเลย!พี่เสี่ยวหรูกลับมาแล้วเหรอค่ะ? เธออยู่ไหนค่ะ?”“หนูรู้ว่าเธอโกรธที่พวกพี่ดีกับหนู แต่หนีออกจากบ้านไปโดยไม่กล่าวสักคำแบบนี้ ก็ไม่รู้จักกาลเทศะเกินไปแล้ว พวกพี่อย่าโกรธไปเลยนะคะ”เมื่อได้ยินแบบนี้ สามพี่น้องก็ไม่ได้แสดงสีหน้าตำหนิเหมือนปกติ กลับกันยังโกรธเล็กน้อยอีกด้วยเสิ่นเหยียนตื่นตระหนกเล็กน้อย แสดงท่าทีประจบประแจงโดยสัญชาตญาณ "แต่พี่เสี่ยวหรูป่วยอยู่ อารมณ์ไม่ค่อยดีก็พอเข้าใจได้อยู่" สีหน้าของสวี่เหยียนเปลี่ยนไป คว้าคอเสื้อของเสิ่นเหยียนไว้ "เธอรู้ได้ไงว่าเสี่ยวหรูป่วย? เธอทำอะไรเค้า?"สีหน้าของเสิ่นเหยียนเปลี่ยนไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็แสดงท่าทีที่น่าสงสารเหมือนเช่นเคยต่อ "พี่สวี่เหยียน หนูก็พึ่งรู้เหมือนกันค่ะ เพื่อนร่วมชั้นของหนูกำลังฝึกงานอยู่ที่โรงพยาบาล เขาบอกหนูว่าพี่เสี่ยวหรูมีเนื้องอกในสมอง!"สามพี่น้องสบตากันเหมือนใจตรงกันโดยไม่พูดอะไรอีก สวี่นั่วเพียงแค่เปิดแอพจองตั๋วและจองเที่ยวบินเพิ่มเติมอีกหนึ่งตั๋วสวี่เฉิงสูดหายใจเข้าลึกๆ ทำสีหน้าอ่อนโ
หลายคนยื้อยุดกันอย่างทุลักทุเล แต่ก็ยังพยายามหาช่องว่างวิ่งเข้าไปในห้องผู้ป่วยเสียงเอะอะที่พวกเขาก่อขึ้นดึงดูดความสนใจของคนในห้องผู้ป่วยแถวนั้นทั้งหมด หลายคนถึงกับออกมามุงดูฉันพูดอย่างเย็นชาว่า "ปล่อยให้พวกเขาเข้ามา"บอดี้การ์ดหยุดและปล่อยมือสวี่เฉิงถลึงตาใส่พวกบอดี้การ์ด "พวกเราเป็นคนตระกูลสวี่ ไม่แน่ในอนาคตอาจมีคนใดคนหนึ่งได้แต่งงานกับเสี่ยวหรูก็ได้ พวกแกกล้าปฏิบัติแบบนี้กับพวกเรา ระวังจะโดนไล่ออก!"ได้ยินแบบนี้แล้ว ฉันทั้งโกรธทั้งขำ "มาวางอำนาจอยู่หน้าห้องผู้ป่วยของฉันงั้นเหรอ? ฉันยังไม่รู้จักพวกคุณเลยด้วยซ้ำ ทำไมฉันต้องแต่งงานกับพวกคุณด้วย?”สวี่นั่วรีบวิ่งมาที่ตรงหน้าฉัน พยายามจะจับมือฉัน แต่ก็ถูกกลับหลบออกดวงตาของเขาแดงก่ำ ราวกับว่าต้องทนทุกข์ทรมานอย่างมากมา "เสี่ยวหรู ฉันไปถามหมอมาแล้ว หมอบอกว่าเธอทำการผ่าตัดแล้วอาจจะทำให้เธอสูญเสียความทรงจำได้"“ไม่เป็นไรหรอก ต่อให้เธอลืมพวกเราไปแล้วจริง พวกเราก็จะสร้างความทรงจำใหม่ๆให้กับเธออีกแน่นอน ถือเป็นการชดใช้ความผิดของเราแล้วกันนะ โอเคไหม?”สวี่เหยียนก็เบียดเข้ามา น้ำตาไหลอาบแก้ม “ฉันจะไม่ออกแบบเสื้อผ้าให้คนอื่นอีกแล้ว จากน
สีหน้าของสวี่นั่วเปลี่ยนไป ลุกขึ้นและเดินออกไปทันทีสวี่เหยียนกับสวี่เฉิงเองก็รับรู้เรื่องนี้ในทันที จึงรีบมุ่งหน้าไปยังสนามบินพวกเขาต้องไปอยู่เคียงข้างซ่งเสี่ยวหรู ต้องอยู่เป็นเพื่อนซ่งเสี่ยวหรูผ่านช่วงเวลาที่เศร้านี้ไปกับเธอ และต้องชดใช้ความผิดกับซ่งเสี่ยวหรู!หลังจากผ่าตัด พอฉันรู้สึกตัวอีกที ก็เป็นวันที่สามหลังการผ่าตัดแล้ว คุณป้าสวมชุดปลอดเชื้อเฝ้าฉันอยู่ข้างๆ เมื่อเห็นฉันตื่นมาก็เริ่มร้องไห้ “เสี่ยวหรู เจ็บไหม?”ฉันยิ้ม “มีชีวิตอยู่รอดไปได้ก็ไม่เจ็บแล้วค่ะ!”คุณป้าหัวเราะเบาๆ แล้วพูดกับฉันว่า “ขอให้เสี่ยวหรูมีอายุยืนยาวร้อยปีนะ!”การผ่าตัดประสบความสำเร็จอย่างมากหมอบอกว่าฉันจะสูญเสียความทรงจำ แต่ทุกคนที่ฉันเห็นในตอนนี้ฉันล้วนจำได้ทุกคนเลย ถึงแม้จะรู้สึกว่าจำบางสิ่งไม่ได้ แต่ฉันก็ไม่ได้มีความคิดที่อยากจะจำพวกมันได้ แถมยังรู้สึกว่าลืมไปหมดสิ้นถึงจะทำให้ฉันมีความสุขมากขึ้นหลังจากที่พ้นอันตรายแล้ว ฉันก็ถูกย้ายไปอยู่ห้องผู้ป่วยทั่วไป ภายใต้การดูแลของคุณป้า ฉันรู้สึกว่าตัวเองฟื้นตัวได้เร็วมากแต่อยู่ในห้องผู้ป่วยนานเกินไป ฉันดึงเสื้อของคุณป้า อ้อนวอนขอให้เธอพาฉันออกไปเดิ
ฉันกัดฟันแน่น จ้องมองยาในมือเธออย่างแน่วแน่“เสิ่นเหยียน เอายาของฉันคืนมา!”เสิ่นเหยียนเหมือนจะดูความเจ็บปวดของฉันออก เธอเปิดฝาขวด เทยาสองเม็ดออกมา แล้วถอยหลังไปสองก้าว พร้อมกับทำเสียงจุ๊จุ๊เรียกเหมือนเรียกหมาสองที “ซ่งเสี่ยวหรู เธอคลานมาอ้อนวอนฉันสิ แล้วฉันจะให้เธอ”ไม่มีใครทนการยั่วยุแบบนี้ได้
สวี่เฉิงช่วยพูดหนุนอยู่ด้านข้าง "ใช่ ของที่ควรเป็นของเธอ ยังไงก็ไม่ขาดไปสักอย่างแน่นอน"ฉันยิ้มเยาะและพูดอย่างเย็นชาว่า "ค่ะ หนูรู้แล้ว"จากนั้น ก็หันหลังเดินเข้าไปในวิลล่าโดยสนสีหน้าของพวกเขาอีกพอถึงโถงทางเดิน ก็เจอกับเสิ่นเหยียนที่ทำหน้าท้าทายเข้าอย่างจัง "ซ่งเสี่ยวหรู เธอดูสิ ของที่เคยเป็นของ
หลังจากต่อว่าฉันเสร็จ พวกเขาสองคนก็รีบกลับไปยังข้างกายเสิ่นเหยียนเหมือนดั่งสายลมฉันหยิบผลตรวจร่างกายขึ้น พลิกอ่านด้วยมือที่สั่นเทาในรายงานระบุว่าเสิ่นเหยียนถูกทารุณกรรมเป็นเวลานาน ขาดสารอาหาร เป็นซึมเศร้า และหวาดระแวงกลัวโดนทำร้ายหลังจากดูจบ ฉันก็รีบวิ่งออกไปนอกประตูเพื่อแก้ตัวให้ตัวเองแพทย์
คำถามของเสิ่นเหยียนยังคงดังก้องอยู่ในหูฉันเธอต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะแทนที่ฉันได้ ทั้งที่ความเป็นจริง เธอได้แทนที่ฉันไปนานแล้ว!ฉันเจ็บปวดใจจนพูดไม่ออก ไม่สามารถเอ่ยคำแก้ตัวใดๆให้ตัวเองได้เลยในขณะนั้น เสิ่นเหยียนก็พยายามลุกขึ้นยืน คุกเข่าและก้มกราบฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า: "ขอโทษค่ะ พี่เสี่ยวหรู หนูไ





