تسجيل الدخولปรศุเดินกลับมาก็เห็นอธินินทร์ยืนจ้องเขาอยู่ก่อนแล้ว ร่างโปร่งบางพุ่งเข้ามาหาแล้วใส่อารมณ์กับเขาทันทีเหมือนที่เขาคิดเอาไว้ไม่ผิด
“ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าคุณรู้จักกับสองแม่ลูกนั่น ไปรู้จักแล้วหลงเสน่ห์มันตอนไหน”
“ฉันไม่จำเป็นต้องบอกเธอว่ารู้จักกับพวกเขาตอนไหน” ปรศุเสียงห้วนด้วยความไม่พอใจ
“ทำไมจะไม่จำเป็น ก็ตัวแม่มันนั่นไงที่เป็นคนโกงเงินพ่อฉัน มันปลอมลายเซ็นพ่อฉันโอนหุ้นไปเป็นของมันทั้งหมดแล้วมันก็ขายทิ้ง”
อธินินทร์มองหน้าปรศุที่แสดงออกชัดเจนว่าไม่เชื่อในสิ่งที่เธอพูดเลยแม้แต่น้อย
“คงเป็นตอนที่ฉันย้ายไปเรียนเมืองนอก แล้วสองแม่ลูกนั่นย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านฉันกับคุณพ่อสินะ”
ปรศุรู้จักกับอธินินทร์ตอนที่เธออายุสิบห้าส่วนเขาอายุสิบแปด ทั้งคู่เจอกันในงานเลี้ยงแห่งหนึ่งโดยผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายแนะนำให้รู้จักกัน อธินินทร์ไปงานกับบิดาของเธอส่วนปรศุไปออกงานกับผู้เป็นลุง แต่ทว่ามันก็เป็นแค่การรู้จักกันผิวเผินไม่ได้มีความรู้สึกลึกซึ้งอะไร จากนั้นมาก็มีโอกาสได้เจอกันอยู่อีกเรื่อย ๆ ตามงานสังคมต่าง ๆ ที่ทั้งสองคนไปร่วมงานพร้อมผู้ใหญ่ ซึ่งก็มีการทักทายพูดคุยกันตามประสาคนที่รู้จักกันแต่ไม่ได้สนิทสนม
กับเดหลี ปรศุรู้จักเธอตอนที่เขาขับรถเข้าไปหารุ่นน้องในมหาวิทยาลัยแล้วมีผู้หญิงคนหนึ่งเดินไม่ระวังมาตัดหน้ารถ ทำให้เกือบเกิดอุบัติเหตุขึ้น นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ปรศุกับเดหลีคุยกัน หญิงสาวตัวเล็กแต่งตัวเรียบร้อย สวมแว่นสายตา หน้าตาใสซื่อดูบริสุทธิ์ ผมยาวตรงมัดครึ่งศีรษะ พูดจาอ่อนหวาน กิริยามารยาทนุ่มนวลน่ามอง ใครเห็นก็เอ็นดู อดที่จะหลงรักความน่ารักไร้เดียงสาของเธอไม่ได้
ถ้าเปรียบเทียบเรื่องความสวยตัดสินด้วยสายตาเขายอมรับว่าอธินินทร์มีความสวยโดดเด่นกว่าเดหลีมาก แต่ให้ตายเขาเป็นคนที่ไม่ได้ชอบแค่ความสวยภายนอกของผู้หญิงเท่านั้น มันต้องวัดกันที่จิตใจข้างใน เดหลีแม้ไม่ได้สวยจัดแต่เธอก็มีความน่ารัก ดวงตากลมโต แก้มป่อง จมูกเล็ก ปากกระจับ ตัวเล็กบอบบางยิ่งทำให้ดูน่าทะนุถนอม เธอเป็นคนมีน้ำใจและจิตใจดีเข้าอกเข้าใจผู้อื่น หวังดีกับคนรอบข้างเสมอ ความขี้อายและขี้เกรงใจทำให้เขายิ่งนึกเอ็นดู อยากปกป้องดูแล เป็นผู้หญิงที่ผู้ชายใฝ่ฝัน
“ไหนเธอบอกว่าจะคุยเรื่องหย่าใหม่ไง”
“หึ ใครบอก ฉันเปลี่ยนใจแล้ว เรื่องอะไรจะให้คุณเอาชู้ที่เป็นศัตรูของฉันทั้งแม่ทั้งลูกเข้ามาเสวยสุขอยู่ในบ้านง่าย ๆ”
“อย่ามาพูดกล่าวหาคนอื่นลอย ๆ เธอมีหลักฐานอะไร”
อธินินทร์ชะงัก รู้สึกจุกแน่นในอกจนพูดไม่ออกเพราะคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีไม่เคยคิดที่จะเชื่อเธอเลยสักครั้ง หลักฐานน่ะมีแน่ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ มันยังไม่ถึงเวลา เธอกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อคิดบัญชีกับสองแม่ลูกนี่ย้อนหลังแบบที่จะทำให้มันทั้งคู่ดิ้นไม่หลุดต้องติดคุกยาวเพื่อชดใช้สิ่งที่มันกระทำกับบิดาและครอบครัวของเธอ แต่ตอนนี้เธอยังบอกใครไม่ได้ เพราะไม่ต้องการแหวกหญ้าให้งูตื่น
ริมฝีปากหยักแสยะยิ้ม เมื่อเห็นว่าหญิงสาวจนหนทาง
“ดีแต่ใส่ร้ายคนอื่นสินะ”
อธินินทร์ข่มความโกรธและน้อยใจที่พุ่งขึ้นมา “ฉันไม่ได้ใส่ร้ายใคร แล้วสักวันคุณจะรู้”
“สักวันของเธอน่ะเมื่อไหร่ พอเถอะ ไอ้นิสัยเสีย ๆ ที่เที่ยวปรักปรำคนอื่นแบบนี้เนี่ย มันน่ารำคาญแล้วก็น่ารังเกียจ”
คนฟังสะอึก หัวใจบีบรัดจนเจ็บปวด แน่ล่ะเธอคงไม่มีอะไรดีในสายตาของเขา หญิงสาวพยายามกดข่มความรู้สึกรวดร้าวนั้นไว้ บอกกับตัวเองให้อดทนอีกนิดเพื่อจัดการกับสองแม่ลูกอสรพิษนั่น
“แล้วคุณจะให้พวกนั้นอยู่ที่นี่ถึงเมื่อไหร่”
“แล้วแต่ความพอใจของพวกเขา เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น” ปรศุตอบอย่างไม่ใส่ใจ
“ไม่คิดจะเห็นหัวกันเลยนะ เมียถือทะเบียนสมรสยืนอยู่ตรงหน้าแท้ ๆ”
“ก็กอดไว้ให้แน่น ๆ ก็แล้วกันถ้าคิดว่ามันมีประโยชน์มากล่ะก็”
อธินินทร์นิ่งไปนิดหนึ่งก่อนจะถามในสิ่งที่อยากรู้ “เคยคบกันเหรอ”
“ใช่”
ได้ฟังคำตอบหญิงสาวก็รู้สึกเหมือนถูกมีดแทงเข้าที่อกอย่างแรง
“แล้วมาแต่งงานกับฉันทำไม ทำไมไม่แต่งกับมันให้จบ ๆ”
“หึ คิดว่าฉันอยากจะแต่งกับเธอเหรอ ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อของเธอมาอ้อนวอนลุงของฉัน ขู่จะยิงตัวตายต่อหน้าเมื่อวันที่พ่อเธอหมดตัวฉันคงไม่แต่ง ลุงของฉันคงเห็นแก่ความเป็นเพื่อน ความซวยมันเลยมาลงที่ฉันนี่ไง”
น้ำตาที่กบดวงตาทั้งสองข้างร่วงเผาะลงมาพร้อมกันอย่างสุดจะต้านทานไหว
“ไม่จริง ฉันไม่เชื่อ”
“มันเป็นความจริง ทำไม ยอมรับไม่ได้รึไง”
“แต่ปีแรกคุณก็ทำดีกับฉัน เหมือนว่าเรา...รักกัน”
“มันก็ไม่ได้แย่อะไรนี่ ก็แค่ทำดีนิดหน่อย ฝืนใจบ้างแต่ก็พอรับไหว”
เขาตอบอย่างไร้เยื่อไย เหมือนที่ผ่านมามันก็แค่ละครฉากหนึ่งที่เขาเล่นไปตามบทบาทรอวันที่ผู้หญิงตัวจริงของเขาจะกลับมาแค่นั้น
“ที่ผ่านมาคือคุณฝืนใจมาตลอด...ฮึก”
“ใช่ ยอมรับความจริงแล้วก็หย่ากันเถอะ”
ริมฝีปากอิ่มสวยเม้มเข้าหากัน กลืนก้อนสะอื้นลงคอแล้วบอกกับตัวเองว่าให้เข้มแข้ง ถ้าเป็นคนอื่นเธออาจจะยินยอมหลีกทางให้ แต่นี่เป็นคนชั่วที่เข้ามาปอกลอกพ่อของเธอทำลายครอบครัวของเธอมีหรือที่เธอจะยอมให้มันสมปรารถนาโดยง่าย สิ่งที่มันมุ่งหวังเธอจะขัดขวางมัน เธอต้องอดทน รออีกนิด แม้มันจะต้องเจ็บจนหัวใจแทบสลาย
“ไม่ ฉันจะยอมหย่าให้คุณก็ต่อเมื่อพวกมันสองคนนั้นต้องได้รับกรรมที่มันก่อ”
“เธอนี่มันแย่กว่าที่ฉันคิด ในสมองมีแต่เรื่องคิดร้ายกับคนอื่น เธอเป็นคนทำร้ายพวกเขาสองแม่ลูก ยังจะกล้าไปใส่ร้ายเขา คนที่จะต้องได้รับผลกรรมคือเธอมากกว่า”
อธินินทร์ยิ้มหยัน “ก็คอยดูกันไปว่าใครดีใครร้าย แล้วใครจะต้องได้รับกรรม”
“เห็นอยู่เต็มตา ฉันคงไม่ต้องดูอะไรอีก” ปรศุมั่นใจในสิ่งที่เห็น
“คนเราถ้าลองว่าใจเชื่อไปแล้ว มีตาก็เหมือนไม่มี ต่อให้เห็นตำตาก็เหมือนมองไม่เห็นอยู่ดี”
พูดจบเธอก็หมุนตัวพร้อมกับปาดน้ำตาวิ่งกลับขึ้นไปบนห้อง ร้องไห้ให้กับความน่าสมเพชของตัวเอง เธอทุ่มเทความรักให้กับสามีจนหมดหัวใจ แต่กลับไม่มีความหมายอะไรเลยสำหรับเขา ทุกสิ่งที่มอบให้ไปคือความไร้ค่าสูญเปล่า
เช้าวันต่อมาอธินินทร์ก็ลงมารับอาหารเช้าในเวลาเจ็ดโมง ที่โต๊ะรับประทานอาหารซึ่งปกติต้องมีสามีนั่งรับประทานด้วยกันแม้จะมีเรื่องกันหนักหนาแค่ไหนก็ตามถ้าเขาไม่ได้รีบออกไปไหน แต่วันนี้มีเธอมานั่งอยู่เพียงลำพังแม้จะรอเขาแล้วก็ตาม
“คุณรามไปไหนคะป้าจิตร ทำไมไม่มาทานอาหารเช้า”
แม่บ้านอาวุโสส่งยิ้มให้เธออย่างเห็นใจก่อนจะเอ่ย
“คุณรามไปรับอาหารเช้าที่เรือนเล็กค่ะคุณนินทร์คุณนินทร์ไม่ต้องรอหรอกนะคะ ทานให้อิ่มเถอะค่ะ”
“เหรอคะ”
ที่โต๊ะรับประทานอาหารเช้าเรือนหลังเล็ก
ปรศุมากินมื้อเช้ากับสองแม่ลูก พูดคุยให้ทั้งสองสบายใจเรื่องการอยู่ในบ้านหลังนี้
“เมื่อเช้าหลีออกไปเดินเล่นเห็นแปลงกุหลาบแดงสวยมากเลยค่ะ วันไหนที่หลีอยากจัดแจกันหลีขอตัดมาใส่แจกันตั้งไว้ในบ้านได้มั้ยคะ มองแล้วจะได้สดชื่น”
คนถูกขอนิ่งคิด แปลงกุหลาบนั้นจะว่าไปแล้วมันเป็นของอธินินทร์ที่ปลูกไว้เพื่อระลึกถึงมารดาของเธอที่จากไปและไม่ให้ใครตัด แม้แต่ตัวเธอเองก็ไม่เคยตัดมันแม้แต่ดอกเดียว ปล่อยให้มันสวยแล้วโรยราอยู่บนต้น
“อืม ได้สิ”
“ขอบคุณค่ะ พี่รามใจดีที่สุดเลย” หญิงสาวทำท่าดีใจพร้อมรอยยิ้มใสซื่อไร้พิษภัยแบบที่ทำให้ผู้ชายเห็นแล้วต้องใจละลาย
เมื่อปรศุกลับมาที่ตึกใหญ่ก็ได้รับรายงานว่าอธินินทร์ขับรถออกไปข้างนอกแล้ว ชายหนุ่มไม่ได้สนใจว่าเธอจะไปไหน ยังไงพรุ่งนี้เขาก็ต้องลากเธอไปหย่ากันที่เขตให้ได้อธินินทร์ขับรถออกจากบ้าน ปลายทางคือคลินิกของญาณิศา หญิงสาวรู้สึกมีอาการหน่วงที่ท้องน้อยหลังจากที่ถูกเขาผลักไปกระแทกกับราวบันไดจนล้มลงก้นกระแทกพื้น“คิดไม่ถึงว่าผู้ชายนั่นจะนิสัยแย่ขนาดนี้” หมอหญิงมองรอยฟกช้ำที่หัวไหล่และที่สีข้างของเพื่อนรุ่นน้อง ตอนนั้นเองที่อธินินทร์ก็รู้สึกถึงความเปียกชื้นที่ค่อย ๆ ไหลลงมาตามเรียวขา หญิงสาวก้มมองแล้วก็ต้องตื่นตระหนกเพราะของเหลวที่ไหลลงมาจากส่วนกลางของร่างกายมันคือ...เลือด“พิ...พี่หญิง ละ...เลือด” อธินินทร์เสียงสั่นอาการปวดหน่วงท้องน้อยรุนแรงขึ้นจนเธอต้องขดตัว“ไม่ดีแล้ว” ญาณิศารีบกดเบอร์ฉุกเฉินเรียกรถพยาบาลจากโรงพยาบาลเอกชนที่ทัศนัยสามีของเธอทำงานอยู่ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากคลินิกอธินินทร์ถูกนำตัวขึ้นรถโรงพยาบาล อาการปวดรุนแรงและเลือดไหลไม่หยุด หญิงสาวนึกรู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเธอ เพราะเรื่องราวที่กระทบจิตใจอย่างหนักในช่วงนี้ทำให้เธอลืมไปว่าประจำเดือนเธอขาดไปเดือนหนึ่งแล้ว ทั้งยังมีอาการคลื่
“คุณนินทร์ครับคุณรามกลับมาแล้วครับ”สองแม่ลูกก็ได้ยินเหมือนกัน เดหลีจึงจับต้นแขนทั้งสองข้างของอธินินทร์แล้วหมุนกระชากให้เธอหันหน้าสลับกันคนละทิศ อธินินทร์รับรู้แผนขั้นอนุบาลนี้ของอีกฝ่ายทันที แต่เธอก็พร้อมจะเล่นให้สมบทบาท“อยากเป็นฝ่ายถูกกระทำมากเหรอ ได้ ฉันจะสนองให้”เพียะ! เพียะ!ยังไม่ทันที่เดหลีจะทันได้ตั้งตัวก็ถูกฝ่ามือของอธินินทร์ตวัดใส่หน้าเต็ม ๆ ทั้งสองแก้มจนเซล้ม ดาหลาที่ยืนคุมเชิงอยู่รีบถลาเข้ามารับตัวลูกสาว“ว้าย ลูกหลี เจ็บมากมั้ยลูก”“ตัวแม่มันก็ต้องโดนด้วย”อธินินทร์ตวัดฝ่ามือลงมาที่ใบหน้าของดาหลาอย่างเต็มแรงอีกคน จนทั้งสองคนล้มกลิ้งลงไปด้วยกัน เธอมองด้วยความสะใจถึงแม้จะเดาได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาจะเป็นอย่างไร และเธอจะโดนชิงชังมากขึ้นขนาดไหน ในเมื่อจะพูดจะแก้ต่างอะไรไปก็ไม่มีประโยชน์ ไหน ๆ ก็ถูกเกลียดอยู่แล้ว ถ้ามันจะเพิ่มมากขึ้นจะเป็นไรไป“ยังไม่สะใจ แค่นี้ยังไม่สมบทบาทเลย มานี่”“อย่าทำอะไรเราสองแม่ลูกเลย เรายอมแล้ว เรายอมแล้ว...กรี้ดดด ช่วยด้วย”“เอาเลย ร้องออกมาเลย ร้องดัง ๆ จะได้ดูสมจริง”อธินินทร์ตามมาจิกผมของเดหลีกระชากจนหน้าหงาย ตอนนี้เธอพร้อมจะเป็นนางร้ายเต็มต
อธินินทร์พยายามจะปลูกกุหลาบของเธอใหม่ลงในกระถางกับลุงชม ตั้งใจว่าจะปลูกไว้สักสามกระถางพอไว้ดูความสวยงามของมัน ในตอนที่ลุงชมเดินไปขนดินจากโรงเรือนมาเพิ่มสองแม่ลูกก็เดินเข้ามา“หลีชอบดอกลิลลี่ ไม่รู้ว่าพี่รามจะปลูกให้หลีมั้ยนะคะคุณแม่”“คุณรามต้องปลูกให้ลูกแม่ได้อยู่แล้ว พี่เขาตามใจลูกหลีของแม่ยังกับอะไร วันก่อนแค่เปรยว่าไม่ได้กินสละลอยแก้วมานานแล้ว ตอนเย็นมาเลย เนี่ยแล้วดูสิแค่หนามกุหลาบทำมือหลีเป็นแผลยังสั่งให้ตัดทิ้งหมดไม่ให้เหลือแม้แต่ตอ ดูแลเอาใจใส่ลูกแม่ดีเหลือเกิน”อธินินทร์ได้ยินเสียงพูดคุยที่ดังอยู่ข้างหลังของเธอแล้วแต่ก็ทำเฉยไม่หันไปสนใจ คิดเสียว่าเป็นเสียงของแมลงหวี่แมลงวันบินผ่าน แต่คนที่มันตั้งใจมาหาเรื่องมีหรือจะยอม ลีลาวดีที่เข้ามาเป็นเลขาของปรศุก่อนหน้าที่เดหลีจะกลับมาเป็นคนที่เธอขอให้ชายหนุ่มรับเข้าทำงาน ปรศุรับลีลาวดีเข้ามาเพราะเห็นแก่คนรัก ในฐานะเลขาลีลาวดีจึงรู้ทุกความเคลื่อนไหวของปรศุและคอยรายงานให้กับสองแม่ลูกก่อนหน้าที่นางร้ายทั้งสองจะเดินมาหาเรื่องอธินินทร์ ลีลาวดีได้ส่งข้อความเสียงมาบอกว่า ปรศุออกจากออฟฟิศแล้วและบอกว่าจะกลับบ้านเลย สองแม่ลูกยิ้มอย่างพอใจเพราะจั
มือหนาวางกุมลงบนอกอวบที่ตั้งชูชันพร้อมกับที่เปลือกตาของหญิงสาวก็เปิดขึ้นด้วยความตกใจ คืนนี้อธินินทร์หลับลงได้โดยไม่ต้องพึ่งยาแต่ก็ยังมีคนเข้ามาก่อกวนจนทำให้เธอตื่น“จะทำอะไร”มือเรียวยกขึ้นมาปัดป้องตัวเอง แต่คนที่ตั้งเป้าว่าจะเข้ามาทำอะไรส่งยิ้มเยาะ“ถามได้ว่าจะทำอะไร”เพียงเขาเอ่ยคำแรกกลิ่นแอลกอฮอล์แรงจัดก็ลอยฟุ้ง“ถ้าเมาก็ไปเอากับหมานู่น”“ก็หมาตัวนี้ไง ปากดีก็ต้องโดนสั่งสอนหน่อย”“คนสารเลว ต่อไปนี้อย่ามายุ่งกับฉัน”“ทำไมจะยุ่งไม่ได้ ลืมไปแล้วเหรอว่าเธอยังเป็นอะไรกับฉัน ฉันก็ต้องใช้สิทธิ์ให้คุ้มไงล่ะ”“อื้อ”อธินินทร์ครางอู้อี้ พยายามผลักไสเขาออกในยามที่เธอไม่ได้ก่อเกิดอารมณ์ร่วม ตั้งแต่เห็นภาพบาดตาของเขากับคนรักเธอก็คิดไว้แล้วว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก เธอจะรอจนวันที่หลักฐานครบแล้วมัดตัวสองคนนั้นแล้วจะออกไปจากที่นี่“ดี ยิ่งดีดดิ้นก็ยิ่งสนุก รู้นี่ว่าฉันไม่ชอบให้นอนเฉย ๆ เป็นปลาตาย”“ออกไปนะ ถ้าอยากมากก็ไปเอากับชู้คุณนู่น” เธอทั้งผลักทั้งดิ้น“เอาได้ไง ก็ในเมื่อมีคนจ้องจะฟ้องอยู่ ฉันไม่โง่ทำหรอกนะ”“ฉันไม่ฟ้อง ฉันจะไม่ฟ้องคุณเรื่องชู้แน่ ฉันสัญญา คุณจะไปทำอะไรกับใครก็เชิญ”“เหอะ พ
“ไม่ ไม่เคยพิศวาส”“แล้วนินทร์เขายอมเหรอที่มึงพาคนอื่น เอ้ย ว่าที่เมียใหม่เข้ามาอยู่ในบ้าน”พสุธาถอนหายใจแรงออกมา เมื่อคำพูดกับแววตาของเพื่อนไปคนละทาง ฟังเหมือนไม่แคร์เมียในทะเบียนแต่สายตากลับค้านกับสิ่งที่พูด“โวยวายแล้วจะทำไม ในเมื่อบ้านคือบ้านของกู ไม่ใช่บ้านของเขา ทรัพย์สมบัติทั้งหลายก็ของกู หย่ากันดี ๆ ก็จบ กูก็เสนอเงินให้ก้อนนึง จะเอาอะไรอีก”“แล้วถ้านินทร์หย่า มึงก็จะจดทะเบียนแต่งงานใหม่กับน้องเดหลีนั่นเลยใช่มั้ย”“เรื่องแต่งงานจดทะเบียนมันคงไม่เร็วขนาดนั้น บอกตามตรง ชีวิตนี้ไม่เคยอยากจดทะเบียนกับใคร พอจะหย่ามันก็ยุ่งยากแบบนี้”“มึงนะมึง ไอ้ขวานกูจะคอยดูว่าถ้านินทร์หย่ากับมึงแล้ว ชีวิตมึงจะมีความสุขขึ้นแค่ไหน”เพื่อนรักยกแก้วขึ้นดื่มทีเดียวจนหมด แต่สายตาที่มองมายังเพื่อนคล้ายหัวเราะเยาะไว้ล่วงหน้าปรศุกลับบ้านหลังเที่ยงคืน เขาดื่มหนักสติลดทอนลงไปจึงใช้บริการคนขับรถให้ขับมาส่งที่บ้าน ชิตลูกของตาชมกับป้าจิตรที่เป็นแม่บ้านและคนสวนเก่าแก่คอยรอรับ เขาไม่เคยเห็นเจ้านายในสภาพมึนเมาได้กลิ่นเหล้าลอยหึ่งออกมาถึงกับเอ่ยปาก“คุณรามดื่มหนักเลยเหรอครับเนี่ย ถึงขนาดต้องให้คนขับรถมาส่ง”แก้มทั
ส่วนของเดหลี ก็สืบรู้มาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการหาสมาชิกเข้ามาเล่นพนันออนไลน์ และมีส่วนร่วมกับมารดาในการหลอกขายของปลอม และหลอกคนมาลงทุน“ที่รีบหนีไปเมืองนอกก็เพราะแบบนี้นี่เอง” อธินินทร์ถึงบางอ้อ เพราะที่สองแม่ลูกนั่นรีบร้อนหนีไปต่างประเทศก็เพราะมีคดีติดตัวมากมาย และผู้เสียหายเริ่มสืบเสาะใกล้ตัวเข้ามา“ถ้างั้นเราจะให้ตำรวจมาจับพวกมันตอนไหนคะพี่วิทย์”“พี่ขอรวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ผู้หญิงคนนั้นทำกับคุณพ่อน้องนินทร์ก่อนนะครับ จริงอยู่ว่าคุณลุงอธิปเสียชีวิตจากการกินยาเกินขนาด แต่เราต้องพิสูจน์ได้ว่ามีคนตั้งใจให้ท่านทำแบบนั้น”“ค่ะ”“แล้วน้องนินทร์โอเคมั้ย” เห็นแววตาเธอดูเหม่อลอยในบางครั้งที่คุยกันวิทยาจึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“เรื่องอะไรคะ”“เรื่องสามีน้องนินทร์ ถ้าอยากฟ้องชู้ พี่ก็ทำคดีให้ได้นะ”วิทยาเอ่ยเสียงเย้า อธินินทร์หัวเราะเบา ๆ“เรื่องนั้นนินทร์ยังไม่คิดค่ะ ขอแค่ให้สองแม่ลูกนั่นใช้กรรมที่มันทำก็พอแล้ว”เธอก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าในวันที่ความจริงเปิดเผย ปรศุจะดิ้นรนหาทางช่วยหญิงคนรักของเขาอย่างไร คิดแล้วก็น่าสนุกทางด้านปรศุคืนนี้ชายหนุ่มแวะไปดื่มกับเพื่อนที่ผับประจำ
หลายวันมานี้ตั้งแต่สองแม่ลูกนั่นก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน ความสุขของอธินินทร์ที่พอจะมีเหลืออยู่บ้างก็ปลิวหายไป เธอเงียบขรึม ไม่มีรอยยิ้มสดใสที่ทำให้รอบตัวเธอสว่างไสวอย่างที่เคย แม้ในช่วงหกเดือนที่ผ่านมาเธอแทบจะไม่มีรอยยิ้มแบบนั้น แต่ก็ยังไม่ถึงกับเลือนหายไปโดยสิ้นเชิงเหมือนที่เป็นอยู่ในตอนนี้ ดีที่สองแม
“เดี๋ยวเราค่อยคุยกัน”อธินินทร์ยืนหอบหายใจแรง หัวใจแทบระเบิดด้วยความโกรธที่อัดอั้นอยู่ภายใน เธอต้องสะกดกลั้นน้ำตาแห่งความน้อยใจ เสียใจ เจ็บใจ และแค้นใจไม่ให้ไหลออกมาต่อหน้าสองแม่ลูกตัวร้ายนั่น เธอจะไม่ยอมให้พวกมันเก็บไปหัวเราะเยาะเธอได้ในภายหลังปรศุพาเดหลีและมารดาไปพักที่บ้านพักหลังเล็กด้านหลังตึก
อธินินทร์เคยรู้จักผู้หญิงสองคนที่ปรศุกำลังพาเข้ามาในบ้าน เธอถลาวิ่งออกมาด้วยสีหน้าไม่พอใจอย่างยิ่งเมื่อได้เห็นสองคนนี้อีกครั้ง“พวกแกสองคนมาที่นี่ได้ยังไง”“พี่รามช่วยเดหลีกับคุณแม่ด้วยค่ะ ผู้หญิงคนนี้เคยร้ายกับเรามาก...ฮึก”“พวกตอแหลได้โล่ เจอกี่ทีก็ยังตอแหลเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน”“หยุด!” ปรศุตะคอกเ
อธินินทร์กลับเข้ามานั่งสวย ๆ ในงานมองผู้บริหารคนใหม่ของอัครากรุ๊ปที่ขึ้นไปกล่าวคำขอบคุณแขกในงานด้วยสายตาชื่นชมจนเก็บไม่อยู่ ปรเมศวร์ดูจะเป็นผู้ชายที่อบอุ่นมากถ้าใครได้อยู่ใกล้คงมีความสุขไปตลอดชีวิต“มองอะไรนักหนา”ปรศุที่มองเห็นสายตาแบบนั้นของเธอก็ไม่ค่อยพอใจ“มองว่าที่สามีใหม่ค่ะ”“เหอะ ผู้หญิงร้า







