LOGINหลายวันมานี้ตั้งแต่สองแม่ลูกนั่นก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน ความสุขของอธินินทร์ที่พอจะมีเหลืออยู่บ้างก็ปลิวหายไป เธอเงียบขรึม ไม่มีรอยยิ้มสดใสที่ทำให้รอบตัวเธอสว่างไสวอย่างที่เคย แม้ในช่วงหกเดือนที่ผ่านมาเธอแทบจะไม่มีรอยยิ้มแบบนั้น แต่ก็ยังไม่ถึงกับเลือนหายไปโดยสิ้นเชิงเหมือนที่เป็นอยู่ในตอนนี้ ดีที่สองแม่ลูกนั่นไม่ได้ย่างกรายขึ้นมาบนตึกใหญ่ให้เห็นหน้าความรู้สึกของอธินินทร์จึงไม่ได้ดำดิ่งลึกลงไปมากกว่านี้ ตัวเธอเองก็ถูกปรศุสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้ไปวุ่นวายที่เรือนหลังเล็กถ้าไม่อยากมีปัญหากับเขา
“ถ้ายังไม่อยากเห็นว่าฉันร้ายได้ขนาดไหน ก็อย่าไปหาเรื่องระรานใครที่เรือนเล็ก จำไว้”
นั่นน่าจะเป็นครั้งเดียวที่เขาพูดกับเธอและมองหน้าเธอตรง ๆ หลังจากวันที่สองแม่ลูกนั่นกลับมาปรากฏตัวในชีวิตของเธออีกครั้ง เพราะแม้จะอยู่ในบ้านหลังเดียวกันแต่อธินินทร์กับปรศุก็แทบจะไม่ได้เจอหน้ากัน สามีของเธอไม่ได้มาร่วมโต๊ะอาหารกับเธออีก ตอนเช้าเขาจะไปกินอาหารเช้าที่เรือนหลังเล็กแล้วออกไปทำงาน ตอนเย็นกลับมาก็จะตรงไปที่นั่น กินมื้อเย็นและใช้เวลาอยู่กับสองแม่ลูกหรือจะพูดให้ถูกคือใช้เวลากับคนรักเก่าและจะกลับมาที่ตึกใหญ่ก็เกือบสามทุ่มหรือกว่านั้น หากเจอกันปรศุก็จะมองผ่านเธอไป เรื่องพูดจากันนั้นไม่ต้องพูดถึง แทบจะเรียกได้ว่าต่างคนต่างอยู่ เขาทำเหมือนเธอไม่มีตัวตน
สิ่งที่อธินินทร์ทำได้ตอนนี้คือกอดเพียงทะเบียนสมรสไว้ให้แน่น เขาทำร้ายจิตใจเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลายครั้งหลายคราที่เธอถามตัวเองว่าจะทนอยู่จนถึงวันที่สองแม่ลูกนั่นได้รับกรรมหรือจะหลีกหนีสภาพที่ต้องเศร้าหมองทุกข์ตรมนี้ไปเสียที แต่แล้วหัวใจไม่รักดีก็ตอบว่ายังอยากอยู่ที่นี่ต่อไปอีกสักหน่อย จะว่าไปแล้วสองแม่ลูกนั่นก็ซ่อนความเลวร้ายไว้ได้ลึกมาก หากไม่ใช่ว่าเธอเจอมาด้วยตัวเองก็ยากที่จะรู้ แล้วคนที่เห็นแต่เปลือกนอกที่ปั้นแต่งสร้างสรรค์มาอย่างดีไหนเลยจะเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ ปรศุเองก็อาจจะเป็นหนึ่งในนั้น ใจเธอจึงยังอยากให้โอกาสเขาอีกสักครั้ง... อีกสักครั้งหนึ่ง
วันนี้อธินินทร์เดินออกมาดูแปลงกุหลาบของเธอที่ปลูกไว้บริเวณสวนหลังบ้านซึ่งมีอยู่ห้าแปลง เป็นกุหลาบสีแดงสายพันธุ์ Peony Red กุหลาบทรงถ้วยกลีบแน่นสวยลักษณะคล้ายดอกโบตั๋นมีเกสรสีเหลืองตรงกลาง เธอขอให้ปรศุหาคนมาช่วยปลูกกุหลาบสายพันธุ์นี้ไว้ในสวนเพื่อระลึกถึงมารดาที่จากไป ท่านชอบกุหลาบสายพันธุ์นี้มากและเธอเองก็ชอบ ตอนแต่งงานกันใหม่ ๆ เขาเอาอกเอาใจเธอดีทุกอย่างจึงให้ลุงชมคนสวนของบ้านไปจัดหามาปลูกให้ห้าแปลง และกุหลาบเหล่านี้ก็ได้รับการดูแลรักษาอย่างดีมาตลอด
อธินินทร์ไม่เคยตัดกุหลาบไปปักแจกันหรือตัดมาดอมดมเลยสักครั้ง เธอชอบชมความงามของมันตามธรรมชาติที่ต้นมากกว่านำมาประดับไว้ในแจกันเพราะเหมือนนำมาเสริมแต่งจนลดทอนความงามที่แต่งแต้มโดยธรรมชาติ
หญิงสาวเดินไปตามแปลงกุหลาบที่ออกดอกชูช่อสวย บางดอกร่วงโรยตามอายุไขที่เบ่งบานเพียงไม่กี่วัน บางดอกกำลังจะแย้มกลีบออกมาให้เชยชม มือเรียวยื่นออกมาแตะกลีบกุหลาบหนาอย่างเบามือ ก่อนจะก้มลงมาเชยชมความงามของมันใกล้ ๆ ในใจนึกขอบคุณลุงชมที่ดูแลไม้ดอกที่ได้ชื่อว่าต้องการการเอาใจใส่อย่างพิถีพิถันพวกนี้ได้อย่างดีเยี่ยมจนมีดอกสวยให้ชื่นชมตลอดปี แต่ระหว่างนั้นเธอก็ได้ยินเสียง ‘ฉับ ๆ’ ดังมาจากด้านหลังเหมือนเสียงของคนที่กำลังตัดกิ่งของบางอย่างอยู่จึงหันกลับไปมอง
และก็เห็นใครคนหนึ่งกำลังเดินหน้าตัดดอกกุหลาบที่เธอหวงแหนใส่ในตะกร้า
“หยุดนะ ห้ามตัด”
สองเท้าเรียวเดินกลับไปดู ยิ่งเห็นดวงตาที่แกล้งทำเป็นใสซื่อแต่ส่งรอยยิ้มเคลือบยาพิษมาให้อธินินทร์ยิ่งโกรธจัด
“ทำไมจะตัดไม่ได้ ฉันจะตัดไปใส่แจกัน”
“ดอกกุหลาบทั้งหมดนี่เป็นของฉัน ใครก็ห้ามยุ่ง”
“เหรอ เอ ทำไมพี่รามไม่ได้พูดแบบนั้นนะ เขาบอกว่าถ้าฉันอยากตัดก็ตัดได้ตามใจ ไม่ได้บอกว่ากุหลาบพวกนี้มีเจ้าที่ด้วย”
คนพูดลอยหน้าลอยตาพูดอย่างไม่สะทกสะท้าน ในบ้านนี้มีเพียงสายตาคนคนเดียวเท่านั้นที่เธอจะแคร์ก็คือคนที่เป็นเจ้าของบ้านซึ่งเคยบอกว่าจะแต่งงานกับเธอคนเดียวเท่านั้น
สองสาวจ้องตากันอย่างเชือดเฉือนไม่มีใครยอมใคร
“ต่อไปอย่ามายุ่งกับกุหลาบของฉันอีก ไม่รู้ก็จงรู้ไว้ซะ”
“จะยุ่ง จะตัด จะทำไม ที่นี่มันบ้านของพี่ราม สวนนี่จะเป็นของเธอไปได้ยังไง” เดหลียิ้มเย้ย “แล้วพี่รามก็อนุญาตฉันแล้ว อีกอย่างนะอีกหน่อยที่นี่มันก็ต้องเป็นของฉัน”
อธินินทร์โกรธจนแทบจะกระโจนเข้าไปฉีกปากอีกฝ่าย แต่แล้วก็ข่มความโกรธลงไป เธอจะมาเต้นตามการยั่วยุของงูพิษอย่างเดหลีไม่ได้
“ถ้าอีกหน่อยมันจะเป็นของเธอก็แปลว่าตอนนี้มันยังไม่ใช่ และฉันยังเป็นคุณผู้หญิงของบ้านนี้อยู่ เพราะงั้นอย่ามายุ่งกับดอกกุหลาบของฉัน เพราะฉันเป็นคนให้เอามาปลูก ถ้าอยากตัดก็ไปปลูกใหม่เอาเอง ฉันไม่ติด”
“เหอะ ประสาทรึไง มันมีอยู่แล้วจะเสียเวลาปลูกใหม่ทำไม”
“หูเธอคงจะไม่ค่อยดี ปรึกษาหมอโสต ศอ นาสิกบ้างก็ดีนะ”
“หูฉันปกติดีย่ะ”
“อ้าว ถ้าปกติดีก็น่าจะได้ยินที่ฉันพูดนี่ว่า ดอกกุหลาบพวกนี้มันเป็นของฉัน และฉันห้ามไม่ให้เธอมายุ่งกับมัน หรือว่าเธอมีปัญหาที่สมอง”
เดหลีตาแทบลุกเป็นไฟเพราะโดนอธินินทร์เชือดกลับนิ่ม ๆ เสียงพูดเริ่มแหลมสูงตามอารมณ์
“ของทุกอย่างในบ้านนี้เป็นของพี่ราม ที่บ้านนี้พี่รามใหญ่ที่สุดไม่ใช่แก อย่ามาสำคัญตัวผิด แล้วฉันก็ไม่จำเป็นต้องเชื่อฟังแกด้วย”
“อืม ธาตุแท้ของเธอเอาไว้แสดงแค่ลับหลังผู้ชายคนนั้นสินะ”
“แล้วจะทำไม แกคงยังไม่รู้สินะว่าพี่รามรักฉันมากขนาดไหน ก่อนที่ฉันกับแม่จะไปอยู่ต่างประเทศ เขาเคยขอฉันแต่งงานด้วย”
“เหรอ ไปอยู่ต่างประเทศ หรือว่าหนีคดีกันแน่”
“แก...” เดหลีทำท่าจะพูดอะไรบางอย่างแต่แล้วกลับเปลี่ยนท่าที
“เฮอะ ไม่ว่าพวกฉันจะไปเพราะอะไร แต่ตอนนี้พวกฉันก็กลับมาแล้ว ดูซิว่าแกจะทำอะไรฉันกับแม่ได้ เมื่อก่อนไม่ได้ ตอนนี้ก็ทำไม่ได้ อนาคตก็ยิ่งไม่ได้ เพราะพี่รามไม่มีวันเชื่อแก ไม่ว่ายังไงเขาก็จะยืนข้างฉัน”
เดหลียกยิ้มมุมปาก ส่งสายตาท้าทาย แล้วจู่ ๆ ก็ทิ้งตัวลงไปในแปลงกุหลาบเหมือนโดนผลัก แล้วกรีดร้อง
“โอ๊ย อย่าทำฉัน ฉันกลัวแล้ว กรี๊ด”
“หลี!”
ปรศุพุ่งเข้าไปช่วยคนที่เห็นว่าถูกผลักล้มลงไปในแปลงกุหลาบที่เต็มไปด้วยหนามแหลมคมของมัน พร้อมกับช่วยปัดเศษดินฟางออกจากร่างกาย และค่อย ๆ จับแขนทั้งสองข้างขึ้นมาดูอย่างทะนุถนอมและห่วงใยเต็มที่
“เป็นยังไงบ้าง”
“โดนหนามข่วนที่แขนนิดหน่อยค่ะ โชคดีที่นินทร์ไม่ได้ผลักแรง”
“ตอแหล ใครผลักเธอ”
“เธอนั่นแหละที่ตอแหล ฉันเห็นกับตา” ปรศุตะคอกอย่างโกรธจัด
“อ้อใช่ ฉันผลักเองแหละ ก็ใครใช้ให้มาตัดกุหลาบของฉันล่ะ”
“ฉันอนุญาตเอง เธอจะทำไม”
“แต่กุหลาบนี้มันเป็นของฉันใครก็ห้ามตัดทั้งนั้น” อธินินทร์ตาวาวด้วยความโกรธ
“มันปลูกอยู่ในบ้านของฉัน ฉันมีสิทธิ์จะอนุญาตให้ใครตัดมันก็ได้ทั้งนั้น”
“เราตกลงกันตั้งแต่แรกแล้วนี่ว่าสวนกุหลาบนี้เป็นของฉัน”
“ถ้ามีปัญหามากนัก ก็ตัดมันทิ้งให้หมด”
“อย่านะ” อธินินทร์ร้องห้ามเสียงหลง แต่มีหรือปรศุจะฟัง
“ลุงชม!” เขาเรียกหาคนสวนเสียงดังลั่น คนรับใช้ที่ได้ยินต่างก็รีบพากันไปตามตัวคนที่เจ้านายเรียกหา เมื่อลุงชมมาถึงก็เข้าไปค้อมตัวรับคำสั่ง
“คุณรามมีอะไรให้ผมทำครับ”
“ตัดกุหลาบพวกนี้ทิ้งให้หมด อย่าให้เหลือถ้ามันจะมีปัญหามากนักละก็”
เขาออกคำสั่งเด็ดขาด พร้อมกับส่งสายตาไปที่เธอ
“หมดเลยเหรอครับ” ลุงชมย้ำเพื่อความแน่ใจ มองภรรยาของคนออกคำสั่งที่ยืนน้ำตาปริ่มด้วยความสงสาร
“อย่าให้เหลือแม้แต่ตอ”
อธินินทร์มองหน้าเขาด้วยความอดกลั้น กุหลาบของเธอต้องมารับเคราะห์เพียงเพราะมันทำให้เกิดปัญหากับผู้หญิงที่เขารัก เขาไม่ได้สนใจความรู้สึกของเธอแม้แต่นิด ไม่ได้คิดจะสืบสวนหาความจริง เชื่อแต่ในสิ่งที่ผู้หญิงของเขาปั้นแต่งให้เห็น หัวใจที่เจ็บปวดย้ำเตือนเธอว่าตลอดระยะเวลาที่แต่งงานอยู่กินกันมาสามีที่เธอรักสุดหัวใจไม่เคยมีใจให้เธอแม้แต่เศษเสี้ยว และเขาก็พร้อมที่กระโจนเข้าห้ำหั่นเธอหากเธอไปแตะต้องคนที่เขารัก
หญิงสาวมองคนสวนสามคนที่ช่วยกันทำลายแปลงกุหลาบตามคำสั่งประกาศิตของเจ้าของบ้านด้วยหัวใจที่แหลกสลาย เขารู้ดีว่าเธอปลูกดอกกุหลาบนี้เพื่อระลึกถึงมารดาและเธอก็รักมันมาก แต่เขากลับทำลายมันโดยไม่ลังเล มือเรียวกวาดก้านกุหลาบที่ถูกตัดทิ้งอย่างโหดร้ายมาถือไว้ในมือ แม้จะถูกหนามแหลมคมของมันทิ่มตำจนเลือดซิบ แต่เธอกลับไม่รู้สึกเจ็บปวดแม้แต่น้อย เพราะความเจ็บทั้งหมดมันไปรวมอยู่ที่หัวใจที่ถูกเขากรีดเฉือนทำร้ายจนมันโซมไปด้วยเลือด
“อย่าร้องไห้ไปเลยนะครับคุณนินทร์ เดี๋ยวผมจะนำต้นบางส่วนไปปลูกลงกระถางให้ อาจจะไม่มากเหมือนเดิมแต่รับรองว่าสวยเหมือนเดิมแน่ครับ”
อธินินทร์ยิ้มทั้งน้ำตา คับแน่นในอก ส่ายหน้าแล้วเอ่ยเบา ๆ กับคนสวนที่มีน้ำใจและดีกับเธอเสมอ
“ไม่เป็นไรค่ะลุงชม ไม่ต้องเหลือไว้ตามที่เขาบอกนั่นแหละ ขอบคุณมากนะคะ”
^
^
^
เมื่อปรศุกลับมาที่ตึกใหญ่ก็ได้รับรายงานว่าอธินินทร์ขับรถออกไปข้างนอกแล้ว ชายหนุ่มไม่ได้สนใจว่าเธอจะไปไหน ยังไงพรุ่งนี้เขาก็ต้องลากเธอไปหย่ากันที่เขตให้ได้อธินินทร์ขับรถออกจากบ้าน ปลายทางคือคลินิกของญาณิศา หญิงสาวรู้สึกมีอาการหน่วงที่ท้องน้อยหลังจากที่ถูกเขาผลักไปกระแทกกับราวบันไดจนล้มลงก้นกระแทกพื้น“คิดไม่ถึงว่าผู้ชายนั่นจะนิสัยแย่ขนาดนี้” หมอหญิงมองรอยฟกช้ำที่หัวไหล่และที่สีข้างของเพื่อนรุ่นน้อง ตอนนั้นเองที่อธินินทร์ก็รู้สึกถึงความเปียกชื้นที่ค่อย ๆ ไหลลงมาตามเรียวขา หญิงสาวก้มมองแล้วก็ต้องตื่นตระหนกเพราะของเหลวที่ไหลลงมาจากส่วนกลางของร่างกายมันคือ...เลือด“พิ...พี่หญิง ละ...เลือด” อธินินทร์เสียงสั่นอาการปวดหน่วงท้องน้อยรุนแรงขึ้นจนเธอต้องขดตัว“ไม่ดีแล้ว” ญาณิศารีบกดเบอร์ฉุกเฉินเรียกรถพยาบาลจากโรงพยาบาลเอกชนที่ทัศนัยสามีของเธอทำงานอยู่ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากคลินิกอธินินทร์ถูกนำตัวขึ้นรถโรงพยาบาล อาการปวดรุนแรงและเลือดไหลไม่หยุด หญิงสาวนึกรู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเธอ เพราะเรื่องราวที่กระทบจิตใจอย่างหนักในช่วงนี้ทำให้เธอลืมไปว่าประจำเดือนเธอขาดไปเดือนหนึ่งแล้ว ทั้งยังมีอาการคลื่
“คุณนินทร์ครับคุณรามกลับมาแล้วครับ”สองแม่ลูกก็ได้ยินเหมือนกัน เดหลีจึงจับต้นแขนทั้งสองข้างของอธินินทร์แล้วหมุนกระชากให้เธอหันหน้าสลับกันคนละทิศ อธินินทร์รับรู้แผนขั้นอนุบาลนี้ของอีกฝ่ายทันที แต่เธอก็พร้อมจะเล่นให้สมบทบาท“อยากเป็นฝ่ายถูกกระทำมากเหรอ ได้ ฉันจะสนองให้”เพียะ! เพียะ!ยังไม่ทันที่เดหลีจะทันได้ตั้งตัวก็ถูกฝ่ามือของอธินินทร์ตวัดใส่หน้าเต็ม ๆ ทั้งสองแก้มจนเซล้ม ดาหลาที่ยืนคุมเชิงอยู่รีบถลาเข้ามารับตัวลูกสาว“ว้าย ลูกหลี เจ็บมากมั้ยลูก”“ตัวแม่มันก็ต้องโดนด้วย”อธินินทร์ตวัดฝ่ามือลงมาที่ใบหน้าของดาหลาอย่างเต็มแรงอีกคน จนทั้งสองคนล้มกลิ้งลงไปด้วยกัน เธอมองด้วยความสะใจถึงแม้จะเดาได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาจะเป็นอย่างไร และเธอจะโดนชิงชังมากขึ้นขนาดไหน ในเมื่อจะพูดจะแก้ต่างอะไรไปก็ไม่มีประโยชน์ ไหน ๆ ก็ถูกเกลียดอยู่แล้ว ถ้ามันจะเพิ่มมากขึ้นจะเป็นไรไป“ยังไม่สะใจ แค่นี้ยังไม่สมบทบาทเลย มานี่”“อย่าทำอะไรเราสองแม่ลูกเลย เรายอมแล้ว เรายอมแล้ว...กรี้ดดด ช่วยด้วย”“เอาเลย ร้องออกมาเลย ร้องดัง ๆ จะได้ดูสมจริง”อธินินทร์ตามมาจิกผมของเดหลีกระชากจนหน้าหงาย ตอนนี้เธอพร้อมจะเป็นนางร้ายเต็มต
อธินินทร์พยายามจะปลูกกุหลาบของเธอใหม่ลงในกระถางกับลุงชม ตั้งใจว่าจะปลูกไว้สักสามกระถางพอไว้ดูความสวยงามของมัน ในตอนที่ลุงชมเดินไปขนดินจากโรงเรือนมาเพิ่มสองแม่ลูกก็เดินเข้ามา“หลีชอบดอกลิลลี่ ไม่รู้ว่าพี่รามจะปลูกให้หลีมั้ยนะคะคุณแม่”“คุณรามต้องปลูกให้ลูกแม่ได้อยู่แล้ว พี่เขาตามใจลูกหลีของแม่ยังกับอะไร วันก่อนแค่เปรยว่าไม่ได้กินสละลอยแก้วมานานแล้ว ตอนเย็นมาเลย เนี่ยแล้วดูสิแค่หนามกุหลาบทำมือหลีเป็นแผลยังสั่งให้ตัดทิ้งหมดไม่ให้เหลือแม้แต่ตอ ดูแลเอาใจใส่ลูกแม่ดีเหลือเกิน”อธินินทร์ได้ยินเสียงพูดคุยที่ดังอยู่ข้างหลังของเธอแล้วแต่ก็ทำเฉยไม่หันไปสนใจ คิดเสียว่าเป็นเสียงของแมลงหวี่แมลงวันบินผ่าน แต่คนที่มันตั้งใจมาหาเรื่องมีหรือจะยอม ลีลาวดีที่เข้ามาเป็นเลขาของปรศุก่อนหน้าที่เดหลีจะกลับมาเป็นคนที่เธอขอให้ชายหนุ่มรับเข้าทำงาน ปรศุรับลีลาวดีเข้ามาเพราะเห็นแก่คนรัก ในฐานะเลขาลีลาวดีจึงรู้ทุกความเคลื่อนไหวของปรศุและคอยรายงานให้กับสองแม่ลูกก่อนหน้าที่นางร้ายทั้งสองจะเดินมาหาเรื่องอธินินทร์ ลีลาวดีได้ส่งข้อความเสียงมาบอกว่า ปรศุออกจากออฟฟิศแล้วและบอกว่าจะกลับบ้านเลย สองแม่ลูกยิ้มอย่างพอใจเพราะจั
มือหนาวางกุมลงบนอกอวบที่ตั้งชูชันพร้อมกับที่เปลือกตาของหญิงสาวก็เปิดขึ้นด้วยความตกใจ คืนนี้อธินินทร์หลับลงได้โดยไม่ต้องพึ่งยาแต่ก็ยังมีคนเข้ามาก่อกวนจนทำให้เธอตื่น“จะทำอะไร”มือเรียวยกขึ้นมาปัดป้องตัวเอง แต่คนที่ตั้งเป้าว่าจะเข้ามาทำอะไรส่งยิ้มเยาะ“ถามได้ว่าจะทำอะไร”เพียงเขาเอ่ยคำแรกกลิ่นแอลกอฮอล์แรงจัดก็ลอยฟุ้ง“ถ้าเมาก็ไปเอากับหมานู่น”“ก็หมาตัวนี้ไง ปากดีก็ต้องโดนสั่งสอนหน่อย”“คนสารเลว ต่อไปนี้อย่ามายุ่งกับฉัน”“ทำไมจะยุ่งไม่ได้ ลืมไปแล้วเหรอว่าเธอยังเป็นอะไรกับฉัน ฉันก็ต้องใช้สิทธิ์ให้คุ้มไงล่ะ”“อื้อ”อธินินทร์ครางอู้อี้ พยายามผลักไสเขาออกในยามที่เธอไม่ได้ก่อเกิดอารมณ์ร่วม ตั้งแต่เห็นภาพบาดตาของเขากับคนรักเธอก็คิดไว้แล้วว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก เธอจะรอจนวันที่หลักฐานครบแล้วมัดตัวสองคนนั้นแล้วจะออกไปจากที่นี่“ดี ยิ่งดีดดิ้นก็ยิ่งสนุก รู้นี่ว่าฉันไม่ชอบให้นอนเฉย ๆ เป็นปลาตาย”“ออกไปนะ ถ้าอยากมากก็ไปเอากับชู้คุณนู่น” เธอทั้งผลักทั้งดิ้น“เอาได้ไง ก็ในเมื่อมีคนจ้องจะฟ้องอยู่ ฉันไม่โง่ทำหรอกนะ”“ฉันไม่ฟ้อง ฉันจะไม่ฟ้องคุณเรื่องชู้แน่ ฉันสัญญา คุณจะไปทำอะไรกับใครก็เชิญ”“เหอะ พ
“ไม่ ไม่เคยพิศวาส”“แล้วนินทร์เขายอมเหรอที่มึงพาคนอื่น เอ้ย ว่าที่เมียใหม่เข้ามาอยู่ในบ้าน”พสุธาถอนหายใจแรงออกมา เมื่อคำพูดกับแววตาของเพื่อนไปคนละทาง ฟังเหมือนไม่แคร์เมียในทะเบียนแต่สายตากลับค้านกับสิ่งที่พูด“โวยวายแล้วจะทำไม ในเมื่อบ้านคือบ้านของกู ไม่ใช่บ้านของเขา ทรัพย์สมบัติทั้งหลายก็ของกู หย่ากันดี ๆ ก็จบ กูก็เสนอเงินให้ก้อนนึง จะเอาอะไรอีก”“แล้วถ้านินทร์หย่า มึงก็จะจดทะเบียนแต่งงานใหม่กับน้องเดหลีนั่นเลยใช่มั้ย”“เรื่องแต่งงานจดทะเบียนมันคงไม่เร็วขนาดนั้น บอกตามตรง ชีวิตนี้ไม่เคยอยากจดทะเบียนกับใคร พอจะหย่ามันก็ยุ่งยากแบบนี้”“มึงนะมึง ไอ้ขวานกูจะคอยดูว่าถ้านินทร์หย่ากับมึงแล้ว ชีวิตมึงจะมีความสุขขึ้นแค่ไหน”เพื่อนรักยกแก้วขึ้นดื่มทีเดียวจนหมด แต่สายตาที่มองมายังเพื่อนคล้ายหัวเราะเยาะไว้ล่วงหน้าปรศุกลับบ้านหลังเที่ยงคืน เขาดื่มหนักสติลดทอนลงไปจึงใช้บริการคนขับรถให้ขับมาส่งที่บ้าน ชิตลูกของตาชมกับป้าจิตรที่เป็นแม่บ้านและคนสวนเก่าแก่คอยรอรับ เขาไม่เคยเห็นเจ้านายในสภาพมึนเมาได้กลิ่นเหล้าลอยหึ่งออกมาถึงกับเอ่ยปาก“คุณรามดื่มหนักเลยเหรอครับเนี่ย ถึงขนาดต้องให้คนขับรถมาส่ง”แก้มทั
ส่วนของเดหลี ก็สืบรู้มาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการหาสมาชิกเข้ามาเล่นพนันออนไลน์ และมีส่วนร่วมกับมารดาในการหลอกขายของปลอม และหลอกคนมาลงทุน“ที่รีบหนีไปเมืองนอกก็เพราะแบบนี้นี่เอง” อธินินทร์ถึงบางอ้อ เพราะที่สองแม่ลูกนั่นรีบร้อนหนีไปต่างประเทศก็เพราะมีคดีติดตัวมากมาย และผู้เสียหายเริ่มสืบเสาะใกล้ตัวเข้ามา“ถ้างั้นเราจะให้ตำรวจมาจับพวกมันตอนไหนคะพี่วิทย์”“พี่ขอรวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ผู้หญิงคนนั้นทำกับคุณพ่อน้องนินทร์ก่อนนะครับ จริงอยู่ว่าคุณลุงอธิปเสียชีวิตจากการกินยาเกินขนาด แต่เราต้องพิสูจน์ได้ว่ามีคนตั้งใจให้ท่านทำแบบนั้น”“ค่ะ”“แล้วน้องนินทร์โอเคมั้ย” เห็นแววตาเธอดูเหม่อลอยในบางครั้งที่คุยกันวิทยาจึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“เรื่องอะไรคะ”“เรื่องสามีน้องนินทร์ ถ้าอยากฟ้องชู้ พี่ก็ทำคดีให้ได้นะ”วิทยาเอ่ยเสียงเย้า อธินินทร์หัวเราะเบา ๆ“เรื่องนั้นนินทร์ยังไม่คิดค่ะ ขอแค่ให้สองแม่ลูกนั่นใช้กรรมที่มันทำก็พอแล้ว”เธอก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าในวันที่ความจริงเปิดเผย ปรศุจะดิ้นรนหาทางช่วยหญิงคนรักของเขาอย่างไร คิดแล้วก็น่าสนุกทางด้านปรศุคืนนี้ชายหนุ่มแวะไปดื่มกับเพื่อนที่ผับประจำ
อธินินทร์เรียกให้ช่างแต่งหน้าทำผมมาแต่งตัวให้เธอที่บ้านพร้อมทั้งเลือกชุดที่คิดว่าสามารถเข้าได้กับทุกลุคของสามี วันนี้หญิงสาวสวมชุดราตรียาวสีแชมเปญเงินผ้าปักเพชรเป็นแบบเข้ารูปเผยสัดส่วนและโชว์แผ่นหลังขาวเนียนดูสวยสง่าและมีความเซ็กซี่อย่างน่ามอง ก่อนออกจากบ้านหญิงสาวก็หมุนตัวอยู่หน้ากระจกสำรวจความเรีย
“นินทร์!”หญิงสาวหันขวับกลับมาเมื่อถูกเรียก สีหน้าของอธินินทร์ดูไม่ได้ตกใจอะไรที่เห็นสามี เพียงแค่เลิกคิ้วมอง ท่าทางเฉยเมยจนเขางุนงงว่า เมื่อตอนเย็นยังร้องไห้คร่ำครวญ ตอนนี้ออกมากับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ มันจะง่ายไวไฟอะไรเบอร์นั้นอธินินทร์หันไปสบตากับชายหนุ่มหุ่นล่ำที่เธอเดินออกมาด้วย สายตาผู้ชายคนนั
ที่ไนต์คลับโซน VIPปรศุกับพสุธาเพื่อนสนิทที่คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนอนุบาลมานั่งดื่มกันที่นี่ พสุธาเห็นสีหน้าของเพื่อนช่วงนี้ดูหม่นหมองเหมือนถูกราหูอมก็แซวเล่นตามประสา“มึงเป็นอะไร มาดื่มสบาย ๆ สนุก ๆ ดูทำหน้ายังโดนของ”พลางว่าคนพูดก็ยกเหล้าชูให้สาวโต๊ะข้าง ๆ ที่ส่งยิ้มมาปรศุถอนหายใจออกมาอย่างหงุดห
กลับมาที่บ้านทั้งสองคนก็มีปากเสียงกันอย่างที่คิดไว้“คุณเป็นชู้กับเลขานั่นใช่มั้ย คุณทำแบบนี้ได้ยังไง นินทร์ไม่คิดเลยว่าคุณจะทำแบบนี้ได้...ฮึก”อธินินทร์ร้องไห้จนดวงตาแดงช้ำ มีร่องรอยปูดบวมมาก่อน คาดว่าเธอคงร้องไห้ตั้งแต่โดนเขาไล่กลับมา แล้วมาร้องไห้อีกตอนที่มีปากเสียงกัน“บอกไปกี่รอบแล้วว่าไม่มี”







