Mag-log inเรื่องราวเริ่มต้นจากความไว้ใจและสุดท้ายก็จบที่คำว่าไว้ใจ...หากจะเล่าเรื่องนี้ก็คงต้องย้อนกลับไปสมัยที่พ่อของเขายังเด็ก...ซึ่งพ่อของเขาก็เป็นเด็กถูกทอดทิ้งและเติบโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่งในอดีต สถานที่ซึ่งชายคนนี้ได้เข้ามามีบทบาทเป็นทั้งเพื่อนและพี่ชาย ความสนิทและความผูกพันนี้ขอ
ย้อนกลับไปในคืนจู่โจมบนดาดฟ้าเรือยอชต์ปลายฟ้า "คิดว่าจะหนีไปง่าย ๆ เหรอ เมฆา!" รามิลตะโกนขึ้น "อย่างน้อย...มึงก็ต้องอยู่คุยกับกูก่อน!" เมฆาที่ยืนอยู่บนราวกันตกหันกลับมามองภาพความโกลาหลเบื้องหลัง...ไม่ว่าจะตำรวจที่กำลังคุมเชิง แสงไฟวับวาบจากเรือที่ล้อมอยู่ และเสียงคลื่นลมที่บ้าคลั่ง...เขา
นับตั้งแต่วันที่อริสาฟื้นคืนสติราวปาฏิหาริย์...โลกที่เคยหม่นหมองของวาโยก็ค่อย ๆ ถูกเยียวยา ชายหนุ่มรู้สึกว่าความสุขของตนเองได้กลับคืนมาแล้วอย่างแท้จริงและดูเหมือนว่าจะมากขึ้นเมื่อมีใครอีกคนเข้ามาในชีวิต ภายในเย็นวันหนึ่ง กลางสวนสวยในบ้านของอัยยา...อริสาซึ่งตอนนี้อาการดีขึ้นมากจนสามารถออก
หลายสัปดาห์ผ่านไปหลังจากมรสุมลูกใหญ่พัดผ่าน...เรื่องราวของบ้านเบญจรงค์และโศกนาฏกรรมทั้งหมดก็ได้ถูกเปิดโปงสู่สังคม ซึ่งเรื่องนี้ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทุกวงการ และคดีความยังคงอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย แม้ว่าผู้กระทำผิดและผู้เกี่ยวข้องหลักจะไม่อยู่แล้วก็ตาม แต่สำหรับทีมเฉพาะกิจแล้ว ภาร
อัยยาลืมตาขึ้น ใบหน้าของเธออาบไปด้วยน้ำตา เธอหันไปมองทุกคนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด "พวกเขา...พวกเขาถูกขังไว้ที่นี่ค่ะ...ในภาพวาดพวกนี้" เธอพูดเสียงสั่น "เมฆา...เขาน่าจะให้อาจารย์คนนั้นใช้มนต์ดำผนึกวิญญาณของเด็ก ๆ ทุกคนไว้กับภาพวาดแห่งความทรงจำเหล่านี้...พวกเขาต้องการให้เราช่วยปล
ในเวลานี้พิพิธภัณฑ์สายลมแห่งอิสระที่เคยดูสว่างและเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ได้ถูกปิดลงชั่วคราวและตกอยู่ในความเงียบภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยที่ทีมเฉพาะกิจทั้งสี่คนกำลังเดินอยู่ท่ามกลางผลงานศิลปะที่บัดนี้ดูหม่นหมองลงไปถนัดตา พวกเขาตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวของเมฆาบนชั้นบนสุด มันเป็นห้
ภายในเวลาเดียวกันที่สถานีตำรวจ บรรยากาศของทางนี้ก็วุ่นวายไม่แพ้กันเนื่องจากได้มีนักข่าวจำนวนไม่น้อยมารอดักทำข่าวอยู่ที่หน้าสถานี รอจังหวะที่ตำรวจจะนำตัวอธิปออกมาจากห้องขังเพื่อไปสอบปากคำเพิ่มเติม และเมื่อสารวัตรรามิลและทีมงานคุมตัวอธิปเดินออกมา... "คุณอธิป! คุณเป็นคนฆ่าน้องญาดาจริงไหมครั
หลังจากอธิป ศรุตเดชา ถูกควบคุมตัวไปพร้อมกับทีมทนายความ รวมถึงถ้อยคำข่มขู่ของท่านคมกฤชที่มีต่อเจ้าหน้าที่ บรรยากาศในทีมของรามิลก็เต็มไปด้วยความตึงเครียดระคนความมุ่งมั่น พวกเขารู้ดีว่าสงครามที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้น ท่านคมกฤชต้องเคลื่อนไหวเพื่อช่วยลูกชายตัวเองอย่างแน่นอน และการต่อสู้ในชั้น
ณัฐฌามองใบหน้าซีดเผือดของเพื่อนสนิท เธอสูดลมหายใจเข้าลึก สัญชาตญาณนักข่าวและความมุ่งมั่นที่จะหาความยุติธรรมให้เหยื่อทำให้เธอตั้งสติได้ก่อน "อัยย์... ฟังฉันนะ" เธอกล่าวด้วยท่าทางจริงจัง "ข้อมูลที่แกเห็นเมื่อกี้... มันคือทุกอย่าง คือกุญแจสำคัญของคดีนี้" "แต่เราจะเอาไปบอกตำรวจได
เธอวางกระเป๋าเครื่องมือสำหรับซ่อมแซมภาพโดยเฉพาะลงบนโต๊ะ ค่อย ๆ นำพู่กันขนาดต่าง ๆ น้ำยาทำความสะอาดสูตรอ่อน และอุปกรณ์อื่น ๆ ออกมาวางอย่างเป็นระเบียบ จิตใจของเธอเริ่มจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้า ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการทำให้จิตใจที่ฟุ้งซ่านของตัวเองเริ่มกลับมาสงบนิ่ง อัยยาค่อย ๆ







