Mag-log inบทที่ 4 คุณเป็นใครกันแน่
โห..รถอย่างสวย!ทันทีที่ธารน้ำก้าวขึ้นมานั่งในรถ เบาะหนังนุ่มนิ่มหอมกลิ่นใหม่ ๆ ทำเอาแทบอยากกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ตรงนั้นเลยทีเดียว แม่เจ้า... รถหรูขนาดนี้ คนขับก็หล่อ ลูกน้องยังดูดีอีก นี่มันชีวิตในฝันของใครสักคนแน่ ๆ แต่ทำไมมันดันเป็นเขานะ เขาเหลือบมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้าง ๆ แอบสำรวจเงียบ ๆ ตั้งแต่ข้างล่างขึ้นบนสูทดี น้ำหอมแพง หน้าแบบนี้ไม่ได้อยู่แผนกเดียวกับพี่เพ็ญแน่ ๆ …แต่ก็อดสงสัยไม่ได้อยู่ดี ว่าแล้วก็เปิดบทสนทนาเลยดีกว่า “เอ่อ... คุณทำงานแผนกอะไรอ่ะ ถึงได้มีรถหรูแบบนี้?” เสียงถามเต็มไปด้วยความอยากรู้แบบเด็กซื่อ ๆ ที่พยายามทำเนียนไม่ให้ดูอยากรู้อยากเห็นจนเกินไป “ทำไมต้องบอก?”เสียงตอบกลับเรียบเฉย แต่แฝงรอยยิ้มมุมปากบาง ๆ “คุณจะเล่นตัวทำไมเนี่ย เราถามดี ๆ นะ ตั้งแต่ตอนกลางวันแล้วนะ ยังไม่ตอบเลย”ธารน้ำเถียงเสียงอ่อย ๆ พร้อมทำหน้ามุ่ยนิด ๆ เหมือนงอน “ผู้จัดการ” คำตอบสั้น ๆ ทำเอาธารน้ำชะงักไปนิด แต่คนที่ตกใจยิ่งกว่าคือลูกน้องทั้งสองที่นั่งข้างหน้า ดีนกับคาลหันมามองหน้ากันผ่านกระจกมองหลังแทบจะพร้อมกันผู้จัดการ?ในเมื่อเจ้านายตัวจริงคือเจ้าของบริษัททั้งคน จะโกหกทำไมให้ยุ่งวะ? “อ้าวเหรอ! แสดงว่าคุณตำแหน่งเดียวกับพี่เพ็ญดิ”ธารน้ำถามต่ออย่างซื่อ ๆ ด้วยรอยยิ้มสดใส “ใหญ่กว่านั้นหน่อย” “อ๋ออออ...” เสียงลากยาวในลำคออย่างเข้าใจ แต่สายตากลับเต็มไปด้วยความสงสัยปนไม่เชื่อเต็มร้อย เขาเอนตัวพิงเบาะแล้วหันไปมองอีกฝ่ายอย่างพิจารณาหล่อก็หล่อ แต่งตัวก็ดี นั่งนิ่งแบบมีอำนาจ ขนาดลูกน้องยังมองตาเป็นมัน ๆ เวลาเจ้านายพูดนี่มันไม่ใช่แค่ “ผู้จัดการ” แล้วมั้ง “คนอะไรอย่างกับมาเฟีย...”เขาพึมพำเบา ๆ แต่เจ้าของรถได้ยินเต็มสองหู “ว่าไงนะ?”เสียงทุ้มถามกลับพร้อมเลิกคิ้วนิด ๆ “เปล่า ๆ ๆ เราบอกว่า... เอ่อ... หล่อดีครับ” ธารน้ำรีบแก้ตัวแทบไม่ทัน หน้าเริ่มขึ้นสีอ่อน ๆ จนอีกฝ่ายเผลอยิ้มที่มุมปากอย่างห้ามไม่อยู่ เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ แค่ปรายตามองเด็กอ้วนข้างตัวที่กำลังหันหน้าหนีไปมองกระจกอย่างเขิน ๆแล้วในใจกลับคิดเพียงประโยคเดียว ‘ยังน่ารักเหมือนเดิมเลยว่ะ... เจ้าเด็กอ้วน’ . . . โรงพยาบาลเอกชน การนั่งรถมาถึงโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังนั้นใช้เวลาไม่นานนัก รถเก๋ง BMW สีเทาคันที่ท้ายโดนชนก็เลี้ยวเข้าสู่เขตอาคารอย่างรวดเร็ว ธารน้ำ ถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างเซ็งๆ จะมาโรงพยาบาลใหญ่โตทำไมก็ไม่รู้ เข้าคลินิกใกล้ๆ ก็ได้นี่นา เขาได้แต่ลูบหน้าตัวเองอย่างเบื่อหน่าย “คุณ... ที่จริงเข้าคลินิกก็ได้นะครับ จะได้ไม่เสียเวลามาก” ธารน้ำเอ่ยปากออกไปอย่างเกรงใจ “หึ มันคงไม่มีอะไรเสียไปมากกว่านี้แล้ว” ลูคัส ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยติดเย็นชา ราวกับสิ่งที่เสียไปแล้วนั้นมีค่ามหาศาล คำตอบนั้นทำให้ธารน้ำก้มหน้าลงทันทีด้วยความรู้สึกผิดอย่างแท้จริงที่ทำให้คนตรงหน้าต้องเสียเวลาและยกเลิกนัด ร่างสูงของลูคัสไม่สนใจปฏิกิริยาของเขา แต่หันไปสั่งลูกน้องสองคนที่นั่งอยู่เบาะหน้าอย่างเด็ดขาด “ยกเลิกนัดทั้งหมด” “ครับนาย” ลูกน้องรับคำเสียงหนักแน่น ‘เอาแล้วไง! เป็นเพราะมึงหรือเปล่าวะธารน้ำที่ทำให้เขายกเลิกนัดสำคัญทั้งหมดเนี่ย’ ธารน้ำกรีดร้องในใจ ‘แงงง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยลูกช้างตัวน้อยๆด้วย ไม่รอดแน่เลย’ ทำงานวันแรกก็มาสาย ตกเย็นรถชน หรือว่านี่จะเป็นเพราะเบญจเพส? ก็ไม่น่าใช่ เขาเพิ่งจะอายุ 23 เอง สงสัยต้องไปทำบุญล้างซวยเป็นการด่วน “ลงไปได้แล้ว” เสียงเข้มๆ ของลูคัสทำให้ธารน้ำหลุดจากภวังค์ “อ๋อ... ครับๆ” เขารีบก้าวลงจากรถอย่างรวดเร็ว แต่ลืมไปเสียสนิทว่าข้อเท้าตัวเองยังเจ็บแปลบๆ ทำให้เสียหลักเซไปด้านข้างทันที โชคดีที่มือแข็งแรงของลูคัสเอื้อมมาคว้าแขนเขาไว้ได้ทันท่วงที “ระวังหน่อย” ลูคัสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้อ่อนโยน แต่ก็ไม่ใช่การตำหนิ “แหะๆ ครับ ขอบคุณครับ” ธารน้ำยิ้มแหยๆ “เดี๋ยวพื้นโรงบาลยุบ”ลูคัสพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย “คุณ! นี่กวนตีนหรอครับ!” ธารน้ำทนไม่ไหวต้องเถียงกลับทันควัน “พี่!” ลูคัสเรียกเสียงต่ำ “...”?” “ฉันอายุมากกว่านาย” “คุณลุง?” “พี่ลูคัส!” คราวนี้เสียงของลูคัสเข้มขึ้นอีกระดับ “คุณลุงลูคัส” ธารน้ำยิ้มกวนๆ “...” แววตาของลูคัสแข็งกร้าวเสียจนอีกฝ่ายต้องกลืนลมหายใจ ความเย็นชาในดวงตาคู่นั้นบาดลึกยิ่งกว่าคำพูดใด ๆ “โอ๋... เราล้อเล่นครับ พี่ลูคัส” ธารน้ำรีบปรับน้ำเสียงให้อ่อนลง พูดจบเขาก็ยื่นมือไปเกาคางให้กับคนตรงหน้าอย่างล้อเลียนและหยอกล้อ ไม่ได้มีเจตนาจะกวนโทสะ แต่เต็มใจที่จะกวนประสาทอย่างเต็มที่ ฮ่าๆๆ ทว่าคนตรงหน้ากลับไม่มีรอยยิ้มปรากฏเลยสักนิด มีแต่ใบหน้าดุดันที่ยิ่งทำให้ดูน่าเกรงขามเข้าไปใหญ่ “ดีกันนะ... แล้วพี่ลูคัสอายุเท่าไหร่ครับ” ธารน้ำถามขณะที่ทั้งคู่พากันเดินเข้าไปในตัวอาคารเพื่อมุ่งหน้าไปยังห้องตรวจ “32” ลูคัสตอบสั้นๆ ‘0’ ดวงตาของธารน้ำเบิกกว้างด้วยความตกใจ “ทำไม?” “ป่าวครับ” ธารน้ำรีบส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน “ถึงแล้ว เข้าไป” ธารน้ำพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปในห้องตรวจคนเดียว ‘อายุ 32 ทำไมหล่อจังเลย อุย... เขินอ่ะ’ เขาใช้มือตบแก้มตัวเองเบาๆ ‘นี่เราเป็นบ้าอะไรไปเนี่ย! ไม่ได้ๆ เราจะชอบผู้ชายคนนี้ไม่ได้ อันตรายเกินไป!’ ห้องจ่ายยา หลังจากคุยกับคุณหมอเสร็จเรียบร้อย ธารน้ำก็เดินกะเผลก ๆ ออกมานั่งรอรับยาที่โต๊ะตัวยาวตรงโถงพักผู้ป่วยรวม หมอบอกว่าอาการบาดเจ็บไม่หนัก แค่ข้อเท้าพลิกและมีรอยฟกช้ำเล็กน้อยตรงสะโพก แค่นี้ก็สบายใจได้เปราะหนึ่ง แต่สิ่งที่ไม่สบายใจนะหรอ... ก็คนข้างๆ นี่แหละ ลูคัส ยังคงนั่งนิ่งอยู่ข้างกายเขา ใบหน้าหล่อเหลาที่เย็นชานั้นยังคงฉายแววหงุดหงิด ราวกับกำลังกดอารมณ์บางอย่างไว้แน่นจนทำหน้าเหมือนจะฆ่าคนได้ในวินาทีถัดไป ธารน้ำได้แต่มองร่างสูงข้างกายอย่างสำรวจ อืม... ยอมรับเลยว่าหล่อจริงๆ ทั้งโครงหน้าที่คมสัน สันกรามที่ชัดเจน และผิวที่ดูดีมีราศีแบบคนมีอันจะกิน ‘ไม่ได้! อีกแล้ว! เราจะหลงเสน่ห์ผู้ชายอันตรายคนนี้ไม่ได้!’ เขาเตือนตัวเองในใจพลางสะบัดหน้าไล่ความคิดฟุ้งซ่าน “เป็นอะไร”ลูคัสถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน โดยที่สายตาไม่ได้ละจากหน้าจอโทรศัพท์เลยแม้แต่น้อย “ป่าวครับ” ธารน้ำตอบเสียงอ้อมแอ้ม “หึ นึกว่าสมองได้รับความกระทบกระเทือน” “คุณ!!” “พี่!!”ลูคัสเงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยแววตาตำหนิและเน้นเสียงหนักๆ ที่คำว่า 'พี่' “เราจะไม่คุยกับคุณอีกแล้ว” ธารน้ำประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงงอนๆ “ตามใจ” ลูคัสตอบกลับอย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะก้มกลับไปดูโทรศัพท์อีกครั้ง ‘หึ คอยดูเหอะ! คนอย่างไอ้ธารน้ำคนนี้แหละ จะไม่คุยด้วยอีกต่อไปแล้ว!’ เขาคิดในใจอย่างเดือดดาล คนอะไรกวนประสาทเป็นที่หนึ่ง! 'ไอ้หล่อมันก็แค่ไอ้หล่อที่กวนตีน! รับไม่ได้!' ธารน้ำพยายามย้ำคำพูดนี้กับตัวเองซ้ำๆ เพื่อดับความรู้สึกวูบวาบประหลาดๆ ที่มีต่อชายหนุ่มตรงหน้า “มองอะไร?” “เปล๊า!” เขารีบเบือนหน้าออกแทบไม่ทัน หึ... แต่ริมฝีปากของลูคัสกลับยกขึ้นน้อย ๆ อย่างห้ามไม่อยู่เจ้าเด็กอ้วนคนนี้น่ารักเกินไปจริง ๆ จะให้ใจแข็งอีกนานแค่ไหนกันนะ…บทที่ 24 สู่ขอหลังจากวันประกาศิตในห้องประชุม ลูคัส ก็โทรศัพท์ไปแจ้งเรื่องการแต่งงานกับ คริสเตียโน มัตเตโอ้ (แด๊ด) ที่อิตาลีทันที ด้วยความเร่งด่วนของสถานการณ์และเพื่อให้เรื่องจบอย่างสมบูรณ์“แด๊ดครับ ผมจะแต่งงานกับธารน้ำภายในเร็ว ๆ นี้” ลูคัสแจ้งอย่างไม่รอช้ามัตเตโอ้ที่เข้าใจถึงสถานการณ์ทั้งหมดตอบกลับมาด้วยความเด็ดขาดตามสไตล์มาเฟีย“ดี! ฉันบอกแล้วว่าจะไปสู่ขอเอง”ภายในหนึ่งอาทิตย์นับจากวันนั้น มัตเตโอ้ก็เดินทางจากอิตาลีมาถึงประเทศไทย พร้อมด้วยคณะติดตามและลูกน้องอีกชุดใหญ่ เพื่อแสดงความจริงจังและศักดิ์ศรีของตระกูล มัตเตโอ้วันสำคัญมาถึง ขบวนสู่ขอ ที่ยิ่งใหญ่และน่าตกตะลึงก็เคลื่อนตัวไปที่บ้านของธารน้ำในหมู่บ้านศุภาลัย รถหรูราคาแพงนับสิบคันนำหน้า ตามมาด้วยบอดี้การ์ดที่แต่งกายชุดดำอย่างเนี้ยบลูคัส และ มัตเตโอ้ เดินเข้าบ้านของธารน้ำอย่างสง่างาม โดยมีธารน้ำเดินเคียงข้างด้วยความประหม่า ส่วน ดีน และ คาล ก็ตามมาติด ๆ พร้อมพานสินสอดที่เตรียมไว้“พ่อครับ แม่ครับ นี่ แด๊ด ของผมครับ” ลูคัสแนะนำบิดาให้กับพ่อกับแม่ของธารน้ำอย่างเป็นทางการ“สวัสดีครับ ผม คริสเตียโน มัตเตโอ้” มัตเตโอ้ยกมือไหว้พ่อกั
บทที่ 23 กลับบ้านเราหลังจากที่นั่ง ๆ นอน ๆ ใช้ชีวิตราวกับถูกกักบริเวณอยู่ในคฤหาสน์อันโอ่อ่าของตระกูล มัตเตโอ้ มาเป็นอาทิตย์ ในที่สุดวันนี้ก็เป็นวันที่เขาจะได้กลับเมืองไทยเสียที ก่อนกลับ ลูคัส ชวนเขาไปลา แด๊ด ของเขาก่อนทั้งคู่เดินไปที่สวนหย่อมเล็ก ๆ ด้านในคฤหาสน์ ซึ่ง มัตเตโอ้ กำลังง่วนอยู่กับการจัดแต่งต้นบอนไซอยู่ เมื่อได้ยินเสียงลูกชายจึงเงยหน้าขึ้นมา“แด๊ดครับ” ลูคัสเรียก“ว่า” คริสเตียโน มัตเตโอ้ตอบสั้น ๆ“ผมมาลา ผมจะกลับไทยแล้วครับ”“อืม... จะแต่งเมื่อไหร่ หรือจะให้ไปขอเมื่อไหร่ก็บอก” มัตเตโอ้กล่าวอย่างเรียบเฉย แต่คำพูดนั้นทำเอาธารน้ำหน้าแดงวาบ“ครับ” ลูคัสรับคำด้วยรอยยิ้ม“ผมลานะครับ คุณท่าน” ธารน้ำ พูดขึ้นด้วยความกล้า ๆ กลัว ๆ“เดินทางปลอดภัย” มัตเตโอ้ละสายตาจากต้นไม้มามองเขาอย่างจริงจัง “บอกกับครอบครัวไว้บ้างล่ะ ว่าอีกไม่นาน... ฉันจะไปสู่ขอ”“ครับ” ธารน้ำตอบรับด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ อย่างไม่คาดคิดกับคำพูดที่ชัดเจนขนาดนั้นทั้งคู่ก้มศีรษะลาท่าน แล้วรีบเดินทางไปยังสนามบินด้วยความตื่นเต้นกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น...หลังจากเดินทางกลับมาถึงเมืองไทยและใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขที่
บทที่ 22 เคลียร์ปัญหาเช้าวันรุ่งขึ้น ลูคัส ออกเดินทางแต่เช้าตรู่ โดยทิ้ง ธารน้ำ ไว้ในคฤหาสน์ภายใต้การดูแลของบอดี้การ์ดอย่างแน่นหนา จุดหมายของเขาคือโรงเก็บสินค้าเก่าแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดนัดพบเพื่อเคลียร์ปัญหาระหว่างตระกูล มัตเตโอ้ กับตระกูล เรนโซ่ ซึ่งเป็นอีกตระกูลใหญ่ที่อยู่ร่วมแก๊งมาเฟียเดียวกันเมื่อลูคัสมาถึง พร้อมด้วย ดีน และ คาล ก็พบกับ จิโอวานนี่ เรนโซ่ ผู้นำตระกูลเรนโซ่ที่ยืนรออยู่พร้อมลูกน้องอีกจำนวนหนึ่ง“นึกว่าจะไม่มาเสียแล้วนะ ลูคัส” จิโอวานนี่กล่าวด้วยรอยยิ้มเย็นชา“ฉันไม่ชอบเรื่องยืดเยื้อ จิโอวานนี่ เข้าเรื่องเลยดีกว่า” ลูคัสกล่าวอย่างเด็ดขาด จิโอวานนี่ต้องการให้ตระกูลมัตเตโอ้แบ่งอาณาเขตท่าเรือน้ำลึกให้มากกว่าเดิม ซึ่งลูคัสไม่ยอม จิโอวานนี่จึงเริ่มใช้เรื่องส่วนตัวเข้ามากดดัน“ก็ได้... ถ้าอย่างนั้นก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือน นายควรระวังเรื่องคนรักของนายไว้ให้ดีนะ ลูคัส”จิโอวานนี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ใบหน้าของลูคัสเปลี่ยนสีทันที ดวงตาของเขาฉายแววอันตราย“อย่าแตะต้องคนของฉัน! จิโอวานนี่!”“ถ้าไม่แบ่งอาเขต... ฉันก็คงต้องหาทางอื่นเพื่อให้เรื่องมันสนุกขึ้น” จิโอวานนี่ทำท่าจะเด
บทที่ 21 ไปอิตาลีเย็นวันนั้น ลูคัส เดินออกไปคุยโทรศัพท์ที่หน้าระเบียงของคอนโดฯ เพียงลำพัง ใบหน้าของเขาเคร่งเครียด คิ้วชนกันแทบจะผูกเป็นโบว์ แสดงถึงเรื่องราวที่ไม่ธรรมดาที่กำลังเกิดขึ้น เขาคุยโทรศัพท์อยู่นานพักใหญ่แล้วจึงเดินกลับเข้ามาหา ธารน้ำ“พรุ่งนี้ไปอิตาลีกันครับ” ลูคัสแจ้งอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย“ไปทำไม” ธารน้ำถามด้วยความประหลาดใจ“ไปพบแด๊ด”“ไปหาพ่อพี่?”“ใช่ครับ”“มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” ธารน้ำเริ่มสังเกตเห็นความไม่ปกติ“นิดหน่อยครับ” ลูคัสพยายามตอบเลี่ยง ๆ“เราโทรบอกพ่อกับแม่ก่อนได้ไหม”“ครับ” ลูคัสอนุญาตอย่างว่าง่ายธารน้ำหยิบโทรศัพท์มือถือโทรออกหาแม่ทันที แล้วบอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ตอนแรกเขาถึงกับตกใจที่ต้องเล่าเรื่องที่ถูกคุกคามและการหมั้นหมายที่ถูกยกเลิกให้แม่ฟัง เพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยเล่าให้แม่ฟังเลย กลัวแม่จะเป็นห่วง แต่พอเล่าแล้วแม่กลับเป็นห่วงมากกว่าเดิม จนถึงขั้นจะให้เขาเลิกลากับลูคัส เพราะกลัวเขาจะเป็นอันตรายพ่อต้องเข้ามาช่วยพูดว่าธารน้ำโตแล้ว จัดการตัวเองได้ และเคารพการตัดสินใจของลูกชาย กว่าจะทำให้แม่สบายใจได้ก็เล่นเอาพักใหญ่ จนกระทั่ง พี่ลูคัส ต้องมาช่วยพูด
บทที่ 20 มีแต่เรื่องหลังจากวันนั้น ธารน้ำ ก็กลับมาใช้ชีวิตปกติ แต่คนพี่กลับเพิ่มบอดี้การ์ดเข้ามาดูแลเขาอีกเท่าตัว! พวกบอดี้การ์ดแทบจะคุมทั้งคอนโดมิเนียมอยู่แล้วตอนนี้ ไหนจะที่บริษัทอีก! จนเขารู้สึกว่ามันมากเกินไปจนอึดอัด วันนี้ต้องคุยกันให้รู้เรื่องหน่อยแล้วไม่นานนัก เขาก็เดินมาหยุดอยู่หน้าห้องทำงานของท่านประธาน เขาสามารถเข้าออกห้องนี้เมื่อไหร่ก็ได้ ถือเป็นคนสำคัญที่ได้รับสิทธิพิเศษอย่างไม่ต้องสงสัยก๊อก ๆ“เชิญ” เสียงทุ้มต่ำตอบรับลูคัส ยังคงก้มหน้าเซ็นเอกสารไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองเลย“พี่” ธารน้ำเรียกอย่างไม่พอใจ“อ้าว! อ้วน” ลูคัสเงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อย แล้วทำท่ากวักมือเรียกให้เขาไปนั่งตัก ทุกครั้งที่มาก็ชอบให้เขาไปนั่งตักอยู่เสมอ ทั้งที่ตัวเขาเองก็ไม่ใช่เล็ก ๆ เลย แถมยังรู้สึกเหมือนตัวเองอ้วนขึ้นมากกว่าเดิมด้วย“ไม่เอา เราตัวอ้วนขึ้น” ธารน้ำปฏิเสธ“มานี่” คนพี่ก็ไม่ยอมแพ้ พยายามดึงเขาเข้ามานั่งตักอยู่ดี“ไม่เห็นหนักตรงไหนเลย” ลูคัสพูดอย่างสบาย ๆ เมื่อดึงเขานั่งลงบนตักได้แล้ว“พี่! มันหนักจริง ๆ”“ต่อให้เราตัวเท่าโอ่ง พี่ก็อุ้มไหว”เพี๊ยะ!!“ปากเสีย!” ธารน้ำตีเข้าที่แขนของลูคัสเบา ๆ
บทที่ 19 ความสุขมักอยู่กับเราไม่นานวันนี้เป็นอีกวันที่ ธารน้ำ รู้สึกขี้เกียจมาก ๆ ถึงแม้จะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ควรได้หยุดพักผ่อนเต็มที่ เขารู้สึกว่าชีวิตช่วงหลายอาทิตย์ที่ผ่านมาวนเวียนอยู่แต่การทำงาน กลับคอนโดฯ เพิ่มเติมก็แค่มีประธานหนุ่มสุดหล่ออย่าง ลูคัส มัตเตโอ้ มาคอยนอนกอดด้วยทุกคืน มีอาหารอร่อย ๆ ให้กินไม่เคยขาด แถมยังมีบัตร Black Card ที่ให้มาแบบไม่จำกัดวงเงินอีก...แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังคงขี้เกียจอยู่ดี จนกระทั่งร่างสูงเดินเข้ามาหาถึงเตียง“ไปเที่ยวกันไหมครับ หมูอ้วน” ลูคัสถามด้วยน้ำเสียงเชื้อเชิญ“ไปไหนครับ” ธารน้ำถามอย่างงัวเงีย“ไปซื้อของไหม? หรือเราอยากกินอาหารญี่ปุ่นชุดใหญ่ที่ร้านโปรด”“ไปช็อปปิ้งครับ!” ธารน้ำตอบรับทันที เพราะข้อเสนอนี้น่าสนใจที่สุด“โอเค ลุกได้แล้ว”“ครับ! ไปแค่สองคนเรานะครับ” ธารน้ำรีบย้ำ เพราะไม่อยากให้ลูกน้องคนสนิทตามไปวุ่นวาย“ได้ครับ... ตามใจเรา” ลูคัสยิ้มรับธารน้ำรีบลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวสบาย ๆ เสื้อยืดโอเวอร์ไซส์สีขาวกับกางเกงยีนส์ขาสั้นที่เผยให้เห็นเรียวขา ส่วนร่างสูงใส่กางเกงยีนส์สีดำกับเสื้อยืดสีขาวที่เผยให้เห็นรอยสักสีเข้มที่แขนทั้งสองข้







