LOGIN“สาแก่ใจแล้วสินะ ในที่สุดก็ได้หมั้นกับพี่” น้ำเสียงหาเรื่องของเขาทำให้เธอสะดุ้ง ก่อนจะถอยหนี
“ไม่ต้องทำเป็นหนีหรอก จริงๆ เธอก็อยากได้พี่ไม่ใช่เหรอ” เขาชอบเน้นย้ำประโยคนี้ บางครั้งก็ทำให้เธออยากจะบอกว่าอย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย
“พี่พัทท์น่าจะอารมณ์ไม่ดี เอาไว้เราค่อยคุยกันนะคะ ว้าย!” เธอร้องเสียงหลงเมื่อโดนกระชากเข้าไปหา เขากอดเธอเอาไว้แนบอก สีหน้าบ่งบอกว่ากำลังหงุดหงิด
“จะรีบไปไหนล่ะ หรือว่าจะไปหาไอ้ปราชญ์” เขาถามเสียงดุเข้มชิดอยู่ริมหู
“พินท์เจ็บนะคะพี่พัทท์” เธอนิ่วหน้าด้วยความเจ็บเมื่อเขาบีบท่อนแขนของเธออย่างไม่ปรานี ท่าทีของเขาเหมือนกำลังโกรธหรือไม่พอใจอะไรสักอย่าง ซึ่งเธอก็ไม่รู้ว่าเขาจะโกรธอะไรเธอนักหนา เธอรู้ว่าเขาไม่ค่อยชอบหน้าปราชญ์เพราะไม่ถูกชะตากัน แต่ก็ไม่ควรมาลงที่เธอไม่ใช่เหรอ เขาไม่ชอบก็ไม่ควรมาบังคับเธอให้คิดเหมือนเขาไม่ใช่เหรอ
“เจ็บสิดี จะได้สำนึกว่ามีคู่หมั้นอยู่แล้ว จะได้ไม่ไปยิ้มระรื่นกับผู้ชาย คนอื่น” ท่าทีของเขาเหมือนหึงหวง ถ้าไม่บอกว่าเขามีอัญชิตาอยู่ก่อนที่จะมาหมั้นกับเธอ เธอคงคิดเป็นอื่นไปไม่ได้
“แล้วทีพี่พัทท์ยังไปเป็นแฟนกับแฟนชาวบ้านเลย”
“หมายถึงใคร”
“ก็ใครล่ะคะ แฟนเยอะ แล้วพี่พัทท์ก็เป็นแฟนเขาอีกคน”
“ไม่รู้อะไรอย่าพูดดีกว่า อัญเขาไม่ใช่คนแบบนั้น”
“บางทีพี่พัทท์ก็โง่นะคะ”
“นี่เธอ!” เขาบีบแขนเล็กจนเจ็บ คงไม่พอใจที่โดนเธอด่าว่าโง่
“พินท์รู้จักกับอัญก่อนพี่พัทท์อีก เธอคบผู้ชายตั้งหลายคน”
เธอช่วยเหลืออัญชิตาด้วยความสงสาร เรื่องส่วนตัวนั้นไม่ได้ยุ่งวุ่นวายเพราะคิดว่าทุกคนย่อมมีชีวิตเป็นของตัวเอง
“ที่พูดนี่เป็นห่วงพี่ หึงพี่ หรืออะไร” เขาเอ่ยถามอย่างยียวน ปกติพัทท์ก็กวนโมโหเธอแบบนี้บ่อยๆ ตั้งแต่เล็กจนโต เธอเติบโตมากับเขาเลยรู้จักนิสัยของเขาดี พัทท์เป็นคนอยากเอาชนะ อยากได้อะไรก็ต้องได้ ถึงแม้ว่าเขาจะร้ายกาจไปบ้างแต่เธอก็หลงรักเขาตั้งแต่เด็ก เขาคอยดูแลปกป้องเธอมาตลอด ไม่มีใครกล้ารังแกเธอก็เพราะเขานี่แหละ
“เมื่อไหร่จะตาสว่างสักทีคะ”
“พี่ตาสว่างตั้งแต่ที่เธอทำให้พี่ต้องหมั้นกับเธอแล้ว ตาสว่างว่าเธอเองก็ หึงหวงพี่ แต่กลับไปยิ้มหน้าระรื่นกับไอ้ปราชญ์มันอีก”
“พี่ทำให้ผู้ใหญ่เข้าใจผิดเอง ถึงได้จับเราหมั้นกัน แล้วทำไมถึงชอบพูดถึง พี่ปราชญ์นักคะ” พัทท์ชอบรวน ถ้าเขาไม่พอใจอะไร ก็จะรวนเธออยู่แบบนั้น บางทีเธอก็อยากตบปากเขานัก สมัยก่อนถ้าอยากทำให้เขาหายรวนคือนิ่งเงียบเสีย เขาก็เลิกรวนไปเอง
“ก็ถ้าเธอไม่ยั่วโมโหพี่”
“พินท์เปล่ายั่วโมโห พินท์พูดเรื่องจริง แต่พี่ไม่เชื่อเองต่างหากค่ะ”
“ไม่อยากหมั้นไม่อยากแต่ง ทำไมไม่พยายามบอกผู้ใหญ่ไปล่ะว่าเราไม่ได้มีอะไรกัน”
“พินท์พยายามพูดแล้วอธิบายแล้ว แต่พี่พัทท์ล่ะคะเคยพยายามไหม ไม่เห็นปริปากสักคำ”
“พี่เป็นผู้ชายจะให้พูดออกไปได้ยังไง ก็พี่ทำจริงๆ”
“งั้นเราหมั้นกันก็ดีแล้วค่ะ พินท์ไม่อยากให้พี่กลับไปโดนอัญชิตาหลอกอีก เลยต้องหมั้นให้จบๆ กันไป” จริงๆ แล้วแม้เธอจะพยายามอธิบายเช่นไร ผู้ใหญ่ต้องไม่ยินยอมแน่นอนเพราะนี่เป็นโอกาสดีที่จะจับเธอกับพัทท์หมั้นและแต่งงานกันเพราะหมายมั่นปั้นมือมาตั้งนานแล้ว
“พูดดีจัง แสดงว่าถ้าเราจะอะไรๆ กันเธอก็ยินดีใช่ไหม” เขาวกกลับมาเรื่องเดิม ทำเอาเธอหน้าแดงซ่านไปหมด
“พี่พัทท์!” พี่ชายที่แสนดีของเธอคนนั้นหายไปไหนแล้วนะ ทำไมเขาถึงได้ใจร้ายแบบนี้
“ตกใจทำไม หรือไม่อยาก...”
“พินท์น่าจะปล่อยให้พี่โดนอัญชิตาหลอกดีกว่ามาเข้าใจความปรารถนาดีของพินท์ผิดขนาดนี้”
“ถ้าปรารถนาดีจริงๆ ก็ต้องจับพี่ให้อยู่หมัดสิ” เขาขยับเข้าหาด้วยท่าทีคุกคาม
“อุ๊ย! พี่พัทท์ ปล่อยนะคะ” เธอดันอกกว้างของเขาแต่เหมือนดันหินผา ก้อนใหญ่อันหนักอึ้ง
“อยากให้ปล่อยจริงๆ เหรอ”
“พรุ่งนี้เราไปบอกผู้ใหญ่กันค่ะ ว่าเราจะถอนหมั้นกันดีไหมคะ” เขาหรี่ตามองเมื่อได้ยินเธอพูดประโยคนั้น
“จะมาไม้ไหนอีกล่ะ คนอย่างเธอเหรอจะยอมถอนหมั้นง่ายๆ ก็ไหนบอกว่าหวังดีจะช่วยพี่ แล้วทำไมถึงมาพูดกลับลำแบบนี้ล่ะ”
“พินท์ไม่ได้มาไม้ไหนหรอกค่ะ เราถอนหมั้นกันตอนนี้เลย เดี๋ยวพินท์จะเป็นฝ่ายไปบอกคุณพ่อกับคุณแม่เอง จะอธิบายทุกอย่างเอง พี่คงไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหมคะ”
“ทำท่าทำทางอยากจะช่วยที่ไหนได้”
“แบบนี้ก็ดีแล้วนี่คะ พี่กับอัญชิตาจะได้รักกันแบบไม่มีอุปสรรคอีก”
“พูดแต่เรื่องคนอื่น แล้วใจเธอล่ะ” พัทท์ยอมรับว่าหงุดหงิดที่เธอเอาแต่ผลักไสเขาไปให้คนอื่น
“คุณพินท์คะ มีแขกมาขอพบค่ะ”
“เดี๋ยวฉันออกไปจ้ะ” เธอตอบรับสาวใช้ ก่อนจะบิดแขนออกจากการ เกาะกุมของเขา
ท่าทีรีบร้อนออกไปต้อนรับแขกของพินท์สุดาทำให้พัทท์เดินตามออกไปดู
“พี่ปราชญ์กลับมาจากเชียงใหม่เมื่อไหร่คะ”
“หลายวันแล้วครับ พี่ซื้อของมาฝากเยอะแยะเลย”
พัทท์รู้จักปราชญ์ดี อีกฝ่ายเป็นรุ่นพี่ของพินท์สุดาและเพื่อนร่วมรุ่นสมัยมัธยมของเขา อายุของเขากับปราชญ์นั้นรุ่นราวคราวเดียวกัน เป็นคู่แข่งกันในทุกๆ เรื่องเพราะเรียนที่เดียวกันมาตลอด เขาเลยไม่ชอบหน้าปราชญ์นัก
“จริงๆ ต้องเล่นตัวบ้างนะ”“พี่พัทท์น่ะ พอได้แล้วค่ะ พี่ปราชญ์เจ็บหนักขนาดนี้เห็นไหมว่าเขาจริงใจกับอัญจริงๆ แถมตอนนั้นถ้าพี่ปราชญ์ไม่ช่วยใช้หนี้ให้อัญ อัญอาจจะต้องโดนลูกค้าในร้านเสี่ยสมานลวนลามมากกว่านี้แน่ๆ เผลอๆ อาจจะโดนขืนใจก็ได้ ยังจะมีหน้าไปยุให้เขามีปัญหากันอีก”“พูดเรื่องไอ้เสี่ยสมาน พี่จะต้องจัดการมันเดี๋ยวนี้ ชั่วนักใช่ไหม เดี๋ยวพี่จัดให้” พัทท์รีบโทร. หาผู้หลักผู้ใหญ่ที่รู้จักให้ช่วยจัดการให้“ดีแล้วค่ะ จะได้ไม่ไปทำให้ใครเดือดร้อนอีก” พินท์สุดาเห็นด้วยกับสามี“อัญมีอะไรให้พินท์กับพี่พัทท์ช่วยก็บอกได้เลยนะ เราสองคนยินดี”“ขอบใจมากๆ จ้ะ” เธอมองคนทั้งสองอย่างซาบซึ้งใจ ไม่ว่าเราจะเคยผ่านอะไรมา แต่ยามที่เราลำบากแล้วเราก็ยังเห็นว่าเขาอยู่ข้างเรา นั่นคือเพื่อนที่ดีที่สุดในชีวิตพัทท์กับพินท์สุดาคอยช่วยเหลืออัญชิตาทุกอย่าง อาจเพราะเธอท้องอยู่เลยเดินเหินไม่ค่อยสะดวกนัก เวลาที่จะช่วยเหลือปราชญ์หรือเช็ดตัวให้เขา พินท์สุดาจึงช่วยจัดหาพยาบาลพิเศษมาคอยช่วย และดูแลดนุพรบิดาของอัญชิตาให้ด้วย“พี่ปราชญ์เป็นยังไงบ้างคะ” เธอเอ่ยถาม ใบหน้าของเขายังซีดเซียว เขานอนหงายไม่ได้เพราะจะไปกดทับแผล เลยได
“ฉันไม่มีให้หรอกนะ หนี้ใครก่อคนนั้นก็หาจ่ายเองสิ” พอกันทีกับมารดา เธอจะไม่ยอมตกเป็นหนี้ใครอีกแล้ว มันหลายครั้งแล้วที่ต้องตามใช้หนี้ให้กับคนที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นแม่คนต้องทำตัวอย่างไร เป็นภรรยาที่ดีของสามีต้องทำตัวอย่างไร“ถ้าเธอไม่จ่ายแม่เธอตายแน่”“มีอะไรกัน” ปราชญ์เอ่ยถามเสียงเข้ม เข้ามายืนขวางชายฉกรรจ์พวกนั้นเอาไว้ด้วยท่าทีปกป้อง“แม่นังนี่เป็นหนี้ แล้วบอกเสี่ยว่าให้มาเอาเงินใช้หนี้จากนังนี่ เสียดายท้องโย้ไปแล้ว”“เท่าไหร่ฉันจะใช้หนี้ให้เธอเอง”“ไม่ต้องค่ะพี่ปราชญ์ เพราะถ้าพี่ปราชญ์ยังจะใช้หนี้ให้คุณแม่อีก รอบหน้าคุณแม่จะยิ่งเป็นหนี้หนักกว่านี้ คุณแม่เกินเยียวยาแล้วค่ะ”“นังนี่ยังไง มีคนจะใช้หนี้ให้กลับไม่เอา เฮ้ย! พวกเราจัดการสั่งสอนมันหน่อยซิ” ลูกน้องทวงหนี้หน้าเลือดและโหดทำท่าจะเข้าไปจิกหัวอัญชิตาตบให้กระเด็นเพราะปากดี พวกมันคิดว่านายของพวกมันใหญ่คับฟ้า แม้แต่ตำรวจยังต้องก้มหัวให้ ดังนั้นหน้าที่ทวงหนี้มาให้ได้คือภารกิจสำคัญ ที่ต้องทำให้สำเร็จ เพราะถ้าทำไม่สำเร็จก็จะโดนเจ้านายเล่นงานเอาอัญชิตากรีดร้องเมื่อปราชญ์ตรงเข้าเตะต่อยกับชายฉกรรจ์พวกนั้น ดนุพรเองก็ทำอะไรไม่ถูก ถ้าเขาเด
“พี่ปราชญ์!” ดูเหมือนพัทท์กับพินท์สุดาเองก็ตกใจไม่น้อย ดนุพรนั้น ไม่รู้จักปราชญ์ก็มองอย่างสงสัย แต่เห็นใบหน้าซีดเซียวของบุตรสาวก็นึกสงสัยว่าชายหนุ่มคนนี้เป็นใครกัน“พี่ปราชญ์มาได้ยังไงคะ” พินท์สุดาเอ่ยถาม ซึ่งเธอก็ได้คำตอบว่าปราชญ์คงสะกดรอยตามเธอกับพัทท์มานั่นเอง ปฏิกิริยาของคนทั้งสองดูแปลกๆ อย่างที่พัทท์เคยพูดเอาไว้ไม่มีผิด“ผมชื่อปราชญ์ครับ เป็นสามีของอัญชิตา” ปราชญ์ยกมือไหว้ดนุพร ก่อนจะแนะนำตัว ทำเอาดนุพรรับไหว้แทบไม่ทัน แถมยังตกใจเสียอีก“พี่ปราชญ์กับอัญ” พินท์สุดามองคนโน้นทีคนนี้ทีอย่างสงสัยว่าไปอะไรกันตอนไหน เพราะไม่เห็นมีท่าทีอะไรกันเลย แสดงว่าลูกในท้องของอัญชิตาก็เป็นลูกของปราชญ์อย่างนั้นเหรอ“พี่ปราชญ์” อัญชิตาครางชื่อเขาหลังจากหายตกใจ ไม่คิดว่าเขาจะพูดโพล่งออกมาแบบนี้ เพราะความสัมพันธ์ของเขากับเธอเป็นแค่ลูกหนี้กับเจ้าหนี้เท่านั้น แถมเธอยังหนีหนี้เขามาอีกด้วย“เข้ามาคุยกันก่อนเถอะ อัญก็เหมือนกัน ไหนเล่าให้พ่อฟังสิลูก มีอะไรหนูควรเล่าให้พ่อฟังนะ พ่อจะได้ช่วยคิดและให้คำปรึกษาหนูได้” ดนุพรพูดเสียงราบเรียบแต่มีความเป็นผู้ใหญ่สูง น้ำเสียงเมตตาปรานีนั้นทำให้ทุกคนคลายใจ ดนุพรมีเหตุผ
“มาเยี่ยมได้จ้ะ แต่อัญมีเรื่องจะขอพี่พัทท์กับพินท์สักเรื่องได้ไหมคะ”“เรื่องอะไรเหรอ ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงเราสองคนยินดีช่วยอัญทุกอย่าง”สองสามีภรรยาพยักหน้าทันที ขอให้อัญชิตาพูดมันออกมา ก็จะทำให้จนสุดความสามารถ“พี่พัทท์กับพินท์ทำได้แน่นอนค่ะ” อัญชิตายิ้มให้คนทั้งสอง ก่อนจะเอ่ยขอในเรื่องที่เธอต้องการออกไป สองหนุ่มสาวมองสบตากันแต่ก็พยักหน้ารับปากเพราะไม่อยากให้เพื่อนลำบากใจในขณะที่พัทท์กับพินท์สุดากำลังเลือกซื้อข้าวของไปฝากอัญชิตา ก็เผอิญหันไปเจอเข้ากับปราชญ์ สองหนุ่มสาวมองสบตากันโดยไม่ได้นัดหมาย“พี่ปราชญ์” พินท์สุดาเรียกชายหนุ่มเอาไว้ พัทท์อยากจับเมียตีก้น เขามีอาการหึงหวงอย่างเห็นได้ชัด เมื่ออีกฝ่ายหันมายิ้มให้เมียของเขา แต่สายตามันดูเปลี่ยนไป ไม่ได้ยินดียินร้ายเหมือนก่อน แม้จะมีรอยยิ้มแต่ก็ฝืนยิ้มเต็มที“มาซื้อของหรือพินท์” ปราชญ์เอ่ยถาม เขามองอุปกรณ์เครื่องใช้และเสื้อผ้าเด็กที่วางอยู่เต็มร้านก็เข้าใจว่าพินท์สุดากำลังจะมีทายาทตัวน้อยๆ เนื่องด้วยแต่งงานกับพัทท์มาสักระยะแล้ว“ค่ะ”“ยินดีด้วยนะ” ปราชญ์กล่าวอวยพร ในสายตาของพินท์สุดา ปราชญ์ดูเปลี่ยนไปมาก ใบหน้าของเขาดูโทรม เหมือนคนพักผ
หลังจากฝากเงินเสร็จ ทั้งสามก็ไปนั่งคุยกันที่ร้านกาแฟใกล้ๆ กับธนาคาร อัญชิตาสั่งโกโก้ร้อน ส่วนพินท์สุดาและพัทท์สั่งกาแฟโบราณมาดื่ม มีขนมของท้องถิ่นหน้าตาน่ากินอีกหลายชนิดที่อัญชิตาสั่งมาให้คนทั้งสอง“ไหนเล่าให้พี่ฟังซิ” พัทท์เอ่ยถามขึ้นทันทีที่ได้รับเครื่องดื่มเรียบร้อยแล้ว“อัญเคยเล่าให้พี่พัทท์ฟังแล้วไงคะว่าจะมาทำไร่ทำสวนอยู่กับคุณพ่อที่ต่างจังหวัด” เธอหลบสายตาเป็นพัลวัน พัทท์มองสบตากับภรรยา พินท์สุดาจึงเป็นฝ่ายถามขึ้นบ้าง“อัญเป็นยังไงบ้าง สบายดีใช่ไหม เอ่อ... แล้วทำไมอัญ” พินท์สุดาอึกอัก เธอพยายามนึกคำพูดดีๆ ที่จะถามอีกฝ่าย“อัญท้องเพราะว่า... เอ่อ เรื่องมันยาวน่ะจ้ะ” อัญชิตาเองก็ไม่รู้จะเล่า ยังไงดี“มีอะไรให้พินท์กับพี่พัทท์ช่วยไหม พินท์รู้ความจริงหมดทุกอย่างแล้วนะ อยากหยิกพี่พัทท์เสียให้เนื้อเขียวนัก ทำอะไรก็ไม่รู้ น่าดึงหูให้ขาดเลย”“ทีหลังก็อย่าป่าวประกาศว่าไม่รักไม่ชอบ ไม่หวงสิ โคตรน้อยใจ” พัทท์มองเมียตาละห้อย“ไม่เป็นไรจ้ะ เข้าใจกันก็ดีแล้ว อัญก็ยังคิดว่าพี่พัทท์จะคิดแผนการอะไรมากมาย” อัญชิตาหัวเราะเบาๆ ไม่ได้ถือโทษโกรธพัทท์หรอก เข้าใจว่าต้องการรักษาฟอร์ม คนบางคนก็ชอบคิดอะ
“หนูหยอดเงินใส่กระปุกเอาไว้ได้เยอะแล้วค่ะ กะว่าพรุ่งนี้จะนำไปฝากธนาคาร ตอนลูกคลอดจะได้มีเงินจ่ายค่าหมอ ไม่เดือดร้อนวิ่งวุ่นหาเงิน” เธอไม่มีเงินเก็บเลย และหนีหนี้ปราชญ์มาด้วย ได้แต่ขอโทษเขาอยู่ในใจ แต่คิดว่าชาตินี้เธอกับเขาคงไม่เจอกันอีกแล้ว เธอเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์และไม่ติดต่อใครอีกเลย ทิ้งอดีตเอาไว้เบื้องหลัง เพราะไม่ว่าวันนี้จะเกิดอะไรขึ้น ชีวิตของคนเราต้องก้าวเดินต่อไป“ดีแล้วลูก วันๆ หนึ่งเราก็แทบไม่ใช้จ่ายอะไรเลย มีเงินเหลือเก็บกว่าตอนทำงานอยู่ในเมืองอีก”“จริงค่ะคุณพ่อ พอมีอาหารการกินก็แทบไม่ซื้ออะไรเลย ตอนอยู่ในเมืองก็แค่ทำงานหาเงินมาซื้อกิน ผลิตอาหารเองได้แบบนี้ดีจังเลยนะคะ”หนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้นสองพ่อลูกก็รับประทานอาหารพร้อมกัน วันนี้อัญชิตาทำแกงเลียงผักรวมใส่กุ้งสด ผัดบวบกับไข่ ไข่เจียวหมูสับ และมีน้ำพริกผักลวกผักสดอีกอย่างหนึ่งเธอรู้สึกโชคดีที่ได้รู้จักกับนิพา อีกฝ่ายเป็นเด็กต่างจังหวัดที่บิดามารดามีที่ดินมากมาย และสนใจเรื่องการทำเกษตรแบบผสมผสาน ด้วยว่าอีกฝ่ายไม่ได้สนใจเรื่องฐานะเงินทอง จึงรู้จักกับเธอสมัยเรียนอยู่มหาวิทยาลัย นิพาทำตัวติดดินและค่อนข้างจะอินดี้ กิจกรรมที่ท







