LOGINเขาตามดูแลหึงหวงมานานหลายปี ไม่รู้บ้างหรือไงว่าเขาคิดเช่นไร ที่เขาไม่ได้บอกว่าชอบว่ารักเพราะคิดว่าเธอน่าจะรู้ดี พอโดนปฏิเสธต่อหน้าคนอื่นแบบนั้นเขาก็เลยขาดความมั่นใจไปเลย จนต้องคิดแผนการนี้ขึ้นมา โดยมีอัญชิตาเป็นคนช่วย พอพินท์สุดาแนะนำให้เขาได้รู้จักกับอัญชิตา เขาก็เลยแกล้งสนใจเธอ อัญชิตาน่าสงสารจริงๆ เพราะบิดาป่วย ท่านพิการเดินไม่ได้ เธอไม่ได้เจ้าชู้มากชาย แต่ผู้ชายพวกนั้นมาชอบเธอเอง พอเธอไม่เล่นด้วยก็คงรู้สึกหน้าแตกเลยไปพูดเสียๆ หายๆ หาว่าอัญชิตาคบซ้อนหลายคน หรือได้นอนกับอัญชิตาแล้ว ด้วยว่าเธอยากจนคงเป็นคนหิวเงิน คนที่ไม่รู้ความจริงก็เชื่อ เขาคนหนึ่งไม่เชื่อเพราะรู้ตื้นลึกหนาบางดีว่าอะไรเป็นอะไร ไม่อยากว่าผู้ชายด้วยกัน แต่ผู้ชายบางคนไม่อยากเสียหน้าก็ว่าผู้หญิงเสียๆ หายๆ ทั้งๆ ที่ผู้หญิง ไม่เล่นด้วย เพราะตัวเองนิสัยไม่ดี
“ได้ยินพี่พัทท์พูดแบบนี้อัญก็เบาใจค่ะ” เธอไม่อยากให้เพื่อนโกรธนักหรอก เพราะพินท์สุดาไม่ได้รังเกียจเธอเลย แถมยังคอยช่วยเหลือเธอมาอยู่ตลอด ถ้าไม่ใช้แผนนี้ก็คงไม่ได้หมั้นและไม่ได้แต่งงานกัน บางทีเธอก็ขำกับแผนการของพัทท์ แกล้งให้ผู้ใหญ่เข้าใจผิด จะได้จับแต่งงาน เขาก็จะได้ไม่ต้องเสียฟอร์มว่าอยากแต่งทั้งๆ ที่พินท์สุดาเคยปฏิเสธ แล้วพินท์สุดาก็ขัดพ่อไม่ได้เลยต้องหมั้นและแต่ง จะเรียกว่าต่างคนต่างฟอร์มก็ย่อมได้
เธอรู้ว่าพินท์สุดาแอบชอบพัทท์อยู่เหมือนกัน ด้วยเหตุผลนี้จึงยอมหมั้น แต่โดยดี ถ้าพูดกันดีๆ แต่แรกก็คงไม่วุ่นวายแบบนี้
“อัญเป็นคนดี ไม่มีใครทำอะไรอัญได้หรอกครับ อย่ากังวลไปเลย ถึงแม้ว่าพินท์สุดาจะเป็นคนตรงๆ แรงๆ พูดไม่ไพเราะหูไปบ้าง แต่เขาก็คงไม่ได้คิดร้าย ถึงขนาดจะทำอะไรรุนแรงหรอกครับ” เขารู้นิสัยพินท์สุดาดี แค่อยากจะเอาคืนที่เธอทำให้เขาขายหน้าเท่านั้น แต่การเอาคืนของเขาไม่ได้จบลงแค่เพียงเท่านี้ แต่งงานเข้าหอเมื่อไหร่จะเอาคืนอีกเป็นสิบเท่า
“อัญก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดีค่ะ”
“อัญรู้สึกผิดเรื่องอะไรครับ”
“ก็ทำให้พินท์เสียใจน่ะค่ะ พินท์เป็นเพื่อนที่ดีของอัญนะคะ เขาไม่เคยดูถูกฐานะของอัญเลย อัญยากจนไม่มีเพื่อนคนไหนอยากคบหรอกค่ะ”
“พี่บอกแล้วไงว่าไม่ต้องคิดมาก” เขาโยกศีรษะของเธอไปมา เอ็นดูอัญชิตาเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง เพราะเธอกตัญญูและไม่เคยทอดทิ้งบิดาที่พิการ แถมยังต้องทำงานส่งเสียตัวเองเรียนอีก
“บางทีอัญก็นึกน้อยใจนะคะ อยากเกิดมารวยเหมือนคนอื่นเขาบ้าง”
เธอทำงานสารพัดก็ยังไม่รวยสักที ถ้ารวยและมีเงินเยอะๆ คงจะดูแลบิดาที่พิการได้ดีกว่านี้ และมีเงินเรียนสูงๆ เท่าที่เธอจะเรียนได้
“อย่าคิดแบบนั้นสิครับ คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นคนดีได้ รวยจนไม่สำคัญเท่ากับว่าเรามีความสุขกับชีวิตไหม ถ้ารวยแล้วเป็นทุกข์ก็ไม่ไหวเหมือนกันนะครับ” พัทท์ตอบไปตามที่คิด
“อัญสัญญาค่ะว่าต่อจากนี้ไปจะไม่น้อยใจในโชคชะตาของตัวเองอีกแล้ว แล้วก็จะทำตัวเองให้มีความสุขและขยันทำงานให้มากๆ ค่ะ”
“รักตัวเองให้มากๆ นะครับ เพราะอัญมีคนที่ต้องดูแลอีกทั้งคน หากอัญไม่อยู่แล้ว พ่อของอัญจะอยู่กับใครล่ะครับ ทำงานก็พอประมาณ หักโหมเกินไปเกิดเจ็บป่วยขึ้นมาจะลำบาก” เธอตัวคนเดียว เขาเข้าใจความจำเป็นของเธอดี
“ขอบคุณพี่พัทท์มากค่ะ”
“อัญทำทุกอย่างดีที่สุดแล้วครับ แต่ถ้ามันไม่ดีอย่างที่คิดก็อย่าไปเสียใจกับมันเลย คิดเสียว่าประสบการณ์ชีวิต”
“อัญมั่นใจในตัวพี่พัทธ์นะคะ ว่าพี่พัทท์จะทำทุกอย่างออกมาได้ดี อัญคงไม่โดนแหกอกเสียก่อน” พัทท์ลูบศีรษะของเธอเบาๆ อย่างเอ็นดู
หลังจากที่พัทท์กลับไปแล้ว อัญชิตาก็เดินไปหาบิดา
“คุณพ่อขา เป็นยังไงบ้างคะ”
“พัทท์ไปแล้วเหรอลูก”
“ไปแล้วค่ะ”
“เป็นยังไงบ้าง ทำงานเหนื่อยไหมลูก” ดนุพรเอ่ยถามอย่างห่วงใย
“ไม่เหนื่อยเลยค่ะ แค่นี้เองอัญไหว จำได้ว่าตอนเด็กๆ เรามีกันแค่สองคนพ่อลูก คุณพ่อดูแลหนูดีมากๆ หนูก็ต้องดูแลคุณพ่อให้ดียิ่งกว่าที่คุณพ่อดูแลหนู ถ้าไม่เพราะอุบัติเหตุวันนั้น คุณพ่อก็คงไม่เป็นแบบนี้” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย บิดารักเธอมาก ดูแลเธออย่างดี ท่านขยันทำงาน ถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุ ก็คงดีกว่านี้ แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้วเธอก็ไม่อยากโทษอะไรทั้งนั้น อยากทำวันนี้ให้ดีที่สุดเพียงเท่านั้น
“พ่อขอให้ลูกจงประสบความสำเร็จในทุกๆ เรื่อง ถ้าเหนื่อยก็พักนะ เอาเท่าที่ไหว เจ็บป่วยขึ้นมาจะลำบาก พ่อเป็นห่วง สุขภาพของลูกสำคัญที่สุด”
“อัญสัญญาค่ะว่าจะรักษาสุขภาพตัวเองให้ดี คุณพ่อไม่ต้องเป็นกังวลไปนะคะ” ที่เธอยอมช่วยพัทท์เพราะพินท์สุดาเป็นเพื่อนที่ดี คนอื่นรังเกียจเธอ แต่พินท์สุดาไม่เคยมีนิสัยแบบนั้น ช่วงนี้ก็คงต้องให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดไปก่อน จริงๆ พัทท์กับพินท์สุดาชอบแกล้งกันไปมาแรงๆ แบบนี้มานานแล้ว เป็นความรักที่เจ็บๆ คันๆ ยังไงก็ไม่รู้ในความคิดของอัญชิตา สำหรับเธอแล้วคนเรารักกัน ชอบกันก็น่าจะคุยกันตรงๆ ให้มาทำอะไรอ้อมๆ แบบนี้เธอไม่ค่อยเข้าใจ เธอชอบคนตรงไปตรงมามากกว่า
“จริงๆ ต้องเล่นตัวบ้างนะ”“พี่พัทท์น่ะ พอได้แล้วค่ะ พี่ปราชญ์เจ็บหนักขนาดนี้เห็นไหมว่าเขาจริงใจกับอัญจริงๆ แถมตอนนั้นถ้าพี่ปราชญ์ไม่ช่วยใช้หนี้ให้อัญ อัญอาจจะต้องโดนลูกค้าในร้านเสี่ยสมานลวนลามมากกว่านี้แน่ๆ เผลอๆ อาจจะโดนขืนใจก็ได้ ยังจะมีหน้าไปยุให้เขามีปัญหากันอีก”“พูดเรื่องไอ้เสี่ยสมาน พี่จะต้องจัดการมันเดี๋ยวนี้ ชั่วนักใช่ไหม เดี๋ยวพี่จัดให้” พัทท์รีบโทร. หาผู้หลักผู้ใหญ่ที่รู้จักให้ช่วยจัดการให้“ดีแล้วค่ะ จะได้ไม่ไปทำให้ใครเดือดร้อนอีก” พินท์สุดาเห็นด้วยกับสามี“อัญมีอะไรให้พินท์กับพี่พัทท์ช่วยก็บอกได้เลยนะ เราสองคนยินดี”“ขอบใจมากๆ จ้ะ” เธอมองคนทั้งสองอย่างซาบซึ้งใจ ไม่ว่าเราจะเคยผ่านอะไรมา แต่ยามที่เราลำบากแล้วเราก็ยังเห็นว่าเขาอยู่ข้างเรา นั่นคือเพื่อนที่ดีที่สุดในชีวิตพัทท์กับพินท์สุดาคอยช่วยเหลืออัญชิตาทุกอย่าง อาจเพราะเธอท้องอยู่เลยเดินเหินไม่ค่อยสะดวกนัก เวลาที่จะช่วยเหลือปราชญ์หรือเช็ดตัวให้เขา พินท์สุดาจึงช่วยจัดหาพยาบาลพิเศษมาคอยช่วย และดูแลดนุพรบิดาของอัญชิตาให้ด้วย“พี่ปราชญ์เป็นยังไงบ้างคะ” เธอเอ่ยถาม ใบหน้าของเขายังซีดเซียว เขานอนหงายไม่ได้เพราะจะไปกดทับแผล เลยได
“ฉันไม่มีให้หรอกนะ หนี้ใครก่อคนนั้นก็หาจ่ายเองสิ” พอกันทีกับมารดา เธอจะไม่ยอมตกเป็นหนี้ใครอีกแล้ว มันหลายครั้งแล้วที่ต้องตามใช้หนี้ให้กับคนที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นแม่คนต้องทำตัวอย่างไร เป็นภรรยาที่ดีของสามีต้องทำตัวอย่างไร“ถ้าเธอไม่จ่ายแม่เธอตายแน่”“มีอะไรกัน” ปราชญ์เอ่ยถามเสียงเข้ม เข้ามายืนขวางชายฉกรรจ์พวกนั้นเอาไว้ด้วยท่าทีปกป้อง“แม่นังนี่เป็นหนี้ แล้วบอกเสี่ยว่าให้มาเอาเงินใช้หนี้จากนังนี่ เสียดายท้องโย้ไปแล้ว”“เท่าไหร่ฉันจะใช้หนี้ให้เธอเอง”“ไม่ต้องค่ะพี่ปราชญ์ เพราะถ้าพี่ปราชญ์ยังจะใช้หนี้ให้คุณแม่อีก รอบหน้าคุณแม่จะยิ่งเป็นหนี้หนักกว่านี้ คุณแม่เกินเยียวยาแล้วค่ะ”“นังนี่ยังไง มีคนจะใช้หนี้ให้กลับไม่เอา เฮ้ย! พวกเราจัดการสั่งสอนมันหน่อยซิ” ลูกน้องทวงหนี้หน้าเลือดและโหดทำท่าจะเข้าไปจิกหัวอัญชิตาตบให้กระเด็นเพราะปากดี พวกมันคิดว่านายของพวกมันใหญ่คับฟ้า แม้แต่ตำรวจยังต้องก้มหัวให้ ดังนั้นหน้าที่ทวงหนี้มาให้ได้คือภารกิจสำคัญ ที่ต้องทำให้สำเร็จ เพราะถ้าทำไม่สำเร็จก็จะโดนเจ้านายเล่นงานเอาอัญชิตากรีดร้องเมื่อปราชญ์ตรงเข้าเตะต่อยกับชายฉกรรจ์พวกนั้น ดนุพรเองก็ทำอะไรไม่ถูก ถ้าเขาเด
“พี่ปราชญ์!” ดูเหมือนพัทท์กับพินท์สุดาเองก็ตกใจไม่น้อย ดนุพรนั้น ไม่รู้จักปราชญ์ก็มองอย่างสงสัย แต่เห็นใบหน้าซีดเซียวของบุตรสาวก็นึกสงสัยว่าชายหนุ่มคนนี้เป็นใครกัน“พี่ปราชญ์มาได้ยังไงคะ” พินท์สุดาเอ่ยถาม ซึ่งเธอก็ได้คำตอบว่าปราชญ์คงสะกดรอยตามเธอกับพัทท์มานั่นเอง ปฏิกิริยาของคนทั้งสองดูแปลกๆ อย่างที่พัทท์เคยพูดเอาไว้ไม่มีผิด“ผมชื่อปราชญ์ครับ เป็นสามีของอัญชิตา” ปราชญ์ยกมือไหว้ดนุพร ก่อนจะแนะนำตัว ทำเอาดนุพรรับไหว้แทบไม่ทัน แถมยังตกใจเสียอีก“พี่ปราชญ์กับอัญ” พินท์สุดามองคนโน้นทีคนนี้ทีอย่างสงสัยว่าไปอะไรกันตอนไหน เพราะไม่เห็นมีท่าทีอะไรกันเลย แสดงว่าลูกในท้องของอัญชิตาก็เป็นลูกของปราชญ์อย่างนั้นเหรอ“พี่ปราชญ์” อัญชิตาครางชื่อเขาหลังจากหายตกใจ ไม่คิดว่าเขาจะพูดโพล่งออกมาแบบนี้ เพราะความสัมพันธ์ของเขากับเธอเป็นแค่ลูกหนี้กับเจ้าหนี้เท่านั้น แถมเธอยังหนีหนี้เขามาอีกด้วย“เข้ามาคุยกันก่อนเถอะ อัญก็เหมือนกัน ไหนเล่าให้พ่อฟังสิลูก มีอะไรหนูควรเล่าให้พ่อฟังนะ พ่อจะได้ช่วยคิดและให้คำปรึกษาหนูได้” ดนุพรพูดเสียงราบเรียบแต่มีความเป็นผู้ใหญ่สูง น้ำเสียงเมตตาปรานีนั้นทำให้ทุกคนคลายใจ ดนุพรมีเหตุผ
“มาเยี่ยมได้จ้ะ แต่อัญมีเรื่องจะขอพี่พัทท์กับพินท์สักเรื่องได้ไหมคะ”“เรื่องอะไรเหรอ ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงเราสองคนยินดีช่วยอัญทุกอย่าง”สองสามีภรรยาพยักหน้าทันที ขอให้อัญชิตาพูดมันออกมา ก็จะทำให้จนสุดความสามารถ“พี่พัทท์กับพินท์ทำได้แน่นอนค่ะ” อัญชิตายิ้มให้คนทั้งสอง ก่อนจะเอ่ยขอในเรื่องที่เธอต้องการออกไป สองหนุ่มสาวมองสบตากันแต่ก็พยักหน้ารับปากเพราะไม่อยากให้เพื่อนลำบากใจในขณะที่พัทท์กับพินท์สุดากำลังเลือกซื้อข้าวของไปฝากอัญชิตา ก็เผอิญหันไปเจอเข้ากับปราชญ์ สองหนุ่มสาวมองสบตากันโดยไม่ได้นัดหมาย“พี่ปราชญ์” พินท์สุดาเรียกชายหนุ่มเอาไว้ พัทท์อยากจับเมียตีก้น เขามีอาการหึงหวงอย่างเห็นได้ชัด เมื่ออีกฝ่ายหันมายิ้มให้เมียของเขา แต่สายตามันดูเปลี่ยนไป ไม่ได้ยินดียินร้ายเหมือนก่อน แม้จะมีรอยยิ้มแต่ก็ฝืนยิ้มเต็มที“มาซื้อของหรือพินท์” ปราชญ์เอ่ยถาม เขามองอุปกรณ์เครื่องใช้และเสื้อผ้าเด็กที่วางอยู่เต็มร้านก็เข้าใจว่าพินท์สุดากำลังจะมีทายาทตัวน้อยๆ เนื่องด้วยแต่งงานกับพัทท์มาสักระยะแล้ว“ค่ะ”“ยินดีด้วยนะ” ปราชญ์กล่าวอวยพร ในสายตาของพินท์สุดา ปราชญ์ดูเปลี่ยนไปมาก ใบหน้าของเขาดูโทรม เหมือนคนพักผ
หลังจากฝากเงินเสร็จ ทั้งสามก็ไปนั่งคุยกันที่ร้านกาแฟใกล้ๆ กับธนาคาร อัญชิตาสั่งโกโก้ร้อน ส่วนพินท์สุดาและพัทท์สั่งกาแฟโบราณมาดื่ม มีขนมของท้องถิ่นหน้าตาน่ากินอีกหลายชนิดที่อัญชิตาสั่งมาให้คนทั้งสอง“ไหนเล่าให้พี่ฟังซิ” พัทท์เอ่ยถามขึ้นทันทีที่ได้รับเครื่องดื่มเรียบร้อยแล้ว“อัญเคยเล่าให้พี่พัทท์ฟังแล้วไงคะว่าจะมาทำไร่ทำสวนอยู่กับคุณพ่อที่ต่างจังหวัด” เธอหลบสายตาเป็นพัลวัน พัทท์มองสบตากับภรรยา พินท์สุดาจึงเป็นฝ่ายถามขึ้นบ้าง“อัญเป็นยังไงบ้าง สบายดีใช่ไหม เอ่อ... แล้วทำไมอัญ” พินท์สุดาอึกอัก เธอพยายามนึกคำพูดดีๆ ที่จะถามอีกฝ่าย“อัญท้องเพราะว่า... เอ่อ เรื่องมันยาวน่ะจ้ะ” อัญชิตาเองก็ไม่รู้จะเล่า ยังไงดี“มีอะไรให้พินท์กับพี่พัทท์ช่วยไหม พินท์รู้ความจริงหมดทุกอย่างแล้วนะ อยากหยิกพี่พัทท์เสียให้เนื้อเขียวนัก ทำอะไรก็ไม่รู้ น่าดึงหูให้ขาดเลย”“ทีหลังก็อย่าป่าวประกาศว่าไม่รักไม่ชอบ ไม่หวงสิ โคตรน้อยใจ” พัทท์มองเมียตาละห้อย“ไม่เป็นไรจ้ะ เข้าใจกันก็ดีแล้ว อัญก็ยังคิดว่าพี่พัทท์จะคิดแผนการอะไรมากมาย” อัญชิตาหัวเราะเบาๆ ไม่ได้ถือโทษโกรธพัทท์หรอก เข้าใจว่าต้องการรักษาฟอร์ม คนบางคนก็ชอบคิดอะ
“หนูหยอดเงินใส่กระปุกเอาไว้ได้เยอะแล้วค่ะ กะว่าพรุ่งนี้จะนำไปฝากธนาคาร ตอนลูกคลอดจะได้มีเงินจ่ายค่าหมอ ไม่เดือดร้อนวิ่งวุ่นหาเงิน” เธอไม่มีเงินเก็บเลย และหนีหนี้ปราชญ์มาด้วย ได้แต่ขอโทษเขาอยู่ในใจ แต่คิดว่าชาตินี้เธอกับเขาคงไม่เจอกันอีกแล้ว เธอเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์และไม่ติดต่อใครอีกเลย ทิ้งอดีตเอาไว้เบื้องหลัง เพราะไม่ว่าวันนี้จะเกิดอะไรขึ้น ชีวิตของคนเราต้องก้าวเดินต่อไป“ดีแล้วลูก วันๆ หนึ่งเราก็แทบไม่ใช้จ่ายอะไรเลย มีเงินเหลือเก็บกว่าตอนทำงานอยู่ในเมืองอีก”“จริงค่ะคุณพ่อ พอมีอาหารการกินก็แทบไม่ซื้ออะไรเลย ตอนอยู่ในเมืองก็แค่ทำงานหาเงินมาซื้อกิน ผลิตอาหารเองได้แบบนี้ดีจังเลยนะคะ”หนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้นสองพ่อลูกก็รับประทานอาหารพร้อมกัน วันนี้อัญชิตาทำแกงเลียงผักรวมใส่กุ้งสด ผัดบวบกับไข่ ไข่เจียวหมูสับ และมีน้ำพริกผักลวกผักสดอีกอย่างหนึ่งเธอรู้สึกโชคดีที่ได้รู้จักกับนิพา อีกฝ่ายเป็นเด็กต่างจังหวัดที่บิดามารดามีที่ดินมากมาย และสนใจเรื่องการทำเกษตรแบบผสมผสาน ด้วยว่าอีกฝ่ายไม่ได้สนใจเรื่องฐานะเงินทอง จึงรู้จักกับเธอสมัยเรียนอยู่มหาวิทยาลัย นิพาทำตัวติดดินและค่อนข้างจะอินดี้ กิจกรรมที่ท







