LOGIN“อัญจะต้องเข้มแข็งนะลูก ไม่ว่าใครจะดูถูกเราเท่าไหร่ก็จงอย่าท้อแท้สิ้นหวังหรือดูถูกตัวเองตามพวกเขา คนที่เขาดูถูกเราก็เป็นเรื่องของเขา ไม่ใช่เรื่องของเรา แค่เราอย่าทำแบบเขาก็พอแล้ว” ดนุพรสอนสั่งลูกสาว แม้จะเดินไม่ได้ แต่เขาก็พยายามทำโน่นทำนี่อยู่ตลอดเวลา ไม่ให้ตัวเองเป็นภาระลูก เขาเข็นรถไปหุงข้าวทำกับข้าวง่ายๆ ให้ลูกทุกวัน กวาดบ้านทำความสะอาดบ้าน รวมถึงสานตะกร้าเพื่อนำไปขาย ตัวของเขาพิการแต่ใจของเขาไม่พิการ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ชีวิตก็ต้องก้าวเดินต่อไป อย่ามัวแต่ท้อแท้สิ้นหวังอยู่กับสิ่งที่เป็น แต่จงทำทุกอย่างให้มันดีที่สุดในตอนนี้ ผลที่ออกมาจะเป็นเช่นไรเขาก็ยินดียอมรับมัน
“ค่ะคุณพ่อ หนูจะจำคำของคุณพ่อเอาไว้ให้ขึ้นใจ”
“เราอย่าคิดว่าตัวเองจน แต่ให้คิดว่าเราจะทำยังไงให้ผ่านพ้นไปในแต่ละวัน ชีวิตต้องก้าวเดินต่อไปข้างหน้านะลูก ทุกวันเราก็ต้องแก้ปัญหาที่พบเจอ คิดเสียว่ามันสนุกและท้าทาย ถ้าเราผ่านมันไปได้ในแต่ละวันแสดงว่าเราเก่ง คนเรามีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้สามวัน คือเมื่อวาน วันนี้ และพรุ่งนี้ แต่บางคนอาจจะไม่มีพรุ่งนี้ พ่อถึงบอกลูกเสมอว่าวันนี้เราก็ทำมันให้ดีที่สุดตอนที่เรายังมีลมหายใจอยู่ จะได้ไม่เสียใจหากวันพรุ่งนี้ไม่ตื่นขึ้นมา”
“ค่ะคุณพ่อ”
“การคิดถึงความตายไม่ใช่เรื่องอัปมงคลหรือสิ่งไม่ดีนะอัญ แต่เป็นการ ทำให้เราไม่ประมาทกับชีวิต เราจะได้มีสติคิดว่าจะทำอะไรบ้างให้ดีที่สุดในตอนนี้ เพราะพรุ่งนี้เราอาจจะไม่ตื่นและไม่มีลมหายใจอีกต่อไป ชีวิตของคนเราไม่แน่นอนนี่คือความจริงแท้แน่นอน"
“อัญจะทำวันนี้ให้ดีที่สุดค่ะ แม้จะมีเรื่องเลวร้ายอะไรเข้ามา อัญก็จะไม่ท้อถอยและจะผ่านมันไปให้ได้ค่ะ”
“ไม่ต้องเครียดนะลูก ค่อยๆ ทำไป ค่อยๆ แก้ปัญหาไป ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้แหละ”
“หนูอยากจะขยันทำงานและดูแลคุณพ่อให้ดีค่ะ” เธอคิดแบบนั้นอยู่เสมอเลยขยันทำงานทุกอย่าง ไม่สนใจคำดูถูกเหยียดหยามแต่เปลี่ยนคำดูถูกเป็นแรงฮึดสู้
“พ่อภูมิใจในตัวอัญที่สุดเลยลูก อัญควรพักผ่อนบ้าง เท่านี้อัญก็ดูแลพ่อดีที่สุดแล้วนะ พ่อภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้ของพ่อเสมอ และฝากขอบคุณพัทท์มากๆ ที่เขาให้ลูกทำงานที่บริษัทของเขา”
“พี่พัทท์ก็ฝากเยี่ยมคุณพ่อด้วยค่ะ”
“อัญ” ดนุกรเรียกบุตรสาวเสียงหนัก
“คะ? คุณพ่อมีอะไรคะ”
“บุญคุณต้องทดแทนนะลูก แม้เขาจะให้ข้าวกินแค่หนึ่งมื้อก็ถือว่าเป็นบุญคุณ ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงก็ตอบแทนเขาไป จะได้ไม่เป็นหนี้บุญคุณให้เขามาทวงเอาได้”
“อัญรู้ค่ะพ่อ อัญจำที่พ่อสอนได้ดีไม่เคยลืม”
“ดีแล้วลูก” ดนุพรเห็นความเศร้าในแววตาของบุตรสาวก็เข้าใจ แต่เขาจะไม่ถามเซ้าซี้ อัญชิตาเป็นคนที่แคร์ความรู้สึกของคนอื่น ถ้าไม่ถึงที่สุดก็จะไม่พูด
อัญชิตากดโทร. หาพินท์สุดา ปลายสายรับสายหลังจากรอสายเพียงครู่
“มีอะไร” น้ำเสียงปลายสายทำให้อัญชิตาใจแป้วเล็กน้อย เธอไม่ได้โกรธเคืองอีกฝ่ายแต่อย่างใด จริงๆ แล้วการได้แกล้งคนปากแข็งแบบพินท์สุดาก็ทำให้เธอรู้สึกทั้งทุกข์ทั้งสุขในเวลาเดียวกัน แต่จุดหมายคืออยากให้เพื่อนซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเองมากๆ
“ใจเย็นๆ นะพินท์” อัญชิตาพยายามใจเย็นให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
“ฉันกับเธอไม่ได้เป็นเพื่อนรักกันแล้ว” พินท์สุดาตอกกลับ จะให้เธอใจเย็นกับคนหน้าไหว้หลังหลอกอย่างนั้นเหรอ
“ฉันจะไปหาเธอ”
“มาหาทำไม”
“มีเรื่องจะคุยด้วย” อัญชิตาคิดไปคิดมาอยากไปเล่าความจริงให้เพื่อนฟังเสียตอนนี้เลย พัทท์ก็เกินไป จะแกล้งกันไปถึงไหน
“มีแผนการอะไรหรือเปล่า” พินท์สุดาถามกลับไป รู้สึกไม่ไว้ใจอัญชิตา เป็นที่สุด
“มีเรื่องจะพูดกับพินท์นิดหน่อยเท่านั้น เป็นห่วงพินท์ด้วย” นี่คือสิ่งที่อัญชิตารู้สึกในเวลานี้
“แต่ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับเธอ”
“กลัวอัญหรือไง ถึงไม่อยากเจอ” อัญชิตาเอ่ยถาม รู้สึกไม่สบายใจอยู่มาก
“คนอย่างฉันหรือจะกลัวเธอ อัญชิตา!” คนไม่ชอบให้ถูกท้าทายพูดขึ้น
“งั้นฉันไปหาเธอที่บ้านนะ” อัญชิตาสรุปเสร็จสรรพ กลัวเพื่อนเปลี่ยนใจ
“ก็ได้” พินท์สุดารับปากในที่สุด
“อีกหนึ่งชั่วโมงเจอกันนะ” การได้เห็นว่าเพื่อนยังโอเคดีอยู่ทำให้อัญชิตารู้สึกสบายใจ เธอจึงอยากไปหาเพื่อนก็เพราะอย่างนี้
“ได้” พินท์สุดาตอบกลับไปก่อนจะมองโทรศัพท์ที่วางสายไปแล้ว เธอไม่อยากเสวนากับอัญชิตานักแต่ก็รับปากไปแล้ว
อัญชิตามีข่าวเสียหายเรื่องคบผู้ชายหลายคน แต่พัทท์ก็ยังจะเชื่อหล่อน หาว่าหล่อนโดนใส่ร้าย บางทีเธอก็อยากจะให้เขาผิดหวังที่โดนอัญชิตาหลอกจะได้ตาสว่างเสียที
อัญชิตาเดินทางมาถึงที่บ้านของพินท์สุดา ท่าทีของอดีตเพื่อนทำให้พินท์สุดามองอย่างสงสัย เพราะวันนี้เพื่อนมาดีเกินไปจนไม่น่าไว้วางใจ
“อัญมาวันนี้จะมาบอกพินท์ว่ายังไงพี่พัทท์ก็รัก...” อัญชิตาพูดยังไม่ทันจบประโยค พินท์สุดาก็สวนขึ้นมาเสียก่อน
“จริงๆ ต้องเล่นตัวบ้างนะ”“พี่พัทท์น่ะ พอได้แล้วค่ะ พี่ปราชญ์เจ็บหนักขนาดนี้เห็นไหมว่าเขาจริงใจกับอัญจริงๆ แถมตอนนั้นถ้าพี่ปราชญ์ไม่ช่วยใช้หนี้ให้อัญ อัญอาจจะต้องโดนลูกค้าในร้านเสี่ยสมานลวนลามมากกว่านี้แน่ๆ เผลอๆ อาจจะโดนขืนใจก็ได้ ยังจะมีหน้าไปยุให้เขามีปัญหากันอีก”“พูดเรื่องไอ้เสี่ยสมาน พี่จะต้องจัดการมันเดี๋ยวนี้ ชั่วนักใช่ไหม เดี๋ยวพี่จัดให้” พัทท์รีบโทร. หาผู้หลักผู้ใหญ่ที่รู้จักให้ช่วยจัดการให้“ดีแล้วค่ะ จะได้ไม่ไปทำให้ใครเดือดร้อนอีก” พินท์สุดาเห็นด้วยกับสามี“อัญมีอะไรให้พินท์กับพี่พัทท์ช่วยก็บอกได้เลยนะ เราสองคนยินดี”“ขอบใจมากๆ จ้ะ” เธอมองคนทั้งสองอย่างซาบซึ้งใจ ไม่ว่าเราจะเคยผ่านอะไรมา แต่ยามที่เราลำบากแล้วเราก็ยังเห็นว่าเขาอยู่ข้างเรา นั่นคือเพื่อนที่ดีที่สุดในชีวิตพัทท์กับพินท์สุดาคอยช่วยเหลืออัญชิตาทุกอย่าง อาจเพราะเธอท้องอยู่เลยเดินเหินไม่ค่อยสะดวกนัก เวลาที่จะช่วยเหลือปราชญ์หรือเช็ดตัวให้เขา พินท์สุดาจึงช่วยจัดหาพยาบาลพิเศษมาคอยช่วย และดูแลดนุพรบิดาของอัญชิตาให้ด้วย“พี่ปราชญ์เป็นยังไงบ้างคะ” เธอเอ่ยถาม ใบหน้าของเขายังซีดเซียว เขานอนหงายไม่ได้เพราะจะไปกดทับแผล เลยได
“ฉันไม่มีให้หรอกนะ หนี้ใครก่อคนนั้นก็หาจ่ายเองสิ” พอกันทีกับมารดา เธอจะไม่ยอมตกเป็นหนี้ใครอีกแล้ว มันหลายครั้งแล้วที่ต้องตามใช้หนี้ให้กับคนที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นแม่คนต้องทำตัวอย่างไร เป็นภรรยาที่ดีของสามีต้องทำตัวอย่างไร“ถ้าเธอไม่จ่ายแม่เธอตายแน่”“มีอะไรกัน” ปราชญ์เอ่ยถามเสียงเข้ม เข้ามายืนขวางชายฉกรรจ์พวกนั้นเอาไว้ด้วยท่าทีปกป้อง“แม่นังนี่เป็นหนี้ แล้วบอกเสี่ยว่าให้มาเอาเงินใช้หนี้จากนังนี่ เสียดายท้องโย้ไปแล้ว”“เท่าไหร่ฉันจะใช้หนี้ให้เธอเอง”“ไม่ต้องค่ะพี่ปราชญ์ เพราะถ้าพี่ปราชญ์ยังจะใช้หนี้ให้คุณแม่อีก รอบหน้าคุณแม่จะยิ่งเป็นหนี้หนักกว่านี้ คุณแม่เกินเยียวยาแล้วค่ะ”“นังนี่ยังไง มีคนจะใช้หนี้ให้กลับไม่เอา เฮ้ย! พวกเราจัดการสั่งสอนมันหน่อยซิ” ลูกน้องทวงหนี้หน้าเลือดและโหดทำท่าจะเข้าไปจิกหัวอัญชิตาตบให้กระเด็นเพราะปากดี พวกมันคิดว่านายของพวกมันใหญ่คับฟ้า แม้แต่ตำรวจยังต้องก้มหัวให้ ดังนั้นหน้าที่ทวงหนี้มาให้ได้คือภารกิจสำคัญ ที่ต้องทำให้สำเร็จ เพราะถ้าทำไม่สำเร็จก็จะโดนเจ้านายเล่นงานเอาอัญชิตากรีดร้องเมื่อปราชญ์ตรงเข้าเตะต่อยกับชายฉกรรจ์พวกนั้น ดนุพรเองก็ทำอะไรไม่ถูก ถ้าเขาเด
“พี่ปราชญ์!” ดูเหมือนพัทท์กับพินท์สุดาเองก็ตกใจไม่น้อย ดนุพรนั้น ไม่รู้จักปราชญ์ก็มองอย่างสงสัย แต่เห็นใบหน้าซีดเซียวของบุตรสาวก็นึกสงสัยว่าชายหนุ่มคนนี้เป็นใครกัน“พี่ปราชญ์มาได้ยังไงคะ” พินท์สุดาเอ่ยถาม ซึ่งเธอก็ได้คำตอบว่าปราชญ์คงสะกดรอยตามเธอกับพัทท์มานั่นเอง ปฏิกิริยาของคนทั้งสองดูแปลกๆ อย่างที่พัทท์เคยพูดเอาไว้ไม่มีผิด“ผมชื่อปราชญ์ครับ เป็นสามีของอัญชิตา” ปราชญ์ยกมือไหว้ดนุพร ก่อนจะแนะนำตัว ทำเอาดนุพรรับไหว้แทบไม่ทัน แถมยังตกใจเสียอีก“พี่ปราชญ์กับอัญ” พินท์สุดามองคนโน้นทีคนนี้ทีอย่างสงสัยว่าไปอะไรกันตอนไหน เพราะไม่เห็นมีท่าทีอะไรกันเลย แสดงว่าลูกในท้องของอัญชิตาก็เป็นลูกของปราชญ์อย่างนั้นเหรอ“พี่ปราชญ์” อัญชิตาครางชื่อเขาหลังจากหายตกใจ ไม่คิดว่าเขาจะพูดโพล่งออกมาแบบนี้ เพราะความสัมพันธ์ของเขากับเธอเป็นแค่ลูกหนี้กับเจ้าหนี้เท่านั้น แถมเธอยังหนีหนี้เขามาอีกด้วย“เข้ามาคุยกันก่อนเถอะ อัญก็เหมือนกัน ไหนเล่าให้พ่อฟังสิลูก มีอะไรหนูควรเล่าให้พ่อฟังนะ พ่อจะได้ช่วยคิดและให้คำปรึกษาหนูได้” ดนุพรพูดเสียงราบเรียบแต่มีความเป็นผู้ใหญ่สูง น้ำเสียงเมตตาปรานีนั้นทำให้ทุกคนคลายใจ ดนุพรมีเหตุผ
“มาเยี่ยมได้จ้ะ แต่อัญมีเรื่องจะขอพี่พัทท์กับพินท์สักเรื่องได้ไหมคะ”“เรื่องอะไรเหรอ ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงเราสองคนยินดีช่วยอัญทุกอย่าง”สองสามีภรรยาพยักหน้าทันที ขอให้อัญชิตาพูดมันออกมา ก็จะทำให้จนสุดความสามารถ“พี่พัทท์กับพินท์ทำได้แน่นอนค่ะ” อัญชิตายิ้มให้คนทั้งสอง ก่อนจะเอ่ยขอในเรื่องที่เธอต้องการออกไป สองหนุ่มสาวมองสบตากันแต่ก็พยักหน้ารับปากเพราะไม่อยากให้เพื่อนลำบากใจในขณะที่พัทท์กับพินท์สุดากำลังเลือกซื้อข้าวของไปฝากอัญชิตา ก็เผอิญหันไปเจอเข้ากับปราชญ์ สองหนุ่มสาวมองสบตากันโดยไม่ได้นัดหมาย“พี่ปราชญ์” พินท์สุดาเรียกชายหนุ่มเอาไว้ พัทท์อยากจับเมียตีก้น เขามีอาการหึงหวงอย่างเห็นได้ชัด เมื่ออีกฝ่ายหันมายิ้มให้เมียของเขา แต่สายตามันดูเปลี่ยนไป ไม่ได้ยินดียินร้ายเหมือนก่อน แม้จะมีรอยยิ้มแต่ก็ฝืนยิ้มเต็มที“มาซื้อของหรือพินท์” ปราชญ์เอ่ยถาม เขามองอุปกรณ์เครื่องใช้และเสื้อผ้าเด็กที่วางอยู่เต็มร้านก็เข้าใจว่าพินท์สุดากำลังจะมีทายาทตัวน้อยๆ เนื่องด้วยแต่งงานกับพัทท์มาสักระยะแล้ว“ค่ะ”“ยินดีด้วยนะ” ปราชญ์กล่าวอวยพร ในสายตาของพินท์สุดา ปราชญ์ดูเปลี่ยนไปมาก ใบหน้าของเขาดูโทรม เหมือนคนพักผ
หลังจากฝากเงินเสร็จ ทั้งสามก็ไปนั่งคุยกันที่ร้านกาแฟใกล้ๆ กับธนาคาร อัญชิตาสั่งโกโก้ร้อน ส่วนพินท์สุดาและพัทท์สั่งกาแฟโบราณมาดื่ม มีขนมของท้องถิ่นหน้าตาน่ากินอีกหลายชนิดที่อัญชิตาสั่งมาให้คนทั้งสอง“ไหนเล่าให้พี่ฟังซิ” พัทท์เอ่ยถามขึ้นทันทีที่ได้รับเครื่องดื่มเรียบร้อยแล้ว“อัญเคยเล่าให้พี่พัทท์ฟังแล้วไงคะว่าจะมาทำไร่ทำสวนอยู่กับคุณพ่อที่ต่างจังหวัด” เธอหลบสายตาเป็นพัลวัน พัทท์มองสบตากับภรรยา พินท์สุดาจึงเป็นฝ่ายถามขึ้นบ้าง“อัญเป็นยังไงบ้าง สบายดีใช่ไหม เอ่อ... แล้วทำไมอัญ” พินท์สุดาอึกอัก เธอพยายามนึกคำพูดดีๆ ที่จะถามอีกฝ่าย“อัญท้องเพราะว่า... เอ่อ เรื่องมันยาวน่ะจ้ะ” อัญชิตาเองก็ไม่รู้จะเล่า ยังไงดี“มีอะไรให้พินท์กับพี่พัทท์ช่วยไหม พินท์รู้ความจริงหมดทุกอย่างแล้วนะ อยากหยิกพี่พัทท์เสียให้เนื้อเขียวนัก ทำอะไรก็ไม่รู้ น่าดึงหูให้ขาดเลย”“ทีหลังก็อย่าป่าวประกาศว่าไม่รักไม่ชอบ ไม่หวงสิ โคตรน้อยใจ” พัทท์มองเมียตาละห้อย“ไม่เป็นไรจ้ะ เข้าใจกันก็ดีแล้ว อัญก็ยังคิดว่าพี่พัทท์จะคิดแผนการอะไรมากมาย” อัญชิตาหัวเราะเบาๆ ไม่ได้ถือโทษโกรธพัทท์หรอก เข้าใจว่าต้องการรักษาฟอร์ม คนบางคนก็ชอบคิดอะ
“หนูหยอดเงินใส่กระปุกเอาไว้ได้เยอะแล้วค่ะ กะว่าพรุ่งนี้จะนำไปฝากธนาคาร ตอนลูกคลอดจะได้มีเงินจ่ายค่าหมอ ไม่เดือดร้อนวิ่งวุ่นหาเงิน” เธอไม่มีเงินเก็บเลย และหนีหนี้ปราชญ์มาด้วย ได้แต่ขอโทษเขาอยู่ในใจ แต่คิดว่าชาตินี้เธอกับเขาคงไม่เจอกันอีกแล้ว เธอเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์และไม่ติดต่อใครอีกเลย ทิ้งอดีตเอาไว้เบื้องหลัง เพราะไม่ว่าวันนี้จะเกิดอะไรขึ้น ชีวิตของคนเราต้องก้าวเดินต่อไป“ดีแล้วลูก วันๆ หนึ่งเราก็แทบไม่ใช้จ่ายอะไรเลย มีเงินเหลือเก็บกว่าตอนทำงานอยู่ในเมืองอีก”“จริงค่ะคุณพ่อ พอมีอาหารการกินก็แทบไม่ซื้ออะไรเลย ตอนอยู่ในเมืองก็แค่ทำงานหาเงินมาซื้อกิน ผลิตอาหารเองได้แบบนี้ดีจังเลยนะคะ”หนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้นสองพ่อลูกก็รับประทานอาหารพร้อมกัน วันนี้อัญชิตาทำแกงเลียงผักรวมใส่กุ้งสด ผัดบวบกับไข่ ไข่เจียวหมูสับ และมีน้ำพริกผักลวกผักสดอีกอย่างหนึ่งเธอรู้สึกโชคดีที่ได้รู้จักกับนิพา อีกฝ่ายเป็นเด็กต่างจังหวัดที่บิดามารดามีที่ดินมากมาย และสนใจเรื่องการทำเกษตรแบบผสมผสาน ด้วยว่าอีกฝ่ายไม่ได้สนใจเรื่องฐานะเงินทอง จึงรู้จักกับเธอสมัยเรียนอยู่มหาวิทยาลัย นิพาทำตัวติดดินและค่อนข้างจะอินดี้ กิจกรรมที่ท







