LOGINหลังจากทักทายทำความรู้จักกันคร่าวๆ แล้ว คำแพงจึงเอ่ยเข้าเรื่องที่ทำให้พวกตนมาอยู่ที่นี่ “คุณพี่คงจะสงสัยว่าทำไมพวกเราถึงมาขอรบกวนถึงที่นี่ ก็อย่างที่บอกไปตั้งแต่ต้นนั่นแหละค่ะ มันมีปัญหาบางอย่างที่ทำให้พวกเราอยู่ที่กรุงเทพฯ ไม่ได้ชั่วคราว อยากจะขอมาหลบอยู่ที่นี่ก่อนสักพัก ขอให้คุณพี่เห็นใจด้วยเถอะค่ะ”
“ดูพูดเข้าสิ พูดอะไรแบบนั้นแม่แพง พวกเราไม่ใช่คนอื่นคนไกลกันเสียหน่อย” เจ้าของเรือนโบกมือบอกเสียงดัง “เรื่องที่อยู่ที่กินน่ะไม่มีปัญหาหรอก ว่าแต่หนีปัญหาอะไรมาล่ะ ฉันพอจะช่วยอะไรได้ไหม”
“แค่เรื่องไม่เป็นเรื่องค่ะ แต่น้องไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร นึกถึงคุณพี่ขึ้นมาเป็นคนแรก ก็เลยพากันมาขออาศัยใบบุญที่นี่” แม่แพงบอกพลางเอื้อมมือไปลูบแขนเรียวของฤทัยรักษ์อย่างสงสาร “ไม่รู้ว่าคุณชายตะวันคิดอะไรอยู่ เอาน้องสาวไปวางเดิมพันมั่วๆ กับคนอื่นจนเขาตามมาทวงถึงที่วัง พอคุณหญิงจันทร์ไม่ยอมไปทำงานใช้หนี้อย่างที่ตกลงกันไว้ ก็มาบังคับหนูอุ่นให้ไปแทน น้องยอมไม่ได้หรอกค่ะ น้องเลี้ยงทั้งสองคนมาแต่เล็กแต่น้อย คุณชายสร้างปัญหาขึ้นมาก็ต้องหาทางแก้ไขเอาเองสิ จะมาเอาน้องเอาหลานไปขัดดอกได้ยังไง”
ยิ่งพูดน้ำเสียงของแม่นมสูงวัยยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามอารมณ์ที่สะสมไว้ ฤทัยรักษ์ต้องกุมมือไว้ถึงได้ดีขึ้น ส่วนคำหอมก็รีบพูดปลอบให้น้องใจเย็นๆ ก่อน
“บางทีอาจจะมีเรื่องอื่นที่เราไม่รู้ แม่แพงพาหลานหนีมาแล้วก็อย่าร้อนใจไปเลย ไม่มีคนไปขัดดอกให้แบบนี้ คุณชายของแม่แพงคงหาทางอื่นแก้ปัญหาเอาเองนั่นแหละ ไหนๆ ก็มาอยู่ด้วยกันแล้วก็อยู่ให้สบายใจนะ จะอยู่นานแค่ไหนฉันก็ไม่ว่าหรอก”
แดนดินได้แต่แอบหันไปกลอกตาคนเดียว
ย่าไม่ว่า แต่เขาว่าอยู่นะ!
“ขอบคุณที่เมตตาพวกเรานะคะคุณพี่ นี่ไม่รู้ว่าคุณหญิงจันทร์จะหนีรอดหรือเปล่า”
“หนีออกมาหมดแบบนี้ ไม่สงสารคุณชายบ้างรึ”
แม่นมใหญ่เชิดหน้าบอก “ช่างเขาสิคะ”
หลานชายที่นั่งอยู่ข้างๆ หันไปมองคนที่ย่าน้อยเลือกปกป้องแวบหนึ่ง ระหว่างลูกเจ้านายกับหลานเจ้านาย ย่าของเขาเลือกช่วยหลานว่ะ
คำหอมไม่อยากพูดให้น้องสาวอารมณ์ขึ้นอีก เลยหันไปถามฤทัยรักษ์ที่นั่งเงียบมาตลอด “หนูหนีมาอยู่ที่นี่แบบนี้ จะไม่กระทบกับงานการทางนั้นหรือจ๊ะ”
“คือ...” ฤทัยรักษ์ยังไม่ได้อ้าปาก คุณนมก็ตอบออกไปก่อนว่า
“หนูอุ่นเป็นเลขาให้คุณชายตะวันนั่นแหละค่ะ อยากสร้างเรื่องดีนัก น้องเลยปล่อยให้ขาดเลขาเสียให้เข็ด”
สุดท้ายก็วกกลับมาเรื่องคุณชายจนได้
แดนดินส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนจะถาม “ทำไมคุณชายของย่าแพงไม่ขายบริษัทเอาเงินไปใช้หนี้ล่ะจ๊ะ” เท่าที่เขารู้ กิจการผลิตและส่งออกเครื่องเบญจรงค์ของหม่อมเจ้าวรรณวิจักษ์ผู้เป็นเจ้านายของคำแพงมูลค่าไม่ใช่จะน้อยๆ กิจการอื่นๆ ก็มากมี ขายออกไปสักอย่างน่าจะได้เงินมากโข
“เห็นว่าบริษัทมีหนี้สะสมสูงแล้วก็ขาดทุนทุกปี เจ้าหนี้เขาเลยไม่อยากได้ แต่จะเชื่อได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ย่าไม่เคยเห็นคุณชายท่านบ่นว่าบริษัทมีปัญหามาก่อนเลย”
“หนูอุ่นเป็นเลขา คงจะรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้วใช่ไหมจ๊ะ” คำหอมหันไปถามฤทัยรักษ์อีก
“ค่ะ” หญิงสาวยิ้มเนือยๆ ประมาณว่ารู้เรื่องดีอยู่แล้ว
เมื่อเห็นหญิงสาวมีสีหน้าเช่นนั้น เจ้าของเรือนก็เข้าใจว่าคงจะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง จึงหันไปบอกกับน้องสาว
“แม่แพงมีอะไรค่อยคุยกันทีหลังเถอะ สองคนเดินทางกันมาตั้งนาน คงเหนื่อยไม่น้อย เข้าห้องไปพักกันก่อนเถอะไป เดี๋ยวค่อยออกมาทำอะไรกินกัน ฉันรอกินข้าวรสมือแม่แพงมาหลายวันแล้วนะเนี่ย”
“แหม คุณพี่ก็...”
เธอนอนไม่หลับ...
อาจเป็นเพราะว่าแปลกที่และมีเรื่องรบกวนใจ คืนนี้ฤทัยรักษ์เลยนอนไม่หลับสักที สุดท้ายร่างเล็กในชุดนอนแบบขายาวจึงลุกขึ้นมาเปิดประตูเดินออกไปนั่งเล่นตรงเก้าอี้ริมระเบียงใกล้ๆ ห้อง พอได้เห็นดาวดวงน้อยที่กำลังทอแสงระยิบระยับบนฟ้า ใบหน้างามถึงได้เผยยิ้มออกมา อยู่ที่นี่เธอสามารถมองเห็นดาวได้เยอะกว่าเมืองหลวงที่มองไปทางไหนก็มีแต่ตึกสูงสินะ
“ไผนั่น!” (ใครน่ะ)
ฤทัยรักษ์ที่กำลังอยู่ภวังค์ส่วนตัวพลันสะดุ้งตกใจกับเสียงถามดังลั่นทางด้านหลัง พอหันไปมองก็เห็นชายหนุ่มร่างสูงยืนจังก้ามองอยู่
“ว่าจั่งได๋ สิมาอ่อยนายดินแม่นบ่” (ว่ายังไง จะมาอ่อยนายดินใช่ไหม)
“เดี๋ยวๆ ไม่ใช่นะคะ” หญิงสาวที่ฟังเข้าใจแค่ ‘อ่อย’ รีบปฏิเสธ
“บ่แม่นอิหยัง ดึกดื่นมานั่งเบิ่งอิหยังอยู่นี่ บ่เมือเฮือนเจ้า” เป็นก้องหล้าที่เพิ่งกลับมาจากบ้านเพื่อนปรี่เข้าไปถามหญิงสาวว่าดึกดื่นแล้วมานั่งดูอะไรอยู่ตรงนี้ไม่กลับบ้านตัวเอง ไม่ได้หรอก นายมีคำสั่งห้ามสาวๆ บุกรุกเรือน เขาต้องคุมเข้มตามคำสั่ง
ฤทัยรักษ์ที่ฟังไม่รู้เรื่องสักคำ ได้แต่ยืนมองก้องหล้าเงียบๆ
“ว่าจั่งได๋ มานั่งเฮ็ดหยังอยู่นี่” (ว่ายังไง มานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้)
เธอไม่ทันได้พูดอะไรอีก ก็มีเสียงตะโกนมาจากอีกฝั่งของเรือน
“เสียงดังอะไรกันน่ะ!”
ใบหน้างามชะเง้อมองหาเจ้าของเสียงนั้นทันที
คนหล่อลั่นทุ่งออกมาช่วยเธอแล้ว!
“ผู้สาวทางได๋มานั่งอยู่เทิ่งเฮือนนายกะบ่ฮู้ ก้องเลยมาไล่ให้ แต่เว้าจั่งได๋กะบ่หือบ่อือ จักสิเฮ็ดจั่งได๋คึกันนาย” ก้องหล้ารีบเดินกลับไปฟ้องเจ้านายว่าพบสาวแปลกหน้ามานั่งอยู่บนเรือนนาย ไล่ยังไงก็ไม่ไป
แดนดินมองทั้งสองฝ่ายแล้วส่ายหน้า เดินเลยลูกน้องไปหาคนที่ยืนนิ่งอยู่ มองชุดนอนแบบเรียบร้อยของเธอแล้วถามเสียงเรียบ “เธอออกมานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้กลางดึกน่ะ”
“ดูดาวค่ะ” ฤทัยรักษ์ตอบเสียงค่อย พยายามปรับสีหน้าไม่ให้เขารู้ว่ากำลังเขินจนแก้มร้อน เมื่อกี้แดนดินยืนซ้อนก้องหล้าอยู่ เธอเลยมองเห็นแค่ใบหน้า เมื่อเขาเดินออกมาจึงเห็นว่าทั้งตัวของพ่อคุณมีแค่กางเกงเลสีน้ำตาลเข้มตัวเดียว เปลือยอกสีแทนล่ำให้เห็นเต็มๆ
นมชมพูเชียวพ่อคุณ...
แต่ดูเหมือนว่าแดนดินจะไม่รู้สึกอะไร มีหน้ามาสั่ง
“มันดึกแล้ว กลับเข้าไปนอนได้แล้วไป”
“ฉันนอนไม่หลับค่ะ”
“ทำไม” คิ้วเข้มๆ ขมวดเข้าหากันทันที
“แปลกที่ค่ะ”
“เดี๋ยวก็หลับ คนที่นี่เขานอนกันเร็ว เพราะต้องตื่นแต่เช้าเพื่อออกไปทำงานในไร่ในนา เธอมาอยู่ที่นี่ ก็ควรทำตัวให้ชินเข้าไว้”
ฤทัยรักษ์มองแดนดินตาเขม็ง “ดูเหมือนคุณจะไม่เต็มใจให้ฉันมาอยู่ที่นี่”
“ใช่”
“ทำไมเหรอคะ”
แดนดินยักไหล่ “เหตุผลส่วนตัว”
ก้องหล้ามองทั้งสองคนที่เถียงกันไปมาด้วยสายตาสับสน สรุปผู้หญิงคนนี้จะมาอยู่ที่นี่และเจ้านายเขาก็ขัดขวางไม่ได้ด้วย?
“ถ้าคุณไม่อยากให้ฉันอยู่ที่นี่ก็ไปบอกคุณย่าสิคะ เพราะท่านเป็นคนอนุญาตให้ฉันอยู่” บอกแล้วฤทัยรักษ์ก็ไม่สนใจว่าเขาจะทำตามหรือไม่ ขยับตัวเตรียมกลับห้องตัวเอง หมดอารมณ์ดูดาวเสียแล้ว
“เดี๋ยวก่อน” แดนดินรีบดึงแขนคนที่กำลังจะเดินหนี “บอกมาก่อนว่าคุณย่าให้เธอมาทำอะไรที่นี่กันแน่”
“ฉันมาที่นี่ทำไมคุณก็รู้ดี”
“อย่ามาโกหก” ว่าไปแรงบีบที่มือก็เพิ่มตามไปด้วย
“ปล่อย ฉันเจ็บ!”
“อย่าให้รู้นะ ว่าเธอมีแผนการจะเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตโสดของฉัน ถ้าจับได้ขึ้นมาเมื่อไหร่ ฉันไม่เก็บเธอไว้แน่!”
ขู่เสร็จแดนดินก็สะบัดแขนเล็กทิ้ง ก่อนจะเดินปึงปังหนีไปทางเรือนของตัวเอง ส่วนคนถูกขู่ก็ยืนลูบแขนมองตามแผ่นหลังกว้างไปด้วยความตะลึง หลานชายสุดหล่อและแสนดีเมื่อตอนกลางวันนั่นคืออะไร แค่ละครตบตางั้นเหรอ ในนิทานพื้นบ้านมีเงาะป่าถอดรูปออกมาเป็นพระสังข์หนุ่มเนื้อทองรูปงาม ที่นี่กลับมีพระเอกถอดรูปออกมาเป็นตัวร้ายอย่างนั้นเหรอ!
“เอ่อ สวัสดีครับ ผมชื่อก้องหล้า เป็นมือขวาของนายดิน คุณคงเป็นหลานสาวของคุณย่าคำแพง ที่จะมาพักที่เรือนนี้ใช่มั้ยครับ” คนที่เอียงหูฟังอยู่จนเข้าใจที่มาที่ไปเอ่ยแนะนำตัวเสียงอ่อนลงสิบเท่า พอฤทัยรักษ์หันกลับมาพยักหน้าให้ก็รีบเอ่ยต่อ “เมื่อกี้ต้องขอโทษที่เสียมารยาทนะครับ พอดีถูกเจ้านายสั่งเอาไว้ คุณอย่าถือสาผมเลยนะ ถ้าจะถือสาก็ไปลงที่เจ้านายโน่น ผมเป็นเพียงผู้รับคำสั่งเท่านั้น ยังไงคืนนี้นอนหลับฝันดี ยินดีต้อนรับสู่นาทองคำนะครับผม”
‘คุณ’ ของก้องหล้าไม่ทันได้อ้าปากพูดอะไรสักคำ ชายหนุ่มก็วิ่งตามหลังผู้เป็นนายไปติดๆ เสียแล้ว ฤทัยรักษ์ได้แต่บอกตัวเองว่าต่อไปจะต้องอยู่ให้ห่างจากเจ้านายลูกน้องคู่นี้
“แกล่ะกุ้ง ยอมให้คุณภัทรกินมั้ยจ๊ะ”กรรณิกาช้อนสายตามองคนชอบกินกุ้งข้างๆ ถามเสียงเบา “คุณอยากกิน...”"ตั้งแต่หัวยันหางเลย" ภัทรชนม์ตอบก่อนเธอจะพูดจบซะอีกทนไม่ไหวแล้ว!“ขอตัวกลับก่อนนะคะ จะรีบไปดูซีรีส์น่ะ” กรรณิกาทนเขินไม่ไหว รีบลุกขึ้นเอ่ยลาด้วยเหตุผลที่เด้งขึ้นมาในหัวแล้วเดินหนีออกมาทันที แผนการของนายหญิงมันเล่นกับหัวจเกินไป เธอต้านไม่ไหวจริงๆ“รีบตามไปสิวะ""ใช่ค่ะ รีบตามไปเร็ว นี่โอกาสทองเลยนะคุณภัทร""ใช้โอกาสนี้ปรับความเข้าใจได้เต็มที่เลยนะคะ อีกสักชั่วโมงสองชั่วโมงโน่นละภาถึงจะกลับ”ได้ยินพวกหอมจันทร์ร้องบอกเช่นนั้น ภัทรชนม์ก็เลิกมองตามกรรณิกาเหมือนหมาหงอย ลุกขึ้นวิ่งไล่ตามเธอไปทันทีภัทรชนม์ไม่ต้องตามหานาน แค่วิ่งออกมาก็เจอร่างบางของคนที่วิ่งออกมาก่อนหน้านี้กำลังนั่งกุมข้อเท้าตัวเองอยู่ไม่ไกล เขารีบวิ่งไปหาเธอ “กุ้ง!”“คุณภัทร” กรรณิกาเรียกคนวิ่งมาหาเสียงอ่อย เมื่อกี้เธอวิ่งพลางหันมองข้างหลังว่าจะมีคนตามมาหรือเปล่า ไม่ทันดูทางให้ดี เลยสะดุดเท้าตัวเองล้มจนเจ็บตัวแบบนี้“ขาเป็นอะไร”“กุ้งเดินสะดุด...เจ็บค่ะ!” เธอร้องบอกเมื่อภัทรชนม์นั่งลงจับข้อเท้าข้างที่เจ็บอยู่เบาๆชายหนุ่มตร
รอไม่นานเธียรวิชญ์ก็รับสาย (“ว่าไงคะ โทรหาพี่ทำไมเอ่ย เดี๋ยวสามีก็กลับบ้านแล้วค่ะ”)ลูกน้องสาวทั้งสองขนลุกเบาๆ กับความปากหวานของเจ้านาย ผิดกับนายหญิงที่หัวเราะเบาๆ อ้อนสามีเสียงหวาน“พี่เธียรขา วันนี้เรามาทำอะไรสนุกๆ กันเถอะค่ะ”(“หืม? จันทร์อยากทำอะไรคะ แล้วนี่อยู่ไหน เก็บดอกไม้กันเสร็จรึยัง”)“เรื่องดอกไม้เอาไว้ก่อนค่ะ พี่เธียรรู้มั้ยว่าวันนี้คุณภัทรเกือบจะยกทัพบุกแล้วนะคะ”(“ไอ้ภัทรจะยกทัพบุก? คืออะไร พี่งงนะ”)เธียรวิชญ์ถามกลับมางงๆ แต่หอมจันทร์ไม่มีเวลาอธิบาย เธอมองกรรณิกาเล็กน้อยก่อนจะบอกแผนการของตัวเองให้สามีรู้“จันทร์กับพี่ๆ กำลังวางแผนบุกคืนอยู่ที่บ้านของเราค่ะ เย็นนี้พี่เธียรช่วยเรียกหนุ่มๆ มาที่บ้านได้มั้ยคะ คนอื่นไม่เน้น เน้นคุณภัทร”(“อ้อ เรียกมาทำอะไรล่ะ พี่ไม่มีงานให้ภัทรทำนะ”)“งานอะไรก็ได้ค่ะ แต่เย็นนี้เขาต้องมา เข้าใจมั้ยคะ” นายหญิงของเกาะสั่งงานนายหัวเสียงเข้ม(“แล้วพี่จะลองดูค่ะ”)
ตอนพิเศษภัทรชนม์ กรรณิกามันจะใกล้เกินไปแล้วนะ!ภัทรชนม์คิดในใจขณะมองกรรณิกายืนคุยกับชายหนุ่มชาวต่างชาติด้วยสายตาเครียดขรึม แค่คุยกันนี่มันจำเป็นต้องยืนใกล้ชิดขนาดนั้นเลย ทีกับเขานี่ยืนใกล้ไม่ได้เลย ยิ่งเห็นเธอยิ้มแย้มพูดคุยกับหมอนั่น หัวใจเขายิ่งปวดหนึบหรือว่ามันถึงเวลาที่เขาควรจะยอมแพ้สักที...“ถ้ามึงไม่กล้าบอกเขาว่าคิดยังไง มึงก็ตัดใจเถอะภัทร แก่ๆ กันแล้ว จะเล่นกับความรู้สึกตัวเองทำไมวะ” แมทธิวผู้เป็นตัวตั้งตัวตีดึงแกมลากเพื่อนมาสารภาพรักกับสาวกระซิบบอก โดยมีชาติชายพยักหน้าว่าตาม“เออ กูเห็นด้วยกับไอ้แมท ตี๋หล่ออินเตอร์อย่างมึง สาวๆ แถวนี้เหลียวหลังมองตามคอแทบหัก จะมาสนใจอะไรกับคนที่ไม่ได้สนใจมึงสักนิดวะ”“มึงน่ะหุบปากไปเลย”ชาติชายหุบปากทันที แต่ยังแอบค้อนตี๋หล่อ ก่อนจะหันไปขอความช่วยเหลือจากหัวหน้าแก๊ง อุตส่าห์ฮึดใจสู้ดั้นด้นมาภาพรักกับแก้วตาดวงใจทั้งที แม่งเสือกใจเสาะมายืนหลบมุมเสาเพราะเจอสาวคุยกับหนุ่มตาน้ำข้า
หอมจันทร์ปลีกตัวออกมาจากห้องแต่งตัวทันทีที่ได้ยินช่างทำผมคนหนึ่งบอกว่ามีแขกมาถึงแล้วกลุ่มหนึ่งดูจากเวลาคงจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากญาติผู้น้องที่ร่วมมือกันกับสองหนุ่มส่งเธอไปอยู่ที่เกาะเคียงจันทร์ เธอรีบสาวเท้าเดินฉับๆ ไปเคาะห้องนอนของฤทัยรักษ์ บริรักษ์ภักดี“ยัยหนูเน่า!” เรียกเสียงดังลั่นเมื่อประตูห้องเปิดออก“พี่หญิงเบาเสียงลงหน่อยค่ะ เดี๋ยวเด็กๆ จะตื่นเอา หนูอุ่นว่าเราไปคุยกันที่อื่นดีกว่านะคะ” ฤทัยรักษ์รีบบอกแล้วจูงมือพี่สาวที่มีสีหน้างงๆ เมื่อได้ยินคำว่า 'เด็กๆ' เดินไปนั่งเก้าอี้ตรงโถงนั่งเล่นริมระเบียงที่อยู่ตรงข้ามห้องตนหอมจันทร์เลิกสนใจเรื่องเด็กที่ว่า พอนั่งลงก็แกล้งทำหน้าตาขึงโกรธ “ยัยตัวดี! กล้าร่วมมือกับคนอื่นวางแผนทำกับพี่ได้ลงคอ”“โธ่! พี่หญิงอย่าโกรธหนูอุ่นเลยนะ เรื่องจริงเป็นยังไงพี่หญิงก็ทราบแล้วนี่นา” คนน้องอ้อนวอนเสียงอ่อนเสียงหวาน“เรานี่มันจริงๆ เลย ไปรู้เห็นเป็นใจกับสองคนนั้นได้ยังไง ต้องอยู่ฝ่ายพี่สิถึงจะถูก”“หนูอุ่นไม่ได้ตั้งใจ รู้ตัวอี
พิธีหมั้นหมายตามประเพณีของเธียรวิชญ์กับหอมจันทร์จัดขึ้นอย่างเรียบง่าย เป็นงานเช้าในบรรยากาศแสนเงียบสงบของวังเทพรัตน์ธรรม มีเพียงญาติผู้ใหญ่และเพื่อนสนิทของทั้งสองฝ่ายไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้เข้าร่วมงานสัปดาห์ต่อมา งานฉลองมงคลสมรสถึงจัดขึ้น สถานที่จัดงานยังคงเป็นวังเก่าบ้านเจ้าสาว งานจะเริ่มในตอนค่ำ แต่ทีมช่างแต่งหน้าทำผมมาถึงแต่เที่ยง เพื่อเนรมิตเจ้าสาวให้ออกมาสวยที่สุดตามคำสั่งของเจ้าบ่าวคนอีกกลุ่มที่มาถึงคือแขกคนแรกที่เจ้าสาวเชิญ ทว่าฤทัยรักษ์ไม่ได้มาคนเดียว ยังมีเด็กและคนชรามากับเธอด้วย นับรวมได้อีกสี่คน“คุณนม! คุณหนู!”เด็กสาวคนหนึ่งปรี่ออกมาหา เมื่อเห็นว่าใครยืนอยู่หน้าตึกเก่าของวังฯ ทำให้ถูกหญิงสูงวัยที่เจ้าหล่อนเรียกว่าคุณนมเอ่ยปรามเสียงดุทันที“เบาๆ หน่อยสิแม่กระจิบ”“ก็กระจิบดีใจที่คุณๆ กลับมาแล้วนี่เจ้าคะ!”คุณนมคำแพงส่ายหน้ายิ้มๆ ให้แม่คนอยู่เป็น ขณะที่ฤทัยรักษ์หัวเราะเบาๆ ตอบกลับสาวใช้ตัวน้อยเสียงหวาน“พวกเราก็คิดถึงกระจิบและทุกคนที่นี่เหมือนกันจ้ะ""คิดถึงแต่ไม่ติดต
ท่านหญิงวรรณฤดีพยักพเยิดถามเอกตะวัน “ชายใหญ่ฟังแล้วคิดว่าอย่างไร จะยกน้องสาวให้เพื่อนหรือเปล่า”“หึหึ ชายพอใจกับคำสัญญานี้ครับ แต่ชายจะยกน้องให้ก็ต่อเมื่อเธียรยกเกาะเคียงจันทร์กับจันทรารีสอร์ตเป็นของขวัญวันแต่งงานให้หญิงจันทร์ครับ” เอกตะวันตีหน้าขรึมยื่นข้อเสนอ“เกาะส่วนตัวที่บอกว่าเธียรเนรมิตขึ้นมาเพื่อหญิงจันทร์น่ะรึ”“ครับ”“จันทร์ไม่อยากได้สักหน่อย” หอมจันทร์แย้งขึ้นมาในตอนนั้น แต่เจอว่าที่คุณลุงสวนคืนมาทันควัน“ก็เก็บไว้ให้หลานของพี่สิ”หอมจันทร์กับเธียรวิชญ์ทำตาโตมองเขาอย่างตกใจก็ไหนตกลงกันแล้วว่าจะไม่พูดเรื่องนี้!เป็นเธียรวิชญ์รีบอ้าปากบอกก่อนเงาหัวจะไม่มี “เรื่องนั้นไม่มีปัญหาเลย เดิมทีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดบนเกาะเคียงจันทร์ก็เป็นของจันทร์อยู่แล้ว เป็นของขวัญที่ฉันตั้งใจจะยกให้น้องหลังจากที่เราใช้ชีวิตคู่ด้วยกันน่ะ”“ฮะ! จะบอกว่ามึงตั้งใจยกเกาะให้จันทร์ตั้งแต่ที่มึงขอซื้อต่อจากลุงแล้ว?”“
เป็นนานกว่ายายมาจะให้คำตอบกับแดนดิน แกส่ายหน้าบอกเสียงสะอื้น “ยายเฮ็ดบ่ได้ จั่งได๋กะบ่ได้ ตอนนี้ยายยังมีแฮงเลี้ยงหลานอยู่ ฮอดยามล้มตายมื้อได๋ จั่วว่ากันได้บ่นายดิน” (ยายทำไม่ได้ ยังไงก็ไม่ได้ ตอนนี้ยายยังมีเลี้ยงหลานอยู่ ถึงวันตายเมื่อไร ค่อยว่ากันได้ไหมนายดิน)“ฉันอยากทำเรื่องตอนนี้เลย ยายไม่ต้องก
หลายวันผ่านไป“พ่อใหญ่ไปไส คึบอกมากับแม่ใหญ่” (ตาไปไหน ทำไมไม่มากับยาย)“พ่อใหญ่...”คำถามจากหลานชายเรียกก้อนสะอื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอของยายมา แกบอกกับหลานไม่ได้จริงๆ ว่าผู้เป็นตาได้จากโลกนี้ไปแล้ว ตลอดงานศพของตาทองที่จัดขึ้นอย่างเรียบง่ายในสองวันที่ผ่านมา ยายมาพยายามทำใจรับการจากลานี้ให้ได้ พยายา
เมื่อเดินเข้าไปในป่าได้ไม่นาน คนไม่เคยเก็บเห็ดก็เห็นแดนดินก้มๆ เงยๆ อยู่แถวต้นอะไรสักอย่างที่ใบใหญ่ยักษ์แต่ต้นสูงแค่เข่า เธอรีบเดินเข้าไปหาเพื่อดูหน้าตาของเห็ดที่เขามาเก็บ“นี่คือเห็ดเผาะ สุดยอดเห็ดในป่านี้”ฤทัยรักษ์กะพริบตามองเห็ดในมือแดนดินดีๆ มันมีลักษณะเป็นลูกสีขาวเท่าเหรียญสิบบาท ดูแล้วเหมือน
“ฮึก...”ได้ยินคนติดต่อใครไม่ได้หลุดสะอื้นออกมาเบาๆ แดนดินก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เอื้อมมือไปดึงโทรศัพท์มาถือไว้เองแล้วจ้องหน้าเธอนิ่ง“คุณจะทำอะไร เอาคืนมานะ!” ฤทัยรักษ์ตะปบตามโทรศัพท์ น้ำตาเม็ดใสที่เอ่อคลอในตอนแรกร่วงพราวลงมาเป็นสายทันทีที่มองสบตาวาววับเอาเรื่องของเขา“ร้องทำไม” พอเห็นน้ำตาเธอ เสียงเข




![เด็กแสบของคนเถื่อน (NC20+) [ซีรีส์ คนเถื่อน 3/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


