Share

บทที่ 2

last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-30 14:55:00

หลังจากทักทายทำความรู้จักกันคร่าวๆ แล้ว คำแพงจึงเอ่ยเข้าเรื่องที่ทำให้พวกตนมาอยู่ที่นี่ “คุณพี่คงจะสงสัยว่าทำไมพวกเราถึงมาขอรบกวนถึงที่นี่ ก็อย่างที่บอกไปตั้งแต่ต้นนั่นแหละค่ะ มันมีปัญหาบางอย่างที่ทำให้พวกเราอยู่ที่กรุงเทพฯ ไม่ได้ชั่วคราว อยากจะขอมาหลบอยู่ที่นี่ก่อนสักพัก ขอให้คุณพี่เห็นใจด้วยเถอะค่ะ”

“ดูพูดเข้าสิ พูดอะไรแบบนั้นแม่แพง พวกเราไม่ใช่คนอื่นคนไกลกันเสียหน่อย” เจ้าของเรือนโบกมือบอกเสียงดัง “เรื่องที่อยู่ที่กินน่ะไม่มีปัญหาหรอก ว่าแต่หนีปัญหาอะไรมาล่ะ ฉันพอจะช่วยอะไรได้ไหม”

“แค่เรื่องไม่เป็นเรื่องค่ะ แต่น้องไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร นึกถึงคุณพี่ขึ้นมาเป็นคนแรก ก็เลยพากันมาขออาศัยใบบุญที่นี่” แม่แพงบอกพลางเอื้อมมือไปลูบแขนเรียวของฤทัยรักษ์อย่างสงสาร “ไม่รู้ว่าคุณชายตะวันคิดอะไรอยู่ เอาน้องสาวไปวางเดิมพันมั่วๆ กับคนอื่นจนเขาตามมาทวงถึงที่วัง พอคุณหญิงจันทร์ไม่ยอมไปทำงานใช้หนี้อย่างที่ตกลงกันไว้ ก็มาบังคับหนูอุ่นให้ไปแทน น้องยอมไม่ได้หรอกค่ะ น้องเลี้ยงทั้งสองคนมาแต่เล็กแต่น้อย คุณชายสร้างปัญหาขึ้นมาก็ต้องหาทางแก้ไขเอาเองสิ จะมาเอาน้องเอาหลานไปขัดดอกได้ยังไง”

ยิ่งพูดน้ำเสียงของแม่นมสูงวัยยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามอารมณ์ที่สะสมไว้ ฤทัยรักษ์ต้องกุมมือไว้ถึงได้ดีขึ้น ส่วนคำหอมก็รีบพูดปลอบให้น้องใจเย็นๆ ก่อน

“บางทีอาจจะมีเรื่องอื่นที่เราไม่รู้ แม่แพงพาหลานหนีมาแล้วก็อย่าร้อนใจไปเลย ไม่มีคนไปขัดดอกให้แบบนี้ คุณชายของแม่แพงคงหาทางอื่นแก้ปัญหาเอาเองนั่นแหละ ไหนๆ ก็มาอยู่ด้วยกันแล้วก็อยู่ให้สบายใจนะ จะอยู่นานแค่ไหนฉันก็ไม่ว่าหรอก”

แดนดินได้แต่แอบหันไปกลอกตาคนเดียว

ย่าไม่ว่า แต่เขาว่าอยู่นะ!

“ขอบคุณที่เมตตาพวกเรานะคะคุณพี่ นี่ไม่รู้ว่าคุณหญิงจันทร์จะหนีรอดหรือเปล่า”

“หนีออกมาหมดแบบนี้ ไม่สงสารคุณชายบ้างรึ”

แม่นมใหญ่เชิดหน้าบอก “ช่างเขาสิคะ”

หลานชายที่นั่งอยู่ข้างๆ หันไปมองคนที่ย่าน้อยเลือกปกป้องแวบหนึ่ง ระหว่างลูกเจ้านายกับหลานเจ้านาย ย่าของเขาเลือกช่วยหลานว่ะ

คำหอมไม่อยากพูดให้น้องสาวอารมณ์ขึ้นอีก เลยหันไปถามฤทัยรักษ์ที่นั่งเงียบมาตลอด “หนูหนีมาอยู่ที่นี่แบบนี้ จะไม่กระทบกับงานการทางนั้นหรือจ๊ะ”

“คือ...” ฤทัยรักษ์ยังไม่ได้อ้าปาก คุณนมก็ตอบออกไปก่อนว่า

“หนูอุ่นเป็นเลขาให้คุณชายตะวันนั่นแหละค่ะ อยากสร้างเรื่องดีนัก น้องเลยปล่อยให้ขาดเลขาเสียให้เข็ด”

สุดท้ายก็วกกลับมาเรื่องคุณชายจนได้

แดนดินส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนจะถาม “ทำไมคุณชายของย่าแพงไม่ขายบริษัทเอาเงินไปใช้หนี้ล่ะจ๊ะ” เท่าที่เขารู้ กิจการผลิตและส่งออกเครื่องเบญจรงค์ของหม่อมเจ้าวรรณวิจักษ์ผู้เป็นเจ้านายของคำแพงมูลค่าไม่ใช่จะน้อยๆ กิจการอื่นๆ ก็มากมี ขายออกไปสักอย่างน่าจะได้เงินมากโข

“เห็นว่าบริษัทมีหนี้สะสมสูงแล้วก็ขาดทุนทุกปี เจ้าหนี้เขาเลยไม่อยากได้ แต่จะเชื่อได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ย่าไม่เคยเห็นคุณชายท่านบ่นว่าบริษัทมีปัญหามาก่อนเลย”

“หนูอุ่นเป็นเลขา คงจะรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้วใช่ไหมจ๊ะ” คำหอมหันไปถามฤทัยรักษ์อีก

“ค่ะ” หญิงสาวยิ้มเนือยๆ ประมาณว่ารู้เรื่องดีอยู่แล้ว

เมื่อเห็นหญิงสาวมีสีหน้าเช่นนั้น เจ้าของเรือนก็เข้าใจว่าคงจะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง จึงหันไปบอกกับน้องสาว

“แม่แพงมีอะไรค่อยคุยกันทีหลังเถอะ สองคนเดินทางกันมาตั้งนาน คงเหนื่อยไม่น้อย เข้าห้องไปพักกันก่อนเถอะไป เดี๋ยวค่อยออกมาทำอะไรกินกัน ฉันรอกินข้าวรสมือแม่แพงมาหลายวันแล้วนะเนี่ย”

“แหม คุณพี่ก็...”

เธอนอนไม่หลับ...

อาจเป็นเพราะว่าแปลกที่และมีเรื่องรบกวนใจ คืนนี้ฤทัยรักษ์เลยนอนไม่หลับสักที สุดท้ายร่างเล็กในชุดนอนแบบขายาวจึงลุกขึ้นมาเปิดประตูเดินออกไปนั่งเล่นตรงเก้าอี้ริมระเบียงใกล้ๆ ห้อง พอได้เห็นดาวดวงน้อยที่กำลังทอแสงระยิบระยับบนฟ้า ใบหน้างามถึงได้เผยยิ้มออกมา อยู่ที่นี่เธอสามารถมองเห็นดาวได้เยอะกว่าเมืองหลวงที่มองไปทางไหนก็มีแต่ตึกสูงสินะ

“ไผนั่น!” (ใครน่ะ)

ฤทัยรักษ์ที่กำลังอยู่ภวังค์ส่วนตัวพลันสะดุ้งตกใจกับเสียงถามดังลั่นทางด้านหลัง พอหันไปมองก็เห็นชายหนุ่มร่างสูงยืนจังก้ามองอยู่

“ว่าจั่งได๋ สิมาอ่อยนายดินแม่นบ่” (ว่ายังไง จะมาอ่อยนายดินใช่ไหม)

“เดี๋ยวๆ ไม่ใช่นะคะ” หญิงสาวที่ฟังเข้าใจแค่ ‘อ่อย’ รีบปฏิเสธ

“บ่แม่นอิหยัง ดึกดื่นมานั่งเบิ่งอิหยังอยู่นี่ บ่เมือเฮือนเจ้า” เป็นก้องหล้าที่เพิ่งกลับมาจากบ้านเพื่อนปรี่เข้าไปถามหญิงสาวว่าดึกดื่นแล้วมานั่งดูอะไรอยู่ตรงนี้ไม่กลับบ้านตัวเอง ไม่ได้หรอก นายมีคำสั่งห้ามสาวๆ บุกรุกเรือน เขาต้องคุมเข้มตามคำสั่ง

ฤทัยรักษ์ที่ฟังไม่รู้เรื่องสักคำ ได้แต่ยืนมองก้องหล้าเงียบๆ

“ว่าจั่งได๋ มานั่งเฮ็ดหยังอยู่นี่” (ว่ายังไง มานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้)

เธอไม่ทันได้พูดอะไรอีก ก็มีเสียงตะโกนมาจากอีกฝั่งของเรือน

“เสียงดังอะไรกันน่ะ!”

ใบหน้างามชะเง้อมองหาเจ้าของเสียงนั้นทันที

คนหล่อลั่นทุ่งออกมาช่วยเธอแล้ว!

“ผู้สาวทางได๋มานั่งอยู่เทิ่งเฮือนนายกะบ่ฮู้ ก้องเลยมาไล่ให้ แต่เว้าจั่งได๋กะบ่หือบ่อือ จักสิเฮ็ดจั่งได๋คึกันนาย” ก้องหล้ารีบเดินกลับไปฟ้องเจ้านายว่าพบสาวแปลกหน้ามานั่งอยู่บนเรือนนาย ไล่ยังไงก็ไม่ไป

แดนดินมองทั้งสองฝ่ายแล้วส่ายหน้า เดินเลยลูกน้องไปหาคนที่ยืนนิ่งอยู่ มองชุดนอนแบบเรียบร้อยของเธอแล้วถามเสียงเรียบ “เธอออกมานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้กลางดึกน่ะ”

“ดูดาวค่ะ” ฤทัยรักษ์ตอบเสียงค่อย พยายามปรับสีหน้าไม่ให้เขารู้ว่ากำลังเขินจนแก้มร้อน เมื่อกี้แดนดินยืนซ้อนก้องหล้าอยู่ เธอเลยมองเห็นแค่ใบหน้า เมื่อเขาเดินออกมาจึงเห็นว่าทั้งตัวของพ่อคุณมีแค่กางเกงเลสีน้ำตาลเข้มตัวเดียว เปลือยอกสีแทนล่ำให้เห็นเต็มๆ

นมชมพูเชียวพ่อคุณ...

แต่ดูเหมือนว่าแดนดินจะไม่รู้สึกอะไร มีหน้ามาสั่ง

“มันดึกแล้ว กลับเข้าไปนอนได้แล้วไป”

“ฉันนอนไม่หลับค่ะ”

“ทำไม” คิ้วเข้มๆ ขมวดเข้าหากันทันที

“แปลกที่ค่ะ”

“เดี๋ยวก็หลับ คนที่นี่เขานอนกันเร็ว เพราะต้องตื่นแต่เช้าเพื่อออกไปทำงานในไร่ในนา เธอมาอยู่ที่นี่ ก็ควรทำตัวให้ชินเข้าไว้”

ฤทัยรักษ์มองแดนดินตาเขม็ง “ดูเหมือนคุณจะไม่เต็มใจให้ฉันมาอยู่ที่นี่”

“ใช่”

“ทำไมเหรอคะ”

แดนดินยักไหล่ “เหตุผลส่วนตัว”

ก้องหล้ามองทั้งสองคนที่เถียงกันไปมาด้วยสายตาสับสน สรุปผู้หญิงคนนี้จะมาอยู่ที่นี่และเจ้านายเขาก็ขัดขวางไม่ได้ด้วย?

“ถ้าคุณไม่อยากให้ฉันอยู่ที่นี่ก็ไปบอกคุณย่าสิคะ เพราะท่านเป็นคนอนุญาตให้ฉันอยู่” บอกแล้วฤทัยรักษ์ก็ไม่สนใจว่าเขาจะทำตามหรือไม่ ขยับตัวเตรียมกลับห้องตัวเอง หมดอารมณ์ดูดาวเสียแล้ว

“เดี๋ยวก่อน” แดนดินรีบดึงแขนคนที่กำลังจะเดินหนี “บอกมาก่อนว่าคุณย่าให้เธอมาทำอะไรที่นี่กันแน่”

“ฉันมาที่นี่ทำไมคุณก็รู้ดี”

“อย่ามาโกหก” ว่าไปแรงบีบที่มือก็เพิ่มตามไปด้วย

“ปล่อย ฉันเจ็บ!”

“อย่าให้รู้นะ ว่าเธอมีแผนการจะเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตโสดของฉัน ถ้าจับได้ขึ้นมาเมื่อไหร่ ฉันไม่เก็บเธอไว้แน่!”

ขู่เสร็จแดนดินก็สะบัดแขนเล็กทิ้ง ก่อนจะเดินปึงปังหนีไปทางเรือนของตัวเอง ส่วนคนถูกขู่ก็ยืนลูบแขนมองตามแผ่นหลังกว้างไปด้วยความตะลึง หลานชายสุดหล่อและแสนดีเมื่อตอนกลางวันนั่นคืออะไร แค่ละครตบตางั้นเหรอ ในนิทานพื้นบ้านมีเงาะป่าถอดรูปออกมาเป็นพระสังข์หนุ่มเนื้อทองรูปงาม ที่นี่กลับมีพระเอกถอดรูปออกมาเป็นตัวร้ายอย่างนั้นเหรอ!

“เอ่อ สวัสดีครับ ผมชื่อก้องหล้า เป็นมือขวาของนายดิน คุณคงเป็นหลานสาวของคุณย่าคำแพง ที่จะมาพักที่เรือนนี้ใช่มั้ยครับ” คนที่เอียงหูฟังอยู่จนเข้าใจที่มาที่ไปเอ่ยแนะนำตัวเสียงอ่อนลงสิบเท่า พอฤทัยรักษ์หันกลับมาพยักหน้าให้ก็รีบเอ่ยต่อ “เมื่อกี้ต้องขอโทษที่เสียมารยาทนะครับ พอดีถูกเจ้านายสั่งเอาไว้ คุณอย่าถือสาผมเลยนะ ถ้าจะถือสาก็ไปลงที่เจ้านายโน่น ผมเป็นเพียงผู้รับคำสั่งเท่านั้น ยังไงคืนนี้นอนหลับฝันดี ยินดีต้อนรับสู่นาทองคำนะครับผม”

‘คุณ’ ของก้องหล้าไม่ทันได้อ้าปากพูดอะไรสักคำ ชายหนุ่มก็วิ่งตามหลังผู้เป็นนายไปติดๆ เสียแล้ว ฤทัยรักษ์ได้แต่บอกตัวเองว่าต่อไปจะต้องอยู่ให้ห่างจากเจ้านายลูกน้องคู่นี้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 67 ( ตอนจบ )

    เด็กๆ เพิ่งจะหลับกัน พอถูกแม่อุ้มขึ้นก็ยิ้มตาปรืออย่างน่าเอ็นดูแฝดพี่เทวินทร์นั้นเลี้ยงง่าย ยอมให้แม่อุ้มไปวางลงในคอกเด็กแต่โดยดี แม่ตบก้นกลมกล่อมไม่กี่ทีก็เคลิ้มหลับไปอีก แฝดน้องเทวากลับไม่ง่าย ระหว่างที่แม่เอาพี่ไปนอน เขาก็นอนอมนิ้วมือเล่นรออยู่เงียบๆ พอแม่กลับมาอุ้มก็คว้าหมับเข้าที่คอเสื้อของแม่ ไม่ยอมลงไปนอนในคอกเด็ก ตากลมแป๋วมองแม่พลางดูดปากดุนลิ้นบอกใบ้ฤทัยรักษ์ย่อมมองออกว่าลูกต้องการอะไร “ยังไม่อิ่มอีกหรือจ๊ะ ทำไมหนูกินเก่งจังเลยล่ะลูก” เธอเอ่ยเย้า แกล้งหย่อนร่างเล็กวางลงในคอกอีกครั้ง คราวนี้เจ้าอ้วนของเธอถึงกับดิ้นปัดๆ ร้องไห้จ้าออกมาลั่นห้อง ดึงกลับขึ้นมาแทบไม่ทัน “โอ๋ๆ แม่ไม่แกล้งน้องวาแล้ว เงียบๆ ก่อนเดี๋ยวพี่วินตื่นนะลูก”เทวินทร์ที่นอนฝันหวานไปแล้ว “...”เมื่อโอ๋ยังไงเทวาก็ไม่หยุดร้อง ฤทัยรักษ์จึงต้องนั่งลงริมเตียงแล้วเปิดเสื้อขึ้นให้พ่อหนูน้อยดื่มนมจากอก ไม่รู้เลยว่าสามีที่ตื่นมาเพราะเสียงร้องจ้าของลูกกำลังมองตาเป็นมัน“เด็กดี อิ่มแล้วก็นอนละลูกนะ” เธอโยกตัวกล่อมเจ้าตัวเล็ก“อึก!”ลูกชายตอบรับแม่ด้วยการเพิ่มแรงดูดนมลงคออึกใหญ่“ค่อยๆ เดี๋ยวก็สำลักพอดี อุ๊ย!”“ลูกดูดแรง

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 66

    สี่ปีผ่านไป...เรือนคำหอมในเวลานี้เต็มไปด้วยทายาทตัวน้อยๆ ของแดนดินกับฤทัยรักษ์ หนึ่งปีหลังจากที่ทั้งคู่แต่งงานกัน เด็กหญิงนรีกานต์ ก็ถือกำเนิดขึ้น คลานตามมาติดๆ ในอีกหนึ่งปีให้หลังคือ เด็กชายคเชนทร์ ปิดอู่ด้วยคู่แฝดเด็กชายเทวินทร์และเทวา นับจำนวนแล้วก็เกือบตรงเป้าที่แดนดินเคยขอไว้อย่างน่าอัศจรรย์นรีกานต์หรือหนูนาวัยสองขวบกว่านั้นหน้าตาน่ารักและขี้อ้อนมาก ผู้ใหญ่จึงดุไม่ค่อยลงคเชนทร์หรือช้างวัยขวบครึ่งก็อ้วนตุบกำลังหัดเดินหัดพูด เวลาอ้อแอ้ๆ ออกมาผู้ใหญ่ก็หลงจนแทบจะทูนหัวให้ทุกอย่างคู่แฝดเทวดาวินนี่กับวาวาเพิ่งคลอดได้ห้าเดือน แค่นอนเฉยๆ ก็น่ารักแล้วระหว่างที่ฤทัยรักษ์ตั้งท้องและคลอดน้องออกมาคนแล้วคนเล่าอยู่นี้ เด็กชายก้องภพและเด็กหญิงกรองขวัญก็ถูกแดนดินเลี้ยงดูด้วยตัวเอง ทางหนึ่งก็วางตัวเป็นพี่ใหญ่ช่วยมามี้เลี้ยงน้องๆ ไปด้วย ย่าทวดกับคนเป็นแม่เห็นแล้วเอ็นดูนักเดี๋ยวนี้เวลาไปไหนมาไหนคนเรือนคำหอมจะหอบกันไปทั้งเด็กและคนชรา ดีที่เหล่าย่าทวดยายทวดยังแข็งแรงดีทุกคน เพราะแดนดินให้ไปพบหมอทุกครึ่งปี ขนาดคำแพงที่ย้ายไปดูแลลูกให้หอมจันทร์ที่เกาะเคียงจันทร์ตั้งแต่สองปีก่อนยังถูกเขาบังคับให้ไป

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 65

    “วันนี้หนูอุ่นดีขึ้นแล้วจริงๆ ค่ะ ไว้ไปหาหมอพรุ่งนี้ก็ได้ พี่ดินเลิกงานกลับมาแบบนี้ คงจะมืดมากแล้ว หนูอุ่นไม่อยากไปโรงพยาบาลตอนกลางคืน” คนพอจะรู้ว่าตัวเองเป็นอะไรเอ่ยห้ามเสียงอ่อน อาการนี้เธอเป็นมาหลายวันแล้ว แต่เพิ่งมาหนักเอาวันนี้แหละ“เอางั้นเหรอ”“ค่ะ นี่อาบน้ำแล้วเหรอคะ ตัวห้อมหอม” ฤทัยรักษ์ยื่นหน้าไปดมกลิ่นหอมบนตัวสามี มันหอมสดชื่นจนอาการเวียนหัวดีขึ้นเยอะเลยคนอาบน้ำจนตัวหอมฟุ้งอมยิ้มกริ่มทิ้งตัวลงนอนกอดร่างบางไว้หลวมๆ บอกเสียงเอาใจ “หอมให้เต็มที่เลยจ้ะ พี่ฟอกสบู่มาทุกซอก”“ใช่สบู่อะไรคะ ทำไมวันนี้มันหอมจัง”“ก็อันเดิมแหละ”“อือ...”แดนดินชะโงกหน้าขึ้นดูคนทำท่าจะหลับคาอกเขา “นี่จะหลับอีกแล้วเหรอ พี่ว่าไม่ค่อยดีแล้วนะ พี่เรียกหมอมาที่เรือนเลยดีกว่า”“งือ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เป็นอาการปกติของคนท้องน่ะ”“แบบนี้ไม่ปกติเลย คนท้องที่ไหน...” เขาเงียบไปทันทีที่เข้าใจว่าเมียพูดอะไร รีบยันตัวลุกขึ้นถามตาเป็นประกาย “หนูอุ่นจะบอกว่าเบบี๋ของเรากำลังมาแล้วเหรอ”ฤทัยรักษ์หัวเราะเสียงเบา ลุกขึ้นจับมือใหญ่มาลูบท้องที่ยังแบนราบ “เบบี๋ของเราอยู่ในนี้แล้วค่ะ”“ทูนหัว!” แดนดินจูบเมียแรงๆ ในที่สุดเราก็จ

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 64

    “เด็กๆ ทางนี้เรียบร้อยแล้ว” เธียรวิชญ์ตะโกนเรียกลูกทีม เห็นท่าทีกระวนกระวายของเพื่อนแล้วก็สมน้ำหน้าและสงสารไปพร้อมกัน“พี่ชายพร้อมจะเล่าแล้วเหรอคะ”หอมจันทร์กับฤทัยรักษ์เดินเข้ามานั่งลงประกบข้างพี่ชายทันที“...” เอกตะวันยิ่งมุดหน้าลงต่ำกว่าเดิม สองสาวสบตายิ้มๆ ตอนนี้คุณย่าคุณยายพาเด็กๆ ออกไปเดินย่อยอาหารเช้าอยู่ที่สวนข้างล่าง แดนดินก็ยังไม่ตื่น พวกเธอสามารถสอบสวนได้เต็มที่!“พี่ชายขา ทำไมอกหักซ้ำๆ จากผู้หญิงคนเดียวได้คะ ไหนบอกพวกเรามาซิ”“ไม่ได้อกหัก...”“แต่อกพัง” หอมจันทร์ต่อให้ ขณะที่ฤทัยรักษ์นั่งยิ้มแหยคนโดนเมียทิ้งถอนใจบอก “อย่ามาถามอะไรเลย ไม่พร้อมเล่า”“ขนาดนี้แล้วมึงก็พูดๆ มาเถอะ จะได้แยกย้ายกันไปเตรียมตัวกลับบ้าน อย่าลืมว่าพวกกูต้องต่อเครื่องไปลงที่ใต้อีกนะ”“กูไม่ได้อกหัก! หน้ากูเขายังไม่อยากจะมองเลย ที่เสียใจอยู่นี่ไม่ได้อกหัก กูน้อยใจที่เขาทิ้งกูไปอยู่!” เอกตะวันเงยหน้าขึ้นมาตะโกนบอกให้มันจบๆ ไป “ทีนี้อยากถามอะไรก็ถามมา จะกินข้าวแล้ว หิว!”“พี่ชายไปเจอพี่ปานได้ยังไงคะ เขาหายไปไหนตั้งหลายปี ทำไมเราตามหาไม่เจอเลย” น้องสาวถามด้วยแววตาตื่นเต้น“เจอโดยบังเอิญเมื่อหลายเดือนก่อ

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 63

    “อ่า...หนูอุ่นว่าอะไรนะจ๊ะ!”“เร็วๆ ค่ะ” ฤทัยรักษ์ที่ทรมานกับจังหวะเนิบช้าผิดปกติของสามีปรือตาเว้าวอน “ช่วยขยับให้เร็วๆ ได้ไหมคะ หนูอุ่นง่วงนอนแล้ว”“แต่คืนนี้พี่อยากให้นุ่มนวล...”เมื่อเขายังรีรอ เธอเลยดึงร่างสูงลงมานอนแล้วปีนขึ้นไปนั่งคร่อมเอวสอบเอาไว้แทน“ไม่เอานุ่มนวล อยากเอาเร็วๆ เหมือนเดิม” กระซิบเสียงหวานแล้วก็แนบตัวลงไปจูบปิดปากเขาทั้งที่ยังนั่งคร่อมนั่นละ จะมานุ่มนวลอะไรเอาตอนนี้ ทุกคืนเห็นกระแทกเอาๆ ลีลานักก็อยู่ข้างล่างไป เธอจะอยู่ข้างบนเอง!แดนดินที่หวังดีไม่ได้ดีทำได้เพียงครางเสียงต่ำ เมื่อเมียแนบตัวลงมาจูบพร้อมๆ กับโนมเนื้อเบียดแผ่นอกกว้าง ไหนจะสะโพกอวบที่กำลังระรานแท่งเนื้อร้อนๆอ่า...เมียเขากะเล่นให้ตายคาอกจริงๆ หรือนี่! ในหัวคิดอย่างนั้น แต่มือกลับเลื่อนไปจับสะโพกอวบกดลงหาแท่งเนื้อที่ตื่นตัวเต็มที่ กดช้าๆ ผลุบๆ โผล่ๆ ไม่ยอมเข้าไปเติมเต็มสักทีฤทัยรักษ์ทนไม่ไหว ถอนจูบออกมาครางเสียงดังกับการกระทำที่แสนทรมานของสามี ภาพที่เธอแอ่นโค้งอยู่บนตัว เล่นเอาแดนดินแทบดิ้นพล่านแม่คุณเอ๊ย!นอนข้างล่างว่าน่าฟัดแล้ว อยู่ข้างบนน่าฟัดกว่าเป็นไหนๆ“หนูอุ่นอยากทำอะไรพี่ก็ทำเลยจ้ะ เอาเล

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 62

    เสียงหวานครางในคอ เมื่อสามีบดจูบลงมาดื้อๆ แต่ก็ไม่ได้หลบเลี่ยง ยอมให้ริมฝีปากบางเฉียบนั่นบดเบียดกลีบปากอิ่มตามแต่ใจต้องการ เป็นนาทีกว่าเขาจะถอนปากออกไป ถึงตอนนี้เสื้อผ้าของเธอก็เหลือแค่ชิ้นเล็กๆ บนล่างแล้ว“คำถามต่อไปเลยจ้ะ”ฤทัยรักษ์ค้อนขวับใส่คนปากเจ่อไม่ต่างกัน แต่เสื้อผ้ายังอยู่ครบทั้งบนล่าง“เร็วจ้ะ พี่อยากจูบ เอ๊ย! อยากตอบแล้ว”“คนหื่น!” นิ้วเรียวสวยบีบจมูกโด่งของเขาอย่างมันเขี้ยว ก่อนจะถามต่อ “แล้วทำไมพี่ปานถึงทิ้งพี่ชายไปคะ พี่ดินรู้ไหม”“รู้!” ตอบแค่นั้นแล้วขาก็โมเมก้มลงไปจูบเธอยื้อหน้าหนีทันควัน “ยังไม่ได้สิคะ ตอบสั้นแบบนี้ไม่นับ!”แดนดินทำปากยื่นเถียงแบบข้างๆ คูๆ “ก็หนูอุ่นถามว่ารู้ไหม พี่ก็ตอบว่ารู้ไง”“อย่ามาเฉไฉ”“โอเคๆ ก็เรื่องเข้าใจผิดนั่นแหละ แต่ลึกไปกว่านั้นเราไม่รู้ ปานไม่ยอมบอกอะไรให้ใครรู้เลย พี่จำได้ว่าช่วงแรกๆ ที่ปานกลับไทยน่ะมีสภาพเหมือนนกปีกหักดีๆ นี่เอง เอาแต่ร้องไห้ทุกวันๆ จนพวกเราต้องหางานให้ทำ สุดท้ายก็มานั่งบริหารโรงแรมให้ย่านี่แหละ พี่ถึงได้บอกว่าเรื่องมันละเอียดอ่อน พวกเขาเลิกกันไม่ดีแบบนี้ ปานเองก็เจ็บไม่น้อยกว่าคุณชายหรอก” ขณะที่เขาเล่า มือก็ไม่ได้อย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status