LOGINหลังจากทักทายทำความรู้จักกันคร่าวๆ แล้ว คำแพงจึงเอ่ยเข้าเรื่องที่ทำให้พวกตนมาอยู่ที่นี่ “คุณพี่คงจะสงสัยว่าทำไมพวกเราถึงมาขอรบกวนถึงที่นี่ ก็อย่างที่บอกไปตั้งแต่ต้นนั่นแหละค่ะ มันมีปัญหาบางอย่างที่ทำให้พวกเราอยู่ที่กรุงเทพฯ ไม่ได้ชั่วคราว อยากจะขอมาหลบอยู่ที่นี่ก่อนสักพัก ขอให้คุณพี่เห็นใจด้วยเถอะค่ะ”
“ดูพูดเข้าสิ พูดอะไรแบบนั้นแม่แพง พวกเราไม่ใช่คนอื่นคนไกลกันเสียหน่อย” เจ้าของเรือนโบกมือบอกเสียงดัง “เรื่องที่อยู่ที่กินน่ะไม่มีปัญหาหรอก ว่าแต่หนีปัญหาอะไรมาล่ะ ฉันพอจะช่วยอะไรได้ไหม”
“แค่เรื่องไม่เป็นเรื่องค่ะ แต่น้องไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร นึกถึงคุณพี่ขึ้นมาเป็นคนแรก ก็เลยพากันมาขออาศัยใบบุญที่นี่” แม่แพงบอกพลางเอื้อมมือไปลูบแขนเรียวของฤทัยรักษ์อย่างสงสาร “ไม่รู้ว่าคุณชายตะวันคิดอะไรอยู่ เอาน้องสาวไปวางเดิมพันมั่วๆ กับคนอื่นจนเขาตามมาทวงถึงที่วัง พอคุณหญิงจันทร์ไม่ยอมไปทำงานใช้หนี้อย่างที่ตกลงกันไว้ ก็มาบังคับหนูอุ่นให้ไปแทน น้องยอมไม่ได้หรอกค่ะ น้องเลี้ยงทั้งสองคนมาแต่เล็กแต่น้อย คุณชายสร้างปัญหาขึ้นมาก็ต้องหาทางแก้ไขเอาเองสิ จะมาเอาน้องเอาหลานไปขัดดอกได้ยังไง”
ยิ่งพูดน้ำเสียงของแม่นมสูงวัยยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามอารมณ์ที่สะสมไว้ ฤทัยรักษ์ต้องกุมมือไว้ถึงได้ดีขึ้น ส่วนคำหอมก็รีบพูดปลอบให้น้องใจเย็นๆ ก่อน
“บางทีอาจจะมีเรื่องอื่นที่เราไม่รู้ แม่แพงพาหลานหนีมาแล้วก็อย่าร้อนใจไปเลย ไม่มีคนไปขัดดอกให้แบบนี้ คุณชายของแม่แพงคงหาทางอื่นแก้ปัญหาเอาเองนั่นแหละ ไหนๆ ก็มาอยู่ด้วยกันแล้วก็อยู่ให้สบายใจนะ จะอยู่นานแค่ไหนฉันก็ไม่ว่าหรอก”
แดนดินได้แต่แอบหันไปกลอกตาคนเดียว
ย่าไม่ว่า แต่เขาว่าอยู่นะ!
“ขอบคุณที่เมตตาพวกเรานะคะคุณพี่ นี่ไม่รู้ว่าคุณหญิงจันทร์จะหนีรอดหรือเปล่า”
“หนีออกมาหมดแบบนี้ ไม่สงสารคุณชายบ้างรึ”
แม่นมใหญ่เชิดหน้าบอก “ช่างเขาสิคะ”
หลานชายที่นั่งอยู่ข้างๆ หันไปมองคนที่ย่าน้อยเลือกปกป้องแวบหนึ่ง ระหว่างลูกเจ้านายกับหลานเจ้านาย ย่าของเขาเลือกช่วยหลานว่ะ
คำหอมไม่อยากพูดให้น้องสาวอารมณ์ขึ้นอีก เลยหันไปถามฤทัยรักษ์ที่นั่งเงียบมาตลอด “หนูหนีมาอยู่ที่นี่แบบนี้ จะไม่กระทบกับงานการทางนั้นหรือจ๊ะ”
“คือ...” ฤทัยรักษ์ยังไม่ได้อ้าปาก คุณนมก็ตอบออกไปก่อนว่า
“หนูอุ่นเป็นเลขาให้คุณชายตะวันนั่นแหละค่ะ อยากสร้างเรื่องดีนัก น้องเลยปล่อยให้ขาดเลขาเสียให้เข็ด”
สุดท้ายก็วกกลับมาเรื่องคุณชายจนได้
แดนดินส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนจะถาม “ทำไมคุณชายของย่าแพงไม่ขายบริษัทเอาเงินไปใช้หนี้ล่ะจ๊ะ” เท่าที่เขารู้ กิจการผลิตและส่งออกเครื่องเบญจรงค์ของหม่อมเจ้าวรรณวิจักษ์ผู้เป็นเจ้านายของคำแพงมูลค่าไม่ใช่จะน้อยๆ กิจการอื่นๆ ก็มากมี ขายออกไปสักอย่างน่าจะได้เงินมากโข
“เห็นว่าบริษัทมีหนี้สะสมสูงแล้วก็ขาดทุนทุกปี เจ้าหนี้เขาเลยไม่อยากได้ แต่จะเชื่อได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ย่าไม่เคยเห็นคุณชายท่านบ่นว่าบริษัทมีปัญหามาก่อนเลย”
“หนูอุ่นเป็นเลขา คงจะรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้วใช่ไหมจ๊ะ” คำหอมหันไปถามฤทัยรักษ์อีก
“ค่ะ” หญิงสาวยิ้มเนือยๆ ประมาณว่ารู้เรื่องดีอยู่แล้ว
เมื่อเห็นหญิงสาวมีสีหน้าเช่นนั้น เจ้าของเรือนก็เข้าใจว่าคงจะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง จึงหันไปบอกกับน้องสาว
“แม่แพงมีอะไรค่อยคุยกันทีหลังเถอะ สองคนเดินทางกันมาตั้งนาน คงเหนื่อยไม่น้อย เข้าห้องไปพักกันก่อนเถอะไป เดี๋ยวค่อยออกมาทำอะไรกินกัน ฉันรอกินข้าวรสมือแม่แพงมาหลายวันแล้วนะเนี่ย”
“แหม คุณพี่ก็...”
เธอนอนไม่หลับ...
อาจเป็นเพราะว่าแปลกที่และมีเรื่องรบกวนใจ คืนนี้ฤทัยรักษ์เลยนอนไม่หลับสักที สุดท้ายร่างเล็กในชุดนอนแบบขายาวจึงลุกขึ้นมาเปิดประตูเดินออกไปนั่งเล่นตรงเก้าอี้ริมระเบียงใกล้ๆ ห้อง พอได้เห็นดาวดวงน้อยที่กำลังทอแสงระยิบระยับบนฟ้า ใบหน้างามถึงได้เผยยิ้มออกมา อยู่ที่นี่เธอสามารถมองเห็นดาวได้เยอะกว่าเมืองหลวงที่มองไปทางไหนก็มีแต่ตึกสูงสินะ
“ไผนั่น!” (ใครน่ะ)
ฤทัยรักษ์ที่กำลังอยู่ภวังค์ส่วนตัวพลันสะดุ้งตกใจกับเสียงถามดังลั่นทางด้านหลัง พอหันไปมองก็เห็นชายหนุ่มร่างสูงยืนจังก้ามองอยู่
“ว่าจั่งได๋ สิมาอ่อยนายดินแม่นบ่” (ว่ายังไง จะมาอ่อยนายดินใช่ไหม)
“เดี๋ยวๆ ไม่ใช่นะคะ” หญิงสาวที่ฟังเข้าใจแค่ ‘อ่อย’ รีบปฏิเสธ
“บ่แม่นอิหยัง ดึกดื่นมานั่งเบิ่งอิหยังอยู่นี่ บ่เมือเฮือนเจ้า” เป็นก้องหล้าที่เพิ่งกลับมาจากบ้านเพื่อนปรี่เข้าไปถามหญิงสาวว่าดึกดื่นแล้วมานั่งดูอะไรอยู่ตรงนี้ไม่กลับบ้านตัวเอง ไม่ได้หรอก นายมีคำสั่งห้ามสาวๆ บุกรุกเรือน เขาต้องคุมเข้มตามคำสั่ง
ฤทัยรักษ์ที่ฟังไม่รู้เรื่องสักคำ ได้แต่ยืนมองก้องหล้าเงียบๆ
“ว่าจั่งได๋ มานั่งเฮ็ดหยังอยู่นี่” (ว่ายังไง มานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้)
เธอไม่ทันได้พูดอะไรอีก ก็มีเสียงตะโกนมาจากอีกฝั่งของเรือน
“เสียงดังอะไรกันน่ะ!”
ใบหน้างามชะเง้อมองหาเจ้าของเสียงนั้นทันที
คนหล่อลั่นทุ่งออกมาช่วยเธอแล้ว!
“ผู้สาวทางได๋มานั่งอยู่เทิ่งเฮือนนายกะบ่ฮู้ ก้องเลยมาไล่ให้ แต่เว้าจั่งได๋กะบ่หือบ่อือ จักสิเฮ็ดจั่งได๋คึกันนาย” ก้องหล้ารีบเดินกลับไปฟ้องเจ้านายว่าพบสาวแปลกหน้ามานั่งอยู่บนเรือนนาย ไล่ยังไงก็ไม่ไป
แดนดินมองทั้งสองฝ่ายแล้วส่ายหน้า เดินเลยลูกน้องไปหาคนที่ยืนนิ่งอยู่ มองชุดนอนแบบเรียบร้อยของเธอแล้วถามเสียงเรียบ “เธอออกมานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้กลางดึกน่ะ”
“ดูดาวค่ะ” ฤทัยรักษ์ตอบเสียงค่อย พยายามปรับสีหน้าไม่ให้เขารู้ว่ากำลังเขินจนแก้มร้อน เมื่อกี้แดนดินยืนซ้อนก้องหล้าอยู่ เธอเลยมองเห็นแค่ใบหน้า เมื่อเขาเดินออกมาจึงเห็นว่าทั้งตัวของพ่อคุณมีแค่กางเกงเลสีน้ำตาลเข้มตัวเดียว เปลือยอกสีแทนล่ำให้เห็นเต็มๆ
นมชมพูเชียวพ่อคุณ...
แต่ดูเหมือนว่าแดนดินจะไม่รู้สึกอะไร มีหน้ามาสั่ง
“มันดึกแล้ว กลับเข้าไปนอนได้แล้วไป”
“ฉันนอนไม่หลับค่ะ”
“ทำไม” คิ้วเข้มๆ ขมวดเข้าหากันทันที
“แปลกที่ค่ะ”
“เดี๋ยวก็หลับ คนที่นี่เขานอนกันเร็ว เพราะต้องตื่นแต่เช้าเพื่อออกไปทำงานในไร่ในนา เธอมาอยู่ที่นี่ ก็ควรทำตัวให้ชินเข้าไว้”
ฤทัยรักษ์มองแดนดินตาเขม็ง “ดูเหมือนคุณจะไม่เต็มใจให้ฉันมาอยู่ที่นี่”
“ใช่”
“ทำไมเหรอคะ”
แดนดินยักไหล่ “เหตุผลส่วนตัว”
ก้องหล้ามองทั้งสองคนที่เถียงกันไปมาด้วยสายตาสับสน สรุปผู้หญิงคนนี้จะมาอยู่ที่นี่และเจ้านายเขาก็ขัดขวางไม่ได้ด้วย?
“ถ้าคุณไม่อยากให้ฉันอยู่ที่นี่ก็ไปบอกคุณย่าสิคะ เพราะท่านเป็นคนอนุญาตให้ฉันอยู่” บอกแล้วฤทัยรักษ์ก็ไม่สนใจว่าเขาจะทำตามหรือไม่ ขยับตัวเตรียมกลับห้องตัวเอง หมดอารมณ์ดูดาวเสียแล้ว
“เดี๋ยวก่อน” แดนดินรีบดึงแขนคนที่กำลังจะเดินหนี “บอกมาก่อนว่าคุณย่าให้เธอมาทำอะไรที่นี่กันแน่”
“ฉันมาที่นี่ทำไมคุณก็รู้ดี”
“อย่ามาโกหก” ว่าไปแรงบีบที่มือก็เพิ่มตามไปด้วย
“ปล่อย ฉันเจ็บ!”
“อย่าให้รู้นะ ว่าเธอมีแผนการจะเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตโสดของฉัน ถ้าจับได้ขึ้นมาเมื่อไหร่ ฉันไม่เก็บเธอไว้แน่!”
ขู่เสร็จแดนดินก็สะบัดแขนเล็กทิ้ง ก่อนจะเดินปึงปังหนีไปทางเรือนของตัวเอง ส่วนคนถูกขู่ก็ยืนลูบแขนมองตามแผ่นหลังกว้างไปด้วยความตะลึง หลานชายสุดหล่อและแสนดีเมื่อตอนกลางวันนั่นคืออะไร แค่ละครตบตางั้นเหรอ ในนิทานพื้นบ้านมีเงาะป่าถอดรูปออกมาเป็นพระสังข์หนุ่มเนื้อทองรูปงาม ที่นี่กลับมีพระเอกถอดรูปออกมาเป็นตัวร้ายอย่างนั้นเหรอ!
“เอ่อ สวัสดีครับ ผมชื่อก้องหล้า เป็นมือขวาของนายดิน คุณคงเป็นหลานสาวของคุณย่าคำแพง ที่จะมาพักที่เรือนนี้ใช่มั้ยครับ” คนที่เอียงหูฟังอยู่จนเข้าใจที่มาที่ไปเอ่ยแนะนำตัวเสียงอ่อนลงสิบเท่า พอฤทัยรักษ์หันกลับมาพยักหน้าให้ก็รีบเอ่ยต่อ “เมื่อกี้ต้องขอโทษที่เสียมารยาทนะครับ พอดีถูกเจ้านายสั่งเอาไว้ คุณอย่าถือสาผมเลยนะ ถ้าจะถือสาก็ไปลงที่เจ้านายโน่น ผมเป็นเพียงผู้รับคำสั่งเท่านั้น ยังไงคืนนี้นอนหลับฝันดี ยินดีต้อนรับสู่นาทองคำนะครับผม”
‘คุณ’ ของก้องหล้าไม่ทันได้อ้าปากพูดอะไรสักคำ ชายหนุ่มก็วิ่งตามหลังผู้เป็นนายไปติดๆ เสียแล้ว ฤทัยรักษ์ได้แต่บอกตัวเองว่าต่อไปจะต้องอยู่ให้ห่างจากเจ้านายลูกน้องคู่นี้
เธียรวิชญ์ไม่ได้มีสีหน้าดีขึ้นเลย เพราะกำลังนึกถึงพระจันทร์อีกดวงของเขา พอเห็นคนสนิททั้งสองมองมาเป็นเชิงถาม จึงอดปรึกษาไม่ได้ “กูต้องทำไงวะ จันทร์ถึงจะเข้าใจว่ากูรักเขามากแค่ไหน”“แล้วที่นายหัวทำอยู่ มันไม่ดีเหรอครับ” เป็นภัทรชนม์ที่ถามกลับเธียรวิชญ์ส่ายหน้า “ถ้าดี จันทร์จะมีเวลาไปหาคนอื่นเหรอ”“อ้อ คุณจันทร์ไปหาคนอื่นนี่เอง”“เออ ทำไมไม่เอะใจบ้าง ว่าทุกอย่างที่กูทำบนเกาะนี้ก็เพื่อใคร ชื่อเกาะ ชื่อรีสอร์ต มันบอกทุกอย่างแล้วนี่นา กูแค่อยากให้จันทร์อยู่ในที่ปลอดภัยสักระยะแค่นั้นเอง ทำไมต้องประชดด้วยการควงคนอื่นด้วย เจ็ดปีที่ผ่านมากูยังไม่เคยควงใครประชดเลยสักคน พวกมึงก็เห็นๆ อยู่”“อ่า...” สองหนุ่มครางแล้วหันมาสบตากันเงียบๆ ก่อนภัทรชมน์จะเอ่ยขึ้น“ถ้าแฟนผมควงคนอื่นประชด ผมจะไปยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ทำให้เธอรู้ว่าคนที่เธอจะควงได้ต้องเป็นผมคนเดียว”“แสนดีจริงๆ ถ้าเป็นผมนะ จะตามไปจับมาปล้ำ เอาให้จำจนขึ้นใจว่าอย่าไปยุ่งกับใครหน้าไหนอีก” ชาติชายบอกด้วยสีหน้าขึงขังจนน่าหมั่นไส้“กูก็คิดเหมือนพวกมึง อยากจะเล่นใหญ่ให้จันทร์ไม่มีวันลืม แต่คนที่จันทร์ควงประชดกูดันเป็นตุ๊ดนะคะ!” เธียรวิชญ์เอ่ยอย่างอัดอ
สะเทือนวงการไฮโซ ทายาทนักธุรกิจใหญ่ควงไฮโซสาวโปรไฟล์เลิศดินเนอร์หรูวงในบอกว่าทั้งคู่จะมีข่าวดีเร็วๆ นี้“ข่าวดีพ่องมึงสิ!” คนถูกเพื่อนที่กรุงเทพฯ กระหน่ำส่งข้อความหากลางดึกสบถออกมาหน้าตาบูดบึ้ง เมื่อเห็นภาพหนุ่มหล่อสาวสวยนั่งยิ้มหวานให้กันอยู่กลางร้านอาหารบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมหรูนี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน หอมจันทร์ของเขาไปนั่งทำอะไรอยู่ตรงนั้น!ไม่รอช้า เธียรวิชญ์รีบกดหาเบอร์หญิงสาวในมือถือทันที แต่แล้วก็ต้องสบถออกมาอีกครั้ง เมื่อเสียงเรียกเข้ามันดังออกมาจากลิ้นชักโต๊ะข้างเตียงเขานี่เองลืมไปว่าเขายังไม่ได้คืนโทรศัพท์ให้เธอ...ตืดๆตอนนั้นเอง มือถือพลันสั่นเตือนว่ามีสายเรียกเข้าพอดี ชายหนุ่มรีบก้มดูและชื่อที่โชว์บนหน้าจอก็ทำให้เขายิ้มออกทันที เพราะนอกจากหอมจันทร์ก็คงจะมีแต่คนนี้ ที่จะอธิบายเรื่องข่าวนี้แก่เขาได้“มึงโทรมาพอดีเลยตะวัน มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ ทำไมมีข่าวจันทร์หลุดออกมา น้องสาวมึงกำลังจะมีข่าวดีกับไอ้ตุ๊ดหน้าอ่อนนั่นเรอะ!” เขาเปิดฉากตวาดถามเสียงเขียวแบบอารมณ์มาเต็ม แต่เอกตะวันกลับถามกลับมางงๆ(“ตุ๊ดไหนวะ”)เธียรวิชญ์ไม่สนใจจะอธิบาย บอกเสียงเย็นเยียบ “มึงไม่ต้องถาม ตอบมาก็พอ ข
นายหัวหนุ่มทำใจอยู่นานกว่าจะยอมกดรับสายคุณชายเอกตะวัน “มึงยังอยู่ดีใช่มั้ยตะวัน?”(“อ้อ ยังอยู่ดีค่ะ”)"อุ้ย!" เธียรวิชญ์สะดุ้งยกโทรศัพท์ออกห่าง “จันทร์เองเหรอคะ”(“คนใจร้าย”)สามคำสั้นๆ เท่านั้นที่เธอต่อว่าด้วยน้ำเสียงแง่งอน ทำเอาเธียรวิชญ์นึกว่าตัวเองหูฝาด เพราะแม่คุณของเขาไม่น่าจะมาโหมดนี้ “จันทร์...สบายดีนะคะ”(“อย่ามาทำเป็นถามหน่อยเลย ทำไมทำกับจันทร์แบบนี้คะ บอกกันดีๆ ก็ได้”)“บอกแล้วจันทร์ก็ดื้อไง”(“ไม่ได้ดื้อสักหน่อย!”)คนที่อยู่ปลายสายกรีดเสียงแหวกลับมาจนหูเขาแทบแตก“จ้ะๆ ไม่ดื้อก็ไม่ดื้อ”(“พี่เธียร...”)“หืม” เขาขานตอบเสียงเบาพลางเดินไปยืนมองวิวนอกหน้าต่างที่เป็นท้องทะเลกว้างใหญ่ ขวางกั้นเขากับเธอไว้นับพันกิโลเมตร(“ตอนนี้ไม่มีจันทร์ให้พะวงอยู่ข้างหลังแล้ว ก็ช่วยรักษาตัวเองให้ดีด้วยนะคะ”)เธียรวิชญ์อุ่นไปทั้งใจกับคำสั่งอันอ่อนหวานนี้ “จันทร์ไม่ต้องห่วง พี่สัญญาเลย...”หม่อมราชวงศ์เอกตะวันรับโทรศัพท์มือถือของตนคืนด้วยสีหน้าอึ้งๆ เพราะจากประสบการณ์แล้ว น้องสาวไม่น่ายอมให้อภัยง่ายๆ แบบนี้ เขาหรี่ตาถามทันที “ไหนบอกจะไม่ปล่อยให้ลอยนวลไง”“จันทร์ก็ไม่ได้ปล่อยไปสักหน่อย แต่จะให้ชำ
ชั่วโมงต่อมาหม่อมราชวงศ์หอมจันทร์ก็ฝ่าวิกฤตรถติดและเลขาหน้าห้องเข้ามายืนสง่าอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของหม่อมราชวงศ์เอกตะวันอย่างสวยงาม“อธิบายมาค่ะ” เสียงหวานบอกสั้นๆ ตอนนั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของพี่ชายเจ้าของห้องในสูทสีเทาเข้มพยายามทำหน้านิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วโยนเผือกร้อนไปให้เธียรวิชญ์รับจบ “สั้นๆ นะจ๊ะ ไอ้เธียรบอกให้พี่ทำ”“หึ! เขาบอก พี่ก็ทำตาม ไม่คิดจะห้ามกันเลยเหรอคะ”“พี่ห้ามมันได้ที่ไหนเล่า”ปังหอมจันทร์ตบโต๊ะเสียงดังอย่างโมโห “พี่ชายห้ามพี่เธียรไม่ได้หรืออยากให้จันทร์กลับมาอยู่แล้วกันแน่ จันทร์ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าพี่ชายกับพี่เธียรคิดอะไรอยู่ นี่ไม่ใช่สมัยกุรงศรีอยุธยานะคะ ที่ผู้หญิงต้องหลบอยู่ในบ้านตอนผู้ชายออกไปสู้รบจบศึก นี่มันยุคโลกาพัฒนาไปหาดาวอังคารแล้วค่ะ ผู้หญิงสามารถทำอะไรได้ดีพอๆ กับผู้ชาย ยืนข้างเขาได้ ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไร จันทร์ไม่ได้คิดจะไปจับปืนผาหน้าไม้กับเขาหรอกนะ แค่อยากช่วยคิด ช่วยแก้ไข ช่วยเป็นกำลังใจอยู่ข้างๆ พี่กับเขากลับให้จันทร์มาอยู่ห่างเป็นพันกิโลแบบนี้”คุณชายตะวันแทบเก็กหน้านิ่งไม่อยู่ มือที่เงื้อขึ้นตบโต๊ะเมื่อกี้ เขานึกว่ามันจะฟาดเข้
หอมจันทร์เห็นท่าทางเคร่งเครียดของหนุ่มๆ แล้วถอนใจเอ่ย “ก่อนจะกังวลเรื่องวันข้างหน้า ช่วยดูแลวันนี้ให้ดีก่อนเถอะค่ะ สภาพของทุกคนตอนนี้ บอกเลยว่าดีกว่าขอทานหน่อยเดียวเอง รีบๆ ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าดีกว่าค่ะ” ว่าแล้วหญิงสาวยังส่ายหน้ากับสภาพมอมๆ ของพวกเธียรวิชญ์“นั่นสิครับ ผมไม่โอเคกับเขม่าควันดำๆ นี่เลย” ชาติชายพยักหน้าเออออ แต่ดันถูกครรชิตแฉต่อหน้า“เมื่อก่อนมึงแทบไม่อาบน้ำเลยนะชาติ”“ตอนนี้ก็ไม่ค่อยอาบนะ” สุเมธร่วมวงซ้ำเติมชาติชายอีกคน ทำเอาหนุ่มหน้าใสถลึงตาใส่เพื่อน แต่เถียงไม่ออกสักคำเธียรวิชญ์ส่ายหน้าให้ลูกน้อง ขณะกำลังจะบอกให้พวกเขาไปอาบน้ำนอนกันได้แล้วนั่นเอง มือถือในกระเป๋ากางเกงก็สั่นเตือนว่ามีสายเรียกเข้า เมื่อเห็นชื่อคนที่โทรเข้ามาก็เผลอขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัวหอมจันทร์ที่อยู่ข้างๆ เห็นสีหน้าเขาก็ถามเสียงเบา “ใครโทรมาเหรอคะ”“ผู้กองมานพ”ชื่อนี้ทำให้ทุกคนหันมองเธียรวิชญ์เป็นตาเดียว นายหัวหนุ่มจึงกดรับสายและเปิดลำโพงให้ได้ยินพร้อมกัน “ว่าไงครับผู้กอง”(“ข่าวร้ายครับนายหัว”)“งานไม่สำเร็จเหรอผู้กอง” เธียรวิชญ์หรี่ตาถามกลับไปเสียงเข้ม(“เราพลาดครับ เรือที่นายหัวยงยุทธขับหนีไปพร้
ปัง!ตอนนั้นเองที่พวกมันยิงเฉียดมาที่ต้นไม้ที่เขาใช้กำบังอยู่ ก่อนจะตะโกนบอกพรรคพวก“รีบฝ่าออกไปจากทีนี่ให้เร็วที่สุด!”จากนั้นพวกมันก็ระดมยิงเพื่อฝ่าออกไป มีการแบ่งคนส่วนหนึ่งยิงคุ้มกันให้พวกที่แบกลังไม้ลงเรือ น่าเสียดายที่ฝ่ายยิงคุ้มกันไม่แข็งแกร่งพอ ถูกแมทธิวกับสุเมธจัดการไปมากกว่าครึ่งในเวลาสั้นๆเธียรวิชญ์ที่จับตามองอยู่ในเงามืดเห็นแบบนั้นก็ไม่อยากเสียเวลาเอาล่อเอาเถิดกับพวกมันอีก ยกปืนในมือเล็งไปยังที่ตัวหัวหน้าของพวกมันปัง!กระสุนพุ่งเข้าเจาะบริเวณไหล่ซ้ายของหมอนั่นอย่างจัง แรงจนตัวมันสะบัดเซไปทางหนึ่ง หมวกแก๊ปยังหล่นหาย เผยให้เห็นใบหน้าคุ้นตาในแสงจันทร์สลัวเธียรวิชญ์แสยะยิ้มมองมือขวายงยุทธที่ยืนกุมไหล่อยู่หน้าหาด “นึกว่าใครที่ไหน ที่แท้ก็คนกันเองนี่หว่า แผลนั่นถือว่าเป็นของขวัญต้อนรับที่มึงกล้าบุกมาถิ่นกูแล้วกันนะ""มึง!""ไม่โกรธสิ รีบไสหัวกลับไปหานายหัวของมึงเถอะ ฝากบอกมันด้วยว่ากูขอให้โชคดีนะ”ขณะที่คนสนิทของยงยุทธยังระวังตัว ไม่คิดว่าเธียรวิชญ์จะปล่อยพวกตนไปง่ายๆ อย่างนี้ ทางด้านเธียรวิชญ์ก็สั่งให้คนถอนกำลังถอยร่นกลับเข้ามาบนเกาะแล้วที่เขาปล่อยพวกมันไปง่ายๆ ก็เพราะที่นี
คืนนั้นเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าหอกันที่เรือนเล็กของแดนดินหลังจากผู้หลักผู้ใหญ่เข้ามาส่งตัวบ่าวสาวเข้าหอ ให้ศีลให้พรแล้วสิ้นแล้ว จึงปล่อยให้บ่าวสาวอยู่ด้วยกันตามลำพัง เดินแถวออกจากห้องไปพักผ่อนที่เรือนใหญ่กันหน้าชื่นตาบานแดนดินขยับประชิดเจ้าสาวบนเตียงทันที ยิ้มหวานถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เหนื่อยมากหรือ
ความจริงจากปากของแดนดินทำเอาฤทัยรักษ์ไปต่อไม่ถูกเลยครูนิ่มที่เธอเข้าใจว่าเป็นแฟนใหม่เขานั้นมีสามีเป็นตัวเป็นตนแล้ว สามีของอีกฝ่ายคือเพื่อนของแดนดินเอง ช่วงหลายวันก่อนอีกฝ่ายไปทำงานต่างจังหวัด เลยให้แดนดินคอยรับ-ส่งภรรยาระหว่างมาสอนพิเศษเด็กๆ ที่เรือนคำหอม พอกลับจากต่างจังหวัดก็มารับมาส่งภรรยาเองเห
ฝ่ายคุณชายหนุ่มไม่ได้สบถออกมา เพียงกัดฟันกรอดๆ อย่างแค้นใจ เขามอบมิตรภาพให้ มันกลับตอบแทนเขาด้วยการทำมิดีมิร้ายน้องสาวเขา เดิมทีเขาก็ไม่ชอบหน้าคนขี้เบ่งอย่างดนัยภพ แต่จำใจคบไว้เพื่อใช้งานในบางครั้ง“พี่ขอโทษนะหนูอุ่น” เขาบอกอย่างเสียใจจริงๆ “ไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นคนแบบนี้ไปได้”ฤทัยรักษ์รีบส่ายหน้าบ
“ฉันขอโทษ” ฤทัยรักษ์ก้มหน้าสะอื้นไห้อย่างสุดจะกลั้น“เฮ้อ ไม่ต้องร้องๆ มันผ่านไปแล้ว และฉันก็จัดการมันแทนเธอไปแล้วด้วย” คนทนเห็นน้ำตาเธอไม่ได้ ก้าวขึ้นไปนั่งบนเตียง โอบกอดร่างบางไว้ด้วยท่าทางปลอบประโลม“จัดการ?” เสียงแหบเครือถามออกมางงๆ “จัดการยังไงคะ”“ฉันเอามันเข้าคุกไปแล้ว”ฤทัยรักษ์ได้ยินแล้วเง







