Share

บทที่ 3

last update publish date: 2025-12-03 16:19:59

เสียงไก่ขันตอนเช้ามืดปลุกฤทัยรักษ์ตื่นขึ้นมา แสงรำไรที่ทอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาในห้องพร้อมลมจากธรรมชาติ ทำให้เธอจำได้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหน

เรือนคำหอม...

หญิงสาวค่อยๆ บิดตัวไล่ความง่วงงุน พอดีกับเสียงเคาะประตูเรียกดังขึ้น

“ก๊อกๆ หนูอุ่น ตื่นหรือยังลูก”

เสียงที่ฟังดูสดใสนั้นสร้างความแปลกใจคนในห้องไม่น้อย ด้วยจำได้ว่าเป็นเสียงของย่าคำหอม มือบางรีบเก็บผ้าห่ม ลูบหน้าลูบผมให้ดูเรียบร้อยแล้วจึงเดินไปเปิดประตู

คนยืนรออยู่ผลิยิ้มส่งให้ “ย่ามากวนหนูหรือเปล่าลูก”

“ไม่กวนค่ะ คุณย่ามีเรื่องอะไรจะให้หนูอุ่นทำหรือเปล่าคะ”

“ย่ามาเรียกไปใส่บาตรจ้ะ”

“อ๋อ ได้เลยค่ะ ขอหนูอุ่นจัดการตัวเองก่อนนะคะ เสร็จแล้วจะรีบตามไปค่ะ” ฤทัยรักษ์ตอบรับทันที เริ่มต้นเช้าวันแรกด้วยการสร้างบุญก็ดีเหมือนกัน

คนมาชวนได้คำตอบที่พอใจแล้วก็ทำไม้ทำมือบอกให้หญิงสาวไปจัดการตัวเอง “เสร็จแล้วลงไปที่ถนนหน้าเรือนเลยนะลูก”

“ค่ะ” เธอยิ้มตอบ มองหญิงชราเดินยิ้มแต้จากไปด้วยความรู้สึกแปลกๆ บอกไม่ถูก

เช้านี้คุณย่าจะสดใสเกินไปไหม...

ฤทัยรักษ์รีบล้างหน้าแปรงฟันเปลี่ยนเสื้อผ้า ผมยาวประบ่าถูกรวบไว้ไม่ให้ยุ่ง เผยใบหน้าหมดจดสะอาดตา เธอมองซ้ายมองขวาตรวจความเรียบร้อยในกระจกแล้วค่อยเดินไปหาพวกคุณย่าที่หน้าเรือน ไม่คิดว่าพ้นบันไดเรือนมาจะเห็นคนสองคนกำลังช่วยกันปีนเก็บดอกพุดซ้อนสีขาวจากต้นที่ขึ้นอยู่ข้างรั้วอย่างทุลักทุเล เธอแอบลังเลว่าจะเดินผ่านไปเลยหรือเข้าไปช่วยดี ดูจากท่าทีของสองคนนี้ในคืนที่ผ่านมาแล้ว...

ไม่ยุ่งด้วยดีกว่า!

“สูงอีกนาย ดอกนั้นมันไม่สวย”

“ดอกไหนล่ะ มันก็เหมือนกันหมดไม่ใช่เรอะ”

“ดอกสูงๆ นั่นไงนาย”

“นี่ก็สุดแขนกูแล้ว มึงจะเอาสูงแค่ไหนอีก ขึ้นมาเก็บเองเลยไหมล่ะ” แดนดินหันกลับไปบอกก้องหล้าเสียงดัง ลูกน้องตัวดีดันหันมองไปทางอื่น พอมองตามก็เห็นสาวตัวเล็กกำลังเดินผ่านไป เขายังไม่ทันว่าอะไร ก้องหล้าก็ร้องเรียกทางนั้นแล้ว

“คุณมาพอดีเลย ช่วยนายเก็บดอกไม้หน่อยนะ ผมจะไปช่วยยายตั้งโต๊ะ” บอกเร็วๆ แล้วเขาก็เดินหนีเลย ปิดโอกาสไม่ให้ฤทัยรักษ์ปฏิเสธอย่างนั้น

“ให้ฉันช่วยเก็บเหรอคะ” ฤทัยรักษ์เงยหน้าถามแดนดินอย่างเสียไม่ได้ เมื่อกี้เธอเกือบจะเดินพ้นอยู่แล้ว ก้องหล้าดันหันมาเห็นเข้าพอดี

แดนดินที่ถูกลูกน้องทิ้งไปดื้อๆ ตวัดสายตาถาม “ทำได้ไหมล่ะ”

ดวงตากลมโตมองต้นดอกพุดซ้อนที่สูงเลยหัวคนถามอย่างประเมิน แล้วเหลียวมองหาตัวช่วย พอเห็นเก้าอี้ไม้อยู่ใต้ต้นไม่ไกล จึงเดินไปยกมา

“จะทำอะไรน่ะ”

“ก็เก็บดอกพุดไงคะ” ว่าแล้วเธอก็เงยหน้ามองหาบริเวณที่มีดอกพุดออกเยอะๆ เพื่อปีนขึ้นไปเก็บมัน

“ไม่ต้อง! เดี๋ยวได้ตกลงมากันพอดี” แดนดินบอกปัดเสียงเข้ม

ฤทัยรักษ์ไม่สนใจเขา หาจุดดีๆ ได้แล้วก็ก้าวขึ้นไปยืนบนเก้าอี้อย่างคล่องแคล่ว แต่ยังไม่ทันได้เอื้อมมือไปเก็บ เสียงสดใสของย่าคำหอมพลันร้องถามมาแต่ไกลๆ ก่อน

“ทำอะไรกันอยู่จ๊ะ พระท่านตั้งแถวเดินมาแล้วนะ”

“ไม่มีอะไรจ้ะ ดินกำลังมองหาดอกไม้สวยๆ อยู่” แดนดินร้องตอบคนเป็นย่า แต่สายตาไม่ละจากร่างเล็ก กลัวว่าเธอจะตกลงมาจริงๆ

“ที่สวยๆ มันอยู่ข้างบนแน่ะ ดินก็ช่วยหนูอุ่นเก็บหน่อยสิ”

หลานชายได้ยินแล้วทำหน้ายุ่ง แต่สักพักก็ขยับตัวเข้าไปใกล้ร่างเล็กอย่างไม่มีทางเลือก

“เอ๊ะ! คุณจะทำอะไรน่ะ นี่!” ฤทัยรักษ์ร้องด้วยความตกใจ เมื่ออยู่ดีๆ พ่อคนหน้าหล่อแต่ชอบทำหน้าบึ้งก็เข้ามาอุ้มเธอขึ้นนั่งบนบ่า

“เงียบๆ ซิ! แล้วเหลือกตามองหาดูว่ามีช่อไหนสวยก็เก็บลงมา”

“เหอะ!” ด้วยความหมั่นไส้ มือน้อยๆ ที่จับคอหนาเอาไว้เลยเลื่อนไปดึงผมดกดำของเขาเต็มกำมือ

“โอ๊ย!”

กว่าจะได้ดอกไม้มาใส่บาตร หนังศีรษะของแดนดินก็แทบจะลุกเป็นไฟด้วยความเจ็บ แต่ฤทัยรักษ์เองถูกพาเดินเบียดพุ่มไม้จนมีสภาพยุ่งเหยิงไม่แพ้กัน ย่าคำหอมเห็นเข้าก็ส่งเสียงแซวมาเลย

“ตายแล้ว นี่เก็บดอกไม้อยู่หน้าบ้านหรือเข้าไปเก็บในป่ากันจ๊ะ”

ฤทัยรักษ์มองค้อนขวับใส่พ่อตัวร้าย มือก็ค่อยๆ ปัดใบไม้ออกจากตัวโดยมีคำแพงมาช่วยปัดออกให้อีกคน

“หมดกันเลย คุณหนูอุ่นของนม”

“ก็หลานชายของนมแหละ แกล้งหนูอุ่น” เธอฟ้องคุณนมที่เอ่ยล้อเสียงกลั้วหัวเราะอีกคน

แดนดินได้ยินแบบนั้นก็ถลึงตาใส่ “เธอแกล้งฉันก่อนนะ” ตัวเองดึงผมคนอื่นขาดไปไม่รู้กี่เส้นต่อกี่เส้น ยังกล้าฟ้องผู้ใหญ่อีก

“ไม่เอา ไม่ทะเลาะกัน พระท่านเดินมาโน่นแล้ว”

คนเป็นย่าบอกพลางสบตาน้องสาวยิ้มๆ จัดแจงให้หนุ่มสาวมายืนข้างกัน แม้ฤทัยรักษ์กับแดนดินจะไม่เต็มใจก็ต้องยอม เพราะพระท่านเดินมาใกล้แล้ว

เมื่อมือเรียวของฤทัยรักษ์คว้าถุงกับข้าวขึ้นมา ย่าคำหอมก็ดึงมือแดนดินไปกุมมือเธอไว้อีกที

“คุณย่า!” หลานชายแอบหันมาโวยเบาๆ แต่ไม่ดึงมือออก

“สิจ๊ะ พระท่านรออยู่นะ”

เห็นแก่พระสงฆ์ที่ยืนรออยู่ แดนดินกับฤทัยรักษ์จึงยอมสงบศึกจับมือกันใส่บาตร เริ่มจากข้าวและกับ ต่อด้วยขนมหวาน จากนั้นจึงวางดอกไม้ที่ช่วยกันเก็บลงไปที่ฝาบาตร ช่วยกันวางช่วยกันใส่จนเสร็จเรียบร้อยจึงสะบัดมือออกจากกัน

“เดี๋ยวกินข้าวเช้าเสร็จดินก็พาน้องไปเดินเล่นดูอะไรรอบๆ ที่นาของเราหน่อยแล้วกัน จะได้รู้จักที่ทางไว้บ้าง” ย่าคำหอมบอกหลานชายขณะช่วยกันขนของกลับขึ้นเรือน นี่เป็นแผนยิงปืนได้นกสองตัวที่ท่านเพิ่งคิดได้สดๆ

หนึ่งคือได้ดูท่าทีของฤทัยรักษ์หลังจากได้เห็นอาณาจักรของท่าน

สองคือได้แกล้งหลานชาย!

“แค่พาไปเดินดู ไอ้ก้องก็พาไปได้นี่จ๊ะ” แดนดินบอกหน้าบูด

“ให้เจ้าก้องพาไปจะรู้เรื่องอะไร ดินนั่นแหละพาน้องไป”

แดนดินยังจะค้าน แต่ฤทัยรักษ์ที่ไม่อยากไปกับเขาเหมือนกันชิงเอ่ยขึ้นมาก่อน

“เอาไว้หนูอุ่นค่อยไปเดินดูเองก็ได้ค่ะ”

“ไม่ได้จ้ะ ไปกับพี่เขาวันนี้แหละ”

แดนดินมองย่าแท้ๆ ขึงตาใส่แล้วถอนใจบอก “โอเคๆ ไปก็ไป”

“ถ้าเจอชาวบ้านเข้า จะบอกว่าคุณหนูอุ่นเป็นใครดีจ๊ะ นายไม่เคยพาใครไปเดินเล่นที่นาด้วยสิ ชาวบ้านเขาอาจคิดไปไกลนะ” ก้องหล้าที่กลับมาช่วยเก็บของถามขึ้นมาในตอนนั้น

“ถ้าใครถามก็บอกว่าหนูอุ่นเป็นหลานย่าก็ได้”

“ได้เหรอคะ” ฤทัยรักษ์ทำหน้าดีใจทันทีที่แม่นมเอ่ยจบ ดวงตาคู่สวยแดงก่ำด้วยความรู้สึกในใจ หลายปีมานี้คนใกล้ชิดล้วนจากเธอไปทีละคนๆ หลังจากบุพการีทั้งสองแล้วก็เป็นท่านลุงผู้อุปการะ ตอนนี้เธอมีแค่แม่นมสูงวัยที่รักมากๆ คนนี้อยู่ข้างกาย หากเป็นไปได้เธอก็อยากจะฝากตัวเป็นลูกหลานท่านไปเลย

เมื่อเห็นคุณหนูสุดที่รักอาการดีใจที่จะได้เป็นหลานสาวตนจนน้ำตาคลอ แม่นมคำแพงก็อ้าแขนออกด้วยสีหน้ายิ้มๆ “ทำไมจะไม่ได้ล่ะจ๊ะ มาๆ หลานสาวคนสวยมาให้ย่ากอดหน่อยคนดี”

ไม่รอช้าฤทัยรักษ์รีบขยับเข้าไปกอดหญิงสูงวัยไว้แน่น เรียกเสียงสั่นเครือ “คุณย่าขา...”

“โถ คนดีของย่า”

ย่าคำหอมที่อยู่ข้างๆ พลอยน้ำตาคลอตามอีกคน ขณะแดนดินกับก้องหล้าทำหน้างงใส่กัน

“จู่ๆ ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะนาย”

แดนดินยักไหล่ตอบลูกน้อง “เรื่องของน้ำตา เป็นเรื่องที่กูไม่เคยเข้าใจมันเลยว่ะ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักปักหัวใจ   พระจันทร์ล้อมรัก บทที่ 42

    เธียรวิชญ์ไม่ได้มีสีหน้าดีขึ้นเลย เพราะกำลังนึกถึงพระจันทร์อีกดวงของเขา พอเห็นคนสนิททั้งสองมองมาเป็นเชิงถาม จึงอดปรึกษาไม่ได้ “กูต้องทำไงวะ จันทร์ถึงจะเข้าใจว่ากูรักเขามากแค่ไหน”“แล้วที่นายหัวทำอยู่ มันไม่ดีเหรอครับ” เป็นภัทรชนม์ที่ถามกลับเธียรวิชญ์ส่ายหน้า “ถ้าดี จันทร์จะมีเวลาไปหาคนอื่นเหรอ”“อ้อ คุณจันทร์ไปหาคนอื่นนี่เอง”“เออ ทำไมไม่เอะใจบ้าง ว่าทุกอย่างที่กูทำบนเกาะนี้ก็เพื่อใคร ชื่อเกาะ ชื่อรีสอร์ต มันบอกทุกอย่างแล้วนี่นา กูแค่อยากให้จันทร์อยู่ในที่ปลอดภัยสักระยะแค่นั้นเอง ทำไมต้องประชดด้วยการควงคนอื่นด้วย เจ็ดปีที่ผ่านมากูยังไม่เคยควงใครประชดเลยสักคน พวกมึงก็เห็นๆ อยู่”“อ่า...” สองหนุ่มครางแล้วหันมาสบตากันเงียบๆ ก่อนภัทรชมน์จะเอ่ยขึ้น“ถ้าแฟนผมควงคนอื่นประชด ผมจะไปยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ทำให้เธอรู้ว่าคนที่เธอจะควงได้ต้องเป็นผมคนเดียว”“แสนดีจริงๆ ถ้าเป็นผมนะ จะตามไปจับมาปล้ำ เอาให้จำจนขึ้นใจว่าอย่าไปยุ่งกับใครหน้าไหนอีก” ชาติชายบอกด้วยสีหน้าขึงขังจนน่าหมั่นไส้“กูก็คิดเหมือนพวกมึง อยากจะเล่นใหญ่ให้จันทร์ไม่มีวันลืม แต่คนที่จันทร์ควงประชดกูดันเป็นตุ๊ดนะคะ!” เธียรวิชญ์เอ่ยอย่างอัดอ

  • รักปักหัวใจ   พระจันทร์ล้อมรัก บทที่ 41

    สะเทือนวงการไฮโซ ทายาทนักธุรกิจใหญ่ควงไฮโซสาวโปรไฟล์เลิศดินเนอร์หรูวงในบอกว่าทั้งคู่จะมีข่าวดีเร็วๆ นี้“ข่าวดีพ่องมึงสิ!” คนถูกเพื่อนที่กรุงเทพฯ กระหน่ำส่งข้อความหากลางดึกสบถออกมาหน้าตาบูดบึ้ง เมื่อเห็นภาพหนุ่มหล่อสาวสวยนั่งยิ้มหวานให้กันอยู่กลางร้านอาหารบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมหรูนี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน หอมจันทร์ของเขาไปนั่งทำอะไรอยู่ตรงนั้น!ไม่รอช้า เธียรวิชญ์รีบกดหาเบอร์หญิงสาวในมือถือทันที แต่แล้วก็ต้องสบถออกมาอีกครั้ง เมื่อเสียงเรียกเข้ามันดังออกมาจากลิ้นชักโต๊ะข้างเตียงเขานี่เองลืมไปว่าเขายังไม่ได้คืนโทรศัพท์ให้เธอ...ตืดๆตอนนั้นเอง มือถือพลันสั่นเตือนว่ามีสายเรียกเข้าพอดี ชายหนุ่มรีบก้มดูและชื่อที่โชว์บนหน้าจอก็ทำให้เขายิ้มออกทันที เพราะนอกจากหอมจันทร์ก็คงจะมีแต่คนนี้ ที่จะอธิบายเรื่องข่าวนี้แก่เขาได้“มึงโทรมาพอดีเลยตะวัน มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ ทำไมมีข่าวจันทร์หลุดออกมา น้องสาวมึงกำลังจะมีข่าวดีกับไอ้ตุ๊ดหน้าอ่อนนั่นเรอะ!” เขาเปิดฉากตวาดถามเสียงเขียวแบบอารมณ์มาเต็ม แต่เอกตะวันกลับถามกลับมางงๆ(“ตุ๊ดไหนวะ”)เธียรวิชญ์ไม่สนใจจะอธิบาย บอกเสียงเย็นเยียบ “มึงไม่ต้องถาม ตอบมาก็พอ ข

  • รักปักหัวใจ   พระจันทร์ล้อมรัก บทที่ 40

    นายหัวหนุ่มทำใจอยู่นานกว่าจะยอมกดรับสายคุณชายเอกตะวัน “มึงยังอยู่ดีใช่มั้ยตะวัน?”(“อ้อ ยังอยู่ดีค่ะ”)"อุ้ย!" เธียรวิชญ์สะดุ้งยกโทรศัพท์ออกห่าง “จันทร์เองเหรอคะ”(“คนใจร้าย”)สามคำสั้นๆ เท่านั้นที่เธอต่อว่าด้วยน้ำเสียงแง่งอน ทำเอาเธียรวิชญ์นึกว่าตัวเองหูฝาด เพราะแม่คุณของเขาไม่น่าจะมาโหมดนี้ “จันทร์...สบายดีนะคะ”(“อย่ามาทำเป็นถามหน่อยเลย ทำไมทำกับจันทร์แบบนี้คะ บอกกันดีๆ ก็ได้”)“บอกแล้วจันทร์ก็ดื้อไง”(“ไม่ได้ดื้อสักหน่อย!”)คนที่อยู่ปลายสายกรีดเสียงแหวกลับมาจนหูเขาแทบแตก“จ้ะๆ ไม่ดื้อก็ไม่ดื้อ”(“พี่เธียร...”)“หืม” เขาขานตอบเสียงเบาพลางเดินไปยืนมองวิวนอกหน้าต่างที่เป็นท้องทะเลกว้างใหญ่ ขวางกั้นเขากับเธอไว้นับพันกิโลเมตร(“ตอนนี้ไม่มีจันทร์ให้พะวงอยู่ข้างหลังแล้ว ก็ช่วยรักษาตัวเองให้ดีด้วยนะคะ”)เธียรวิชญ์อุ่นไปทั้งใจกับคำสั่งอันอ่อนหวานนี้ “จันทร์ไม่ต้องห่วง พี่สัญญาเลย...”หม่อมราชวงศ์เอกตะวันรับโทรศัพท์มือถือของตนคืนด้วยสีหน้าอึ้งๆ เพราะจากประสบการณ์แล้ว น้องสาวไม่น่ายอมให้อภัยง่ายๆ แบบนี้ เขาหรี่ตาถามทันที “ไหนบอกจะไม่ปล่อยให้ลอยนวลไง”“จันทร์ก็ไม่ได้ปล่อยไปสักหน่อย แต่จะให้ชำ

  • รักปักหัวใจ   พระจันทร์ล้อมรัก บทที่ 39

    ชั่วโมงต่อมาหม่อมราชวงศ์หอมจันทร์ก็ฝ่าวิกฤตรถติดและเลขาหน้าห้องเข้ามายืนสง่าอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของหม่อมราชวงศ์เอกตะวันอย่างสวยงาม“อธิบายมาค่ะ” เสียงหวานบอกสั้นๆ ตอนนั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของพี่ชายเจ้าของห้องในสูทสีเทาเข้มพยายามทำหน้านิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วโยนเผือกร้อนไปให้เธียรวิชญ์รับจบ “สั้นๆ นะจ๊ะ ไอ้เธียรบอกให้พี่ทำ”“หึ! เขาบอก พี่ก็ทำตาม ไม่คิดจะห้ามกันเลยเหรอคะ”“พี่ห้ามมันได้ที่ไหนเล่า”ปังหอมจันทร์ตบโต๊ะเสียงดังอย่างโมโห “พี่ชายห้ามพี่เธียรไม่ได้หรืออยากให้จันทร์กลับมาอยู่แล้วกันแน่ จันทร์ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าพี่ชายกับพี่เธียรคิดอะไรอยู่ นี่ไม่ใช่สมัยกุรงศรีอยุธยานะคะ ที่ผู้หญิงต้องหลบอยู่ในบ้านตอนผู้ชายออกไปสู้รบจบศึก นี่มันยุคโลกาพัฒนาไปหาดาวอังคารแล้วค่ะ ผู้หญิงสามารถทำอะไรได้ดีพอๆ กับผู้ชาย ยืนข้างเขาได้ ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไร จันทร์ไม่ได้คิดจะไปจับปืนผาหน้าไม้กับเขาหรอกนะ แค่อยากช่วยคิด ช่วยแก้ไข ช่วยเป็นกำลังใจอยู่ข้างๆ พี่กับเขากลับให้จันทร์มาอยู่ห่างเป็นพันกิโลแบบนี้”คุณชายตะวันแทบเก็กหน้านิ่งไม่อยู่ มือที่เงื้อขึ้นตบโต๊ะเมื่อกี้ เขานึกว่ามันจะฟาดเข้

  • รักปักหัวใจ   พระจันทร์ล้อมรัก บทที่ 38

    หอมจันทร์เห็นท่าทางเคร่งเครียดของหนุ่มๆ แล้วถอนใจเอ่ย “ก่อนจะกังวลเรื่องวันข้างหน้า ช่วยดูแลวันนี้ให้ดีก่อนเถอะค่ะ สภาพของทุกคนตอนนี้ บอกเลยว่าดีกว่าขอทานหน่อยเดียวเอง รีบๆ ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าดีกว่าค่ะ” ว่าแล้วหญิงสาวยังส่ายหน้ากับสภาพมอมๆ ของพวกเธียรวิชญ์“นั่นสิครับ ผมไม่โอเคกับเขม่าควันดำๆ นี่เลย” ชาติชายพยักหน้าเออออ แต่ดันถูกครรชิตแฉต่อหน้า“เมื่อก่อนมึงแทบไม่อาบน้ำเลยนะชาติ”“ตอนนี้ก็ไม่ค่อยอาบนะ” สุเมธร่วมวงซ้ำเติมชาติชายอีกคน ทำเอาหนุ่มหน้าใสถลึงตาใส่เพื่อน แต่เถียงไม่ออกสักคำเธียรวิชญ์ส่ายหน้าให้ลูกน้อง ขณะกำลังจะบอกให้พวกเขาไปอาบน้ำนอนกันได้แล้วนั่นเอง มือถือในกระเป๋ากางเกงก็สั่นเตือนว่ามีสายเรียกเข้า เมื่อเห็นชื่อคนที่โทรเข้ามาก็เผลอขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัวหอมจันทร์ที่อยู่ข้างๆ เห็นสีหน้าเขาก็ถามเสียงเบา “ใครโทรมาเหรอคะ”“ผู้กองมานพ”ชื่อนี้ทำให้ทุกคนหันมองเธียรวิชญ์เป็นตาเดียว นายหัวหนุ่มจึงกดรับสายและเปิดลำโพงให้ได้ยินพร้อมกัน “ว่าไงครับผู้กอง”(“ข่าวร้ายครับนายหัว”)“งานไม่สำเร็จเหรอผู้กอง” เธียรวิชญ์หรี่ตาถามกลับไปเสียงเข้ม(“เราพลาดครับ เรือที่นายหัวยงยุทธขับหนีไปพร้

  • รักปักหัวใจ   พระจันทร์ล้อมรัก บทที่ 37

    ปัง!ตอนนั้นเองที่พวกมันยิงเฉียดมาที่ต้นไม้ที่เขาใช้กำบังอยู่ ก่อนจะตะโกนบอกพรรคพวก“รีบฝ่าออกไปจากทีนี่ให้เร็วที่สุด!”จากนั้นพวกมันก็ระดมยิงเพื่อฝ่าออกไป มีการแบ่งคนส่วนหนึ่งยิงคุ้มกันให้พวกที่แบกลังไม้ลงเรือ น่าเสียดายที่ฝ่ายยิงคุ้มกันไม่แข็งแกร่งพอ ถูกแมทธิวกับสุเมธจัดการไปมากกว่าครึ่งในเวลาสั้นๆเธียรวิชญ์ที่จับตามองอยู่ในเงามืดเห็นแบบนั้นก็ไม่อยากเสียเวลาเอาล่อเอาเถิดกับพวกมันอีก ยกปืนในมือเล็งไปยังที่ตัวหัวหน้าของพวกมันปัง!กระสุนพุ่งเข้าเจาะบริเวณไหล่ซ้ายของหมอนั่นอย่างจัง แรงจนตัวมันสะบัดเซไปทางหนึ่ง หมวกแก๊ปยังหล่นหาย เผยให้เห็นใบหน้าคุ้นตาในแสงจันทร์สลัวเธียรวิชญ์แสยะยิ้มมองมือขวายงยุทธที่ยืนกุมไหล่อยู่หน้าหาด “นึกว่าใครที่ไหน ที่แท้ก็คนกันเองนี่หว่า แผลนั่นถือว่าเป็นของขวัญต้อนรับที่มึงกล้าบุกมาถิ่นกูแล้วกันนะ""มึง!""ไม่โกรธสิ รีบไสหัวกลับไปหานายหัวของมึงเถอะ ฝากบอกมันด้วยว่ากูขอให้โชคดีนะ”ขณะที่คนสนิทของยงยุทธยังระวังตัว ไม่คิดว่าเธียรวิชญ์จะปล่อยพวกตนไปง่ายๆ อย่างนี้ ทางด้านเธียรวิชญ์ก็สั่งให้คนถอนกำลังถอยร่นกลับเข้ามาบนเกาะแล้วที่เขาปล่อยพวกมันไปง่ายๆ ก็เพราะที่นี

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 4

    วันนั้นฤทัยรักษ์จำต้องตามแดนดินไปสำรวจ ‘บ้านของย่า’ เธอไม่อยากทำตัวเรื่องมาก มาอาศัยเขา เขาจะเปิดบ้านให้ดูก็ต้องตามไปดูละไหนเลยจะรู้ว่า ‘บ้านของย่า’ นั้นกว้างใหญ่เพียงใด เดินอยู่นานค่อนวันก็ยังไม่ทั่วดวงตาสีน้ำตาลสวยมองทุ่งนาโล่งกว้างสุดลูกหูลูกตาที่ถูกแบ่งด้วยคันนาจนกลายเป็นช่องสี่เหลี่ยมเล็กใหญ

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 2

    หลังจากทักทายทำความรู้จักกันคร่าวๆ แล้ว คำแพงจึงเอ่ยเข้าเรื่องที่ทำให้พวกตนมาอยู่ที่นี่ “คุณพี่คงจะสงสัยว่าทำไมพวกเราถึงมาขอรบกวนถึงที่นี่ ก็อย่างที่บอกไปตั้งแต่ต้นนั่นแหละค่ะ มันมีปัญหาบางอย่างที่ทำให้พวกเราอยู่ที่กรุงเทพฯ ไม่ได้ชั่วคราว อยากจะขอมาหลบอยู่ที่นี่ก่อนสักพัก ขอให้คุณพี่เห็นใจด้วยเถอะค

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 1

    เมื่อเอ่ยถึงหมู่บ้านเล็กๆ ในพื้นที่ห่างไกลจากเมืองหลวงอย่างหมู่บ้านนาทองคำแล้ว ที่นั่นคือแหล่งผลิตและส่งออกข้าวหอมมะลิคุณภาพดีของประเทศ มีประชากรอาศัยอยู่ไม่กี่ร้อยหลังคาเท่านั้น แต่นาข้าวที่อยู่ล้อมรอบหมู่บ้านกลับมีพื้นที่นับพันไร่ เกินกว่าครึ่งของที่นาเหล่านั้นเป็นของ คุณย่าคำหอม ทรัพย์มหาศาล เศร

  • รักปักหัวใจ   บทนำ

    “ไสว่าสิบ่ถิ่มก๊าน ไสว่าสิมี๊กานและก๊าน ไสว่าสิฮักแพงก๊าน ไสว่าสิมีก๊านตลอดปายยยย”เสียงลูกคอที่มีเอกลักษณ์ด้านลบดังออกมาจากเถียงนาน้อยหลังหนึ่งกลางทุ่ง ฟังจากลักษณะแล้วเจ้าของเสียงได้เข้าถึงอารมณ์ส่วนลึกไปแล้ว จึงได้แหก...เอ่อ...ส่งเสียงร้องดังขึ้นเรื่อยๆ“ไสว่าสิบ่แบ่งจาย ไสว่า..."คนอยู่ในกระท่อ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status