Share

บทที่ 3

last update Huling Na-update: 2025-12-03 16:19:59

เสียงไก่ขันตอนเช้ามืดปลุกฤทัยรักษ์ตื่นขึ้นมา แสงรำไรที่ทอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาในห้องพร้อมลมจากธรรมชาติ ทำให้เธอจำได้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหน

เรือนคำหอม...

หญิงสาวค่อยๆ บิดตัวไล่ความง่วงงุน พอดีกับเสียงเคาะประตูเรียกดังขึ้น

“ก๊อกๆ หนูอุ่น ตื่นหรือยังลูก”

เสียงที่ฟังดูสดใสนั้นสร้างความแปลกใจคนในห้องไม่น้อย ด้วยจำได้ว่าเป็นเสียงของย่าคำหอม มือบางรีบเก็บผ้าห่ม ลูบหน้าลูบผมให้ดูเรียบร้อยแล้วจึงเดินไปเปิดประตู

คนยืนรออยู่ผลิยิ้มส่งให้ “ย่ามากวนหนูหรือเปล่าลูก”

“ไม่กวนค่ะ คุณย่ามีเรื่องอะไรจะให้หนูอุ่นทำหรือเปล่าคะ”

“ย่ามาเรียกไปใส่บาตรจ้ะ”

“อ๋อ ได้เลยค่ะ ขอหนูอุ่นจัดการตัวเองก่อนนะคะ เสร็จแล้วจะรีบตามไปค่ะ” ฤทัยรักษ์ตอบรับทันที เริ่มต้นเช้าวันแรกด้วยการสร้างบุญก็ดีเหมือนกัน

คนมาชวนได้คำตอบที่พอใจแล้วก็ทำไม้ทำมือบอกให้หญิงสาวไปจัดการตัวเอง “เสร็จแล้วลงไปที่ถนนหน้าเรือนเลยนะลูก”

“ค่ะ” เธอยิ้มตอบ มองหญิงชราเดินยิ้มแต้จากไปด้วยความรู้สึกแปลกๆ บอกไม่ถูก

เช้านี้คุณย่าจะสดใสเกินไปไหม...

ฤทัยรักษ์รีบล้างหน้าแปรงฟันเปลี่ยนเสื้อผ้า ผมยาวประบ่าถูกรวบไว้ไม่ให้ยุ่ง เผยใบหน้าหมดจดสะอาดตา เธอมองซ้ายมองขวาตรวจความเรียบร้อยในกระจกแล้วค่อยเดินไปหาพวกคุณย่าที่หน้าเรือน ไม่คิดว่าพ้นบันไดเรือนมาจะเห็นคนสองคนกำลังช่วยกันปีนเก็บดอกพุดซ้อนสีขาวจากต้นที่ขึ้นอยู่ข้างรั้วอย่างทุลักทุเล เธอแอบลังเลว่าจะเดินผ่านไปเลยหรือเข้าไปช่วยดี ดูจากท่าทีของสองคนนี้ในคืนที่ผ่านมาแล้ว...

ไม่ยุ่งด้วยดีกว่า!

“สูงอีกนาย ดอกนั้นมันไม่สวย”

“ดอกไหนล่ะ มันก็เหมือนกันหมดไม่ใช่เรอะ”

“ดอกสูงๆ นั่นไงนาย”

“นี่ก็สุดแขนกูแล้ว มึงจะเอาสูงแค่ไหนอีก ขึ้นมาเก็บเองเลยไหมล่ะ” แดนดินหันกลับไปบอกก้องหล้าเสียงดัง ลูกน้องตัวดีดันหันมองไปทางอื่น พอมองตามก็เห็นสาวตัวเล็กกำลังเดินผ่านไป เขายังไม่ทันว่าอะไร ก้องหล้าก็ร้องเรียกทางนั้นแล้ว

“คุณมาพอดีเลย ช่วยนายเก็บดอกไม้หน่อยนะ ผมจะไปช่วยยายตั้งโต๊ะ” บอกเร็วๆ แล้วเขาก็เดินหนีเลย ปิดโอกาสไม่ให้ฤทัยรักษ์ปฏิเสธอย่างนั้น

“ให้ฉันช่วยเก็บเหรอคะ” ฤทัยรักษ์เงยหน้าถามแดนดินอย่างเสียไม่ได้ เมื่อกี้เธอเกือบจะเดินพ้นอยู่แล้ว ก้องหล้าดันหันมาเห็นเข้าพอดี

แดนดินที่ถูกลูกน้องทิ้งไปดื้อๆ ตวัดสายตาถาม “ทำได้ไหมล่ะ”

ดวงตากลมโตมองต้นดอกพุดซ้อนที่สูงเลยหัวคนถามอย่างประเมิน แล้วเหลียวมองหาตัวช่วย พอเห็นเก้าอี้ไม้อยู่ใต้ต้นไม่ไกล จึงเดินไปยกมา

“จะทำอะไรน่ะ”

“ก็เก็บดอกพุดไงคะ” ว่าแล้วเธอก็เงยหน้ามองหาบริเวณที่มีดอกพุดออกเยอะๆ เพื่อปีนขึ้นไปเก็บมัน

“ไม่ต้อง! เดี๋ยวได้ตกลงมากันพอดี” แดนดินบอกปัดเสียงเข้ม

ฤทัยรักษ์ไม่สนใจเขา หาจุดดีๆ ได้แล้วก็ก้าวขึ้นไปยืนบนเก้าอี้อย่างคล่องแคล่ว แต่ยังไม่ทันได้เอื้อมมือไปเก็บ เสียงสดใสของย่าคำหอมพลันร้องถามมาแต่ไกลๆ ก่อน

“ทำอะไรกันอยู่จ๊ะ พระท่านตั้งแถวเดินมาแล้วนะ”

“ไม่มีอะไรจ้ะ ดินกำลังมองหาดอกไม้สวยๆ อยู่” แดนดินร้องตอบคนเป็นย่า แต่สายตาไม่ละจากร่างเล็ก กลัวว่าเธอจะตกลงมาจริงๆ

“ที่สวยๆ มันอยู่ข้างบนแน่ะ ดินก็ช่วยหนูอุ่นเก็บหน่อยสิ”

หลานชายได้ยินแล้วทำหน้ายุ่ง แต่สักพักก็ขยับตัวเข้าไปใกล้ร่างเล็กอย่างไม่มีทางเลือก

“เอ๊ะ! คุณจะทำอะไรน่ะ นี่!” ฤทัยรักษ์ร้องด้วยความตกใจ เมื่ออยู่ดีๆ พ่อคนหน้าหล่อแต่ชอบทำหน้าบึ้งก็เข้ามาอุ้มเธอขึ้นนั่งบนบ่า

“เงียบๆ ซิ! แล้วเหลือกตามองหาดูว่ามีช่อไหนสวยก็เก็บลงมา”

“เหอะ!” ด้วยความหมั่นไส้ มือน้อยๆ ที่จับคอหนาเอาไว้เลยเลื่อนไปดึงผมดกดำของเขาเต็มกำมือ

“โอ๊ย!”

กว่าจะได้ดอกไม้มาใส่บาตร หนังศีรษะของแดนดินก็แทบจะลุกเป็นไฟด้วยความเจ็บ แต่ฤทัยรักษ์เองถูกพาเดินเบียดพุ่มไม้จนมีสภาพยุ่งเหยิงไม่แพ้กัน ย่าคำหอมเห็นเข้าก็ส่งเสียงแซวมาเลย

“ตายแล้ว นี่เก็บดอกไม้อยู่หน้าบ้านหรือเข้าไปเก็บในป่ากันจ๊ะ”

ฤทัยรักษ์มองค้อนขวับใส่พ่อตัวร้าย มือก็ค่อยๆ ปัดใบไม้ออกจากตัวโดยมีคำแพงมาช่วยปัดออกให้อีกคน

“หมดกันเลย คุณหนูอุ่นของนม”

“ก็หลานชายของนมแหละ แกล้งหนูอุ่น” เธอฟ้องคุณนมที่เอ่ยล้อเสียงกลั้วหัวเราะอีกคน

แดนดินได้ยินแบบนั้นก็ถลึงตาใส่ “เธอแกล้งฉันก่อนนะ” ตัวเองดึงผมคนอื่นขาดไปไม่รู้กี่เส้นต่อกี่เส้น ยังกล้าฟ้องผู้ใหญ่อีก

“ไม่เอา ไม่ทะเลาะกัน พระท่านเดินมาโน่นแล้ว”

คนเป็นย่าบอกพลางสบตาน้องสาวยิ้มๆ จัดแจงให้หนุ่มสาวมายืนข้างกัน แม้ฤทัยรักษ์กับแดนดินจะไม่เต็มใจก็ต้องยอม เพราะพระท่านเดินมาใกล้แล้ว

เมื่อมือเรียวของฤทัยรักษ์คว้าถุงกับข้าวขึ้นมา ย่าคำหอมก็ดึงมือแดนดินไปกุมมือเธอไว้อีกที

“คุณย่า!” หลานชายแอบหันมาโวยเบาๆ แต่ไม่ดึงมือออก

“สิจ๊ะ พระท่านรออยู่นะ”

เห็นแก่พระสงฆ์ที่ยืนรออยู่ แดนดินกับฤทัยรักษ์จึงยอมสงบศึกจับมือกันใส่บาตร เริ่มจากข้าวและกับ ต่อด้วยขนมหวาน จากนั้นจึงวางดอกไม้ที่ช่วยกันเก็บลงไปที่ฝาบาตร ช่วยกันวางช่วยกันใส่จนเสร็จเรียบร้อยจึงสะบัดมือออกจากกัน

“เดี๋ยวกินข้าวเช้าเสร็จดินก็พาน้องไปเดินเล่นดูอะไรรอบๆ ที่นาของเราหน่อยแล้วกัน จะได้รู้จักที่ทางไว้บ้าง” ย่าคำหอมบอกหลานชายขณะช่วยกันขนของกลับขึ้นเรือน นี่เป็นแผนยิงปืนได้นกสองตัวที่ท่านเพิ่งคิดได้สดๆ

หนึ่งคือได้ดูท่าทีของฤทัยรักษ์หลังจากได้เห็นอาณาจักรของท่าน

สองคือได้แกล้งหลานชาย!

“แค่พาไปเดินดู ไอ้ก้องก็พาไปได้นี่จ๊ะ” แดนดินบอกหน้าบูด

“ให้เจ้าก้องพาไปจะรู้เรื่องอะไร ดินนั่นแหละพาน้องไป”

แดนดินยังจะค้าน แต่ฤทัยรักษ์ที่ไม่อยากไปกับเขาเหมือนกันชิงเอ่ยขึ้นมาก่อน

“เอาไว้หนูอุ่นค่อยไปเดินดูเองก็ได้ค่ะ”

“ไม่ได้จ้ะ ไปกับพี่เขาวันนี้แหละ”

แดนดินมองย่าแท้ๆ ขึงตาใส่แล้วถอนใจบอก “โอเคๆ ไปก็ไป”

“ถ้าเจอชาวบ้านเข้า จะบอกว่าคุณหนูอุ่นเป็นใครดีจ๊ะ นายไม่เคยพาใครไปเดินเล่นที่นาด้วยสิ ชาวบ้านเขาอาจคิดไปไกลนะ” ก้องหล้าที่กลับมาช่วยเก็บของถามขึ้นมาในตอนนั้น

“ถ้าใครถามก็บอกว่าหนูอุ่นเป็นหลานย่าก็ได้”

“ได้เหรอคะ” ฤทัยรักษ์ทำหน้าดีใจทันทีที่แม่นมเอ่ยจบ ดวงตาคู่สวยแดงก่ำด้วยความรู้สึกในใจ หลายปีมานี้คนใกล้ชิดล้วนจากเธอไปทีละคนๆ หลังจากบุพการีทั้งสองแล้วก็เป็นท่านลุงผู้อุปการะ ตอนนี้เธอมีแค่แม่นมสูงวัยที่รักมากๆ คนนี้อยู่ข้างกาย หากเป็นไปได้เธอก็อยากจะฝากตัวเป็นลูกหลานท่านไปเลย

เมื่อเห็นคุณหนูสุดที่รักอาการดีใจที่จะได้เป็นหลานสาวตนจนน้ำตาคลอ แม่นมคำแพงก็อ้าแขนออกด้วยสีหน้ายิ้มๆ “ทำไมจะไม่ได้ล่ะจ๊ะ มาๆ หลานสาวคนสวยมาให้ย่ากอดหน่อยคนดี”

ไม่รอช้าฤทัยรักษ์รีบขยับเข้าไปกอดหญิงสูงวัยไว้แน่น เรียกเสียงสั่นเครือ “คุณย่าขา...”

“โถ คนดีของย่า”

ย่าคำหอมที่อยู่ข้างๆ พลอยน้ำตาคลอตามอีกคน ขณะแดนดินกับก้องหล้าทำหน้างงใส่กัน

“จู่ๆ ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะนาย”

แดนดินยักไหล่ตอบลูกน้อง “เรื่องของน้ำตา เป็นเรื่องที่กูไม่เคยเข้าใจมันเลยว่ะ”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 67 ( ตอนจบ )

    เด็กๆ เพิ่งจะหลับกัน พอถูกแม่อุ้มขึ้นก็ยิ้มตาปรืออย่างน่าเอ็นดูแฝดพี่เทวินทร์นั้นเลี้ยงง่าย ยอมให้แม่อุ้มไปวางลงในคอกเด็กแต่โดยดี แม่ตบก้นกลมกล่อมไม่กี่ทีก็เคลิ้มหลับไปอีก แฝดน้องเทวากลับไม่ง่าย ระหว่างที่แม่เอาพี่ไปนอน เขาก็นอนอมนิ้วมือเล่นรออยู่เงียบๆ พอแม่กลับมาอุ้มก็คว้าหมับเข้าที่คอเสื้อของแม่ ไม่ยอมลงไปนอนในคอกเด็ก ตากลมแป๋วมองแม่พลางดูดปากดุนลิ้นบอกใบ้ฤทัยรักษ์ย่อมมองออกว่าลูกต้องการอะไร “ยังไม่อิ่มอีกหรือจ๊ะ ทำไมหนูกินเก่งจังเลยล่ะลูก” เธอเอ่ยเย้า แกล้งหย่อนร่างเล็กวางลงในคอกอีกครั้ง คราวนี้เจ้าอ้วนของเธอถึงกับดิ้นปัดๆ ร้องไห้จ้าออกมาลั่นห้อง ดึงกลับขึ้นมาแทบไม่ทัน “โอ๋ๆ แม่ไม่แกล้งน้องวาแล้ว เงียบๆ ก่อนเดี๋ยวพี่วินตื่นนะลูก”เทวินทร์ที่นอนฝันหวานไปแล้ว “...”เมื่อโอ๋ยังไงเทวาก็ไม่หยุดร้อง ฤทัยรักษ์จึงต้องนั่งลงริมเตียงแล้วเปิดเสื้อขึ้นให้พ่อหนูน้อยดื่มนมจากอก ไม่รู้เลยว่าสามีที่ตื่นมาเพราะเสียงร้องจ้าของลูกกำลังมองตาเป็นมัน“เด็กดี อิ่มแล้วก็นอนละลูกนะ” เธอโยกตัวกล่อมเจ้าตัวเล็ก“อึก!”ลูกชายตอบรับแม่ด้วยการเพิ่มแรงดูดนมลงคออึกใหญ่“ค่อยๆ เดี๋ยวก็สำลักพอดี อุ๊ย!”“ลูกดูดแรง

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 66

    สี่ปีผ่านไป...เรือนคำหอมในเวลานี้เต็มไปด้วยทายาทตัวน้อยๆ ของแดนดินกับฤทัยรักษ์ หนึ่งปีหลังจากที่ทั้งคู่แต่งงานกัน เด็กหญิงนรีกานต์ ก็ถือกำเนิดขึ้น คลานตามมาติดๆ ในอีกหนึ่งปีให้หลังคือ เด็กชายคเชนทร์ ปิดอู่ด้วยคู่แฝดเด็กชายเทวินทร์และเทวา นับจำนวนแล้วก็เกือบตรงเป้าที่แดนดินเคยขอไว้อย่างน่าอัศจรรย์นรีกานต์หรือหนูนาวัยสองขวบกว่านั้นหน้าตาน่ารักและขี้อ้อนมาก ผู้ใหญ่จึงดุไม่ค่อยลงคเชนทร์หรือช้างวัยขวบครึ่งก็อ้วนตุบกำลังหัดเดินหัดพูด เวลาอ้อแอ้ๆ ออกมาผู้ใหญ่ก็หลงจนแทบจะทูนหัวให้ทุกอย่างคู่แฝดเทวดาวินนี่กับวาวาเพิ่งคลอดได้ห้าเดือน แค่นอนเฉยๆ ก็น่ารักแล้วระหว่างที่ฤทัยรักษ์ตั้งท้องและคลอดน้องออกมาคนแล้วคนเล่าอยู่นี้ เด็กชายก้องภพและเด็กหญิงกรองขวัญก็ถูกแดนดินเลี้ยงดูด้วยตัวเอง ทางหนึ่งก็วางตัวเป็นพี่ใหญ่ช่วยมามี้เลี้ยงน้องๆ ไปด้วย ย่าทวดกับคนเป็นแม่เห็นแล้วเอ็นดูนักเดี๋ยวนี้เวลาไปไหนมาไหนคนเรือนคำหอมจะหอบกันไปทั้งเด็กและคนชรา ดีที่เหล่าย่าทวดยายทวดยังแข็งแรงดีทุกคน เพราะแดนดินให้ไปพบหมอทุกครึ่งปี ขนาดคำแพงที่ย้ายไปดูแลลูกให้หอมจันทร์ที่เกาะเคียงจันทร์ตั้งแต่สองปีก่อนยังถูกเขาบังคับให้ไป

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 65

    “วันนี้หนูอุ่นดีขึ้นแล้วจริงๆ ค่ะ ไว้ไปหาหมอพรุ่งนี้ก็ได้ พี่ดินเลิกงานกลับมาแบบนี้ คงจะมืดมากแล้ว หนูอุ่นไม่อยากไปโรงพยาบาลตอนกลางคืน” คนพอจะรู้ว่าตัวเองเป็นอะไรเอ่ยห้ามเสียงอ่อน อาการนี้เธอเป็นมาหลายวันแล้ว แต่เพิ่งมาหนักเอาวันนี้แหละ“เอางั้นเหรอ”“ค่ะ นี่อาบน้ำแล้วเหรอคะ ตัวห้อมหอม” ฤทัยรักษ์ยื่นหน้าไปดมกลิ่นหอมบนตัวสามี มันหอมสดชื่นจนอาการเวียนหัวดีขึ้นเยอะเลยคนอาบน้ำจนตัวหอมฟุ้งอมยิ้มกริ่มทิ้งตัวลงนอนกอดร่างบางไว้หลวมๆ บอกเสียงเอาใจ “หอมให้เต็มที่เลยจ้ะ พี่ฟอกสบู่มาทุกซอก”“ใช่สบู่อะไรคะ ทำไมวันนี้มันหอมจัง”“ก็อันเดิมแหละ”“อือ...”แดนดินชะโงกหน้าขึ้นดูคนทำท่าจะหลับคาอกเขา “นี่จะหลับอีกแล้วเหรอ พี่ว่าไม่ค่อยดีแล้วนะ พี่เรียกหมอมาที่เรือนเลยดีกว่า”“งือ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เป็นอาการปกติของคนท้องน่ะ”“แบบนี้ไม่ปกติเลย คนท้องที่ไหน...” เขาเงียบไปทันทีที่เข้าใจว่าเมียพูดอะไร รีบยันตัวลุกขึ้นถามตาเป็นประกาย “หนูอุ่นจะบอกว่าเบบี๋ของเรากำลังมาแล้วเหรอ”ฤทัยรักษ์หัวเราะเสียงเบา ลุกขึ้นจับมือใหญ่มาลูบท้องที่ยังแบนราบ “เบบี๋ของเราอยู่ในนี้แล้วค่ะ”“ทูนหัว!” แดนดินจูบเมียแรงๆ ในที่สุดเราก็จ

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 64

    “เด็กๆ ทางนี้เรียบร้อยแล้ว” เธียรวิชญ์ตะโกนเรียกลูกทีม เห็นท่าทีกระวนกระวายของเพื่อนแล้วก็สมน้ำหน้าและสงสารไปพร้อมกัน“พี่ชายพร้อมจะเล่าแล้วเหรอคะ”หอมจันทร์กับฤทัยรักษ์เดินเข้ามานั่งลงประกบข้างพี่ชายทันที“...” เอกตะวันยิ่งมุดหน้าลงต่ำกว่าเดิม สองสาวสบตายิ้มๆ ตอนนี้คุณย่าคุณยายพาเด็กๆ ออกไปเดินย่อยอาหารเช้าอยู่ที่สวนข้างล่าง แดนดินก็ยังไม่ตื่น พวกเธอสามารถสอบสวนได้เต็มที่!“พี่ชายขา ทำไมอกหักซ้ำๆ จากผู้หญิงคนเดียวได้คะ ไหนบอกพวกเรามาซิ”“ไม่ได้อกหัก...”“แต่อกพัง” หอมจันทร์ต่อให้ ขณะที่ฤทัยรักษ์นั่งยิ้มแหยคนโดนเมียทิ้งถอนใจบอก “อย่ามาถามอะไรเลย ไม่พร้อมเล่า”“ขนาดนี้แล้วมึงก็พูดๆ มาเถอะ จะได้แยกย้ายกันไปเตรียมตัวกลับบ้าน อย่าลืมว่าพวกกูต้องต่อเครื่องไปลงที่ใต้อีกนะ”“กูไม่ได้อกหัก! หน้ากูเขายังไม่อยากจะมองเลย ที่เสียใจอยู่นี่ไม่ได้อกหัก กูน้อยใจที่เขาทิ้งกูไปอยู่!” เอกตะวันเงยหน้าขึ้นมาตะโกนบอกให้มันจบๆ ไป “ทีนี้อยากถามอะไรก็ถามมา จะกินข้าวแล้ว หิว!”“พี่ชายไปเจอพี่ปานได้ยังไงคะ เขาหายไปไหนตั้งหลายปี ทำไมเราตามหาไม่เจอเลย” น้องสาวถามด้วยแววตาตื่นเต้น“เจอโดยบังเอิญเมื่อหลายเดือนก่อ

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 63

    “อ่า...หนูอุ่นว่าอะไรนะจ๊ะ!”“เร็วๆ ค่ะ” ฤทัยรักษ์ที่ทรมานกับจังหวะเนิบช้าผิดปกติของสามีปรือตาเว้าวอน “ช่วยขยับให้เร็วๆ ได้ไหมคะ หนูอุ่นง่วงนอนแล้ว”“แต่คืนนี้พี่อยากให้นุ่มนวล...”เมื่อเขายังรีรอ เธอเลยดึงร่างสูงลงมานอนแล้วปีนขึ้นไปนั่งคร่อมเอวสอบเอาไว้แทน“ไม่เอานุ่มนวล อยากเอาเร็วๆ เหมือนเดิม” กระซิบเสียงหวานแล้วก็แนบตัวลงไปจูบปิดปากเขาทั้งที่ยังนั่งคร่อมนั่นละ จะมานุ่มนวลอะไรเอาตอนนี้ ทุกคืนเห็นกระแทกเอาๆ ลีลานักก็อยู่ข้างล่างไป เธอจะอยู่ข้างบนเอง!แดนดินที่หวังดีไม่ได้ดีทำได้เพียงครางเสียงต่ำ เมื่อเมียแนบตัวลงมาจูบพร้อมๆ กับโนมเนื้อเบียดแผ่นอกกว้าง ไหนจะสะโพกอวบที่กำลังระรานแท่งเนื้อร้อนๆอ่า...เมียเขากะเล่นให้ตายคาอกจริงๆ หรือนี่! ในหัวคิดอย่างนั้น แต่มือกลับเลื่อนไปจับสะโพกอวบกดลงหาแท่งเนื้อที่ตื่นตัวเต็มที่ กดช้าๆ ผลุบๆ โผล่ๆ ไม่ยอมเข้าไปเติมเต็มสักทีฤทัยรักษ์ทนไม่ไหว ถอนจูบออกมาครางเสียงดังกับการกระทำที่แสนทรมานของสามี ภาพที่เธอแอ่นโค้งอยู่บนตัว เล่นเอาแดนดินแทบดิ้นพล่านแม่คุณเอ๊ย!นอนข้างล่างว่าน่าฟัดแล้ว อยู่ข้างบนน่าฟัดกว่าเป็นไหนๆ“หนูอุ่นอยากทำอะไรพี่ก็ทำเลยจ้ะ เอาเล

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 62

    เสียงหวานครางในคอ เมื่อสามีบดจูบลงมาดื้อๆ แต่ก็ไม่ได้หลบเลี่ยง ยอมให้ริมฝีปากบางเฉียบนั่นบดเบียดกลีบปากอิ่มตามแต่ใจต้องการ เป็นนาทีกว่าเขาจะถอนปากออกไป ถึงตอนนี้เสื้อผ้าของเธอก็เหลือแค่ชิ้นเล็กๆ บนล่างแล้ว“คำถามต่อไปเลยจ้ะ”ฤทัยรักษ์ค้อนขวับใส่คนปากเจ่อไม่ต่างกัน แต่เสื้อผ้ายังอยู่ครบทั้งบนล่าง“เร็วจ้ะ พี่อยากจูบ เอ๊ย! อยากตอบแล้ว”“คนหื่น!” นิ้วเรียวสวยบีบจมูกโด่งของเขาอย่างมันเขี้ยว ก่อนจะถามต่อ “แล้วทำไมพี่ปานถึงทิ้งพี่ชายไปคะ พี่ดินรู้ไหม”“รู้!” ตอบแค่นั้นแล้วขาก็โมเมก้มลงไปจูบเธอยื้อหน้าหนีทันควัน “ยังไม่ได้สิคะ ตอบสั้นแบบนี้ไม่นับ!”แดนดินทำปากยื่นเถียงแบบข้างๆ คูๆ “ก็หนูอุ่นถามว่ารู้ไหม พี่ก็ตอบว่ารู้ไง”“อย่ามาเฉไฉ”“โอเคๆ ก็เรื่องเข้าใจผิดนั่นแหละ แต่ลึกไปกว่านั้นเราไม่รู้ ปานไม่ยอมบอกอะไรให้ใครรู้เลย พี่จำได้ว่าช่วงแรกๆ ที่ปานกลับไทยน่ะมีสภาพเหมือนนกปีกหักดีๆ นี่เอง เอาแต่ร้องไห้ทุกวันๆ จนพวกเราต้องหางานให้ทำ สุดท้ายก็มานั่งบริหารโรงแรมให้ย่านี่แหละ พี่ถึงได้บอกว่าเรื่องมันละเอียดอ่อน พวกเขาเลิกกันไม่ดีแบบนี้ ปานเองก็เจ็บไม่น้อยกว่าคุณชายหรอก” ขณะที่เขาเล่า มือก็ไม่ได้อย

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status