แชร์

บทที่ 3

ผู้เขียน: จิ่วเฟิง
“ทีนี้รู้หรือยังล่ะ?”

ลู่เยี่ยนทำสีหน้าราวกับรู้อย่างนี้แต่แรกก็คงไม่เป็นแบบนี้และมองฉัน “บางครั้งการรีบตัดไฟแต่ต้นลมก็เป็นทางเลือกที่ฉลาดกว่านะ”

ฉันพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย “อืม ถึงเวลาต้องตัดไฟแล้วจริง ๆ”

เขาพอใจกับปฏิกิริยาของฉันมาก และชมฉันอย่างที่ไม่ค่อยได้ทำ “ถ้าคุณว่าง่ายสอนง่ายแบบนี้ไปตลอดก็คงดี”

พอเช็กบิลเสร็จ ก็เดินออกจากประตูร้าน

ใต้แสงไฟริมถนน หิมะปุยหนาโปรยปรายลงมา

ฉันกับสวี่เหยายืนเคียงข้างกัน โดยมีลู่เยี่ยนยืนบังอยู่ด้านหน้าของสวี่เหยา

ลมเหนืออันเหน็บหนาวพัดบาดลงบนใบหน้าของฉันราวกับคมมีด

หนาวจนฉันสั่นไปทั้งตัว

ลู่เยี่ยนช่วยติดกระดุมเม็ดสุดท้ายบนเสื้อคลุมให้สวี่เหยา ก่อนจะขยับก้าวมาตรงหน้าฉัน

เขาถอดผ้าพันคอของตัวเองมาสวมให้ฉัน “ดึกมากแล้ว อาเหยาเดินกลับบ้านคนเดียวกลางคืนมันอันตราย ผมจะไปส่งเธอ คุณถึงห้องเก็บของเสร็จก็รีบนอนเลยนะ ไม่ต้องรอผม”

บ้านของสวี่เหยาอยู่คนละทิศกับบ้านของฉัน แต่ระยะทางก็พอ ๆ กัน

ฉันชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนเรียกเขา

“ลู่เยี่ยน”

ลู่เยี่ยนกุมมือสวี่เหยา แล้วก้าวลงจากบันได

เสียงของฉันจมหายไปในเสียงลมหวีดหวิว

ถนนจับตัวเป็นน้ำแข็งทำให้ลื่นเป็นพิเศษ

ระยะทางเพียงหนึ่งกิโลเมตรใกล้เกินไป ไม่มีรถคันไหนยอมรับงาน

คิดไปคิดมา ฉันจึงตัดสินใจเดินกลับเอง

หนึ่งกิโลเมตรไม่ถือว่าไกล

แต่ในสภาพที่หิมะตก ลมหนาวพัดแรง แถมพื้นถนนยังลื่นขนาดนี้ มันกลับยากลำบากเป็นพิเศษ

หิมะทำให้เส้นผมเปียกชื้น ส่วนลมเหนือก็พัดจนใบหน้าเจ็บแสบ

ล้มลงไป ก็ลุกขึ้นมา แล้วก็ล้มอีก แล้วก็ยันตัวลุกขึ้นใหม่

ไม่รู้ว่าต้องทำแบบนี้ซ้ำไปกี่ครั้ง

ทั้งมือและก้นของฉันเจ็บไปหมดจากการล้ม

ในที่สุดฉันก็ล้มลุกคลุกคลานมาจนถึงประตูทางเข้าหมู่บ้าน

แต่ทันทีที่ก้าวเข้าไปในประตูหมู่บ้าน เท้าก็ลื่นอีกครั้งจนล้มลง

ฉันตั้งสติพักหนึ่ง กำลังจะยันตัวลุกขึ้น โทรศัพท์ก็ดังขึ้น

ฉันหยิบโทรศัพท์ออกมาดู เป็นลู่เยี่ยนนั่นเอง

“เจียงเหยียน ถนนทั้งลื่นทั้งเปียก ถ้าไม่มีผมอยู่ด้วย ไม่รู้ว่าอาเหยาจะต้องล้มไปกี่รอบ”

ขอบตาของฉันร้อนผ่าวขึ้นมา

“อาเหยาตัดสินใจว่าจะไม่กลับบ้านแล้ว จะนอนค้างที่โรงแรมสักคืน เขาเป็นผู้หญิงนอนโรงแรมคนเดียวมันไม่อันตราย ผมเลยต้องอยู่เป็นเพื่อนเขา โทรมาบอกคุณไว้ก่อน จะได้ไม่ต้องรอ”

“ลู่เยี่ยน มาช่วยฉันเป่าผมหน่อยสิ”

เสียงของสวี่เหยาดังแทรกผ่านลำโพงโทรศัพท์เข้ามา

“ลู่เยี่ยน” เสียงของฉันสะอื้นจนแทบควบคุมไม่อยู่

คำถามที่ไม่ได้ถามออกไปตรงหน้าร้านหม้อไฟเมื่อครู่ ฉันอดใจไม่ไหวจนต้องเอ่ยปากถามออกไป

“นายเคยคิดบ้างไหมว่าฉันก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง แถมยังเป็นแฟนของนายด้วย การเดินกลับบ้านบนถนนเปียกลื่นคนเดียวในตอนกลางคืนมันจะปลอดภัยไหม จะล้มหรือเปล่า?”

สิ่งที่ตอบกลับฉันมีเพียงเสียงลมโหมกระหน่ำ

เพียงสวี่เหยาบอกให้เขาช่วยเป่าผม เขาก็ไม่สนใจว่าฉันพูดจบหรือเปล่า และตัดสายไปทันที

ฉันใช้สองมือยันพื้นหิมะ น้ำตาหยดลงบนหิมะจนเกิดเป็นหลุมเล็ก ๆ ทีละจุด

โทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง

เป็นแม่ของฉันเอง

“เหยียนเหยียน พรุ่งนี้ลูกจะพาแฟนกลับมาทานข้าวไม่ใช่เหรอ? แม่แค่อยากถามว่าแฟนลูกชอบกินอะไร แม่จะได้รีบไปซื้อตั้งแต่เช้า”

ฉันเอามืออุดปากไว้แน่น ไม่ยอมให้ตัวเองส่งเสียงสะอื้นออกมา

“เหยียนเหยียน?”

ผ่านไปตั้งนาน กว่าฉันจะปรับอารมณ์ให้เป็นปกติได้

“แม่คะ เขาไม่มาแล้วค่ะ”

บนโต๊ะอาหาร ฉันบอกเรื่องที่จะย้ายไปประจำทำงานที่สวิตเซอร์แลนด์กับพ่อและแม่

พอได้ยิน ทั้งสองคนก็ชะงักอึ้งไปพร้อมกัน

ผ่านไปครู่หนึ่ง พวกเขาถึงค่อยตั้งสติได้

“ทำไมกะทันหันขนาดนี้ล่ะ?”

ความจริงแล้วไม่ได้กะทันหันเลย ตอนเสนออนุมัติโครงการเมื่อครึ่งปีก่อน ฉันเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการย้ายไปต่างประเทศ

แต่เพราะลู่เยี่ยน ฉันจึงปฏิเสธและไม่ตอบตกลงมาโดยตลอด

“ไปนานแค่ไหน?”

“สามปีค่ะ”

บรรยากาศเงียบสงบลงไปสองวินาที

แม่หันมามองฉัน สายตาเต็มไปด้วยความกังวล “เหยียนเหยียน เป็นเพราะแฟนลูกไม่เห็นด้วยเรื่องย้ายไปทำงานต่างประเทศหรือเปล่า ทะเลาะกันใช่ไหม เขาถึงไม่ยอมกลับมาพร้อมลูก”

“ต้อง ใช่แน่ๆ” พ่อขมวดคิ้วแล้วถอนหายใจเบาๆ “เขาไม่เห็นด้วยก็เป็นเรื่องปกติ ผู้หญิงตัวคนเดียว ไปอยู่ต่างบ้านต่างเมืองตั้งสามปี เขาก็ต้องเป็นห่วงอยู่แล้ว”

ลู่เยี่ยนเป็นห่วงสวี่เหยาเรื่องเดินกลับบ้านดึกๆ คนเดียว ห่วงเรื่องนอนโรงแรมคนเดียว

แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจำเป็นต้องเป็นห่วงฉัน

โทรศัพท์ดังขึ้น เป็นลู่เยี่ยนโทรมา

ฉันลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกดรับสาย

“อยู่ที่ไหน?”

“อยู่บ้านพ่อกับแม่”

ปลายสายเงียบไปสองวินาที

“ไม่ใช่ว่าตกลงกันว่าจะกลับด้วยกันหรอกเหรอ?”

ฉันเหลือบมองเวลา เรานัดกันไว้ว่าจะออกเดินทางตอนแปดโมงเช้า

เกือบจะสิบเอ็ดโมงแล้ว เขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าจะกลับบ้านพร้อมฉัน

“อาเหยาไม่สบายเป็นหวัด ผมเลยพาเธอไปโรงพยาบาล พอให้น้ำเกลือเสร็จก็พากลับมา แล้วต้มน้ำขิงให้เธอด้วย เลยลืมเวลาไปเลย”

“ฝากขอโทษพ่อกับแม่ของคุณแทนผมด้วยนะ ไว้ช่วงตรุษจีนผมจะไปเยี่ยมพวกเขาพร้อมกับคุณ”

“อืม”

พอวางสาย โพสต์ในโซเชียลของสวี่เหยาก็เด้งขึ้นมา

ไม่มีข้อความใดๆ มีเพียงรูปถ่ายหนึ่งใบ

พ่อแม่ของสวี่เหยานั่งเรียงกันเรียบร้อยบนโซฟา ส่วนลู่เยี่ยนกับสวี่เหยาก้มตัวชิดแนบไหล่ของคนที่นั่งอยู่ด้านหน้า

ดูราวกับเป็นครอบครัวเดียวกันไม่มีผิด

ผ่านไปไม่ทันไร ก็มีคนมาคอมเมนต์

“รูปครอบครัวเหรอ?”

“พวกเธอสองคนคืนดีกันแล้วเหรอ?”

“เจียงเหยียนไม่ร้องไห้ตายเลยเหรอเนี่ย”

ฉันไม่ได้ร้องไห้ ขณะที่เอามือทาบลงบนหน้าอก ก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดอะไรอีกแล้ว

โทรศัพท์สั่นขึ้นมาครั้งหนึ่ง ประธานโจวส่งข้อมูลเที่ยวบินที่ฉันจะออกเดินทางแต่เช้าตรู่วันมะรืนมาให้

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รักผิดมานานปี ต่อให้ลึกซึ้งก็ไม่สมหวัง   บทที่ 9

    ลู่เยี่ยนก้มหน้าลง เสียงสะอื้นเล็กน้อย “ผมผิดเอง ผมขอโทษคุณด้วย กลับไปกับผมนะ ต่อไปผมจะเปลี่ยนแปลงตัวเองแน่นอน” เขาพยายามจะคว้ามือฉันอีกครั้ง แต่ฉันหลบออกอย่างเย็นชา“ลู่เยี่ยน ไม่ใช่ทุกความผิดจะมีโอกาสแก้ตัว เราจบกันอย่างสมบูรณ์แล้ว”“ไม่ เราไม่จบกัน” ลู่เยี่ยนขึ้นเสียงอย่างกะทันหันด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย “เจียงเหยียน ผมรู้ว่าผมผิด และผมก็สัญญาว่าจะเปลี่ยนแปลง ผมเดินทางไกลมาถึงสวิตเซอร์แลนด์เพื่อมาหาคุณ คุณให้โอกาสผมอีกครั้งไม่ได้เลยเหรอ?”ฉันปฏิเสธอย่างไม่ลังเล “ไม่ได้”ลู่เยี่ยนมองฉันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนขอบตาจะค่อยๆ แดงขึ้น“เจียงเหยียน ผมรู้ว่าผมผิด และมันเป็นความผิดที่ไม่น่าให้อภัยจริงๆ”“ผมเข้าใจว่าคุณไม่อยากให้อภัยผมง่ายๆ แต่ผมจะไม่ยอมแพ้เพียงเพราะเรื่องนี้”“ผมจะทำให้คุณเห็นว่าผมเปลี่ยนไปแล้ว”ตกค่ำ หลังจากจบวันอันแสนวุ่นวาย ฉันชงกาแฟให้ตัวเองหนึ่งแก้วเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น คนที่โทรมาคือสวี่เหยาฉันลังเลอยู่ครู่ใหญ่ ในที่สุดก็กดรับสาย “เหยียนเหยียน พวกเราเป็นเพื่อนสนิทที่สุดกัน เธอช่วยยกลู่เยี่ยนให้ฉันได้ไหม” สวี่เหยาบอกว่าพวกเราเป็นเพื่อนสนิทที่สุดกัน แต่กลับใช

  • รักผิดมานานปี ต่อให้ลึกซึ้งก็ไม่สมหวัง   บทที่ 8

    รถเลี้ยวเข้าจอดในลานจอดรถใต้ดิน ก่อนดับเครื่องยนต์ ลู่เยี่ยนไม่ได้ก้าวลงจากรถ เขาเหลืองมองหน้าจอโทรศัพท์ ตอนนี้เป็นเวลาสองทุ่มตรงจากห้าโมงเย็นจนถึงตอนนี้ ผ่านไปสามชั่วโมงแล้วทำไมเพิ่งผ่านไปแค่สามชั่วโมงเองล่ะ? นี่เป็นครั้งแรกที่ลู่เยี่ยนสัมผัสได้ว่าเวลาสามชั่วโมงมันยาวนานขนาดนี้เขานึกถึงหม้อไฟมื้อนั้นเมื่อสองวันก่อนเจียงเหยียน ยอมใช้วันลา และยืนต่อคิวรอนานถึงหกชั่วโมงเพื่อหม้อไฟมื้อนั้นเธอทนผ่านช่วงเวลาหกชั่วโมงอันแสนน่าเบื่อนั้นมาได้อย่างไร? ระหว่างนั้น เขาไม่เคยถามสักคำว่าเธอหิวไหม หิวน้ำไหม หรือหนาวหรือเปล่า? ตอนที่เธอไม่ยอมทำตามที่เขาขอให้เปลี่ยนไปกินอาหารเสฉวน เขากลับดุหาว่าเธองอแงเอาแต่ใจทำไมตัวเองถึงได้เฮงซวยขนาดนี้? ลู่เยี่ยนจุดบุหรี่ขึ้นมาหนึ่งมวนจากนั้นก็จุดต่อมวนแล้วมวนเล่าก้นบุหรี่ทิ้งเกลื่อนเต็มพื้น เขาก็ยังไม่อยากก้าวลงจากรถเขาไม่อยากขึ้นไปข้างบน หรือพูดอีกอย่างคือ เขาไม่กล้าขึ้นไปต่างหากความกระวนกระวายก่อตัวขึ้นในใจ เขามีลางสังหรณ์ว่าครั้งนี้เจียงเหยียนไม่ได้แค่เอาแต่ใจเหมือนทุกทีแน่ๆนี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่า ตัวเองต้องการเจียงเหยียน

  • รักผิดมานานปี ต่อให้ลึกซึ้งก็ไม่สมหวัง   บทที่ 7

    บนโต๊ะอาหารยังวางกล่องอาหารเดลิเวอรีของเมื่อวานไว้ ลู่เยี่ยนเดินตรงเข้าไปเก็บกวาดเขานำอาหารที่กินไม่หมดมาเทรวมกัน ก่อนจะชะงักไปครู่หนึ่ง สายตาของเขาตกกระทบลงบนแก้วน้ำเปล่าใบนั้น บนโต๊ะอาหารนั่นคือแก้วน้ำที่เขารินให้เจียงเหยียน เอาไว้แก้อาการเผ็ดเขาสังเกตว่านอกจากอุณหภูมิแล้ว น้ำแก้วนั้นแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากตอนที่เขาเลื่อนมันไปให้เจียงเหยียน ไม่มีแม้แต่คราบน้ำมันติดอยู่สักนิด จนเขาตระหนักได้ว่า เจียงเหยียนไม่ได้กินกับข้าวเลยแม้แต่คำเดียวแก้วน้ำเปล่าใบนั้นทำเอาเขาเจ็บปวดแปลบขึ้นมาในใจทำไมเขาถึงละเลยเรื่องนี้ไปได้ ไม่สั่งอาหารที่ไม่เผ็ดไว้สักสองสามอย่าง หลังเก็บโต๊ะอาหารเรียบร้อย ลู่เยี่ยนก็เดินเข้าครัว เขาหยิบวัตถุดิบออกมาทีละอย่างเต้าหู้ผัดหม่าล่า ไข่ผัดพริกหยวก และกุ้งมังกรจิ๋วผัดหม่าล่า... ล้วนเป็นของโปรดที่สวี่เหยาชอบกินทั้งนั้นแล้วเจียงเหยียนล่ะ ชอบกินอะไร?เธอไม่ทานเผ็ดแล้วมีอะไรอีก? นอกจากไม่กินเผ็ดแล้วมีอะไรอีก? ลู่เยี่ยนพยายามนึกอย่างละเอียดอยู่ในหัว คำสี่คำหนึ่งผุดขึ้นมาในความคิดของเขานั้นคือ อาหารกวางตุ้ง เหมือนเจียงเหยียนเคยพูดกับเขาว่า

  • รักผิดมานานปี ต่อให้ลึกซึ้งก็ไม่สมหวัง   บทที่ 6

    ลู่เยี่ยนถือถุงกับข้าวใบใหญ่เดินเข้ามาในบ้าน ก่อนเปลี่ยนรองเท้าตรงโถงทางเข้า “เจียงเหยียน”“อาเหยาบอกว่าก่อนพวกเราออกเดินทาง อยากกินมื้อใหญ่อร่อยๆ ปรนเปรอกระเพาะแบบจีนๆ ของพวกเราหน่อย รีบออกมาช่วยกันเร็ว”แต่สิ่งที่ตอบรับเขามีเพียงเสียงถอดเปลี่ยนรองเท้าดังสวบสาบของตัวเองเท่านั้น“เจียงเหยียน?”ลู่เยี่ยนเปลี่ยนเป็นรองเท้าแตะ นำถุงกับข้าวไปวางไว้ในครัว แล้วตรงไปยังห้องรับรองทันที สิ่งแรกที่เข้ามาในสายตาคือเตียงสนามที่ว่างเปล่า จากนั้น เขาก็สังเกตเห็นว่ากระเป๋าเดินทางสองใบที่เคยอยู่ข้างตู้เสื้อผ้าก็หายไปแล้วเช่นกันลู่เยี่ยนชะงักอึ้งไปชั่วครู่ไปแล้วเหรอ?ไม่น่าเป็นไปได้นี่ ไม่ใช่ว่าเที่ยวบินออกพรุ่งนี้เช้าหรอกเหรอ? เขาก้าวออกจากห้องนอนแขก เดินไปดูทั้งห้องนอนใหญ่ ห้องน้ำ หรือแม้กระทั่งห้องเก็บของแต่กลับไม่พบแม้แต่เงาของเจียงเหยียนเลยเขารีบเดินไปที่โถงทางเข้า แล้วเหลือบไปเห็นรองเท้าสลิปเปอร์คู่นั้นในถังขยะสีหน้าของลู่เยี่ยนสลดลงทันที ก่อนแววตาจะฉายความลนลานออกมาเล็กน้อย เขาพึมพำกับตัวเอง “ก็แค่ไปทำงานต่างประเทศไม่ใช่เหรอ ทำไมต้องโยนรองเท้าสลิปเปอร์ทิ้งด้วย?”เขาพิมพ

  • รักผิดมานานปี ต่อให้ลึกซึ้งก็ไม่สมหวัง   บทที่ 5

    ตอนมื้อเย็น ลู่เยี่ยนสั่งเดลิเวอรีมาสั่งมาแปดเก้าอย่าง จนแทบวางเต็มโต๊ะอาหารตาสวี่เหยาเป็นประกาย “ลู่เยี่ยน นายเลือกสั่งเก่งเกินไปแล้วนะ ทุกจานมีแต่ของโปรดฉันทั้งนั้นเลย”ฉันมองกวาดกับข้าวเหล่านั้นอยู่หลายรอบสุดท้าย ก็ได้แต่ตักข้าวสวยเปล่าๆ เข้าปากไปสองคำอาหารทุกอย่างล้วนมีพริกสีแดงเถือกโรยหน้าอยู่ชั้นหนึ่งครู่ต่อมา ลู่เยี่ยนยื่นน้ำเปล่ามาให้แก้วหนึ่ง “เจียงเหยียน คุณลองหัดกินเผ็ดบ้างสิ เวลาเรากินข้าวด้วยกันจะได้ไม่ต้องยุ่งยากขนาดนี้”ตะเกียบที่กำลังคีบข้าวเข้าปากชะงักลง ในอกเหมือนมีอะไรจุกอยู่ อึดอัดจนบอกไม่ถูกอีกครั้งแล้วเขาจำของโปรดของสวี่เหยาได้ทุกอย่าง แต่กลับลืมไปคนเดียวว่าฉันกินเผ็ดไม่ได้แถมยังรู้สึกว่าฉันเป็นตัวยุ่งยากน่าขำสิ้นดีฉันเลื่อนแก้วน้ำออกไปให้ไกลกว่าเดิม “ผ่านวันพรุ่งนี้ไปก็ไม่ยุ่งยากแล้วล่ะ”ลู่เยี่ยนชะงักไปนิดและขมวดคิ้ว “ก็แค่ออกไปทำงานไม่กี่วัน พูดทำอย่างกับจะไม่กลับมาอย่างนั้นแหละ”เขาคีบไก่ผัดพริกชิ้นหนึ่ง วางลงในถ้วยของสวี่เหยาแล้วหันมาถามฉัน “จะกลับเมื่อไหร่?” “ฮัดชิ่ว!” สวี่เหยาถูกพริกจนสำลัก และจามติดกันหลายครั้ง ลู่เยี่ยนลุกข

  • รักผิดมานานปี ต่อให้ลึกซึ้งก็ไม่สมหวัง   บทที่ 4

    พอกลับถึงบ้านและผลักประตูห้องนอนเปิดออก ร่างทั้งร่างของฉันก็แข็งค้างไปทันที ลู่เยี่ยนกับสวี่เหยาสองคนกำลังนอนตะแคงอยู่บนเตียง ร่างกายแนบชิดติดกันพอได้ยินเสียงเปิดประตู ลู่เยี่ยนก็หันกลับมามองฉัน “ทำไมถึงกลับมาล่ะ? ผมนึกว่าคุณจะนอนค้างสักคืน”ลำคอของฉันตีบตันจนเปล่งเสียงออกมาไม่ได้แม้แต่น้อย ครู่หนึ่ง ลู่เยี่ยนคล้ายจะเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้เขาชักมือออกจากท้องน้อยของสวี่เหยา แววตาฉายความลนลานออกมาอย่างชัดเจน “คุณอย่าเข้าใจผิดนะ พอดีอาเหยามีประจำเดือนแล้วยังมาเป็นหวัดซ้ำอีกจนปวดทนไม่ไหว ผมเลยช่วยนวดท้องบรรเทาอาการให้เธอหน่อย”ฉันยกมุมปากยิ้มเยาะตัวเองอย่างเงียบเชียบตอนที่ฉันปวดประจำเดือนจนดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้น เคยเอามือลู่เยี่ยนมาวางบนท้องน้อย ขอร้องให้เขาช่วยนวดให้เขากลับดึงมือออก แล้วยื่นน้ำร้อนมาให้แก้วหนึ่ง บอกว่าดื่มน้ำร้อนเยอะๆ เดี๋ยวก็ดีขึ้นเองขาทั้งสองข้างคล้ายถูกถ่วงด้วยตะกั่ว จนก้าวขยับขาไม่ออกลู่เยี่ยนลากฉันให้ออกห่างจากห้องนอน แล้วหันไปปิดประตูลงอย่างเบามือ“กว่าอาเหยากว่าจะหลับได้ไม่ใช่เรื่องง่าย อย่าส่งเสียงดังทำเธอตื่นล่ะ”ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ หันหลังเด

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status