LOGINตั้งครรภ์ได้เจ็ดเดือนแล้ว แต่สามีของฉันอย่างเจียงฉวน กลับรังเกียจราวกับว่าฉันเป็นของสกปรก “อย่ามาโดนตัวผม!” หน้าประตูทางเข้าบ้าน เขาผลักฉันออกด้วยท่าทีรังเกียจ “กลิ่นเหม็นอับติดตัวมคุณาเต็มไปหมด น่าขยะแขยงชะมัด” แม่สามีที่ได้ยินเสียงความวุ่นวายดังออกมาจากห้อง จึงรีบตรงดิ่งไปส่งถ้วยรังนกที่เพิ่งตุ๋นเสร็จให้เจียงฉวน “เสิ่นอวี๋ นี่เธอไม่รู้หรือไงว่าอาฉวนเขาเป็นคนรักความสะอาด? ท้องโย้ขนาดนี้แล้วยังไม่รู้จักรักษาความสะอาดอีกเหรอ?” “อาฉวนเหนื่อยสายตัวแทบขาด เธอหัดทำให้เขาเบาใจลงบ้างไม่ได้หรือไง?” ฉันยืนนิ่งมองแม่ลูกคู่นั้น ความรู้สึกคลื่นไส้ตีตื้นขึ้นมาจนแทบอยากจะอาเจียน ทว่าในจังหวะที่ฉันหมุนตัวเดินหนี แสงจากหน้าจอโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะพลันสว่างวาบขึ้นมา ภาพใบหนึ่งปรากฏเด่นชัดอยู่ตรงหน้า นั่นคือภาพของหลินเวยเวย ผู้ช่วยคนใหม่ของเจียงฉวน ในภาพนั้น หญิงสาวแนบชิดอิงแอบอยู่บนไหล่ของเจียงฉวน รอยยิ้มของเธอช่างดูสดใสนัก และฉากหลังของภาพใบนั้น คือห้องนอนของฉันเอง
View Moreชีวิตหลังหย่าร้างสงบสุขกว่าที่ฉันเคยจินตนาการไว้มากเจียงชวนทำตามสัญญาที่ตกลงกันไว้อย่างเคร่งครัดทั้งบ้าน รถ ต่างถูกโอนกรรมสิทธิ์เป็นชื่อของฉันโดยสมบูรณ์รวมถึงหุ้นร้อยละสามสิบก็ตกมาอยู่ในมือฉันเพียงชั่วข้ามคืน จากแม่บ้านเต็มเวลาที่ต้องคอยพึ่งพาจมูกคนอื่นหายใจ ได้กลายเป็นเจ้าของทรัพย์สินมหาศาลฉันตัดสินใจทิ้งเมืองที่เต็มไปด้วยรอยร้าวแห่งความทรงจำนั้นไว้เบื้องหลังและตัดสินใจขายบ้านหลังนั้นทิ้ง แล้วหอบเงินก้อนโตกลับมายังเมืองที่พ่อกับแม่ของฉันอาศัยอยู่จากนั้นฉันก็นำเงินจำนวนนั้นไปซื้อห้องชุดขนาดใหญ่ในย่านที่ฉันเติบโตมาตั้งแต่เด็กเพื่อใช้ชีวิตที่เหลือร่วมกับท่านทั้งสองส่วนเงินที่เหลือ ฉันก็นำไปต่อยอดด้วยการลงทุนก่อตั้งสตูดิโอเล็ก ๆ แห่งหนึ่งโดยเน้นทำในสิ่งที่ฉันคุ้นเคยและถนัดทุก ๆ วันของฉันในตอนนี้ อาจจะวุ่นวายอยู่บ้าง แต่มันเข้ามาเติมเต็มชีวิตของฉันให้สมบูรณ์ขึ้นลูกในท้องของฉันเติบโตขึ้นทุกวัน แรงดิ้นของเขาเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับจะส่งสัญญาณเตือนให้ฉันรู้ว่า เขาสบายดีนาน ๆ ครั้ง ซูฉิงจะส่งข่าวคราวของเจียงชวนและหลินเวยเวยมาให้ฟังบ้างเจียงชวนในเวลานี้ได้สูญ
“โอกาสงั้นหรือ?”ฉันก้มมองเจียงชวนด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเหยียดหยาม“โอกาสที่ฉันเคยให้คุณมันยังไม่พออีกเหรอ?”“ตอนที่ฉันแพ้ท้องอย่างหนัก ในช่วงเวลาที่ฉันต้องการคุณมากที่สุด คุณไปอยู่ที่ไหน?”“ตอนที่ฉันถูกแม่ของคุณกลั่นแกล้งและถูกเมียน้อยของคุณเหยียดหยามเกียรติ คุณไปอยู่ที่ไหน?”“กระทั่งตอนที่ฉันถูกคุณผลักจนเกือบแท้ง นอนจมอยู่บนเตียงคนไข้ที่เย็นเฉียบ ในตอนนั้นคุณกำลังทำอะไรอยู่?”“คุณเอาแต่ปกป้องเมียน้อยของคุณ มัวแต่กล่าวหาว่าฉันไร้เหตุผล หรือแม้กระทั่งลงไม้ลงมือกับฉัน”ทุกถ้อยคำที่ฉันเอ่ยออกไป ศีรษะของเจียงชวนก็ยิ่งก้มต่ำลงเรื่อย ๆ ส่วนสีหน้าของแม่สามีเองก็ย่ำแย่ลงทุกที“ฉันเคยให้โอกาสคุณแล้ว”“น่าเสียดายที่คุณไม่เคยเห็นค่ามันเลย”พูดจบ ฉันก็เลื่อนปากกาและสัญญาหย่าฉบับนั้นไปวางตรงหน้าเขาอีกครั้ง“เซ็นซะ”“นี่ไม่ใช่คำขอร้อง แต่นี่คือทางเลือกที่ดีที่สุด และเป็นเพียงทางรอดเดียวที่คุณเหลืออยู่แล้ว”ทนายความของเจียงชวนในตอนนี้ละทิ้งความพยายามที่จะขัดขืนไปโดยสิ้นเชิงแล้วเขาโน้มตัวเข้าไปกระซิบเอ่ยเสียงต่ำข้างหูเจียงชวนเบา ๆ “คุณเจียงครับ เซ็นเถอะครับ ตราบใดที่เรายังมีลมห
วันรุ่งขึ้น ฉันเลือกสวมชุดที่ดูภูมิฐานเมื่อฉันก้าวเข้าไปในห้องประชุมของสำนักงานทนายความซิงไห่ เจียงชวนและแม่สามีต่างพากันชะงักงันพวกเขาคงคาดหวังว่าจะได้เห็นสภาพหญิงสาวที่ถูกทิ้งจนซูบผอมและเอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายทว่ากลับคาดไม่ถึงเลยว่า เธอจะดูสุขุมเยือกเย็นมากกว่าแต่ก่อน แต่ที่สำคัญ...เธอยังดูเข้มแข็งอีกด้วย“เสี่ยวอวี๋...” เจียงชวนเดินเข้ามาจับตัวฉันเพื่อรื้อฟื้นความสัมพันธ์ฉันถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเลี่ยงการสัมผัสจากเขา“อย่ามาแตะต้องตัวฉัน”ฉันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา แล้วเอ่ยทวนประโยคที่เขาเคยพิพากษาฉันในวันนั้น“ฉันรังเกียจความสกปรกของคุณ”ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีซีดเผือดในทันที มือที่ยื่นออกมาค้างเติ่งอยู่กลางอากาศแม่สามีที่เห็นดังนั้น จึงพุ่งตัวเข้ามาหาฉัน“เสิ่นอวี๋! เธอทำตัวแบบนี้ได้ยังไง! อาชวนมีน้ำใจมาตามรับเธอถึงที่ อย่ามาทำตัวไม่รู้จักดีชั่ว!”ซูฉิงก็ก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว บังตัวฉันไว้“คุณผู้หญิงคะ กรุณาระวังคำพูดของคุณด้วยค่ะ”“ตอนนี้เป็นเวลาที่ลูกความของฉันกำลังหารือเรื่องการหย่าร้างกับลูกชายของคุณ หากคุณไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ ก็เชิญออกไปรอข้า
ตลอดหนึ่งสัปดาห์ต่อจากนั้น ฉันตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิงโทรศัพท์มือถือยังคงปิดเครื่องอยู่ ในแต่ละวันนอกจากการกินกับการนอน สิ่งเดียวที่ฉันทำคือการติดต่อกับซูฉิงทางช่องทางเดียวเท่านั้นประสิทธิภาพการทำงานของซูฉิงนั้นสูงมากเธอตรวจสอบจนกระจ่างในเวลาอันรวดเร็วเงินจำนวนสิบล้านบาทที่โอนออกไปนั้น ผู้รับโอนคือลูกพี่ลูกน้องของหลินเวยเวยวันถัดมาหลังจากเงินโอนเข้าบัญชี หลินเวยเวยก็นำไปจ่ายเป็นเงินดาวน์คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองทันทีและเจียงชวนไม่ได้ให้แค่เงินเพียงสิบล้านบาทนี้กับเธอเท่านั้นนักสืบเอกชนที่ซูฉิงจ้างมาพบว่า ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา เจียงชวนใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ ทั้งการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายเท็จ และการอ้างชื่อโครงการต่าง ๆ เพื่อยักยอกเงินออกจากบริษัทของครอบครัวเขาเอง รวมเป็นเงินเกือบสิบห้าล้านบาทเงินเหล่านี้ส่วนใหญ่ไหลเข้ากระเป๋าของหลินเวยเวยและครอบครัวของเธอนี่ไม่ใช่แค่เรื่องการนอกใจระหว่างสมรสธรรมดา ๆ อีกต่อไปแล้วแต่มันคือการยักยอกเงินของบริษัท เป็นการขโมยเงินจากที่ที่ตัวเองมีหน้าที่ดูแล และเป็นอาชญากรรมทางธุรกิจเมื่อซูฉิงวางเอกสารปึกหนาไว้ตรงหน้าฉัน ฉันกลับรู





